หากวันนี้คือกรวดทรายที่ไร้ค่า แต่วันข้างหน้าจะเจียระไนให้ได้มาซึ่งเพชรแก้ว
ให้แวววาวกระจ่างตา พร่างพราวกระจ่างใจ และแข็งแกร่งยากนักจะทำลาย

แนะนำพจนานุกรมแนวใหม่ "คลังคำ" - ดร. นววรรณ พันธุเมธา

ไม่ได้เปิดบล็อกแนะนำหนังสือที่ได้อ่านอีกตั้งแต่เปิดบล็อกหนังสือไปครั้งแรกตั้งนาน (จนหยากไย่จะเกาะบล็อกอยู่แย้ว)


มาวันนี้เจ้าของบล็อกขออนุญาตมาแนะนำหนังสือดีๆ สักเล่มนะคะ เล่มนั้นก็คือ..


แต่น แตน แต๊น..... (ลีลาทั้งกะปี อิช้าน )


หนังสือคู่มือภาษาไทยแนวใหม่ "คลังคำ" จ้า......




ส่วนรายละเอียดข้อมูลหนังสือหาดูได้จากเวปนี้นะคะ
//www.amarinpocketbook.com/books_detail.asp?book_id=626


รู้สึกว่า link เปิดไม่ได้ งั้นใส่รายละเอียดไว้ให้เลยแล้วกันนะคะ


คลังคำ
โดย: ดร.นววรรณ พันธุเมธา
สำนักพิมพ์อมรินทร์
พิมพ์ครั้งที่: - (ของจขบ. ครั้งที่ 3 แย้ว)
หมวดหนังสือ: ความรู้/วิชาการ
ราคา: 600 บาท
ISBN: 9742722714
จำนวนหน้า: 1134 หน้า

รายละเอียด: รวมคำและสำนวนในภาษาไทยตามหมวดหมู่ความหมาย ซึ่งมีเนื้อหาบางส่วนเกี่ยวกับการนิยามและการเปรียบเทียบความหมายของคำ จัดเรียงให้เหมาะสม พร้อมให้ตัวอย่าง





หนังสือ คลังคำเล่มนี้ จขบ. ใช้เป็นคู่มือติดตัวได้นานประมาณ 1 ปีแล้วละค่ะ ได้จากงานสัปดาห์หนังสือเมื่อปีก่อน

ที่มาที่ไปของการทำให้ตัดสินใจซื้อคลังคำมาไว้ในครอบครอง คงต้องเริ่มเล่าอรัมภบทตั้งแต่แรกนู้นแหละ Once upon a time... เอ่อ


แหะๆๆ เอาใหม่ๆ


แรกเริ่มเดิมที ก็อยู่ดีไม่ว่าดีค่ะ เป็นนักเรียนสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ อยู่กับตำราของโลกที่เป็นเหตุจึงเกิดผลดีๆ ไม่ชอบ อุตริเข้ามาสนใจโลกการสร้างสรรค์ประดิษฐ์คำ โลกแห่งจินตนาการในวงการน้ำหมึก วนเวียนเกาะเวปถนนนักเขียน แล้วก็เริ่มลงมือ"เขียน" แต่เพราะไม่ใช่นักเรียนภาษา หลักการใช้ภาษาใดๆ ที่เคยเรียนมาในสมัยมัธยมและครั้งสุดท้ายก็วิชาพื้นฐานตอนปี 1 ก็เลยแทบจะคืนอาจารย์ผู้สอนไปหมด จขบ. จึงมีปัญหากับการสรรหาคำมาใช้ในการเขียนนิยายของตนเองเสมอๆ ตอนแรกเลยที่เริ่มคิดแต่งนิยาย ก็จะอาศัยใช้คำง่ายๆ คำที่คุ้นๆ หู คุ้นๆ ตา รวมไปถึงคำที่เคยอ่านเจอจากหนังสือเล่มอื่นๆ เปิดพจนานุกรมทั่วๆ ไปบ้าง งัดตำราภาษาไทยเก็บเก่าโดยเฉพาะฉบับที่รวบรวมศัทพ์สำนวน อุปมาอุปไมยคำเปรียบเทียบ เพราะการเขียนบทบรรยายในงานบันเทิงคดีแบบเรื่องสั้น นิยาย จะให้เขียนบรรยายทื่อๆ เหมือนการเขียนบทความ งานวิชาการ มันก็คงจะน่าเบื่อเกินไป แถมการใช้คำซ้ำๆ ลูกเล่นคำไม่หลากหลายก็อาจทำให้นิยายน่าเบื่อไปได้


