Group Blog
 
 
มีนาคม 2559
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
5 มีนาคม 2559
 
All Blogs
 

hi passion, welcome to my place

"สเปญ" ชื่อนี้สำหรับคนที่หลงใหลประวัติศาสตร์ของหลายๆชาติในยุโรป
ชื่อนี้คู่ควรให้โหยหาที่จะต้องไปพบเห็นด้วยตาตัวเองให้ได้ แม้เพียงซักครั้ง

ตั้งแต่สมัยศตวรรษ 14 - 16  นับตั้งแต่สมเด็จพระราชินีนาถอิสซาเบลล่ากับพระเจ้าเฟอร์ดินันท์ผู้ยิ่งใหญ่
สองพระองศ์นี้ ผู้ซึ่งขึ้นม้าถือทวนไล่ฟาดฟันสู้รบและยึดเมืองต่างๆไว้ได้
จนสามารถรวบรวมสเปญเป็นหนึ่งเดียว แผ่ขยายอาณาเขตไปจนสุดเขตเมืองกรานาด้า
เมืองที่มีความงดงามวิจิตรพิศดาลที่สุดในประเทศก็ว่าได้ เมืองเคยที่มีแขกมัวร์เป็นเจ้าของมาก่อน....

และเมื่อใกล้ๆราว 400 ปีมานี้เอง โลกได้รู้จักชื่อๆหนึ่ง ซึ่งนับจากวันนั้นถึงวันนี้
Don Quijote de la Mancha ดอน กิโคเต้ แห่ง ลามันชา
ยังเป็นบุคคลที่น่าติดตาม และท่องเที่ยวไปตามรอยฝีเท้าของม้าแก่แคระแกร็นตัวนั้น...

แม้ว่าเค้าจะเป็นเพียงชายสูงอายุ รับข้าราชการเป็นเพียงชั้นผู้น้อย ฐานะยากจน
แต่เค้าไม่เคยที่จะหยุดเติมความฝันให้กับใจของตัวเอง ความฝันที่ยิ่งใหญ่และอบอุ่น
ที่จะเป็นเสมือนอัศวินผู้ยิ่งใหญ่แต่โดดเดี่ยว พดุงความยุติธรรม




กระนั้น ดอนกิโคเต้ เค้าก็ยังมีนางในดวงใจ เธอเป็นหญิงสาวที่มีความงามอย่างยิ่ง
เธอชื่อ Dulcinea de Toboso ดุลสิเนอา แห่ง โตโบโซ่
เค้าเขียนรำพันเอาไว้ในบทกวีของเค้าว่า ดวงเนตรนางนั้นสีทอง
เส้นเกศาเป็นประกายประดุจดุจทองคำ ผิวขาวราวกับปอยหิมะ สองแก้มชมพูคล้ายกุหลาบ

ดวงใจแห่งข้าฯ ยอดหญิง ดุลสิเนอา แห่งโตโบโซ่ ผู้เป็นทั้งทิวาฟ้าสางกับราตรีรัตติกาล
เป็นแสงไฟอันอบอุ่นในยามข้าฯทุกข์ เป็นดาวเหนือส่องนำทาง และดวงดารามากมายเหลือคณานับ
เป็นดาวนำโชคแห่งชีวิตอัศวินผู้โดดเดี่ยวเช่นข้าฯ ดอนกิโคเต้....



เมืองซาลามังกา มายอ

ดูทีรึ เจ้า Rosinante โรสินันเต้ เจ้าม้าขาวตัวโตคู่ใจของอัศวินผู้เก่งกาจ
เจ้าเป็นสุดยอดแห่งอาชา เหนือม้าคู่พระทัยของจักพรรดิอเล็กซานเดอร์เสียอีก
โรสินันเต้ เจ้าคือม้าคู่ขวัญของสุดยอดอัศวิน...

