คำว่า ไม่มี แปลว่า ไม่มี แต่คำว่า ไม่ยืนยันว่ามี ไม่ได้แปลว่า ไม่มี
อัันตรายจากเสาสัญญาณ

ใช่เลย-- มันคือสัตว์ประหลาดที่เราหลงนั่งนอนยืนเดินกินถ่าย ภายใต้ร่มเงาของมันมาเป็นเวลานาน
July 20, 2014 at 3:15pm
เสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือคือฐานรับ-ส่งสัญญาณ อันทรงประสิทธิภาพ ทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้วสัมผัส
โดยเสาสัญญาณฯต้นหนึ่งๆ จะทำการแผ่ คลื่นไมโครเวฟ ซึ่งเป็นพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งออกมาเพื่อแปลงข้อมูลทั้งการรับสัญญาณเข้ามาและส่งสัญญาณกลับออกไปเพื่อติดต่อสื่อสาร ได้ในระยะทาง 1-20กม.(แล้วแต่ขนาดของเสา)
ได้มีผู้วิจัยจากหลายองค์กรจากหลายประเทศทั่วโลก ได้ออกมาทำการวิจัย และสืบค้นข้อมูลเพื่อจะหักล้างกันถึงการมีผลต่อสุขภาพ และไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ของเสาสัญญาณดังกล่าวโดยมีทั้งการนำเอาสิ่งมีชีวิตและสัตว์มาทดลองและ อ้างอิงหลักการทางรังสีวิทยา ต่างๆเพื่อหักล้างข้อสรุปของฝ่ายตรงข้ามกันอย่างแพร่หลาย
“People who live near cell towers and antennasare in jeopardy,” Dr. Robin Bernhoft, president of the American Academy of Environmental Medicine, told FoxNews.com.
//www.foxnews.com/tech/2011/08/01/despite-lack-evidence-alarmist-continue-to-question-cell-phone-safety/
ในประเทศไทยเรามีผลงานการวิจัยที่เห็นได้ชัดๆ ว่าเสาสัญญาณฯไม่มีผลกระทบทางชีวภาพต่อสิ่งมีชีวิตจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ซึ่งมีการอ้างอิงผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกและหลายหน่วยงานเพื่อสนับสนุนว่าคลื่นรังสีตัวนี้ไม่มีอันตรายกับมนุษย์แม้แต่น้อยแต่ก็มีผลงานวิจัยของ อ.ดร.สุเมธ วงศ์พานิชเลิศ และ อ.จุติพร สุดศิริ ออกมาคัดค้านและกล่าวถึงผลกระทบอันร้ายกาจที่ไม่อาจจะปฏิเสธได้ของเสาสัญญาณฯ ซึ่งก็อ้างอิงจากผลงานการวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญและบทความจากหลายสถาบันในโลก ไม่น้อยไปกว่ากัน
Around 70% suffered from fatigue; 30% had partial loss ofmemory; 20% had dizziness and 25% had sleeping disorders. While 20% had skininfections, around 12-15% had hearing impairment and 10% suffered from cardiacproblems. Almost half of those surveyed said they had difficulty inconcentrating and 30% said they were irritable. Two babies - each born in thelast six months - had congenital defects, the study found.
‘Study puts glare back on cell tower risks’
Rajan-Mathews|Jaydip-Biswas-Director|IIT-Kharagpur-Professor|Gautam-Mukhopadhyay|Ashish-Mukhopadhyay
ความจริงก็คือด้วยเหตุว่าเสาสัญญาณดังกล่าว เพิ่งจะเข้ามาใช้งานอย่างเต็มที่ในประเทศไทยเรา 10-15 ปี การวิจัยต่างๆ ภายในประเทศจึงมีข้อมูลอ้างอิงน้อยมากและที่สำคัญผลกระทบที่ได้รับจากคลื่นไมโครเวฟจากเสาสัญญาณดังกล่าวเป็นผลกระทบระยะยาวซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลทางชีวภาพไม่ต่ำกว่า 5 ปีจึงจะสามารถสรุปผลได้ชัดเจน
เมื่อมีผลการศึกษาออกมาว่าคนที่อาศัยอยู่ในรัศมี 400 เมตรของเสาสัญญาณ ฯ มาเป็นเวลานาน จะมีอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งที่สูงกว่าคนปกติแต่ก็ไม่สามารถมีใครยืนยันได้ทั้ง 100% ว่าจริง เป็นเพราะในโลกทุกวันนี้ต้องเจอกับมลภาวะ ฝุ่นควันมากมายรวมถึงการใช้ชีวิตที่สุ่มเสี่ยงในชีวิตประจำวันของแต่ละคน ล้วนต้องเจอเชื้อมะเร็งทั้งทางตรงและทางอ้อม อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
A possible effect of long-term exposure to low-intensityelectromagnetic radiation from mobile phone (GSM) base stations on the numberof House Sparrows during the breeding season was studied in six residentialdistricts in Belgium. We sampled 150 point locations within the 6 areas toexamine small-scale geographic variation in the number of House Sparrow malesand the strength of electromagnetic radiation from base stations. Spatialvariation in the number of House Sparrow males was negatively and highlysignificantly related to the strength of electric fields from both the 900 and1800 MHz downlink frequency bands and from the sum of these bands (Chi(2)-testsand AIC-criteria, P
//iddd.de/umtsno/lebewesen/EveraerBauwenssparrows.pdf

