เนื้อหาเหล่านี้เกิดจากความรู้ ทัศนะและประสบการณ์ของผู้เขียน....โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
29 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
หน้าที่ของเราเมื่อมาถึงด้วย MVV วีซ่าและนานาสาระ

***ไม่ว่าจะไปไหนก็ตามขณะที่ยังไม่ได้ ID card passportต้องติดตัวตลอดถ้่าตำรวจเรียกตรวจแล้วไม่มีอาจโดนปรับได้***
สิ่งแรกที่ต้องทำตามคำแนะนำใน passport คือไปรายงานตัวที่gemeentehuis แต่พอไปถึงเขาบอกว่าเปลี่ยนใหม่(เฉพาะที่ Rotterdam)ต้องโทรนัด IND ก่อน ได้วันไหนก็มาวันนั้น แล้วค่อยมาทำ GBA ในวันเดียวกัน เราเลยโทรไป 09001234561 ได้วันนัดอีก 2 สัปดาห์ (นัดตั้งแต่ตอนที่รู็็็้้้ผล advice ก็จะไวขึ้นนะคะแต่ข้อดีของการนัดหลังจากมาถึงคือเราจะอยู่นี่ได้นานขึ้นเพราะเขาเพิ่มให้ 6 เดือนเป็น 1 ปี นับจากวันที่เรามารายงานตัวค่ะ แต่ข้อเสียคือ มันทำให้เรารายงานตัวหลังวันที่ 1 กรกฏาิคม 2553 ทำให้เราตกอยู่ในกฏหมายใหม่ ซึ่งน่าเสียดายเพราะที่จริงเรามาถึงตั้งแต่ 26 มิุุถุนายน 2553 )
6 กรกฎาคม 2553 ไปตรวจปอดที่ GGD ก่อนได้เลย ทำก่อนหรืทำหลังที่ IND นัดก็ได้ไม่มีปัญหา ไปถึงเขาก็ให้เดินตามเส้นสีเขียวไปจนสุดก็จะเจอเจ้าหน้าที่เช็คเอกสาร Bijlage Verwijzingsformulier TBC-onderzoek ที่ได้รับมาพร้อมผล advice พร้อมแสดง passport ตัวจริง เสร็จแล้วเจ้าหน้าบอกจะส่งผลตรวจให้ประมาณอีก 5 วันและส่งเอกสารพร้อมบัตรคิวให้เราเดินตามเส้นสีเทาไปตรวจปอด ไปถึงเข้าห้องเล็กๆเราไม่เห็นเสื้อให้เปลี่ยนเลยกดเรียกที่ไหนได้ เขาให้ถอดเสื้อออกแบบไม่มีเสื้อคลุมด้วยนะเย็นวาบเลย เจ้าหน้าที่บอกมีเขาถ่่ายคนเดียวและเขาก็็เป็นผู้หญิงค่อยโลงใจหน่อย ตอนถ่ายก็เอาหน้าอกชิดเครื่อง มือเท้าเอว รอสัญญาณไฟแดงก็หายใจเข้าแล้วกลั้นหายใจไว้ พอเสร็จเจ้าหน้าที่เซ็นต์ให้ก็กลับบ้านได้ ทุกคนต้อง x-ray แม้ว่าจะเพิ่งไป x-ray มาไม่นานเพราะจะดูเชื้อ TBC หรือวัณโรคปอดนั่งเองคนไทยเรายังโชคดีไม่ต้องมาตรวจบ่อยๆ ถ้าเป็นฟิลิปปินส์หรืออินโดนีเซียเขาอาจจะนัดมาตรวจซ้ำเพราะมีความเสี่ยงสูง
วันเดียวกันนี้ได้รับจดหมายจาก IND เพื่อยืนยันวันนัด
12 กรกฎาคม 2553 ออกจากบ้าน 10.30 ที่จริง IND นัด 11.45 แต่เนื่องจากเราต้องไปทำ GBA กับ gemeente ก่อน 30 นาที ที่เขานัดเวลาน้อยเช่นนี้ก็เพราะว่า gemeente และ INDอยู่ในที่เดียวกัน โชคดีเวลา11.00ไม่มีคิวนัดเจ้าหน้าที่เลยทำให้เลยไม่ต้องรอ เอกสารที่ยื่นที่gemeente
1.ใบเกิดเราตัวจริงพร้อมใบที่รับรองจากสถานทูตแล้วทุกใบ
2.ใบเปลี่ยนชื่อเราตัวจริงพร้อมใบที่รับรองจากสถานทูตแล้วทุกใบ (ถ้าเปลี่ยนชื่อแล้วแต่พอแปลเป็นภาษาอังกฎษแล้วไม่เกิดความแตกต่างก็ไม่ต้องแปลมานะค่ะ)
3.passport ตัวจริงทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง
4.GBA form
5.เอกสารความยินยอมของเจ้าของบ้านที่เราจะย้ายชื่อเข้าไปอยู่และสำเนาpassport ของเจ้าของบ้าน ฐานข้อมูลชื่อเจ้าของบ้านอยู่ในระบบหมดแล้วค่ะเขาสามารถดูได้เลยว่าเป็นเจ้าของบ้านจริงหรือไม่ แต่ถ้าเป็นในกรณีเช่าบ้านเขาจะมีข้อแม้ลงไปอีกว่าต้องเช่าบ้านในราคาไม่ต่ำกว่าที่เขากำหนด(เป็นเฉพาะบางถนนที่เกิดปัญหาบ่อยๆใน Rotterdam เท่านั้น)อันนี้เราไม่ทราบข้อมูลที่แน่นอนต้องลองค้นดูนะคะ
เขาเอาเอกสารตัวจริงของเราไปถ่ายเอกสารรอสักพักเขาก็คืนให้ และให้เราเช็คความถูกต้องพวกชื่อ สถานที่เกิด พร้อมทั้งให้เอกสารที่จะไปยื่นที่ IND เจ้าหน้าที่บอกรอผลประมาณ 3 สัปดาห์ เสร็จแล้วเดิน 15 ก้าวถึงช่องของ IND เอกสารที่ต้องให้คือ
1.passport ตัวจริงของทั้งสองคน
2.จดหมายนัดจาก IND
3.สำเนา passport ทุกหน้าของฝ่ายชาย
4.ใบรับรองโสดของฝ่ายชาย
5. VVR form (ได้มาตั้งแต่ได้รับจดหมายนัดจาก IND) ที่กรอกขอมูลเรียบร้อยแล้ว และติดรูปถ่าย 1 ใบ (ในเอกสารเขาเขียนไว้ว่าต้องเป็นรูปที่ถูกต้องตาม Dutch passport เท่านั้น)
เจ้าหน้าที่กรอกข้อมูลเสร็จก็ให้เราจ่ายเงิน 188 EURO ได้บิลมา 3 ใบ เอาไปให้เจ้าหน้าที่
เสร็จแล้วเราก็จะได้สติ๊กเกอร์ verblijfsaantekeningen ติดบน passport เรา ได้วันในวีซ่าเพิ่มมาอีก 22 วัน และจะเปลี่ยนเป็นวีซ่า 1 ปีอัตโนมัติตอนที่เราได้ ID card
29 กรกฏาคม 2553 ได้รับจดหมายจาก IND ว่า ผลอนุมัติแล้ว ( Uw aanvraag van 12 Juli 2010 is ingewilligd.) และจะส่งผลไปที่เคอเมนเทอร์เพื่อจัดการ ID card และเมื่อได้รับจดหมายจากเคอเมนเทอร์ ให้เราไปด้วยตัวเิิองห้ามคนอื่นรับแทน ยังบอกอีกว่าไม่ต้องโทรไป ให้รอจนกว่าจะได้จดหมายจากเคอเมนเทอร์ (ต้องรอนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ) แุถมลงท้ายจดหมายบอกว่าเราอยู่ในกฏหมายใหม่เพราะฉะนั้น IND ยังบอกไม่ได้ว่าจะมีข้อกำหนดใหม่อะไรบ้างในอนาคต ซึ่งตอนนี้รัฐบาลใหม่ยังไม่ลงตัว และมีแนวโน้มว่ากฏใหม่จะทำให้ผู้ที่จะย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ทำได้ยากขึ้น
12 สิงหาคม 2553
ได้รับจดหมายจาก IND ให้ไปรับ ID card ภายใน 2 เดือน
13 สิงหาคม 2553 ตอนบ่ายได้รับจดหมายจากเคอเมนเทอร์ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อพ่อแม่ สถานที่เิกิด ที่อยู่ ถ้าบัตรหายเขาจะใช้ข้อมูลพวกนี้ในการตรวจสอบ และ Bgerservicenummer (BSN) เอาไว้ใช้เรียนและสมัครงาน
ตอนเย็นไปรับบัตร ID card ที่ IND-Locket Rotterdam วันนี้เป็นวันศุกร์เขาเปิดทำการ 8.00-20.00 น. พอไปถึงขอบัตรคิว รอคิวยื่้นจดหมายและ passport พนักงานซีร็อกบัตรเราเก็บไว้และให้บัตรเราและแผ่นพับข้อมูลในการถือบัตร บัตรมีอายุ 1 ปี จากนี้ไปเราก็ไม่ต้องเอา passport ติดตัวให้หนักอีกแล้วเย้เย้ๆๆๆๆๆ
เีราสามรถต่ออายุบัตรได้ก่อนวันหมดอายุ 3 เดือน (ค่าต่ออายุบัตร 288 EUR บัตรใหม่จะมีอายุ 5 ปีั เืท่าที่ถามคนที่เพิ่งไปต่อมานะคะ)
20 สิงหาคม 2553 ไปสมัครเรียนภา๋ษาดัชต์แบบฟรีๆ ก่อนหน้านี้โทรไปนัดพนักงานบอกว่าถ้านัดได้สิ้นเดือนแต่ถ้าเข้าไปเลยก็ทำได้เลย มีอย่างงี้ด้วยแฺฺฮะ เลยเข้าไปหาเลยดีกว่า เอาบัตร ID card และเอกสารเกี่ยวกับตัวเราที่มี BSN ไปด้วย ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล ระหว่างบันทึกข้อมูลพนักงานหันไปถามผู้ชายคนนึงที่นั่งรอ เขาบอกว่านัดไว้บ่ายสามโมง เรามาบ่ายสอง ไม่ได้นัดและไม่ต้องนั่งรอเออแปลกดี เสร็จแล้วเขาจะให้เข้าไปคุยกับพนักงานในห้องเกี่ยวกับหลักสูตร โรงเรียนที่ใกล้บ้าน เวลาเีรียน พอเราเลือกเสร็จเขาก็เขียนใบนัีดไปติดต่อที่โรงเรียน เสร็จแล้วเดินออกมาเห็น CWI อยู่ข้างหน้าเลยแวะเข้าไปสอบถามซะหน่อย พนักงาน typisch nederlands " ต้องเรียนและพูดภาษาดัชต์ให้คล่องก่อนถึงจะสมัครได้นะจ้ะ " ก็ไม่ได้จะมาสมัครงานสักกะหน่อย มาดูเทียบวุฒิก่อน พอถามเรื่องเทียบวุฒิเธอก็เลยให้เอกสารมากรอกลงในเว็ปไซด์ เราก็เลยเก็บเอกสารมากรอกที่บ้าน แฟนบอกว่าวันนี้อากาศดีำพนักงานเลยไม่ค่อยอยากทำงานนั่งคุยกันใหญ่เลย คนมาติดต่อก็ไม่มีแต่ต้องนั่งรอเขาเม้าท์กันเสร็จ
