เมื่อฉันเปลี่ยนมาเป็น "มาดาม Lee"

 
สิงหาคม 2552
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
13 สิงหาคม 2552
 

ล้างผักแบบไหนกันอยู่คะ มีบทความเรื่องการล้างผักมาฝากค่า

จำได้ว่าตอนเด็กๆ เรียนว่าต้องล้างผักโดยให้สะอาดโดยการล้างแล้วปล่อยน้ำไหลทิ้ง
ต่อมาก็ได้ความรู้เพิ่มมาอีกว่าใช้ด่างทับทิมในการล้างจะทำให้ผักสะอาดยิ่งขี้น
พอเริ่มโตขึ้นมาอีกหน่อยก็มีการวิจัยผ่านเข้าหูมาว่าให้ใช้ผงฟู
หรือโซเดียมไบคาร์บอร์เนตในการล้างจะดีกว่า

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แนทก็เริ่มใช้ผงฟูล้างผัก คิดว่าผักก็สะอาดดีค่ะ
เมื่อยุคเปลี่ยนไป น้ำยาล้างผักเริ่มวางขายก็ลองไปซื้อมาใช้ดูค่า ก็ใช้ได้ดี แต่ก็กลับไปใช้ผงฟู หรือ Baking Soda ในการล้างเพราะอาจจะสะดวกและราคาถูกแถมยังเก็บความเขียวไว้ได้นานเลยทีเดียว.
..คิคิ... อันนี้เป็นความถนัด ความชอบส่วนตัวนะคะ...


วันนี้ไปเจอบทความดีๆ จาก เวบ สมุนไพรดอทคอม เกี่ยวกับการล้างผัก เลยคัดลอกมาฝากกันค่ะ

การล้างผักสด ลดสารพิษ ขั้นตอนง่ายๆ ที่ไม่ควรละเลย

ผักสดและผลไม้ เป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของคนเรา ให้สารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และจำเป็นต่อการเจริญเติบโต ช่วยรักษาสมดุลย์ของร่างกาย ซึ่งจะทำให้ระบบย่อยอาหาร และระบบการขับถ่ายดีขึ้น อย่างไรก็ตามผักสดและผลไม้ก็อาจก่อให้เกิดโทษได้ ถ้าหากผักสดและผลไม้นั้น มีการปนเปื้อนเชื้อโรค พยาธิและสารเคมีที่เป็นอันตราย แม้ในปัจจุบัน จะมีการส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เพาะปลูก ลดการใช้สารเคมีลง หรือส่งเสริมให้มีการผลิตผักสด ผลไม้ปลอดสารพิษกันเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่เมื่อมาถึงตลาด ก็อาจเจอแม่ค้าที่เห็นแก่ได้ แอบใส่สารเคมีลงไปทำให้ผักสดดูสดขาว กรอบน่ากิน จึงไม่มีใครกล้ารับประกันว่าผักสดนั้น สะอาดปลอดสารพิษแน่นอน เพราะทุกขั้นตอน ก่อนจะเป็นผักสดมาถึงจานอาหาร ในสำรับกับข้าว ให้เรากิน

ล้วนมีโอกาสปนเปื้อนได้ทั้งสิ้น ฉะนั้น เพื่อความปลอดภัยในการกินผักสด หรือผลไม้ เราต้องรู้จักป้องกัน และลดปริมาณสารพิษดังนี้


