คิดไปเขียนไปตามสไตส์...แม่บุญ.....
Welcome to my little world .....
Group Blog
 
 
มีนาคม 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
24 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 
เข้าโรงเรียน..ทำอาหาร





เข้าโรงเรียนสอนทำอาหารฝรั่งเศส


      ขอขอบคุณหลาย ๆ ท่านที่เข้ามาให้กำลังใจแม่บุญเรื่องเรียนภาษาฝรั่งเศส เอาน่า..จบแค่ระดับห้า พอขอข้าวกินได้ไม่อดตายแน่ ๆ ใบประกาศสำหรับผู้จบระดับเจ็ด เอาไว้ชาติหน้าเกิดใหม่จะมาเกิดที่ฝรังเศสก็แล้วกัน..อย่างที่บอก สามีของแม่บุญ ไปคุยกับ ผ.อ.โรงเรียนสอนทำอาหารฝรั่งเศส ..บางทีมีทำชาติอื่นด้วยแหละ เพราะเห็นว่าหากทิ้งให้แม่บุญนั่งจมความทุกข์ กับการเรียนภาษา แม่บุญคงลากลับเมืองไทยแน่ ๆ ในฐานะศิษย์เก่า แกเลยไปคุยกับ ผ.อ. แล้วเขาก็ตกลงนั่นแหละ 



          จำได้ว่าตอนจบ ม.ศ. ห้า...รุ่นสุดท้ายจ้า พ่อของแม่บุญเห็นแววว่าชอบทำอาหาร ท่านถามแม่บุญว่า อยากไปเรียนที่วิทยาลัยโชติเวช ไหม ? ท่านรู้จักอาจารย์ใหญ่ในสมัยนั้น แต่ก่อนเรียกเป็นวิทยาลัย ตอนนี้เป็นสถาบันโชติเวชไปแล้ว สมัยนั้นที่นี่มีชื่อเสียงด้านการสอนทำอาหารไทยมาก รวมถึงการแกะสลักผัก ผลไม้ด้วย แต่เพราะติดเพื่อน อยากเข้ามหาลัยเหมือนเพื่อน ๆ เลยไม่เอาจ้าพ่อจ๋า หนูไม่อยากจบออกมาเป็นอาจารย์สอนทำอาหาร แล้วเป็นไงหล่ะตอนนี้... อาชีพใหม่..สอนฝรั่งทำอาหารไทย.สอนแกะสลักผัก ผลไม้ เอาเข้าไปนั่น. ชีวิต..ถูกลิขิตไว้แล้ว


        ไปไกลแล้วแม่บุญ รีบ ๆ วกเข้าเรื่องเสียที เรื่องเรียนทำอาหารฝรั่งเศสที่ว่า เริ่มเลยนะ.. ที่เบลเยียมมีโรงเรียนที่สอนเกี่ยวกับการทำอาหารอยู่หลายแห่ง ที่เมืองที่แม่บุญไปเรียนมีสองโรงเรียน 


แห่งแรก...มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ชื่อ  L'Ecole Hôtelière Provinciale de Namur
 

เป็นโรงเรียนสำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนเพื่อออกไปประกอบอาชีพเชฟ อย่างจริงจัง โรงเรียนนี้เขาสอนอย่างเข้มข้น รับสมัครนักเรียนที่จบมัธยมต้น แล้วมาเรียนต่อที่นี่เลย การเรียนมีทั้งหลักสูตรทั่วไป แต่จะเน้นหนักไปที่การเข้าครัวทำอาหารเป็นหลัก เริ่มกันตั้งแต่การเรียนรู้เรื่องอุปกรณ์การทำครัวขั้นพื้นฐานต่าง ๆ  อุปกรณ์ต่าง ๆ ในครัว มีดแต่ละชนิดที่ต้องใช้กับเนื้อสัตว์ประเภทต่าง ๆ การหั่น การแล่เนื้อ  ฯลฯ ค่ามีดหนึ่งชุดราคาเป็นหมื่นจ้า..เรื่องจริงไม่อิงนิยาย


