Make the day a little better! Make the way a litle better! ดิฉันและเพื่อนๆพี่ๆพยาบาลไทยในอเมริกาทุ่มเทอย่างมากในการลงข้อมูลตรงนี้ ทำด้วยความศรัทธา ขอให้ทุกท่านที่เข้ามานำกลับเอาไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ และขอให้ได้เป็นพยาบาลในอเมริกาตามที่ตั้งใจไว้ในเร็ววัน บล็อกนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจใดๆทั้งสิ้น ทำขึ้นมาด้วยใจไม่ต้องการสิ่งตอบแทน และไม่ต้องเอาอะไรมาให้ ไม่อยากได้
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
21 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
แนวคิดของโอบามาต่อปัญหาการขาดแคลนพยาบาล

ก่อนที่โอบามากำลังหาเสียงเพื่อเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีนั้น นิดหน่อยก็ได้ติดตามข่าวและมีความหวังด้วยว่า เมื่อโอบามาได้เป็นประธานาธิบดี ปัญหาเรื่องวีซ่าสำหรับพยาบาลน่าจะได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น แต่แล้วเมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา โอบามาได้แสดงความไม่เห็นด้วยต่อการนำพยาบาลต่างชาติเข้ามาทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาพยาบาลขาดแคลน โดยจะหันไปสนับสนุนด้านการศึกษาพยาบาลศาสตร์และส่งเสริมการจ้างงานพยาบาลที่มีอยู่แล้วในประเทศ รายละเอียดของข่าวมีว่าอย่างนี้ค่ะ

OBAMA WARNS AGAINST RELYING ON FOREIGN NURSES TO DEAL WITH SHORTAGE

In remarks at a White House health care forum, President Obama discussed the nursing shortage with Congresswoman Lois Capps, a former nurse. According to Indian news service IANS, the President has proposed a substantial budget increase in nursing education in the US in hopes of ending the country's dependence on foreign nurses.

“The notion that we would have to import nurses makes absolutely no sense,” he said at a White House Forum on Health Care Thursday when a lawmaker pointed out that America’s huge shortage of nurses may mount to over 500,000 in the next seven years.

“And there are a lot of people who would love to be in that helping profession, and yet we just aren’t providing the resources to get them trained, that’s something that we’ve got to fix,” he said in response to the question from Democrat Lois Capps, who is one of the three nurses in the US Congress.

“That should be a no-brainer. That should be a bipartisan no-brainer, to make sure that we’ve got the best possible nursing staffs in the country,” Obama said.

Pointing out that US has a huge shortage of nurses and the “greatest bottleneck for educating more nurses comes from the lack of nursing school faculty,” Capps wanted to know how the US can further advance nursing education and faculty training.

Obama agreed, “Nurses provide extraordinary care. …And they don’t get paid very well. Their working conditions aren’t as good as they should be. And when it comes to nurse faculty, they get paid even worse than active nurses.

“So what happens is, is that it is very difficult for a nurse practitioner to go into teaching, because they’re losing money,” he noted.


ที่มา //foreign-nurse.lefora.com/2009/03/06/obama-warns-against-relying-on-foreign-nurses-to-d/page1/

ส่วนอันนี้เป็นลิงค์ข่าวเดียวกันจากเวบallnurses.com มีพยาบาลอเมริกันเข้าไปแสดงความคิดเห็นต่อการนำเข้าพยาบาลต่างชาติด้วย
//allnurses.com/us-politics/obama-against-foreign-376786.html

ถ้าใครอยากอ่านข่าวนี้จากแหล่งข่าวอื่น ๆ ก็เข้ากูเกิลค้นคำว่า obama + foreign nurses มีให้อ่านจนตาลาย

ถึงในตอนนี้ แนวคิดของโอบามาจะยังปรากฎอยู่เพียงในข่าว แต่ในอนาคตถ้าแนวคิดดังกล่าวได้ถูกนำมาเป็นนโยบาย มาบังคับใช้ นั่นย่อมมีผลกับการออกวีซ่าให้พยาบาลต่างชาติอย่างแน่นอน ความหวังที่ว่าจะมีโควต้าวีซ่าพิเศษสำหรับพยาบาล ที่จะช่วยให้พยาบาลได้เข้าไปทำงานในอเมริกาได้เร็วขึ้น ตอนนี้ยังเลื่อนลอยค่ะ สภาพRetrogressionก็จะยังคงมีต่อไป พยาบาลที่รอคิววีซ่าก็รอจนกว่าจะถึงคิวสัมภาษณ์ ซึ่งไม่รู้จะมาถึงเมื่อไร....


Create Date : 21 มีนาคม 2552
Last Update : 6 สิงหาคม 2557 4:10:35 น. 83 comments
Counter : 1742 Pageviews.

 
แล้วพวกเราจะทำไงดีค่ะเนี้ย


โดย: Tik IP: 203.153.174.88 วันที่: 24 มีนาคม 2552 เวลา:19:43:19 น.  

 
กะไว้อยู่แล้วเชียว


โดย: แม่นมเปรี้ยว IP: 222.123.89.21 วันที่: 24 มีนาคม 2552 เวลา:21:20:17 น.  

 
มันจะดีขึ้น ภายใน 5 ปี แล้วจะอธิบายว่าเพราะอะไร และที่บอกว่า มีบริษัทใหม่สามารถพาพยาบาลไทยมาทำงานได้ เหรอ อย่าหลับตาตอนนี้พยาบาลไทย เขาเป็นใครเก่งจัง อย่าอยากมามากจนไม่ยอมรับอะไร
เขียดถึงจะไม่เข้าบล็อก แต่รู้ความเคลื่อนไหวทุกอย่าง รอบนี้ไม่เตือนใครค่ะ อยากให้เขาหลอก ก็เอา สนุกดี ได้บทเรียนด้วย ว่าโดนหลอกมาไกลถึงนี่ แล้วชีวิตจะเป็นยังไง เอาเลย


โดย: macdreamnurse วันที่: 25 มีนาคม 2552 เวลา:10:45:49 น.  

 
ไม่มีบริษัทหรืออเจนซี่ไหนสามารถเร่งให้ได้วีซ่าเร็ว ๆ หรอกค่ะ ตอนนี้คิววีซ่าทำงาน(Employment based visa)ยังพิจารณาเรื่องของคนที่ยื่นเข้าไปเมื่อปี2005อยู่เลย ดังนั้นคนที่มุ่งมั่นมาทำงานพยาบาลในอเมริกาด้วยวีซ่าทำงาน ก็ควรสอบทุกอย่างให้ผ่านแล้วยื่นเรื่อง เพื่อเอาชื่อตัวเองไปเข้าคิวไว้แล้วก็รอ ตราบใดที่ยังไม่มีโควต้าพิเศษออกมาก็จะต้องรอนานอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ อย่าหลงเชื่อคนที่ชักชวนให้มาทำงานด้วยวีซ่าท่องเที่ยว เพราะนั่นคือการผิดกฎหมาย หากโดนจับได้จะโดนเนรเทศเสียประวัติ แม้แต่วีซ่านักเรียนที่เข้ามาเรียนภาษา แต่แอบทำงานระหว่างเรียน เข้าห้องไกลบ้าน pantip.com แล้วจะรู้ว่า สถานการณ์ในอเมริกาตอนนี้หางานยากขนาดไหน แม้แต่งานในร้านฟาสต์ฟู้ดก็ยังหายาก

สำหรับคนที่สนใจอยากไปทำงานพยาบาลในต่างประเทศ ตอนนี้บอกได้แค่ว่า อเมริกาไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่จะมาด้วยวีซ่าทำงาน หาข้อมูลไปทำงานในประเทศอื่นจะดีกว่าค่ะ


โดย: นิดหน่อย IP: 98.203.37.95 วันที่: 25 มีนาคม 2552 เวลา:19:25:14 น.  