แต่พจนานุกรมทั่วๆ ไปมันก็ยังไม่ตอบโจทย์ของตัวเองได้จนครบค่ะ สิ่งที่เป็นปัญหาที่สุดสำหรับตนเองในตอนนั้นก็คือการหาคำมาใช้แทน ต้องการใช้คำได้หลากหลาย ความหมายเดียวกับคำๆ นี้แต่เบื่อคำนี้แล้ว มีคำอื่นใช้แทนไหมนะ พวกคำไวพจน์เหมือนในบทประพันธ์ร้อยกรองล่ะ.. ตอนนั้นเลยเกิดคำถามกับตัวเองว่า มันจะมีหนังสือที่รวบรวมคำแบบจัดเป็นหมวดหมู่ แยกตามความหมายคำ คำที่มีความหมายเหมือนกัน ใช้แทนกันได้ อะไรทำนองนี้ จะมีไหมนะ อยากได้แบบเล่มเดียวมีครบในตัวไม่ต้องเปิดหนังสือเล่มนั้นที เล่มนี้ทีด้วยยิ่งดีใหญ่ (แบบแอบขี้เกียจเล็กน้อย )

แล้วโชคก็เข้าข้างจขบ.ทำให้ได้รู้จักเพื่อนนักอ่านคนหนึ่ง เขาเป็นเพื่อนนักอ่านแสนดีของมะกอกช่อ (ยกเว้นเรื่องเรียกชื่อนี้แหละ เคืองๆ ) เพื่อนคนนี้ไม่ใช่นักอ่านในเวปธรรมดาค่ะ เป็นนักอ่านที่เรียกว่าสนใจทางภาษาศาสตร์มากพอดู พอสนิทกันก็ได้อาศัยเขา..เพื่อนคนสำคัญ..คนนี้แหละที่ช่วยเรื่องสำนวนภาษาในนิยายให้บ้าง คลังคำเล่มนี้ก็ได้เขาเหมือนกันที่เป็นคนแนะนำให้ไปหามาไว้ครอบครองเป็นเจ้าของ (ขอบคุณมากๆ นะคร้าบบบ) ตอนนี้เพื่อนข้างกายที่สำคัญจึงแปรเปลี่ยนมาเป็นคลังคำแทนเพื่อนผู้แสนดีช่วยตรวจบรู๊ฟนิยายคนนั้นไปโดยปริยาย กร๊ากกกกกกกกกกก(ล้อเล่นน้า แต่แอบจริง ช่วงนี้เพื่อนยุ่งมากเลยไม่ค่อยได้มาช่วยเค้าดูนิยายเท่าไหร่นี่เนอะ)



เกริ่นนำไปเยอะแล้ว มาดูรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของหนังสือนะคะ


"คลังคำ" จะจัดเป็นพจนานุกรมได้หรือเปล่านั้น เจ้าของบล็อกไม่แน่ใจเท่าไหร่ เพราะรูปแบบของพจนานุกรมทั่วๆ ไปคือการรวบรวมคำและความหมายโดยไล่จัดเรียงคำตามลำดับตัวอักษรจาก ก-ฮ ในขณะที่ คลังคำ จะจัดแบ่งคำตามหมวดหมู่และความหมายคำ การเปิดหาคำจะไม่สามารถไล่เปิดตามตัวอักษรได้เหมือนพจนานุกรมเล่มอื่นๆ แต่อาศัยเปิดจากดรรชนีท้ายเล่มเป็นหลัก ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและเร็วค่ะ แม้แรกๆ จะงงๆ กับการใช้บ้างเพราะเรายังไม่ชิน แต่พอใช้ไปนานเข้า ก็คล่องขึ้น เผลอๆ จะใช้มากกว่าพจนานุกรมเล่มอื่นไปเสียแล้วล่ะค่ะ และก็มีบ้างในบางกรณีที่จขบ. ต้องการหาคำตามความหมาย ตามกลุ่มคำไปเลย

อย่างที่บอกว่าคลังคำจัดเป็นหมวดหมู่ ซึ่งก็แบ่งออกเป็นหมวดหมู่ใหญ่ๆ ทั้งหมด 5 หมวด แต่ละหมวดก็แยกย่อยออกไปอีก อย่างหมวดแรก คือ หมวด มนุษย์ ก็จะแบ่งย่อยออกเป็น กายและส่วนของร่างกาย, จิตใจ สติ ปัญญา ความคิด ความรู้สึก, การเจ็บปวด การรักษา ฯลฯ

ซึ่งไอ้หมวดย่อยๆ นี่แหละ ที่ตอนแรกเลยทำเอาคนใช้หนังสืองงค่ะ เพราะรู้สึกแปลกๆ พอสมควรกับการจัดหมวดหมู่ หากแต่อย่างที่บอก ใช้ไปก็รู้สึกชิน และก็ชอบที่จะใช้เสียด้วย การจัดหมวดหมู่ดังกล่าวเหมือนกับเป็นการโยงความคิดของคนที่ต้องการหาคำพอสมควรทีเดียวค่ะ แล้วยิ่งจับมาใช้กับการแต่งประโยคในการเขียนหนังสือ ยอมรับทีเดียวว่าคลังคำเป็นพี่เลี้ยงข้างตัวที่ช่วยการทำงานให้ง่ายขึ้นมากๆ

