คิดไปเขียนไปตามสไตส์...แม่บุญ.....
Welcome to my little world .....
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
30 ธันวาคม 2558
 
All Blogs
 
อาหารเอเชีย เหมาะกับคนเอเชีย





อาหารเอเชีย เหมาะกับคนเอเชีย



 photo Thai cuisine.jpg 2_zps219qvlti.jpg




สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านที่ติดตามผลงานของแม่บุญ ทั้งที่ตั้งใจและโดยบังเอิญที่เข้ามาอ่านเรื่องราวต่างๆ ที่แม่บุญเขียน หลังจากเขียนบล็อคสุดท้ายเรื่องราวการท่องเที่ยวที่ประเทศอิตาลีแล้วมีอันเป็นไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ต้องเข้าโรงพยาบาลด่วนที่เมือง Orvieto ให้มิเชลใจหายใจคว่ำว่าจะต้องยกเลิกแผนการเดินทางหรือไม่ ในที่สุดก็กลับมารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลที่เบลเยียม





หลังจากตระเวนหาหมอผู้เชี่ยวชาญด้านโรคที่คิดคาดเดาเอาว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ วิ่งเข้าวิ่งออก นัดหมอจนมิเชลมึนไปแปดตลบ ดีนะที่ค่าใช้จ่ายในการรักษาประกันที่ทำไว้เขาออกให้ ไม่งั้นแม่บุญคงต้องขายของเก่ากินแน่ๆ อย่าคิดมากนะคะ ของเก่าที่ว่าคือต้องกลับไปทำอาหารให้ฝรั่งกินนั่นแหละ อ้อ นับรวมๆ แล้วแม่บุญผ่านมือหมอเกือบสิบท่าน แต่ละท่านก็มึนไปแปดตลบเพราะหาสาเหตุไม่เจอว่า ทำไมแม่บุญถึงท้องโตเหมือนคนท้องหกเดือนทั้งๆ ที่ไม่ได้ตั้งท้อง ทำไมแม่บุญจึงปวดท้องราวฟ้าจะถล่มทลายแต่หาสาเหตุไม่พบ เครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยที่สุด เครื่อง MRT ก็เข้าสแกนแบบละเอียดยิบ อิ อิ มันหาสาเหตุไม่เจอ ทำให้แม่บุญมีความข้องใจเหลือประมาณว่า เพราะอะไร ?



 photo Thai cuisine.jpg 3_zpsf7w9sw94.jpg




พอได้โอกาสกลับเมืองไทยเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เป้าหมายแรกที่ทำคือการไปตรวจสุขภาพประจำปีที่สถาบันโรคมะเร็งแห่งชาติ ติดกับโรงพยาบาลรามาธิบดี ผลการตรวจออกมาคือ แม่บุญมีคลอเรสเตอรอลสูงโด่งจนเกินขีดธรรมดา แถมเลือดข้นมาก จนหมอต้องให้ยามากิน หลังจากนั้นแม่บุญก็ไปโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เพื่อหาหมอผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินอาหาร ท่านอาจารย์หมอตรวจพร้อมกับให้นักเรียนแพทย์มาเข้าศึกษากรณีของแม่บุญด้วย ท่านกล่าวไว้ยังไงเดี๋ยวจะสรุปให้ฟัง



 photo Thai cuisine.jpg 1_zpswylef7iq.jpg




ยังไม่พอ แม่บุญยังไปหาคุณหมอที่เคยบวชเป็นพระและได้เรียนรู้วิชาการแพทย์เป็นศิษย์รุ่นสุดท้ายของสำนักเส้าหลิน ที่รุ่นพี่แนะนำให้ไปหาท่านๆ ชื่อ ท่านชื่อ อาจารย์ศุภชัย เจ้าของ AKa Clinic อยู่แถวสุขุมวิท วันที่ไปหาท่านฝนตกหนักต้องวิ่งตากฝนไปจนได้รับการตรวจ และท่านให้ยาสกัดจากดอกไม้จากประเทศออสเตรเลียมาให้กินเพื่อรักษาอาการ



 photo Thai cuisine_zpsukcbfi8t.jpg





กลับบ้านเกิดที่จังหวัดอุดรธานี แม่บุญก็ยังไปหาหมอที่โรงพยาบาลอีก เพื่อให้รู้ให้ได้ว่าอาการที่เจ็บป่วยนั้นเกิดจากอะไร คุณหมอท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหารเช่นกัน คราวนี้มาสรุปคำอธิบายของคุณหมอผู้เชี่ยวชาญของเมืองไทยทั้งสามท่านว่ามาอย่างนี้