      ขอเสริมนิดว่า..เขามีหลักสูตรพิเศษสำหรับ ผู้ที่ต้องประกอบอาชีพขายเนื้อสัตว์ต่าง ๆ  การแล่เนื้อสัตว์ ตัดออกมาอย่างไรให้ได้ชิ้นส่วนสวยงาม ไม่ได้ใช้มีดสับ ๆ ตามใจฉันเหมือนบ้านเรา เขาจะแล่ออกมาเป็นชิ้น เป็นก้อนตามลักษณะของเนื้อส่วนต่าง ๆ เลาะกระดูกแยกอย่างดี อันนี้โรงเรียนที่แม่บุญไปเรียนเขามีสอน ส่วนมากจะเป็นผู้ชายที่เรียน ผู้หญิงไม่ค่อยมี มันหนักนะ แม่บุญว่า..ผู้หญิงต้องเรียนเรื่องสวย ๆ งาม ๆ สิ..


        กลับมาเข้าเรื่องต่อ ...หลักสูตรที่เขาเรียนใช้เวลาหกปี...เรียนจบแล้วต้องฝึกงาน ต้องหาประสบการณ์อีกนานหลายปี ตามภัตตาคารต่าง ๆ หลาย ๆ แห่ง กว่าจะออกมาเป็นเชฟมืออาชีพ หรือหลาย ๆ คนไต่บันไดสูงลิบจนได้เป็นเชฟระดับดาวมิเชอลินนั่นแหละ เขาไม่เรียนสามเดือนแล้วออกมาเปิดร้าน ติดป้ายใบประกาศโชว์ว่าจบออกมาจากสถาบันมีชื่อของฝรั่งเศส...แต่แอบซื้อซอสสำเร็จมาทำ..อย่าเอ็ดไป แม่บุญกับสามีเจอของจริงมาแล้ว จะที่ไหนเล่า..ก็เมืองไทยบ้านเรานั่นแหละ 


          เรื่องของเรื่อง...เราไปเดินห้างดังกันจนเหนื่อย เสร็จแล้วแวะไปศูนย์อาหาร ที่มีร้านค้าสวยงาม อาหารน่ากิน ราคาแพง เดินเลือกไปเลือกมา สายตาไปเจอใบประกาศสถาบันชื่อดังที่เขาติดไว้การันตี...ว้าว...อยากลอง น่าจะอร่อย เอาน่า มิเชลกินส้มตำไทย ไก่ย่าง มาหลายมื้อแล้ว เอาใจแกหน่อย พากินอาหารฝรั่งเศสเสียวันหนึ่ง   แม่บุญสั่งปลาราดซอส มิเชสสั่งอะไรจำไม่ได้ แต่ราดซอสฝรั่งเศสเช่นกัน 


          เรานั่งรอกันไม่เกินสิบห้านาที ...อาหารที่สั่งได้เร็วดีจริง ซอสนี่รสชาติดีไม่เลว แต่ความคิดตอนนั้น..มันติดใจอะไรสักอย่างพุดไม่ถูก ทำไมมันเร็วดีจัง ไม่ได้กลิ่นการปรุงอาหารใด ๆ ออกมาจากครัวเลย เพราะเป็นครัวเปิดโล่งด้านบน มันน่าจะมีกลิ่นบ้าง เอาน่ากินไปจนหมด จ่ายตังค์เสร็จ เดินออกจากร้าน สายตาเหลือบไปเห็นด้านที่เป็นครัวเปิด เลยขอเดินผ่านเสียหน่อย อยากเห็นจังว่าเขาทำยังไง....เตาไมโครเวฟสามถึงห้าเตาตั้งเรียงซ้อนกันอยู่ ใกล้ ๆ กัน มีซอสสำเร็จรูปเรียงเป็นตับ จะเอารสอะไร..ถัดมาอีกนิด เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ที่ปรุงมาแล้วในถุง..เคล็ดลับความเร็ว..ถูกเปิดเผย  มิเชลหันมาหลิ่วตา..บอกว่า เธอจะมาเปิดร้านที่นี่แข่งกับเขาก็ได้นะ ซื้อสำเร็จแบบนี้แหละ ไม่มีใครรู้หรอก ..ถูกฝรั่งเหน็บเข้าแล้ว ...ไม่มีความเห็นเรื่องใด ๆ ...คิดกันเอาเองเนาะ..  


