Seoul :: พาเที่ยวกรุงโซล

Une Memoire de Seoul




เกาหลีนับเป็นอีกประเทศหนึ่งที่สามารถเที่ยวด้วยตัวเองได้โดยไม่ยาก
วันนี้ขอเสนอรีวิวฉบับง่ายๆ เผื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่จะเดินทางไปเที่ยวกันครับ








Transportation

การเดินทางในกรุงโซลนับว่าสะดวกมากๆ  รถไฟใต้ดินไปถึงได้ทุกที่เลย
ดังนั้น
ตลอดเวลา 4 วันในทริปนี้ นัทจึงมีโอกาสได้ใช้บริการ subway กันเป็นหลัก
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  //www.visitkorea.or.kr/ena/TR/TR_EN_5_1_4.jsp








Gyeongbokgung Palace

ในกรุงโซลเองมีโบราณสถานที่น่าสนใจโดยเฉพาะพระราชวังโบราณให้ชมอยู่หลายแห่ง
แต่เนื่องจากเวลาที่มีจำกัดนัทจึงเลือกชมพระราชวังแห่งนี้ที่เดียว




Gyeongbokgung เป็นพระราชวังที่มีขนาดใหญ่ที่สุด รวมทั้งเดินไปไม่ยาก
สามารถนั่ง subway line 3 (สายสีส้ม) ไปยังสถานี Gyeongbokgung (327) ซึ่งจะขึ้นมาถึงที่บริเวณพระราชวังเลย 
จ่ายค่าบัตรราคา 3,000 won ก็จะสามารถเข้าชมบริเวณส่วนใหญ่ของพระราชวังได้ แต่จะมีบางส่วนซึ่งเหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ต้องจ่ายเพิ่ม


ช่วงเช้าวันนั้นอุณหภูมิประมาณ 3 องศาเซลเซียส ท้องฟ้าแจ่มใส และอากาศดีมากๆ ครับ
มีนักท่องเที่ยว รวมทั้งเด็กๆ มาทัศนศึกษากันเป็นจำนวนมาก แต่น่าเสียดายที่ช่วงที่ไป ต้นไม้ส่วนใหญ่ยังคงเป็นกิ่งแห้งๆ อยู่เลย





หลังจากดื่มด่ำกับโบราณสถานและศึกษาประวัติศาสตร์เกาหลี เวลาสองชั่วโมงก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เราจึงออกจากพระราชวังเพื่อไปต่อยังย่าน Insadong ซึ่งอยู่ห่างไปไม่ไกลนัก






Insadong

สามารถเดินทางโดย subway line 3 (สายสีส้ม) ขึ้นที่สถานี Anguk (328)



ย่านนี้จะเป็นร้านขายของที่ระลึก แกลอรี่ศิลปะ ร้านเครื่องสำอาง และร้านอาหารต่างๆ มีวัยรุ่นมาเดินเล่นกันค่อนข้างคึกคัก
ส่วนใหญ่จะตกแต่งแนว art มีรายละเอียดน่ารักๆ ไปเสียทุกจุด



อีกสถานที่ที่น่าสนใจคือ Ssamzigil เป็นอาคารที่ไม่มีบันไดแต่อาศัยทางลาดชันวนขึ้นไปเรื่อยๆ



ร้านส่วนใหญ่ขายของกระจุกกระจิกซึ่งราคาแพงเอาเรื่องเลยครับ








Jogyesa Temple

จาก Insadong
เราสามารถจากนั้นเดินไปยังวัด Jogyesa ได้ครับ ไม่ไกลกันมากนัก
เป็นวัดพุทธที่บรรยากาศสงบเงียบ
ภายในมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่งดงามมาก ถึงแม้จะเป็นวันธรรมดาแต่ก็มีชาวเกาหลีไปไหว้พระกันเป็นจำนวนไม่น้อยทีเดียว










Hongik University

เราไปเดินเล่นกันต่อยังย่าน Hongik University
โดยใช้ subway line 2 (สายสีเขียว) ขึ้นที่สถานี Hongik University (239)