อาการของแม่บุญที่เกิดอาการท้องบวม คลอเรสเตอรอลสูงเพราะระบบการทำงานของตับบกพร่องมันไม่สามารถทำงานได้เต็มร้อยเปอร๋เซ็นต์ ระบบการดูดซึมน้ำจากลำไส้ใหญ่ก็ทำงานไม่เต็มที่จึงทำให้มีอุจจาระค้างในลำไส้ เลือดข้นหนืดจนต้องให้ยารักษา เป็นอาการแพ้อาหารที่ไม่แสดงออกทางอื่นแต่มาลงที่ระบบการทำงานของกระเพาะอาหารทั้งหมด เพราะอะไร ? เพราะอาหารที่แม่บุญเริ่มมากินเมื่อมาอยู่เบลเยียมไง แม่บุญแพ้อาหารทุกอย่างที่เกิดจากสัตว์ เช่น นม ชีส ครีมที่ใส่ในอาหาร เพราะระบบร่างกายของคนเอเชียบางคนและคนอาฟริกาไม่สามารถย่อยแลคโตสได้


แม่บุญค้นจากอินเทอร์เน็ต//www.n2n-inter.com/health_detail.php? เขากล่าวไว้ว่า


….แลตโตส คืออะไร
แลตโตส เป็นน้ำตาลที่สามารถพบได้ในนม ชีส ไอศกรีมและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีส่วนผสมของนม โดยปกติแล้วน้ำตาลแลคโตสจะพบได้เฉพาะในน้ำนมของสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนมเท่านั้น


การแพ้แลคโตส


ในบางคนที่ลำไส้เล็กไม่สามารถย่อยน้ำตาลเหล่านี้ได้ น้ำตาลแลคโตสจะถูกจุลินทรีย์ในทางเดินอาหารนำไปสร้างกรดและแก๊ส ทำให้น้ำถูกดึงเข้ามาในลำไส้และลำไส้เคลื่อนตัวเร็วขึ้น เกิดอาการปวดท้อง ท้องเดิน ท้องเสีย แน่นท้องและเสียดท้องได้ ซึ่งหากเราเป็นหนึ่งใน 30 – 50 ล้านคนที่แพ้แลคโตสแล้ว การรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของนม อาจส่งผลเสียต่อระบบการย่อยอาหาร ทำให้เรา
ท้องเสียและต้องเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น


ทำอย่างไรหากแพ้แลคโตส


“การแพ้แลคโตสแตกต่างจากการแพ้นมหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากนม ซึ่งหากแพ้นมแล้ว อาการที่พบคือเป็นผื่นลมพิษ ผื่นภูมิแพ้ที่ผิวหนังหรืออาจรู้สึกคันที่บริเวณริมฝีปาก ส่วนการแพ้แลคโตส จะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในช่องท้อง ทั้งอาการปวดท้อง ท้องอืด จุกเสียดและท้องเสีย”

แพทย์ซูซาน ลูคาค แพทย์ระบบทางเดินอาหารในนิวยอร์ก ผู้ซึ่งเป็นทั้งอาจารย์พิเศษและแพทย์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียกล่าว


“ผู้ที่แพ้แลคโตสอาจมีลักษณะอาการและระยะเวลาที่เกิดอาการแตกต่างกัน เพราะในบางคนร่างกายอาจสามารถจัดการกับแลคโตสได้ดีกว่าคนอื่น ๆ บางคนแพ้แลคโตสเพียงเล็กน้อย และบางคนจะเกิดอาการแพ้ก็ต่อเมื่อรับประทานนมและผลิตภัณฑ์จากนมมากเกินกว่าที่กำหนดและอาการแพ้แลคโตส มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นได้กับบุคคลที่มีสมาชิกในครอบครัวแพ้แลคโตส โดยเฉพาะชาวเอเชียและแอฟริกันอเมริกัน" แพทย์ลูคาคกล่าวเพิ่มเติม


สัญญาณต่าง ๆ ที่บ่งบอกว่าคุณแพ้แลคโตส


อาการที่เราพบบ่อยที่สุดของการแพ้แลคโตสคืออาการท้องอืด แน่นท้อง จุกเสียด มี แก๊สมากเกินไป คลื่นไส้และท้องร่วง แต่เพราะอาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุอื่น ๆ นั่นจึงหมายความว่าเราอาจไม่แพ้แลคโตสเสมอไป ดังนั้นวิธีการง่าย ๆ ต่อไปนี้อาจช่วยให้เราทราบได้ว่าเราแพ้แลตโตส