24 สิงหาคม 2553 ได้รับจดหมายจาก Inburgeringsloket ว่า ตามกฏหมายของประเทศเนเธอร์แลนด์ เราจะต้องสอบ Inburgeringsexamen ให้ผ่านตามที่เขากำหนดของเรากำหนดคือวันที 3 Februari 2014 ถ้าสอบไม่ผ่านในเวลาที่เขากำหนดมีโทษปรับแต่ไม่รู้ว่าเท่าไหร่ กรณีของเราถ้าโดนปรับเขาจะไม่คิดค่าทดสอบ TGN ที่เราสอบไปเมื่อตอนก่อนขอ MVV (จำได้ว่าเราจ่ายค่าสอบเองแล้วจะเขียนทำไมว่าไม่คิด
) เพิ่มเติม ที่จดหมายต้องเขียนก็เพราะบางคนอยู่นี่มานานมากแล้ว พอรัฐออกกฎให้สอบเลยต้องสอบ แต่คนที่เพิ่งมาอยู่ส่วนใหญ่ก็จะสอบ TGN ก่อนจะได้วีซ่า MVV แล้วทั้งนั้น
25 สิงหาคม 2553 ไปติดต่อโรงเรียนตามใบนัด พอไปถึงเขาก็แค่ขอใบนัด บัตร ID card และ BSN number เพื่อเก็บข้อมูลเบื้องต้น แค่นี้ก็กลับบ้านได้ ทางโรงเรียนจะมีจดหมายติดต่อกลับว่าจะให้ไปทดสอบก่อนเีรียนวันไหน เธอบอกประมาณ 2 สัปดาห์ พอเดินกลับแฟนบอกว่าเจ้าหน้าที่ยังพูดภาษาดัชต์ไม่แข็งแรง เขาหวังว่าครูที่สอนเราคงจะเป็นคนดัชต์เำพราะไม่งั้นเราจะได้ภาษาดัชต์แบบต่างชาติเป็นแน่ สงสัยครูที่สอนภาษาดัชต์ได้ดีที่สุดก็แฟนเราเนี้ยล่ะ Original Dutch พอรู้ว่าเขาจะทดสอบก่อนเรียนเลยเริ่มรู้สึกถูกกระตุ้นทำให้อยากอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบ แฟนบอกไม่ต้อง ถ้าคุณอ่านมาสอบเขาจะรู้ได้ไงว่าพื้นฐานคุณเป็นยังไง ภาษามันต้องเรียนไปตามธรรมชาติ คิดคิดๆๆๆๆอืมก็จริงนะ
***เพิ่มเติม จริงแล้วเราต้องรู้ว่าเราได้เรียนโรงเรียนไหนตั้งแต่วันนี้แต่พนักงานสับเพร่าไม่ให้เอกสารใดๆกลับมา เรารอโดยไม่รู้ว่าเขาทำผิดตั้งเดือนกว่า(รอถึงพฤศจิกายน) ทนไม่ไหวเลยเดินเข้าไปที่ Ooverbruggen office เขาถึงรีบให้ชื่อโรงเรียนและอาจารย์ที่สอนมา มันเลยทำให้เราผิดขั้นตอน จริงๆเราต้องเรียนก่อนไปสอบวัดระดับไม่ใช่วัดระดับแล้วมาเรียนคอร์ส Brug klas (เฉพาะที่ rotterdam นะจ้ะ)
27 สิงหาคม 2553 ได้รับจดหมายจาก GGD ให้เราตรวจ Chlamydia(โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือหนองในเทียม) ด้วยตัวเองโดยเข้าไปให้ข้อมูลส่วนตัวในเว็ปไซต์ เสร็จแล้วจำ password ไว้ เขาจะส่งชุดตรวจมาให้ อ่านตอนแรกก็รู้สึกแม่งๆทำไมต้องตรวจเราก็ไม่ได้มีประวัติต้องสงสัยสักหน่อย พออ่านจบอ๋อเขาให้ตรวจเป็นปกติในเขต Amsterdam Zuid-limburg และ Rotterdam-Rijnmond ตรวจก็ตรวจเพื่อสุขภาพของตัวเราเองด้วย ชุดตรวจเมื่อตรวจแล้วต้องรีบส่งไปรณีย์เลย และไม่ควรส่งตรงกับหยุดเพราะเขาต้องเอาไปตรวจที่โรงพยายาล ถ้านานไปผลอาจจะคลาดเคลื่อน
15 กัีนยายน 2553 ผ่านไปเกือบ 3 สัปดาห์ยังไม่มีการตอบกลับใดๆจากทางโรงเรียน แฟนเลยโทรไปถาม เจ้าหน้าที่บอกเขาไม่ทราบเรื่องเนื่องจากพนัักงานอีกท่านไม่ได้ใส่ข้อมูลไว้ กรรม ไอ้เราก็รอซะตั้งนาน เจ้าหน้าที่เลยบอกว่าเดี๋ยวจะติดต่อมาอีกทีภายใน 2 วัน วันนี้ดูข่าว ในอนาคตรัฐอาจจะไม่ออกค่าเรียนภาษาให้กับคนต่างชาติ สรุปก็คือในอนาคตอาจจะต้องเสียตังค์เอง
เปิดบัญชีธนาคาร สามารถเปิดทางเว็ปไซด์ได้เลย กรอกชื่อ ที่อยู่ และ BSN พอเสร็จธนาคารจะส่งจดหมายตอบกลับทางเมล์เพื่อยืนยัน และให้เรารอประมาณ 1 สัปดาห์เพื่อตรวจสอบข้อมูลของเราแล้วจะส่งบัตรมาให้ บัตรของที่นี่ เป็นได้ทั้ง "chipknip" และ "pinpas" chipknipเอาไว้ใช้จ่ายค่าที่จอดรถ(ปัจจุบันจ่ายทางโทรศัพย์ก็ได้)มีค่าเหมือนเงินสดฉะนั้นข้อเสียของบัตรนี้คือถ้าเราทำบัตรหายคนอื่นสามารถใช้เงินเราได้แต่เฉพาะในส่วนของchipknip เท่านั้นเงินในระบบ pinpas ไม่หาย ส่วนpinpasเอาไว้ซื้อของได้ทั่วไป บางที่ก็รับแต่ pinpas ไม่รับเงินสด เช่น IKEA เกือบได้อายเพราะจะจ่ายด้วยเงินสดบัตรยังไม่มีกะเขาแฟนวิ่งมาบอกเกือบไม่ทัน
16 กันยายน 2553 เมื่อมาอยู่ที่นี่ทุกคนต้องทำประกันค่ะเค้าบังคับ เราสามารถทำประกันทางเว็ปไซด์ได้เลยค่ะเลือกดูตามใจชอบ มีทั้งเบี้ยประกันแพงและไม่แพงถ้าแบบถูกเราก็รับความเสี่ยงเยอะหน่อย ถ้าไม่ทำฟันก็จะถูกลง(กลับไทยบ่อยก็ไปทำที่ไทยดีกว่าค่ะ) บางบริษัทเบี้ยถูกแต่ออฟฟิศมีไม่เยอะ ติดต่อยากค่าโทรสอบถามแพง บางบริษัทเบี้ยแพงค่าโทรไปถามถูก ออฟฟิศเยอะหาสะดวก ในเว็ปไซด์ให้กรอกวันที่เราต้องการเริ่มประกัน ข้อมูลส่วนตัว BSN วันที่เรามาถึงเมืองไทย(เราใส่วันที่เราหมดประกันการเดินทาง 3 เดือนที่ทำมาจากเมืองไทย เพราะถ้าใส่วันที่เราเดินทางมาถึงจริง กลัวเขาจะคิดค่าประกันย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่เรามาถึง) ถ้าเขาไม่รับก็หาประกันดูใหม่ (ที่จริงเขาน่าจะดีใจเพราะลูกค้าเข้ามาหาไม่ต้องไปวิ่งหาเอง) เพราะกฏของการทำประกันคือให้เรายกเลิกไม่ทำประกันได้ใน 14 วัน กรอกรายละเอียดเสร็จก็ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง เขาบอกว่าเราเป็นคนต่างชาติเพราะฉะนั้นจะต้องส่งสำเนา ID card ให้เป็นหลักฐานทางไปรษณีย์ด้วย แล้วก็ส่งข้อมูล เราจะได้รับอีเมล์ตอบกลับมา
17 กันยายน 2553 วันนี้เจ้าหน้าที่โรงเรียนบอกจะติดต่อกลับมาไม่เห็นมีการติดต่อใดๆ
22 กันยายน 2553 วันนี้เป็นวันที่รัฐบาลแถลงงบประมาณสำหรับปีหน้า พอจะทราบคร่าวๆแต่ไม่ทั้งหมดเพราะภาษาดัชต์ยังกระท่อนกระแท่น 1. ประกันสุขภาพจะเพิ่ม 2. เพิ่มภาษียาสูบ ราคายาสูบก็จะแพงขึ้น 3. เลิกจ้างพนักงานของรัฐ 8000 คน 4. เดี๋ยวตรวจสอบข้อมูลอีกที วันนี้โทรไปที่โรงเรียนอีกครั้ง ได้คำตอบว่า "ตอนนี้งานยุ่งมากเลยค่ะวางแผนยังไม่เรียบร้อย "อ่าวแล้วจะบอกทำไมว่าจะโทรมาอีก 2 วัน ถามไปถามมาว่าแล้วจะรู้จริงๆวันไหน " ยังบอกไม่ได้ค่ะ " แล้วจะต้องรอถึงวันไหนเนี้ย
23 กันยายน 2553 วันนี้เป็นวันสุดท้ายของ summer และจะเริ่มเข้าสู่ autumn (Herfst) เขาคำนวนจาำกการเคลื่อนของดวงดาว 2-3 วันนี้คนเลยรีบออกไปเที่ยวกันใหญ่ เราก็เลยออกไปเที่ยวห้องสมุด(Bibliotheek) ตึก Centrale Discotheek Rotterdam ใหญ่มากๆค่ะ เขาให้ความสำคัญกับการใ้ห้ความรู้ืคน เขาเรียนกันเยอะมาก คนมีความรู้ ปกครองง่ายเพราะทุกคนรู้สิทธิและหน้าที่ของตัวเอง คอรัปชั่นก็น้อยตามไปด้วย ที่นี่มีหนังสือหลากหลายประเภทให้เลือก ยืมกลับบ้านก็ได้ค่ะ นอกจากในตัวเมืองแล้วเราจะเห็นห้องสมุดเล็กน้อยๆตามชุมชนด้วยค่ะ นอกจากนี้ถ้าเราจะซื้อหนังสือมาอ่านเองตามร้านหนังสือทั่วไปราคาก็ไม่แพงค่ะใกล้เคียงกับที่ไทยเลยค่ะ ตอนเย็นวันนี้ได้รับจดหมายจากโรงเรียนให้่ไปทดสอบก่อนเรียนวันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม 2553 ไปดูปฏิทินนี่เราตาฟาดหรือพนักงานเบลอวันที่ 1 มันวันศุกร์ แล้วสรุปเราต้องไปวันศุกร์หรือวันจันทร์ สงสัยพนักงานจะงานยุ่งมากจริงๆ