ยกตัวอย่างจะเขียนบรรยายเกี่ยวกับตัวบ้านของนางเอก ส่วนที่มันยื่นออกไปนอกตัวบ้านเหมือนระเบียง มันจะเรียกระเบียงไปเลยดีหรือเรียกชาน นอกชาน ?? เราก็เปิดหาคำจากดรรชนีโดยเลือกไปที่คำว่า ระเบียง รู้ว่าอยู่หน้าไหนหมวดไหน ก็อ่านจากความหมายที่หนังสือบอก รวมทั้งลองไล่คำอื่นๆ ที่มีความหมายใกล้เคียงกัน เปรียบเทียบดูว่าคำไหนมีความหมายตรงกับคำที่เราต้องการสื่อออกมามากที่สุด เราก็เลือกใช้คำนั้นในประโยคค่ะ แถมทำให้เรารู้จักคำมากขึ้น คำที่เราไม่รู้ว่ามีความหมายเดียวกัน ใช้แทนกันได้ ผุดออกมาเยอะ สมกับเป็น "คลังคำ" มากๆ ทีเดียวค่ะ


หมวดที่เจ้าของบล็อกชอบอีกอย่างคือหมวดที่เกี่ยวกับโลกตามจินตนาการค่ะ อันนี้จะทำให้ได้ชื่อสัตว์ สิ่งของแปลกๆ ภพภูมิของโลกเหนือจริง คำที่เราไม่คุ้น รวมถึงคำที่เคยได้ยินได้เห็นจากนิยายแนวแฟนตาซีแต่ไม่ค่อยแน่ใจในความหมายโผล่มาเยอะมาก อ่านสนุกพอๆ กับอ่านคำในหนังสือนิยายเลยจริงๆ นะ


บอกได้ว่า สำหรับเจ้าของบล็อก หนังสือคลังคำเป็นคู่มือช่วยให้ตัวเองใช้คำได้ฉลาดขึ้น แถมพักหลังชักจะเกิดๆ อาการบก.เข้าสิงค่ะ (ใครแพร่เชื้อ สารภาพมาซะดีๆ ) เห็นคำแปลกๆ ในนิยาย สงสัยขึ้นมาว่ามันใช้ได้ด้วยหรือ จะหันไปคว้าเอาคลังคำขึ้นมาอ้างอิงซะงั้น เอิ๊ก..


แต่ยังไงซะภาษาไทยเป็นภาษาที่ยังไม่ได้ตายค่ะ เพราะฉะนั้นจึงไม่ตายตัวและก็มีดิ้นได้ตลอดเวลา การยึดติดกับหลักการมากเกินไปบางทีก็อาจไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนัก ไม่ถูกต้องในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้ถือหลักการใช้ภาษาที่ถูกต้องนะคะ แต่หมายถึงเราอย่ายึดมากเกินไปจนลืมความต้องการในการแสดงออกของงานเขียนตัวเอง ดีแต่หาคำสวยๆ หาคำหรูๆ มาประโคมใส่ บางทีก็ไม่ได้ทำให้งานดูสวย ดูดีขึ้นตามคำที่ใช้ เผลอๆ อาจกลายเป็นว่าใช้คำไม่เหมาะสมกับรูปประโยคไปซะด้วยซ้ำ อย่างบางทีอ่านนิยายเจอนักเขียนคำฟุ่มเฟือย แถมพ่วงด้วยคำวกวนทำให้บรรยายยาวสักเจ็ดแปดบรรทัด แต่พออ่านจับความ เราสรุปได้สองประโยคจบ แทนที่คนอ่านจะซาบซึ้งกับสำนวนคำบรรยาย ก็กลับกลายเป็นว่าอ่านน่าเบื่อ บรรยายยืดยาวแต่เรื่องกลับย้ำอยู่กับที่ ไม่ดำเนินไปข้างหน้า อืดจนไม่อยากอ่านต่อก็มี บางทีใช้ประโยคใช้คำธรรมดาๆ นี่แหละ จะส่งสารที่เราต้องการสื่อให้คนอ่านได้รับรู้ง่ายกว่าคำที่ปั้นแต่ง เผลอๆ อาจจะน่าอ่านกว่าด้วยซ้ำ เพราะไม่ต้องมานั่งแปลไทยเป็นไทยนั่นแหละค่ะ


เอ.. หลังๆ ชักเหมือนบ่นบ่าแฮะเรา แต่บางทีก็อดไม่ได้เวลาเห็นการใช้คำ ใช้ความหมายแปลกๆ แถมเจอการยึดมั่นถือมั่นกับความคิดว่าตัวเองใช้ถูกแล้วใครไปโต้ไปแย้งอะไร ก็บอกว่าฉันจะใช้อย่างนี้ มันเป็นสำนวนของฉัน ฉันต้องการให้มันเป็นไปอย่างนี้นี่


ถ้ามีการถกกันเรื่องการใช้คำ เห็นท่าจะยาว ปิดบล็อกเพียงเท่านี้ดีกว่าค่ะ ที่สำคัญ หนูง่วงแย้ววววววว


ไปนอนดีกว่า



หวังว่า "คลังคำ" จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ที่ต้องการสร้างสรรค์คำนะคะ

(ไม่ได้ค่าโฆษณาใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นความปลาบปลื้มส่วนตัว ห้ามลอกเลียนแบบ )




 

Create Date : 21 เมษายน 2550
25 comments
Last Update : 21 เมษายน 2550 23:18:07 น.
Counter : 1936 Pageviews.

