Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
6 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
เค้กชาไทย...ผ่านไหมเอ่ย??

วันนี้ทดลอง ทำเค้กบ้าง เพราะไปซื้อที่สไลด์เค้กมาแล้ว หลังจากตามหามานาน

ตอนแรกไปห้างก็ไม่มีขาย โทรไปอีก 2-3 ร้านก็ไม่มี

ไปได้ที่ ร้าน ดี.เค. เบเกอรี่มาร์ทฯ อยู่แถวตั้งฮั่วเส็งธนบุรี

ร้านนี้เค้ามีอุปกรณ์และส่วนผสม ค่อนข้างหลากหลายเลยค่ะ

ก็เลยกลับมา ลงมือทำ เค้กชาไทย ได้กะเค้าซะที อยากกินมานานแล้ว...

จดสูตรแม่สลิ่ม มาอีกเช่นเคยนะคะ... ไปดูสูตรต้นฉบับที่นี่ค่ะ

ปรับวิธีทำนิดๆ หน่อยๆ ตามสะดวกเราค่ะ

เตรียมส่วนผสม (ตัวเค้ก) ตามนี้เลยค่ะ



ตัวเค้ก (Chiffon Cake)
พิมพ์สำหรับ 2 ปอนด์
แป้งเค้ก 90 กรัม
น้ำตาลทรายป่น (1) 45 กรัม ใส่ในไข่แดง
น้ำตาลทรายป่น (2) 45 กรัม ใส่ในไข่ขาว
ไข่ไก่ เบอร์ 0 หนัก 75-80 กรัม 3 ฟอง
นมสดรสจืด หรือ นมข้นจืด 35 กรัม
น้ำร้อนจัด 1/3 ถ้วยตวงของเหลว ไว้สำหรับชงชา
ชาไทยตรามือ 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 40 กรัม
ผงฟู 1/2 ช้อนชา
ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ (ตัวเค้ก)
1 --> วอร์มเตาอบ 180 องศาซี
2 --> เตรียมพิมพ์เค้ก 2 ปอนด์ ปูกระดาษไข ไม่ทาไขมันรอไว้
3 --> นำน้ำเปล่า 1/3 ถ้วย ต้มให้เดือดจัด ใส่ชาไทย 3 ช้อนโต๊ะ
ชงให้ชาไทยสีออกมาจัดๆ แล้วกรองผ่านถุงชา เอาแต่น้ำชาเข้มข้น 35-40 กรัม