ย่านนี้จะมีร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องสำอางตั้งเรียงรายกันไปตลอดทางตั้งแต่ทางออกสถานีไปจนถึงหน้ามหาวิทยาลัย คนที่เดินส่วนมากจะเป็นนักศึกษาที่แต่งตัวกันเก่งๆ ทั้งนั้นเลย พอตกช่วงเย็นจะมีนักศึกษานำสินค้าทำมือแนวๆ มาวางขายเต็มไปหมด คนอุดหนุนกันเยอะมากจนแทบไม่มีทางเดิน



ว่าแล้วก็หลบมุมไปหาของทานเล่นกันดีกว่า เป็นไก่ผสมกับแป้งทอดร้อนๆ ราดซอสรสอร่อย เวลาทานตอนอากาศหนาวๆ นี่อร่อยสุดๆ ไปเลยครับ Smiley








Paris Baguette

เป็น chain ร้าน bakery แสนอร่อยที่มีหลายสาขากระจายอยู่ทั่วกรุงโซล รวมทั้งในอเมริกาด้วย
ร้านนี้เปิดตั้งแต่เช้า 7.00 น. 
ส่วนตัวชอบทาน green tea latte อุ่นๆ คู่กับขนมมากๆ
สำหรับ
มื้อนี้หมดไปประมาณ 7,000 วอน อิ่มพอๆ กับทานอาหารจานใหญ่เลย








Paju

เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงโซลแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของทั้ง La Provence Village,  English Village  และ Heyri Art Village
สามารถเดินทางไปเองได้โดยไปยัง subway line 2 สถานี Hapjeong (238) ออกที่ทางออก 2 เพื่อขึ้นรถสาย 2200
ซึ่งเมื่อมองจากป้ายรถเมล์จะเจอตึกหน้าตาแบบนี้ที่อีกฝั่งของถนน








English Village

เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที บนรถบัสสาย 2200 ผ่าน Lotte Shopping Outlet, La Provence Village, Heyri Art Village และ English Village ตามลำดับ
เราเลือกลงที่ English Village กันก่อน จากนั้นเดินไปเข้าที่ gate 1 ได้เลย



เมื่อเข้าไปจะต้องชำระค่าเข้าชม 3,000 วอน จากนั้นจะได้ passport มาหนึ่งเล่ม เพื่อไปผ่านด่าน Immigration  ซึ่งตรงนี้เจ้าหน้าที่จะเป็นครูสอนภาษาอังกฤษชาวตะวันตกมาคอยทักทายเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งนัทเจอชาว African-American เจ้าตัวบอกว่าชอบประเทศไทยมากโดยเฉพาะภูเก็ต ฟังแล้วก็น่าภูมิใจมากๆ เลยครับ



เข้าไปก็จะพบอาคารต่างๆ ตกแต่งสไตล์อังกฤษ มีทั้งร้านจำหน่ายของที่ระลึก ร้านกาแฟ และร้านอาหาร มีมุมน่ารักๆ ให้ได้เก็บภาพกันมากมาย





เป็นวันอาทิตย์ที่ท้องฟ้าสดใส และอากาศดีมากเลยครับ :)



เห็นก้อนเมฆหน้าตาเหมือนเกม Pacman ด้วย Smiley



เดินเล่นเก็บภาพไปเรื่อยๆ คนไม่มาก บรรยากาศไม่เร่งรีบ โดยรวมน่าจะถูกใจผู้ที่ชอบหามุมถ่ายภาพน่ารักๆ









Heyri Art Village

หลังจากออกจาก English Village เดินย้อนกลับไปฝั่งตรงข้ามจะพบกับ Heyri Art Village ประตูที่ 9 เราสามารถเดินเข้าไปได้เลยครับ



เรามุ่งเดินตรงไปยังประตูที่ 3 เพื่อเช่าจักรยานกัน เสียค่าบริการ 7,000 วอน ต่อ 2 ชั่วโมง ซึ่งเราต้องแลก passport ไว้เป็นตัวประกันหนึ่งเล่มด้วย



Heyri Art Village จะประกอบด้วยแกลอรี่ ร้านกาแฟเก๋ๆ และร้านอาหารต่างๆ ตาม concept ของตัวเองแตกต่างกันไป แต่ละอาคารก็มีรูปทรงสะดุดตา เชิญชวนให้เข้าไปชมเสียทุกที่





ทั้งนี้อาคารแต่ละจุดจะตั้งอยู่ค่อนข้างห่างกัน จักรยานเป็นตัวช่วยที่ดีมากๆ เลยครับ