 
ใครที่อยากไปทำงานต่างประเทศเห็นโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เค๊ารับสมัครไปทำงานที่ซาอุดิอาระเบียนะคะ แต่ไม่รู้ว่าได้เงินเดือนเท่าไหร่ ใครที่อยากไปทำงานต่างประเทศก็น่าจะเป็นตัวเลือกหนึ่งเหมือนกัน Kittyว่ามันน่าจะเชื่อถือได้เพราะสมัครผ่านทางโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ค่ะ...


โดย: justkitty IP: 125.25.233.107 วันที่: 7 เมษายน 2552 เวลา:1:06:41 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะjust kitty จะได้เป็นทางเลือกสำหรับพยาบาลที่อยากไปทำงานในต่างประเทศ ถ้าใครมีข้อมูลงานพยาบาลในประเทศอื่น ๆ ก็นำมาบอกต่อกันได้นะคะ ช่วย ๆ กันค่ะ


โดย: นิดหน่อย IP: 98.203.37.95 วันที่: 7 เมษายน 2552 เวลา:23:41:26 น.  

 
งานเข้าแล้วไอ้เมล์..............แง้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆทำไงดี


โดย: may IP: 115.67.60.237 วันที่: 11 เมษายน 2552 เวลา:1:18:06 น.  

 
เข้ามารอฟังพี่ macdreamnurse เล่าค่ะว่า ทำไม มันจะดีขึ้น ภายใน 5 ปี ค่ะ


โดย: Tik IP: 203.153.169.15 วันที่: 11 เมษายน 2552 เวลา:19:09:23 น.  

 
อยากทำงานเป็นพยาบาลที่แคลิฟอเนีย ค่ะ
แต่ ต้องไปสอบที่ฮ่องกง และมี โปรเนอร์ส คอยช่วยเหลือ โดยต้อง สมัครเรียน กับโปรเนอร์ส ด้วย
จำเป็นหรือป่าว คะ ช่วยตอบด่วนด้วยค่า
พยาบาลวิชาชีพ MH


โดย: เสี่ยวผิง IP: 117.47.10.42 วันที่: 14 เมษายน 2552 เวลา:7:33:54 น.  

 
สมัคร ขอเพื่อนพยาบาล ที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศ
โดยเฉพาะ ไปแคลิฟอเนีย อเมริกา ด่วนนะคะ
เผื่อจะไปปรึกษาหารือกัน และ เป็นเพื่อนกันไปสอบ NELEX-RN ด้วยกัน.. มาเป็นเพื่อนกันนะ เราจะได้ไปด้วยกันคะ


โดย: เสี่ยวผิง IP: 117.47.10.42 วันที่: 14 เมษายน 2552 เวลา:7:41:44 น.  

 
ที่ รพ. กรุงเทพ ก็มี ต้องการพยาบาลไปทำงาน ที่ ดูไบ ค่ะ ใครสนใจลองติดต่อ นะคะ เป็นเครือ ของ รพ กรุงเทพ เองเลยค่ะ
ส่วนจุ๋มก็กำลัง plan ไปทำงานที่ แคลิฟอเนียค่ะ พอดีแฟนอยู่ที่นั่น เลยจะไปแบบ วีซ่าคู่หมั้น, แต่งงาน เห็นบอก ว่าไม่จำเป็นต้องสอบภาษา จริงเหรอคะ ใช้แต่ NCLEX พี่ ๆ ช่วยแนะนำจุ๋ม ด้วยค่ะ for sure ค่ะ ^^


โดย: จุ๋ม ^^ IP: 125.24.140.217 วันที่: 14 เมษายน 2552 เวลา:18:38:42 น.  

 
ถึง เสี่ยวผิงจ้า
เราก็ plan จะไป California เหมือนกัน ไว้ติดต่อกันนะ, เราก้อยังไม่ได้สอบ NCLEX เหมือนกัน, Plan ว่าจะสอบทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วค่อยว่ากัน
E-mail : jum_ns81@hotmail.com จ้า


โดย: จุ๋ม จ้า^^ IP: 125.24.140.217 วันที่: 14 เมษายน 2552 เวลา:18:44:57 น.  

 
ดีใจจังเลยจ้าจุ๋ม ผิงอยากจะไป เพราะก็มีคนรู้จักอยู่ที่นั่น เขาเป็นพยาบาล และอากาศก็ดีมากด้วย เรามาเป็นเพื่อนกัน ไปด้วยกันนะจ๊ะ ไว้คุยกันอีกทีจ้า


โดย: เสี่ยวผิง IP: 117.47.10.42 วันที่: 14 เมษายน 2552 เวลา:19:13:27 น.  

 
แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐที่เงื่อนไขน้อยที่สุดแล้วจ้ะ ส่งเอกสารให้ครบ เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้วก็สมัครสอบNCLEXได้เลย แต่จะยังไม่ได้ใบประกอบวิชาชีพจนกว่าจะได้แจ้งหมายเลขประกันสังคม(SSN)ไปที่บอร์ด ซึ่งถ้าน้องมาอเมริกาด้วยวีซ่าคู่หมั้น, คู่สมรสหรือวีซ่าลอตโต้ ก็ไม่มีปัญหาจ้า มาึถึงอเมริกาแล้วค่อยมาดำเนินการเรื่องนี้ ห่วงก็แต่คนที่คิดจะมาอเมริกาด้วยวีซ่าทำงานนี่ซิ ไม่รู้ว่าต้องรอนานกี่ปี

การสอบภาษาอังกฤษนั้น เป็นเงื่อนไขสำหรับคนที่จะขอวีซ่าทำงานจ้ะ ซึ่งต้องสมัครVisaScreenหลัีงจากสอบNCLEXผ่านแล้ว และต้องสอบภาษาให้ผ่าน เพื่อเอาใบVisaScreenไปประกอบการสัมภาษณ์วีซ่า หากน้องไม่ได้ขอวีซ่าทำงาน ก็ไม่ต้องสอบภาษาอังกฤษจ้ะ อย่างไรก็ตาม ต้องสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการทำงานได้คล่องนะจ๊ะ

(หมายเหตุ : ระเบียบการสมัครหรือค่าธรรมเนียม อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้่ พี่แปลวิธีการสมัครของแคลิฟอร์เนียไว้ในบล็อกนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ก่อนสมัครให้ดาวน์โหลดแพ็คเกจใบสมัครออกมาอ่านดูก่อนเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นปัุจจุบันจ้ะ)

สำหรับคนที่อยากสอบNCLEXให้ผ่านก่อนมาอเมริกา ศูนย์สอบใกล้เมืองไทยที่สุดก็คือ ฮ่องกง แต่ก็มีศูนย์สอบใกล้เคียงให้เลือก ตามนี้จ้ะ //www7.pearsonvue.com/Dispatcher?application=VTCLocator&action=actStartApp&v=W2L&cid=170 ก๊อปปี้ลิงค์ไปเสิร์ชดูได้ี่ หรือถ้ามาด้วยวีซ่าคู่หมั้น,คู่สมรส จะสอบเมื่อเดินทางมาถึงอเมริกาแล้วก็ได้ แล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคน

ส่วนคำถามน้องเสี่ยวผิงที่ว่าจำเป็นต้องไปสมัครเรียนไหม ต้องให้โรงเรียนช่วยเตรียมเอกสารให้ไหม พี่ไม่มีคำตอบสุดท้ายให้จ้ะ ขึ้นอยู่กับตัวน้องเองแล้วล่ะ ชอบค้นคว้่าหาข้อมูลเองไหม อ่านวิธีการเตรียมใบสมัครต่าง ๆ ได้เองหรือเปล่า ชอบอ่านหนังสือคนเดียว จัดสรรเวลาอ่านหนังสือได้เองไหม ถ้าไม่มีไม่มีข้อขัดข้องอะไรในประเด็นเหล่านี้ น้องก็สามารถทำทุึกอย่างเองได้อย่างที่พี่เคยทำมาและเขียนวิธีการต่าง ๆ ไว้ในบล็อกนี้ แต่สำหรับคนที่เห็นว่าการเตรียมเอกสารเองนั้นยุ่งยากหรือไม่มีเวลา อ่านหนังสือก็ชอบนั่งติวเป็นกลุ่มจะได้คอยซักถาม คอยกระตุ้นซึ่งกันและกัน อ่านคนเีดียวทีไรหลับทุกที ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไปสมัครเรียนดีกว่าจ้ะ


โดย: นิดหน่อย IP: 98.203.37.95 วันที่: 14 เมษายน 2552 เวลา:21:05:19 น.  