 

น่าสนใจค่ะ

น่าจะเก็บไว้ใช้ประโยชน์ได้ด้วยอ้ะ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 21 เมษายน 2550 11:42:07 น.  

 

อะไรกันนี่ ไม่อยากจะเชื่อ มันเป็นหนังสือที่เราเล็งไว้เมื่อเดือนที่แล้ว กำลังจะไปซื้ออาทิตย์นี้พอดี
จขบ. เป็นโซลเมตของเราใช่มั้ยเนี่ยถึงได้รู้ใจหยิบมารีวิวให้ก่อน

อ่านรีวิวแล้วยิ่งอยากได้มากขึ้นค่ะ

 

โดย: wayo 21 เมษายน 2550 13:54:15 น.  

 

ไปเอามาวางไว้ใต้หมอน เอ๊ย มาวางต่อจากพจนานุกรมภาษาอังกฤษที่ต้องใช้แล้วจ้า มีประโยชน์มากๆ

จะว่าไป บางคนถึงจะเปิดคลังคำแต่ยังใช้คำผิดความหมายอยู่นี่สิ แต่อย่างว่า human error ถือเป็นเรื่องปกติเนอะ

 

โดย: lynet IP: 203.118.80.27 21 เมษายน 2550 22:28:12 น.  

 

เท่าไหร่อ่ะพี่เกด

ความจริงก็มีแล้วล่ะนะ แต่ถามราคากันดูว่าถอยมากันเท่าไหร่

 

โดย: เด็กดอย IP: 58.8.145.223 21 เมษายน 2550 22:43:03 น.  

 

มีงบพอซื้อพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต ฯ ไหมครับ ถ้ามีเล่มนี้คู่กับคลังคำนะ สุดยอดดด สบายไปหลายอย่าง

นอกจากหนังสือเล่มโตๆ ที่มะกอกดองมีไว้ในครอบครองนี้ จะช่วยในการสรรหาคำมาเขียนนิยายได้ ยังใช้หนุนนอน ตีหัวคนร้าย และเอาไว้เป็นคัมภีร์ต่อสู้ทางภาษากับพวกที่ดีแต่รุกราน ผู้ไม่มีความรู้ทางภาษามากพอ(หรืออาจจะมีแต่ไร้คุณธรรม)แต่สะเออะยกหางตนเองมาสอนคนอื่น

อยากได้เหมือนกันนะ แต่ดูราคาแล้วนี่ ทำเอาต้องพิจารณาเงินในคลังตั้งนาน เพราะหากกัดฟันซื้อ อาจเกิดการขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรงได้

ภาษาพูดทั่วไป ต่างกับภาษาเขียน แม้ว่านิยายจะใช้ภาษาเขียนแบบไม่เป็นทางการก็ตาม แต่ก็ถือว่าอยู่ในหมวดภาษาเขียน การใช้ภาษาจึงต้องระมัดระวังพอสมควร การมีหนังสือชั้นดีนี้ติดบ้านไว้จึงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

ลองวิเคราะห์เล่นๆ ก็ได้ว่า ภาษามันดิ้นได้ก็จริง มีศัพท์แสลงมากมาย ใช้กันตามใจวัยรุ่น(และวัยไม่รุ่น) สื่อสารในสังคมพอเข้าใจ แต่อย่าลืมว่า เวลาผ่านไป คำแสลงเหล่านั้นจะตายไปหรือเปลี่ยนความหมายไปด้วย หากนำศัพท์แสลงเหล่านั้นมาใช้ในงานเขียน แน่นอนว่าสามารถสื่อสารให้คนในห้วงเวลาปัจจุบันเข้าใจได้ แต่ไม่อาจสื่อสารให้คนในอนาคตเข้าใจได้ถ่องแท้แน่ ข้าพเจ้าเชื่อว่า เพราะมะกอกดองที่น่ารักคนนี้ ไม่ได้ต้องการสร้างงานเขียนแบบฉาบฉวยและ /หรือเอาดังเฉพาะหน้า มะกอกดองที่น่ารักจึงให้ความสำคัญกับการใช้คำมากเพียงนี้ ช่างน่ายินดียิ่งที่ได้พบคนรักภาษาเช่นเธอ น่ารักแบบนี้ให้รางวัลอะไรดีหว่า. . . .


