Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
5 ธันวาคม 2557
 
All Blogs
 
2014 จันทบุรี : เที่ยวตัวเมือง ชุมชนริมแม่น้ำจันทบูรและโบสถ์เมืองจันท์

วันนี้เราจะเข้าตัวเมืองกัน

ได้ยินมานานละ ว่าเมืองจันท์มีของดีอยู่ในตัวเมือง เราต้องเข้าไปดู 

ตื่นมาแต่เช้า โซ้ยอาหารเช้าเพิ่มพลังริมทะเล

ข้าวต้มทะเลที่โรงแรมที่เราพักให้แบบไม่หวงเครื่องเลย กุ้งหอยปูปลามาเป็นอ่าว รสชาติดีด้วยค่ะ


อาเฮียก็โด๊บอาหารฝาหรั่งไปตามเรื่อง



ปิดท้ายด้วยผลไม้




แกล้มวิวทะเลมื้อเช้า






เมื่ออิ่ม เราก็มุ่งหน้าเข้าเมืองกัน จากคุ้งกระเบนเข้าเมืองไม่ไกลเท่าไหร่ น่าจะซัก 30 กิโลได้
ท่านนาวิเกเตอร์สั่งให้พวกเราเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาผ่านชุมชนเล็ก ๆ น่าจะเป็นตลาดอำเภอท่าใหม่ เห็นมีโรงเรียน มีโบสถ์ มีศาลเจ้าพร้อมพรั่งทุกศาสนาเลยเชียว

 แวะโบสถ์เล็ก ๆ สีพาสเทล















ศาลเจ้าอยู่ติดกัน






บ้านเรือนแถวนั้น สีสันไม่เบา




นาวิเกเตอร์พาเข้าเมืองมาถูกละ แต่ขอให้มันพาไปโบสถ์ หลงฮ่ะ บังคับพาอิฉันหลงเข้าขนส่งอยู่ 2 รอบ เลยแวะถามชาวบ้านซะเลย

สุดท้ายเข้าเมืองได้ หาที่จอดแล้วเดินต่อหน่อยนึง เพราะดันมาจอดทางฝั่งชุมชนริมแม่น้ำจันทรบูรซอยเค้าปราบเซียนมาก สมควรนำรถจอดไว้ที่อื่นแล้วเดินไป




เดินเข้าซอยเล็ก ๆ ถนนเส้นเล็ก ๆ ของชุมชนริมแม่น้ำจันทบูรแล้ว




ชุมชนนี้เป็นบ้านไม้แบบโบราณ ยังมีความเป็นชุมชนอยู่มาก มีร้านค้า ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านขนม พิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ บอกประวัติความเป็นมาของชุมชน มีร้านขายของที่ระลึกน่าสนใจมาก ๆ ค่ะ





ชุมชนริมแม่น้ำนี้เป็นชุมชนเก่าแก่อายุยาวนานตั้งแต่เมื่อ 300 ปีที่แล้ว ตั้งแต่สมัยพระนารายณ์เลยทีเดียว ถ้าเทียบเคียงกะฝรั่งหน่อย ก็รุ่นสมัยปฎิวิติฝรั่งเศสเลยเชียวนะนี่ บ้านเรือนจะตกแต่งงดงามเป็นลายชดช้อย แต่เดิมบ้านคหบดีจะอยู่บนถนนสายนี้กันหมด


เมืองจันท์น่าสนใจ ทีเแรกอิฉันก็สงสัยอยู่ว่าทำไมศิลปะ ประเพณี ศาสนามันถึงได้ปน ๆ กันอยู่เยอะเชียว ทั้งคริสต์ ทั้งจีน แถมยังมีฝรั่งเศสอะไรมาปน ๆ กันอีก ก็พอได้ความรู้จากพิพิธภัณฑ์ที่นี่ล่ะค่ะ ที่เล่าให้ฟังว่า ที่มีพวกประเพณีจีนค่อนข้างเข้มข้นอ่ะ มันมาจากที่คนจีนที่นี่เป็นพวกจีนล่องเรือมาจากแผ่นดินใหญ่เลยทีเดียว มาขึ้นฝั่งที่เมืองจันท์และมาขออยู่ด้วย  ส่วนอิทธิพลศาสนาคริสต์นั้นมาจาก พวกเวียดนามที่หนีไฟสงครามในประเทศข้ามชายแดนเข้ามาอยู่กัน ก็นำศาสนาคริสต์เข้ามาด้วย


มาเดินดูกันต่อ..