ถึงผลการศึกษาจะออกมาว่าคนที่อาศัยอยู่ในรัศมี 400 เมตรของเสาสัญญาณ ฯ มาเป็นเวลานานจะมีปัญหาเรื่องความเมื่อยล้า อาการปวดหัว ซึมเศร้า หรือการสูญเสียความทรงจำแต่ก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้อีก เพราะล้วนแต่เป็นความรู้สึกส่วนตน
ส่วนผลการศึกษาที่บอกว่าคนที่อาศัยอยู่ในรัศมี400 เมตรของเสาสัญญาณ ฯ มาเป็นเวลานาน จะมีปัญหาเรื่องหัวใจ หลอดเลือด เอนไซม์ในเลือดและ สมองเสื่อม ก็ไม่มีเครื่องมือใดๆในโลกบอกได้ว่าเมื่อตรวจพบว่าเป็นแล้วเป็นผลมาจากคลื่นสัญญาณไมโครเวฟจากเสาสัญญาณตัวนี้และยังไม่เคยมีใครพิสูจน์โดยการนำมนุษย์เข้าไปรับรังสีจากคลื่นฯดังกล่าว 24ชั่วโมงแล้วบันทึกผลทุกระยะ เป็นเวลา 1,2,......10 ปีเพื่อจะได้ข้อสรุปที่ถูกต้องและชัดเจน 100%
เราต่างรู้ดีว่าเมื่อเราเดินออกมาจากบ้าน มีพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าวนเวียนอยู่รอบตัวเรามากมายและคลื่นไมโครเวฟจากเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือก็คือหนึ่งในรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าเหล่านั้น เพราะยิ่งโลกต้องการการพัฒนาที่รุดหน้ามากเท่าใดเทคโนโลยีด้านการติดต่อสื่อสารย่อมจะต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ เมื่อเปิดโทรทัศน์ นั่นคือการดึงเอาคลื่นมาใช้มันอยู่ใกล้เรามากขึ้น มันเป็นผลให้เห็นอยู่ตรงหน้า ทุกครั้งที่ใช้โทรศัพท์มือถือเรารู้ดีว่านั่นก็คือการดึงเอาคลื่นเหล่านั้นเข้ามาใกล้ตัวที่สุด มันแนบอยู่ข้างหูติดชิดกับสมอง วันไหนที่เรารู้สึกได้ว่าอยากจะเป็นวันที่ห่างไกลจากคลื่นสัญญาณเราสามารถทำได้โดยการไม่เรียกใช้มัน ปิดโทรทัศน์ ปิดโทรศัพท์มือถืออาจจะขาดการติดต่อสักระยะ แต่ก็รู้สึกสบายใจได้ว่า เราได้ถอยห่างจากมันมาแล้วแม้ว่าจะเพียงเล็กน้อยเมื่อเราปิดการรับส่ง คลื่นรังสีของอุปกรณ์ทุกอย่างภายในบ้านของเราบ้านเราจึงปลอดจากการเรียกใช้คลื่นรังสีใดๆ
มีคลื่นรังสีตัวหนึ่งเป็นรังสีไมโครเวฟหรือพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าที่เปิดอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยปิด 24 ชั่วโมงนับตั้งแต่วันที่ติดตั้งแม้แต่วันที่ไฟฟ้าดับ มันยังคงรับและส่งสัญญาณอยู่ในที่ๆของมันเพื่ออำนวยความสะดวกอย่างซื่อตรง แม่นยำให้กับผู้ที่เรียกใช้มันในรัศมีที่มันสามารถส่งไปถึง
มีใครจะรู้ไหมว่าเมื่อคุณกดโทรศัพท์มือถือ ไปยังเลขหมายปลายทาง คลื่นสัญญาณไมโครเวฟนั้นจะถูกส่งไปที่เสาต้นหนึ่งซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางรับและส่งต่อคลื่นโทรศัพท์ของคุณอีกทีกี่ครั้งที่มันต้องทำหน้าที่รับและส่งในเวลาหนึ่งวัน 24 ชั่วโมงอาจมีการรับ-ส่งเป็นหมื่นหรือแสนครั้งต่อวัน ไม่มีใครมองเห็นคลื่นนั้นด้วยตาเปล่าเพราะมันคือพลังงานชนิดหนึ่ง
แล้วลองคิดตามดูว่าคนที่มีที่พักอาศัยอยู่ใกล้เสาฯเขาต้องมีคลื่นรังสีไมโครเวฟตัวนี้ผ่านศีรษะไปวันละกี่ครั้ง
When ahuman body is exposed to the electromagnetic radiation, it absorbsradiation,
becausehuman body contains 70% of liquid. It is similar to that of cooking in themicrowave oven. The human height is much greater than the wavelength of thecell tower transmitting frequencies, so there will be multiple resonances inthe body, which creates localized heating inside the body. This results inboils, drying up the fluids around eyes, brain, joints, heart,abdomen, etc.
gkumar@ee.iitb.ac.in

และผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่มก็ยืนยันอย่างชัดเจนว่าคลื่นรังสีตัวนี้ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ มันจึงถูกติดตั้งไว้ให้เห็นกันอย่างแพร่หลายในทุกๆพื้นที่ ใกล้-ไกล ติดชิด-ห่าง ชุมชนบ้านเรือน บนหลังคาดาดฟ้า ข้างบ้านหน้าบ้าน หลังบ้าน คนที่อยู่ใกล้ กับเสาสัญญาณเหล่านี้ไม่สามารถปิดคลื่นจากรังสีตัวนี้ได้มันยังคงวนเวียนอยู่ใกล้ชิด รอบๆ ตัวเมื่อมีการรับส่งสัญญาณ จากทุกสารทิศ ก็จะมีสัญญาณวิ่งผ่านข้ามศีรษะไปมาไม่ว่าจะนั่งนอน ยืน เดิน ทานอาหาร อ่านหนังสือ ไม่ว่าจะเปิดโทรทัศน์โทรศัพท์ หรือปิดมันเพราะรู้สึกไม่อยากเล่นกับคลื่นในวันนี้ แต่มันยังอยู่ที่เดิมเพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่ารังสีเหล่านี้ไม่ตกค้างในร่างกายและไม่มีผลกระทบอันตรายที่ร้ายแรงใดๆ แน่นอน ด้วยเหตุนี้ผู้ที่มีบ้านใกล้เรือนเคียงเสาฯจึงรู้สึกปลอดภัยและ ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เพราะถึงจะแย้งก็แย้งได้ลำบากเพราะผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นต่างยกเอาทฤษฎี ผลงานวิจัยผลการพิสูจน์จากองค์กร และองค์การ ต่างๆ มากมายมาอ้างเพื่อประกอบเป็นหลักฐานอ้างอิงได้อย่างช่ำชองและตรงกันหมดเหมือนกับว่าทุกคนที่อยู่ภายในหน่วยงาน ได้ถูกส่งเข้าอบรมคอร์สเรื่องความไม่อันตรายของเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ จากตำราเล่มเดียวกันหมด
Children are more vulnerable due to a developingimmune system and thinner skulls which allows radiation to penetrate deeper. Women run the risk of health problems like hormonal imbalances,miscarriages, breast and ovarian cancer as they tend to spend more time at homeand are exposed continuously.
However,ICNIRP guideline is outdated as it is only intended to protect the publicagainst short term gross heating effects and NOT against ‘biological’ effectssuch as cancer and genetic damage from long term exposure. Also these safetystandards are based on 6 minutes per day exposure, without accounting forpeople who live close to cell towers .
In Jan 2011, the report by Inter-MinisterialCommittee mentioned several health hazards at levels thousand to ten thousandtimes below the ICNIRP standards and made recommendations to reduce theexposure to 1/10th of whatICNIRP had earlier recommended. However, even that has not been implementedyet.

