"ความสุขอื่นยิ่งกว่าความสงบนั้นไม่มี"
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
22 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 

วันที่ได้คิด

และแล้วเมื่ออรุณตื่นทำงานเริ่มสาดแสงสหัสรังสี ทั่วผืนหล้าปฐพีให้ได้รับคุณค่าสสารทวียิ่งนัก คล้ายกับมอบความรักความอาทรอย่างไม่เคยแง่งอนหรือเกียจคร้าน อันเป็นนิรันดร์แด่โลกหล้ามานานแล้ว

พร้อมด้วยเสียงเจื้อยแจ้ว ของวิหคที่กำลังบินถลาร่อนเหินหาวบ้าง เกาะตามกิ่งไม้บ้าง ได้เริ่มบรรเลงเพลงตามตัวโน้ตที่ติดตัวตั้งแต่กำเนิดเกิดมาอย่างไพเราะเสนาะยิ่งนัก มักจะเป็นเช่นนี้ทุก ๆ ยามเช้า จะถือเป็นกฎธรรมชาติก็ว่าได้ เมื่ออรุณตื่นทำงานครั้งใดบางวิหคต้องมาร้องบรรเลงเพลงประจำตัวของตนเอง แม้แต่ไก่ยังขันขานกังวานก้องคล้ายกับลองเสียงลูกคออย่างไงอย่างนั้น ทำให้คิดไปว่า อรุณก็เหมือนนาฬิกาปลุกของโลกดีดีนี่เอง

ดูสิผีเสื้อกำลังรีบเร่งแหวกว่ายไปในอากาศ เพื่อมาขโมยน้ำหวานจากเกสรของปวงดอกไม้ดูสินิสัยไม่ต่างอะไรกับมนุษย์เลย ที่ยังคงขโมยทรัพย์สินฉ้อโกงทั้งทรัพย์สินทางปัญญเองก็ตามทีด้วยวิธีที่แยบยลกับเหตุผลสนองกิเลสตัณหาถึงได้ทำบ้าเยี่ยงนี้แก่เพื่อนมนุษยชาติด้วยกันเอง เก่งแต่ทำระยำตำบอนและบ่อนทำลายจิตใจให้ตนเองตกต่ำจากความเป็นมนุษย์ทุกขณะจึงตกอยู่ในวัฏฏะสงสาร

แต่เราก็อยากจะขอบใจมวลดอกไม้ทั้งหลายแหล่ที่เผื่อแผ่ความหอมหวนโดยไม่คิดค่าตอบแทนใด ๆ เลยแม้แต่น้อยนิด ถ้ามนุษย์คิดและทำอย่างดอกไม้นี้สักครึ่งหนึ่งของโลก ความโสโครกและความเห็นแก่ตัวก็คงจะลดลงไปได้เยอะเลยทีเดียว

เรานั่งพรึมพรำกับตัวเองขณะที่ดื่มด่ำกับธรรมชาติ ชมวิวทิวทัศน์อัศจรรย์ทั้งแสงสีเสียงอันบันเทิงเริงใจเต็มไปด้วยคุณค่าปรัชญาอย่างมหาศาลต่อจิตวิญญาณในห้วงความรู้สึกนึกคิด ให้ได้ไตร่ตรองมองเหตุผลอยู่บนความจริงโดยอิงสัจธรรมแฝงด้วยแง่งำมหัศจรรย์ยิ่งนัก แล้วผัสสะทั้งหลายต่างรวบรวมความรู้สึกที่ดีผ่านออกมาทางวาจาเอ่ยว่า “เรารักธรรมชาติ” อยู่หลาย ๆ ครั้ง หลาย ๆ ครา เหมือนจะแข่งกับเสียงซู่ซ่าของน้ำตกที่เริงร่าทิ้งร่างอันโอนโยนจากที่สูงลงสู่เบื้องต่ำและกระทำอยู่เช่นนั้นมิได้ขาดสายพอช่วยผ่อนคลายอาการโศกเศร้าของเราไปได้บ้าง

เราผู้อกหักจากความรักได้เดินทางมาพำนักพักอาศัยที่ป่าดงพงไพรหวังให้ความสุนทรียภาพมาเอิบอาบดวงจิตชุบชีวิตใหม่ปลุกจากหลุมฝังศพของความรัก เรายังคงนึกภาพอดีตอันหอมหวานของวันเก่า ๆ ที่เราเคยมีเธอเคียงข้างปานอยู่ในลมหายใจเข้าออกทุกขณะแม้แต่ยามห่างกัน แล้วคิดย้ำกับตนเองตั้งคำถามซ้ำมาซ้ำไปหวนถึงวินาทีที่โลกของความรักได้แหลกสลายชั่วพริบตา ตอนที่เธอโทรมาหาเราแล้วพูดว่า “เราเลิกกันเถอะนะ” ด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแผ่วเบาอ่อนโยนยิ่งนัก แต่กระอักเข้าไปยังจิตใจทำให้เขื่อนน้ำตาพังทลายไหลทะลักออกมาเกินกว่าจะกักเก็บไว้ได้