งานเขียนที่เขียนขึ้นมา ต่อให้ทิ้งไว้นานจนคนส่วนใหญ่ลืม แต่มันคือ "หลักฐานทางประวัติศาสตร์แบบหนึ่ง" ในอนาคต ที่อาจมีใครบางคนไปพบมัน งานเขียนที่ขาดความประณีต ย่อมส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่ออนาคต ในสายตาข้าพเจ้า อาชีพนักเขียน นอกจากจะสร้างความบันเทิงแล้ว ยังมีหน้าที่รับผิดชอบต่อสังคมด้วย อย่างน้อยก็เรื่องความรับผิดชอบทางภาษา

เราไม่รู้ว่าท่านอื่นคิดอย่างไร แต่ข้าพเจ้าให้ความสำคัญกับจุดนี้มากครับ


ว่าแต่ "เขา. . .เพื่อนคนสำคัญ" ใครอ่ะ จขบ. เฉลยให้พวกเราทราบโดยพลันเถิด เชื่อว่ามีหลายท่านใคร่รู้นัก

 

โดย: ไว้ส์เค้านท์ ณ แสร้งว่าฯ IP: 124.157.200.156 21 เมษายน 2550 23:39:30 น.  

 

ไว้จะไปหาซื้อบ้างเจ้าเกด แบบว่าช่วงนี้เริ่มตันแล้วเหมือนกัน

 

โดย: ต้นข้าว IP: 124.121.183.106 22 เมษายน 2550 0:24:14 น.  

 

ว้าวๆๆๆ เล่มนี้ซื้อมาแล้วค่ะ มีประโยชน์มากเลย มีคำหลากหลายให้เลือกใช้เลือกเขียน คุ้มมากเลยที่ตัดสินใจซื้อมา

ปล.ต้องขอบคุณ จขบ. ที่เป็นคนแนะนำค่ะ

 

โดย: มณีนาคา IP: 58.9.141.135 22 เมษายน 2550 0:32:14 น.  

 

ว่าจะซื้อนานแล้ว
แต่คงไม่ได้ใช้ประโยชน์กับงาน + ตังค์หมดก่อนทุกที
เลยยังไม่ได้ซื้อสักที T_T
ว่าจะเอามาอ่านเล่น

 

โดย: โปรดทำให้ฉันหยุดหัวเราะ 22 เมษายน 2550 20:28:32 น.  

 

น่าสนใจมาก ๆ

 

โดย: กระปุกกลิ้ง 23 เมษายน 2550 14:06:50 น.  

 

สาวไกด์ใจซื่อ

ใช่คะ แนะนำเลย ซื้อมาแล้วได้ใช้ประโยชน์แน่นอน พวกพจนานุกรม หนังสืออ้างอิงต่อให้ซื้อเต็มราคาก็ไม่เสียดายเงินค่ะ แต่เล่มนี้ซื้อจากงานหนังสือร้านนายอินทร์ได้ลดถึง 30 % แหนะค่ำ ถ้าซื้อจากร้านนอกวันงานมีสมาชิกก็ได้ลด 10 % ลองไปหากันดูนะคะ





555 นั่นสิเนอะ น่าสงสัยจังว่าเราเป็นโซลเมตกันหรือเปล่าเนี่ย แต่ถ้ายิ่งอ่านยิ่งอยากได้มาขึ้นขนาดนี้แสดงว่าจขบ.มีแววเป็นนักประชาสัมพันธ์ได้นะเนี่ย โฆษณาแล้วคนเชื่อเนี่ย อิอิ



lynet

หนูก็ไว้หนุนนอน อะเจ้ย มะช่าย เอามาไว้ข้างกายเป็นเพื่อนคู่หูคู่ฮาคน(เล่ม)ใหม่ไปแล้วจ้า เรื่องการเปิดดูความหมายคำจากพจนานุกรมแล้วยังใช้ผิดเนี่ยมันก็ยังคงมีกันเยอะถมเถไปแหละเกดว่า แต่ขึ้นอยู่กับว่าใช้ผิดมีคนมาเตือนยังยืนยันจะใช้มันก็เกินไปแหละเนอะ