//www.thehealthsite.com/diseases-conditions/can-electromagnetic-radiation-from-mobile-towers-harm-you/
มีบทความมากมายกล่าวถึง ความเสี่ยงที่จะตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือไว้ใกล้กับโรงเรียนเพราะพลังคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ายิ่งความถี่ต่ำมากๆ จะมีผลการทำลายเซลล์ ในระยะยาวได้ เนื่องด้วยคลื่นรังสีคือพลังงานไม่ใช่สารรังสี ที่จะตกค้าง แต่มันสามารถแปลงเป็นอนุมูลอิสระแล้วไปทำร้ายเซลล์หรือทำร้ายเซลล์โดยตรง โดยเฉพาะ เนื้อสมองของเด็กน้อย และเอ็นไซม์ในเลือด ซึ่งถือเป็นเซลล์อย่างหนึ่ง
งานวิจัยหลายชิ้นประเมินความเสี่ยงของอันตรายจากสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากคลื่นความถี่ต่ำของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากเสาสัญญาณจะแสดงผลในระยะยาว เมื่อได้รับคลื่นรังสีสม่ำเสมอเป็นเวลานาน
ดังนั้นหลายประเทศจึงได้พยายามแสวงหานโยบายและมาตรการป้องกันอันตรายของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ
แม้แต่ที่องค์การอนามัยโลกก็ได้ออกมาชี้แจงเรื่องผลกระทบทางชีวภาพของรังสีไมโครเวฟที่ส่งคลื่นมาจากเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือก็เป็นเพียงการยืนยันว่าไม่มีผลกระทบระยะสั้นแต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อปกป้องประชาชนจากผลกระทบระยะยาว
Exposure guidelines proposed by the World HealthOrganization are based only on short-term effects and are not designed toprotect the public from long-term effects and non-thermal effects.
Magda Havas , Associate Professor, Environmentaland Resource Studies Program
Trent University Peterborough, Ontario
//www.washingtonpost.com/wp-dyn/articles/A35421-2004Dec29_2.html

