|
|
|
|
| | 1 | 2 |
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | |
|
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
2010 New year in Tokyo # Day 4 - Asakusa & Odaiba
วันที่ 4 เราไป Asakusa กัน
ไป Asakusa จาก Ueno นี่ใกล้มาก นั่ง MRT ไปไม่กี่ป้ายก็ถึง พอออกจากรถไฟก็หาทางออกง่าย ๆ เลย เค้าจะมีป้ายบอกทางว่า ทางนี้ไปออกวัด Sensoji
เดินเลี้ยวออกไป นิดเดียวก็เจอนี่เลย โคมแดงยักษ์วัด Sensoji

2 คนที่สู้ตายค่ะ นั่นใครก็ไม่รู้ ถ่ายรูปที่นี่ยากที่จะไม่ให้ติดคนอื่นเข้ามาด้วย
เราเล็ง ๆ จังหวะอยากถ่ายรูปกะโคมแดงกัน อาเฮียก็ปล่อยรังสีเรียกร้อง "Questionaire" ออกมาอีกตามเคย อิฉันเคยเล่าใน blog ก่อน ๆ ว่า อาเฮียนี่ไม่ว่าไปไหน จังหวัดอะไร ประเทศอะไร มักจะโดนเรียกสัมภาษณ์หรือตอบแบบสอบถามเสมอ สงสัยหน้าตาเหมือนคนเอ๋อ ๆ ไม่มีอะไรทำ

มีน้อง ๆ นักศึกษาจากมหาลัยเมจิ (ใช่ชื่อนี้ป่าวหว่า) เข้ามาขอสอบถามเกี่ยวกับเรื่องการท่องเที่ยวในญี่ปุ่น อาเฮียก็ตอบไป ก่อนจบ เค้าก็ขอถ่ายรูปด้วย 3-4 รูป คงจะเอาไปเป็นหลักฐานส่งครูว่าเนี่ย ถามฝรั่งมาจริง ๆ นะ น่ารักดีค่ะ

เราเดินกันต่อมาตามถนน Nakamise ซึ่งจะมีร้านค้าขายขนม ขายของที่ระลึกเป็นซอยยาวเข้าไป ราคาไม่แพงมาก น่ามาหาซื้อของฝากที่นี่ค่ะ อิฉันตื่นตาตื่นใจแวะมันทุกร้าน คนเยอะจริง ๆ และได้ยินเสียงคนไทยแว่ว ๆ คุยกันมาเป็นระยะ

เดินไป ๆ ได้ยินเสียงเรียกชื่อคุณสามีจากข้างหลัง ปรากฎว่า แม่สาวที่ขอสัมภาษณ์วิ่งตามมาซะหอบ บอกว่า sorry จริง ๆ เค้าทำรูปถ่ายที่ถ่ายไปเมื่อกี้หายเกลี้ยงโดย accident จะขอถ่ายใหม่ โก๊ะจริงๆ เล้ย.. 
เดินกันต่อไปจะมีร้านขายของเป็นอย่างนี้ คุณป้าขายขนมอะไรไม่รู้

อันนี้เซมเบ้(มั๊ง) -ข้าวเกรียบญี่ปุ่น- คนเข้าคิวซื้อกันเยอะเลย นี่ถ้าไปเปิดขายขนมครกมั่งคงจะขายดีไม่น้อย

อาเฮียยืนเล็ง อยากกินมั่ง เค้าจัดร้านได้กึ่งเก่ากึ่งใหม่ สะอาดสะอ้าน ดูมีเสน่ห์ดีค่ะ

มีร้านขายหน้ากาก

ตลอดทางเดิน ก็จะแขวนป้ายประดับ เกี่ยวกับปีใหม่ (ปีเสือ) ไปตลอดทาง



แวะกินซาลาเปาชาเขียวทอดภาคบังคับ อ่านกระทู้มาก ๆ แล้วเห็นใคร ๆ ก็บอกว่าต้องกิน อิฉันว่าง่าย ก็กินตาม ๆ เค้า.. อร่อยค่ะ.. 