เด็กดอย

ซื้อมา 420 บาทอะ ลด 30 % จากปกที่ร้านนายอินทร์ในงานหนังสือ



ไว้ส์เค้านท์ ณ แสร้งว่าฯ

อยากได้ไว้คู่กันเหมือนกันแหละค่ะ เอาไว้ได้งบก่อนจะไปหาซื้อ

แต่ชิชะ บอกไม่ชอบชื่อนี้ยังจะเรียกอีก เดี๋ยวจะได้เอา"คลังคำ"ไว้ใช้ตีหัวคนแถวนี้สักวัน ระวังตัวไว้ให้ดี เรื่องเป็นคัมภีร์ต่อสู้ทางภาษา ไม่ค่อยอาจหาญหรอกค่ะ ยังอ่อนด้อยอยู่นัก แถมยิ่งเจอพวกยึดมั่น ยังไงสิ่งที่ฉันใช้ สิ่งที่ฉันคิดต้องถูกเสมอ ไม่ไหวค่ะ ต่อกรไปก็ไม่ชนะ เสียความรู้สึกเปล่าๆ เหมือนเวลาเราสอนหนังสือเด็กนั่นแหละ เด็กคนไหนที่ถือตัวว่าเก่งแล้ว ฉลาดแล้ว ชอบดูถูกพวกอจ.จบใหม่ๆ (โดยเฉพาะรุ่นพี่นักศึกษาช่วยสอน ตัวเองก็เจอมาไม่ใช่หรือ เคยเล่าให้เค้าฟังนิ) ลองภูมิบ้าง ไม่รับฟังบ้าง พูดไป สอนไป ก็ไร้ประโยชน์ค่ะ เอาไว้ใช้เป็นคู่มือส่วนตัวน่ะดีที่สุดแล้ว ไม่เจ็บตัวดี

สำหรับที่เกดบอกเรื่องภาษาดิ้นได้ คำศัพท์แสลงอะไรมันเยอะขึ้นทุกวัน เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะให้ทันนั่นแหละ แต่โดยส่วนตัวก็คิดเหมือนกันค่ะว่า ถ้าเป็นงานเขียน ก็ไม่อยากใช้คำแสลงเท่าไหร่นัก เพราะมันก็มีวันหายไปหรือตายไปอย่างที่บอก โดยส่วนตัวเองก็ไม่ชอบพวกคำแสลง คำแผลงเอาเองของเด็กสมัยนี้ด้วย ตามไม่ค่อยทันอะ

ยังไงก็ตามจะรับผิดชอบงานของตัวเองถ้าได้สร้างสรรค์ไปแล้วให้ดีที่สุดจ้า ^ ^

(ส่วนเรื่องคำถามไม่ตอบได้ป่ะ มาทำเป็นถามนะ เดี๋ยวเหอะ แง่งๆๆ)



ต้นข้าว

จ้าพี่ข้าว แนะนำๆ ซื้อเหอะ แต่ไปซื้อที่งานหนังสือก็ได้ ได้ลดเยอะดี



มณีนาคา

บอกแล้วๆ ดีจริงใช่ป่ะ อิอิ

แต่นอกจากไว้ใช้สอยเรื่องหาคำ หนาๆ หนักๆ แบบนี้เอาไว้ใช้แทนดัมเบลล์ยกน้ำหนักก็ได้นะ แนะนำอีกข้อ กร๊ากกกกกกกกก



โปรดทำให้ฉันหยุดหัวเราะ

ถ้าซื้อมาแล้วยังไงก็ได้ใช้ค่ะ เชื่อจขบ.ได้ เอามาอ่านเล่นยังว่าสนุกเลย ^ ^



กระปุกกลิ้ง

ใช่ค่ะ น่าสนจริงๆ นะ ตอนก่อนซื้อยังคิดอยู่ว่าจะได้ใช้ไหม แต่พอซื้อมาแล้ว ไม่ผิดหวังจริงๆ แหละค่ะ

 

โดย: makokchor 23 เมษายน 2550 18:49:01 น.  

 

ช่ายๆ มาเห็นด้วยว่าควรมีคู่กับพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 แล้วชีวิตจะดีมากๆ รวมกันก็ 1200 บาทเพราะงั้นซื้อมาก็ใช้ให้คุ้มนะจ๊ะ ติดขัดอะไรก็เปิดเข้าไปสิคู้น สองเล่ม ติดอยู่หน้าคอมเนี่ย

อ้อ สังเกตมะจ๊ะเกดจัง เวลาเราไม่อยากได้คำไหนเนี่ยมันมักจะโผล่มาทิ่มตาเสมอๆ แต่เวลาจะหาขึ้นมาทีละหาย้ากยากเป็นบ้าเลย

แต่ถึงอย่างนั้นก็เชียร์ให้ครอบครองและใช้ให้คล่องมืออยู่ดี เพราะการเปิดพจนานุกรมและคลังคำจะทำให้รู้ว่าคำที่เราใช้กันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนี้บางทีเราก็ใช้ผิดความหมายกันไปไกลโข แล้วเราก็เข้าใจกันอย่างเอาเป็นเอาตายว่าสิ่งที่เราใช้อยู่นั้นถูกต้องเป็นบ้า พอมีใครมาทักก็เลยเถียงเป็นบ้า ไม่ได้เลยรู้เลยว่าเมื่อไปเปิดแล้วจะหน้าแหกยับเยิน อันนี้พูดจากประสบการณ์ส่วนตัวนะ เคยเถียงพี่เจนแบบเอาเป็นเอาตายอยู่คำนึง จนโดนไล่ไปเปิดพจนานุกรมแล้วถึงบางอ้อ ว่า "อ้อ ที่แท้ฉันผิด แล้วไปบ้าเถียงอะไรพี่เค้าฟะเนี่ย 555+" เลยต้องโทรไปขอโทษเค้าว่า "ขอโทษนะค้า ถ้าจะเถียงรอบหน้าหนุจะเช็กก่อนค่า รับรองๆ"

แชร์ประสบการณ์แค่นี้ก่อนแล้วกันนะจ๊ะ

 

โดย: แอล IP: 161.200.255.162 23 เมษายน 2550 20:36:43 น.  

