ขงเบ้ง - ในความเห็นเรา


คาแรกเตอร์ของขงเบ้ง ออกจะเป็นคนที่แข็งบ้าง แต่เขาเป็นคนพูดตรงจุด จี้ตรงใจ

Photobucket

มองให้รอบ ขงเบ้งเอง ไม่ใช่คนที่ดีพร้อม ไม่ใช่ไม่เคยพลาด
ไม่ใช่คนที่ไม่มีข้อเสีย บางครั้ง ขงเบ้งก็ดูเหมือนผู้บงการ อยู่กับการรบที่โหดร้าย บางครั้ง ความฉลาด หลักแหลม รอบรู้ก็กลายเป็นเล่ห์เหลี่ยม และบางครั้ง ขงเบ้งก็อยู่เส้นกั้นระหว่างความรู้สึกผิดชอบ และบางครั้งก็ใจอ่อนจนทำให้เสียการ

Photobucket

อันที่จริงขงเบ้งเป็นคนสันโดษ เพราะบุคคลิกของเขาเป็นอย่างนั้น แต่เมื่อเล่าปี่ยอมลำบากไปหาถึง 3 ครั้งอย่างตั้งใจจริง ขงเบ้งก็ตัดสินใจว่าจะร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับเล่าปี่เพื่อรวบรวมแผ่นดิน และเมื่อขงเบ้งมาอยู่ด้วยเล่าปี่ ตั้งแต่นาทีแรกก็ทำงานด้วยใจ และต้องการให้การสงครามจบโดยเร็ว

Photobucket

ข้อดีของขงเบ้งคือ เขาเป็นคนมีจุดยืนที่ดีของตัวเอง ขงเบ้งเป็นคนทำงานจริงจัง และเคร่งครัด ความภักดีต่อเล่าปี่ และอุ้มชูเล่าเสี้ยน ตามคำสั่งเสียของเล่าปี่ ไม่ว่าเล่าเสี้ยนจะเอาไหนหรือไม่ก็ตาม ขงเบ้งไม่เคยคิดจะทิ้ง และการแบกรับภาระกิจที่หนัก หลังจากสิ้นเล่าปี่ ขงเบ้งไม่เคยคิดกุมอำนาจเล่าเสี้ยน ทั้งๆที่เขาเป็นผู้สำเร็จราชการแทน


ไม่ใช่ว่าเขาอยากทำแต่ผู้เดียว แต่ขงเบ้งก็อาภัพเรื่องเพื่อนคู่คิด ที่ด่วนจากกันไปก่อน โดยที่รู้ว่าตนเองต้องแบกรับแต่เพียงผู้เดียว เพราะถ้าผู้อื่นแบกรับอาจจะทนไม่ไหว หมดกำลังใจสู้ หรือไม่ก็คิดกบฎ

การทำงานอย่างซื่อตรง และปฎิบัติตามธรรมเนียม อย่างเคร่งครัด อันนี้เป็นข้อดี ที่ทำให้เขามีสติ และมีระเบียบในการประพฤติตัว เขามีความหนักแน่นและมั่นคง จิตใจที่เข้มแข็งต่อสู้ และไม่หลงใหลในอำนาจ

Photobucket

Photobucket

Photobucket

เขาทิ้งความสุขส่วนตัวเพื่อต้องการช่วยเหลือฟื้นฟูฮั่น การยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ วีถีการเมือง ก็เหมือนกับดึงเขาสู่การต่อสู้ ที่ต้องใช้เล่ห์เพทุบาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญท่ามกลางผู้คนที่แก่งแย่งกัน แต่ขงเบ้งมีเจนตนาในการปกครองที่ดี เหมือนคนที่เห็นบ้านเมืองเดือดร้อน อยากช่วย แต่ใจก็กังวล
เพราะเขาเองก็รู้ว่าการภาระนี้ต้องฝืนชะตาฟ้า แต่เขาก็พยายามป้องกันและรุก ดีกว่านั่งรอให้ผู้อื่นมาบุก การทำงานตรากตรำพร้อมถวายชีวิตนั้น อันนี้เป็นสิ่งที่น่ายกย่องขงเบ้งว่าคือลูกผู้ชายแท้คนหนึ่ง

Photobucket






 

Create Date : 23 มิถุนายน 2551
36 comments
Last Update : 26 ธันวาคม 2553 21:29:39 น.
Counter : 1987 Pageviews.

 

เราเองก้อชอบและรู้สึกนับถือขงเบ้งมากๆเลยค่ะ ^^

 

โดย: nim IP: 202.12.118.61 24 มิถุนายน 2551 10:19:12 น.  

 

โว่ว... ป้าด แม่นางสุดยอดจริงๆๆ พูดตรงเผง ถูกใจข้าน้อยมากเลยจ้า.....

 

โดย: ศิษย์พเนจร IP: 118.174.152.48 24 มิถุนายน 2551 23:43:22 น.  

 

ขอบคุณคะ ....

ความรู้สึกของเรา สำหรับ version พี่เบ้ง ของเฮียถังกั๊วเฉียง เป็นแบบนี้คะ ยิ่งพอเห็นภาพหลังๆ ที่พี่เบ้งเศร้าแล้ว อดย้อนไปนึกถึงตอนที่พี่เบ้งทำหน้ากังวล แล้ว ดีดกู่ฉินที่โง้วลังกั๊ง ไม่ได้

พี่เบ้งเรา....ฮือ..ฮือ..T_T

 

โดย: แม่นางเตียว 26 มิถุนายน 2551 22:35:36 น.  

 

 

โดย: หง (silvio ) 27 มิถุนายน 2551 1:58:01 น.  

 

^
^
มันเผลอเอ็นเทอร์ไป ง่วงนอนเลยเบลอเลย

สั้นๆ ก่อนเข้านอนวันนี้ "รักขงเบ้งที่สุด ชอบเฮียถังที่หนึ่งในใจ" เราจะพยายามปกป้องพี่เบ้งตราบเท่าที่จะมีใครมาทำร้ายชื่อเสียงของพี่เบ้งให้มัวหมอง ถ้าเรารู้เราจะตามไปคุยกับมันผู้นั้น เพราะงั้นถ้าพี่เบ้งยังหลับอยู่ก็ขอให้พักผ่อนสบายๆ หายห่วงได้ และหากพี่เบ้งเกิดใหม่ขอให้มาพบพวกน้องๆ บ้าง อยากเจอหน้าพี่เบ้ง ( เพ้อฝัน เพราะง่วงนอนแล้ว) ราตรีสวัสดิ์นะเจ้าค่ะ

 

โดย: หงส์อรุณ (silvio ) 27 มิถุนายน 2551 2:02:15 น.  

 

เริ่มดูภาพยนต์จีนตั้งแต่ได้ดูหนังสามก๊กที่เฮียถังแสดงเป็นขงเบ้งนี่เอง ถึงจะเป็นเรื่องแต่งบ้างแต่เราก็เลือกเอาสิ่งที่ดีไปสร้างให้ตัวเราเองได้ อย่างน้อยการแสดงที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมแม้เวลาจะผ่านไปกว่า 10 แล้ว ก็ยังได้รับการกล่าวขานและชื่นชมอยู่เสมอความรู้สึกเช่นนี้ไม่ใช่แต่ผู้ชมในเมืองไทยนะคะ แต่รอบๆบ้านเราที่นำเรื่องนี้มาฉายก็เช่นกัน เปรียบเหมือนคนที่ทำงานด้วยความตั้งใจจริงก็มักจะได้รับคำชื่นชมอยู่ในสังคมนั้นๆค่ะ

 

โดย: ดอกเหมย IP: 61.91.194.119 6 กรกฎาคม 2551 17:54:25 น.  

 

อ่านที่คุณหงส์ เขียนโพสทีไรมักขำทุกทีเลยเราว่าคุณน่ารักและขำๆดีจังเลย เชื่อมั้ยเราขำตั้งแต่ คุณเผลอกดEnterและมีแต่ชื่อหง...แล้วมันเหมือนมีintroนำมาก่อนเข้าเรื่องเลยอ่ะ อิ อิ
"รักขงเบ้งที่สุด ชอบเฮียถังที่หนึ่งในใจ"
เอ..แล้วเอา "เล่านิยม" ไปทิ้งไว้ที่ไหนแล้วหล่ะจ๊ะเนี่ย

 

โดย: ชีซี IP: 58.8.95.86 12 กรกฎาคม 2551 1:51:17 น.  

 

ช่าย... ไม่ใช่เพียงแค่เฮียถังคนเดียวนะ ที่แสดงได้ยอดเยี่ยม ท่านอื่นๆด้วยเช่นกัน คิดดูสิ ขนาดเด็กข้างบ้าน ป.3ป.4 ยังติดสามก๊กเลย
แต่ด้วยรอยยิ้มกระชากใจ ความน่ารัก และฝีมือชั้นเซียน รวมกับบทบาทของตัวละครที่ยอดเยี่ยมน่าทึ่ง เฮียถังได้ดึงความเป็น "ขงเบ้ง" ออกมาหมดเลย ทำให้เราเชื่ออย่างสนิทใจว่าเค้าเป็นขงเบ้ง เรายังรู้สึกจริงๆนะ ว่า ตัวจริงๆของท่านขงเบ้ง ก็คงเป็นแบบนี้แหละ ทั้งรูปร่างหน้าตา ดูลงตัวไปหมดทุกอย่างเลย ขอให้เฮียแกพักผ่อนเยอะๆ แข็งแรงๆละกัน
อ้อ... ที่สำคัญ ท่านอ.ทั้งหลายคะ พักผ่อนกันบ้างนะคะ นอนดึกกันเหลือเกิน เดี๋ยวจะไม่มีใครมาส่งต่อรอยยิ้มของพี่เบ้งนะจ๊ะ ศิษย์คนนี้เป็นห่วงจ้ะ

 

โดย: ศิษย์พเนจร IP: 118.174.185.91 15 กรกฎาคม 2551 22:06:38 น.  