24 กันยายน 2553 โทรไปถามอีกทีเพื่อความแน่ใจว่าสอบวันไหนสรุปว่าเป็นวันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม 2553
1 ตุลาคม 2553 ได้เวลาฉายเีดี่ยวเพราะแฟนไม่ว่างเอาละสิ กลัวไม่รู้เรื่องเหมือนกันแต่ก็ต้องไปเอง ไปสอบตามจดหมายนัีด 9.00 น. ที่ Ooverbruggen ถ่ายเอกสารID card ไปด้วย 1 ใบแต่ไปถึงจริงเขาก็ถ่ายอีก 2 ใบ ในห้องที่มาสอบด้วยกัน มีหลากหลายมาก บางคนอยู่มา 5 ปี บางคนอยู่มา 3 ปี บางคนพูดเก่งมาก เรายังงงๆทำไมถึงต้องมาสอบเพื่อเรียนภาษาดัชต์เพราะดูจะพูดได้คร่องกันทั้งนั้น หรือเป็นเพราะเราฟังไม่รู้เรื่องเลยคิดว่าเขาพูดคล่อง 5555 พนักงานเรียกชื่อแล้วให้เข้าสอบ มีดินสอให้ค่ะ เอายางลบติดไปด้วยก็ดีค่ะ
1. สอบวัด IQ ว่าเรามีความสามารถในการเรียนรู้มากน้อยแค่ไหน (พวกรูปภาพความสัมพันธ์)
2. เขียนตอบคำถามเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวงานอดิเรกความสนใจ
3. อ่านบทความแล้วเจ้าหน้าที่จะถามคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่่าน 4 เรื่อง
4. พูดแนะนำตัวเล่าถึงเรื่องที่อยากจะเ่ล่าและพูดสนทนากับเจ้าหน้าที่อัดเทป
5. ฟังเทปแล้วชี้ในรูปภาพว่าเขาพูดเกี่ยวกับอะไร พอเสร็จเจ้าหน้าที่บอกจะส่งผลมาที่บ้านและให้กลับบ้านได้ เพิ่มเติม หลังจากที่เรียนมาสักระยะ ถ้าเราคิดว่าภาษาเรายังไม่ดีพอพยายามทำคะเเนนให้ได้น้อยๆเขาจะได้ให้สัญญาเรียนเรามากๆ ยิ่งมีเวลาเรียนมากเท่าไหร่ยิ่งดีกับตัวเรามากเท่านัีั้้น เรียนตั้งแต่อัลฟ่าเลยยิ่งดี
6 ตุลาคม 2553 ได้รับจดหมายจากประกัน เป็นกรมธรรม์ที่เราทำไว้ สรุปก็ได้วันที่เราต้องการคือเริ่มกรมธรรม์วันที่ 23 กันยายน 2553
8 ตุลาคม 2553 ได้รับจดหมายจากตัวแทนตรวจข้อสอบ(Mr Dutch) เป็นผลสอบวัดระดับภาษาที่เราไปสอบก่อนเรียน ผลสอบของเรามีดังนี้
Luisteren (ฟัง) A1-
Lezen (อ่าน) A2
Spreken (พูด) A1
Schrijven (เขียน) A1
ถ้าเราต้องการจะสอบ INBURGERINGSEXAMEN เราต้องทำคะแนนให้ได้ niveau A2 ทุกตัว(ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน)ถ้าผลสอบได้ A2 หมดทุกตัวก็ไม่จำเป็นต้องเรียนค่ะ ของเรายังจำเป็นอย่างยิ่งต้องเรียน555555 เนื้อหาจดหมายเขาพูดถึงความสามารถของเราอย่างละเอียดว่าทำอะไรได้บ้าง ข้อมูลตรงเนี้ยเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงข้อบกพร่องของเราค่ะ แต่ในจดหมายเขาไม่เห็นบอกว่าเริ่มเรียนวันไหน อาจเป็นเพราะเขารับผิดชอบเฉพาะในส่วนของการตรวจข้อสอบเราคงต้องโทรไปถามโรงเรียนเอง
10 ตุลาคม 2553 เห็นข่าวเนเธอร์แลนด์ประกาศอิสรภาพให้กับชาวคาราเซา ประเทศทางตอนใต้ของทวีปอเมริกา แถวๆทะเลเคริบเบียน ซึ่งเมื่อสมัยก่อนชาวดัตช์ขนทาสจากอินเดียเพื่อมาทำงานที่นี่ตั้งแต่ยังไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ ภาษาของคาราเซาก็ใช้ภาษาดัชต์เช่นเดียวกับเนเธอร์แลนด์ต่างกันแค่สำเนียงเท่านั้นค่ะ สิ่งปลูกสร้างก็คล้ายเนเธอร์แลนด์จนเเทบจะเเยกกันไม่ออก ผู้นำของคาราเซาตอนนี้ก็ยังเป็นชาวดัชต์อยู่ค่ะเพราะชาวดัชต์บางส่วนก็อาศัยอยู่ที่นั่น
11 ตุลาคม 2553 ตอนนี้ใบไม้เริ่มร่วง อากาศหนาวขึ้นทุกวัน เมื่อคืนที่ผ่านมาก็ 5-6 องศา แต่ยังดีที่ฝนไม่ค่อยตก ในวันที่ 14-16 ตุลาคม 2553 จะมีงานเกี่ยวกับเย็บ ปัก ถัก ร้อยที่ Ahoy ชื่องาน Handwerkbeurs ค่าเข้า 8 EUR ถ้าซื้อตั๋วออนไลน์ 6EUR อยู่ไม่ไกลจากบ้านเรา ว่างมานานไปหาอะไรทำสักหน่อยท่าจะดี
วันนี้ทางเว็ปChlamydia ส่งอีเมล์บอกว่าเราสามารถเข้าไปดูผลการตรวจได้แล้ว โดยใส่รหัสตามจดหมายที่เราเคยได้รับจาก GGD และรหัสผ่านเว็ปไซต์ที่เราเคยตั้งไว้ตอนเขาไปกรอกข้อมูลส่วนตัว
13 ตุลาคม 2553 ทำใบผ่านงานหายแต่กว่าจะรู้ก็ปาเข้่าไปเกือบสองเดือนจะไปหาที่ไหนก็ไม่ทันล่ะ ลองโทรไปถามที่ที่คิดว่าจะลืมไว้เขาก็บอกไม่เคยเห็นเลยคงต้องช่างมันไป
15 ตุลาคม 2553 ไปงาน Handwerkbeurs มีแต่งานสวยๆทั้งนั้นเลยค่ะ ผ้า จักรเย็บผ้า อุปกรณ์เย็บปักถักร้อย ไหมพรมมากมายหลายชนิดบางชนิดแทบจะไม่เคยเห็นมาก่อน และงานแฮนด์แมดอื่นๆ ได้ของกลับมาเพียบแีต่ไม่รู้จะเห่อได้สักกี่วัน
16 ตุลาคม 2553 ไปงาน เคาะระฆังฟังปัญหา จัดโดยสมาคมสยามฯ ที่ สถานทูตไทย Den Haag เวลา 12.00-17.00 น.ตอนแรกคิดว่าจะไปหาที่จอดรถฟรีแต่นึกไปนึกมา 2 คนค่ารถก็ไปกลับก็เกือบ 8 ยูโร ถ้าเราจอด 3 ชั่วโมงก็คงพอๆกันเลยไปจอดแถวๆสถานทูตปรากฏวันเสาร์อาทิตย์ฟรีค่ะไม่เสียตังค์
เกือบไปแล้วไหมละเพราะแฟนชอบคิดว่าที่ Den Haag รถเยอะ ไฟแดงเยอะถนนเเคบเลยจะจอดไกลตัวเมือง งานนี้เขาจัดทุกปีค่ะ มีบรรยายทั้งภาษาไทย ภาษาดัชต์ และภาษาอังกฤษ ฉะนั้นไม่ต้้องกลัวว่าจะไม่เข้าใจ วันนี้เรามาสายเลยไม่ได้ฟัง IND พอทราบแค่คร่าวๆว่าตอนนี้มันมีระบบที่ไม่ต้องขอสัญชาติแต่เราสามารถอยู่เนเธอร์แลนด์ได้ตลอดไปโดยการขอบัตร อองเบอปาวเดอไตย(ไม่รู้เขียนถูกป่าว) แต่ผู้ถือบัตรนี้ไม่สามารถออกเสียงเลือกตั้งได้ ไม่สามารถเป็นทหารได้ ไม่สามารถทำอาชีพบางอย่างได้ เข้าิอังกฤษได้ แต่เข้าสวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้ ส่วนผู้ที่มีดัตช์พาสปอร์ตแล้วต้องการจะเดินทางเข้าไทย ต้องใช้พาสปอร์ตใบไหน คำตอบก็คือตราบใดที่เรายังไม่สละสัญชาติไทย เรายังเป็นคนไทย ยังคงใช้พาสปอร์ตไทยเข้าออกที่ตม.ไทยได้ แต่ตอนที่เช็คอินตั๋วเครื่องบินเขาขอดูวีซ่าก็ยื่นดัชต์พาสปอร์ต แต่มันมีกรณีเกิดขึ้นมาว่า มีคนทำเช่นนี้เเล้วแต่โดนยึดพาสปอร์ตขาเข้าเนเธอร์แลนด์เนื่องจากไม่มีแสตมป์จากประเทศไทยเขาถือว่าเราไม่ต้องการเป็นคนของเนเธอร์แลนด์อันนี้ คำตอบยังไม่แน่นอนและคงต้องมีการเอาตม.ทั้งสองฝ่ายมาคุยกัน (ตอนนี้ก็ยังเป็นปัญหาที่ถกเถียงกันในรัฐสภาของเนเธอร์แลนด์เนื่องจากรัฐมนตรีหญิงท่านนึงถือสองสัญชาติคือเนเธอร์แลนด์และสวีเดน รวมถึงคนตุรกีที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็ถือสองสัญชาติด้วยเช่นกัน) นอกนั้นก็เป็นเรื่องของผู้ที่จะเข้าำพำนักถาวรที่ไทย และเรื่องกฏหมายควรรู้ของเนเธอร์แลนด์ซึ่งรายละเอียดมันเยอะคงเขียนได้ไม่หมดและกลัวเขียนไม่ถูกถ้ามีปัญหาแนะนำให้ไปปรึกษากับสมาคมสยามก็ได้ค่ะ มีผู้เชี่ยวชาญที่จะพอให้คำตอบเราได้ค่ะหรือดูที่เว็ป //www.stichtingsajaam.nl/ เสร็จงานได้คู่มือคนไทยในเนเธอร์แลนด์มาเล่มนึง งานนี้ดีจริงๆค่ะได้ความรู้ที่ผู้ที่มาอยู่ที่เนเธอร์แลนด์ควรจะรู้กลับบ้านมากมาย ก่อนกลับก็แวะไปเที่ยว Wassenaar ที่เป็นที่ประทับของ Prinses Maxima en Prins Willem Alexander บ้านแถวนี้ใหญ่โตสวยงาม แต่ดูเงียบเหงาวังเวงดีค่ะ แถวนี้จัดได้ว่าเป็นพื้นที่หมู่บ้านคนรวยอันดับต้นๆของเนเธอร์แลนด์เลยก็ว่าได้