ของขึ้นชื่ออีกอย่างของที่นี่ ไอติมจรวด  Smiley






มีอยู่แค่ร้านเดียวที่ขาย  เป็นโรงงานเก่าแก่ อย่าพลาดเชียวนะคะ รสขึ้นชื่อของเค้าคือไอติมนมกระเบื้อง ข้างในเป็นไอติมนมแล้วข้างนอกเคลือบมาด้วยกระเบื้อง เอ๊ย.. น้ำแข็งสีน้ำตาล ๆ มีรสคาราเมลอยู่หน่อย ๆ  (หรืออิฉันคิดไปเองก็ไม่รู้ Smiley)






อร่อยอ่าาาาา..  Smiley  หมดแล้วกลับมาซ้ำกันอีกคนละแท่ง ชอบที่สุด..
ไม่อ้วนหรอกเนอะ อันนิดเดียว







เมืองจันท์แมวเยอะ




หมาก็เยอะ




กินแต่ไอติมเท่านั้น ไม่อิ่ม พวกเราจึงมาแวะกินขนมเค้กต่อ

ร้านนี้ Sweet @ Moon แนะนำค่ะ





ได้ที่นั่งริมคลองเลย บรรยากาศดี๊ดี  ร้านตกแต่งน่ารัก มีมุมถ่ายรูปเพียบ










มานั่งชิลล์ ๆ ซักชั่วโมง ริมแม่น้ำลมเย็น ๆ สงบเงียบกับโยเกิร์ตสมูตตี้และเค้กช็อดโกแลตลาวาก็ไม่เลว  เครปกล้วยหอมราดช็อคโกแลตซ้อสก็อร่อยค่ะ  ขนมเค้กที่นี่ราคาไม่แพงมาก 80-90 บาท รสชาติดีมากด้วย


พวกเราเป็นพันธุ์เน้นของหวาน แต่ถ้าใครอยากนั่งกินก๋วยเตี๋ยวปูกั้งของขึ้นชื่อ บนถนนเส้นนี้ก็มีเหมือนกัน แต่อาเฮียแกเรื่องมากไม่ยอมกินก๋วยเตี๋ยว อิฉันก็อดล่ะค่ะ Smiley


เดินต่อ ๆ มีร้านน่ารักอีกหลายร้าน





มีสาว ๆ ขาขาว เอ๊ย.. บ้านเรือนลวดลายอ่อนช้อยตลอดทาง




ภายศิลป์ริมถนน






แวะช็อปปิ้งอุดหนุนคนในชุมชน มีของน่ารัก ๆ ขายเพียบ ได้กระเป๋าหนังใส่เศษตังค์หน้าแมวมาใบนึง คุณเจ้าของร้านช่างคุยมากแนะนำว่าให้ไปเที่ยวโน่นนี่นั่น มีแผนที่การเดินของชุมชนริมแม่น้ำให้ฟรีซะด้วย  ทีแท้ร้านนี้เป็นหนึงใน Information centre นี่เอง



แวะพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ เข้าฟรี แต่ทำดี๊ดี ได้ความรู้สุด ๆ 