 

ช่าย... ไม่ใช่เพียงแค่เฮียถังคนเดียวนะ ที่แสดงได้ยอดเยี่ยม ท่านอื่นๆด้วยเช่นกัน คิดดูสิ ขนาดเด็กข้างบ้าน ป.3ป.4 ยังติดสามก๊กเลย
แต่ด้วยรอยยิ้มกระชากใจ ความน่ารัก และฝีมือชั้นเซียน รวมกับบทบาทของตัวละครที่ยอดเยี่ยมน่าทึ่ง เฮียถังได้ดึงความเป็น "ขงเบ้ง" ออกมาหมดเลย ทำให้เราเชื่ออย่างสนิทใจว่าเค้าเป็นขงเบ้ง เรายังรู้สึกจริงๆนะ ว่า ตัวจริงๆของท่านขงเบ้ง ก็คงเป็นแบบนี้แหละ ทั้งรูปร่างหน้าตา ดูลงตัวไปหมดทุกอย่างเลย ขอให้เฮียแกพักผ่อนเยอะๆ แข็งแรงๆละกัน
อ้อ... ที่สำคัญ ท่านอ.ทั้งหลายคะ พักผ่อนกันบ้างนะคะ นอนดึกกันเหลือเกิน เดี๋ยวจะไม่มีใครมาส่งต่อรอยยิ้มของพี่เบ้งนะจ๊ะ ศิษย์คนนี้เป็นห่วงจ้ะ

 

โดย: ศิษย์พเนจร IP: 118.174.185.91 15 กรกฎาคม 2551 22:06:38 น.  

 

อยากนอนหัวค่ำนะ แต่ช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนมันต่อเน็ตได้รับส่วนลดชั่วโมงตั้ง 50 % อ่ะค่ะ โปรโมชั่นเย้ายวนใจ เลยชอบมาเวลาดึกแบบนี้

แต่ดึกดื่นครั้งนี้น่าเสียดาย คืนนี้ได้แค่ไปเถียงกันในกระทู้อันนั้นเท่านั้นเอง นี่เราก็กลายเป็นคนใช้เวลาไปกับสิ่งที่ไม่น่าสนใจไปซะได้แล้ว

 

โดย: หงส์อรุณ 18 กรกฎาคม 2551 1:02:00 น.  

 

โอ้!! กระทู้อะไรหรือคะ อยากเห็นบ้างจัง พวกที่คิดว่าความคิดของตัวเองถูกที่สุดน่ะ

 

โดย: ศิษย์พเนจร IP: 118.174.117.192 27 กรกฎาคม 2551 23:03:40 น.  

 

ทุกท่าน ระบายกันจนหมดเปลือกเรยย
ความจริงข้าพเจ้าก็ระบายเหมือนกัน เรื่องกระทู้แบบเกลียดขงเบ้งแบบไม่ลืมหูลืมตาอ้ะ ปกติไม่เข้าไปโพสเลยล่ะขี้เกียจเถียง คนมันมองต่างมุม แต่พออ่านหนังสือของท่านเล่า ชวน หัว มันเครียดนะ
มาก ๆ เลยช่วงนั้น อยากรู้ว่าอะไรจริงกันแน่ ไม่ทราบทุกท่านอ่านหรือเปล่า "เปิดหน้ากากขงเบ้ง" น่ะ ข้าพเจ้าได้อ่านเล่ม 1 ก็รีบไประบายใส่กระดาษทันที 5 หน้า มันอัดอั้นไง เคยไปคุยกับท่านนึงเขาบอกว่าให้เอาไอ้ที่ระบาย 5 หน้าน่ะมาลงให้อ่านหน่อย ข้าพเจ้าไม่กล้าเลย ต่างคนต่างความคิด มันไม่จบไม่สิ้น แต่มาคุยในนี้มีแต่คนรักท่าน อ. เลยอยากระบายจังเลย ไว้เอามาลงได้ป่ะ แต่ยาวมาก ๆ

 

โดย: เทียนฟง IP: 118.174.221.62 14 สิงหาคม 2551 18:41:37 น.  

 

เพิ่งกลับมาห้องนี้ ถ้าแม่นางเทียนฟง อยากระบายความในใจ 5 หน้ากระดาษนั้น ไว้ในนี้ เชิญตามสบายจ๊ะ แยกเป็นช่องตามสบาย
เราเองก็อ่านในกระทู้อื่นมาไม่น้อย เรื่องอ้างอิงของ คุณเล่าชวนหัว

มีหลายcomments ที่อ้างอิงข้อมูล แสดงความแข็งกร้าวในความเห็น และน่าเป็นห่วงโดยเฉพาะเด็ก ซึ่งบ้างคนเราชื่มชมในการใฝ่หาความรู้เรื่องเพิ่มเติมในด้านต่างๆ แต่ในความเห็นเต็มไปด้วยการต้องการเอาชนะ โดยอ้างอิงข้อมูลเหตุผลจากที่ได้อ่านมา
ซึ่งเราก็พูดกับเขาไปด้วยดี และอยากให้เขามองผู้อื่นและพิจารณาจากหลายๆองค์ประกอบ
เราต้องรู้ตัวเราเองก่อน เราเองยังมีข้อดีและข้อเสีย ทำไมขงเบ้ง จะมีแต่ข้อดี ไม่มีข้อเสีย หรือมีแต่ข้อเสีย ไม่มีข้อดี

ทำให้เรารู้สึกเสียดาย กับ คุณค่าของวรรณกรรม ที่ผู้แต่ง อย่าง หลอกวานจง ได้แต่งไว้ ด้วยอารมณ์การเขียนของเขา ก็สื่อถึงการที่เขาอยากจะบอกเล่า ผ่านตัวละคร และการแสดงความเห็นที่เกี่ยวข้องกับการเมืองผสมอยู่ (อย่าง Alan Moore ก็ยังอิงการเสียดสีการเมืองผ่านเรื่องราวที่เขาเล่าในการ์ตูนของเขาเช่นกัน)

จริงอยู่ "ขงเบ้ง" ในฉบับวรรณกรรมของท่านหลอกวานจง ถูกแต่งอย่างยกย่อง และถูกบอกเล่าผ่านตัวละคร ถึงการที่ "ขงเบ้ง" เป็นคนๆหนึ่งที่อยากโดดเข้าไปช่วย เพราะความวุ่นวายของบ้านเมือง ทั้งๆที่ในใจรู้ว่ามันอาจจะแสนสาหัส กับการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของผู้อื่น ในฉบับละครตามวรรณกรรม ก็แสดงให้เห็นว่าขงเบ้ง ก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีความผิดพลาดได้

การบอกเล่าผ่านถึงข้าราชการ ให้ตระหนัก ถึงหน้าที่ และการใช้ความรู้ความสามารถบริหารบ้านเมือง ผ่านฉาก สงครามลิ้น

การบอกเล่าถึงอุดมการณ์ของลูกผู้ชาย ชีวิตของขุนศึกในแต่ละก๊ก ความลึกซึ้งของอารมณ์ และความโศกเศร้าของตัวละคร ที่ดำเนินตามไปตามชะตากรรมของแต่ละบุคคล และจุดสุดท้ายก็คือ ความไม่เที่ยงแท้

แต่ท่ามกลางการต่อสู้ การแย่งชิง ก็ยังมีความจริงใจ ให้เราได้เห็น มีการยอมรับนับถือกัน แม้จะอยู่ต่างก๊ก ต่างฝ่าย ยอมรับในความสามารถ กันอย่างลูกผู้ชาย

อันนี้เป็นสิ่งที่เราเข้าใจ จากการนำเสนอของฉบับละคร ตามวรรณกรรมของท่านหลอกวานจง

 

โดย: แม่นางเตียว 16 สิงหาคม 2551 21:37:03 น.  

 

พูดมายาวแล้วก็ขอเพิ่มอีกสักหน่อยแล้วกันนะ
ว่าได้อ่าน สามก๊ก ฉบับคนกันเอง ของคุณเอื้อ อัญชลี แล้วเดี่ยวจะเอาบทความที่อ่านแล้ว ทำให้เราอมยิ้มไปด้วย มาฝากกัน
เรื่องราวขำๆของ ขงเบ้ง กับอาจารย์ สุมาเต็กโช และ
เรื่องราวที่อบอุ่นแบบมีเสน่ห์ ของ ขงเบ้ง กับ ภรรยาและพ่อตา
แต่เป็นบทสั้นๆ นะคะ ตามบทความในหนังสือเลย

 

โดย: แม่นางเตียว 16 สิงหาคม 2551 21:55:10 น.  

 

ถ้างั้นต้องขออภัย หากเอามาลงแล้วไม่ได้สาระอะไร เนื่องจาก
ตั้งใจระบายไว้อ่านเอง สรรพนามอาจทะแม่ง ๆ เพราะทีแรกกะจะ
เอาไปโพสที่อื่นแต่เปลี่ยนใจ ขอทุกท่านอย่าถือสา อ่านแล้วขำได้นะ

 

โดย: เทียนฟง IP: 118.174.210.160 17 สิงหาคม 2551 9:56:51 น.  

 

ขอออกตัวก่อนนะคะว่าไม่เคยออกความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ไหนมาก่อน นี่เป็นที่แรก เพราะคิดเสมอว่าต่างความคิด แต่พอพูดถึงคุณ เล่า ชวน หัว แล้วมันอดไม่ได้ซะนี่…..............