เราฝากท้องไว้กับร้านอาหาร Italian น่ารักๆ ในนี้



ถึงแม้ช่วงที่ไปต้นไม้จะแห้งไปเสียหมด แต่ก็ยังมีความสวยงามแปลกตาไปอีกแบบ





สะพานข้ามลำธารสายเล็กๆ



ขากลับสามารถไปยังป้ายรถเมล์สายเดิมตรงข้ามกับประตูทางออกที่ 2 ได้เลย
ระหว่างทางกลับจะเห็นรั้วกั้นทอดขนานไปกับแนวแม่น้ำ พร้อมกับมีทหารเฝ้าเป็นจุดๆ ไม่แน่ใจว่าเป็นพรมแดนระหว่างประเทศเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้หรือไม่ครับ








Myeongdong

สามารถเดินทางไปโดยขึ้น subway line 4 สถานี Myeongdong (424) ตัวสถานีเองก็เป็น shopping mall ขนาดใหญ่ ทางออกแต่ละแห่งจึงค่อนข้างไกลกันครับ ต้องดูแผนที่ดีๆ ว่าต้องการไปจุดไหนของ Myeondong และจะขึ้นที่ทางออกไหน



เราเริ่มจากไปเยี่ยมชม Myeondong Cathedral อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของย่านนี้กันครับ
โดยออกที่ทางออกหมายเลข 8 ของสถานีจะใกล้ที่สุด



ภาพนี้ได้มาจากอีกโบสถ์ที่หลงไปเจอ เป็นโบสถ์เล็กกว่า จำชื่อไม่ได้ แต่มีเด็กๆ ไปซ้อมร้องเพลงประสานเสียงกันน่ารักทีเดียว



กลับมาที่ Myeondong ยิ่งตกเย็นคนยิ่งคึกคัก



ภาพสุดท้ายก่อนกลับเข้าไปนอนจมสลบกับกองของที่ซื้อมาจนล้นกระเป๋าเดินทางตั้งแต่วันแรกๆ








Everland

การเดินทางไป Everland ให้ไปยัง subway line 2 สถานี Gangnam (222) ที่ทางออก 6 จากนั้นข้ามไปยังเกาะกลางถนนฝั่งเดียวกันเพื่อขึ้นรถ 5002 จะไปถึง Everland เลยครับ โดยใช้เวลาเดินทางจากสถานี Gangnam อีกประมาณ 50 นาที



บัตรเข้าสวนสนุกมีหลายแบบให้เลือก ขึ้นอยู่กับอายุและช่วงเวลาที่เข้าชม
(ลองเข้าไปตรวจสอบได้ที่ //www.everland.com สามารถพิมพ์คูปองส่วนลดไปใช้ได้ด้วย)

เนื่องจากความสามารถพิเศษส่วนตัวในการกลัวเครื่องเล่นทุกชนิด นัทจึงซื้อบัตรเข้าชมสวนสนุกเพียงอย่างเดียว ราคา 33,000 won ซึ่งไม่สามารถเล่นเครื่องเล่นได้



เครื่องเล่น T-Express เป็น roller coaster รางไม้ที่มีความชันที่สุดในโลก Smiley
เป็นที่นิยมมากทีเดียว เห็นว่าต้องต่อคิวเข้าเล่นกันนานเลย



ช่วงที่ไปกำลังมี Tulip Festival พอดี จึงได้มีโอกาสเห็นดอกทิวลิปหลากหลายสายพันธุ์ประดับอยู่ทั่วสวนสนุก





โดยรวมเครื่องเล่นไม่ได้โดดเด่นมาก แต่การตกแต่งที่สวยงาม เสียงเพลงสนุกสนาน บวกกับพนักงานหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ชวนให้บรรยากาศของสวนสนุกแห่งนี้อบอวลไปด้วยความสุขทีเดียว การเห็นเด็กตัวเล็กเดินจูงมากับคุณพ่อคุณแม่ด้วยรอยยิ้มเปื้อนใบหน้าก็อดทำให้เรายิ้มตามไปด้วยไม่ได้ครับ








Cheonggyecheon


Cheonggyecheon เป็นคลองขุดสายสั้นๆ ที่อยู่ใจกลางกรุงโซล ปัจจุบันผู้คนชอบใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ โดยจะเห็นคู่หนุ่มสาวจูงมือกันเดินทอดน่องเก็บความสวยงามของกรุงโซลได้อยู่เรื่อยๆ





