What makes a man is a man? It's an origin. The way comes of life. I don't think so. It's a choice is he makes. Not how is starting, but how is decide the end

USA:: Apply for US Visa (F1) วีซ่านักเรียน อเมริกา #2

18/11/11 :


ถึงเวลาไปสัมภาษณ์ละ…ตื่นเต้น..ทั้งๆนี่เป็นการสัมภาษณ์ครั้งที่ 2 ของ US Embassy นะเนี่ยยย


เช้าวันที่1 8 Nov ไปถึงหน้าสถานฑูตตอน 6.45 am. พอถึงก็รีบไปยื่นต่อคิว….
ด่านที่1: จะมีเจ้าหน้าที่ Greeter เดินเข้ามาเรียกสอบถามคิว และเช็คเวลานัด
Greeter: แถวนี้รอบ 7.15 ค่ะ / แถวนี้รอบ 7.30 ค่ะ …โอเค  รอบ 7.45 – 8.00 รอเรียกด้านนี้ก่อนเลยนะคะ
แล้วสักพักเจ๊แกก้อจะมาเรียกเราอีกรอบ…
>> เค้าจะขอดูใบนัด และ DS 160 ค่ะ ก็ยื่นให้เค้าดูค่ะเค้าอาจจะถามว่าจะไปทำอะไร?


ด่านที่2: เข้าสู่ประตูของสถานฑูต
>> ก็ฝากของ (ใช้บัตรประชาชนหรือใบขับขี่ยื่นให้พี่เค้าด้วย) พวกโทรศัพท์และอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคทุกๆ อย่าง เช่น หูฟัง, แฮนนี่ไดร์ฟ เป็นต้น และพี่ รปภ ก็จะให้เบอร์ฝากของกลับมา
>> พี่ รปภ จะแจกใบเขียนที่อยู่ให้ พร้อมกับเดินผ่านเครื่องสแกน (คล้ายๆในสนามบิน) พร้อมกับเอากระเป๋าและเอกสารของเราให้เค้าสแกน
>> พอเสร็จก็รับกระเป๋าพร้อมเอกสารคืน


ด่านที่3: ตรวจเอกสาร
>> เข้าแถวพร้อมกับกรอกรายละเอียดในใบที่พี่ รปภ แจกให้ในด่านที่2 ให้เรียบร้อย
>> ถึงคิวเราก็ยื่นเอกสารทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่อาจจะถามว่า..”เคยได้วีซ่าอเมริกามาหรือยังคะ” / “ขอวีซ่าอะไรคะ” / “ไปเรียนที่ไหนค่ะ” เป็นต้น
>> ด่านนีี้เจ้าหน้าที่จะแยกเอกสารให้เป็น 2 ชุด และแยกเอกสารที่จำเป็นใส่ซองใส่ให้ (แต่เอกสารที่เค้าไม่ได้เอาใส่ซองใส ให้ถือไว้ให้ดีเผื่อว่าข้างในใช้)
>> ถ้าคนไม่เยอะ เค้าก็จะบอกให้เราเข้าไปข้างใน (ด่านที่4) แล้วไปต่อแถวที่ช่อง… แต่!!! ถ้าคนเยอะ เราจะได้บัตรคิวและรอเรียกตามบัตรคิว ให้คอยฟังดีดี และถ้าคิวมันกระโดดเลยเราไปก็ให้เดินไปถามเจ้าหน้าที่


ด่านที่4: สัมภาษณ์เบื้องต้นกับเจ้าหน้าที่คนไทย (มีผลต่อวีซ่าเรานะจ๊ะ)
>> ปกติจะอยู่ช่อง 1,2,3(ข้างนอก) & 14,15(ข้างใน)
>> ยื่นแฟ้มใส่ให้เจ้าหน้าที่ ….ยืนรอ…
>> เจ้าหน้าที่จะถามส่วนมากว่า…เคยเปลี่ยนชื่อไหม?, DS160 ทำเองหรือเปล่า?, มีพี่น้องที่อเมริกามั๊ย?, ตอนนี้ทำงานอยู่หรือเปล่า, เคยโดนปฏิเสธวีซ่าไหม? ไปทำอะไร?
>> โอเค อ่านข้อความทางขวามือ (ข้อความเพื่อบอกข้อชี้แจงในการสแกนลายนิ้วมือของเราค่ะ)
>> โอเควางนิ้วซ้ายลง 4 นิ้วค่ะ / วางนิ้วขวาลง 4 นิ้วค่ะ / โอเคนิ้วโป้ง 2 ข้างค่ะ (จะมีวิธีการวางอยูค่ะ)
>> ยื่นเอกสารให้เรา พร้อมบอกให้ไปต่อแถวช่อง 13 (อาจจะโดนช่องอื่นๆนะคะ – ในกรณีที่คนเยอะจะได้บัตรคิวไปนั่งรอการสัมภาษณ์อีกค่ะ)