25 ตุลาคม 2553 ไปทำฟันเตรียมบัตรประชาชนและบัตรประกันและก่อนหน้านี้โทรนัดหมอไว้แล้ว เนื่องจากไหมขัดฟันติดฟันที่ครอบไว้ติดมาเกือบเดือนแล้ว แต่ตอนนั้นยังไม่ได้บัตรประกัน(ของเราทำแค่ดาวเดียวถ้าสามดาวขึ้นไปต้องมีการตรวจเช็คสุขภาพฟันด้วย) ตอนนั้นนึกรักสะอาดเพราะค่าทำฟันที่นี่แพงเลยรีบทำความสะอาด(ตอนนั้นยังไม่คิดจะทำประกันฟัน) ขัดไปขัดมาไหมติดดึงไม่ออก ก็ปล่อยมันติดไว้อย่างนั้น เก็บมานานเริ่มปวดจี้ดๆ วันนี้เลยต้องมาหาหมอ หมอเป็นคนอินโดนีเซียแต่หน้าตาเหมือนคนจีนเลยค่ะ หมอบอกสงสัยไหมติดคราบหินปูนเพราะมันเป็นฟันกรามด้านในและเหมือนหมอที่ทำครอบจะทำฟันครอบใหญ่เกินไปทำให้ฟันแน่นทำความสะอาดค่อนข้างยาก และเลือดจะมักจะออกตอนทำความสะอาด หมอเลยขัดใหญ่เลย มือหนักมาก ง้างปากแทบฉีก ถ้าทาลิปมันน่าจะดีกว่านี้ เจ็บมากจนชา เลือดออกเต็มปากเลย ทำเสร็จหมอบอกหมอไม่รู้มันออกไปหรือยัง หมอไม่รู้แล้วหนูจะรู้ไหมเนี้ย(ก่อนที่จะมาทำรำคาญเลยดึงจนสั้น) และเตรียมลุก ลิ้นดันไปสะดุดตัวไหม เลยรีบบอกหมอว่ามันยังอยู่ หมออารมณ์เสียเล็กน้อยเพราะลูกค้าท่านต่อไปรออยู่ แต่ก็ทำให้คราวนี้มือหนักกว่าเดิมโอ้ยยยย ในที่สุดไหมก็หลุดแต่ไม่รู้ว่ายังมีค้างอยู่มั้งป่าว คลีนิคที่นี่ดเล็กคับแคบไม่เหมือนที่ไทยค่ะ และดูไม่ค่อยสะอาดด้วย ผ้าก็ไม่คลุมให้ทำเสร็จเลือดติดแก้มมาส่องกระจกที่รถนึกว่าปอบ ก็ได้แต่หวังว่าเขาคงจะทำความสะอาดเครื่องมือเป็นอย่างดีไม่งั้นสยองแน่ ส่วนค่ารักษาไม่ต้องจ่ายเพราะเขามีข้อมูลจากบริษัทประกันแล้ว เหมือนหมอจะขัดฟันมากไปทานของร้อนเย็นไม่ได้เสียวฟันตลอดเลย
31 ตุลาคม 2553 วันนี้เวลาที่นี่จะช้าลงหนึ่งชั่วโมงตั้งแต่เวลา 2.00 น. เป็นต้นไปเวลาของที่นี่จากที่เคยต่างจากไทย 5 ชั่วโมงก็จะกลายเป็น 6 ชั่วโมง เวลาในเครื่องคอมจะเปลี่ยนอัติโนมัติแต่เวลาที่บ้านต้องเอามาไขเองจ้ะ
7 พฤศจิกายน 2553 วันนี้สวนสัตว์ Blijdorp Rotterdam เปิดให้เข้าชมฟรี ปกติ 20 ยูโรมั้งค่ะ เนื่องจากทางสวนสัตว์ต้องการประท้วงรัฐให้เข้ามาช่วยเหลือก่อนที่ก่อนที่สวนสัตว์จะเจ๊ง เราสองคนกับแฟนก็รีบเลย ของฟรี ไปยืนรอทางเข้าแถวยาวมากกระดึบได้ทีละน้อย เพราะทางสวนสัตว์เขาให้ช่วยลงชื่อ สงสารเด็กๆต้องมายืนตากฝน หลังจากรอได้ประมาณ 1 ชม. เขาก็เปิดประตูใหญ่ ไม่ต้องรอลงชื่อ น่าจะเปิดตั้งนานแล้ว สัตว์ที่เราไม่เคยเห็นก็มี นกฟามิงโก้ นกแร้ง กระิทิง หมีขาว แมวน้ำ ฮายีน่า และอื่นๆ ที่นี่เขามีการเพาะประการังเองด้วยค่ะ อย่างปะการังอ่อนที่เป็นที่อาศัยของปลานีโม้เขาก็เพาะเองค่ะ มองจากข้างนอกนึกว่าไม่ใหญ่เท่าไหร่แต่ก็เดินกันจนเหนื่อยเลยทีเดียว ตอนแรกก็คิดว่าเหมือนสวนสัตว์บ้านเราแต่ไม่เลยค่ะ สัตว์ของที่นี่มีที่เราไม่เคยเห็นเยอะมากเลย
8 พฤศจิกายน 2553 10.00 น.ไปสอบถามที่โรงเรียนเนื่องจากไปสอบวัดระดับภาษามาแล้วแต่ยังไม่มีการติดต่อใดๆจากโรงเรียน นี่ก็ล่วงเลยมาเดือนกว่าแล้ว แฟนพยายามโทรติดต่อไปที่เบอร์010-8501036 ของ Ooverbruggen พนักงานพูดภาษาดัชต์แต่ไม่ใช่คนดัชต์ ก็ไม่ได้คำตอบที่ดีหลังจากสอบ 2 สัปดาห์แรกโทรไป "เดี๋ยวจะติดต่อกลับนะค่ะ" ก็ไม่ติดต่อกลับ สัปดาห์ที่สามแฟนโทรไปอีก บอก"รอจนกว่าจะได้จดหมายน่ะค่ะ" นี่ก็รอมา 1 เดือนกว่าไม่ลงไม่รอมันแล้ว เลยไปถามที่ Overbruggen เมื่อวันศุกร์เขาไม่ทำงานกันอีก เขาเลยให้มาวันจันทร์ จะมีพนักงานที่จัดการเรื่องโรงเรียนเข้ามา วันนี้เดินเข้าไปหาเองเลย เจอพนักงานสาวสวยเธอรีบเขียนใบติดต่อโรงเรียน เวลาเรียน และชื่ออาจารย์ผู้สอนให้ เริ่มไปเรียนพรุ่งนี้ เรียนวันอังคารและวันพฤหัสก่อนประมาณ 4 สัปดาห์แล้วเขาจะจัดให้เราอยู่ในกลุ่มที่เหมาะสมต่อไป นี่ถ้ารอตามพนักงานรับโทรศัพย์ว่า คงได้รอตลอดชีวิตแน่เลยสรุปว่าเราควรจะรู้ว่าเราเรียนที่ไหนตั้งแต่เมื่อวันที่25 สิงหาแล้ว แต่วันที่ไปดันเจอพนักงานทำงานไม่เรียบร้อย ไม่ได้ให้เอกสารใดๆมา แค่ลงชื่อไว้อย่างเดียว ขนาดไปกับแฟนนะเนี้ย ส่วนไอ้เบอร์ที่่โทรถามก็สงสัยเป็นเบอร์ของส่วนกลาง เขาจ้างมาัรับโทรศัพย์อย่างเดียว รับปากว่าจะดูให้แต่ไม่เห็นผลใดๆ
9 พฤศจิกายน 2553 ไปโรงเรียนวันแรก ปั่นจักรยานไปเองเพราะอยู่ไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่นัก ลมแรงจักรยานแทบปลิว โรงเรียนที่นี่จะเหมือนสถาบันติวเตอร์ที่บ้านเราเป็นตึักแถว 3 คูหา ชื่อ Het Centrum เราเรียนทั้งหมด 2 วันต่อสัปดาห์คืออังคารกับพฤหัสเพราะอยู่ในช่วง Ooverbruggen เพื่อจะดูว่าเราควรจะเรียนในกลุ่มไหน แต่ถ้าแยกชั้นแล้วจะต้องเรียน 4 วันต่อสัปดาห์อาจารย์สอนดีค่ะไม่เร็วมากแต่คนที่มาเรียนส่วนใหญ่ก็จะอยู่นี่มานานแล้วแต่ต้องการสอบให้ผ่านตามที่รัฐกำหนด(ถ้าไม่ผ่านอาจถูกส่งกลับประเทศ)เลยรีบมาลงเรียนเพื่อสอบกัน เวลาเรียนเขาตอบกันใหญ่เลยรู้สึกหดหู่มาก ดีน่ะนี่แค่ดูว่าเราอยู่ในระดับไหน ถ้าต้องเรียนด้วยกัน คงไม่ทันเขาแน่เลยเพราะคนยิ่งตอบมากอาจารย์ยิ่งสอนเร็วจะตามไม่ทันเขาเอา เพิ่งอยู่ได้แค่ 4 เดือน จะให้รู้เท่าคนอยู่มาหลายปีคงไม่ได้ อะไรไม่รู้ต้องรีบถามถ้าปล่อยไว้จะเป็นความเข้าใจผิดได้ เราเลยถามอาจารย์ตลอดเลยว่ามันคืออะไรแปลว่าอะไร ต้องขออภัยเพื่อนร่วมชั้นด้วยนะเจ้าคะะะะ
13 พฤศจิกายน 2553 ได้รับจดหมายให้ไปทำสัญญาเรื่องเรียนวันศุกร์นี้ ว่าเราจะไม่ขี้เกียจ เรียนๆ หยุดๆเรียนเขาต้องทำสัญญากันด้วยเหรอนี่
14 พฤศจิกายน 2553 วันนี้ Sinterklaas en Zwarte Piet เดินทางจากสเปนมาถึงเนเธอร์แลนด์แล้ว เมื่อวานเรือSinterklaas ติดพายุด้วยละ5555 Sinterklaas ไม่ใช่ ซานตาคลอสนะค่ะ คนละเรื่องกัน Sinterklaas ไม่มีอยู่จริงเป็นเพียงนักบุญสมมุติ ของเด็กๆที่นี่ วันเกิดของ Sinterklaas จริงๆคือวันที่ 5 ธันวาคม ในวันนั้นเด็กๆจะได้ของขวัญจาก Sinterklaas ใส่ในถุงที่เด็กๆวางไว้ที่เตาผิง ซึ่งก็คือพ่อแม่ที่เอาไปวางไว้ ประมาณ 3 สัปดาห์ ก่ิิอนจะถึงวันที่ 5 Sinterklaas จะเดินทางไปพบเด็กเพื่อแจกขนม ทั่วเนเธอร์แลนด์ ิิิเราเห็น Sinterklaas Zwarte Piet และม้าสีขาวบนถนน เด็กวิ่งตามกันใหญ่เลย เห็นแล้วอยากกลับไปเป็นเด็ก