โดยส่วนตัวแล้วประทับใจในความสะอาดของเมืองนี้มาก ผังเมืองก็เป็นระัเบียบเรียบ
อีกทั้งผู้คนอัธยาศัยดี และเต็มใจให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเช่นเราเป็นอย่างดี








Namsan Tower

สำหรับสถานที่สุดท้ายเราจะไปกันยัง Namsan Tower หรือที่มักเรียกกันว่า  Seoul ower นั่นเองครับ
โดยจากสถานี Myeongdong ที่ทางออก 6 เราสามารถเดินขึ้นเนินไปเรื่อยๆ ผ่าน Soong Eui Women College เพื่อจะไปขึ้น Cable Car ได้
โดยระหว่างทางจะพบกับร้านกาแฟที่มีการตกแต่งน่ารักๆ ตลอดทาง



ค่าบริการ Cable Car ไปกลับ 8,000 won



ขึ้นมาแล้วก็ยังต้องเดินขึ้นเนินอีกเล็กน้อย



ยังคงเห็นต้นไม้ดูแห้งๆ อยู่ แต่เริ่มมีการนำไม้ดอกมาประดับตกแต่งกันบ้างแล้ว หากมีโอกาสได้มาช่วงดอกซากุระบานคงจะสวยงามมากทีเดียว



สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของ Seoul Tower ก็คือพวงกุญแจคู่รักนั่นเอง
เห็นชื่อภาษาไทยไม่น้อยเลย Smiley





แถมท้ายด้วยภาพของกรุงโซลจากมุมสูงแห่งนี้








Korean Food

ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารเกาหลีเป็นที่นิยมมากขึ้นในบ้านเรา โดยเฉพาะพวกอาหารปิ้งย่าง ที่น่าสนใจคือจะเสิร์ฟมาพร้อมกับผักและเครื่องเคียงหลากหลายชนิด



ข้าวต้มร้อนๆ ช่วยอบอุ่นร่างกายยามเช้า



Bibimbub ปลาหมึกร้อนๆ ครับ ราคา 7,500 won



ข้าวยำกับผักหลายชนิดและปลาทูน่า



และที่ขาดไม่ได้ " กิมจิ " ที่เราสามารถตักเติมเองได้เรื่อยๆ








ส่งท้าย

Incheon International Airport

อีกหนึ่งความประทับใจที่อดกล่าวถึงไม่ได้คือสนามบินนานาชาติอินชอนครับ นัทชอบความสะดวกสบายของสนามบินแห่งนี้มากๆ มีทั้ง free wifi access ห้องอาบน้ำที่สะอาดสะอ้าน และ duty free ที่มีแบรนด์ต่างๆ ให้เลือกมากมาย ทำให้เวลาเดินทางไปอเมริกา ส่วนใหญ่มักเลือกสายการบิน Korean Air เพื่อแวะ transit ที่นี่ตลอดครับ




ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่าน และหวังว่าข้อมูลจะพอเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังเดินทางไปบ้างนะครับ Smiley



Create Date : 30 พฤษภาคม 2556
Last Update : 30 พฤษภาคม 2556 12:18:49 น. 3 comments
Counter : 10901 Pageviews.

 
ตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะ เจ้าของบล็อกถ่ายรูปออกมาสวยทุกรูปเลย
อ่านแล้วก็อยากไปเกาหลีบ้างจัง ตั้งใจจะเก็บตังค์ไปเที่ยวดูสักทีเหมือนกันค่ะ


โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 30 พฤษภาคม 2556 เวลา:14:55:07 น.  

 
ชอบมากๆ เลยค่ะ แอบเข้ามาขดมยข้อมูลนะคะ จะไปเมษานี้ค่ะ ฉายเดี่ยวเหมือนกัน

ขอบคุณนะคะที่แชร์


โดย: ice coffee IP: 115.87.217.10 วันที่: 23 มกราคม 2557 เวลา:12:52:17 น.  

 
ถ่ายรูปได้สวยและอบอุ่นมากๆค่ะ ทำให้อยากไปเที่ยวมาก ^o^


โดย: Gammy IP: 1.47.136.243 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:19:19:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

malaguena
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2556
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
30 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add malaguena's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.