ความจริงก็คือ มันเป็นม้าผอมบักโกรก มีแต่หนังหุ้มกระดูก
นิสัยดื้อ ไม่กระตือลือล้นเพราะความหิวโหย จังหวะฝีเท้าของมันวิ่งก๊อกแก๊กๆส่งเดชไปเรื่อยๆ
แถมยังยกขาหน้ากระโจนไม่เป็น (ปกติแล้ว ม้าจะเป็นแบบนี้ทุกตัว คนขี่ต้องกระตุ้น คาดว่า ดอน กิโคเต้กระตุ้นม้าไม่เป็น)



อาณาเขตเมือง

Udonza Lorenzo อัลด็อนซ่า โลเร็นโซ่ หญิงสาวชาวนาที่มีฝีมือในการหมักหมูเค็มที่มีรสเลิศที่สุด
นางมีร่างกายที่แข็งแรง ล่ำสันไม่แพ้ชาย นางไม่สามารถอ่านเขียนหนังสือได้
มีนิสัยห้าวหาญ แถมยังมีแผงขนหน้าอก เสียงของนางก็ดังกึกก้อง
นางมีทักษะในการพุ่งหลาว สามารถชนะชายฉกรรจ์ที่แข็งแรงที่สุดในหมู่บ้านอีกด้วย



แนวเสาหิน


ถนนในมายอ



น้ำพุ


โรงแรมที่เข้าพักครับ




 

Create Date : 05 มีนาคม 2559
22 comments
Last Update : 18 มีนาคม 2559 19:10:41 น.
Counter : 596 Pageviews.

 

Test !!


 

โดย: passion IP: 58.8.153.47 19 มีนาคม 2559 11:37:46 น.  

 

เย้... โพสตืได้แร้ว อิ อิ

หวัดดีค่ะ คุณ....อืมม บริบทนี้ขอเรียกคุณแม็คซี่ละกันนะคะ

ขอบคุณมากๆค่ะ สำหรับseries ชุดนี้ บรรยากาศมันอบอวลด้วย
อะไรหลายๆอย่าง ถูกใจจริงๆ

บ้านเรือนแถบยุโรปส่วนใหญ่จะเป็นpattern เดียวกันทั้งหมดไม่
มีความแปลกแยก ดูมีระเบียบ และมีเสน่ห์มากๆนะคะ

ที่เห็นเป็นเก้าอี้ไม้วางเป็นหย่อมๆ นั่นคือไลคะ ร้านขายเครื่องดื่ม กาแฟป่ะ หรือ เป็นที่นั่งพักผ่อนสำหรับนักท่องเที่ยวคะ

เด๋วคุณหมอมีเวลาว่างๆ มาต่อเรื่องเจ้าRosinante กะลูกเพี่ยUdonza Lorenzo ว่ามาเกี่ยวข้องกันด้วยเหตุใด

ขอบอกนะคะ คุณแม็คซี่ใช้คำว่า ดูทีรึกับเจ้าRosinante ได้น่ารักมาก มีอะไรดลใจคะ ชอบๆๆ คริ คริ



 

โดย: passion IP: 58.8.153.47 19 มีนาคม 2559 12:02:42 น.  

 

bar plaza mayor square เป็นบาร์ครับ ตรงเพียซซ่า (จตุรัส) มาร์ยอ
คนไทยจะเรียกปลาซ่า
แต่ปกติเราจะเรียกกันว่าเพียซซ่ามากกว่า
มันตั้งอยู่ตรงที่เรียกว่า ทางหลักของจตุรัส ทะไมถึงเรียกแบบนี้ผมก็ไม่รู้ครับ



