Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2549
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
13 ตุลาคม 2549
 
All Blogs
 
เค้กมะพร้าวอ่อน

ครั้งนี้เป็นเนื้อเค้กเป็นสปันจ์นะคะ นุ่มนิ่มมากๆ เลยค่ะ ดัดแปลงจากสูตรเค้กส้มของคุณแหม่ม tiara ค่ะ ขอบคุณสูตรอร่อยนะคะ

ส่วนผสม

- แป้งเค้ก 100 กรัม
- ผงฟู 3/4 ช้อนชา
- น้ำตาลป่น 120 กรัม
- เกลือ 1/2 ช้อนชา
- น้ำมะพร้าวอ่อน 40 กรัม
- กะทิ 30 กรัม
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
- เนยสดละลาย รสเค็ม 70 กรัม
- สารเสริม SP 10 กรัม
- กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
- เนื้อมะพร้าวอ่อนหั่นบางๆ หรือเล็กๆ ตามชอบ

ก่อนอื่นร่อนแป้ง ผงฟู น้ำตาลป่น และเกลือ 2 รอบ แล้วใส่ลงโถผสมค่ะ



เตรียมไข่ไก่ กะทิ น้ำมะพร้าวอ่อน และเนื้อมะพร้าวไว้ค่ะ

หม่าม๊ามี่เค้าต้มเนื้อมะพร้าวกับน้ำด้วยกันก่อนด้วยอ่ะค่ะ ไม่รู้จะมีผลกับเนื้อเค้กไม๊ :P



ใส่ไข่ทั้งหมดลงในโถแป้ง ใช้ตะกร้อมือหรือพายยางคนให้พอเข้ากัน ไม่ต้องนานค่ะ แค่พอให้แป้งไม่เป็นฝุ่นๆ กันคลุ้งตอนตีก็พอค่ะ



ลืมไปค่ะ ตอนชั่งตวงส่วนผสมเรียบร้อยก็ตัดกระดาษรองพิมพ์เตรียมไว้ แล้วไปเปิดเตาวอร์มอุณหภูมิที่ 160 องศาไว้ นำเนยเข้าไปวางทิ้งไว้ให้ละลายค่ะ

ปาด SP ที่หัวตะกร้อ
เปิดเครื่องตีด้วยความเร็วต่ำ 1 นาที
แล้วเปลี่ยนเป็นความเร็วสูงสุด 2 นาที ปาดอ่าง
ค่อยๆ เติมน้ำมะพร้าวอ่อนลงไป ตีต่ออีก 3 นาที ปาดอ่าง
เปลี่ยนเป็นความเร็วต่ำ ตีต่ออีก 3 นาที ปาดอ่าง

จะได้ส่วนผสมข้นเหนียวประมาณนี้ค่ะ



ค่อยๆ รินกะทิลงไปในส่วนผสมแป้ง แล้วตามด้วยเนยละลายที่อุ่นๆ ค่อยๆ รินเป็นสายลงไป ยังคงใช้ความเร็วต่ำนะคะ แล้วก็ตีต่อให้ส่วนผสมเข้ากันดีก็หยุดเครื่อง



ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไปค่ะ ใช้พายยางตะล่อมเบาๆ แป๊บนุงก็พอค่ะ



เสร็จแล้วก็เทส่วนผสมลงในพิมพ์ ใช้พิมพ์ผิดขนาดอ่ะค่ะ พอดีพิมพ์ถอดก้น 8 นิ้วที่ใช้ประจำใช้อบเค้กส้มไปแล้วยังไม่ได้ล้างอ่ะค่ะ อิอิ



นำเข้าเตาอบ มี่ใช้เวลาอบประมาณ 35 นาทีค่ะ แอบหน้าแตกเล็กน้อย



กระแทกพิมพ์บนโต๊ะ 2 ครั้งค่ะ แล้วแซะออกคว่ำบนตะแกรงซะ ก้นสวยแฮะ แต่..เนื้อมะพร้าวมาจมอยู่ที่ก้นหมดเลยอ่ะค่ะ



จับคว่ำกลับมา ส่องดูด้านข้าง สวยซ้าจนหลง อิอิ



เนื้อนุ่มนิ่ม ฟูดีค่ะ ^o^



ตัดครึ่งก้อนใส่กล่องไปให้น้าสาวค่ะ อีกครึ่งหนึ่งหม่าม้าแฮฟไว้หม่ำเอง เหอเหอ



ใครสนใจจะชิมบ้างน๊า





Create Date : 13 ตุลาคม 2549
Last Update : 13 ตุลาคม 2549 20:40:47 น. 9 comments
Counter : 1295 Pageviews.