วิธีการทดสอบง่าย ๆ ว่าร่างกายของเราแพ้แลคโตสหรือไม่


1. งดการทานอาหาร นมและผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่ผลิตจากนมเป็นเวลา 2 สัปดาห์ จากนั้น ตรวจสอบว่าอาการต่าง ๆ หายไปหรือไม่ หากอาการดีขึ้นเมื่อหยุดทานและกลับมามีอาการอีกครั้งอย่างรวดเร็วหลังจากทานนมที่มีแลคโตส นั่นเป็นสัญญาณที่แสดงให้เราทราบว่าเราเป็นหนึ่งในผู้ที่แพ้แลคโตส


2. การทดสอบด้วยการตรวจเลือด เป็นการทดสอบความอดทนของแลคโตส ว่าร่างกายของเราจะสามารถย่อยแลคโตสได้ดีหรือไม่ วิธีการจะทำเช่นเดียวกับการตรวจเลือดทั่วไป คือต้องอดอาหารเพื่อให้แพทย์นำเลือดไปตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด จากนั้นแพทย์จะให้เราดื่มน้ำหรือนมที่มีแลคโตสจำนวนมาก โดยหลังจากนั้น 2 ชั่วโมง แพทย์จะเจาะเลือดไปตรวจสอบอีกครั้งเพื่อให้ทราบว่าร่างกายของเราสามารถย่อยแลคโตสได้เป็นปกติหรือไม่ หากพบว่ายังมีแลคโตสหลงเหลืออยู่แสดงว่าร่างกายมีความบกพร่องและอาจแพ้ทุกครั้งที่มีการดื่มนมที่มีแลคโตส



3. การทดสอบลมหายใจ การทดสอบนี้จะวัดปริมาณของไฮโดรเจนที่มีอยู่ในลมหายใจ เมื่อร่างกายไม่สามารถย่อยแลคโตสได้ แบคทีเรียที่หลงเหลืออยู่ในลำไส้จะสร้างกรดและก๊าซต่าง ๆ รวมทั้งไฮโดรเจน หลังจากนั้นจะถูกดูดซึมผ่านกระแสเลือดไปยังปอด ทำให้เราหายใจเอาไฮโดรเจนออกมาด้วย สำหรับการทดสอบนี้เราจำเป็นต้องดื่มเครื่องดื่มผสมแลคโตสเพื่อทดสอบว่าลมหายใจของเรามีไฮโดรเจนออกมาด้วยหรือไม่ซึ่งข้อควรระวังในขณะทำการทดสอบ คือควรหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด ยา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อความถูกต้องของการทดสอบได้


4. หากเป็นเด็กทารกและเด็กเล็ก อาจได้รับการทดสอบอาการแพ้ด้วยการวัดค่าความเป็นกรดจากอุจจาระแทนการทดสอบทั้ง 3 วิธีที่กล่าวมา เพราะการวัดปริมาณของกรดในอุจจาระสามารถแสดงผลได้เช่นกันว่าร่างกายแพ้แลคโตสหรือไม่
ทำอย่างไรเมื่อแพ้แลตโตส


หากการทดสอบที่กล่าวมายืนยันแล้วว่าเราแพ้แลคโตสจริง เราสามารถจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยการควบคุมการทาน หลีกเลี่ยงนมและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากนมหรือเลือกนมและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมา เพื่อผู้ที่แพ้แลคโตสโดยเฉพาะ ซึ่งเราสามารถปรึกษากับแพทย์ได้ในทันที หากเราสงสัยว่าเราแพ้แลตโตส เพื่อให้แพทย์วินิจฉัย วางแผนการจัดการกับอาการแพ้และเลือกผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้เราสามารถทานนมและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากนมได้ตามปกติ นอกจากการเลือกทานนมสำหรับผู้ที่แพ้แลคโตสโดยเฉพาะแล้ว การเลือกรับประทานอาหารเสริมบางชนิด เพื่อทดแทนสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการแคลเซียมก็เป็นสิ่งที่ควรทำ เพราะการงดรับประทานนม ย่อมเท่ากับร่างกายขาดแคลเซียมตามไปด้วย และต่อไปนี้คืออาหารเสริมสำหรับผู้ใหญ่ที่แพ้แลคโตส