อันตรายจากพยาธิ และเชื้อโรค


เพื่อลดต้นทุนในการผลิต เกษตรกรบางรายได้นำเอาอุจจาระสัตว์สด มาใช้เป็นปุ๋ยรดผัก ตามแหล่งเพาะปลูกต่างๆ ซึ่งจะมีผลทำให้มีการปนเปื้อนของไข่พยาธิ ตัวอ่อนพยาธิ และเชื้อโรคระบบทางเดินอาหารชนิดต่างๆ ในผักสดที่จำหน่ายตามท้องตลาด โดยทั่วไป ผักที่พบไข่พยาธิ หรือตัวอ่อนพยาธิ หรือเชื้อโรคได้มาก มักจะเป็นผักชนิดที่ใบไม่เรียบ และซ้อนกันมากๆ เช่น ผักกาดขาว ผักสะระแหน่ ผักชี ต้นหอม กระหล่ำปลี ฯลฯ ซึ่งเป็นผักสดที่คนไทยนิยมบริโภคสดๆ ทำให้มีโอกาสรับประทานตัวอ่อน หรือไข่พยาธิ หรือเชื้อโรคเข้าไปได้มาก ทำให้เป็นโรคหนอนพยาธิได้ เช่น โรคพยาธิตืดหนู โรคพยาธิแส้ม้า โรคพยาธิไส้เดือน เป็นต้น หรือโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคบิด โรคอหิวาห์ โรคไทฟอยด์ เป็นต้น


อันตรายจากสารพิษตกค้าง


ปัจจุบัน มีการใช้สารพิษทางเษตร เพื่อป้องกันและกำจัดศัตรูพืช อันอย่างแพร่หลาย โดยที่เกษตรกรผู้ใช้ขาดความรู้ ความเข้าใจที่ดี ทำให้มีสารพิษตกค้างในผักสดที่วางจำหน่ายในท้องตลอดทั่วไป ทั้งนี้เนื่องจากการใช้สารพิษกำจัดศัตรูพืช ในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น หรือการใช้สารพิษร่วมกันหลายชนิด หรือการเก็บผลผลิตก่อนครบกำหนด ระยะเวลาที่กำหนด หลังจากการใช้สารพิษ ทำให้สารพิษยังสลายตัวไม่หมด เกิดการตกค้างในผักสดได้ เมื่อได้รับสารพิษเข้าไปในปริมาณน้อยๆ แต่บ่อยครั้งเป็นเวลานาน จะสะสมเพิ่มปริมาณมากขึ้น จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเซล จนกลายเป็นเซลมะเร็ง ลุกลามไปยังส่วนต่างอ ของร่างกายได้ เช่น มะเร็งของตับ มะเร็งของลำไส้ เป็นต้น สำหรับผักสด ที่พบว่า มีสารพิษตกค้างอยู่มาก ได้แก่ ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี คะน้า กวางตุ้ง ดอกกะหล่ำ ถั่วแขก บวบ เป็นต้น


ต้องรู้จักวิธีเลือกซื้อผักสด ที่สะอาดปลอดภัย


จากอันตรายของพิษภัยที่ปนเปื้อนมากับผักสด ที่วางจำหน่ายในท้องคลอดทั่วไป จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรู้จักวิธีเลือกผักสดที่สะอาด ปลอดภัย ไว้บริโภค ดังต่อไปนี้คือ

1. เลือกซื้อผักสดที่สะอาด ไม่มีคราบดิน หรือคราบขาวของสารพิษกำจัดศัตรูพืช หรือเชื้อราตามใบ ซอกใบ หรือก้ามผัก
2. เลือดซื้อผักที่มีรูพรุน เป็นรอยกัดแทะของหนอนแมลงอยู่บ้าง ไม่ควรเลือกซื้อผักที่มีใบสวยงาม เพราะหนอนกัดเจาะผักได้ แสดงว่ามีสารพิษกำจัดศัตรูพืชในประมาณ ที่ไม่เป็นอันตรายมาก
3. เลือกซื้อผักสดอนามัย หรือผักกางมุ้ง

ต้องล้างผักสดทุกครั้งก่อนนำมากิน ซึ่งมีอยู่หลายวิธี


เพื่อให้ได้บริโภคผักสดที่สะอาดปลอดภัย มีอนามัยสมบูรณ์ มีวิธีการลดปริมาณเชื้อโรค ไข่พยาธิ และตัวอ่อนพยาธิ สารพิษตกค้างในผักสด คือ