ตอนกลางวันมีแดดก็จะมีร่มคันใหญ่ๆแบบตามชายหาดสีขาวกางให้พวกที่ชอบแบบย้อนยุคไปนั่งสุมหัวแบบชาวบ้าน
ส่วนตอนกลางคืนจะเน้นแสงสี จะมีไฟซ่อนอยู่ตามจุดที่จะส่องสว่างมากมาย จนมองสว่างจ้าแต่ก็มีความวอมแวมแบบอียีปโบราณ
แสงจากเทียนหอม มีแน่นอนครับ เยอะมากๆ ทั้งดอกกุหลาบ แก้วสีต่างฯลฯ



เพราะทางใหญ่น่าจะเป็นตรงลานกว้างสี่เหลี่ยมบนจตุรัสมายอร์มากกว่า
ตั้งอยู่ที่เมืองเซโกเวีย ซึ่งเป็นเมืองโบราณ
เราเรียกมันแต่ครั้งพระราชินีอิสซาเบลล่าว่า คาสติลและเลออน
ซึ่งสองแห่งนี้นำมารวมกับอาราก็อนของสวามีของพระนางก็จะเป็น
คาสติล เลออน อราก็อน ครับ เบื่อไม๊

ปูลู ถามเรื่องภาษาที่ผมใช้ และคำถามอื่นๆ
เด๋วผมจะมาตอบนะครับ senorita ซินยอริต้า คุณผู้หญิง
และ ซินเยริตะแพสชั่น จะต้องทึ่งผมแน่ๆ รอไม่นานมากครับ

 

โดย: maczy 19 มีนาคม 2559 16:46:05 น.  

 

อ้อ ลืมไป ผมตอบคำถามตรงเก้าอี้ไม้หย่อมเล็กๆนะครับ
เด๋วผมหาภาพมาแปะให้ชมครับ
คาเฟ่ริมทางแบบสมัยใหม่ ไปก็เสียเวลาเปล่าๆครับ มันไม่น่าสนใจเท่าไหร่
ยกเว้นคนเหนื่อย เดินจนเจ็บเท้า

มีหญิงชายนอนกอดจูบกันก็มี พวกนี้ประหลาดและน่ารังเกียจทีเดียวแหละ

 

โดย: maczy 19 มีนาคม 2559 16:51:27 น.  

 

Gracias, Señor Maczy

ไม่เบื่อจร้า ตามอ่านอยู่ค่ะ


 

โดย: passion IP: 58.8.153.132 19 มีนาคม 2559 19:03:32 น.  

 



โบสถ์ครับ



ลานกว้างที่ใช้ชนวัวกระทิง แต่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาทางการห้ามชน ไม่มีแล้วครับ



ลานชนวัวหลายๆมุมนะครับ





ถนนหนทางที่เป็นบ้านอยู่อาศัยจริงๆ สะอาดจังว่ามะครับ



ทาปาส ลักษณะจะเป็นอาหารสไตล์คานาเป้ของฝรั่งครับ คือมีอาหารวางกองอย่างละนิดหน่อย
ถ้ามีป้ายเขียนว่า tapas restaurant
หรือ tapas bar ก็จะหมายถึงร้านที่ขายอาหารเรียกน้ำย่อยนิ คนนิยมทานกันมากเลย

 

โดย: maczy 19 มีนาคม 2559 22:03:10 น.  

 

อ่านเพลินเรย จนลืมชม คุณแม็คซี่ ตั้งมุมกล้อง
ภาพดูครบองค์ประกอบ สวยมวาากค่ะ
เป็นภาพอาคารโบราณ คาสติล เลออน อราก็อน
ที่วางเก้าอี้เรียงรายเป็นร้อยๆตัว เดาว่า สำหรับนั่งชมวงตรี
ที่ชื่นชอบ ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ชิวๆ ใช่ป่ะคะ

นึกถึงร้านกาแฟCaffè Florian ที่ Veniceนะคะ นั่งจิบกาแฟไป
ฟังเพลงเบาๆสบายๆ จากวงQuartet ว้าวว...

 

โดย: passion IP: 180.180.129.104 19 มีนาคม 2559 23:24:15 น.  