- นมถั่วเหลือง
- นมชนิดต่าง ๆ อย่างเช่น นมแพะหรือนมแกะ
- โยเกิร์ตที่มีแลคโตสน้อย ๆ
- ไอศกรีมเชอร์เบท
- ผักใบเขียวทุกชนิด
- ปลาเล็กปลาน้อยและก้างปลาตัวเล็ก


เหล่านี้เป็นทางเลือกดี ๆ ที่ช่วยให้ผู้ที่แพ้แลคโตสสามารถได้รับแคลเซียมและสารอาหารต่าง ๆ จากนมได้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับประทานนมเลยก็ตาม ช่วยให้ผู้ที่แพ้แลคโตสคลายความกังวลลงได้บาง เพราะอาหารเหล่านี้สามารถหารับประทานได้ง่ายและทานได้ในทุก ๆ วัน ส่งผลดีที่สุดต่อร่างกายของเราอย่างแน่นอน...



 photo Som tum_zps5tjuyzdw.jpg




อาการของแม่บุญคือ ท้องอืด บวม นั่นเอง ทีนี้คุณหมอทั้งสามท่านได้บอกมาว่าว่า คนเอเชียไม่เหมาะที่จะรับประทานอาหารที่มีไขมันมาก นม เนย ชีสต่างๆ เหมือนชาวต่างชาติที่เกิดและเติบโตมากับอาหารพวกนี้ คนเอเชียเหมาะที่จะรับประทานอาหารประเภทผัก ผลไม้ในบ้านเมืองเรา ที่เราเคยชินมาตั้งแต่บรรพบุรุษ จะเห็นว่าคนที่อาศัยอยู่ต่างประเทศจะมีอาการคล้ายแม่บุญเมื่อรับประทานอาหารจำพวกที่กล่าวมาเป็นเวลานาน มันจะค่อยๆ สะสมทีละน้อยและเมื่อเกินขีดจำกัด วันนั้นแหละต้องเข้าโรงหมอรักษากัน



 photo Vietnam dish_zpsl8f2uiqs.jpg



อาการปวดท้อง ท้องบวมที่แม่บุญเป็นในครั้งนั้น คือมันเกินขีดที่ร่างกายจะรับได้แล้วเลยแสดงอาการออกมาค่อนข้างรุนแรงจนต้องเข้าห้องฉุกเฉิน หลังจากรู้สาเหตุ แม่บุญก็ไม่แตะต้องอาหารนม เนย ชีส ไส้กรอกมันๆ อีกเลยตลอดระยะเวลาที่อยู่เมืองไทยเกือบสามเดือน อาหารเช้าระหว่างที่ท่องเที่ยวและพักตามโรงแรมที่เคยกินไข่กวน แฮม ฯลฯ เหลือเพียงข้าวต้มถ้วยเล็กๆ ผลไม้สองสามอย่าง และกาแฟหนึ่งแก้ ตบท้ายอีกหน่อยด้วยชาร้อนๆ เท่านั้น ผลก็คือ แม่บุญไม่มีอาการปวดท้องอีกเลย แต่ท้องยังคงโตไม่ยุบมากนัก อันนี้คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง คิดดูว่ากินมาตั้งสิบปีจะให้มันหายหมดไปภายในสามเดือนคงเป็นไปไม่ได้แน่นอน หลังจากกลับมาที่เบลเยี่ยมแม่บุญก็เปลี่ยนแปลงนิสัยการกินใหม่หมด มิเชลยิ้มแป้นเพราะไม่ต้องกังวลเรื่องนี้อีกต่อไป



 photo Pistache_zpsaevvfdcg.jpg




ก่อนจะจบเรื่องนี้ แม่บุญได้ทดลองทำตามรุ่นพี่ที่มาอาศัยอยู่ที่นี่ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน เธอออกกำลังกายโดยการวิ่งวันละ ๒ ชม ว่ายน้ำ จนตัวผอมเหลือแต่กระดูก ผลการตรวจร่างกายของเธอๆ มีคลอเรสเตอรอลสูงเกือบ ๓๐๐ ไขมันในเลือดสูงเช่นกัน หมอบอกว่าเธอไม่ออกกำลังกายจนสามีของรุ่นพี่เถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่จริง ส่วนสามีนั้นอ้วนจนต้องผ่าตัดหัวเข่าเพราะรับน้ำหนักมากไม่ไหว แต่กลับไม่มีคลอเรสเตอรอล ไม่มีไขมันในเลือด เล่นเอาหมองงไปเลยเช่นกัน สาเหตุก็เหมือนแม่บุญนั่นเอง