 

อ้อ มาแสดงความเห็น คิดว่าคลังคำไม่ใช่ dictionary นะ แต่เป็น thesaurus มากกว่านะเกด ^^

เวลาที่เรียนเขียนแอลจะใช้ thesaurus ประจำ เล่มที่ใช้จะเล็กเท่าฝ่ามือ แต่น่าเสียดายที่ thesaurus ภาษาไทยดันมีเล่มเดียวคือคลังคำ และมันก็ใหญ่เท่าหมอนเลยเนี่ย เมื่อยเลย

 

โดย: แอล IP: 161.200.255.162 23 เมษายน 2550 20:42:18 น.  

 

มันใหญ่เท่าหมอนเลยต้องเอามาหนุนนอนใช่มั้ย เจ้าแอล

 

โดย: lynet IP: 210.203.178.83 23 เมษายน 2550 21:14:20 น.  

 

กร๊ากกกกกกก

นั่นสินะ แอล พี่นก เอามาหนุนนอนท่าทางจะสบายดี อิอิ


ตอบแอล

งั้นต้องไปหาฉบับราชบัณฑิตมาไว้ซะแล้วสิ มีคนยุ 2 คนแล้วเนี่ย

เรื่องคำที่ไม่หาชอบโผล่มา แต่คำที่ต้องการหาไม่ยอมโผล่มาเนี่ย ก็เจอเหมือนกัน ไม่รู้มันเป็นอะไรสิน่า แต่ก็เป็นงี้บ่อยๆ เนาะๆ ส่วนไอ้คำไหนที่ใช้ผิดความหมายมาโดยตลอดกว่าจะรู้ก็ไม่สายหรอกแอล ถ้ายอมรับฟังไม่เถียงหัวชนฝาว่าฉันใช้ถูกแล้วท่าเดียวน่ะ คนบอกอภัยให้จ้า ถือว่ายังไม่ดื้อรั้นเท่าไหร่นัก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องตรวจสอบด้วยตัวเองก่อนนะจ๊ะ ไม่ใช่ว่าฟังคนอื่นอย่างเดียวตะพึดตะพือ เราต้องยึดกาลามสูตรนี่น่ะ

เกดก็ว่าคลังคำไม่เชิงเป็น dictionary แต่เป็น thesaurus หรือเปล่า ไม่เห็นคนแต่งบอกไว้ แต่คิดว่าก็น่าจะได้อยู่ เพราะรวบรวมศัพท์เป็นหมวดหมู่ดี ไม่เหมือนพจนานุกรมเล่มอื่นๆ ชอบจริงๆ เนอะ

 

โดย: makokchor 23 เมษายน 2550 21:31:30 น.  

 

มาเยี่ยมครับผม บล็อกสวยมากเลย

 

โดย: orcahappy (orcahappy ) 24 เมษายน 2550 23:23:45 น.  

 

เห็นรีวิวแล้วบอกได้อย่างเดียวว่า...ต้องไปหามาติดไว้บ้างซะแล้ว

ปกติธารใช้พจนานุกรมฉบันราชบัณฑิตน่ะค่ะ ใช้มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้วยังไม่เคยอัพเดทเลย คราวนี้เห็นทีจะต้องรีบไปสอยมาใช้โดยด่วน อิอิ

 

โดย: ธาร นาวา 25 เมษายน 2550 3:27:53 น.  

 

orcahappy

ขอบคุณค่า ไว้มีโอกาส จะแวะไปเยี่ยบบล็อกคุณ orcahappy บ้างนะคะ



ธาร นาวา

ดีค่ะธาร ไปหามาติดไว้เถอะเกดแนะนำ เล่มนี้บอกได้คำเดียวว่ามีแล้วไม่รู้สึกเสียดายเงินที่ซื้อมาหรอก ได้ใช้แน่นอนเลยล่ะ (แอบดีใจเล็กน้อย หลายเสียงบอกเห็นรีวิวของเกดแล้วทำให้อยากได้หนังสือเล่มนี้มากขึ้น )

 

โดย: makokchor 25 เมษายน 2550 16:07:28 น.  

 

น่าสนใจนะคะ เพราะประโยขน์มันเยอะมากมาย

 

โดย: ดาว..กลางวัน 1 พฤษภาคม 2550 20:45:36 น.  