มีให้เช่าชุดแบบเวียดนามใส่ถ่ายรูปด้วย



แต่อิชุดข้างบนไม่ใช่นะคะ นั่นใส่มาเอง  แอบแฮ๊บหมวกเค้ามาใส่เป็นพร็อบ





ได้ความรู้มากมายจากที่นี่









ฝั่งตรงข้ามมีร้านไอติมไข่

แวะชิมซะหน่อย




รสชาติไอติมเฉย ๆ ได้รสไข่หน่อยนึง  แต่ที่เด็ดคนป้าคนขายใจดีมาก ไอติมลูกนึง + 3 ท็อปปิ้ง ยี่สิบบาท  ป้าบอกมาเลยลูก อยากกินเท่าไหร่ตักกันเองเลย Smiley





ไอติมลูกเดียว นั่งกันครึ่งชั่วโมง ป้าชวนคุยไม่หยุด ให้ไปเที่ยวโน่นนี่ในเมืองจันท์


คนจันท์ต่างจากคนจังหวัดอื่นเท่าที่อิฉันพบมาอย่างเห็นได้ชัด คนจันท์มีความภาคภูมิใจในจังหวัดตัวเองมาก หลาย ๆ คนที่อิฉันรู้จัก พอพูดถึงจังหวัดบ้านเกิด มักจะบอกว่า มันไม่มีอะไร ร้อน แล้ง สกปรก เหมือนอิฉันเองก็เถอะ พอพูดถึงสมุทรปราการ ก็มักจะคิดว่ามลพิษเยอะ รถติด มีแต่โรงงาน จริง ๆ ของดีมันต้องพอมีให้ภูมิใจกันอยู่บ้างล่ะนะ แต่กลับไม่พูดถึง  ถ้าเจ้าของบ้านยังไม่รู้สึกภูมิใจ แล้วใครจะมาพัฒนากันล่ะเนอะ


มีแผนที่ขนาดใหญ่ของชุมชนด้วย  เมื่อเดินสุดปลายชุมชน จะมีตรอกเล็ก ๆ เดินข้ามสะพานไปโบสถ์













โบสถ์สวยมาก  วันแรกที่เราไป เค้าไม่เปิดให้เข้า แต่พอวันที่สอง เราย้อนกลับมาเพื่อหาของกินแถวนี้ ก็เลยแวะไปดูอีกรอบ ปรากฏว่าเปิดให้เข้าค่ะ ข้างในสวยมากกก ใครอยากชม ต้องติดตามบล็อกหน้าของอิฉันนะก๊ะ วันนี้ยังไม่โชว์  Smiley

โบสถ์นี้สร้างกันมา 2-300 ปีแล้ว จากชาวเวียดนามนับถือคริสต์ที่หนีการเบียดเบียนทางศาสนาในประเทศมา ช่วงสงครามโลก มีการเอายอดแหลม ๆ 2 อันของโบสถ์ออก เพื่อไม่ให้เป็นเป้าหมายโจมตีทางอากาศ  เพิ่งจะเอาหมวกมาครอบคืนเมือไม่กี่ปีนี้เอง


บ้านแถว ๆ นั้น ลวดลายพริ้วสวยเชียว






เดินจากโบสถ์ข้ามสะพานกลับมาฝั่งชุมชนแล้วเดินต่อไปอีกนิดจะเจอตลาดพลอย  วันที่ไปเป็นวันเสาร์ตลาดคึกคักกันมาก มีนักค้าพลอยชาวไทยชาวต่างชาติสารพัดชาติ ทั้งนั่งทั้งยืนต่อรองราคา นั่งวัดขนาดพลอยกันริมถนนน่าสนุกทีเดียว









ท่าทางขายกันไม่แพง  แต่อิฉันไม่ค่อยเหมาะกะของฟรุ้งฟริ้งอย่างนี้เท่าไหร่ แหวนแต่งงานยังใส่ได้แค่ไม่กี่เดือนก็ทำเพชรเม็ดเล็กหายไปซะ Smiley


เดินกลับมาชุมชนริมน้ำต่อ





ต่อมาเป็นโรงเจ  ที่สมัยก่อนคนจีนล่องเรือมา ไม่รู้จะไปไหนต่อก็จะมาพักกันที่นี่ก่อน






