ด่านแฮบังก๋วน เตียวหุยรบม้าเฉียว







“ซานกว๋อสู่เต้า” 三國蜀道
เส้นทางสามก๊กสู่เสฉวน








บทความที่จะลงต่อไปนี้ ได้รับการอนุญาติ จากคุณปริวัฒน์ จันทร

เพื่อความสะดวกในการอ่านข้อมูล ดังนั้นจึงขอแยกส่วนของบทความโดยแบ่งเป็นหน้า สถานที่ละหน้า ทั้งหมด 8 สถานที่หลักๆ ตามลำดับ การไปเยือน เส้นทางนี้



แตะที่วีดิโอ แล้วกดปุ่ม stop หากต้องการหยุดการเล่นเพลง auto


สถานที่4. ด่านแฮบังก๋วน








ด่านแฮบังก๋วน (เจียเหมิงกวน –Jiameng Guan) หรือเมืองโบราณเจาฮว่า (เจาฮว่ากู่เฉิง-Zhaohua Gucheng) ในปัจจุบัน ได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองโบราณสมัยสามก๊กที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ดีที่สุดเมืองหนึ่ง ตั้งอยู่ในเขตเมืองกว่างหยวน(Guangyuan) อยู่ห่างจากเมืองเหมียนหยางขึ้นไปทางเหนือประมาณ ๑๖๐ กิโลเมตร



แฮบังก๋วนเป็นอำเภอที่มีประวัติต่อเนื่องยาวนานมากว่า ๒,๒๔๔ ปี ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฉิน ตัวเมืองโบราณที่อนุรักษ์ไว้มีขนาดพื้นที่ ๒๐,๐๐๐ ตร.ม มีประชากรอาศัย ๑.๗ หมื่นคน ได้รับการขนานนามมาแต่สมัยสามก๊กว่า “อำเภออันดับหนึ่งของแคว้นสู่ เมืองหลวงอันดับสองของจ๊กก๊ก” และเปรียบเสมือน “เมืองคือด่าน ด่านคือเมือง”
ทำไมแฮบังก๋วนถึงสำคัญเพียงนี้?



หากเราดูแผนที่ของเสฉวนแล้ว จะเห็นว่า แฮบังก๋วนตั้งอยู่ทางตอนเหนือบนรอยต่อกับเขตเมืองฮันต๋ง ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านชัยภูมิสำคัญเชื่อมต่อกับแผ่นดินจีนภาคกลางของวุยก๊ก ในเชิงยุทธศาสตร์การทหารแล้ว จ๊กก๊กจะตายหรือรอดก็ขึ้นอยุ่กับการคุ้มกันด่านแฮบังก๋วน (และด่านเกียมก๊กอีกด้านหนึ่ง) เป็นสำคัญ



ที่ด่านแฮบังก๋วนนี้ เล่าปี่ถือโอกาสผูกใจประชาชน สะสมเสบียง ฝึกปรือทหารและม้า จนเมื่อยกทัพเข้ายึดด่านโปยสิก๋วนและสิ้นบุญบังทอง เล่าปี่ให้ขงเบ้งยกทัพจากเกงจิ๋วมาช่วย สามารถสังหารเตียวหยิม แม่ทัพเอกของเล่าเจี้ยง และตีลกเสียหัวเมืองสำคัญลงได้ เล่าเจี้ยงจึงต้องเปลี่ยนอดีตศัตรูให้เป็นมิตรโดยขอความช่วยเหลือจากเตียวฬอ เจ้าเมืองฮันต๋ง ม้าเฉียว ซึ่งเป็นแม่ทัพของเตียวฬ่อจึงอาสามาสู้กับเล่าปี่



ม้าเฉียว (หม่าเชา) เป็นแม่ทัพหนุ่มฝีมือดี เป็นบุตรม้าเท้ง (หม่าเถิง)
เจ้าเมืองเสเหลียง ทางภาคตะวันตกไกลของจีน