 
ขอบคุณพี่นิดหน่อยมากนะคะ ที่ให้ข้อมูล ดีมากเลยคะ
น้องเองก็หนักใจเหมือนกัน เพราะไม่มีคู่หมั้น หรือมีแฟน แต่อยากไปเพราะอยากทำงานพยาบาล น้องมีเพื่อน และคนรู้จักเท่านั้นคะ น้องตั้งใจจะไปทำงานเป็นพยาบาลอยู่ที่แคลิฟอเนีย เพราะอยากมีประสบการณ์การทำงาน และพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษ เพิ่มศักยภาพการทำงานในด้านวิชาชีพของตัวเอง อีกอย่าง เพื่อนบอกว่าที่นั่นอากาศดีมากเหมือนเมืองไทย ไม่หนาวมาก อยากไปคะ


โดย: เสี่ยวผิง IP: 222.123.8.226 วันที่: 15 เมษายน 2552 เวลา:9:40:33 น.  

 
พี่นิดหน่อยคะ การมาอเมริกา แบบ คนมาทำงาน ยากมากเหรอคะ จะต้องสอบภาษาอังกฤษ ที่เรียกว่า TOELF ใช่ไหมคะ น้องอ่านดู ของแคลิฟอเนีย ไม่ต้องสอบภาษาอังกฤษ แต่ต้องผ่าน NCLEX และ ก็ได้วีซ่าเข้ามาเลย แต่ไม่รู้ว่าจะรอนานแค่ไหน ตอนนี้มีข่าวว่า รัฐบาลของอเมริกา ก็เริ่มรับรู้ปัญหานี้แล้ว คิดว่า คงอีกไม่นานที่อเมริกาจะเห็นปัญหานี้ นะคะ


โดย: เสี่ยวผิง IP: 222.123.8.226 วันที่: 15 เมษายน 2552 เวลา:9:47:41 น.  

 
น้องมีอาป๊า อยู่ที่ Canada จะเข้าประเทศโดยการมาเที่ยว และมาเยี่ยมญาติพี่น้อง โดยเข้าประเทศ Canada ก่อน และเมื่อได้วีซ่าผ่าน Canada แล้วจะสามารถผ่านเข้าอเมริกาได้เลยหรือป่าวคะ น้องก็จะไปเที่ยว และเยี่ยมเพื่อน ที่แคลิฟอเนียคะ จะเป็นไปได้หรือป่าวคะ พี่นิดหน่อย // ขอบคุณล่วงหน้าอีกครั้งหนึ่งค่ะ/ น้องผิง..


โดย: เสี่ยวผิง IP: 222.123.8.226 วันที่: 15 เมษายน 2552 เวลา:9:57:24 น.  

 
พี่นิดหน่อยคะ อยากปรึกษาพี่คะ่ มีญาติที่เขาอยู่สหรัฐแล้ว สอบnclexได้แล้ว แต่ยังหางานทำไม่ได้เลย พี่พอมีคำแนะนำไหมคะ ขอบคุณค่ะ anlee


โดย: anlee IP: 222.123.205.210 วันที่: 15 เมษายน 2552 เวลา:12:52:25 น.  

 
น้องเสี่ยวผิงจ๊ะ กรณีของน้องนั้น ถึงแม้จะสมัครกับรัฐแคลิฟอร์เนียที่ไม่ต้องการผลสอบภาษา แต่เมื่อน้องสอบNCLEXผ่านแล้ว ก็ต้องสอบภาษาอังกฤษเพื่อขอVisaScreenอยู่ดีจ้ะ เพราะเป็นข้อกำหนดของการขอวีซ่าทำงาน(Employment based Visa) ไม่เหมือนน้องจุ๋มที่จะมาอเมริกาด้วยวีซ่าคู่หมั้น/คู่สมรส ที่น้องเข้าใจว่า สมัครกับแคลิฟอร์เีนีย สอบNCLEXผ่านแล้วได้วีซ่าเลยนั้น ไม่เป็นความจริงจ้ะ แค่สอบNCLEXผ่าน จะยังไม่ได้Permanent License จะต้องทำเรื่องขอวีซ่า เมื่อได้วีซ่าแล้ว เดินทางเข้ามาอเมริกา ก็ต้องทำเรื่องขอหมายเลขประกันสังคม เมื่อแจ้งหมายเลขดังกล่าวไปที่บอร์ดแคลิฟอร์เนีย บอร์ดจึงจะออกไลเซ่นให้ (กระบวนการทั้งหมด พี่อธิบายไว้ในแนวทางสำหรับพยาบาลอินเตอร์มือใหม่แล้วจ้ะ)

การขอวีซ่าทำงาน ต้องสมัครVisaScreenเพื่อเอาไปใช้ในการสัมภาษณ์วีซ่า ซึ่งต้องสอบภาษาอังกฤษ ก็มีให้เลือกหลายแบบ TOEFL, IELTS, TOEIC+TSE ตามความถนัด ต้องสอบได้คะแนนเท่าไรถึงจะผ่าน ดูได้จากคู่มือสมัครVisaScreenในเวบ //www.cgfns.org

การขอวีซ่าทำงาน รอนานจริง ๆ เมื่อก่อนของ่ายกว่านี้ เพราะมีโควต้าวีซ่าพิเศษสำหรับพยาบาล แต่ตอนนี้ไม่มี และคาดว่าจะไม่มีไปอีกนาน น้องคลิกดูลิงค์ติดตามสถานการณ์วีซ่าอเมริกาในหัวข้อฝากแง่คิดฯซิจ๊ะ เลือกVisa Bulletin ฉบับล่าสุดที่ออกมาตอนนี้ May 2009 เลื่อนลงมาดูตรงตารางEmployment based กลุ่มที่สาม(3rd) จะเห็นคำว่า 'U' ย่อมาจาก Unavailable หมายถึง คิววีซ่าทำงานสำหรับกลุ่มวิชาชีพ ตอนนี้ยังไม่มีจ้ะ ถึงจะมีคิววีซ่าออกมา เค้าก็ต้องพิจารณาเรื่องของคนที่ยื่นเข้าไปก่อนหน้านี้ ซึ่งยังค้างอยู่เมื่อปี 2005 โน่น

น้องถามว่า อาป๊าอยู่ที่แคนาดา ถ้าขอวีซ่าไปเที่ยวแคนาดาแล้วจะผ่านเข้ามาอเมริกาได้เลยไหม ถ้าน้องเข้าแคนาดาในสถานะนักท่องเที่ยว ก็ต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวเข้าอเมริกาอีกรอบจ้ะ ผ่านมาเฉย ๆ ไม่ได้ จนกว่าจะปรับสถานะได้เป็นพลเมืองแคนาดา ซึ่งตรงนี้ ลองปรึกษาคุณป๊าดูว่า จะขอวีซ่าถาวรของแคนาดาให้น้องได้ไหม ถ้าได้ พี่ว่า ไปอยู่กับคุณป๊า สอบไลเซ่นแคนาดา หางานทำที่โน่น น่าจะดีกว่ามารอวีซ่าทำงานอเมริกานะ เมื่อได้เป็นพลเมืองของแคนาดา การมาเที่ยว มาทำงานในอเมริกาก็ง่ายขึ้นเยอะเลยล่ะจ้ะ


โดย: นิดหน่อย IP: 98.203.37.95 วันที่: 15 เมษายน 2552 เวลา:20:56:46 น.  