 
น่าหม่ำมากๆ เลยจ้า มาชมเป็นบุญตา ไม่มีปัญญาทำ


โดย: มรรคณิชา วันที่: 13 ตุลาคม 2549 เวลา:21:27:41 น.  

 

โหวว น่าทานมากเลย อยากทำแต่ไม่มีเตาอบคะ มีวิธีที่ไม่ต้องใช้เตามั้ยคะ หุหุ


โดย: she will be loved (She will be loved ) วันที่: 13 ตุลาคม 2549 เวลา:21:56:37 น.  

 
อยากกินง่ะ


โดย: ปลาทูน่าในบ่อปลาพยูน วันที่: 13 ตุลาคม 2549 เวลา:22:10:43 น.  

 
อยากทำมั้งจังเลยค่ะ น่าทานจังเลย แต่คงหามะพร้าวอ่อนไม่ได้......


โดย: สาวเขียน IP: 69.163.13.17 วันที่: 14 ตุลาคม 2549 เวลา:0:39:15 น.  

 
ขอเค็กทานหน่อย


โดย: NIRISSA วันที่: 14 ตุลาคม 2549 เวลา:19:51:27 น.  

 
น่าทานมั่กๆ

อยากทำเก่งแบบนี้จัง


โดย: fairy_tells วันที่: 14 ตุลาคม 2549 เวลา:20:57:02 น.  

 
ลองทำแล้วครับ

ครั้งแรกใส่เนื้อมะพร้าว แต่ไม่สุก + เป็นไต

ครั้งที่สองเลยไม่ใส่ แต่ก็ยังเป็นไต แต่ก็สุกดี

เลยอยากทราบว่า ที่เค้กเป็นไตเพราะอะไรอะครับ แล้วก็ทำไมพอเค้กเย็นแล้วมันถึงหดตัวลงไปเยอะมากๆๆๆ

** แต่อร่อยนะครับ ผมลอกส่วนเป็นไตออกก็อร่อยดี ขอบคุณครับ**


โดย: ผู้มาเยือน IP: 124.120.3.71 วันที่: 18 ตุลาคม 2549 เวลา:10:54:26 น.  

 
น่ากินสุด ๆ เรยค่ะ


โดย: o_st วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:19:05:44 น.  

 
ขนมเค็กนี้มีหลายสูตรมากไหม และมีเครื่องมือมากหรือป่าวค่ะ
เพราะจุนอยากหัดทำ ที่ฝึกมีที่ใหนบ้างค่ะ หนูว่า ขนมเค้กน่าจะสวยและอร่อยมากอยากชิมจัง


โดย: น้องจูน IP: 192.168.2.113, 118.173.25.62 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2552 เวลา:16:44:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

luvammie
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ช่างฝัน ฝันเพ้อเจ้อไปเรื่อย ไม่รู้จักโต ชอบอ่านหนังสือจินตนิยาย เอาแต่ใจตัวเอง คลั่งไคล้สีชมพู สีม่วง สีฟ้า และเฮลโลคิตตี้เป็นที่สุด ชอบฟังเพลงร็อค พังค์ โดดๆ ในคอนเสิร์ต รักการทำขนมและเดินทางท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้ได้โลโก้และชื่อแบรนด์เป็นของตัวเองแล้ว อิอิ "The Baker Witch" แม่มดคนนี้ทำขนมไม่เก่ง แต่รักที่จะทำ ยังไงก็ฝากตัวด้วยนาคะ


Friends' blogs
[Add luvammie's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.