มีบุคลิกลักษณะ “หน้าเหมือนหยก ตาคล้ายดาวตก

รูปร่างเหมือนเสือ แขนคล้ายขาหน้าของวานร

ท้องคล้ายท้องเสือดาว สะเอวคล้ายหมาจิ้งจอก”

ฝีมือการรบสูง กล้าหาญสามารถ

แต่มักสะเพร่า เคยรบชนะโจโฉและเกือบสังหารโจโฉได้จนโจโฉต้องตัดหนวดเพื่อหนีเอาชิวิตรอด

ต่อมาพ่ายศึกต่อโจโฉและเข้าร่วมเป็นพวกกับเตียวฬอ







เมื่อม้าเฉียวมาท้ารบ ขงเบ้งจึงยั่วให้เตียวหุยต่อสู้กับม้าเฉียว ทั้งสองสู้กันหลายร้อยเพลงยุทธ์ตราบจนมืดค่ำที่หน้าด่านแฮบังก๋วน ก็มิรู้แพ้ชนะ





เล่าปี่อยากได้ม้าเฉียวผู้องอาจสง่างามมาช่วยงาน ขงเบ้งจึงวางอุบายให้ม้าเฉียวยอมสวามิภักดิ์ จากนั้นม้าเฉียวอาสาไปเกลี้ยกล่อมเล่าเจี้ยงจนยอมยกเสฉวนให้เล่าปี่ โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อทหารและประชาชน




นับเป็นอีกหนึ่งผลงานอันโดดเด่นของขงเบ้งที่ยึดเสฉวนโดยไม่ต้องสู้รบ อีกทั้งยังได้ทหารเสือม้าเฉียว และน้องชายทหารเอกม้าต้าย (หม่าไต้) มาอยู่คู่บารมีเล่าปี่อย่างละมุนละม่อมอีกด้วย






ตามประวัติของเมืองกล่าวว่า เมื่อเล่าปี่ได้ครองเสฉวน สถาปนาจ๊กก๊กแล้ว ได้ยกด่านแฮบังก๋วนขึ้นเป็นอำเภอฮั่นโซ่ว(Hanshou) เพราะถือเป็นฐานที่มั่นสำคัญของตนก่อนเข้าครองจ๊กก๊ก และพัฒนาให้เป็นเมืองสำคัญอันดับ ๒ รองจากเซงโต๋ ภายหลังที่ด่านแฮบังก๋วน ใช้เป็นสถานที่สะสมเสบียง ฝึกปรือทหาร เพื่อส่งไปยังฮันต๋ง และสมรภูมิรบทางตอนเหนือ รวมทั้งยังเป็นฐานที่มั่นสำคัญของแม่ทัพเกียงอุย (เจียงเหวย) ในคราวทำศึก ๙ ครั้งกับวุยก๊กหลังยุคขงเบ้ง





เมืองโบราณเจาฮว่าทุกวันนี้ยังคงอนุรักษ์ภูมิลักษณ์ของเมืองที่ต้องตามตำราเฟิงสุ่ย (ฮวงจุ้ย) ไว้อย่างน่าศึกษายิ่ง กล่าวคือ ผังเมืองมีรูปเหมือนน้ำเต้า ป้องกันสิ่งอวมงคลทั้งหลาย มีแม่น้ำสองสายโอบล้อมตามหลักหยินหยาง



กำแพงเมืองโค้ง (ต่างจากเมืองทั่วไปที่มักตรงเป็นสี่เหลี่ยม) พื้นที่ตอนกลางเมืองสูงกว่า โดยรอบเพื่อสังเกตการณ์ข้าศึกจากทุกทิศทาง ถนนในเมืองบรรจบกันเป็นสามแยกรูปตัว T ซึ่งเกิดจากการออกแบบผังเมือง ให้ถนนทุกสายมีปลายทางตัน สามารถปิดล้อมล้อมข้าศึกเพื่อปกป้องเมืองได้ง่าย