1. ปอกเปลือก หรือลอกเปลือกชั้นนอก ของผักสดออกทิ้ง แกะเป็นกลีบหรือแกะใบออกจากต้น หรือตัดส่วนขอบรอบนอกออกแล้วล้างด้วยน้ำสะอาด
2. ล้างผักสดด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง และคลี่ใบถู หรือล้างด้วยการใช้น้ำก๊อกไหลผ่านผักสดนานอย่างน้อย 2 นาที หรือใช้สารละลายอื่นๆ ในการล้าง ดังนี้
* ใช้น้ำเกลือ (เกลือ 2 ช้อนโต๊ะพูนต่อน้ำ 4 ลิตร)
* ใช้น้ำคลอรีน (ละลายผงปูนคลอรีน ½ ช้อนชา ต่อน้ำ 20 ลิตร และใช้อย่างระมัดระวัง)
* ใช้น้ำส้มสายชู (น้ำส้มสายชู ½ ถ้วยต่อน้ำ 4 ลิตร)
* ใช้น้ำโซดา (โซเดียมไบคาร์บอเนต 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 4 ลิตร)
* ใช้น้ำยาล้างผัก (ตามวิธีที่ผู้ผลิตแนะนำ)
แล้วจึงนำผักสดมาล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
3. ผักที่มีลักษณะเป็นหัว ผล หรือ ผลไม้ที่กินทั้งเปลือก เช่น องุ่น ต้องล้างด้วยน้ำก่อน แล้วลอกเปลือกทิ้ง

ซึ่งวิธีการถ้าง่ายๆ สะดวก ประหยัด และเป็นวิธีการที่ปลอดภัย ต้องลอกเปลือกชั้นนอกทิ้ง แช่น้ำนาน 10-15 นาทีและล้างทุกส่วนด้วยน้ำไหลผ่าน 2 นาที แม้จะใช้น้ำมากหน่อยแต่ก็คุ้มค่า ไม่ต้องพึ่งสารเคมีใดๆ ได้ผักสดที่สะอาดปลอดภัย ไร้กังวลเพราะเราควบคุมคุณภาพด้วยตัวเอง

แล้วก็อีกบทความ ที่ siamreptile.com

ไปดูกันนะคะ

หลักการล้างเพื่อลดสารพิษ ควรปฏิบัติดังนี้

1. ล้างผัก เด็ดเป็นใบ แล้วแช่น้ำนาน 15 นาที จะลดสารพิษได้ 7-33%
ถ้าล้างผ่านน้ำไหลจะช่วยลดสารพิษได้ประมาณ 54-63%

2. การลวกด้วยน้ำร้อน จะช่วยลดปริมาณสารพิษได้ 50%
แต่ถ้าล้างไม่สะอาดแล้วนำไปต้มทำแกงจืด สารพิษก็จะเจือปนอยู่ในน้ำแกงนั่นเอง

3. ล้างด้วยแคลเซียมไบคาร์โบเนต (ผงฟู) ในอัตราส่วน ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 อ่าง
แช่ทิ้งไว้15 นาที จะช่วยลดสารพิษได้ถึง 90-95%

4. ล้างด้วยน้ำผสมน้ำส้มสายชู 0.5% แช่นาน 15-30 นาที จะลดปริมาณสารพิษได้
ประมาณ 60-84% และยังช่วยฆ่าเชื้อโรคและทำลายไข่พยาธิอีกด้วย

5. ควรลอกเปลือกหรือกาบด้านนอกออกทิ้งสัก 2-3 ใบ เพราะสารพิษส่วนใหญ่จะสะสม
ตกค้างอยู่มากบริเวณกาบหรือเปลือกด้านนอก




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2552
1 comments
Last Update : 14 สิงหาคม 2552 13:22:04 น.
Counter : 4483 Pageviews.

 
 
 
 
happy new year
 
 

โดย: www.24hotcasino.com IP: 61.19.66.68 วันที่: 2 มกราคม 2554 เวลา:16:03:53 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

DeadKiss
 
Location :
Bangkok Singapore

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




[Add DeadKiss's blog to your web]

MY VIP Friend

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com