กันยายน 2554

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
ทำไมห้ามกลั้นปัสสาวะ
ปกติ ท่อปัสสาวะ ureter ทำหน้าที่ส่งต่อน้ำปัสสาวะมาที่ กระเพาะปัสสาวะ ( urinary bladder ) ทั้ง ureter and U.B. มีคุณสมบัติดั้งเดิมเป็นเซลล์ กล้ามเนื้อเรียบ smooth muscle cell ที่ถูกพัฒนาไปเพื่อทำหน้าที่เฉพาะเรื่อง ท่อ ureter จะสอดเข้าไปเชื่อมกับเซลล์ผนัง ของ UB ในลักษณะเป็นมุมทะแยงจากด้านข้าง ซ้ายขวา ประมาณทิศ ๑๐ และ ๒ นาฬิกา เข้ามาหาส่วนบนของผนัง UB

โครงสร้างพิเศษนี้ ทำให้เวลาไม่มีน้ำปัสสาวะใน UB ท่อ ureter จะถูกผนัง UB(ที่แฟบ ) บีบรัดเอาไว้ในระดับหนึ่ง ผนังของ UB ที่เป็นกล้ามเนื้อเรียบ หดได้ คลายได้ จึงทำหน้าที่เป็น check valve ช่วยป้องกันไม่ให้ น้ำปัสสาวะที่เหลืออยู่ใน UB ไหลย้อนขึ้นไปสู่ ureter ได้ เพราะหากไหลย้อนได้ ก็เท่ากับสามารถพาสิ่งสกปรก เช่นเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนในน้ำปัสสาวะ ไหลย้อนขึ้นไปทำให้เกิดการติดเชื้อที่ไตได้ บทบาทของ check valve ตรงตำแหน่ง uretero-bladder junction จึงทำหน้าที่เสมือนเป็น mechanical barrier ที่สำคัญ ที่สิ่งที่มีชีวิตมีไว้ เพื่อป้องกันเชื้อโรคจากภายนอกแพร่จากช่องคลอดเข้าไปสู่ท่อปัสสาวะ เข้าไปสู่UB และเข้าไปสู่ ureter and kidney respectively.
น่าแปลกที่ธรรมชาติได้จัดสรรมาว่า หากมีน้ำปัสสาวะขังอยู่ใน UB ประมาณ ๑๐๐ - ๒๐๐ ซีซี มนุษย์เราก็จะเริ่มรู้สึกปวดปัสสาวะ คืออยากถ่ายแล้ว ความจริงก็น่าสงสัยว่าหากธรรมชาติสร้างกระเพาะปัสสาวะให้มีขนาด ๑ ลิตร จะดีใหม ? จะได้ไม่ต้องเข้าห้องน้ำบ่อยๆ ไม่ต้องเปลืองน้ำชักโครกและทรัพยากรอื่นๆ จะได้ช่วยลดภาวะโลกร้อนไปด้วยในตัว คำตอบก็คือ มีความจริงอยู่ข้อหนึ่งว่า แบคทีเรีย จะแบ่งตัวทุก ๒๐ นาที ดังนั้น จากแบคทีเรีย ๑ ตัวจะกลายเป็น ๘ ตัวใน หนึ่งชั่วโมงแรก และหากไม่ถูกขับออก จะกลายเป็น ๖๔ ตัว ในชั่วโมงที่สอง กลายเป็น ๕๑๒ ตัวในชั่วโมงที่สาม กลายเป็น ๓๒๗๖๘ ตัวในชั่วโมงที่ห้า กลายเป็น ๒๖๒,๑๔๔ ตัวในชั่วโมงที่หก
หากว่า เริ่มต้น จากแบคทีเรีย เพียง ๔ ตัว ก็จะกลายเป็นแบคที่เรีย ๑๓๑,๐๗๒ ตัวในชั่วโมงที่ สี่ ของการอั้นปัสสาวะไว้ใน UB ทางการแพทย์ถือว่าเมื่อไหร่ที่เพาะเชื้อแล้วพบเชื ้อแบคทีเรีย ในปัสสาวะมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ตัว ต่อ ๑ ซีซี ถือว่า เป็นการติดเชื้อที่มีนัยสำคัญทางแพทย์ (Significant growth ) เวลาอั้นปัสสาวะนานๆ ปริมาณปัสสาวะที่สะสมในกระเพาะปัสสาวะมาก จะทำให้กระเพาะปัสสาวะโป่งออก คุณสมบัติความเป็น check valve ตรงตำแหน่ง uretero-bladder juction จะย่อหย่อนไป เหมือนลูกโป่งพองลม อาจมีโอกาสรั่วได้ง่ายกว่า พอไปถ่ายปัสสาวะ หากว่าเราเบ่งเพราะมันปวดมาก การเบ่งจะเป็นการเพิ่ม ความดันในท้อง เพื่อไปกดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ความดันในโพรงกระเพาะปัสสาวะ ที่มีสูงอยู่แล้วเพราะมีปัสสาวะอยู่ ก็ยิ่งมากขึ้น ก็จะมีโอกาสทำให้น้ำปัสสาวะไหลย้อนขึ้นไปที่ ureter ได้ง่ายขึ้น หากว่า ปัสสาวะนั้น มีการปนเปื้อนอยู่แล้ว และคั่งค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะนาน
พอ ปริมาณแบคทีเรียก็จะสะสมเป็นทวีคูณ ดังกล่าว ทำให้แบคทีเรียขึ้นไปท่อไต ขึ้นไปเกิดการติดเชื้อที่ไตได้

ดังนั้น ตามหลักสรีระศาสตร์ เวลาปวดปัสสาวะมาก จึงไม่ควรเบ่งตอนแรกเมื่อ กระเพาะปัสสาวะยังเต็มที่อยู่ ควรทำใจแข็งให้ปัสสาวะมันไหลออกมาเองจะดีกว่า มิฉะนั้นจะเกิดการติดเชื้อที่ไตได้ง่าย และโดยหลักการเดียวกัน ก็ไม่ควรกลั้นปัสสาวะไว้นาน เพราะจะทำให้กระบวนการขับไล่ปัสสาวะที่อาจปนเปื้อน ให้ออกใปจากร่างกาย ต้องเนิ่นนานไปอีก

ผู้หญิงเวลาเดินทาง ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ ปวดที่ใหน ก็เข้าไปถ่ายเลย ห้องส้วมยังอาจมีเชื้อโรค แต่ยังน้อยกว่าในกระเพาะปัสสาวะ หรือบริเวณในร่มผ้าของเราเสียอีก

คัดลอกจากเมล์



Create Date : 30 กันยายน 2554
Last Update : 30 กันยายน 2554 10:24:08 น.
Counter : 641 Pageviews.

2 comments
  
รับทราบเลยค่ะ
โดย: คนอ่อนไหวที่แกล้งใจแข็ง (Tukta21 ) วันที่: 30 กันยายน 2554 เวลา:10:48:22 น.
  
ยินดีรู้จักเพื่อนใหม่ค่ะ

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมเยียนกันค่ะ

โดย: เอื้องสามปอย วันที่: 30 กันยายน 2554 เวลา:12:29:20 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

maebest
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]