 
ตอบคุณ anlee อ่านคำถามนี้แล้วนิดหน่อยถอนใจเลยล่ะค่ะ ไม่รู้จะแนะนำยังไง เพราะตอนตัวเองหางานแรกในอเมริกา ก็ทั้งเหนื่อยทั้งท้อ น้องเขียดก็เจอปัญหาแบบเดียวกัน กว่าจะได้งานหาแล้วหาอีก หว่านใบสมัครไปทั่ว สัมภาษณ์ก็ไม่รู้กี่ครั้ง กับสภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ นิดหน่อยว่า ต้องสมัครงานหลาย ๆ ที่ สมัครกับอเจนซี่ไว้ด้วย เพราะเค้ามักมีข้อมูลตำแหน่งงานว่างเยอะกว่าเราหาเอง ไปงานJob Fairเอาเรซูเม่ไปเยอะ ๆ ถ้ามีที่ไหนประกาศ Open Houseก็ไปเลยค่ะ แสดงว่าที่นั่นกำลังเปิดรับคน ต้องมีซักที่ที่เปิดโอกาสให้กับเรา เป็นกำลังใจให้ค่ะ



โดย: นิดหน่อย IP: 98.203.37.95 วันที่: 15 เมษายน 2552 เวลา:21:11:06 น.  

 
ขอบคุณ พี่นิดหน่อย มากค่ะสำหรับคำแนะนำ กระจ่างแล้วค่ะ ถึงจะสอบ NCLEX ได้ แต่ก็ต้องพูด ENG สื่อสารได้ดีเหมือนกัน จะพยายามต่อไป สู้ สู้ค่ะ


โดย: จุ๋มจ้า ^^ IP: 125.24.133.57 วันที่: 15 เมษายน 2552 เวลา:22:25:40 น.  

 
ถึง เสี่ยวผิง
สู้ สู้ นะจ๊ะ อย่าเพิ่งท้อนะ เป็นกำลังใจให้จ้า


โดย: จุ๋มจ้า ^^ IP: 125.24.133.57 วันที่: 15 เมษายน 2552 เวลา:22:28:40 น.  

 
หวัดดีคะ พี่นิดหน่อย
ขอบคุณมากนะคะ ที่ให้รายละเอียด น้องผิงไม่ท้อหรอกคะ
เพราะ คิดว่าไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของมนุษย์เราแต่คงต้องใช้เวลาอีกนาน น้องกะว่า สัก 2-3 ปี น้องต้องสำเร็จ แต่คงต้องให้อาป๊าช่วยก่อน คือไปแคนาดากับป๋า ก่อน พอได้ไลเซ่นของแคนาดาแล้ว ก็จะรีบสมัครทำงานที่โรงพยาบาลแคลิฟอเนีย ตอนนี้น้องทำงานที่โรงพยาบาลชุมชน และรับ part - time ที่ BBK แล้วพี่นิดหน่อยละคะอยู่ที่ไหน? ในเมืองไทยหรือต่างประเทศคะ //ขอบคุณมาก สำหรับเวปที่พี่ฝากให้น้องผิงนะคะ ..


โดย: เสี่ยวผิง IP: 117.47.135.3 วันที่: 16 เมษายน 2552 เวลา:19:34:57 น.  

 
จุ๋มจ๋า..
ผิงขอบใจเทอมากนะที่ให้กำลังใจจ้า ผิงตั้งใจจะไป เป็นNurse ที่แคลิฟอเนียมากเลยนะ และต้องทำให้ได้จ้า..
แล้วเมื่อไหร่ เราจะได้คุยกันจริงๆ เสียทีเนี่ย..
ผิงแอดเอ็มของจุ๋ม แล้วนะ บายยยยยยยยย จร้า จุ๋ม..xxx


โดย: เสี่ยวผิง IP: 117.47.135.3 วันที่: 16 เมษายน 2552 เวลา:19:40:19 น.  

 
ไม่เป็นไรจ้าน้องผิง พี่ก็พยายามช่วยเท่าที่สามารถช่วยได้นะจ๊ะ สถานการณ์ในอเมริกาตอนนี้ไม่ค่อยดีเลยจ้ะ อัตราการว่างงานก็สูงขึ้นมาก จึงมีแนวโน้มว่า ทางรัฐบาลจะส่งเสริมการจ้างงานภายในประเทศมากกว่าที่จะนำแรงงานเข้ามาจากต่างประเทศ พี่ก็เลยคิดว่า ถ้าน้องมีโอกาสที่จะไปประเทศอื่นก็น่าจะลองดู จะได้ไม่ต้องรอนาน อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของพี่นะจ๊ะ

**พี่นิดหน่อยอยู่ฟลอริดาจ้ะ


โดย: นิดหน่อย IP: 98.203.37.95 วันที่: 18 เมษายน 2552 เวลา:1:18:35 น.  

 
สวัสดีคะ หนูจบรังสีเทคนิคจากไทยอยากไปทำงานที่ USA แต่ไม่รู้เงื่อนไขที่นั่นเลย มีใครพอจะทราบข้อมูลบ้างมั้ยคะ


โดย: Narita IP: 60.242.18.165 วันที่: 18 เมษายน 2552 เวลา:7:17:18 น.  

 
เงื่อนไขสำคัญคือ ต้องมีใบอนุญาตทำงาน(Work Permit)และวีซ่าทำงาน ในกรณีนี้ต้องมีนายจ้างในอเมริกาทำเรื่องให้ ซึ่งในสภาพเศรษฐกิจอเมริกาที่ย่ำแย่ในขณะนี้ คงหานายจ้างได้ยาก

อีกวิธีหนึ่ง คือ มีวีซ่าถาวร(กรีนการ์ด) การจะได้กรีนการ์ด มีได้หลายวิธี ได้แก่ พ่อแม่ขอกรีนการ์ดให้ลูก, ได้จากการแต่งงานกับอเมริกันซิติเซ่น, ได้รับการสุ่มคัดเลือกจากการสมัครวีซ่าลอตโต้(Diversity Visa), ได้รับวีซ่าสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบางสาขา (Employment Based Visa: Category 3) ซึ่งวิธีนี้ก็ต้องมีนายจ้างในอเมริกาทำเรื่องให้


โดย: นิดหน่อย IP: 98.180.22.251 วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:3:24:12 น.  

 
เพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวกับวิชาชีพที่อยู่ในข่ายสามารถขอวีซ่าถาวรของประเทศอเมริกา ได้แก่

Registered Nurses
Physical Therapists
Occupational Therapists
Physician Assistants
Clinical Laboratory Technicians (Medical Technicians)
Clinical Laboratory Scientists (Medical Laboratory Technologists)
Speech Language Pathologists
Speech Language Audiologists
Licensed Practical or Vocational Nurses

รายละเอียดดูเพิ่มเติมในเวบCGFNS หัวข้อ VisaScreen
//www.cgfns.org/sections/programs/vs/


โดย: นิดหน่อย IP: 98.180.22.251 วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:3:29:48 น.  

 
ขออธิบายเพิ่มอีกนิดจ้ะ
เมื่อดูจากรายชื่อวิชาชีพที่สามารถขอวีซ่าถาวรดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ไม่มีสาขาวิชาชีพที่น้องเรียนมา เพราะฉะนั้น โอกาสจะได้วีซ่าจากการทำงานคงไม่มี ถ้าอยากมาทำงานในอเมริกาจริง ๆ ก็ต้องอาศัยช่องทางอื่น เช่น การสมัครวีซ่าลอตโต้ ซึ่งเปิดให้สมัครทุกปี


โดย: นิดหน่อย IP: 68.18.31.130 วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:9:58:50 น.  