แต่ยิ่งกว่าเสียใจกว่านั้นเมื่อรู้ว่าคนที่เรารักอย่างถวายชีวิตไม่ได้คิดรักเราด้วยใจจริง กับสิ่งที่ได้พบเห็น หลังจากที่เธอบอกเลิกเพียงไม่กี่วันเธอมีใครใหม่อีกคนเคียงข้างอย่างมีความสุขปล่อยให้เราจมจ่อมกับความทุกข์ ณ ปัจจุบันและอนาคตที่กำลังคืบคลานมาอย่างช้า ๆ ใจเธอช่างเหมือนธาตุน้ำเสียนี่กระไรที่ไม่รู้จักคำว่าพอ เสมือนน้ำยามค่ำคืนที่ได้ให้ความชุ่มชื่นแด่มวลไม้นานา มวลไม้ต่างหลงยินดีต้อนรับกับความรักของธาตุน้ำที่ได้มาโอบเอื้ออาทรเกาะตามกิ่งใบ แต่หารู้ไม่ว่ามันเป็นความรักที่จอมปลอม และเมื่อยามอรุโณทัยไขแสงสว่าง น้ำที่กลายเป็นน้ำค้างตามมวลไม้ก็ได้ตีตนจากไปทำให้มวลไม้โหยหาอาลัยยิ่งนักกับความรักชั่วข้ามคืนสะอึกสะอื้นอีกนานแสนนานกับการจากไปของธาตุน้ำที่ไปสู่อ้อมกอดของปุยเมฆ ณ ฟากฟ้า

จนกว่าธาตุน้ำจะเบื่อหน่ายปุยเมฆแล้วก็ตีจากลงมาสู่หัตถ์แห่งผืนดินจนกลายเป็นวัฏสงสารอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น

ทันใดนั้นสายตาเราจับจ้องมองเจ้านกน้อยที่ค่อย ๆ เยื้องย่างอย่างอรชรอ่อนแอ่นออกมาหาอาหารและเมื่อเจอหนอนที่กำลังคืบคลานมาก็จิกกินอย่างฉับไว ทำให้เราฉุกคิดถึงชีวิตของหนอนที่ไม่รู้ว่าตนจะต้องมาจบชีวิตอย่างนี้โดยที่ไม่สามารถต่อรองหรืออ้อนวอนขอเวลาได้เลยแม้เพียงเศษเสี้ยววินาทีของความตาย นั่นสิความตายทำไมเราเพิ่งคิดได้ตอนนี้นะแล้วไยเราจะมามัวโศกเศร้าทำไมกัน เมื่อความโศกศัลย์มันไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยแม้แต่น้อย มีแต่ค่อย ๆ ทำให้จิตวิญญาณเราจมปักความเจ็บปวดรวดร้าว กับรักที่ไม่มีวันหวนกลับคืน แต่เมื่อความโศกเศร้าเข้ามา ทำไมเราไม่เพ่งพินิจพิจารณาถึง กฎอิทัปปัจจยตา คือ เมื่อมีสิ่งนี้ ๆ เป็นปัจจัยสิ่งนี้ ๆ ย่อมเกิดขึ้น แล้วทำความเข้าใจยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่ามันเป็นเช่นนี้เองตามธรรมชาติของนิสัยเดรัจฉานในร่างมนุษย์

ซึ่งก็คือเหตุเพราะเธอไม่รู้จักพอกับความรักและก็ไม่ได้รักเราด้วยใจจริง จึงทิ้งเราไปมีใครใหม่ทำให้เราเสียใจกับอารมณ์ที่ถูกเธอทอดทิ้ง ยิ่งเรามัวหลงยึดมั่นถือมั่นในอวิชชาอุปาทานว่าเธอเป็นของ ๆ เรา ทั้งยึดมั่นกับความร้าวรวด จึงเจ็บปวดทุรนทุรายโง่งมงายกับความรู้สึกที่สูญเสียเธอไป และในทางตรงกันข้ามแล้วไซร้ ถ้าเราไม่ยึดมั่นถือมั่นกับความรู้สึกที่เราสูญเสียเธอไปและได้ทำความเข้าใจถึง กฎไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เราก็อาจจะเจ็บปวดน้อยกว่านี้อาจบางทีเราจะยิ่งเข้าใจเสียด้วยซ้ำกับสัจธรรมอันประเสริฐของพระพุทธเจ้า แต่ความรู้สึกของเราในขณะนี้ก็ได้แต่อโหสิกรรมให้กับเธอ ขอให้เธอเจอคนที่ดีมีแต่ความสุขตลอดไป ส่วนเราก็จะพยายามทำความเข้าใจให้หายจากความโง่เขลา โดยเอาพระธรรมชำระจิต ปลุกชีวิตให้อยู่กับปัจจุบันตลอดไป พร้อมเริ่มต้นชีวิตใหม่ในการทำวิปัสสนาศึกษาอริยสัจจ์ บำบัดกายใจไปนิรันดร์




 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2550
2 comments
Last Update : 15 มีนาคม 2550 15:44:50 น.
Counter : 389 Pageviews.

 


คนแรก คริๆๆ

 

โดย: สาวโอเรกอน IP: 71.56.138.69 22 กุมภาพันธ์ 2550 10:57:28 น.  

 


เปรียบได้ดีนะคะ อ่านแล้วให้แง่คิดได้ดีนะคะ

บางตอนอ่านแล้วกลับมามองดูตัวเองแล้ว

อืม ! ก็ให้ดีคติเตือนใจให้ตัวเองได้นะ

 

โดย: สาวโอเรกอนคนเดิม IP: 71.56.138.69 22 กุมภาพันธ์ 2550 14:35:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Valentine's Month


 
maejitr
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add maejitr's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.