 photo Olive oil_zpsumfsyz1q.jpg




คุณหมอท่านนี้ท่านไม่อยากให้รุ่นพี่กินยาแผนปัจจุบันเพราะกลัวจะไปทำลายตับและไต แต่ท่านแนะนำให้กินน้ำมันมะกอกชนิดดีเลิศวันละสามครั้งๆ ละช้อนใหญ่ ก่อนอาหาร สามเวลาและก่อนนอน มื้อเที่ยงให้ทานผลอะโวคาโดวันละครึ่ง พร้อมกับเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ประมาณ ๒๐๐ กรัมต่อวัน ผลไม้ให้กินได้บ้าง กินแอปเปิลเป็นหลักก่อนนอน กินปลาแซลมอล และปลาซาดีนให้มากๆ กว่าเนื้อสัตว์ที่มีมันเช่นเนื้อหมู และให้กินเนื้ออกไก่หรือเนื้อไก่งวงที่ไม่มีมัน



 photo Walnut_zpstpy3reza.jpg





ผลปรากฎว่า ระดับคลอเรสเตอรอลของรุ่นพี่ลดลงอย่างน่าพอใจเหลือแค่ ๒๐๐ กว่าภายในระยะเวลาหกเดือน ทั้งนี้ต้องออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยเพื่อเผาผลาญส่วนเกินที่สะสมเอาไว้ ตอนนี้แม่บุญหันมาทำตามที่คุณหมอท่านนี้บอกเพราะไม่อยากกินยา ผลที่ได้รับหลังจากผ่านไปสองสัปดาห์คือ อาการท้องผูก ถ่ายอุจจาระไม่หมดดีขึ้น ท้องที่เคยบวมเริ่มลดลงทีละนิด ทั้งนี้แม่บุญกินผักมากและดื่มน้ำโซดาผสมมะนาวเสริมเข้าไปด้วย อีกสามเดือนจะไปให้หมอตรวจคลอเรสเตอรอลว่าจะลดลงมากเพียงใด



 photo Avocado_zpsy6cgdsyx.jpg



ใกล้จะถึงวันปีใหม่แล้ว แม่บุญขอกราบอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย พระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระแก้วมรกต ขอให้ท่านได้โปรดประทานพรและดลบันดาลให้ท่านผู้อ่านทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญในชีวิต หน้าที่การงาน คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนาหากไม่ขัดต่อศีลธรรมและกฎหมาย ที่สำคัญที่สุดคือ ขอให้ท่านมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บใดๆ ด้วยเทอญ สาธุค่ะ



 photo Card new year 2016_zpsm9jgyuzp.jpg








Create Date : 30 ธันวาคม 2558
Last Update : 30 ธันวาคม 2558 1:30:46 น. 27 comments
Counter : 1744 Pageviews.

 
ใช่ครับเห็นด้วยว่าคนเอเชียเราควรทานอาหารพวก ผัก,ปลา ยืนพื้นจะไปทานพวกเนย ชีส เหมือนคนฝรั่งไม่ได้ครับ
อ่านบล็อกนี้แล้ว ก็กลัว สงสัยต้องรีบไปหาหมอตรวจร่างกายเช่นกันครับ...


โดย: ขุนเพชรขุนราม วันที่: 30 ธันวาคม 2558 เวลา:2:12:02 น.  

 
กว่าจะหาสาเหต ได้ต้องตรวจหลายครั้ง แย่เลย


แต่หมอไทยเก่ง.. ดีแล้วครับที่เจอ...

ผมว่าคนไทยที่ชอบกินอาหารฝรั่ง คงเป็นเพราะ
กินง่าย สบายท้อง คือไม่ปวดท้องเพราะความ
เผ็ด.. แต่ผลเสียจะตามมาภายหลัง

งั้นต้องกินผักเยอะ ๆ แทน..นะครับแม่บุญ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 30 ธันวาคม 2558 เวลา:3:30:00 น.  

 
มาตามอ่านค่ะแม่บุญ ขอบคุณข้อมูลดีๆนะคะ หนูเห็นด้วยว่าอาหารไทยเหมาะกับคนไทยที่ซู้ดเลย แถมเหมาะกับคนทุกชาติด้วยค่ะ และที่สำคัญอร่อยที่สุดในโลกด้วยค่ะ


โดย: หนูอ้อย IP: 94.23.252.21 วันที่: 30 ธันวาคม 2558 เวลา:4:02:05 น.  