18 พฤศจิกายน 2553 วันนี้เปลี่ยนอาจารย์ใหม่เหมือนเขามาฝึกสอนเฉยๆ สอนสนุกดึงนักเรียนมีส่วนร่วมดี ออกเสียงชัดมากกก ชอบๆๆ น่าเสียดายเรียนด้วยแค่วันเดียว ตอนนี้ก็ฝึกฟังกับพูดแล้วดูภาพ(voorprogramma)ไปก่อน
19 พฤศจิกายน 2553 วันนี้ไปทำสัญญาตามจดหมายนัดพร้อมถ่ายเอกสาร ID card ไปด้วย เราได้สัญญาเรียนอายุ 1 ปี ชั่วโมงเรียน 405 ชั่วโมง แต่ละคนได้ไม่เท่ากันเนื่องจากผลการสอบวัดระดับค่ะ ได้คะแนนน้อยได้เรียนมาก ได้คะแนนมากได้เรียนน้อย รู้อย่างนี้ทำไม่ได้ให้หมดก็ดีจะได้เรียนฟรีสัก 3 ปี
หลังจากเรียนเบื้องต้น 6 สัปดาห์เขาจะหาโรงเรียนที่ใกล้บ้านที่สุดให้เรา ถ้าต้องเรียนไกลบ้านเขาจะมีค่ารถให้ แต่เอะไม่เห็นให้เอกสารอะไรกลับมาเลย ***เพิ่มเติม เขาส่งมาเป็นจดหมาย***
21 พฤศจิกายน 2553 โดนทุบกระจกรถอีกแล้ว โดนทุกปีปีละอย่างน้อยหนึ่งครั้ง จะลักอะไรก็ตามสบาย ลักไปทั้งคันก็ได้ ทำประกันไว้แต่ไม่ได้ทำประกันการเสียหายเล็กน้อยนี่สิ ประตูก็เปิดไว้ ยังจะทุบอีก ฉลาดน้อยสมเป็นโจรจริงๆ ช่วงนี้มืดไว ตั้งแต่สี่โมงเย็นก็มืดแล้ว โจรเลยชุกชุม มาดูประหวัดการหายของบ้านเรากันสักหน่อย มอเตอร์ไชด์ 3 คัน วิ่งตามทันเอาคืนมาได้ 1 ครั้ง จักรยาน 4 คัน ทุบกระจกรถยนต์อีกทุกปี
23 พฤศจิกายน 2553 วันนี้อาจารย์มาใหม่อีกคน อายุ 19 เอง วางตัวเรียบร้อยเหมือนอาจารย์เลย คงเกรงๆที่ต้องมาสอนคนแก่ เธอมาพูดเกี่ยวกับ vrijwilligerswerk (ทำงานแบบไม่ได้ตังค์) เธอย้ำว่าต้องเป็นงานที่ทำแล้วมีความสุขด้วยเพราะทำฟรี เราก็เคยไปสมัครร้านเบเกอรี่แบบขอทำฟรีเพราะใจมันรักเขายังไม่เอาเลยค่ะอาจารย์5555
24 พฤศจิกายน 2553 ได้รับจดหมายยืนยันการเซ็นต์สัญญา วันเริ่มสัญญาเรียนและวันสิ้นสุดสัญญา เนื่องจากเราเซ็นต์สัญญาก่อนวันที่ 1 มกราคม 2554 รัฐยังให้เรียนฟรีอยู่แต่ถ้าหลังวันที่ 1 ไปต้องเสีย 270 ยูโร นี่คงเป็นเฉพาะเขต Rotterdam เพราะบางเขตต้องจ่ายค่าเรียน 270 ยูโรกันบ้างแล้ว
25 พฤศจิกายน 2553 ไปเรียน วันสุดท้ายสำหรับคอร์สOoverbruggen เนื่องจา่กที่ผิดขั้นตอนเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2553 ทำให้ปกติเราต้องได้เรียนคอร์สนี้ 6-8 สัปดาห์ก็หดเหลือแค่ 2-3 สัปดาห์เพราะเราไปเซ็นต์สัญญาเรียบร้อยแล้วเป็นอันจบ ( กระบวนการ เริ่มที่เรียนคอร์สOoverbruggen เรียน2-3 สัปดาห์ ได้รับจดหมายให้ไปสอบวัดระดับภาษา รอผลอีกประมาณสัปดาห์ แล้วจะมีจดหมายให้ไปเซ็นต์สัญญา รอจดหมายยืนยันสัญญาแล้วก็หยุดคอร์สOoverbruggenที่เรียนแล้วอยู่บ้านรอจดหมายติดต่อว่าจะให้ไปเรียนที่ไหน) จบจากที่อาจารย์อธิบายเรื่องกระบวนการให้ฟัง เลยถามอาจารย์ว่าถ้าเป็นอย่างที่อาจารย์บอกตอนนี้หนูก็ไม่ต้องมาที่นี่แล้วใช่ไหมค่ะ อาจารย์งงๆเพราะเธอไม่คิดว่าเราจะจัดการทุกอย่างเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว ตอนแรกเธอคิดว่าเราไม่เข้าใจกระบวนการเลยไม่ได้ฟังเราอธิบาย ตอนนี้เธอเข้าใจเราแล้วแุถมชมอีกต่างหากว่าเยี่ยมมากเลย เพราะคนเอเชียท่านอื่นถึงตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าต้องมีการเซ็นต์สัญญา ตอนนี้ก็เลยไม่ต้องไปเรียน รอโรงเรียนใหม่อย่างเดียว อยากขอเรียนที่นี่ต่อเพราะยังไม่ถึงไหนเลย สนุกซะด้วย แต่อาจารย์บอกโรงเรียนนี้จริงๆแล้วไม่ได้มีหน้าที่สอนแค่เป็นเหมือนแนะแนวจัดเวลาการเรียน เพราะบางคนมีลูกหลายคนต้องดูและ มีงานต้องทำ และอีกอย่างอาจารย์มีนักเรียนใหม่มาอยู่เรื่อย อาจารย์บอกเต็มห้องไม่มีที่จะนั่ง อะไรที่ยังเรียนค้างอยู่ก็ให้เราเก็บไปเรียนกับอาจารย์ที่โรงเรียนจริงๆได้เลย
26 พฤศจิกายน 2553 ไปหาหมอคนเดียว เอาบัตรไอดีการ์ดและบัตรประกันไปด้วนนะค่ะ แฟนไม่ว่าง เอาอีกแล้วตู ดันกระโดดทับนิ้วเท้าตัวเอง อย่างแรกจะต้องมีประกันก่อน จากนั้นก็ไปติดต่อหมอประจำตัว ที่นี่เขาจะไม่ให้ไปโรงพยาบาลทันทีเหมือนที่บ้านเรา แต่ต้องไปหาหมอประจำตัวตรวจเบื้องต้นก่อน ซึ่งไม่ไกลจากบ้าน เดิน 100 เมตร แต่บางที่หมออาจจะมีคนไข้ประจำเต็มแล้วต้องไปหาไกลหน่อย แต่ของเราหมอที่รักษาแฟนเรากำลังขาดคนไข้เพราะคนแถวบ้านย้ายไปอยู่นอกเมืองกันเยอะ หมอเลยรีบเพิ่มชื่อเราเลย ให้หมอดูหมอบอกเหมือนนิ้วจะหักเพราะเป็นมาเดือนกว่าแล้ว เลยส่งใบให้เราไปเอ็กซเรย์ที่โรงพยาบาล Ikazia เราเลยกลับบ้านไปเอาจักรยานปั่นไปโรงพยายบาล พอไปถึงก็ต้องของบัตรประจำตัวคนไข้่ก่อนค่ะ ponskaartje เดินผ่านประชาสัมพันธ์ไปแล้วเลี้ยวขวา หยิบบัตรคิว ถึงคิวเราก็ให้ข้อมูลส่งบัตรไอดีการ์ดให้ พนักงานใส่รายละเอียด พนักงานถามพักที่ไหน เบอร์โทรอะไร หมอประจำตัวชื่ออะไร เราก็พยายามพูดดัชต์ถ้าไม่ได้จริงก็อังกฤษก็เข้าใจกันดีค่ะไม่มีปัญหาอะไร จากนั้นก็ขึ้นไปเอ็กซเรย์ที่ชั้นสอง ห้อง 37 รอสักพักเข้าตรวจ เสร็จก็รอ 10 นาที หมอออกมาบอกไม่เป็นไรมากนะค่ะอักเสบเฉยๆ กลับบ้านได้เลยนะค่ะ
26 ธันวาคม 2553 ได้รับจดหมายแจ้งเรื่องเรียนinburgering จาก Ooverburggen ในจดหมายจะแจ้ง contractpersoon หรือบุคคลที่เราต้องแจ้งเมื่อเราป่วยหรือโรงเรียนมีพักร้อน และแจ้งว่าเราต้องเรียนที่โรงเรียนไหน อาจารย์ที่สอนชื่ออะไร
6 ธันวาคม 2553 ไปเรียน inburgering วันแรก ต้องเรียนทั้งหมด 4 วันต่ออาทิตย์ เรียนวันละครึ่งวัน อาจารย์ก็ไม่ใช่คนดัชต์อีกเหมือนกันเเต่เป็นลูกครึ่งดัชต์ฝรั่งเศส พูดได้สี่ภาษา สรุปทั้งห้องไม่มีใครดัชต์แท้ๆเลยอาจารย์บอก
9 มีนาคม 2554 ได้รับจดหมายจาก IND ให้ต่ออายุใบอนุญาตพักอาศัย(verblijfsvergunning) ที่กำลังจะหมดอายุในเดือนกรกฎานี้
29 มีนาคม 2554 ส่งใบตอบรับคำร้องขอต่ออายุใบอนุญาตพักอาศัย
5 เมษายน 2554 ได้รับจดหมายจาก IND ว่าได้รับเอกสารของเราแล้ว
7 เมษายน 2554 ได้รับจดหมายจาก Centraal Justitieel Incassobureau ตอนแรกแฟนนึกว่าเป็นค่าปรับจากตำรวจ ที่ไหนได้เขาแจ้งให้เราไปจ่ายเงินค่าต่ออายุใบอนุญาตพักอาศัย
จำนวน 288 ยูโร แฟนเราเลยเดาว่าเงินที่เราจ่าย จริงๆแล้วก็จ่ายให้ตำรวจนั่นเอง เย็นวันเดียวกันก็จัดการโอนเงิน
10 เมษายน 2554 ร็อตเทอร์ดัมมาราธอน มีสินค้าขายด้วย
4 พฤษภาคม 2554 ได้รับจดหมายจาก IND แจ้งให้ไปรับใบอนุญาตพักอาศัยอีก 5 ปี
14 พฤษภาคม 2554 ไปรับบัตร วันเสาร์เคอเมนเตอร์ก็เปิดนะ จะไปรับเร็วหรือช้าไม่มีผลต่อระยะเวลาในบัตร เพราะระยะเวลา 5 ปีนับจากวันหมดอายุที่บัตรใบเก่า แต่ต้องไม่เกินสองเดือนนับจากวันที่ได้
รับจดหมาย