ผ่านถนน Nakamise เข้าไปในเขตวัด ก็มีสิ่งก่อสร้างสวย ๆ อย่างนี้ 
และมีประตูโคมแดงอีก 1 ประตู

อันนี้เป็นรูปมังกร อยู่ใต้โคม

Trip นี้ อาเฮียชอบไปเสนอตัวถ่ายรูปให้สาว ๆ 

กวักควันธูปเข้าตัว เพื่อเป็นสิริมงคล

มีพระพุทธรูปวางตามรายทาง

แล้วเราก็เริ่มหิว จึงเดินแฉลบออกไปซอยข้างๆ เจอร้านอาหารแบบญี่ปุ๊น ญี่ปุ่นค่ะ มีโอเด้งขายอยู่ด้านหน้า 
เข้าไปด้านใน เจออาม่าพูดอังกฤษไม่ได้เลย เมนูก็ไม่มีภาษาอังกฤษ เลยออกมาข้างนอก ถ่ายรูปหน้าตู้ไปให้ดูว่าอยากกินอะไร


อันนี้เป็น บรรยากาศในร้าน

เค้าให้ชาร้อนมากินด้วย อุ่นดีจัง

บรรยากาศในร้าน

นี่เลยของจริง ข้าวหน้าเนื้อกับอูด้งเทมปุระ อร่อยมาก ๆ อาเฮียติดใจข้าวหน้าเนื้อร้านนี้มาก 


เมื่ออิ่มแล้วก็เดินย่อยอาหารกลับเข้ามาในวัดอีกรอบ จะมีรูปปั้นสวมเสื้อผ้าอย่างนี้อยู่

ที่ญี่ปุ่นนี่จะเห็นรูปปั้นหินที่สวมเสื้อผ้า หมวก ผ้าพันคออยู่เยอะ เห็นแล้วอิฉันว่าน่ารักดีค่ะ ดูเหมือนคนญี่ปุ่นช่างใจดีและอ่อนโยนแม้แต่กับรูปปั้น (แต่จิตขี้สงสัยของอิฉันก็ตั้งคำถามขึ้นมาว่า ในเมื่อคนญี่ปุ่นอ่อนโยน ให้ความสำคัญแม้แต่กับสิ่งไม่มีชีวิตขนาดนี้ ทำไมช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือช่วงที่ไปรุกรานนานกิง รุกรานจีน เกาหลี ถึงได้โหดร้ายกับ "มนุษย์" ได้ขนาดนั้นนะ) 
แวะถ่ายรูปกะรองเท้าแตะยักษ์ในวัด

เค้าว่ารองเท้าแตะหนักตั้ง 2500 Kgs แน่ะ

เดินออกมา ถ่ายรูปต่อ กับ item แปลก ๆ แถว ๆ นั้น


ออกจากวัด เดินมาทางแม่น้ำ Sumida เจอตึกอึ  สำนักงานใหญ่เบียร์อาซาฮีค่ะ

ช่วงนี้ตามทางเดินที่ญี่ปุ่น เค้าจะปลูกกะหล่ำกันเยอะ น่ารักดี อิฉันเห็นแล้วหิว

แม่น้ำ Sumida อยู่ระหว่างวัด Sensoji กับตึกอึ กว้างกว่าที่คิดไว้แฮะ

หลังจากนั้น เราก็เดินทางต่อ ไปเที่ยว Odaiba กัน
Odaiba เป็นเกาะที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยญี่ปุ่นที่มีพื้นที่ของประเทศเล็กกะจิ๋วหลิว แต่คนเยอะแยะ ในเมื่อมันแออัดนัก พี่ก็ถมทะเลขยายพื้นที่ออกไป (อิฉันก็ว่าไปนั่น แต่จริง ๆ แล้วเหตุผลการถมทะเล สร้างพื้นที่ใหม่ ๆ อาจเป็นอย่างอื่นก็ได้ ใครจะไปรู้) อิฉันออกจะสงสัยอยู่ว่าการขยายพื้นที่ออกไปในทะเลนั้น ประเทศไหน ๆ จะทำก็ได้งั้นหรือ? เพราะเวลาถมพื้นที่ในทะเล กระแสน้ำ ก็น่าจะเปลี่ยนไป เมื่อกระแสน้ำเปลี่ยน อะไรต่อมิอะไรก็น่าจะเปลี่ยนไปตาม ๆ กัน เช่น ฝูงสัตว์น้ำ กระแสน้ำร้อน น้ำเย็นอะไรประมาณนั้น เห็นประเทศเศรษฐีเค้านิยมถมทะเลสร้างเกาะกันแล้วอิฉันก็แอบสงกะสัยอยู่ อย่างพวกเกาะ The world หรือ Palm ที่ Dubai มันจะทำให้สภาพแวดล้อมทางทะเลเปลี่ยนไปไหม 
เรานั่งรถไฟไป โดยไปต่ออีกขบวนกันที่ Yurikamome