 

มาแก้ตัวที่พี่นกแซว

แม่นแล้ว เฮานอนหนุนคลังคำมาแล้น!!!!!!!

แล้วก็หลับคาพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานมาแล้วด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงยืนยันได้เต็มปากเต็มคำว่า

"เมื่อยมากค่ะ!"

 

โดย: แอล IP: 161.200.255.162 3 พฤษภาคม 2550 16:58:42 น.  

 

มากทายคะ

 

โดย: สายลมอิสระ 7 พฤษภาคม 2550 7:45:02 น.  

 

เค้ามาแอดได้เรียบร้อยแร้น .. (แหมใช้เวลานานโน๊ะ ก่าจาได้)

 

โดย: กรุ่นกลิ่นแก้ว 7 พฤษภาคม 2550 9:23:57 น.  

 

>

เล่มนี้จำได้......
แต่งบล็อกได้หวานน่ารักมากเลย

 

โดย: Donut_ty 6 มิถุนายน 2550 12:49:29 น.  

 

โน้ตแวะมาเยี่ยมและขออนุญาต add ค่า ^^

เออ ไอ้เล่มนี้อยากได้มานานแล้วอ่ะ ไม่ได้ซื้อสักที

 

โดย: ...ศุวิลา... 7 มิถุนายน 2550 22:51:30 น.  

 

น่าสนใจอย่างยิ่ง กลับไปเมืองไทยต้องหิวติดตัวกลับมาเสียแล้ว

 

โดย: บ้านโม 14 มิถุนายน 2550 20:58:54 น.  

 

ผมเรียนอยุ่ วท.โพธารามนะครับ
คุณชื่อเหมือนคนที่ให้ ท แก่ผม

 

โดย: อรรถพร IP: 125.27.171.249 9 พฤศจิกายน 2551 13:43:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Katenipa
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






(รายละเอียดข้อมูลอัพเดตเจ้าของบล็อกติดตามได้ในหน้า "สมุดเยี่ยม" เลยนะคะ ^ ^)




ชักเริ่มจะเปลี่ยนแนวจากบ้าซีรี่ย์เกาหลี มาเป็นย้อนยุคกลับไปสู่หนังจีนกำลังภายใน และวกกลับมาคลั่งไคล้แดนปลาดิบ ณ บัดนาว ^ ^





ตัวฉัน(มั้ง) ^ ^"


มนุษย์(ธรรมด๊า ธรรมดา)เดินดินกินข้าวแกง(รวมถึงอาหารอื่นๆ )ไปตามประสา แค่บางวันอาจอยากกินก๋วยเตี๋ยวบ้างก็เท่านั้น เพศคงไม่ต้องบอกกันล่ะเนอะ คิดว่าเห็นจากรูปถ่าย + เวลาพูดคุย ก็น่าจะรู้(หรือเปล่า - -') ส่วนอายุ.. ความลับดีก่า กรั่กๆ .. แบบหยุดไว้ที่ 18 ส่วนที่เพิ่มมาฝากธนาคารทั้งนั้น เหอๆ .. สำหรับอาชีพ.. ตอนนี้ไม่วิจัยฝุ่นเพิ่มภาวะภูมิแพ้อากาศให้กะตัวเองและเพื่อนๆ แล้วนะ ..เพราะตอนนี้คือ pharmacist เต็มๆ ตัวแล้ว เพิ่งจะเปลี่ยนงานโดยลาออกจากเภสัชกรโรงพยาบาลไปเป็นที่เรียบร้อย แต่ก็กำลังจะได้งานใหม่ คิดว่าน่าจะสบายขึ้นเล็กน้อยเพราะเลือกทำพาร์ทไทม์ค่ะ แบบอยากหาเวลาว่างในการทำงานอดิเรกที่ชอบ แต่ไหงงานพาร์ทไทม์ที่ได้กลับกลายว่าทำงานอาทิตย์ละ 6 วัน วันละ 8 ชม. ไม่ต่างจากงานประจำเลยง่ะ - -"

แล้วตกลงว่าจะได้ว่างไหมยังไม่แน่ใจเลยนี่ เฮ้อ..


อื่นๆ ก็ไม่รู้จะบอกอะไรอีกแล้วล่ะ ปล่อยๆ ให้มันเป็นไปตามวิถีของมันไปแล้วกันเน้อ.. ^ ^


..........

อัพเดตเพลงใหม่..









ยังไม่มีเพลงติดบล็อกใหม่ๆ ไปฟังเสียงผิวปากของอีวานใน Heaven's tree กันค่ะ (ไม่รู้จะชวนหลับหรือเปล่า ^ ^")






ปล. อัพเดตโปรไฟล์ส่วนตัว 26/10/2006 ค่ะ ^ ^


Guestbook




Group Blog
 
<<
เมษายน 2550
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
21 เมษายน 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Katenipa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.