ที่ด้านหน้าของประตูเมืองด้านตะวันตกเฉียงใต้เป็นลานโล่งกว้าง มีป้ายปักว่าคือ ลานจั้นเซิ่งป้า หรือสถานที่เตียวหุยออกรบหลายร้อยเพลงยุทธ์กับม้าเฉียวอันลือลั่นสะท้านสามก๊ก





ไม่ไกลกันมีศาลเจ้าจิ้งโหวฉือ

สร้างขึ้นสักการะบิฮุย(เฟ่ยอิ) ขุนนางผู้ซื่อสัตย์จงรักภักดียิ่ง

และเคยเฝ้าด่านแฮบังก๋วนในยามที่ขงเบ้ง

ออกศึกทางตอนเหนือทั้ง ๖ ครั้ง ภายหลังบิฮุยดำรง


ตำแหน่งสมุหนายกแห่งจ๊กก๊กคนที่ ๓

ตามคำสั่งเสียก่อนสิ้นใจของขงเบ้ง

ที่ให้เจียวอ้วน(เจียงหว่าน)สืบตำแหน่งสมุหนายกต่อจากตน


และถ้าเจียวอ้วนสิ้นบุญก็ให้บิฮุยสืบต่อบิฮุยถึงแก่กรรมที่ด่านแฮบังก๋วนและศพฝังไว้ที่เมืองนี้









ผมเดินเลียบกำแพงเมืองมาทางใต้ ยังคงเห็นซากกำแพงเมืองโบราณอยู่ช่วงตอนหนึ่ง รูปรอยที่ปรากฎเป็นกำแพงก่ออิฐสมัยราชวงศ์หมิงซึ่งสร้างขึ้นบนฐานกำแพงเดิมสมัยสามก๊ก



ปัจจุบันมีดินและต้นไม้ขึ้นปกคลุม แม้แลดูรกเรื้อแต่บ่งบอกถึงความเป็นมาของเมืองโบราณยุคสามก๊กอย่างที่ไม่อาจพบเห็นได้ในที่แห่งอื่น



ภาพเพิ่มเติมจากสวนนักรบในเจาฮว่า




เราจะไปต่อกันที่ ล่างจง หรือเมืองปาเส (เมืองเตียวหุย)







กด link ที่ภาพ & เพื่อไปยัง ล่างจง เมืองปาเส
!




照片製作和謝謝 PHOTO CREDIT AND THANKS



ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชม และหวังว่าบทความนี้จะได้ช่วยเป็นประโยชน์ในการเรียนรู้เรื่องราวในสถานที่ต่างๆ ของจ๊กก๊ก ให้กับเพื่อนๆและน้องๆ ที่สนใจเรื่องราวของสามก๊ก




บทความ : ได้รับการอนุญาติจากคุณปริวัฒน์ จันทร (เจ้าของบทความ)

ภาพประกอบ : 特別感謝你,將這些美好的照片與我分享.
special thanks to the owner who share those wonderful pictures
credit ภาพจากเว๊บไซด์ และภาพจากคุณปริวัตน์ จันทร

เรียบเรียงจัดทำใน Blog : เรียบเรียงบทความและภาพประกอบพร้อมทั้งใส่ภาษาไทยและภาษาจีนประกอบด้วยคำบรรยาย และภาษาจีนเพิ่มเติมในส่วนบทความ โดยแม่นางเตียว













Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 18 สิงหาคม 2556 22:02:27 น. 0 comments
Counter : 1690 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แม่นางเตียว
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




เวลาว่างๆ เราก็มักจะ ทำอะไรเรื่อยเปื่อย ที่ชอบก็คือฟังเพลง ดูหนัง ส่วนหนังสือนานๆ จะจับสักครั้ง ต้องอ่านเป็นเรื่องสั้น หรือ บทความ ตอนๆ
ถ้าอ่านยาวๆ เลย ไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่คะ
นิสัยก็ติงต๋อง บ้าๆ บอๆ ^^


Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2556
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
2425262728 
 
20 กุมภาพันธ์ 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่นางเตียว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.