มีกราฟิติสวย ๆ ด้วย




เริ่มหิวข้าวละ แวะหาแอร์หน่อย เลยออกจากชุมชน เดินเข้าเมืองมาหยุดที่โรงแรมเกษมศานต์









ราตรีนี้ยังอีกยาวนาน   เดินดูเดินกินกันขนาดนี้แล้ว ยังแค่ 3 โมงเท่านั้น

เราจึงไปกันต่อ 


Next stop คุกขี้ไก่และตึกแดง


ขับรถซอกแซกเข้าซอยเล็กซอยน้อยตามที่นาวิเกเตอร์สั่งมาให้ไปทางแหลมสิงห์ ซักพักเราก็มาถึงคุกขี้ไก่ ที่อยู่ริมถนนเลย




คุกขี้ไก่มีขนาดเล็ก ๆ  โดยที่ทหารฝรั่งเศสมันมาสร้างไว้เพื่อขังคนไทยที่ต่อต้านฝรั่งเศสสมัยที่พวกมันบุกบ้านเมืองเราเมื่อ รศ 112  Smiley   (พศ 2436) โดยที่ข้างบนจะเลี้ยงไก่เอาไว้ให้มันอึรดคนที่โดนขังทั้งวันทั้งคืน









ห่างออกไปจากคุกขี้ไก่ประมาณ 200 เมตร ก็จะเจอตึกแดง




ตึกแดงเป็นกองบัญชาการของทหารฝรั่งเศสในยุคเดียวกะคุกขี้ไก่นั่นแหละ  แต่ดูต่างกันมาก เพราะคุกขี้ไก่ดูแลซะสภาพดีเชียว แต่ตึกแดงดูปรักหักพังยังไงชอบกล











แวะกินน้ำปั่น ตอนเดินกะปลกกะเปลี้ยไปขึ้นรถ คนขายช่างคุยอีกแล้ว บอกว่าให้ไปดูสะพานอันใหม่นะ ตอนนี้แดดกำลังสวยเลย ขับรถต่อไปนิดเดียว

พวกเราว่าง่ายค่ะ ขับต่อไปดู






สวย....  จอดรถดูบนสะพานได้ด้วย  มีที่ให้จอดหลบ..




ซึ่งสะพานนี้จะกลับไปคุ้งกระเบนได้ด้วยค่ะ 

เราจึงกลับไปตายรังที่ร้านอาหารที่โรงแรมเรา  Smiley


กุ้งซอสมะขาม อันนี้ recommend










บล็อกหน้าจะพาไปเที่ยวน้ำตกพลิ้วค่ะ



Create Date : 05 ธันวาคม 2557
Last Update : 5 ธันวาคม 2557 19:52:40 น. 3 comments
Counter : 2037 Pageviews.

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 6 ธันวาคม 2557 เวลา:4:05:43 น.  

 
แวะมาเที่ยวด้วยคนนะคะ ^^


โดย: auau_py วันที่: 6 ธันวาคม 2557 เวลา:9:56:30 น.  

 
น่าเที่ยวมากๆเลยค่ะ ชุมชนริมน้ำจันทบูร


โดย: VELEZ วันที่: 25 ธันวาคม 2557 เวลา:11:58:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คนดีผีคุ้ม
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




อิฉันทำรีวิวเพื่อที่จะเก็บบันทึกการเดินทางไว้เหมือนไดอารี่ เอาไว้มาดูอัลบั้มการท่องเที่ยวของตัวเองที่ผ่านมา ดังนั้น จึงมีรูปตัวเองและอาเฮียเยอะแยะ ไม่ได้เป็นรีวิวเพื่อแนะนำการท่องเที่ยวซักเท่าไหร่ แต่ถ้าใครผ่านไปผ่านมาและอาจได้ประโยชน์จากบล็อกบ้าง ก็นับเป็นโชคดีของอิฉันที่ยังอุตส่าห์มีอะไรมาแบ่งปันนะคะ
Friends' blogs
[Add คนดีผีคุ้ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.