 
เพิ่งเข้ามาอ่านคำตอบพี่นิดหน่อย ขอบคุณมากคะที่ช่วยตอบ น้องจะไปบอกต่อกับญาติค่ะ ขอบคุณค่ะ anlee


โดย: anlee IP: 117.47.72.174 วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:13:36:15 น.  

 
รบกวนถามคุณนิดหน่อยเกี่ยวกับ Licensure by Examination : Florida ค่ะว่าต้องลง Medical Error Prevention Course ก่อนขอ Eligibleจาก BONไหมค่ะหรือเขากำหนด For by Endorsement เท่านั้นหรือหากต้องลงเราสามารถลงหลังผล NCLEX คือตอนี้พี่อย่ที่ไทยค่ะขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ


โดย: Tawan IP: 119.42.70.156 วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:9:26:07 น.  

 
มีเฉพาะงานพยาบาล หรอ อยากทราบมีใครเป็น นักกายภาพบ้าง อ่ะ อยากทราบรายล่ะเอียดค่ะ ใครทำงานโรงพยาบาล ฝากถามนิดนะคะ รออยู่ค่ะ


โดย: modo IP: 202.176.142.245 วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:21:49:14 น.  

 
คุณTawanวางแผนจะมาอเมริกาด้วยวีซ่าอะไรคะ เพราะบอร์ดฟลอริดาจะออกไลเซ่นให้กับผู้ถือกรีนการ์ดที่มีหมายเลขประกันสังคม(SSN) จึงไม่ใช่แค่การวางแผนสมัครสอบอย่างเดียวนะคะ ต้องดูเรื่องวีซ่าด้วย

การสมัครLicensure by Examination ของฟลอริดา สำหรับพยาบาลที่ไม่ได้จบการศึกษาในอเมริกาและไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน จะต้องดำเนินการดังนี้
- สมัครCES(Credential Evaluation Service: Course by Course) คือ ต้องส่งเอกสารการศึกษาไปให้CGFNSรับรองให้ รายละเอียดดูในเวบCGFNS
- ส่งผลสอบภาษาอังกฤษไปที่บอร์ด จะเลือกสอบแบบใดนั้น รายละเอียดของการสอบภาษาอังกฤษอยู่ในแพ็คเกจใบสมัครค่ะ เวลาที่สมัครสอบภาษาก็ให้แจ้งว่าต้องการให้ผู้จัดสอบส่งผลไปที่บอร์ดฟลอริดา
- เรียนMedical Error Prevention เรียนแบบออนไลน์ โดยเลือกจากเวบผู้ในบริการในCEBroker.com และส่งใบรับรองผลการเรียนไปพร้อมกับใบสมัคร ถ้าไม่ส่งไป จะมีผลต่อการพิจารณาคุณสมบัติ(Eligibility)ค่ะ


โดย: นิดหน่อย IP: 98.203.37.95 วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:22:24:37 น.  

 
คุณmodo นิดหน่อยไม่ทราบข้อมูลของการมาเป็นนักกายภาพบำบัดในอเมริกาค่ะ ทราบแต่ว่า เป็นวิชาชีพหนึ่งที่สามารถยื่นขอกรีนการ์ดได้ตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในการสมัครVisaScreen แต่เมื่อได้VisaScreenมาแล้วนั้น มีขั้นตอนต่อไปอย่างไร ไม่ทราบรายละเอียดค่ะ


โดย: นิดหน่อย IP: 98.203.37.95 วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:22:29:21 น.  

 
ขอบคุณมากค่ะคุณนิดหน่อย พี่เพิ่งยื่นเรื่อง CR1 VISA ค่ะอย่างกรณีนี้พี่ต้องรอไปสมัคร Eligible from BON ตอนไปอเมริกาแล้วค่อยสมัครหรือเปล่าคะ
คือตอนี้พี่มีผล CES and TOEFL แล้วค่ะ ขอคำแนะนำเพิ่มขอบคุณอีกทีนะคะ


โดย: Tawan IP: 119.42.70.156 วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:8:19:15 น.  

 
ในระหว่างที่รอวีซ่านี้ เมื่อเอกสารพร้อมแล้ว พี่Tawanจะส่งใบสมัครไว้เลยก็ดีค่ะ เพราะไม่เราไม่รู้ว่าทางบอร์ดจะใช้เวลาตรวจสอบเอกสารนานไหม ข้อดีอีกอย่างก็คือ สมมติว่าบอร์ดต้องการเอกสารอะไรเพิ่มเติม ก็จะได้ส่งเพิ่มได้ในระหว่างที่พี่ยังอยู่เมืองไทย น่าดีกว่าตัวมาอยู่อเมริกาแล้ว แต่ต้องหาคนไปเดินเรื่องเอกสารทางเมืองไทยให้ เมื่อได้Eligible แล้ว ค่อยดูกันอีกทีว่าจะสอบที่ไหน เมื่อไร ขึ้นอยู่กับความพร้อมของพี่ด้วยค่ะ

ตามที่นิดหน่อยเคยยื่นขอวีซ่าCR-1ที่เมืองไทย ใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือนค่ะ เมื่อได้วีซ่าแล้ว ก็ต้องเดินทางมาอเมริกาภายใน 90 วัน ซึ่งหากพี่ได้Eligibleในช่วงเวลาดังกล่าว พอมาถึงอเมริกาก็สอบNCLEXได้เลยค่ะ โดยลงทะเบียนกับPearsonไว้ล่วงหน้าตั้งแต่อยู่เมืองไทย แต่ถ้ายังไม่พร้อมหรือไม่รีบสอบ ขั้นตอนการลงทะเบียนNCLEXจะมาทำที่อเมริกาก็ได้ แต่ต้องสอบภายใน 365วันหลังจากได้รับATT


โดย: นิดหน่อย IP: 98.203.37.95 วันที่: 21 เมษายน 2552 เวลา:9:15:52 น.  

 
Thank you ka K. Nidnoi


โดย: Tawan IP: 119.42.65.199 วันที่: 23 เมษายน 2552 เวลา:0:07:52 น.  

 
อ่านแล้วชื่นชมมากๆ ค่ะ
ทั้งคนถามที่มีความตั้งใจ มุ่งมั่น
และคนตอบที่แสนจะมีน้ำใจ
เป็นพยาบาลเหมือนกันค่ะ
เมื่อไม่นานมีพี่ที่ทำงานยกครอบครัวไปอยู่อเมริกากัน
จะเข้ามาอ่านอีกค่ะ


โดย: ดอกแก้ว IP: 118.174.91.190 วันที่: 23 เมษายน 2552 เวลา:17:34:49 น.  

 
สวัสดี งามๆค่ะ่ พี่เขียดและพี่นิดหน่อย ดากำลังรอกรีนการ์ด ค่ะ ดาอยู่นิวแฮมเชีย NH ตอนนี้กำลังเรียนที่ adult learning school และอ่านหนังสือตัวอย่างข้อสอบ NCLEX ด้วย ดาฝันอยากเป็น nurse ในอเมริกา ที่รัฐนี้ถ้าไม่มีกรีนการ์ด ไม่สามารถทำ ID card , work permit,SSNเขาเข้มมาก ดาคิดอยากไปเป็น nurse aid หรือvolunteer ใน ร .พ. เพื่อศึกษาระบบการทำงานและจะได้รู้คำศัพธ์ขอความคิดเห็นจากพี่ๆด้วยคะ่ ดาขอชื่อหนังสือดีๆที่พี่ๆอ่านแล้วคิดว่าควรอ่าน เพราะดาจะได้ไปหาซื้อมาอ่านเพิ่มอีก ขอบคุณค่


โดย: da IP: 70.16.206.43 วันที่: 27 เมษายน 2552 เวลา:7:21:56 น.  