4 --> ร่อนแป้งเค้ก, ผงฟู, น้ำตาลทรายป่น 45 กรัม (1) และเกลือป่น 1/4 ช้อนชา
ร่อนรวมกัน 2 ครั้ง แล้วนำแป้งใส่ชามผสมไว้ ทำหลุมรอไว้ตรงกลางชามผสม
5 --> แยกไข่ขาว และ ไข่แดง ไว้คนละชาม
6 --> เตรียมผสมชามไข่แดง คือ น้ำชาไทยเข้มข้น + นมสด + น้ำมันพืช + ไข่แดง
ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน พักไว้ก่อน
(น้ำชาไทยเข้มข้นควรรอให้เย็นก่อน อย่าให้ร้อนเดี๋ยวไข่แดงจะสุก)
7 --> เตรียมผสมชามไข่ขาว ชามไข่ขาวที่แยกไว้ ตีด้วยสปีดกลาง
(เราใช้เบอร์ 3) จนเป็นฟองหยาบ ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ลงไป ตีต่อให้ได้ฟองละเอียด
8 --> ใส่น้ำตาลทรายป่น (2) 45 กรัม ลงไปในชามไข่ขาวทีละ 1 ช้อน
ตีต่อด้วยสปีดสูง (เราใช้เบอร์ 5) และสลับกับใส่น้ำตาลทรายป่นจนหมด
9 --> จากนั้นตีต่อให้ได้มากกว่าตั้งยอดอ่อน แต่ไม่ตั้งยอดแข็ง
แล้วตีด้วยความเร็วต่ำ (เราใช้เบอร์ 1) เพื่อตัดฟองอากาศ 1 นาที
10 --> นำส่วนผสมของชามไข่แดง ใส่ลงในหลุมของชามแป้ง
ที่เตรียมทำหลุมรอไว้ แล้วใช้ตระกร้อมือคนให้เข้ากัน คนช้าๆ
จากตรงกลางผสมออกมาด้านนอก จากตรงกลางออกไปรอบๆ
จนหมดผงแป้ง ส่วนผสมไม่เป็นเม็ดแล้วหยุด
12 --> ทยอยแบ่งไข่ขาวมาผสมในส่วนไข่แดง แบ่ง 3-4 ส่วน
ตะล่อมเบามือให้เข้ากัน หากไข่ขาวค้างคาอยู่ขอบๆ ชาม
เอาพายยางปาดอ่าง ทำจนหมดไข่ขาว
13 --> รอบสุดท้าย ให้ใช้พายยางสำรวจฟองไข่ขาวอีกรอบ
เพื่อไม่ให้มีไข่ขาวก้อนใหญ่ๆ หลงเหลือ เค้กจะได้ไม่มีหลุมอากาศ
แล้วค่อยเทใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ เทไปปสักครึ่งเอาพายยางปาดก้นอ่าง
1 รอบ เทส่วนที่เหลือให้หมด
14 --> ปกติ Chiffon Cake จะใส่ส่วนผสมประมาณ 2/3 ของพิมพ์
เคาะก้นพิมพ์เบาๆ ไล่ฟองอากาศออก หากมีบริเวณผิวหน้าด้านบน
เอาไม้จิ้มฟันจิ้มฟองอากาศออก
15 --> อบไฟ 180 องศาซี ไฟล่างอย่างเดียว 25 นาที
เสร็จแล้วเลือกอบไฟบนล่าง 180 องศาซี ต่ออีก 5 นาที
16 --> เช็คสุกได้โดยเอามือสัมผัสหน้าเค้ก ผิวหน้าเค้กสปริงกลับมือดี
ไม่ทิ้งรอยบุ๋ม จึงนำออกจากเตา

17 --> กระแทกพิมพ์เบาๆ 1 ที ปล่อยให้เย็นคาพิมพ์ถึงค่อยแซะออก
18 --> เค้กเย็นแล้วแซะออกจากพิมพ์ สไลด์แบ่งเป็นเลเยอร์ 2 ชั้น


เตรียมส่วนผสม (หน้าเค้ก) ตามนี้เลยค่ะ



หน้าเค้ก
(ส่วนที่ 1)

ผงวุ้น 3/4 ช้อนชา / วิธีตวง 1/2 + 1/4 ช้อนชา
ผงชาไทยที่เหลือจากชงตัวเค้กเมื่อกี้ และใส่เพิ่มไปอีก 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำร้อนจัด 1 ถ้วยตวงของเหลว (ไว้ชงชา)
นมสด 100 กรัม
น้ำตาลทราย 100 กรัม
วิปปิ้งครีม 150 กรัม
(ส่วนที่ 2)
แป้งข้าวโพด 30 กรัม
นมข้นจืด คาร์เนชั่น 110 กรัม
(ส่วนที่ 3)
เนยสดรสจืด 100 กรัม

วิธีทำ (หน้าเค้ก)
1 --> ต้มน้ำร้อนจัด 1 ถ้วยตวงของเหลว แล้วเอาผงชาไทยที่เหลือ
ใส่เพิ่มผงชาไปอีก 3 ช้อนโต๊ะ ใส่น้ำร้อนจัดลงไป คนๆ ให้ผงชาออกสี
และกลิ่นจัดๆ กรองเอาแต่น้ำชาเข้มข้นให้ได้ 150 กรัม
2 --> นำน้ำชาเข้มข้น ใส่ตามด้วยส่วนผสมของ (ส่วนที่ 1)
คือ ผงวุ้น + นมสด + น้ำตาลทราย + วิปปิ้งครีม
3 --> เตรียมส่วนผสม (ส่วนที่ 2) คือ นมข้นจืด และ แป้งข้าวโพด
ใส่ถ้วยคนรวมกัน หรือ จะใช้วิธีใส่ถุงพลาสติกรัดยางเขย่าๆ ให้เข้ากันก็ได้
แต่อย่าให้แป้งเป็นก้อน เวลาเทก็ตัดมุมถุงเทได้เลย