 
โหวตไกลบ้านให้นะคะแม่บุญ

โอ้วววว เพิ่งรู้ว่ามีระยะการสะสมอาการต่างกันด้วย

ตอนเด็กๆ เราเคยท้องเสียเวลากินนม แล้วก็กินจนเลิกเสียค่ะ แหะๆ

อ่านอย่างนี้แล้ว สงสัยต้องระวังแล้วค่ะ พวกชีสนี่ตอนเด็กๆ ก็ไม่กินเลย พอมาอยู่กรุงนานๆ นี่แหละ เริ่มชอบซะแล้ว แหะๆ

แต่ยังไงก็ยังชอบอาหารแนวไทยๆ สุดแหละนะคะ แต่เวลาไปอยู่ต่างแดนหากินยากใช่มั้ยคะแม่บุญ?


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 30 ธันวาคม 2558 เวลา:8:52:27 น.  

 





ดีใจด้วยค่ะ ที่ แม่บุญ หาสาเหตุของโรค พบ ..

ต่อไป ก็ ระวังเพียงเรื่องอาหารเท่านั้น ..


จะว่าไป .. ก็น่าภูมิใจนะคะ ..

อาหารไทย ของ ทุกภาค .. ล้วนแล้วแต่ "หนัก" สมุนไพร ทั้งนั้น ..

ทั้ งอร่อย .. ทั้ง มีประโยชน์ นะคะ ..




บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กิ่งฟ้า Dharma Blog ดู Blog
Raizin Heart Book Blog ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
Maeboon Klaibann Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น











โดย: foreverlovemom วันที่: 30 ธันวาคม 2558 เวลา:13:07:44 น.  

 
ขอแนะนำนะคะ อยากให้หันมาทานอาหารที่มีไฟเบอร์เยอะ ๆ อยู่ต่างประเทศเหมือนกันใกล้ ๆ แม่บุญล่ะค่ะ (ฮอแลนด์) เมื่อก่อนก็เคยมีปัญหาเรื่องการขับถ่ายจนเป็นเลือด หลัง ๆ หันมาทานอาหารถ้าเป็นแป้งนี่จะเลือกที่เป็นโฮวีต

ทานผลไม้ ดื่มน้ำเยอะ ๆ ของทอดนี่แทบจะไม่ค่อยได้ทำทานเลย
ทานอโวคาโด (ได้ไขมันที่ดี) เนื้อปลา เนื้อสัตว์ก็หลีกเลี่ยงส่วนที่มีมัน

และที่สำคัญต้องออกกำลังกายด้วยค่ะ

สุขสันต์วันปีใหม่ มีความสุข ไร้โรคภัยค่ะ


โดย: wow IP: 94.23.252.21 วันที่: 30 ธันวาคม 2558 เวลา:15:19:42 น.  

 
ขอบคุณๆ wow มากเลยค่ะ แม่บุญดื่มน้ำน้อยโดยเฉพาะหน้าหนาว ตอนนี้ต้องบังคับตัวเองทำชาตั้งไว้เลย แบบนี้เดินไปเดินมาก็หยิบดื่มได้เลยค่ะ ส่วนผักทานเยอะค่ะที่บ้านปลูกเองด้วย ตอนนี้พึ่งหมดไป ขนมปังแม่บุญทำเองใส่สารพัดเมล็ดพันธุ์ที่เป็นประโยชน์แถมใส่ผงขมื้นเติมลงไปด้วย ตอนนี้พึ่งไปเอาไหมที่เย็บนิ้วเท้าออก อีกสิบกว่าวันคงเริ่มออกกำลังกายได้แล้วค่ะ

ยังไงก็ต้องขอขอบคุณอีกครั้งในความปรารถนาดี ขอให้บุญกุศลส่งผลให้ปราศจากโรคภัยนะคะ


โดย: Maeboon วันที่: 30 ธันวาคม 2558 เวลา:19:43:18 น.  

 
มีประโยชน์มาก ๆ เลยค่ะพี่แม่บุญ ... อ่านแล้วคงต้องใส่ใจเรื่องอาหารการกิน ... บางครั้งรู้สึกมีอาการเหมือนพี่เล่าเลยค่ะ แอบกลัว ๆ ... ดีใจที่พี่พบหมอเก่ง นะคะ กลายเป็นหมอไทยเราเก่งกว่าหมอฝรั่ง ?