Create Date : 29 มิถุนายน 2553
Last Update : 17 พฤษภาคม 2554 13:06:33 น. 7 comments
Counter : 895 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ จูนจะเดินทางไปถึงโน่นวันที่ 23 กันยายนนี้ จูนรบกวนถามว่า เอกสาร
VVR form อันนี้คือจะได้หลังจากทำการนัดกับ IND เมื่อเรามาถึงที่นี่ใช่ไหมคะ ส่วนเอกสารที่ทาง IND ส่งมาตั้งแต่ผลเป็นโพสิทีฟคือ Bijlage Verwijzingsformulier TBC-onderzoek ที่เอาไว้สำหรับตรวจปอด
คือสรุป เอกสาร VVR form จะได้หลังจากทำการนัดกับไอเอ็นดี เมื่อมาถึงที่นี่แล้ว แต่เอกสารตรวจปอดทางไอเอ็นดีจะส่งมาให้พร้อมๆกับผล advies ที่เป็น positive แล้ว อันนี้จูนเข้าใจถูกต้องมั้ยคะ
คุณแฟนเค้าสับสนเรื่องเอกสารค่ะ จูนเลยมาถามผู้มีประสบการณ์ก่อน อิอิ
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ


โดย: จูน (หมีขาวน้อย ) วันที่: 11 กันยายน 2553 เวลา:17:15:02 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณจูน หลังจากเรานัด IND เขาจะส่งเอกสาร VVR (Bijlage Verwijzingsformulier TBC-onderzoek ก็มีในนี้ด้วยซ้ำกับที่เราำได้ตอนผล advies ต่างกันแค่สีของกระดาษแต่เนื้อหาเดียวกันค่ะ)มาให้เราเพื่อยืนยันการนัด ส่วนการตรวจปอดจากที่ถามแฟนมานะ่ค่ะเรามีสิทธิ์เลือกว่าเราจะไปตรวจปอดก่อนหรือหลังที่นัด IND ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าเราจะไปตรวจทีหลังเราจะต้องกรอกใบยินยอมตรวจปอดถ้าเราไม่เซ็นต์เราก็ไม่ได้ ID card แต่กรณีของเรา เราไปตรวจก่อนเลยไม่ต้องกรอกเอกสารนี้อีกเพราะเรามีเอกสารจากทาง GGD มาแสดงให้เค้าดูแล้ว ถ้ายังสงสัยตรงไหนก็หลังไมค์มาได้น่ะด้วยความยินดี ใกล้เดินทางแล้วขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพน่ะค่ะ