นั่งรถไฟไป Odaiba ระหว่างทางเห็น Rainbow bridge และ Odaiba อยู่ลิบ ๆ แล้ว


ถ่ายจากบนรถไฟ เห็นสะพานอยู่ใกล้ ๆ

ลงมาจากสถานี มาเหยียบพื้นทรายบนเกาะที่มนุษย์สร้างขึ้น

เห็นมียานอะไรวิ่งมาด้วย เก๋ไก๋ไม่เบา

แถว ๆ ท่าเรือ เดินมาหน่อยจะมีคนจูงน้องหมามารับอากาศบริสุทธิ์กัน ไอ้เจ้าดัชชุนขนยาวนี่ท่าทางจะเป็นที่นิยมกันแฮะ

นั่งเรียงให้ถ่ายรูป

แถว ๆ นั้นมีเทพีเสรีภาพด้วย

เมื่อมองหันกลับไปจะเห็นนี่ สำนักงานใหญ่ของ Fuji TV


เมื่อเดินเข้า Fuji TV ก็เจอหมาแว่นดำตัวสีฟ้าตัว Mascot ของเค้า อิฉันไม่รู้จักอะค่ะ แต่คงจะดัง เด็ก ๆ ต่อคิวถ่ายรูปกันเต็ม อิฉันกะคุณสามีก็ไปต่อกะเค้าด้วย

ซื้อตั๋วขึ้นไปดูวิวชั้น 25 ไอ้ตรงที่เป็นลูกกลม ๆ นั่น

วิวจากด้านบนค่ะ วิวนี้ต้องซื้อมาด้วยค่าตั๋วเข้าชมนะเนี่ย

จำไม่ได้ว่าจ่ายตังค์ค่าเข้าเท่าไหร่ เมื่อซื้อตั๋วแล้ว เราจะสามารถเข้าไปได้ชั้น 24-25 และลงมาดูที่ชั้นอื่น ๆ ที่เค้ามี Studio ให้แอบส่องดู และมีจุดที่เค้าทำไว้ให้ถ่ายรูปเหมือนเราอยู่ใน Studio ถ่ายรายการ อิฉันว่ามันไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ เพราะดาราของ Fuji TV นี่อิฉันไม่รู้จักซักกะคน
อันนี้ก็น่าจะเป็นรายการดังที่ญี่ปุ่นล่ะมั๊ง

อันนี้ หน้าทางออก

หิวแล้ว เราแวะกินกันที่ Foodcourt ชั้นใต้ดินที่ Aqua city
ทาโกะยากิของอิฉัน โรยปลาหมึกแห้งมาให้เต็มเลย แต่เค้าทำเป็นแป้งนุ่ม ๆ แฮะ ก็อร่อยไปอีกแบบ เคยกินแต่แบบแข็ง ๆ อ่ะ

คุณสามีกินเครปครีม + มะม่วง

เราเดินช็อปปิ้งกันจนมืด เพราะได้ยินว่า Odaiba จะสวยที่สุดก็ตอนที่ rainbow bridge เปิดไฟ ก่อนกลับเลยได้ภาพนี้มาค่ะ

| Create Date : 30 มกราคม 2553 |
| Last Update : 12 มิถุนายน 2554 17:20:11 น. |
|
3 comments
|
| Counter : 3104 Pageviews. |
 |
|
|
โดย: ไผ่ค่ะ (chabori ) วันที่: 30 มกราคม 2553 เวลา:21:40:47 น. |
|
|
|
| โดย: จขบ. (คนดีผีคุ้ม) IP: 203.144.144.164 วันที่: 30 มกราคม 2553 เวลา:22:08:51 น. |
|
|
|
โดย: ari1019 วันที่: 31 มกราคม 2553 เวลา:20:28:32 น. |
|
|
|
| |
|
|
|
Location :
สมุทรปราการ Thailand
[ดู Profile ทั้งหมด]
|
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]

|
อิฉันทำรีวิวเพื่อที่จะเก็บบันทึกการเดินทางไว้เหมือนไดอารี่ เอาไว้มาดูอัลบั้มการท่องเที่ยวของตัวเองที่ผ่านมา ดังนั้น จึงมีรูปตัวเองและอาเฮียเยอะแยะ ไม่ได้เป็นรีวิวเพื่อแนะนำการท่องเที่ยวซักเท่าไหร่ แต่ถ้าใครผ่านไปผ่านมาและอาจได้ประโยชน์จากบล็อกบ้าง ก็นับเป็นโชคดีของอิฉันที่ยังอุตส่าห์มีอะไรมาแบ่งปันนะคะ
|
|
|
|
|
|
| |
|
|
มีอะไรแนะนำบ้างคะ
งบประมาณ 50,000 บาท 2 อาทิตย์จะพอไหมคะ
ขอบคุณมากค่ะ