4 --> เนยสดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เตรียมไว้ นำหม้อชาไทยและส่วนผสม (ในขั้นตอนที่ 1 และ 2)
ที่เราเทรวมกันไว้ตั้งไฟ ใช้ไฟกลางๆ เพราะผงวุ้นจะละลายได้ดี ในน้ำเดือดจัดๆ
ไม่เช่นนั้นฟงวุ้นจะละลายไม่หมด มีผลต่อการเซ็ทตัวของหน้าขนม
ใช้ไฟแรงไปก็จะไหม้ ไฟกลางๆ ช้าๆ ตะกร้อมือคนๆ ตลอด ให้มันเดือดสักพัก
5 --> ลดไฟลงหน่อย ถ้าเดือดแรงให้ปิดเตาไปสัก 5 นาที จึงค่อยเท
แป้งข้าวโพดที่ผสมกับนมข้นจืดไว้ แล้วคนให้เข้ากัน ค่อยเปิดไฟต่อ
(เพราะหากว่าเดือดจัดจนความร้อนในหม้อสูงมาก เทแป้งข้าวโพดที่ผสมกับนมข้นจืด
(ส่วนที่ 2) ลงไปเลย มันจะข้นเร็วมาก และแป้งอาจเป็นก้อนเกิดไม่สุกได้)

6 --> คนไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมเริ่มข้นขึ้น ช้าหรือเร็วขึ้นกับไฟที่ใช้
แต่อย่าแรงมันจะไหม้ง่ายมาก
(น้ำชาไทยเข้มข้นควรรอให้เย็นก่อน อย่าให้ร้อนเดี๋ยวไข่แดงจะสุก)
7 --> คนไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมข้นหนืด ยกตะกร้อมือขึ้นมามียางๆ ติดปลายตะกร้อ
เริ่มเห็นรอยตะกร้อมือในหม้อยกลงจากเตาใส่เนยสด (ส่วนที่ 3) ค่ะ
8 --> คนให้เนยสดละลายให้หมด
9 --> คนต่อไปเรื่อยๆ ให้ส่วนผสมเย็นลง รอยตะกร้อมือจะชัดขึ้น ส่วนผสมจะข้นขึ้น
ต้องเห็นรอยตะกร้อมือชัดๆ ราดหน้าเค้กแล้วจะไม่ไหลเลอะเทอะ เวลาคนให้คนช้าๆ
เพื่อไม่ให้อากาศเข้ามาก หากคนเร็วจะทำให้หน้าเค้กมีฟองอากาศ

10 --> จากนั้นเตรียมตัวนำไปราดเค้ก วางเค้กลงบนแผ่นรองเค้ก และวางบนก้นถาด
หรือภาชนะแบนๆ อีกที ตักหน้าเค้กราดไป 2 ทัพพี จะได้ระหว่างชั้นหนาๆ
(ถ้าทำเค้กเค้กแค่ 2 ชั้น ต้องลดส่วนผสม ผงวุ้น 1/2 ช้อนชา)
11 --> ราดหน้าเค้กไปอีก 2 ทัพพี
12 --> วางเค้กชั้นสุดท้ายลงไป เวลาวางแผ่นเค้กลงไปแต่ละชั้น
แนะนำว่าให้เอามือกดให้มันแนบชิดๆ กับหน้าเค้ก ให้มันกระชับ
เพื่อลดภาวะที่เค้กจะแยกชั้น แต่ไม่กดแรงมากจนไส้ทะลักออกด้านข้าง
ปัจจัยที่ทำให้เค้กแยกชั้น เช่น หน้าเค้กไม่ข้นพอ และ/หรือ
ตัวเค้กกับหน้าเค้กระหว่างชั้นไม่สัมผัสกันดี หรือ เค้กยังไม่เซ็ทตัวดีแล้วเคลื่อนย้าย
13 --> เทส่วนที่เหลือทั้งหมดราดด้านบนและเอียงให้ไหลลงมาที่ขอบเค้ก
กระแทกๆ แต่อย่าแรงไปใช้สปาตูล่าร์ช่วยปาด แล้วนำเค้กแช่ตู้เย็นให้หน้าเค้ก
เซ็ทตัวดี ตัดแบ่งได้ 10 ชิ้น

ราดแล้วออกมาหน้าตาแบบนี้...อ่ะค่ะ
(ใครมีเทคนิคทำให้มันดูดีกว่านี้ ช่วยกระซิบบอกด้วย Help Me Pls..?..)