โดย: makampom-ta วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:4:34:51 น.  

 
สมัยก่อนต้องมีประกันชีวิตให้INDค่ะ แต่สมัยนี้ไม่ต้องแล้วค่ะเพราะผู้ประกันเราคือแฟนของเราถ้าเกิดอะไรกับเราแฟนเราต้องรับผิดชอบจ่ายสดเองทั้งหมดค่ะ แต่ถ้าเราต้องการความสบายใจทำได้ 2 ทางเลือกคือ 1 ทำที่ำไทย ข้อดีคือถูก ข้อเสีย คือ ถ้าเกิดอะไรขึ้น เราต้องกลับไปขอค่ารักษาพยาบาลคืนที่ประเทศไทย ทางเลือกที่ 2 คือทำที่เนเธอร์แลนด์ ข้อดีคือสะดวก ข้อเสีย คือเเพงมากค่ะ แต่เห็นแฟนบอกส่วนใหญ่ที่เขาแนะนำกันคือประกันของ oom verzekeringen เป็นประกันสำหรับคนเดินทางไปต่างประเทศโดยเฉพาะประกันตัวนี้ถ้าเราจะเปลี่ยนประกัน เช่น ประกันมีอายุ 3 เดือนแต่ผ่านไป 2 เดือนเราอยากเปลี่ยน เขาจะคืนเงิน 1 เดือนที่เหลือให้ค่ะ อันนี้แฟนเขาหาข้อมูลจากเว็ปไซด์ //www.buitenlandsepartner.nl