ตามความคิดเห็น ท่านขงเบ้งก็เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ที่เจ้าเล่ห์เพทุบาย ฉลาดแกมโกงอย่างที่สุด แต่ไม่ไร้คุณธรรม และในหลาย ๆ ครั้งเมื่อพิจารณาแล้วก็เข้าใจในการกระทำนั้น อย่างเช่นในศึกเซ็กเพ็ก ต้องพาตัวเองเข้าไปอยู่กับศัตรูเพื่อความอยู่รอดของนายและอุดมการณ์ หาอุบายต่าง ๆ นาๆ เพื่อให้รอดพ้นจากการปองร้ายของท่านจิวยี่ที่คิดจะเอาชีวิตตนอยู่ตลอดเวลา แม้ตอนท่านจิวยี่กระอักเลือด ก็เกลี่ยกล่อมให้ร่วมมือกันแล้ว ท่านจิวยี่ก็ไม่ยอม เมื่อตายก็ยังเสียใจและเสียดายจนต้องออกปากกับท่านจูล่ง แต่ด้วยต้องลดความโกรธของชาวกังตั๋งจึงต้องแกล้งไปไว้อาลัยอันนี้ถ้าเป็นเราก็ต้องทำเหมือนกัน เวลานั้นไม่มีอะไรให้เลือกมากนักหรอก ท่านเล่าปี่ก็ยังไม่มั่นคงดีต้องหาวิธีสงบศึกก่อน
ที่ว่าเป็นคนไม่มีคุณธรรมและไม่มีความกตัญญู เมื่อเล่าเปียวอุปถัมภ์กลับคิดแย่งเมืองเขานั้น ลองคิดดูว่าท่านขงเบ้งออกมาจากโงลังกั๋งด้วยปณิธานอย่างไร มิใช่ช่วยท่านเล่าปี่รวบรวมแผ่นดินหรือ เมื่อตัดสินใจออกมาแล้วก็ต้องทำให้ได้อย่างที่ตั้งใจไว้ สถานการณ์ในช่วงนั้นเป็นอย่างไรคงพอทราบกันดี ยังไม่เคยเห็นว่าคุณธรรมกับสงครามจะไปด้วยกันได้เลย ดังนั้นบางครั้งก็ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หากเลือกที่จะผดุงคุณธรรมก็ทำนาดีกว่า สังเกตดูว่าผู้รักคุณธรรมทั้งหลายต้องเร้นกายอยู่ไม่อยากออกมายุ่ง แต่ผู้ที่ตัดสินใจโดดออกมาแล้วย่อมต้องเปลี่ยนมาถือดาบเปื้อนเลือดไว้อย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ทั้งนี้ก็ดูเอาเถิดว่าท่านได้ประพฤติเช่นนั่นตลอดหรือไม่ .....ก็ไม่ เมื่อใดที่จำเป็นจึงต้องทำ อย่างท่านเล่าปี่ที่ใครว่าเอาคุณธรรมมาบังหน้าที่แท้เจ้าเลห์แสนกลนั้นขอแสดงความเห็นว่าไม่จริงซะทีเดียว ท่านประพฤติเหมือนท่านขงเบ้งนั่นแหละ รวมถึงท่านโจโฉและท่านซุนกวนด้วย

ดูอย่างท่านโจโฉในขณะนั้นก็มีอำนาจอยู่และมีกำลังในมือ ปราชญ์ก็มากมาย ด้วยความสามารถของท่านเองจริง ๆ
ท่านซุนกวนก็ได้รับมรตกจากพ่อ(แต่ก็เป็นประมุขที่เก่งกาจเช่นกัน สามารถรวมใจคนได้)
ขอออกตัวอีกว่าชื่นชมท่านทั้งสองเช่นกัน อันนี้เป็นความจริงไม่ได้ออกตัวเสแสร้งเหมือนบางคน
แต่ท่านเล่าปี่มีอะไรติดตัวมาบ้าง ท่านขงเบ้งมาอยู่กับท่านเล่าปี่โดยที่ไม่มีทุนอยู่เลย แน่นอนท่านเล่าปี่แทบไม่มีปราชญ์อยู่ดังนั้นหากท่านขงเบ้งต้องการสร้างผลงานก็ถือว่าเป็นโอกาสแต่ก็เหมือนเอาชีวิตมาเสี่ยงอย่างที่สุดไม่ใช่หรือและด้วยความเก่งปนความเจ้าเล่ห์นี่แหละที่ทำให้ท่านเล่าปี่มีจ๊กก๊ก ค่อย ๆ รวบรวมเมืองมาได้ขนาดนี้จากศูนย์ แต่ถ้าท่านเลวแล้วใครจะหน้าด้านเอาคนเลวทรราชมาเขียนให้เป็นคนเก่งคนดีได้ บางท่านอาจคิดว่าทำไมถ้าท่านขงเบ้งเก่งจริงควรรวบรวมผู้คนมากกว่าไปรอเกงจิ๋ว เหมือนที่ท่านโจโฉเคยทำในช่วงรวบรวมไปต่อต้านตั๋งโต๊ะ ลองคิดดูว่าท่านขงเบ้งออกมาก็มีทัพท่านโจโฉรอปะทะอยู่แล้ว ดังนี้จะคิดอ่านรวบรวมผู้คนได้อย่างทันทีได้อย่างไร ผิดกับท่านโจโฉในช่วงนั้นซื่งมีเวลาแม้แต่จะตระเตรียมทุกอย่างให้พร้อม มีบางท่านว่าท่านสุมาเต๊กโชกล่าวไม่จริงเกี่ยวกับเรื่อง “หากได้ฮกหลง ฮองซูคนใดคนหนึ่งสามารถรวมแผ่นดินได้นั้น” จึงขอค้านด้วยเหตุผลที่ว่า ตั้งแต่แรกที่ท่านเล่าปี่ได้ ท่านขงเบ้งมาในตอนนั้นเสนอให้รับเกงจิ๋วไว้ก็ไม่เอา ลองพิจารณาดูว่าถ้าได้เกงจิ๋วแต่แรก แผนการรวมแผ่นดินจะเร็วและง่ายกว่านี้ไหม ต้องต้านโจโฉได้แน่ลำพังความสามารถของขุนพลและปัญญาของท่านขงเบ้งแล้ว ไม่เช่นนั้นแล้วท่านขงเบ้งจะสั่งน้องชายไว้หรือว่าเมื่อสำเร็จการใหญ่เมื่อใดจะกลับมาทำนาอยู่บ้านเราเหมือนเดิม นั่นเพราะท่านเองก็คิดไว้ว่าจะต้องเป็นไปตามที่คิดไว้คือท่านเล่าปี่ต้องได้เกงจิ๋วก่อน ป่านนี้ท่านเล่าปี่อาจทำการใหญ่สำเร็จไปแล้ว เชิญท่านขงเบ้งมาแต่ไม่ทำตามแผนแต่แรกพากันหนีเกือบเอาชีวิตไม่รอด อย่างนี้แล้วจึงผิดแผนที่วางไว้หมด ทุกอย่างจึงยืดเยื้อออกไป อีกทั้งอยากทำการใหญ่แต่สนใจ

 

โดย: เทียนฟง IP: 118.174.210.160 17 สิงหาคม 2551 10:02:33 น.  

 

เรื่องเล็กดังคำท่านจูล่งว่า ดึงดันแก้แค้นให้ท่านกวนอูก็ไม่ตรงกับแผนการที่ท่านขงเบ้งได้วางไว้ตั้งแต่”เยือนกระท่อมสามครั้ง” ว่าเป็นมิตรง่อต่อต้านวุย เชื่อว่าถ้าท่านกวนอูรับรู้ได้คงไม่ต้องการให้เป็นเช่นนี้ดังนี้แล้วจึงเห็นด้วยกับคำของท่านสุมาเต๊กโช
ใช่อยู่ที่สุสานของท่านหรือศาลเจ้าของท่านถูกสร้างขึ้นในสมัยหลัง ๆ ที่ท่านหลอแต่งเรื่องไว้ แต่ท่านไม่คิดหรือว่าคนสมัยโบราณจะไม่มีความสามารถ ไม่มีปัญญาพอที่จะคิดวิเคราะห์เองได้ว่าตามประวัติศาสตร์หรือแม้แต่เรื่องแต่งนั้นมีความจริงอยู่เท่าใด (เหมือนที่เรา ๆ กำลังคิดวิเคราะห์กันอยู่นี้) คนสมัยใหม่มีความคิดมากขึ้นเพราะวิวัฒนาการและการเรียนรู้เนื้อหาสมัยใหม่ แต่สมัยนั้นอย่างมากก็ตำราดูดาว พยากรณ์อากาศ ศาสนา พิชัยสงคราม แต่สังเกตหรือไม่ว่าท่านเหล่านั้นสามารถวิเคราะห์อะไรได้แตกฉานมากมาย แต่ท่านผู้เขียน เล่า ชวน หัว ว่าการศึกษาตำราของคนสมัยเก่าโดยเฉพาะตำราขงเบ้ง เชื่อถือไม่ได้เป็นอันตรายต่อชนรุ่นหลังผู้เอามาศึกษาและยิ่งถ้าเป็นระดับชี้ขาดความเป็นไปของประเทศยิ่งแย่ แถมยังว่าเป็นเหตุให้ชาวเอเชีย และชาวจีนสูญเสียอิสระภาพให้ต่างชาติอยู่ช่วงหนึ่งด้วย ดูจะเกินไปมากทีเดียวเหมือนกับว่าชาวจีนไม่มีความคิดอ่านและลอกแต่ตำราจึงต้องพ่ายแพ้ เพราะเป็นเรื่องแต่งขึ้นนำมาใช้จริงไม่ได้ เขาจะไม่มีการประยุกต์เลยหรือ ยังไม่พอยังว่าชาวญี่ปุ่นสนใจเรื่องสามก๊กมากเนื่องจากจะได้รู้ทันชาวจีน หรือแม้แต่ชาวเอเชียด้วยกัน เนื่องจากชาวจีนมักเลียนแบบความคิดมาจากสามก๊ก
ท่านหลอก็ไม่ได้ว่าท่านขงเบ้งดีเลิศนี่ บางมุมยังสร้างให้เห็นความไม่ดีเยอะไป แต่จากการวิจารณ์ของท่านเล่า ชวน หัว ทำเหมือนว่าท่านขงเบ้งไม่มีความดีเลย หลายคนว่าเขาเป็นคนที่ทำให้ผู้คนล้มตายมากที่สุดในสามก๊ก (อันนี้วิจารณ์ในแง่ผู้กระทำ ไม่ใช่ผู้ถูกกระทำ) ถ้าอย่างนั้นถ้ารบแล้วต้องมานั่งคำนวนว่าทหารฝ่ายตรงข้ามจะล้มตายมากอย่างนี้คงไม่ต้องรบกลับไปอยู่โงลังกั๋งอย่างเดิมดีกว่า สงครามที่ไหนไม่มีการสูญเสียบ้าง ไม่มีใครชอบสงครามหรอก แต่ท่าน ทำเหมือนว่า “เฮ้ย!ขงเบ้งมันกินบุญเก่าหมดแล้ว สมัยก่อนคนยกย่องมันเก่งมันดีมันเป็นเทพเจ้า แล้วมาว่าคนอื่นไม่ดี เพราะไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นยังไงเราต้องตีแผ่ให้รู้ทั่วกัน ถึงเวลารับกรรมของมันแล้ว” อะไรประมาณนี้ (เปรียบเปรยอารมย์ให้ฟัง)
ในสามก๊กก็มีข้อดีและเสียทุกคน โจโฉก็เก่งน่ายกย่องเป็นวีรบุรุษ แต่ทุกคนก็มีข้อเสีย ทำไมไม่มองให้เป็นกลาง
เล่าเสี้ยนไม่มีความสามารถ (คงติงต๊องตั้งแต่จูล่งฝ่าทัพไปรับมา ความจริงอยากทราบเรื่องของท่านเล่าเสี้ยนมากกว่านี้คงไม่ถึงกับไม่มีดีเลยนะ) หากเลวจริงก็คงไม่ต้องสนคำครหาหรือคำสั่งเสียของเล่าปี่หรอก ดูอย่างท่านสุมาเอี๋ยนสิยึดอำนาจแต่ไม่มีใครว่าเรื่องกบถเลย แถมยังมีคนชื่นชมว่าเก่งด้วยที่รวมแผ่นดินได้ อย่างนั้นจะกลัวอะไรกับเล่าเสี้ยนผู้ที่ใคร ๆ ในยุคนั้นก็รุ้ดีว่าไม่สมควรเป็นกษัตริย์ใคร ๆก็ต้องสนับสนุนท่านขงเบ้งอยู่แล้ว ตั้งตัวเองไปเลยไม่ดีกว่าหรือ ไม่ใช่ว่าซื่อสัตย์ต่อผู้เป็นนายเอ็นดูเล่าเสี้ยนหรือ ถ้าท่านขงเบ้งชั่วจริง กะอีแค่คำเล่าปี่ จะทำอะไรคนชั่ว ๆได้ (ดูน้ำตาขององค์เหี้ยนเต้สิ ไม่ได้สะทกสะท้านต่อท่านโจผีเลย) ไม่ใช่ว่าเพราะท่านเป็นคนดีหรือ ที่ว่ากุมอำนาจเบ็ดเสร็จก็เป็นธรรมดากว่าจะมีจ๊กก๊กได้จะรวบรวมได้แต่ละเมือง เคยชินกับการออกคำสั่งและคิดอุบายเพียงคนเดียวซะส่วนมาก บวกกับความมั่นใจเกิน 100% ก็ต้อง หวงแหนเป็นปกติ กลัวคนอื่นจะทำได้ไม่ดีเหมือนตน อันนี้มองตามสภาพบุคคล เพราะความเสียหายที่จะเกิดอาจมากมายเกินกว่าจะแก้ไขได้ จึงเป็นข้อเสียและถูกมองว่าเป็นเผด็จการ
ยิ่งเรื่องชอบเล่นพรรคพวก ขนาดตัวตายไปยังให้พรรคพวกสานต่อ ท่านว่าท่านขงเบ้งไม่ดี งั้นเจียวอ้วนจะดีหรือเมื่อเป็นพรรคพวกกัน งั้นถามหน่อย เจียวอ้วนจะกลัวอะไรกับคนที่ตายไปแล้ว เขาควรทำตามที่เขาอยากทำไม่ใช่หรือ ทำไมต้องทำตามกฎระเบียบ หรือแม้แต่เรื่องอื่นๆ ตามที่ท่านขงเบ้งสั่งเสียไว้ด้วยล่ะ ถ้านั่นไม่ได้ดีจริง