     เข้าเรื่องต่ออีกรอบ ...การเรียนของเด็กนักเรียนที่นี่ เขาจะถูกสอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในเรื่องต่าง ๆ จนทั้งหมดมันจดจำอยู่ในสมอง สามารถทำได้โดยไม่ต้องดูสูตร  ก็แหม่..ทำทุก ๆ วัน เหมือนเรานั่นแหละ ทำอะไรบ่อย ๆ นาน ๆ เข้า มันทำได้เองโดยอัตโนมัติจ้า แม่บุญรู้จักเด็กไทยสองคน ที่มาเรียนแต่ไม่ใช่ที่นี่ รู้สึกจะเรียนได้เทอมเดียวแล้วหอบเสื่อกลับบ้านทั้งคู่ เด้กทั้งสองบอกว่ายากมาก ๆ กับการเข้าใจศัพท์ต่าง ๆ ยิ่งหากไม่ได้มีพื้นความรู้ด้านภาษาฝรั่งเศสมาอย่างดีแล้ว เป็นไปได้ยากที่จะไปถึงดวงดาว เพราะเวลาสอบมันต้องอธิบายต้องทำรายงานมากมาย อันนี้แม่บุญเข้าใจเป็นอย่างดี <


แห่งที่สอง //www.cefor.be


  เป็นโรงเรียนที่สามีของแม่บุญพาไปสมัครเรียน เป็นโรงเรียนสำหรับผู้ใหญ่ ที่ต้องการเรียนเพื่อไปประกอบอาชีพทำอาหาร เปิดร้าน เช่นกัน แต่หลักสูตรลดความเข้มข้นลง ไม่ได้เรียนทุกวัน แค่สัปดาห์ละครั้ง แต่เลือกเรียนได้ตามเวลาที่เราต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเช้าหรือเย็น หรือหากมีเวลาว่างมาก จะเลือกเรียนหลาย ๆ อย่าง ทุก ๆ วันก็ไม่ว่ากัน หลักสูตรการทำขนม เบเกอร์รี่ต่าง ๆ ผู้เรียน ต้องเรียนหลักสูตรการทำอาหารมาไม่ต่ำกว่าสองปี ถึงจะมีสิทธิ์สมัครเรียนได้  เพราะต้องมีเบสิคด้านอาหารมาก่อน เพื่อมาเรียนรู้สูตรการทำขนมต่าง ๆ 



      หลักสูตรตอนที่แม่บุญมาเรียนคือหลักสูตร สามปี แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนเป็นสี่ปี...เพราะต้องการให้ผู้เรียนได้เรียนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่างที่บอก อาทิตย์ละครั้งมันไม่แน่นพอ.. หลักสูตรที่เปิดสอนมีมากมาย เช่น การทำอาหาร การทำเบเกอรี่ การแกะสลักผัก ผลไม้ กระซิบนิดว่า ครูที่สอนเคยไปเรียนที่เมืองไทย ที่เชียงใหม่ด้วย หากอยากรู้ว่าเขาสอนอะไรบ้างก้ลองกดเข้าไปดูกัน 



         ส่วนแม่บุญ เรียนหลักสูตรอาหารฝรั่งเศส อาทิตย์ละวัน ๆ ละห้าชั่วโมง เรียนทฤษฏีก่อน หนึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นเป็นภาคปฏิบัติ  ลงทะเบียนจ่ายตังค์แล้ว เวลาไปเรียนต้องถั่วเฉลี่ยจ่ายค่าอุปกรณ์ ข้าวของที่ซื้อมาทั้งหมดกับเพื่อน ๆ การซื้อของจะจัดแบ่งกันเป็นอาทิตย์ ๆ  การจัดหาผ้าปูโต๊ะ การจัดตกแต่งโต๊ะรับประทานอาหาร จะจัดแบ่งเป็นเวรครั้งละสามคน การจัดวางจาน แก้วน้ำ ไวน์ขาว ไวน์แดง ซ้อน ซ่อม สำหรับอาหารประเภทต่าง ๆ ภายในห้องเรียนมีอุปกรณ์ทุกอย่างครบครัน เป็นของอย่างดีทั้งนั้น และยังมีห้องรับประทานอาหารสำหรับแขกที่ต้องการมากินอาหาร ที่โรงเรียนจัดขึ้นเป็นพิเศษ ตามเทศกาล เช่น เทศกาลอาหารป่า เป็นเมนูพิเศษ ราคาไม่แพง คนที่มาทำอาหารคือนักเรียนชั้นปีสุดท้าย มาทำ มาเสริฟ เป็นการฝึกก่อนออกไปเจอของจริง