โดย: makampom-ta วันที่: 13 กันยายน 2553 เวลา:4:07:00 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะ เมื่อคืนคุยกะแฟนเรื่องไปตรวจปอด เค้าก็บอกเหมือนที่คุณมะขามป้อมบอกค่ะว่า จะตรวจก่อนหรือหลังก็ได้ ถ้าตรวจทีหลังก็ต้องเซ็นในใบยินยอม คืออันนี้เค้าอ่านจากจดหมายที่ไอเอ็นดีส่งมา จูนเลยบอกว่า ก็ไปตรวจก่อนซะเลยสิ เพราะมันแป้บเดียวเอง โอยเถียงกันแทบแย่แน่ะ เห้อ ปวดตับ


โดย: จูน (หมีขาวน้อย ) วันที่: 13 กันยายน 2553 เวลา:11:01:13 น.  

 
มาถึงได้อาทิตย์นึงพอดิบพอดีเลยค่ะ
มาถึงวันรุ่งขึ้นก็ไปรายงานเคอเมนเต้อก่อน และก็ไปอิเอ็นเด แล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาก็ไปตรวจปอด
แต่เอ ไม่เห็นเค้าติดสติกเกอร์อะไรให้ในพาสปอร์ตจูนเลยค่ะ ชักงงๆแฮะ หรือว่าเค้าลืม แป่ว


โดย: จูน (หมีขาวน้อย ) วันที่: 30 กันยายน 2553 เวลา:16:01:12 น.  

 
วันอังคารหน้านี้เค้านัดไปคุยเรื่องเรียนเหมือนกันค่ะ เค้าให้เอาพวกใบปริญญา ใบรับรองไรต่างๆไปให้หมด ไม่รู้เค้าจะสอบอะไรมั่ง คงเหมือนๆกับคุณมะขามป้อม แล้วเด๋วไปแล้วจะมาเล่าให้ฟังนะคะ


โดย: จูน (หมีขาวน้อย ) วันที่: 6 ตุลาคม 2553 เวลา:20:51:31 น.  

 
เข้ามาอัพเดทจ้า เพิ่งไปคุยเรื่องเรียนตะกี้นี้เอง จนท.เค้าก็คุยทั่วๆไป เกี่ยวกับข้อมูลของเรา และก็ขอดิโพลม ใบผ่านงาน ใบเซอร์ติฟิเคต ไรต่างๆไป และก็แจ้งว่า เราต้องจ่ายเงินเรียนเอง 270 ยูโร ที่เหลือเคอเมนเต้อจ่าย และต้องไปเรียนที่ ROC cuijk ต้องนั่งรถเมล์ไป จนท.บอกว่า อีกประมาณอาทิตย์หน้า ทางรร.จะมีจดหมายมาให้ไปทดสอบแบบที่คุณมะขามป้อมทดสอบเลยค่ะ และก็วัดผลว่าเราจะได้เรียนระดับไหน แล้วเค้าแนะนำให้เรียนไปถึงสตัทเอ็กซาเมน สองเลย เพื่อเอาไปใช้ในการทำงาน


โดย: จูน (หมีขาวน้อย ) วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:17:36:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

makampom-ta
Location :
Bangkok- Netherlands

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





website counter
Friends' blogs
[Add makampom-ta's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.