 

หวัดดีครับ พอดีพึ่งเสร็จงาน
ขอบคุณที่ชมครับ ความจริงไม่ว่าใครถ่าย ภาพก็แบบนี้ทุกคนแหระ ฮี่ๆๆๆๆ
แต่ยังไงก็ดีจัย ขอบคุณครับ

วันนี้คิดว่าตอบคำถามดีกว่า เพราะถ้าหาภาพมาแปะก็ดึกมากแล้ว
เห็นคุณ passion บอกอ่านที่ผมเขียนแล้วขำ
ถ้าให้ผมเดา ผมเดาว่าคุณ passion ขำตรงที่ผมเรียกเจ้าโรสินันเต้ว่าม้าผอมบักโบรก

ไม่รู้ว่าเดาถูกหรือผิด แต่ยังไงก็ตาม ผมได้รู้จักคำๆนี้มาจากคนเล่นหุ้นคนนึง
เค้าชอบพูดถล่มตัวเองตลอดเลยว่า เค้าน่ะจนหุ้นซะผอมบักโบรก
ไม่ว่าใครๆจะห้าม บอกว่าคำพูดไม่เป็นมงคล ก็ดูเค้าจะชอบและติดจะขำๆคำๆนี้

ผมเลยจินตนาการว่า ผอมแหง๋แก๋มันต้องบักโกรกมั้ง
มันถึงจะผอมจิงผอมใส้ห้อย ฮี่ๆๆๆๆๆ
ส่วนเนื้อเรื่อง ผมขอสารภาพเลยว่า
หนังสือบทกวีหนาสองนิ้วครึ่งเล่มนี้ ผมอ่านแบบเปิดหน้านั้นหน้านี้
อ่านกระโดดไปกระโดดมา เพราะไม่ค่อยเข้าใจในคำอรรถที่ดอนฯเขียนเอาไว้ เช่น

เค้ากำลังต่อสู้กับกังหันลม (windmill) และหลายๆตอนที่มันเป็นข้อความปรัชญา
แต่ผมเน้นอ่านแต่สถานที่ๆดอน กิโคเต้ผ่านไป เค้ารู้สึกยังไง ประมาณนี้เอง
ภาพกังหันลม ผมมีครับแล้วจะมาแปะให้ชม

แต่คุณ passion รู้ไม๊ Don Quijote เค้าเลือกสถานที่ และคำทำนายไว้อย่างแม่นยำ
ตรงสถานที่สำคัญในเนื้อเรื่องตอนนี้
เค้าทำเหมืองทองคำครับ เป็นของบอสัดเอกชน ร่ำรวยมากทีเดียว
ส่วนชาวบ้านเลี้ยงแกะ แต่ก็ไม่จนนะครับ

ส่วนที่คุณ passion เห็นผมเขียนสำบัดสำนวน
คงเป็นเพราะสมัยผมเด็กๆตอนเรียนภาษาไทยด้วยตัวเอง
ผมมักจะอ่านบทพระราชนิพนธ์ของร.6 ที่แปลจาก william chespier มันก็เลยซึม

ไว้แค่นี้ก่อน แล้วจะมาเล่าต่อนิ

 

โดย: maczy 21 มีนาคม 2559 2:01:33 น.  

 

อืมม...พักผ่อนเยอะๆนะคะ

คุณแม็คซี่มีรัยให้passion ประหลาดใจแล้วก็ทึ่งอยู่เรื่อยๆเรยนะคะ
เรียนภาษาไทยด้วยตัวเอง โหยย..ไม่ธรรมดานะเนี่ย
สวดยอดเรยลวกเพี่ย

เข้าใจเรื่องความยากของวรรณกรรม หรือบทกวีมากๆค่ะ
ส่วนใหญ่เค้าจะแต่งให้พร้องเสียง ถ้าเปิดดิคจะไม่มีความหมาย
แต่ผู้แต่รู้ คนอ่านรู้ว่ามันหมายถึงอะไร ผู้แต่งต้องการสื่ออะไร