 
พี่ว่าก็คงเหมือนกับรัฐอื่น ๆล่ะจ้ะ ตอนพี่อยู่นิวยอร์คก็ต้องรอให้ได้กรีนการ์ดก่อน แล้วค่อยไปทำState IDทีหลัง เมื่อน้องได้กรีนการ์ดแล้วก็ใช้สมัครงานได้เลยจ้า ไม่ต้องทำWork Permitอีก

ส่วนไอเดียที่ว่าจะไปเป็นVolunteerก่อน ก็ดีนะจ๊ะ จะได้เป็นการสร้างความคุ้นเคยกับระบบงาน แล้วเวลาสมัครงานก็ใส่ไปในเรซูเม่ว่าเราเคยผ่านงานVolunteerมาแล้ว โอกาสได้งานน่าจะดีขึ้นจ้ะ ส่วนเรื่องการทำงานเป็นNurse Aideนั้น พี่ไม่แน่ใจว่าจะต้องมีCertificateด้วยหรือเปล่า เรื่องนี้รอคุณนายเขียดมายืนยันอีกที

สำหรับเรื่องหนังสือที่พี่อ่านก่อนไปทำงานก็มี Med-Surg Made Incredibly Easy เพราะพี่ทำงานMed-Surg, หนังสือเกี่ยวกับการเขียนชาร์ต (Charting) ของบริษัทเดียวกัน และก็มีคู่มือการใช้ยาสำหรับพยาบาล


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 28 เมษายน 2552 เวลา:5:18:29 น.  

 
พอดีเพิ่งมีโอกาสได้เข้ามาอ่านครับ

สวัสดีทุกๆคนครับ

สวัสดีเป็นพิเศษสำหรับคุณนิดหน่อยและคุณMacdreamnurse ครับ

ผมมาเพื่อขอคำปรึกษาจากใจจริงครับ

อยากได้คำปรึกษาจากผู้ที่อยู่ในวงการ Nursing ครับ

ผมได้รายละเอียดของโปรแกรม พยาบาลที่ California เป็นโปรแกรมเรียน 9 เดือน เข้ามาที่ USA ด้วย Visa นักเรียนครับ
หลังจากนั้นถ้าสอบผ่าน ทั้งเนื้อหาของพยาบาลและระดับภาษาอังกฤษ ทางโปรแกรมจะจัดสัมภาษณ์งานให้ เพื่อที่จะเริ่ม OPT หลังจากนั้น พอจบ OPT ก็จะเริ่มทำงานจริงและขอ Visa สำหรับ Permanent ครับ

ทั้งหมดนี้มี requirement คือต้องจบ ป.ตรีด้านพยาบาล ถ้าสอบ NCLEX ผ่านและมีประสบการณ์ทำงาน 1-2 ปีจะดีมากครับ

ซึ่งโปรแกรมนี้มีค่าใช้จ่ายครับ แต่ผมขอไม่ระบุ ณ ที่นี้นะครับ เพราะไม่ใช้คำถามสำคัญของผม

ผมอยากทราบว่า เท่าที่ฟังดูรายละเอียดแล้ว พี่ๆเพื่อนๆคิดว่าอย่างไรครับ ดู scam หรือว่าน่าเชื่อถือครับ

ถ้ามีคำถามเพิ่มเติม ผมยินดีแชร์ให้ครับ sritanak@gmail.com

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกๆความเห็นนะครับ


โดย: คมสัน IP: 65.197.221.130 วันที่: 30 เมษายน 2552 เวลา:7:15:52 น.  

 
เคยมีพี่พยาบาลที่เข้ามาอเมริกาด้วยโปรแกรมลักษณะนี้เข้ามาโพสต์ข้อความไว้ที่บล็อกค่ะ เห็นว่า กำลังเรียนอยู่ที่ Riverside, California และเมื่อเรียนจบแล้ว ทางโรงเรียนจะจัดหางานให้ แต่หลังจากนั้นก็ไม่ทราบความคืบหน้าค่ะ ไม่รู้ว่าได้ทำงานแล้วหรือยัง เพราะพี่เค้าไม่ได้แวะเข้ามาอีก ก็เลยไม่รู้ว่า เป็นโปรแกรมเดียวกับที่คุณคมสันพูดถึงหรือเปล่า

ประเด็นที่น่าพิจารณาสำหรับการเข้ามาอเมริกาด้วยวีซ่านักเรียน ก็คือ วีซ่าแบบนี้เป็นวีซ่าชั่วคราว ซึ่งเมื่อหมดอายุแล้วก็ต้องเดินทางออกนอกอเมริกา ในระหว่างที่ยังถือวีซ่าอยู่นั้น ก็ต้องเรียนให้จบโปรแกรม สอบNCLEXให้ผ่าน ได้งานทำและทำเรื่องขอวีซ่าถาวร ฟังดูเหมือนจะราบรื่นใช่ไหมคะ แต่ปัญหายังมีอยู่ตรงที่ การขอวีซ่าถาวรหรือที่เรียกว่ากรีนการ์ดนั้น ใช่ว่าขอแล้วจะได้เลย โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังไม่มีโควต้าวีซ่าพิเศษสำหรับพยาบาลออกมา และคาดว่าจะไม่มีไปอีกนานเมื่อดูจากแนวคิดของโอบามา ดังนั้น ผู้ที่เข้าโปรแกรมนี้ เมื่อวีซ่านักเรียนหมดอายุ ก็ต้องกลับมารอกรีนการ์ดที่เมืองไทย ไม่แตกต่างจากคนที่ทำเรื่องทั้งหมดที่เมืองไทยเลยค่ะ อาจมีข้อดีอยู่บ้างตรงที่ได้มีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาเรียนและช่วงทำงาน แต่นั่น ก็เป็นแค่ช่วงเวลาจำกัดตามเงื่อนไขวีซ่านักเรียนที่คุณถืออยู่ เมื่อวีซ่าหมดอายุก็ต้องกลับค่ะ

อย่างไรก็ตาม นิดหน่อยไม่ทราบรายละเอียดของโปรแกรมนี้ ไม่รู้ว่าวีซ่านักเรียนที่ทางโรงเรียนขอให้มีอายุนานเท่าไร และเมื่อหมดอายุแล้ว ทางโปรแกรมจะต่ออายุให้ไหม หรือทำอย่างไรเพื่อให้ได้อยู่ในอเมริกาต่ออย่างถูกกฎหมายในระหว่างที่รอกรีนการ์ด หากคุณคมสันสนใจจะมาอเมริกาด้วยวิธีนี้ ควรสอบถามรายละเอียดเหล่านี้เพิ่มเติมก่อนตัดสินใจนะคะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:11:00:49 น.  

 
สวัสดีคุณนิดหน่อยและทุกคนครับ

ขอแจ้งก่อนว่า ที่นำข้อมูลมาเผยแพร่ เพราะว่าผมรู้จักกับทางสถาบันครับ แต่โปรแกรมนี้ค่อนข้างใหม่ ผมเลยอยากเอาข้อมูลมาลองถามพี่ๆเพื่อนๆที่มีประสบการณ์ครับ ว่ายังมีประเด็นอะไรที่ตกหล่นไป ผมจะได้ไปสอบถามมาเพื่อเผยแพร่เพิ่มเติม

ตอนนี้ผมอยู่ที่อเมริกาแล้ว และได้คุยกับเจ้าของสถาบันมาจริงๆ ซึ่งเค้าเองก็เห็นว่าพยาบาลไทยเป็นพยาบาลที่มีความต้องการสูงในตลาดอเมริกา เพราะว่าเรามี Culture ที่งดงามและมารยามการบริการที่ชาติไหนๆก็แทบจะเทียบไม่ได้

Program ที่ผมกล่าวถึงไม่ใช่ของ UCR ครับ
เพราะเท่าที่ผมทราบมา จบของ UCR แล้วทางเค้าไม่สามารถช่วยในเรื่อง OPT ได้หรือว่ามีการขัดข้องทางเทคนิคบางอย่างเกิดขึ้น ถ้าผมทราบมาผิด ผู้รู้คนไหนช่วยรบกวนชี้แจงด้วยนะครับ