 

โดย: เทียนฟง IP: 118.174.210.160 17 สิงหาคม 2551 10:03:31 น.  

 

แล้วประเด็นที่ว่าใครไม่คล้อยตามต้องกำจัด งั้นถามหน่อยว่าคนไม่ลงรอยกับใครอย่างท่านอุยเอี๋ยน ให้กุมอำนาจก็คิดกลัวคิดกบถอย่างนี้ถ้าเป็นท่านโจ ท่านซุน จะไม่คิดกำจัดหรือ ท่านเล่าปี่ไว้ใจอุยเอี๋ยนให้เป็นเจ้าเมืองเนื่องจากรู้จักใช้คนอย่างที่ใคร ๆชมกันก็ถูกต้อง แต่สุดท้ายคิดหรือไม่ว่าถ้าท่านเล่าปี่ยังอยู่แล้วจะเอาไว้
ขอมองแบบมุมมองของคนชอบท่านขงเบ้งแบบไม่ซ้ายหรือขวาจัด ทั้งนี้เพราะได้อ่านมาหลายคนวิพากวิจารณ์ และเห็นว่าไม่ยุติธรรมต่อท่านขงเบ้ง ถ้าล่วงเกินอะไรไปก็ขออภัยทุกท่านด้วยเนื่องจากอ้างอิงจากข้อมูลเท่าที่ตนรู้เท่านั้น อย่างน้อยมุมมองของเราถึงชื่นชมฝั่งท่านขงเบ้งแต่ก็ไม่เคยว่าร้ายฝั่งวุยก๊กหรือง่อก๊ก เนื่องจากมองอย่างเป็นกลาง ซุนกวนเองก็เก่งบ้านเมืองเรียบร้อยกว่าใคร แต่ที่ท่านชื่นชมฝั่งตนเองก็ดีอยู่แต่ก็ไม่น่าจะต่อว่าท่านขงเบ้งซะแบบขุดรากถอนโคน อันนี้ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ได้อ่านเปิดหน้ากากขงเบ้งเล่ม 1 ทั้ง ๆ ทีแรกคิดว่าจะไม่อ่าน ไม่สนับสนุน แต่คิดเสียว่าต้องไม่ใจแคบจนเกินไป ต้องมองมุมอื่น ๆ ดูบ้าง
แต่พอได้อ่านแล้วสะดุดตั้งแต่การออกตัวคั้งแต่แรก
ว่ารักชอบท่านขงเบ้งมากมาก่อน ศึกษาทุกอย่างและอยากรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับท่าน เชื่อว่ามีคนไม่น้อยที่รักและเคารพท่านขงเบ้งและอยากทำอย่างนั้น เราคนหนึ่งก็เป็นเช่นนั้น ดังนั้นเราจึงไม่เชื่ออย่างเด็ดขาดว่าคนผู้นี้ คนที่สามารถเขียนวิจารณ์ได้อย่างไม่มีความเคารพยำเกรงจะเคยรักชอบท่านขงเบ้งมากมายมาก่อนได้ แต่ท่านเพียงใช้กลเล็กน้อยกันคนที่รักชอบท่านขงเบ้งเอาไว้จากหนักก็เป็นเบา คนที่รักท่านขงเบ้งทุกคนมีใจกว้างพอที่จะยอมรับในเรื่องต่าง ๆ ที่ท่านยกมาแล้วดูว่าเป็นไปได้แม้จะเป็นเรื่องไม่ดี เช่นอยากออกไปสำแดงผีมือใจจะขาดเมื่อเล่าปี่มาเชิญก็เล่นตัว (เห็นด้วยแต่ไม่รุนแรงขนาดนั้น ใจของท่านขงเบ้งดูจากลักษณะนิสัยชอบท้าทาย จึงน่าจะมีใจออกไป 60% และอยากใช้ชีวิตสงบ 40%ดูจากบทกลอนที่น้องท่านขงเบ้งอ่านให้ท่านเล่าปี่ได้ยินเมื่อครั้งเยือนกระท่อมครั้งที่ 2) แต่ประเภทที่เห็นว่าท่านขงเบ้งพึ่งแต่ปัญญาของภรรยาบ้าง,คิดอ่านประดิษฐ์อะไรก็ไม่ใช่ความคิดตนเอง อีกทั้งยังทำเป็นแนวตลก เรื่องท่านอุ๋ยสีเขียนจม.ถึงท่านขงเบ้งแถมยังส่งชั้นในมาให้ดูต่างหน้านั้น ถือเป็นเรื่องหยามเหยียดที่สุด ใครจะว่าเป็นเรื่องชวนหัว ชวนฮาก็ช่าง แต่ในมุมมองเราแล้วดูจากเจตนาของผู้เขียนนั้นไม่ใช่แน่ ท่านต้องตระหนักให้มากว่าผู้ที่ท่านเขียนถึงยังไงก็เป็นเทพเจ้าของชาวจีนเค้า สมควรแล้วหรือ ถ้าท่านคิดเขียนก็ควรเขียนในแง่มีเรื่องจริงประกอบ หลายเรื่องท่านออกตัวว่าจะเขียนวิจารณ์เฉพาะในแง่ของพฤติกรรม แต่ท่านก็เอาความรู้สึกนึกคิดเองของท่านมาใส่มากกว่าเหตุผลเสียอีก อย่างเรื่องว่าท่านขงเบ้งเป็นคนฟุ้งเฟ้อแต่ชอบพูดว่าสมถะ แต่งตัวอย่างกับจะไปเดินแฟชั่นโชว์ อยากถามท่านหน่อยว่า ท่านขงเบ้งอยู่ในตำแหน่งใดของจ๊กก๊ก เคยเห็นรัฐมนตรีประเทศไหนที่เค้าแต่งตัวปอนๆ ทุเรศ ๆ บ้างไหม ท่านแต่งตัวก็ต้องให้เกียรติก๊ก ให้เกียรตินาย ยิ่งสมัยนั้นเรื่องการเย้ยหยันมีอยู่ทั่วไป ผู้คนจะเยาะเย้ยได้ว่านายเลี้ยงไม่ดี ถ้าจะมองในมุมฟุ้งเฟ้อดูจะเกินไป
อย่างที่บางท่านว่าเรื่องตำราพิชัยสงครามท่านไม่ได้เขียนเอง เนื่องเพราะดูจากการไม่ประสบความสำเร็จในการบุกวุยก๊กของท่านเกียงอุยนั้น ต้องดูปัจจัยหลาย ๆ อย่างประกอบกัน ยิ่งช่วงนั้นวุยก๊กมีแม่ทัพเก่งมากมาย ทั้งยังตั้งรับ ส่วนท่านเกียงอุยเหมือนพวกหัวเดียวกระเทียมลีบแม่ทัพเก่ง ๆ ก็น้อย มากก็แก่ชราแล้ว อีกทั้งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าท่านเกียงอุยเทียบท่านขงเบ้งไม่ได้ (ในด้านปัญญา) จึงไม่แปลกที่ตำราพิชัยของท่านขงเบ้งนั้นท่านเกียงอุยไม่สามารถประยุกต์ใช้จนสำเร็จได้
และถึงแม้ว่าอาจมีหลาย ๆ เรื่องที่อาจไม่มีอยู่จริง (ตามบันทึกประวัติศาสตร์) เช่นเผาทุ่งพกบ๋อง,เผาเมืองซินเอี๋ย,อุบายยืมลูกเกาทัณฑ์, สงครามลิ้น,ค่ายกลหลอกลกซุน หรือแม้แต่ตำราที่ท่านขงเบ้งเขียนขึ้น ก็ตาม อยากทราบว่าใครผิด ท่านขงเบ้งเป็นคนป่าวประกาศบอกหรือว่าท่านเก่งอย่างนั้นอย่างนี้ กุเรื่องขึ้นมาเองหรือ จึงต้องประนามท่านเสียๆ หาย ๆ ไม่ใช่หลอกวนจงหรือที่แต่งให้ท่านเก่งเกินมนุษย์เช่นนั้น ท่านมักเขียนว่าท่าน

 

โดย: เทียนฟง IP: 118.174.210.160 17 สิงหาคม 2551 10:04:20 น.  