สมัยเรียน แรกๆก็งงๆ 'จารย์ก็จะอธิบายว่ามันเป็นงี้ๆๆนะ
มีอยู่เรื่องนึงค่ะที่ประทับใจคำแปลของจารย์มาก
เป็น โคลงกลอน "ฝากรัก" ผู้แต่งเค้าได้ดื่มน้ำแก้วเดียวกับ ผู้หญิงที่เขาแอบชอบ เขาได้ประทับรอย ตรงที่เธอเคยดื่ม ทำให้เขากลับมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง เหมือนได้ดื่มน้ำทิพย์ จารย์ก็แปลต่อไปว่า ดั่งเป็นน้ำอัมฤตของเทพจูปิเตอร์...ผู้แต่งใช้ศัพท์สั้นๆพยางค์เดียว(จำไม่ได้แระ) สื่อความหมาย

passion ทึ่งจารย์มาก จารย์รู้ได้งัย สามารถโยงไปถึงน้ำอัมฤตของจูปิเตอร์นู่นแน่ะ เจ๋งอ่ะ

ต่อๆๆ ใช่แร้วค่ะ ฮาเรื่องม้าผอมบักโกรก วิ่งก๊อกแก๊กๆส่งเดช สำนวนดีมากเข้าใจให้ศัพท์ แหม่...นึกภาพออกเรย มันต้องเกเร นัยตาต้องเจ้าเล่ห์ น่าเขกกบาลแน่ๆ

(passionแปลนิยาย ทยอยส่งจารย์ เกรดออกมาได้A- ส่วนไอ้สิงห์(เพื่อน)ได้ A+ แค้นๆๆ ฟูมฟายถามจารย์ว่า ทะไม หนุไม่ดีตรงไหน จารย์บอกว่า สำนวนสวิงสวายเกินไป เยิ่นย้อ อย่าเยอะๆๆ ...ก้มหน้ามึนรับสภาพ ค่ะ จารย์ (กรอดๆ)

อีกตอนนะคะ Udonza Lorenzo นางผู้มีร่างกายบึกบึน แถมมีขนที่แผงอก...ฮ่า ฮ่าๆ กาแฟพุ่งเบย รัยจาขนาดน้านนน นึกไปถึงนักร้องไทยคนนึงค่ะ (อิน บูโดกัน)
โดนเพื่อนๆผู้ชายของpassionค่อนแคะ ว่า "ผู้หญิงอะไรมู่ทู่สิ้นดี" กี่ปี่ๆ นึกถึงทีไร ก็ขำทุกทีสิน่า

นิสนุง รูปที่เป็นอาคาร ที่ถนนสะอาดๆ ทีแรกนึกว่าเป็นเมืองร้างซะอีก อนุรักษ์ไว้เป็นมรดกโลก เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น...มีคนอยู่ด้วยหรอคะ อืมม ดูงียบจัง


ฮิ ฮิ วันนี้โม้มากไปนิส เด๋วคุณแม็คซี่จะเบื่อ ไรแว้...นี่กะแย่งซีนกันเรยหรอ ชิส์
งั้น..แค่นี้...สวัสดี

อ่อ...คุณหมอพักผ่อนเยอะๆ จิบกระทิงแดงให้หายเหนื่อยก่อนนะคะ
แล้วค่อยมาเล่าให้ฟังต่อ.....ไม่รีบๆ

รักษาสุขภาพด้วยค่ะ




 

โดย: passion IP: 180.180.139.123 21 มีนาคม 2559 12:37:00 น.  

 

Hola, Señor Maczy

Me llamo... Passion

 

โดย: StarBird 21 มีนาคม 2559 15:52:41 น.  

 

hola señorita
StarBird

 

โดย: maczy 25 มีนาคม 2559 15:20:16 น.  