ด้านหน้า



ด้านข้าง


ตัดแบ่งเป็น 10 ชิ้น


ตัดแบ่งเป็น 1 ชิ้น


ผลลัพธ์ของรสชาติ และหน้าตา กรรมการที่บ้าน

ให้คะแนนประมาณ 9/10 ค่ะ

งานนี้ขอหักคะแนนตัวเอง 1 คะแนน
โทษฐานแต่งหน้าเค้ก ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย ไม่สวยอย่างที่คิด
แต่พอตัดเป็นชิ้นแล้ว ดูดีเกินร้อย 555+
รสชาติ กินขาด ชมว่าอร่อยทุกคน (สูตรแม่สลิ่ม..เค้าแน่นอนจริงๆ)


** แวะมาช่วยชิมหน่อยค่ะ **




Create Date : 06 ตุลาคม 2552
Last Update : 9 ตุลาคม 2552 12:29:50 น. 10 comments
Counter : 4312 Pageviews.

 
ขอชิมบ้างค่ะ เคยทานแต่เค้กชาเขียว คุ้กกี้ชาฝรั่ง

ชาไทยแบบนี้ ต้องลองๆ สีแบบนี้ใช้ๆ รับไป 10/10 เลยค่ะ


โดย: ari1019 วันที่: 6 ตุลาคม 2552 เวลา:14:05:54 น.  

 
น่าทานมากๆค่ะ อยากทำได้แบบนี้จัง


โดย: Angle_best วันที่: 6 ตุลาคม 2552 เวลา:14:38:47 น.  

 
แต่งหน้าแค่นี้ก็สวยแบบเรียบๆ แล้วค่ะ
สัสันน่ากินมากๆเลยยยย


โดย: T+c+ake Time 2002 วันที่: 6 ตุลาคม 2552 เวลา:15:06:50 น.  

 
ผ่านหรือไม่ผ่าน ไม่รู้บอกไม่ได้
ต้องเอามาให้ชิมก่อน สัก 3-4 กำลังดี
เอิ๊กก เอิ๊กก

หน้าตาน่ากินมากๆเลยค่ะ
จึงขอเดาเอาว่า อร่อย คริ คริ


โดย: Shallow Grave วันที่: 6 ตุลาคม 2552 เวลา:15:23:04 น.  

 
ไม่ต้องสวยหรอกค่ะขออร่อยไว้ก่อนเนอะ


โดย: มิคุริ วันที่: 6 ตุลาคม 2552 เวลา:16:24:22 น.  

 
น่ากินมากๆเลยค่ะ


โดย: เด็กอ้วนน่ารัก วันที่: 6 ตุลาคม 2552 เวลา:16:28:16 น.  

 
ดูน่าอร่อยดีค่ะ ยังไม่เคยทำเลย


โดย: นิกกี้ (N_silk ) วันที่: 6 ตุลาคม 2552 เวลา:16:41:21 น.  

 
ขอบคุณทุกคนที่แวะเวียนมาชิม

มากๆ นะคะ ...


โดย: ม็อบค่ะ (mob.keng ) วันที่: 6 ตุลาคม 2552 เวลา:22:23:30 น.  

 
น่าหม่ำจัง คงหอมชาน่าดูนะคะ


โดย: one-pen วันที่: 6 ตุลาคม 2552 เวลา:23:17:23 น.  

 
ไม่น่าเกลียดนี่คะ เพียงแต่เราไม่ใช่มืออาชีพทำได้ขนาดนี้ก็เก่งแล้วคะ
คนที่บ้านชอบก็ OK แล้ว


โดย: แม่อ้วนใจดีที่สุด วันที่: 7 ตุลาคม 2552 เวลา:14:06:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

mob.keng
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





Friends' blogs
[Add mob.keng's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.