 

หลอเป็นคนแต่งว่าอย่างนั้น อย่างนี้ ลองพิจารณาดูว่าคนอ่านจะรู้สึกแย่กับใครมากกว่า ระหว่างท่านหลอ กับท่านขงเบ้ง เท่าที่เห็นเขาก็ไม่ชอบท่านขงเบ้งทั้งนั้น
เปิดหน้ากากขงเบ้ง,ชำแหละกึ๋นเล่าปี่,ควักหัวใจซุนกวน,ผ่าสมองโจโฉ,ล้วงคอสุมาอี้
เหล่านี้ล้วนเป็นตัวละครที่มีการกระทำในสามก๊กแบบแสดงออกว่าเจ้าเลห์ตรง ๆ และแบบกำกวมทั้งสิ้น จึงไม่ยากที่จะนำมาแต่งเติมไปตามความคิดผู้เขียนได้สบาย ๆ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมี “เทิดศักดิ์ศรีจูล่ง” ออกมาด้วย
เนื่องจากตัวละครตัวนี้จะไม่เขียนออกมาก็ไม่ได้เนื่องจากเป็นตัวเด่น และท่านจูล่งก็เป็นผู้ที่หาพฤติกรรมแบบกำกวมได้ยากยิ่ง ถ้าไม่อย่างนั้นคงจะมี “กระชากลิ้นปี่จูล่ง” ออกมาวางขายกันแล้ว อันนี้กล่าวถึงภาพโดยรวมว่าตัวละครที่พฤติกรรมแบบกำกวมนั้นมิใช่จะหมายถึงอย่างที่ท่านเขียนไว้เสมอไป บางครั้งอาจหมายความตรง ๆอย่างนั้นเลยก็ได้ และผู้มีพฤติกรรมเช่นนี้มากที่สุดก็คือท่านเล่าปี่ พฤติกรรมแบบให้คาดเดานั้นไม่ควรพุ่งประเด็นไปตรง ๆว่าเป็นบวกหรือลบ เช่น การปฏิเสธเมืองเกงจิ๋ว ถึงหลายครั้งแต่หลายคนกลับว่าเป็นการคิดแย่งบ้านเมืองเขา งั้นคงต้องว่าโง่รึเปล่าคิดชิงบ้างเมืองเขาแต่ปฏิเสธเพียงเพราะรักษาคุณธรรมที่ใคร ๆ ว่าเป็นคุณธรรมบังหน้า ทั้ง ๆ ที่ทัพท่านโจโฉใกล้เข้ามาแล้วคนเห็นแก่ตัวที่ไหนจะยอมอยู่เฉย รับเกงจิ๋วไว้ก็ชอบธรรมอยู่แล้วยกเล่ากี๋ขึ้นเป็นใหญ่ ท่านเล่าปี่อยู่เกงจิ๋วก็หลายปีผู้คนนิยมชมชอบ ใยต้องกลัวครหาเอาชีวิตไปเสี่ยงโดยการพาราษฎรหนีตายทำไม?
นี่ได้อ่านเพียงเล่ม 1 เท่านั้น เคยได้ดูเล่ม 3 คร่าว ๆ แล้ว อาการหนักไปเรื่อย ๆ อีกทั้งยังว่ามีผู้รักท่านขงเบ้งออกมาแสดงความเห็นโต้อีกมากเท่าไหร่ ท่านก็จะมีเรื่องให้เขียนประนามอีกมากเท่านั้น หน้าไม่อายจริงๆ ท่านคงคิดว่าการตีแผ่จ๊กก๊กซึ่งใคร ๆ ว่าเป็นก๊กพระเอกนั้นย่อมน่าสนใจที่สุด (น่าจะขายดี) จึงใส่ไข่ใส่สีซะมากมายเป็นเรื่องตลกขบขัน
ทุกท่านลองคิดดูว่า ท่านหลอ เป็นชาวจีนและเสียชีวิตไปนานแล้ว ท่านเล่า ชวน หัว จึงกล้าวิจารณ์ท่านได้อย่างเต็มที่ แต่ท่านลองคิดถึงอีกท่านหนึ่งดู นั่นคือท่านยาขอบ ท่านนั้นก็ได้เขียนยกย่องท่านขงเบ้งไว้มากมายจริง ๆ (อ่านแล้วยังน้ำตาไหลได้เลย) ผู้นี้ไงท่านเล่า ชวน หัว ที่เขียนเข้าข้างท่านขงเบ้งเปรียบปานเทพยดา น่าคิดเหมือนกันว่าความจริงแล้ว ท่านเล่าอาจจะอยากวิจารณ์ท่านยาขอบเหมือนที่วิจารย์ท่านหลอด้วยก็ได้ แต่ติดที่ว่าท่านยาขอบเป็นผู้มีชื่อเสียงมากในไทย คงคิดแต่ไม่กล้าทำ
เรายังเชื่อว่าคนที่รักและเคารพท่านขงเบ้งจริง ๆ หากเป็นอย่างที่กล่าวมาคือ ท่านอาจไม่ได้มีความเก่งกาจปานเทพดาแล้วนั้น ก็ยังคงจะรักและเคารพท่านอยู่เช่นเดิม ในฐานะบุคคลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดท่านหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สามก๊ก

ด้วยความเคารพรักวีรบุรุษสามก๊ก
เหมย เทียนฟง (ผู้ปรารถนาเป็นศิษย์ท่านอาจารย์ฮกหลง)

 

โดย: เทียนฟง IP: 118.174.210.160 17 สิงหาคม 2551 10:08:39 น.  

 

ตอนเอามาลงไม่ได้ดูเลย คำจะขาด ๆไปหน่อย ขออภัยด้วย พยายามย่อให้เหลือ 4 หน้าแล้ว

ปล.อายจริง ๆนะนี่

 

โดย: เทียนฟง IP: 118.174.210.160 17 สิงหาคม 2551 10:11:39 น.  

 

ได้อ่านจากที่แม่นางเทียนฟง บอกออกมา.4 ช่องนี้.....
อ่านแล้วก็เข้าใจความรู้สึก ค่ะ เรื่อง "สามก๊ก" นี่มองกันหลายมุมมอง หลายแง่ แล้วแต่จะมองกันที่มุมไหน และโดยส่วนตัวมองว่า นี่คือวรรณกรรม ที่สื่อและสะท้อนจิตใจ คนอ่าน คนดูด้วย เหมือนกระจกสะท้อนตัวเอง ใครมองมุมไหน ก็จะได้มุมนั้น



เรื่องท่านสุมาเต็กโช เราเองก็เคยพูดถึงในกระทู้ต่างๆ เหมือนกันว่า
ท่านสุมาเต็กโช และ ขงเบ้ง ก็รู้เหมือนกัน ท่านสุมาเต็กโช ไม่ได้กล่าวเกินจริง เรื่องความสามารถของขงเบ้งและบังทอง เพราะเขามองเห็นความสามารถของทั้ง 2 คนนี้ ว่ามีความสามารถ เป็นที่ปรึกษา ช่วยให้แผ่นดินสงบได้ เพียงแต่ชะตาของเล่าปี่ ยังไม่เกื้อหนุน หรือ แม้กระทั่งอย่าง ชีซี , ท่านสุมาเต็กโช ก็กล่าวว่า ด้วยความสามารถของชีซี นั้น สามารถเป็นที่ปรึกษาให้ฮ่องเต้ ได้ ไม่ใช่เล่าเปียว เพราะชีซีก็อยากตอบแทนและทำงานให้กับคนที่เมืองที่ตนอาศัยอยู่
แต่คำพูดนี้ ไม่ใช่ว่า ท่านสุมาเต็กโช และขงเบ้ง พวกเขาไม่กตัญญู
แต่เป็นเพราะชะตาของเล่าเปียวนั้นใกล้จะสิ้นบุญ แล้วถ้าเกงจิ๋วไม่ได้อยู่กับคนแซ่เล่าล่ะ และถูกแย่งชิงไปโดยผู้อื่น การยกเมืองให้เล่าปี่ ก็โดยเล่าเปียวเต็มใจ ไม่ได้ไปบีบบังคับเขา มันจึงเป็นจังหวะที่ดี และการไปคุยกับซุนกวน ก็คงไปคุยกับง่อก๊กก็ไปแบบคนมีเมือง มันน่าจะออกไปอีกแนวหนึ่งนะ

เรื่องขงเบ้งพาคนไปตายทั้งเยอะนี่ แล้วทำไมขงเบ้งสิ้นบุญ คนเสฉวนยังร้องไห้ กันระงม เมื่อกลับมา เรียกว่าทั้งชีวิตที่เหลือหลังจากเล่าปี่สิ้น ขงเบ้งก็ทุ่มเทต่อสู้และปกป้องถึงที่สุด

หลักการและอุดมการณ์ของขงเบ้งนั้น เขาก็เป็นคนหนึ่งที่มีเจตนาการปกครองที่ดี และการรบก็อยากจะให้สำเร็จโดยเร็วไม่ยืดเยื้อ แต่บ้างสถานะการณ์ก็ไม่ได้เป็นตามที่อยากจะให้เป็น ก็เลยต้องแก้ไขกันไปเป็นครั้งๆ แถมเวลาที่พร้อมและคนพร้อม ก็สูญเสียช่วงเวลานั้นไปแล้ว

การยึดเสฉวน ก็เป็นไปตามที่คาดไว้ คือเป็นจังหวะอีกเช่นกัน ที่เตียวสง เดินทางมาเพื่อหวังพึงพา เจ้านายใหม่
แต่ตัวเองก็ยอมทำในสิ่งที่ตัวเองก็รู้ว่าไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง แต่ถ้าต้องเสียเมือง มีนายใหม่ ที่ไม่มีคุณธรรม มายึดครอง ทำให้ราษฎร เดือดร้อน สู้ยกให้กับคนมีคุณธรรมไปดีกว่า อันนี้ก็เป็นแนวคิดของ เตียวสงนะ เขาพูดทั้งน้ำตา เหมือนกัน ขงเบ้งก็ช่วยวางกฎหมายการปกครองให้เสฉวน