และผลกระทบจากคลื่นที่มองไม่เห็นสัมผัสไม่ได้ตัวนี้ ก็มีหลักฐานที่เพิ่มขึ้นทุกวัน จากการทำการวิจัยที่แสดงให้เห็นว่ารังสีไมโครเวฟเป็นภัยคุกคามต่อ ความเป็นอยู่และสุขภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็กที่อยู่มาเป็นเวลานาน ได้รับคลื่นฯ สม่ำเสมอเพราะร่างกายของเด็กน้อยกำลังเริ่มต้นที่จะมีการพัฒนา กระโหลกบางๆที่ห่อหุ้มเนื้อสมอง และเอ็นไซม์ในเลือดที่ต้องแตกตัวและดับไปของเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวในตัวของเขายังอ่อนแอมากนักที่จะต่อสู้กับภัยเงียบตัวนี้
Children living infront of the RLS had less developed memory and attention, their reaction timewas slower and their neuromuscular apparatus endurance was decreased.”
Two studies (Santiniand Santini (2001), Santini et al. (2002) and Navarro et al. (2003)) surveyedpeople living up to300m from GSM base stations. There were statisticallysignificant correlations between distance from the base stations and healthproblems. Tiredness up to 300m; headache, sleep disruption, “discomfort” up to200m; depression, memory loss, dizziness, visual perturbations up to 100m.Women were more susceptible than men. They conclude that base stations shouldbe sited more than 300m from dwellings.
CONCLUSIONS: Over thelast ten years many dozen peer reviewed studies have shown adverse biologicalor human health effects specifically from cell phone, base station and RFradiation. It is reasonable to group RF and microwave research because theeffects are the similar. These research results to date clearly show that cellphones and cell phone radiation are a strong risk factor for all of the adversehealth effects identified for electromagnetic radiation because they share thesame biological mechanisms. Evidence presented above demonstrates that there isa risk from long term low level microwave exposure, as from base stations.These effects include
//www.tetrawatch.net/papers/ford_tower_report5.pdf

ระยะเวลาที่ผ่านมายังน้อยเกินไปที่จะหาบทสรุปเพราะผู้เดือดร้อนซึ่งได้รับอันตรายจากเสาฯที่มีที่อยู่อาศัยใกล้ชิดกับเสาฯมีเหตุผลมากมายที่จะไม่แสดงตัว ตั้งแต่การไม่มีเวลา , เป็นเรื่องส่วนรวมที่ไม่ใช่หน้าที่ของฉัน,ผลกระทบยังไม่ชัดเจน(เพราะมันเป็นการสะสมของรังสีในระยะยาว -รังสีสามารถสะสมในร่างกายมนุษย์ได้หรือหลักฐานไม่เพียงพอที่จะออกมาประกาศโทษให้กับคลื่นฯจากเสาสัญญาณฯ
สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นไม่ได้กลิ่น สัมผัสไม่ได้ แต่เป็นพลังงาน เราจะได้รับเพียงผลของมันเท่านั้น
เคยมีกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบแล้วรวมตัวกันฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายที่ได้รับอันตรายจากผลกระทบเรื่องเสาสัญญาณดังกล่าวอย่างเนืองๆแต่เรื่องก็เงียบหายไป ไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใดกันแน่
หากว่ายังหาข้อสรุปไม่ได้ว่ามันมีผลกระทบจริงหรือไม่เพราะยังหาข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนไม่ได้ เราเลือกความปลอดภัยและความสบายใจของมนุษยชาติผู้มีโอกาสจะได้รับผลกระทบจะดีไหมหรือว่าอยู่ให้ห่างความเสี่ยงตรงนี้จะดีกว่าการทู่ซี้สร้างเพื่อรอผลการพิสูจน์จากเหตุการณ์จริง ซึ่งมีผู้บริสุทธิ์ได้รับอันตรายไปแล้วแต่ต้องนิ่งเฉย เพราะหมดปัญญาที่จะต่อสู้นั่นคือการหลีกเลี่ยงที่จะสร้างใกล้ที่พักอาศัย ในชุมชนแออัด ใกล้โรงเรียน หรือโรงพยายาลโดยการโยกย้ายเสาที่มีอยู่ และจำกัดพื้นที่การสร้างใหม่ให้ชัดเจน
แค่การออกมาตามโลกมองงานวิจัยใหม่ๆ เพื่อปรับปรุง ผ่อนปรน อย่างใจกว้างและการออกมาแสดงความรับผิดชอบ ไม่นิ่งดูดายน่าจะเป็นแนวทางที่งดงามและน่ายกย่องไม่น้อย

มาลานชา


Create Date : 14 กันยายน 2557
Last Update : 14 กันยายน 2557 21:08:00 น. 0 comments
Counter : 592 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

malarn cha
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




Group Blog
 
 
กันยายน 2557
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
14 กันยายน 2557
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add malarn cha's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.