"การขอวีซ่าถาวรหรือที่เรียกว่ากรีนการ์ดนั้น ใช่ว่าขอแล้วจะได้เลย โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังไม่มีโควต้าวีซ่าพิเศษสำหรับพยาบาลออกมา "

สำหรับประเด็นนี้ ผมขอแย้งด้วยข้อมูลที่ผมมีได้ไหมครับ
ทางสถาบันนี้ ยืนยันว่ามี Connection ที่โรงพยาบาลต้องการพยาบาลจริงๆ แต่ไม่สามารถรับโดยตรงได้ เพราะว่าต้องมีการ Train งาน ดังนั้น จึงอนุญาตให้สถาบันนี้ดูแลเรื่องการฝึกหัดและ screen ก่อนครับ

หลังจากทุกอย่างเรียบร้อยค่อยส่งต่อให้กับโรงพยาบาลต่อไป ยังไงถ้าพี่ๆเพื่อนๆมีข้อมูลเพิ่มเติม หรืออยากที่จะแสดงความคิดเห็น ผมยินดีมากๆครับ ที่จะได้ยินข้อมูลให้รอบด้าน ไม่อยากจะให้รู้สึกว่าการเอามาบอกตรงนี้เป็นการโฆษณา

เพราะจริงๆแล้วโปรแกรมนี้เองก็มีข้อจำกัด ไม่ใช่ว่าใครจะสมัครก็ได้ เพราะว่า ไม่ใช่สักจะเอาแต่เงิน คือค่อนข้างซีเรียสในการ screen ครับ

เรื่อง VISA ของ Greencard ตามที่ผมทราบมา คือระหว่างการรอ VISA จะเป็นการทำงานในลักษณะของ OPT ครับ ซึ่งได้รับเงินค่าทำงาน ไม่ใช่การฝึกงานอาเครดิตครับ

ถ้าอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติม รบกวนอีเมล์มาปรึกษาได้ครับ ทางผมรู้สึกว่า โปรแกรมนี้ดีจริง ก็อยากเอามาแชร์กับทุกคนครับ

sritanak@gmail.com


โดย: คมสัน IP: 71.95.11.183 วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:11:43 น.  

 
ที่ว่าช่วยได้ จะช่วยยังไงหรือคะ ยังมีหลายคนที่ติดขัดตรงขั้นตอนนี้ สอบNCLEXผ่านแล้ว แต่ยังไม่ได้วีซ่าเข้าอเมริกา ไลเซ่นก็จะยังไม่ได้ แล้วบริษัทของคุณจะช่วยหางานให้ได้ยังไง มีแต่ผลสอบNCLEXก็ไปทำงานในอเมริกาได้เหรอคะ ช่วยอธิบายด้วย มีตัวแทนของบริษัทในไทยคอยให้ข้อมูลกับพวกเราไหม ไม่สะดวกที่จะโทรไปต่างประเทศน่ะค่ะ


โดย: อยากไปเมกา IP: 203.155.225.126 วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:15:26 น.  

 
คุณอยากไปเมกาครับ

รบกวนคุยกันทางเมล์ดีกว่าครับ จะได้ตอบข้อสงสัยแบบเจาะจงได้ และไม่รบกวนพื้นที่คุณนิดหน่อย.... เกรงใจจังครับ

sritanak@gmail.com


โดย: คมสัน IP: 71.95.11.183 วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:21:36 น.  

 
บริษัทที่พูดถึง คือ บริษัทที่แปะโฆษณาไว้บนโน้นน่ะค่ะ WANT NURSE to LIVE - WORK - STUDY in USA !!!เห็นว่า รับรองผล 100 % ก็เลยอยากรู้ว่าจริงหรือเปล่า และเค้าจะช่วยด้วยวิธีไหน


โดย: อยากไปเมกา IP: 203.155.225.126 วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:32:28 น.  

 
โอ้ว ขอโทษครับ

ผมนึกว่าทาง คุณอยากไปเมกา ถามของ Program ผมครับ


sritanak@gmail.com


โดย: คมสัน IP: 71.95.11.183 วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:39:05 น.  

 
ช่วยอธิบาย opt ด้วยค่ะ และที่บอกทำงานนั้นลักษณะไหนค่ะ คุณคมสัน ดิฉันเชื่อว่าหลายคนคงอยากรู้ค่ะ


โดย: nina IP: 125.26.244.21 วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:17:55:32 น.  

 
ลักษณะของ OPT คือการที่เข้าไปทำงานที่โรงพยาบาลหลังจากที่คุณเรียนจบโปรแกรมและผ่านการสัมภาษณ์จากโรงพยาบาลครับ ซึ่งการทำงานตรงนี้เพื่อที่จะให้พยาบาลปรับตัวและเป็นช่วงที่ยังเรียนรู้งานครับ

หวังว่าผมตอบคำถามคุณ Nina นะครับ


sritanak@gmail.com


โดย: คมสัน IP: 71.95.11.183 วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:18:14:14 น.  

 
บอกตามตางนะคะ ดิฉัน เขียด เจ้าของบล็อก เวลาที่เจออะไรไม่เข้าท่า ฉันลบออก เพราะตอนนี้อยู่อเมริกา และรู้ว่าหนทางเป็นอย่างไร พยายามเงียบมานานแล้ว
เมื่อไรที่มันใช่ มันเข้าท่า ดิฉันจะเรียนให้ทราบเองค่ะ


โดย: macdreamnurse วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:19:11:05 น.  

 
คุณเขียดครับ

ผมเข้าใจว่าผมอาจจะอ่อนในเรื่องการอธิบาย

ถ้าคุณเขียดพอมีเวลา ผมอยากที่จะอธิบายทางอีเมลล์ก่อนครับ อย่าเพิ่งโกรธผมนะครับ ผมไม่มีเจตนาในเชิงลบ และผมจะหยุดโพสต์ตรงนี้ก่อน เพราะเข้าใจว่า เจ้าของบ้านออกมาเตือนแล้ว

ถือว่าเป็นการขอความเห็นใจนะครับ

หวังว่าจะได้รับการติดต่อจากคุณเขียดนะครับ

sritanak@gmail.com



โดย: คมสัน IP: 71.95.11.183 วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:19:17:46 น.  

 
Hey hey ไม่เกี่ยวกับน้องค่ะ เข้าใจผิดแล้ว คนละเรื่อง พี่หมายถึง โคสนาบางอย่างในนี้ ที่ลบออกไป เหตผลไม่บอก เพราะพี่เป็นคนใจร้อนและแรง รอให้พี่ใหญ่ทั้งหลาย พี่นิดหน่อย อ นุช เขาออกมาบอกดีกว่า
คนละเรื่องน้อง โพสตามสบาย ที่นี่อิสระมาก


โดย: เขียด IP: 98.166.58.209 วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:47:02 น.  

 
ตามตรงนะคะ ถ้าความอยากมาเป็นพยาบาลไม่บังตามาก ก็ดูเอาเถิด ตอนนี้อเมริกัน ยังไม่มีงานทำเลย พยาบาลที่นี่บางคนหางาน 6 เดือน กว่าจะได้ และคนต้มคน ไม่ต้องใช้หม้อหรอก ใช้ความอยากของคนเป็นเหยื่อก็พอแล้ว อยากมาจริง รออีก 5 ปี ตามวงจร Economic ที่เมกาไม่สามารถผลิต nurses ได้ตามเป้าหรอก เพราะ nursing instructure เขาจ้างแบบ as needed ซี่งประหยัดตังมาก คนเขาไม่อยากทำ เงินไม่พอกิน นอกจากมีงาน full time แล้วและที่นี่ จบ BSN ก็สอนได้แล้ว พวก 2 ปี ทำงานได้ แต่สอนไม่ได้ ส่วนพวก MSN เขาไม่ลงมาสอนหรอกค่ะ ไปเป็น nurse practioner เงิน ชม ละ 80 bucks
ตอนนี้ amrican ไม่ใช่ทางเลือก ไปตะวันออกกลางนู่น
พยายามไม่อยากยุ่งแล้วค่ะ ใครดิ้นจะมาตอนนี้มาเลย ตัวคุณรู้ทั้งรู้ว่าตอนนี้เป็นยังไง เพียงแต่ขัดตาโพสโคสนาสากกะเบือเฉยๆ
บอกแล้วไม่อยากโพส เพราะเป็นคนดิบ


โดย: เขียด IP: 98.166.58.209 วันที่: 2 พฤษภาคม 2552 เวลา:7:25:07 น.  