ขงเบ้งยอมให้ม้าเจ็กไปรักษา เกเต๋ง ก็เพราะ เห็นว่า ร่วมรบกันมานาน และม้าเจ็กก็ไม่น่าจะเอาชีวิตของครอบครัวที่ลงไว้เป็น หลักประกัน มาเสี่ยงว่าจะไม่ทำให้เสียงานใหญ่ และเมื่อเสียเกเต๋งไปแล้ว ขงเบ้งก็ยังมีสติอยู่
แต่ตัวเองก็ไม่หนี ยอมเสี่ยงสู้ตายเหมือนกัน โดยต้องใช้แผนที่จวนตัวจริงๆ แผนดีดกู่ฉินลวงสุมาอี้ ความเสี่ยงเต็มร้อย เพียงแค่สุมาอี้บุกเข้ามา ก็ไม่เหลือแล้ว ขงเบ้งโดนคนแรก เต็มๆ
และการวางแผนการรบที่มีข้อพลาด ก็แสดงให้เห็นว่าขงเบ้ง ก็เป็นคนธรรมดา ที่มีความผิดพลาด ได้เหมือนกัน

แผนการบุกวุยก๊ก ก็เตรียมไว้ซึ่งตรงกับช่วงที่ โจโฉ สิ้นบุญ และ โจผีได้ตั้งตัวเป็น ฮ่องเต้ โดยปลดพระเจ้าเหี้ยนเต้
ส่วนขงเบ้ง นั้นถือว่า ในเมื่อเขาลงมาช่วยเล่าปี่ แล้ว ชีซีเองก็ขอร้องให้ขงเบ้ง ช่วยเล่าปี่ และด้วยคำว่า ราษฎร
ทำให้ขงเบ้ง ใจอ่อน ยอมทุ่มเทความสามารถที่มีอยู่เพื่อช่วยกอบกู้สถานการณ์และการปกครองให้ดี

ยังตอนเบ้งเฮ็ก ที่ขงเบ้งก็ใช้วิธีการมอบคืนการดูแลชนเผ่าให้ เบ้งเฮ็ก นี่ก็เป็นการรวมใจให้เป็นหนึ่งเดียว
ซึ่งเป็นนโยบายการปกครองที่ดี และยังคงให้เกรียติแก่ชนเผ่า

แต่ภายหลัง เสฉวนถูกยึดโดยวุยก๊ก แล้วเล่าเสี้ยนออกมามอบเมืองให้ ก็เป็นสถานะที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่
เพียงแต่ ต่างกันที่ เกียงอุย ต่อสู้และเป็นฝ่ายบุกวุยก๊กจนเกือบจะถึงจุดอยู่แล้ว แต่ก็ต้องล้มเหลว เมื่อถูกเรียกตัวกลับ การวางทหารไว้ตามจุดต่างๆของเสฉวนก็ถูกเรียกให้กลับ จึงเรียกว่าเสฉวนอยู่ในสภาวะที่ขับขัน และผู้นำอยู่ในภาวะที่อ่อนแอ

อันที่จริงเล่าเสี้ยนไม่ได้เป็นคนที่ใช้ไม่ได้ทีเดียว เพราะเล่าเสี้ยนเองก็ให้การสนับสนุนทางทหารให้ทั้งขงเบ้ง และรักเคารพขงเบ้งในฐานะพ่อบุญธรรมคนหนึ่ง และให้กำลังทหารแก่ เกียงอุย ในการสานต่อ แต่ตัวเล่าเสี้ยนเอง ไม่ได้พัฒนาในจุดที่ขงเบ้ง เคยบอกไว้เสมอ ว่าการเป็นเจ้าแผ่นดิน ต้องตระหนักถึงอะไรบ้าง เพราะขงเบ้งไม่ใช่คนที่บีบบังคับให้เล่าเสี้ยนทำ แต่ชี้แนะ และให้เล่าเสี้ยนพิจารณาและปฏิบัติดู

ดังนั้นตอนที่บุกกิสานครั้งที่ หก ซึ่งขงเบ้ง คงถือเป็นครั้งสุดท้าย และเมื่อตอนพูดว่า “เราต้องทำตามคำสั่งเสียของท่านเล่าปี่ และยังต้องช่วยผดุงฝ่าบาท” คำพูดนี้ก็ทำให้เราน้ำตาท่วมใจ เหมือนกัน เพราะมันเป็นสิ่งที่ฟังดูแล้วโอกาสจะสำเร็จจะมีสักเท่าไหร่ ซึ่งขงเบ้งก็หลั่งน้ำตาเช่นกัน เพราะฉะนั้นสุดท้ายของกำลังใจที่ขงเบ้งเหลืออยู่ คือสิ่งที่ขงเบ้ง พูดออกมาจากใจ ในกิสานครั้งที่ หก นี่เอง

คิดว่าถ้าเสร็จศึกจริงๆ หมายถึงรวบรวมแผ่นดิน ได้ ขงเบ้งคงกลับมาช่วยวางการปกครอง และตัวเองก็คงกลับไปอยู่โงลังกั๋ง ตามที่ตั้งใจ เพราะเล่าขำ เป็นคนที่มีแวว ใช่ได้

แต่โดยรวมทั้งหมดของ สามก๊ก เป็นเรื่องราวของชีวิต ที่ระทมทุกข์ และดำเนินไปตาม วัฎจักรของชีวิต มนุษย์
ในยุคของการเปลี่ยนแปลง และไม่สงบ และทุกอย่าง ก็คือความไม่เที่ยงแท้

แต่สำหรับผู้ที่ก้าวเข้าไปเกี่ยวข้องจึงต้องอยู่ในวังวนของการต่อสู้ ด้วยเหมือนกัน และก็ถือเป็นชะตากรรมของแต่ละบุคคล ด้วย ที่ต้องพัวพัน ผูกพันให้พบเจอกัน

ได้อ่านของคุณเอื้อ อัญชลี ฉบับคนกัน แล้ว ก็ยิ่งให้มีความรู้สึกว่า ขงเบ้ง มีทั้งอาจารย์ สุมาเต็กโช สั่งสอนวิชาให้ ถึงแม้ขงเบ้งจะเจ้าเล่ห์ กระล่อน จนอาจารย์ไล่ไป และเมื่อเห็นว่าประพฤติตัวดีขึ้น อาจารย์ก็ไปตามให้กลับมาเรียนต่อ แสดงว่าอาจารย์ เอ็นดู

และ พ่อตา กับภรรยา ที่ร่วมกันสนับสนุน ส่งเสริม ให้กับขงเบ้ง แสดงว่า ขงเบ้ง ก็ต้องมีความดี อยู่ในตัว และไม่ใช่คนที่ใช้ไม่ได้

และฉบับที่คุณเอื้อ อ้างอิงมานั้น บอกว่า มาจากฉบับยาเส้น (เป็นญาติกับท่านยาขอบหรือเปล่าว๊า ^^) ว่า อุยซี หรือ หวังเยว่อิง นั้นไม่ใช่เป็นคนขี้เหร่ อย่างที่พูดกัน อาจจะไม่ใช่สวยเลิศ แต่ออกจะน่ารัก ^^ ข้อมูลใหม่..และถูกใจเรา อย่างนี้ต้องบอกกันต่อ...

 

โดย: แม่นางเตียว 17 สิงหาคม 2551 21:11:46 น.  

 

อ้อ ! ขออวยพรให้แม่นางเทียนฟง สอบได้คะแนนดีๆ นะคะ ช่วงนี้พี่เบ้งก็คงต้องปล่อยให้แม่นางเทียนฟง ไปจากโงลังกั๋ง เพื่อดูตำราเพื่อสอบวิชาก่อน ^^
สอบเสร็จแล้ว มีเวลาก็แวะกลับมาเจอกันใหม่นะคะ

โงลังกั๋งเปิดอยู่เสมอ.... พี่เบ้งฝากใจไปช่วย ^^

 

โดย: แม่นางเตียว 17 สิงหาคม 2551 21:16:01 น.  

 

ก่อนอื่นไหน ๆแล้ว ก็ขอเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อเต็มล่ะกันทุกท่าน
ทีแรกว่าจะใช้แต่เทียนฟงเฉย ๆ เพราะคำว่าเหมยไปซ้ำกับท่าน
ดอกเหมย แต่ตอนนี้รู้สึกทะแม่งชอบกล ขอใช้ชื่อเต็มละกัน
ทุกท่าน เรียกเทียนฟงเหมือนเดิมก็ได้

ขอบคุณอย่างยิ่งอีกครั้ง สำหรับการให้ระบาย และการคอมเมนต์นะ
ท่านเตียว จริง ๆ ก็อีกเยอะเลยล่ะ แต่บางอย่างเขาเอาประวัติศาสตร์มาอ้าง ไอ้เราไม่รู้จริงก็ไม่อยากไปเถียงอ่ะนะ

แหม ! ข่าวของท่านเย่อิงนี่ดีจริง ๆล่ะ มาว่าฮูหยินใหญ่ของเราอยู่ได้
....แย่ล่ะ แต่ข้าพเจ้านี่เข้าเค้าท่านเย่อิงคนเดิมมากกว่าซะนี่ ออกจะขี้เหร่ อุตส่าห์คิดว่าจะเข้าเสป็คท่าน อ.แล้วนะ สงสัยจะแห้วอ้ะ....

ท่านเตียวแวะไปเยี่ยมบอร์ดมาหรือ ถึงได้รู้ว่าข้าพเจ้าจะสอบน่ะ
จริงๆ แล้วเป็นช่วงตุลาน่ะท่าน แต่ต้องฟิตก่อน ดูสิ...ยังตัดใจไม่ได้เลย ยังแวะ ๆ เวียน ๆน่าโมโหตัวเองจริง ๆ หนังสือกองอยู่ตรงหน้าแท้ ๆ ยังหยิบแต่สามก๊ก....สงสัยต้องวานให้ท่าน อ.มาติวดีกว่าจะได้มีกำลังใจอ่าน คิคิ

 

โดย: เหมยเทียนฟง IP: 118.174.161.232 18 สิงหาคม 2551 13:28:57 น.  