ชอบภาพอาหารที่พี่ถ่ายมาจังค่ะ สวยดี

สุขสันต์ปีใหม่ถึงพี่และคุณมิเชลนะคะ ขอพี่ประสบแต่เรื่องราวดี ๆ ในปีใหม่ที่จะถึงค่ะ

Maeboon Klaibann Blog ดู Blog


โดย: Tristy วันที่: 31 ธันวาคม 2558 เวลา:0:06:36 น.  

 

ดีใจด้วยที่หาสาเหตุของอาการของโรคที่เป็นเจอม่ายงั้นจะทรมานกาย ใจไปอีกนาน
ยังสงสัยว่าคุณหายไปนาน หรือเลิกเข้าบล๊อกแล้ว

ขอบคุณที่แวะไปทักทาย



โดย: ชมพร (ชมพร ) วันที่: 31 ธันวาคม 2558 เวลา:0:19:24 น.  

 





สวัสดีปีใหม่ค่ะ แม่บุญ

ขอให้ แม่บุญ แข็งแรงมากๆนะคะ ..

ร่ำรวยเงินทอง ..

สมปรารถนาในทุกสิ่งค่ะ ..






โดย: foreverlovemom วันที่: 31 ธันวาคม 2558 เวลา:11:39:45 น.  

 
คนแพ้นม แพ้แป้งสาลีนี่ไปอยู่เมืองนอกลำบากเลยครับ กินนมกินชีสกันเป็นว่าเล่น
อาหารบ้านเรานี่ไม่ค่อยมีคนแพ้เนาะ ไปอยู่ต่างประเทศนานๆคิดถึงอาหารเอเชียมากเลยครับ ผมเคยไปนั่งกินอาหารอินเดียตอนอยู่ Rhode Island รู้สึกว่าเป็นอาหารอร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาไปเลย เพราะตอนนั้นคิดถึงเครื่องเทศมากๆ
ขอให้คอเลสเตอรอลลดลงจนเป็นปกติในเร็ววันนะครับ

และสวัสดีปีใหม่ 2559 ครับคุณแม่บุญ



โดย: ชีริว วันที่: 31 ธันวาคม 2558 เวลา:13:55:53 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่ะแม่บุญ
อยู่เมืองหนาวต้องดื่มน้ำเยอะๆนะคะ
หนูก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าคนเอเชียไม่เหมาะจะทานอาหารฝรั่ง ชีส นม เนยเยอะ หนูเองก็ชอบทานพวกชีสซะด้วย
ต่อไปคงต้องระมัดระวังให้มากขึ้น

ขอให้แม่บุญสุขภาพแข็งแรง หายเป็นปกติโดยไวนะคะ :D


โดย: beauhlinglings วันที่: 31 ธันวาคม 2558 เวลา:15:02:52 น.  

 


เอาอาหารส่งท้ายปีมาฝากคะแม่บุญ
อยากได้แบบนี้แหละคะมาทำเครื่องแกง
เยี่ยมคะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Maeboon Klaibann Blog ดู Blog


โดย: Mitsubachi วันที่: 31 ธันวาคม 2558 เวลา:17:51:07 น.  

 
โชคดีที่เจอสาเหตุของโรคนะคะ ขอให้แม่บุญดีขึ้นเร็ววันค่ะ
ไม่ชอบกินชีส นม ส่วนไขมันก็ในไส้กรอกค่ะ ส่วนมากทำอาหารเอเซียกินทุกวัน
ในซุปเปอร์ฯ ที่เยอรมันมีผลิตภัณฑ์นมที่ไม่มีแลคโตสขายเยอะเลยค่ะ

สวัสดีปีใหม่นะคะ แข็งแรง ๆ ค่ะ





โดย: ALDI วันที่: 31 ธันวาคม 2558 เวลา:20:36:37 น.  

 



สวัสดีปีใหม่คะ ขอให้แม่บุญพบกับความสุขประสบแต่ความสำเร็จ
ที่ปรารถนาในชีวิตและเจริญรุ่งเรืองในปี 2016 นี้คะ


โดย: Mitsubachi วันที่: 1 มกราคม 2559 เวลา:0:46:02 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ครับพี่










โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 มกราคม 2559 เวลา:7:13:41 น.  

 



ขอบคุณพรปีใหม่ค่ะ
ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง อย่าเจ็บอย่าจน

คุณบอกว่ากลับแล้วมาอยู่กับความหนาวเย็น นั่นเป็นทางที่เราเลือกเอง ต้อง อดทน อยู่ให้มีความสุข


โดย: ป้าเก๋า (ชมพร ) วันที่: 1 มกราคม 2559 เวลา:11:39:24 น.  

 




สวัสดีปีใหม่ 2559 ค่ะ แม่บุญ ขา ..

