Eat Pray Love ตอน Love (การท่องเที่ยว) ในอินโดนีเซีย

(เราเพิ่งสังเกตว่าประเทศใน Eat Pray Love ขึ้นต้นด้วยตัว I ทั้งนั้นเลย ^^)



      ถึงแม้เราไม่ได้พบหนุ่มแบบ Javier Bardem ในบาหลี แต่อินโดนีเซียก็ทำให้นักท่องเที่ยวตกหลุมรักได้อย่างง่ายดายเพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความแตกต่างกันหลายที่ เราไปอินโดนีเซียในเดือนสิงหาคม 2009 ตอนนี้เราก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงเลือกที่จะไปเที่ยวอินโดนีเซีย แต่สงสัยเป็นเพราะรูปสวยๆใน web ของทัวร์นิ (ไปฉลองวันเกิดที่โน่นด้วย เลยรู้ว่าเค้กของเขาไม่ค่อยอร่อยเท่าไร อิอิ) พอแลนดิ้งที่จาร์การ์ต้า น้องไกด์ก็พาหาที่พักนอนในสนามบินเพื่อรอไฟลท์เช้ามืดไปจ๊อกจาร์การ์ต้า เริ่มการผจญภัยตั้งแต่คืนแรกเลย อิอิ^^ จากจ๊อกจาร์การ์ต้าที่มีโบราณสถานที่งดงามและอลังการอย่างบุโรพุทโธและกลุ่มปราสาทพราห์มบานัน พวกเราก็เปลี่ยนบรรยากาศไปชมที่ท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างภูเขาไฟเมอราปี (Merapi) แต่วันนั้นอากาศไม่ดี ก็เลยเห็นแต่หมอก โชคยังดีที่เช้าวันที่ไปชมภูเขาไฟโบรโม (Bromo) มีอากาศแจ่มใส อย่างน้อยก็ไม่ทำให้ฝูงคนที่แหกตาตื่นแต่เช้าต้องผิดหวัง ระหว่างที่ดูพระอาทิตย์ขึ้น ภูเขาไฟ Semeru ที่อยู่ไกลๆก็ถือโอกาสพ่นควันสีดำมาให้ตื่นเต้นเล่นๆ เราเดินขึ้นไปชมปากปล่องภูเขาไฟ Bromo แบบใกล้ๆ แล้วก็ซื้อดอกไม้จากคนขายแถวนั้นเพื่อสักการะให้กับเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวบ้าน (ให้โยนดอกไม้ลงไปในปล่องภูเขาไฟ) ระยะทางจากปากทางเข้าไปถึงบันไดขึ้นปากปล่องก็ไกลเหมือนกัน ทำให้เกิดกิจการเช่าม้าสำหรับคนที่ขี้เกียจเดิน

วัดพราห์มบานัน (Prambanan) ที่เป็น Unesco World Heritage Site เหมือนกับบุโรพุทโธ

ข้างบนบุโรพุทโธ (Borobudur)

บุโรพุทโธ

เมฆปุยฝ้ายยามเช้าตอนขึ้นเขาที่ Dieng Plateau

ทะเลสาบ 2 สี Telaga Warna

บ่อโคลนเดือด Kawah Sikidang

ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ Bromo กลุ่มควันขาวๆออกมาจากปล่อง Bromo ค่ะ (ดูตามนิ้วชี้)

กลุ่มภูเขาไฟ (ด้านหน้าคือ Batok ด้านซ้ายที่ปล่อยควันขาวเรื่อยๆคือ Bromo ส่วนลูกอยู่ไกลลิบๆที่เพิ่งปล่อยควันคือ Semeru

ที่ปากปล่องภูเขาไฟ Bromo



      จาก Bromo เราก็เดินทางต่อไปยังภูเขาไฟคาวาอีเจน (Kawah Ijen) วันนี้ต้องตื่นแต่เช้ามากๆเพื่อเดินขึ้นเขา 3 กม. ไปดูเปลวไฟสีน้ำเงินของกำมะถันเหลวตามคำบรรยายของนายโอ๊ตเจ้าของทัวร์ ซึ่งจะเห็นได้ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ข้างล่างปล่องเป็นเหมืองกำมะถันที่เขาต่อท่อเพื่อดักแก๊สซึ่งจะเปลี่ยนสภาพเป็นของเหลว พอกำมะถันเหลวเย็นลง ก็จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง พวกเราก็ฝ่าความมืดลงไปข้างล่างเพื่อไปชมเปลวไฟสีน้ำเงินกับทะเลสาบกรดที่ใหญ่ที่สุดในโลก เวลาเดินลงนอกจากระวังไม่ให้สะดุดหินหัวทิ่มตกลงไปข้างล่างแล้ว ก็ยังต้องหยีตา, อุดจมูกเป็นระยะๆ เพราะลมพัดควันกำมะถันมารมควันพวกเราเป็นระยะๆ ได้ยินมาว่าเคยมีนักท่องเที่ยวเดินตกลงไปตายด้วย (หน้ากากปิดจมูกแบบที่คนเป็นหวัดใช้ก็พอกันกลิ่นได้หน่อย แต่เราเห็นฝรั่งบางคนใส่หน้ากากกันแก๊สพิษแบบในหนัง เราไม่รู้ว่าคนงานทนได้อย่างไรเพราะเขาไม่มีอุปกรณ์ป้องกันอะไรเลย) วันนั้นเป็นวันหยุดของคนงานเหมือง ก็เลยไม่มีคนเดินแบกหาบกำมะถันเดินสวนขึ้นไป พวกเราเดินเล่น + ถ่ายรูปทะเลสาบข้างล่างจนเริ่มสว่าง พอกลับขึ้นมาเราพบว่าควันกำมะถันเยอะมากและนักท่องเที่ยวที่เพิ่งมาถึงจะพบตัวเองอยู่ในหมอกกลิ่นตุๆแทน เลยไม่มีโอกาสถ่ายรูปทะเลสาบจากข้างบนค่ะ