 

สวัสดีแม่นางเหมยเทียนฟง ...มาระบายความในใจที่โงลังกั๋ง ก็คงจะเป็นอะไรที่สบายใจดี นะ ไม่เสียสุขภาพจิต ^^

เรื่องซ้อใหญ่(เยว่อิง)นะ เราได้ฟังคุณชีซีเล่าให้ฟัง จากฉบับคนกันเองของคุณเอื้อ แล้วเรารู้สึก ว่า ทั้งภรรยาและพ่อตาของขงเบ้งนี่เป็นคนน่ารักมากนะคะ แถมยังมีแผน ช่วยกัน เกี้ยวหนุ่ม HOT แห่งโงลังกั๋งคนนี้ได้ (อันนี้ถูกใจเรามาก ถ้าเป็นเราก็คงจะใช้แผนนี้เหมือนกัน ^^ เชิญเข้าบ้านให้เดินเข้ามาในค่ายกล) พ่อตาก็เทียวไล้เทียวขือแวะไปพูดคุยด้วยความเอ็นดู

ภรรยาก็รัก พ่อตาก็เอ็นดู สุขใด ไหนเลยจะเทียบเท่าการมีครอบครัวที่อบอุ่น และรู้ใจ ช่วยกันสนับสนุนขงเบ้งกันเช่นนี้

เราก็คิดเสมอนะว่าขงเบ้ง เขาก็รักภรรยากับพ่อตาเขามากนะ ไม่รักได้อย่างไง ฟังดูแล้วอยู่ด้วยแล้วสบายใจ รู้ใจกันแบบนี้ เชียร์ค่ะ
นึกถึงใจอิสตรีเหมือนกัน นางรักสามี แถมยังคุยเรื่องเดียวกันได้ถูกคอ นางก็ต้องทุ่มเทให้สามีสนับสนุนด้วยความห่วงใย รักเขา
แม่นางว่า จริงมั๊ยจ๊ะ

เราแวะเข้าไปที่บอร์ดมา แต่อย่างที่บอกว่า post comment หรือเปลี่ยนข้อมูลตัวเองไม่ได้เลย ก็เลยได้แต่เข้าไปเยี่ยมเยือน ค่ะ

 

โดย: แม่นางเตียว 18 สิงหาคม 2551 22:39:10 น.  

 

ได้เข้าไปอ่านแล้วล่ะ เรื่องของท่านเอื้อ
เรื่องรักครอบครัวน่ะ ข้าพเจ้าว่า ท่านอ.ต้องรักมากแน่นอน
เนื่องจากท่านกำพร้าและต้องอพยพครอบครัวแต่เล็ก
ย่อมต้องโหยหาความอบอุ่น และดูท่าก็เจอซะแล้ววว
ท่านเย่อิงเป็นมากกว่าผู้หญิงทั่ว ๆไป ซึ่งท่านอ. มองออก
จึงเลือกท่านเย่อิงเป็นภรรยา เท่าที่รู้ท่าน อ.ไม่มีเห็นประวัติ
เรื่องฮูหยินรองเลย ไม่เหมือนคนอื่นๆ ที่มีอำนาจในสมัยนั้น
นั่นคงเป็นบทพิสูจน์ความรักต่อท่านเย่อิงและครอบครัวได้เป็นอย่างดี

ปล.คิดอยู่ว่าถ้าไม่ใช้แผนเดียวกับท่านฮองเสงหงันแล้วจะใช้วิธีไหนดีน้า (อิอิ)

 

โดย: เหมยเทียนฟง IP: 118.174.165.22 19 สิงหาคม 2551 14:56:57 น.  

 

หว่อ อ้าย ถังกั๋วเฉียง
รักเฮียมากเลยอ่า
แสดงได้สุดยอด ซึ้งมากเลยฉากเศร้า

 

โดย: เถียงกั๋วฉัง IP: 58.9.226.127 25 สิงหาคม 2551 20:06:39 น.  

 

ฮ่า!!! อ่านกระทู้ของท่านอ.ทั้งหลายมานานพอดูเลยล่ะ

อย่างน้อยก็ยังมีที่ให้ผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกันแบบพวกเราได้แลกเปลี่ยนความเห็นกัน

ศิษย์ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่นับถือในตัวท่านขงเบ้ง
ตั้งแต่เด็กๆ ด้วยความที่ว่าเป็นลูกคนจีน ผู้ใหญ่ทุกคนก็จะเคยดูสามก๊กกันมาทั้งนั้น และก็ชื่นชมในความสามารถของแต่ละท่าน จะได้ยินมาตั้งแต่เด็กว่า เล่าปี่เป็นคนดี โจโฉเนี่ยไม่ดีนะ ตอนนั้นยังเล็กอยู่เลย แล้วก็รู้ว่ากวนอูเนี่ยเป็นเทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์นะ ส่วนเตียวหุยจะมีนิสัยมุทะลุ และขงเบ้งเป็นคนเก่ง ชอบถือพัด เป็นที่ปรึกษาเล่าปี่

ตอนเด็กๆรู้แค่นี้ ซุนกวนนั้นยังไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่ เพราะยอมรับว่าที่ฉายทางโทรทัศน์ซุนกวนดูจะกล่าวถึงน้อยที่สุด แต่ก็พอรู้มาว่าซุนกวนจะเป็นคนกลางๆ ไม่อยู่ข้างใคร

^^^^ สิ่งเหล่านี้เป็นความคิดตอนเด็ก ที่ถูกถ่ายทอดมาจากผู้ใหญ่ ประกอบกับได้ดูสามก๊กบ้างในตอนเด็กๆ จำได้ว่า ตอนนั้นชอบกวนอู พอกวนอูตาย ร้องไห้ใหญ่เลย จนอาโกวต้องมาโอ๋ นั่นเป็นแค่ตอน 5 ขวบเท่านั้นเอง (อุ๊ย!! อายุถูกเปิดเผยละ)

แต่พอโตขึ้นมาหน่อย ถึงศิษย์จะยังอายุน้อย และยังเป็นผู้ด้อยวัยวุฒิอยู่มาก แต่ก็คงจะมีความคิด มีสติปัญญาพอที่จะแยกแยะออกว่าใครดี ใครไม่ดี อันไหนจริง อันไหนไม่จริง และรู้ว่าไม่มีใครดีเลิศ และไม่มีใครที่เลวได้ตลอด ผิดกับผู้ใหญ่บางคน ที่ไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถ ทำในเรื่องสร้างสรรค์ แน่นอนว่าทุกคนคิดแตกต่างกันได้ แต่จะเป็นอย่างไรถ้าแต่ละคนดึงดันแต่จะเอาแต่ความคิดของตัวเอง ว่าร้าย ให้ร้ายผู้อื่นอย่างไม่ปราณี เห็นอยู่เหมือนกันค่ะ พวกหนังสือประเภทที่อ้างว่าเป็นการกระชากหน้ากากใครต่อใคร ทำไมคะ???? มีความสุขนักหรือ ตัวเองเกิดพร้อมท่านขงเบ้งหรืออย่างไร เป็นคนในครอบครัวของท่านขงเบ้งหรือ ยังรู้ดีกว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่ของท่านเสียอีก

แล้วถามหน่อยว่าการกระทำที่...ทำนั้น มันดีกว่าท่านขงเบ้งที่แสนชั่วช้าในความคิดของ....ตรงไหน ยิ่งให้ร้ายท่านขงเบ้งมากแค่ไหน มันยิ่งสะท้อนสภาพจิตใจของ...มากแค่นั้น

บอกตามตรงว่านี่เป็นความรู้สึกของศิษย์เอง ซึ่งเมื่อได้ยินใครให้ร้ายท่านขงเบ้งที่ไหน ก็ยังไม่อาจไปต่อกลอนกับใครได้ เนื่องจากยังมือใหม่ และไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญศึกษาสามก๊กอะไรมามากมาย แต่คิดในแง่ของเด็กคนนึง ที่ดูสามก๊กแล้วมีความสุขก็เท่านั้นเอง

โฮ่ๆๆๆ ขอประทานโทษอย่างสูงนะคะ ที่อาจใช้คำพูดแรงไปนิด แต่คงเทียบไม่ได้กับ... มั้งคะ ถ้าท่านแม่นางเห็นไม่สมควร จะลบทิ้งก็ไม่ว่ากันนะคะ อิอิ

 

โดย: ศิษย์พเนจร IP: 203.209.97.14 22 กันยายน 2551 1:25:33 น.  

 

ต้องขอโทษทีที่แวะเข้ามาช้า เปิดให้เขียนกันได้ค่ะ สำหรับมุมมองที่เราชอบขงเบ้งกัน แต่ก็มีทั้งคนชอบ และไม่ชอบ อันนี้ก็แล้วแต่การวิเคราะห์ของแต่ละบุคคล

อันที่จริง เรื่องสามก๊ก นี่ต้องดูตามกาลเวลา เวลาเด็ก เราอาจจะดูอีกแบบ แต่พอโตขึ้นหน่อย หรือ แก่อย่างศิษย์พี่ ก็จะมองอีกแบบ
แต่โดยส่วนตัวศิษย์ซึมซับกับวิถีชีวิต ของขุนศึกในสามก๊ก อย่างโจโฉ ก็มีเจตนาดีในตอนแรก มีอุดมการณ์ดี แต่พอถูกคนเอาเปรียบ ก็หาทางริ้นรนของตัวเอง ซึ่งก็ไม่ต่างกับ เล่าปี่ แต่เล่าปี่ อาจจะมีความอ่อนน้อมในท่าที และมีเครดิตดี ใครมาอยู่ด้วยก็รัก

ส่วนโจโฉ ก็ไม่ได้เลวหมด เขาเองก็มีกรรม คือเป็นคนอ้างว้าง (มีคนห้อมล้อมเยอะก็จริง)
แต่คนรู้ใจ ถูกใจจริงๆ จะมีน้อย

กุนซือแต่ละฝ่ายก็มีชีวิตที่ทุกข์เหมือนกัน และไม่ได้จบด้วยดี โดยส่วนใหญ่

ส่วนพี่เบ้งเรา ชีวิตกุนซือพี่เบ้งก็ทุกข์ระทม เหมือนกัน หลายคนอาจจะมองว่า ถ้าพี่เบ้งรู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ทำไมถึงยังฝืนมาช่วย

เรื่องนี้โดยส่วนตัวเราฟังตามเพลง ปณิธานของพี่เบ้ง และตอนบุกสิสานครั้งที่ 6 ที่พี่เบ้งระบายความในใจทั้งหมด ออกมา

ก็รู้สึกว่าพี่เบ้งมีเจตนาดี และเป็นคนยึดมั่น หนักแน่น ท่าทางพี่เบ้งจะออกกร้าวๆและไม่กลัวใคร ก็เพราะการเข้ามาสู่วิถีการเมือง ต้องเจอกับหลายๆฝ่าย ก็ต้องเก่งและทัน

ฐานะพี่เบ้งก็มาจากชาวบ้าน เหมือนตัวแทนที่รู้จักชีวิตชาวบ้าน จึงมีความรุ้สึกว่าข้าราชการที่เข้ามาบริหารบ้านเมือง ควรจะต้องรู้จักทะนุบำรุงบ้านเมือง อย่างที่เขาพูดไว้ใน ตอนสงครามลิ้น หรือ ตอน อองลอง

แต่พี่เบ้งก็ไม่อาจจะบรรลุสิ่งที่ได้ตั้งใจกันไว้ได้ และก็ไม่สามารถจะทอดทิ้งได้ แม้กระทั่งหมดลมหายใจ ก็ยังห่วง ซึ่งพี่เบ้งเป็นคนแบบนี้

ถ้ามองให้ดี พี่เบ้งมีชะตากรรมไม่ต่างจากจิวยี่เลย ในตอนท้าย
Photobucket


Photobucket


Photobucket

 

โดย: แม่นางเตียว 19 ตุลาคม 2551 20:44:56 น.  