ขอให้ แม่บุญ มีสุขภาพที่แข็งแรง นะคะ ..










โดย: foreverlovemom วันที่: 1 มกราคม 2559 เวลา:12:24:00 น.  

 
เป็นเรื่องราวที่มีประโยชน์มากค่ะ
สวัสดีปีใหม่ค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 1 มกราคม 2559 เวลา:14:19:25 น.  

 


ส่งความสุขปีใหม่ 2559 และขอบคุณความปรารถนาดี
ที่เพื่อนๆมอบให้ ขอให้มิตรภาพที่มีต่อกันเป็นไป
ด้วยดีทุกๆปีที่จะผ่านมา



โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 1 มกราคม 2559 เวลา:18:42:04 น.  

 
สวัสดีวันปีใหม่ค่ะแม่บุญ



โดย: เนินน้ำ วันที่: 1 มกราคม 2559 เวลา:18:52:36 น.  

 
เรื่องสุขภาพที่แม่บุญเล่า มีประโยชน์มากค่ะ
ทำให้สังเกตตัวเอง และจะได้ระวังเรื่องอาหารโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากนมนะคะ
เพราะอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการตามที่แม่บุญเล่ามาก็ได้

ขออานิสงฆ์ที่แม่บุญนำเรื่องราวมาแบ่งปันนี้
ส่งผลให้แม่บุญมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงและมีความสุขมากๆค่ะ



สวัสดีปีใหม่ 2016 นะคะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 1 มกราคม 2559 เวลา:20:49:47 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณแม่บุญ
ขอให้มีความสุขมากๆ
สุขภาพแข็งแรง
คิดหวังสิ่งใดขอให้สมปรารถนาทุกประการ


โดย: pantawan วันที่: 2 มกราคม 2559 เวลา:0:17:18 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรครับคุณแม่บุญ ขอให้สิ่งดีๆกลับคืนสู่คุณแม่บุญ มีสุขภาพแข็งแรง คอเลนเตอรอลหดหายครับ


โดย: ชีริว วันที่: 2 มกราคม 2559 เวลา:21:44:35 น.  

 



เอาเค้กของประเทศสก็อตแลนด์มาฝากในวันดิถีขึ้นปีใหม่นี้คะแม่บุญ


โดย: Mitsubachi วันที่: 3 มกราคม 2559 เวลา:4:40:56 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่ะแม่บุญ
มีความสุขมากๆนะคะ
ขอให้สุขภาพกลับมาแข็งแรงเร็วๆค่ะ
ตรวจครั้งต่อไปขอให้ทุกอย่างดีหมดค่ะ


โดย: phunsud วันที่: 6 มกราคม 2559 เวลา:14:20:03 น.  

 
สวัสดีค่ะแม่บุญ
สบายดีมั๊ยคะ ป้าลีไม่ได้ส่งข่าวนานมากมาย
ป้าลีสบายดีค่ะ
แวะมาทักทายแม่บุญค่ะ

ป้าลี


โดย: Lee Jay วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:21:26:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Maeboon
Location :
กรุงเทพฯ Belgium

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 87 คน [?]




แม่บุญ..เป็นหญิงไทยอายุเลยวัยรุ่นไปไกล จับพลัดจับพลูได้สามีเป็นฝรั่งแล้วก็หอบผ้าตามกันไปอยู่เมืองนอกเมืองนา พอได้เวลาหยุดงานก็กระเตงกันไปเที่ยวตามประสาตายาย ไม่มีลูกกวนตัวกวนใจ แม่บุญนั้นชอบเขียน ชอบเล่า ชอบถ่ายรูป เป็นที่สุด จะเก็บไว้คนเดียวก็กระไรอยู่ เอามาแบ่งบันกันให้ลูก ๆ หลาน ๆ ได้อ่าน ได้ดูกันดีกว่า ส่วนฝีมือด้านอื่น ๆ นั้นก็พอจะมีอยู่บ้าง เช่น ทำอาหาร ก็เอามาแบ่งปันกันอีกนั่นแหละ ค่อย ๆ รู้จักกันไป รู้จักกันแล้วก็อย่าลืมเข้ามาคุยกันนะ


ปล....รูปภาพต่าง ๆ หากต้องการนำไปใช้ช่วยบอกที่มาที่ไปด้วยนะคะ เป็นการให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ซึ่งสังคมไทยเราค่อนข้างมองข้ามในเรื่องนี้ค่ะ

free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add Maeboon's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.