     การเรียนจะจัดเป็นกลุ่ม ๆ ละ สี่ ถึงห้าคนแล้วแต่จำนวนคนที่เรียน  


กลุ่มแรก   รับผิดชอบเรื่องการจัดโต๊ะ การจัดเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ การทำอาหารว่าง สามอย่าง เตรียมเครื่องดื่ม ไวน์ 


กลุ่มที่สอง  เตรียมอาหารจานแรก ส่วนมากจะเป็นอาหารทะเล 

กลุ่มที่สาม เตรียมอาหารจานหลัก พวกเนื้อสัตว์ต่าง ๆ 

กลุ่มที่สี่ เตรียมของหวาน   เรียนเสร็จต้องช่วยกันล้างถ้วยจาน อุปกรณ์ต่าง ๆ ให้สะอาดเรียบร้อย ก่อนกลับบ้านจ้า 

มีปัญหาเสมอเรื่องการทำความสะอาด เพราะใคร ๆ ก็อยากกลับบ้านเร็ว ๆ ยิ่งเรียนรอบค่ำ หน้าหนาวที่หิมะตกหนัก นับว่าลำบากพอสมควร  แต่ละครั้งที่เรียน มักจะมีนักเรียนหลาย ๆ คนหลบเลี่ยงการทำความสะอาด โดยการเข้าห้องน้ำ คุยกับเพื่อนข้างนอกห้องนาน ๆ สูบบุหรี่ ทั้งหมดนี้จะพร้อมใจกันทำตอนที่ต้องล้างจานจ้า   ส่วนแม่บุญ..ปีแรก..เป็นคนแรกเสมอที่ลงมือล้างจานก่อนเพื่อน แถมปิดท้ายด้วย 


ปีที่สอง...เริ่มมีปากเสียง เพราะถูกเอาเปรียบ เนื่องจากเพื่อน ๆ เห็นว่าเป็นต่างชาติคนเดียวในห้อง งานนี้แม่บุญ..ลุย คุยกับอาจารย์ สุดท้าย ต้องมีการจัดระบบกันใหม่ เปลี่ยนเวรกันทำเป็นกลุ่ม ๆ เป็นครั้ง ๆ ไป เวียนกัน 


ปีที่สาม...ยังมีคนเอาเปรียบมากมายเหมือนเดิม..ทำอย่างเพื่อน ๆ บ้างจะได้หายกัน  ..เป็นงั้นไปแม่บุญ..นึกว่าจะเป็นนางเอกจนนาทีสุดท้าย..




Create Date : 24 มีนาคม 2554
Last Update : 28 ธันวาคม 2556 0:35:16 น. 8 comments
Counter : 1436 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะแม่บุญ
อยากไปลองเรียนทำอาหารฝรั่งเศสบ้าง ชอบศึกษาสูตรน่ะค่ะ
นักเรียนในห้องไม่ยอมล้างจาน ไม่ไหวเลยนะคะ โตๆ กันแล้ว
ยังไงขอเอาใจช่วยแม่บุญค่ะ


โดย: diamondsky วันที่: 27 มีนาคม 2554 เวลา:2:09:07 น.  

 
ขอบคุณ ๆ เอิง ที่เข้ามาทักทายค่ะ สูตรอาหารต่าง ๆ ที่คุณเอิงทำอร่อยอยู่แล้วค่ะ ทำได้น่าทานมากด้วย เรื่องของอาหารเราสามารถปรับสูตรได้ตามที่ลิ้นเราชอบ เหมือนอาหารไทยที่นำมาปรับให้ถูกลิ้นฝรั่ง จนคนไทยมากินแล้วไม่อร่อย แม่บุญเองก็ปรับให้ถุกรสที่ตัวเองชอบเช่นกันค่ะ


โดย: Maeboon วันที่: 27 มีนาคม 2554 เวลา:10:58:42 น.  