 

ได้ตั้ง A เก่งจังเลยครับคุณ passion
คุยมาเยอะๆ ไม่เบื่อรอกครับ และต้องขอโทษด้วยที่หายไปนาน
เด๋วผมแปะต่อเลยครับ

 

โดย: maczy 25 มีนาคม 2559 15:23:15 น.  

 

เมื่อตัดสินใจจะเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศสเปญแล้ว เราจะพลาดการเดินทางไปชมกังหันลมของ Don Quijote ไม่ได้แน่ๆ ในแคว้นเล็กๆชื่อ castile คาสตืล ในลามันยา

บนสันเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของกังหันลม 7 อัน ใกล้ๆคือปราสาท ปราสาท consuegra



มองลงไปจะเห็นที่ตั้งของเมืองซึ่งเป็นหมู่บ้านสีส้มที่สวยงามทีเดียวครับ มีนักท่องเที่ยวเดินชมกันบ้างประปลาย ส่วนใหญ่จะขับรถมากันเอง ทัวร์ไม่นิยมมา ส่วนผม ผมเช่ามอร์ไซคันโตขี่เล่นไปรอบๆ ช้าๆ

วนดูรอบๆบนภูเขา คุณ passion สนใจอยากเป็นสาวสก๊อยใส่เสื้อเกาะอก สวมยีนส์เข่าขาด นั่งซ้อนท้ายแว้นนแมนดูบ้างมะครับ หนุกนะ


 

โดย: maczy 25 มีนาคม 2559 15:32:10 น.  

 

ภาพไม่ขึ้น เอาใหม่ๆ

 

โดย: maczy 25 มีนาคม 2559 15:32:52 น.  

 



 

โดย: maczy 25 มีนาคม 2559 15:38:48 น.  

 



ไปเที่ยวให้มีความสุข เพื่อหาความสงบให้จิตใจต้องไม่รีบเร่งครับ พอใจกินก็ซื้อกิน หรือของแถมในโรงแรม แต่คนต้องไม่มากจนเราต้องรีบตักรีบลงมากิน ไม่งั้นหมด ถ้าเป็นแบบนั้นเราจะ
สะบักสะบอม เหนื่อย อ่อนเพลียและง่วง



ชายหาด nerja ทะเลยามค่ำที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัว

 

โดย: maczy 25 มีนาคม 2559 15:58:30 น.  

 





ร้านค้าน่ารักๆ กับหน้าต่างบ้านคน

 

โดย: maczy 25 มีนาคม 2559 16:01:42 น.  

 



ชายหาดที่มีแต่เสียงคลื่นที่ดังมาเรื่อยๆ เป็นระยะ จะมีก็แต่โกโก้ร้อน ไม่มีบาร์เบียร์



มองดูงดงามเป็นสง่าที่ไม่มีที่ใดเหมือน



อย่าลืมไปเที่ยวฟาร์มบ้างนะครับ
อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ที่เดียว เพราะสเปนอากาศไม่หนาวแบบเยอรมนี



สวนเลมอนครับ ลูกโตๆ เปลือกหอม

 

โดย: maczy 25 มีนาคม 2559 16:08:15 น.  

 

โว้วว...ภาพสวยๆ น่ารักๆ ทั้งนั้นเรย
น้ำลายหก...โฮก


ขอบคุณนะคะ ที่คุณแม็คซี่แบ่งปันความสนุกสนาน
ว่างๆ แวะมาเล่าอีกนะคะ

ปูลู ชวนเค้าไปเป็นสก๊อยเกาะอกหรอ ไม่เอาอ่ะ โป๊... คริ คริ

 

โดย: StarBird 25 มีนาคม 2559 23:28:18 น.  

 

อ๊ะ StarBird คือคุณ passion เองร๋อ
ผมนึกว่ามีคนมาแหย่เล่นซะอิก ฮี่ๆๆๆๆ

ทักทายแค่นี้ก่อนนะครับ พรุ่งนี้ค่อยเขียนใหม่

 

โดย: maczy 26 มีนาคม 2559 1:46:44 น.  