ด่านที่5: สัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ชาวอเมริกัน
>>Consular: Good morning krab
      เรา: Good morning
      Consular: ตอนนี้ทำอะไรอยู่ครับ
      เรา: ทำงานเป็น Education counselor ค่ะ
      Consular: ไปทำอะไรที่นั่นครับ
      เรา: เรียนภาษาค่ะ
      Consular: ไปนานเท่าไหร่ครับ
      เรา: 6 เดือนค่ะ
      Consular: ทำไมถึงต้องเรียนภาษาครับ
     เรา: พอดีไปสมัครงานอีกที่นึงไว้ค่ะ เค้าบอกว่าเรามี Potential มากๆ แต่ภาษาเรายังไม่ดีพอค่ะ เราก็เลยอยากเรียน
     Consular: โอเค อยากได้งานที่ดี
      เรา: ค่ะ
      Consular: ใครเป็นสปอนเซอร์
      เรา: ตัวเองค่ะ
      Consular: (ทำหน้างงเล้กน้อย)
      เรา: พอดีคุณแม่เก็บเงินไว้ในบัญชีเราเพื่อต้องการให้เราใช้เงินจำนวนนี้ไปเรียนต่อค่ะ เพื่อกลับมาทำงาน
      Consular: ขอดูหน่อย
      เรา: เราหยิบใบ “หนังสือรับรองสภานะทางการเงินส่งให้เค้า” (เพราะเจ้าหน้าที่ในด่านที่3 แยกออกไม่ได้เอาใส่แฟ้ม! อันนี้สำคัญมากบางทีเอกสารเจ้าหน้าที่ก็อยากดูเพิ่มเค้าอยากได้ 
              อะไรเราก็ต้องเอาให้เค้าดู อย่าให้ดูแค่เอกสารที่อยุ่ในซอง ไม่งั้นจะโดนปฏิเสธวีซ่าโดยไม่รู้ตัว !)
      Consular: โอเค ไปเรียนนานเท่าไหร่นะ (พร้อมส่งใบคืนให้)
      เรา: 6 เดือนค่ะ
      Consular: คุณเคยไปอเมริกามา? ไปเยี่ยมโรงเรียน
      เรา: ใช่ค่ะ เคยไปเยี่ยมโรงเรยนกับเจ้านายค่ะ เพราะเราเป็น Education counselor
      Consular: เอานิ้วชี้ขวาวางบนเครื่องสแกนครับ
      เรา: “นิ้ววาง”
      Consular: >> เจ้าหน้าที่เอาเอกสารเราไปคุยกับคนไทยข้างๆ
      เรา: …..
      Consular: >> โยนเอกสารเราใส่ตะกร้า…พร้อมหันมายิ้ม “โอเคครับ คุณไปเขียนซองได้เลย”
      เรา: >> ยิ้ม “Thank you so much”


ด่านที่ 6 : Post station
>> เดินไปจ่ายเงิน 75 บาท พร้อมรับซองมาเขียน (เค้าจะให้ใบเสร็จมาด้วยไม่ต้องทิ้ง เอาไว้เขคว่าเอกสารถึงไหนแล้ว)
>> จ่าหน้าซองหาตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ (จะให้ส่งไปที่ไหนก็จ่าที่นั่น) หรือจะให้ส่งไปที่รองเมืองก็ไม่ต้องเขียน (ถามเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ดู)
>> เดินเอาซองไปยื่นให้พี่เจ้าหน้าที่


เสร็จแล้วววว…..วีซ่าผ่านแล้วจ้า..แต่ได้กี่ปีนั้นต้องรอมาเปิดซองดูเอา แต่ส่วนมากก็จะได้ 5 ปีนะ (ยกเว้นดวงไม่ดีจริงจริ๊งงง)
สำหรับคำถาม…บางคนโดนถามแค่ 3-5 คำถามเอง..ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าแต่ละคนจะยากเหมือนกันหมดไหม? … (ดูที่>> เตรียมคำถามเพื่อสัมภาษณ์)



สู้ๆๆนะคะ ….ไม่ยากเลย….(แต่ตื่นเต้นมากๆ) ^^






Free TextEditor




 

Create Date : 25 พฤศจิกายน 2554
0 comments
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2554 23:39:40 น.
Counter : 879 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


maki-koko
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Google
Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
25 พฤศจิกายน 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add maki-koko's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.