เหมืองกำมะถันที่ Ijen

ทะเลสาบสีฟ้า (มองจากทางเดินลงไปข้างล่าง)

ทะเลสาบก้น Ijen ในยามเช้า

ยืนรับลม (กำมะถัน) ริมทะเลสาบ (กรด) มิน่าถึงไม่เจอหนุ่มแบบ Javier o_o



      จากเกาะชวาพวกเราก็นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามมาเกาะบาหลี น้ำตาก็แทบไหลเมื่อเห็นหมูสะเต๊ะในมื้อเย็น เพิ่งรู้ตัวว่าคิดถึง (เนื้อ)หมูแค่ไหนเพราะเที่ยวเกาะชวาหลายวันอาหารเกือบทุกมื้อมีแต่ไก่กับปลา (แอบนึกถึงข้าวหมูกระเทียมที่ร้านแถวบริษัท -__-) วันรุ่งขึ้นพวกเรารีบตื่นเช้าเพื่อนั่งเรือขาแมงมุมไปดูปลาโลมา เป็นโปรแกรมที่พลาดไม่ได้สำหรับคนที่พักที่หาด Lovina นะคะ เราเห็นปลาโลมาว่ายผ่านไปผ่านมาหลายตัว ถ้าเรือลำหนึ่งเห็นปลาโลมา คนขับเรือลำอื่นๆก็จะรีบเร่งเครื่องเพื่อมายังจุดนั้นๆให้ทัน สุดท้ายก็กลายเป็นการชุมนุมเรือแทน^^


ฝูงปลาโลมาที่ Lovina



      สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆของบาหลีจะมีหลายรูปแบบ ทั้งชายหาด, วัด, ทะเลสาบ, น้ำตก, นาขั้นบันได แล้วก็ที่ขาดไม่ได้คือภูเขาไฟ แต่ครั้งนี้เราไม่ได้ชมภูเขาไฟ Batur แบบใกล้ชิดเหมือนที่ Bromo หรือ Ijen ได้แต่ดูวิวไกลๆจากร้านอาหาร คิดๆไปแล้วการเที่ยวที่เกาะบาหลีเป็นคนละแบบเมื่อเทียบกับเกาะชวาที่เพีงไป น้องไกด์เล่าให้ฟังถึงตัว kodomo ที่ต้องไปดูอีกเกาะ ฟังแล้วก็ตาโตวิญญาณนักเดินทางพุ่งกระฉูด อินโดนีเซียมีเกาะตั้งเยอะแยะ ถ้านับเกาะเล็กเกาะน้อยด้วย ก็เป็นหมื่นๆเกาะ เที่ยวนี้เราเพิ่งไปแค่ 2 เกาะเองค่ะ ;-)

วัด Ulan Danu Bratan ที่สวยงามริมทะเลสาบ Bratan

หลังคาวัดต่างๆใน Besakih

นาขั้นบันไดที่ Jatiluwih

อนุเสาวรีย์รำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์วางระเบิดที่หาด Kuta ปี 2002 สุดท้ายแล้วภัยจากมนุษย์สร้างความรุนแรงได้มากกว่าภัยธรรมชาติ




Create Date : 12 พฤษภาคม 2555
Last Update : 12 พฤษภาคม 2555 21:20:34 น. 1 comments
Counter : 994 Pageviews.

 
ชอบเรื่อง Eat Pray Love ครับ
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=amp-atom&month=04-2011&date=28&group=2&gblog=252


โดย: คนขับช้า วันที่: 12 พฤษภาคม 2555 เวลา:23:08:33 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ปลาฝอยกุ้งกรอบ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




วิดวะผู้ทิ้งห้องครัวไปหลายสิบปีหลังทำกินงูๆปลาๆสมัยเรียน ตั้งแต่รู้จัก bloggang และมีน้องๆในบริษัทเต็มใจเป็นหนูทดลอง ทำให้เกิดแรงฮึดอีกครั้ง :-)
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2555
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
12 พฤษภาคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ปลาฝอยกุ้งกรอบ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.