 

ขำเข้าไป...เค้าเก่งมากชิมิ


ด้วยความอยากรู้อยากเห็น passionลองไปค้นดู
ตอนที่Don Quixoteกำลังต่อสู้กับกังหันลม
ที่คุณแม็กซี่เล่าว่าความหมายน่าจะในเชิงปรัชญา
(เข้าใจว่าคุณแม็คซี่ รู้แล้วแหละว่าความหมายมันคืออัลลัย
แต่ถ้าใครอยากรู้ก็ไปหาเองซิ แบร่ๆ)

passion ไปเจอมาค่ะมันเป็น idiom

"Tilting at windmills" ความพยายามที่สูญเปล่า

Definition:
– Attacking imaginary enemies.
– A person who tilts at windmills, tries to do things that will never work in practice.
– to waste time trying to deal with enemies or problems that do not exist.
– Engage in conflict with an imagined opponent, pursue a vain goal

การต่อสู้กับศัตรูที่มองไม่เห็น เป็นศัตรูที่เกิดขึ้นจากจินตนาการ (เป็นการเสียเวลาเพื่อสู้กับศัตรูที่ไม่มีตัวตน,ไม่มีจริง)
หรืออีกนัยหนึ่ง หมายถึง การพยายามทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพื่อเป้าหมายที่ไม่มีแก่นสาร
credit :
https://goo.gl/HqrJ3I
https://en.wikipedia.org/wiki/Tilting_at_windmills


พูดถึงวลีเด็ดไปแล้ว อดนึกถึง บทกวีของฝั่งยุโรปอีกท่านหนึ่ง
อุปมาอุมัยได้เก่งมาก แต่จำชื่อมะได้แย้ว (จำไม่ได้ ทั้งปี)

ท่านเป็นกวีและนักเผยแพร่ศาสนาด้วยค่ะ

ภารกิจของท่านต้องเดินทาง
เพื่อไปเผยแพร่ศาสนา
สมัยโบราณต้องล่องเรือรอนแรม
นับเดือนนับปี ไปตามสถานที่ต่างๆ

ภรรยาท่านที่กะลังท้องอ่อนๆ คงจะตัดพ้อ
เดินทางอีกละ ไปมีบ้านเล็กบ้านน้อยรึป่ะเนี่ย

ท่านจึงแต่งบทกวี อ้อนก่อนเดินทางนิสนุง

sweety... ทูนหัวจ๋า ตัวพี่นั้นเปรียบดั่ง
วงเวียน(dividers) เมื่อเริ่มต้นขีดเขียน
ณ.จุดใดเปรียบดั่งเริ่มต้นการเดินทาง
แม้นพี่จะรอนแรมไปแห่งหนตำบลใด
จงวางใจ ไม่คิดข้องแวะหญิงอื่นชื่นอุรา
ใจพี่นี้หนามั่นคงดั่งแกนกลางของวงเวียน

ถึงครารีเทิร์นขีดครบ กลับมาจบที่เดิมจ่ะหยาหยีจ๋า

ช่างเปรียบเปรยนะคะ

 

โดย: StarBird 26 มีนาคม 2559 16:24:10 น.  

 

ขอบคุณครับคุณ passion ที่อธิบายตอนนี้เข้าใจแล้วละ
สุดยอดครับ ชอบอ่านจัง

อ่านบทกวีของศาสนาจารย์ที่คุณ passion แปล
แล้วก็ชอบอิกครับ
เรื่องบทกวีต่างๆนี่ผมไม่เป็นเลย ฝืด

 

โดย: maczy 27 มีนาคม 2559 21:58:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


maczy
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





www.maczy.com

Roses are red
http://www.animalsasia.org








Friends' blogs
[Add maczy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.