 

สวัสดีทุกๆท่านข้าน้อยน้อยใหม่ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยจ้า....

 

โดย: ฮกหลงน้อย IP: 58.8.161.65 26 กุมภาพันธ์ 2552 18:51:23 น.  

 

ขอขอบคุณทุกท่านที่รักขวเบ้งเสมอมา

 

โดย: The Three Kingdom Samkok IP: 58.9.138.77 27 มิถุนายน 2552 17:46:16 น.  

 

ข้าน้อย ก็เป็นคนหนึ่งที่เคารพรักตัวท่านขงเบ้ง เคยอ่านมาหลากหลายกระทู้ เกี่ยวกับขงเบ้ง ซึ่งส่วนมากคนที่ได้อ่านของเล่า ชวนหัวอะไรนั่น มักจะรังเกียจขงเบ้งอย่างแรง
เป็นสิ่งที่ข้าน้อยไม่ชอบนัก แต่พอได้มาอ่านบลอด และข้อความที่โพสกันในบลอดนี้ ก็รู้สึกดีใจ ที่มีคนเคารพนับถือในตัวขงเบ้งไม่ว่าประวัติศาสตร์ จะเป็นเช่นไรก็ตาม

รักและนับถือผู้ที่รักขงเบ้ง

 

โดย: ..... IP: 61.90.97.136 12 พฤศจิกายน 2552 21:07:03 น.  

 

เพลงสามก๊กครับ//www.mp3goto.com/ เป็นเว็บจีนนะครับ ให้พิมพ์ชื่อเพลงเป็นภาษาจีนใส่ไปก็โหลดได้ครับ ส่วนใครไม่รู้ชื่อเพลงก็ก๊อบตรงนี้ไปนะครับ นี่เป็นชื่อเพลงต่างๆในสามก๊กครับ 滚滚长江东逝水 这一拜 宝马待英雄 貂禅已随清风去 淯水吟 卧龙吟 民得平安天下安 当阳常志此心丹 丈夫歌 短歌行 江上行 七步诗 哭诸葛 历史的天空



 

โดย: 三国演义 IP: 192.168.2.101, 113.53.255.242 6 ตุลาคม 2553 17:29:25 น.  

 

ขอบคุณ คุณซานกว่อ ที่แวะมาเยี่ยมนะคะ เอาlink ดีๆ มาฝากกันด้วย

ตอบคห 31..
สามก๊ก ฉบับวรรณกรรมเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์ เพราะสามารถให้คนมากมาย วิเคราะห์ วิจารณ์ถึงตัวละคร ได้อย่างกว้างขวาง โดยส่วนมากเราก็จะพูดจากฉบับวรรณกรรม ซึ่งการรู้ข้อมูลของประวัติศาสตร์ ก็เป็นทางหนึ่ง

แต่การเอาประวัติศาสตร์จริงมารวมวิเคราะห์กับวรรณกรรม และสรุปว่า ฉบับวรรณกรรมนั้นไม่ดี เข้าข้างเล่าปี่ หรือก๊กเล่าปี่เป็นพระเอก เป็นสิ่งที่เราเป็นคนหนึ่งที่ขอค้าน
เพราะถ้าก๊กเล่าปี่เป็นพระเอก แล้วทำไมมันถึงจบแบบไม่happy ending แบบละครสำเร็จรูปทั่วไป

ส่วนการวิเคราะห์ว่าทำไมถึงทำไม่สำเร็จ หรือว่า เพราะขงเบ้งไม่เก่งจริง ซึ่งส่วนนี้มันก็เป็นเสน่ห์ของสามก๊กอีกอย่างหนึ่งที่สามารถวิเคราะห์กันได้

แต่การที่พูดสรุปว่า ขงเบ้งนั่นแย่มาก เป็นสิ่งที่ไม่ใช่ที่สรุปกันแบบง่ายๆ ถ้าพูดถึงวรรณกรรม
เข้าใจขงเบ้งแค่ไหน ถึงว่าขงเบ้งแย่ หรือว่าโจโฉ เลวมากๆ แล้วเข้าใจโจโฉแค่ไหน

เพราะตามวรรณกรรม ขงเบ้ง รู้ว่าอนาคตฮั่นจบสิ้นถ้าสิ้นเล่าปี่ แต่ด้วยความที่ตัวเองมีความรู้ ความสามารถ รับปากเล่าปี่ ถึงแม้จะมีกำลังที่เหลืออยู่ ก็คิดหาวิธีที่จะบรรลุให้ได้เป้าหมาย มันอาจจะพอเปลี่ยนแปลงได้ นั่นคือหัวใจของขงเบ้ง

โจโฉ มีเจตนาดีในตอนแรก ในการกอบกู้ แต่เมื่อฝ่ายที่รวมมือ ต่างก็เอาเปรียบ เพราะชิงกันเป็นใหญ่ โจโฉจึงเปลี่ยนเป็นคนที่ไม่วางใจใคร การเป็นคนที่สามารถกุมอำนาจขุนนางทั้งหมดนั่นเป็นสิ่งที่โจโฉทำได้ถูก เพราะมันเป็นหัวใจของโจโฉ ถ้าพูดตามหลักนักการเมือง และมันจะเป็นการดีถ้าโจโฉ มีสติ และรู้จักหน้าที่ของเขาเอง
แต่การoverlead ของโจโฉ เป็นสิ่งที่ทำให้เขาลืมหน้าที่และฐานะของตัวเองไป และเป็นสิ่งที่ทำให้ลดท่อนบารมี ก๊กอื่นๆไม่ยอมสยบด้วยใจ ทำให้หลายๆคนที่มาอยู่เข้าด้วยถอยออกไป และมันทำให้ตกทอดถึงรุ่นลูกที่ทำมากกว่าโจโฉ

 

โดย: แม่นางเตียว 26 ธันวาคม 2553 11:04:33 น.  

 

ขอพูดเพิ่มเติมในส่วนวรรณกรรมที่ เล่าปี่ยกทัพไปล้างแค้นให้กวนอู นั้น ทำไมขงเบ้งจึงไม่ได้เข้าร่วมศึกในครั้งนี้

ด้วยอุปนิสัยของขงเบ้ง เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยยุ่งเรื่องบ้างเรื่อง ถ้าไม่ใช่เพื่อส่วนรวม

การออกศึกของเล่าปี่ครั้งนี้เป็นสิ่งที่ขงเบ้งไม่ได้วางไว้ให้เล่าปี่กระทำเช่นนี้ เป้าหมายของขงเบ้งคือส่วนรวม และด้วยชะตาเล่าปี่ที่ร่วมทุกข์สุขกับพี่น้องร่วมสาบาน เล่าปี่จึงทิ้งอารมณ์ความแค้นไม่ได้ ขงเบ้งมองเห็นชะตาในครั้งนี้ว่าไม่อาจจะรั้งไว้ได้ การพาทหารจำนวนเป็นแสนไปสู้รบแบบไร้ซึ่งจุดหมายแล้ว ขงเบ้งไม่เคยมีความคิด

ไม่ใช่เพราะขงเบ้ง ทิ้งเล่าปี่
เพราะขงเบ้งเป็นคนที่มีเป้าหมาย จะให้ความสำคัญกับกำลังทหารมาก เขาจะเสียใจมากถ้าการวางแผนรบของเขาล้มเหลวหรือไม่ได้ตามแผน โดยเฉพาะการที่ทำให้สูญเสียทหาร และเสียกำลังโดยเปล่าประโยชน์

เพราะฉะนั้นครั้งนี้ สิ่งที่ขงเบ้งต้องทำคือการต้องยืนหยัดต่อไป จ๊กก๊กยังต้องอยู่ ไม่ใช่พากันเฮตามนาย ยกทัพไปล้างแค้น แล้วพากันไปเจ๋งทั้งก๊ก กลับมาแบบไม่เหลืออะไรอีก

สุดท้ายเล่าปี่ตรอมใจ และเสียใจที่ไม่เชื่อคำค้านของขงเบ้งและจูล่ง

 

โดย: แม่นางเตียว 26 ธันวาคม 2553 21:46:47 น.  

 

แต่ละคนวิจารณ์เก่ง ตรงใจอิ่มมากเลยค่ะ

 

โดย: แม่นางอิ่ม IP: 118.172.45.228 27 ตุลาคม 2554 18:42:23 น.  

 

ชีวิตท่านกุนซือขงเบ้ง อาภัพจังทำงานแทบทุกลมหายใจ ท่านเล้าปี่พาขงเบ้งมาลำบาก
และไม่ยอมฟังท่านขงเบ้งตั้งหลายเรื่องที่แนะนำ

 

โดย: ใบตอง IP: 1.179.146.145 25 กรกฎาคม 2557 13:15:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


แม่นางเตียว
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




เวลาว่างๆ เราก็มักจะ ทำอะไรเรื่อยเปื่อย ที่ชอบก็คือฟังเพลง ดูหนัง ส่วนหนังสือนานๆ จะจับสักครั้ง ต้องอ่านเป็นเรื่องสั้น หรือ บทความ ตอนๆ
ถ้าอ่านยาวๆ เลย ไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่คะ
นิสัยก็ติงต๋อง บ้าๆ บอๆ ^^


Group Blog
 
 
มิถุนายน 2551
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
23 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แม่นางเตียว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.