 
สวัสดีค่ะแม่บุญ
ขอบคุณเช่นกันที่แวะไปดูสูตรอาหารอิตาเลียนนะคะ
เอิงทำพวกพาสต้าบ่อย เพราะสามีทานอาหารไทยไม่เก่ง
เธอเป็นอิตาเลี่ยนแท้ ชอบทานแต่อาหารอิตาเลี่ยน
แต่ตอนนี้เอิงเริ่มทำอาหารไทย (แบบไม่เผ็ด) ฝึกให้เธอทานเรื่อยๆ
อยากบอกว่า ข้าวเหนียว ไก่ย่าง สไตล์ไทยๆ คุณสามีเริ่มติดใจแล้วค่ะ อิอิ



โดย: diamondsky วันที่: 27 มีนาคม 2554 เวลา:18:41:36 น.  

 
แม่บุญลองทำมัสมั่นเนื้อไม่เผ้ดให้ทาน มิเชลทานได้ แล้วก็ไก่กอและ ออกหวานและเปรี้ยวนิด ๆ จากน้ำมะนาวในขั้นตอนสุดท้าย ทานกับมันฝรั่งอบ หรือบดรวมกับแครอท แกทานได้เยอะทีเดียวค่ะ ลองดูนะคะ สักวัน..เขาจะเปลี่ยนไป...อาหารไทยจงเจริญ


โดย: Maeboon วันที่: 27 มีนาคม 2554 เวลา:23:13:11 น.  

 
ขอบคุณมากนะคะ


โดย: Schnuggy ชนุ๊กกี้ วันที่: 13 เมษายน 2554 เวลา:1:41:21 น.  

 
มาเริ่มบทที่ 1 แล้วค่ะ


โดย: ณี IP: 80.60.189.81 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2554 เวลา:17:07:00 น.  

 
สวัดดีคะคือว่าพินอยากเรียนทำอาหารเฉพาะวันอาทิตยค่ะแต่ไม่ทราบเบอรโทรศัพท


โดย: ภัทรมน เจริญรัตนื์ IP: 115.87.129.118 วันที่: 1 ธันวาคม 2554 เวลา:11:46:59 น.  

 
สวัสดีค่ะ หนูเพิ่งเข้ามาอ่านครั้งแรก บล็อกน่าสนใจแล้วก็มีประโยชน์มากค่า
หนูเองก็เพิ่งจบตรีอยากเรียนทำพวกเบเกอรี่แบบจริงจังที่ต่างประเทศบ้าง
พอจะช่วยแนะนำที่ไหนอีกได้มั้ยคะ แบบระยะยาวเรียนทุกวันไรงี้ค่ะ

ปล.บังเอิญมีญาติอยู่ที่ Ghent มีที่ไหนเปิดรับบ้างมั้ยคะ ไม่มีประสบการณ์มาก่อนเลยอ่ะค่ะ ไม่รู้จะเรียนที่ไหนดี

ตอบผ่านอีเมลหนูก็ได้ค่ะ auii_pegasus@hotmail.com

ขอบคุณนะคะ


โดย: auiiyuii IP: 101.108.219.65 วันที่: 2 ตุลาคม 2555 เวลา:22:43:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Maeboon
Location :
กรุงเทพฯ Belgium

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 87 คน [?]




แม่บุญ..เป็นหญิงไทยอายุเลยวัยรุ่นไปไกล จับพลัดจับพลูได้สามีเป็นฝรั่งแล้วก็หอบผ้าตามกันไปอยู่เมืองนอกเมืองนา พอได้เวลาหยุดงานก็กระเตงกันไปเที่ยวตามประสาตายาย ไม่มีลูกกวนตัวกวนใจ แม่บุญนั้นชอบเขียน ชอบเล่า ชอบถ่ายรูป เป็นที่สุด จะเก็บไว้คนเดียวก็กระไรอยู่ เอามาแบ่งบันกันให้ลูก ๆ หลาน ๆ ได้อ่าน ได้ดูกันดีกว่า ส่วนฝีมือด้านอื่น ๆ นั้นก็พอจะมีอยู่บ้าง เช่น ทำอาหาร ก็เอามาแบ่งปันกันอีกนั่นแหละ ค่อย ๆ รู้จักกันไป รู้จักกันแล้วก็อย่าลืมเข้ามาคุยกันนะ


ปล....รูปภาพต่าง ๆ หากต้องการนำไปใช้ช่วยบอกที่มาที่ไปด้วยนะคะ เป็นการให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ซึ่งสังคมไทยเราค่อนข้างมองข้ามในเรื่องนี้ค่ะ

free counters
New Comments
Friends' blogs
[Add Maeboon's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.