 
คุณคมสันคะ ที่นิดหน่อยตอบคุณไปอย่างนั้น เพราะข้อความแรกที่คุณเขียนว่า " พี่ๆเพื่อนๆคิดว่าอย่างไรครับ ดู scam หรือว่าน่าเชื่อถือครับ " เหมือนกับไม่แน่ใจว่าโปรแกรมนี้จริงหรือหลอก ก็เลยตอบไปในทำนองว่าให้ถามข้อมูลเพิ่มเติมอะไรบ้างก่อนที่จะตัดสินใจ

แต่ข้อความต่อมาคุณบอกว่า รู้จักโปรแกรมนี้ดี ถึงกับได้เคยคุยกับเจ้าของสถาบันมาแล้ว และตอนนี้คุณก็อยู่อเมริกาแล้วด้วย นิดหน่อยก็เลยงง ๆ ค่ะ เพราะดูเหมือนคุณจะทราบข้อมูลต่าง ๆ ดีอยู่แล้ว ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ช่วยให้ความกระจ่างเกี่ยวกับโปรแกรมนี้ด้วย ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นการโฆษณาหรือเกรงใจกันขนาดนั้นหรอกค่ะ เพราะบล็อกนี้พวกเรา...พยาบาลไทยในอเมริกาช่วยกันเขียนขึ้นก็เพราะอยากให้มีแหล่งข้อมูลสำหรับคนที่อยากไปทำงานในอเมริกาเหมือนกันกับพวกเรา ซึ่งก็มีที่มาจากประสบการณ์ตรงของแต่ละคนนั่นเอง พวกเราไม่ได้รู้ไปทุกเรื่องหรอกค่ะ หากว่าคุณยินดีที่จะแบ่งปันความรู้และประสบการณ์พวกเราก็ยินดี ขอเพียงแต่ให้เป็นข้อมูลที่เปิดเผย ตรงไปตรงมา ซึ่งในหัวข้อนี้ นิดหน่อยก็ได้เกริ่นไว้แล้วว่า ถ้าหากใครมีข้อมูลในการทำงานประเทศอื่น ๆ หรือมีช่องทางอื่นก็ช่วยมาบอกต่อด้วย

ถ้าโปรแกรมที่คุณว่าดีจริง สามารถช่วยให้พยาบาลไทยไปทำงานอเมริกาได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องรอกรีนการ์ดตามปกติ เมื่อเรียนจบแล้วได้งานทำจริง ก็ช่วยมาอธิบายเพิ่มเติมด้วยนะคะ อยากรู้ว่าเงื่อนไขของโปรแกรมมีว่ายังไง ค่าใช้จ่ายเท่าไร นิดหน่อยเชื่อว่าคนที่กำลังหาข้อมูลตรงนี้ก็คงอยากรู้เหมือนกัน เพราะการตัดสินใจลาออกจากงานเดิมเพื่อไปเริ่มต้นใหม่ในอเมริกาไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ต้องจากบ้านจากครอบครัว เรื่องงบประมาณก็สำคัญ รายได้จากการเป็นพยาบาลในไทย ก็ไม่ได้มากมายเท่าไร กว่าจะสะสมเงินได้ก้อนนึง แล้วต้องเอาเงินก้อนนี้ไปแลกกับอนาคตที่ยังมองไม่เห็น ก็คงต้องคิดกันหนักหน่อยน่ะค่ะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 2 พฤษภาคม 2552 เวลา:7:42:07 น.  

 
ลิงค์นี้มีข้อมูลเกี่ยวกับ OPT(Optional Practical Training)ที่น้องnina อยากรู้จ้ะ ซึ่งก็เป็นการอนุญาตให้ผู้ถือวีซ่านักเรียนได้อยู่ทำงานต่อในอเมริกาหลังจากเรียนจบหลักสูตร(เฉพาะบางสาขา) และก็มีการจำกัดเวลาด้วยจ้ะ
//en.wikipedia.org/wiki/Optional_Practical_Training



โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 2 พฤษภาคม 2552 เวลา:8:36:49 น.  

 
สวัสดีครับพี่เขียดและพี่นิดหน่อย

ตกใจกับข้อความของพี่เขียดด้านบนครับ
หวังว่าที่ผมโพสต์ ไม่ได้ทำให้พี่โกรธนะครับ

ตรงนี้ขออนุญาตโพสต์อีกครั้งนะครับ

ไม่ได้มาต้มนะครับ ไม่ได้ล่าเหยื่อด้วยครับ : (
มาเสนอโปรแกรม รวมถึงมาสำรวจดูว่ามีคนสนใจไหม และมาขอคำแนะนำครับ

ถ้าก่อนหน้านี้ที่โพสต์ไว้ทำให้ Confuse ในความตั้งใจของผม ต้องขอโทษตรงจุดนี้นะครับพี่นิดหน่อย

ผมเข้าใจจริงๆครับ ว่าการมาเรียนต่อ ทำงานต่อ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ไม่ใช่เรื่องที่จะมาทำธุรกิจกันแบบฉาบฉวย มันคือชีวิตคนทั้งชีวิต และบางกรณีถือว่าเป็นเรื่องของคนทั้งครอบครัว เรื่องเงินก็เป็นเรื่องใหญ่ มันคือการลงทุนที่เดิมพันสูงเหลือเกิน ทุกการตัดสินใจ ควรพื้นฐานมาจากความน่าเชื่อถือและความจริงใจ ตรงนี้ผมขอยืนยันครับว่าผมเข้าใจ และไม่อยากให้เกิดกรณีว่ามาแล้วเคว้งครับ ถ้ามีความเป็นไปได้ว่าโปรแกรมนี้ที่ผมกล่าวถึง ทำให้มาแล้วเคว้ง ผมไม่สนับสนุนให้มาเด็ดขาดครับ ผมไม่อยากให้คนไทยต้องมาเสียค่าโง่ครับ

พูดใน Internet อาจติดภาพพจน์แง่ลบว่าพูดอย่างไรก็ได้ ให้สวยอย่างไรก็ได้ มันพิสูจน์ยาก ตรงนี้ผมเรียนตามตรง ว่าผมก็จนปัญญาครับ

ขอรบกวนจากใจจริงครับพี่ ผมเองอยากที่จะคุยกับพี่ทั้งสองผ่านทางอีเมลล์ก่อนจริงๆครับ เพราะอยากจะปรึกษาผู้ที่มีประสบการณ์ เพื่อที่จะให้คำแนะนำกับผม เพราะถ้าโปรแกรมนี้ยังมีช่องว่างใดๆ ผมจะได้ชี้แจงได้ถูก กับคนที่อยากสมัครครับ ( ผมไม่ได้เป็น member pantip เลยหลังไมค์ไม่ได้ครับ)

sritanak@gmail.com


โดย: คมสัน IP: 71.95.11.183 วันที่: 2 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:21:16 น.  

 
คุณคมสันคะ คุณทำให้พี่นิดหน่อยสับสน แล้วต่อมาคุณก็สับสนซะเองล่ะ น้องเขียดเค้าไม่ได้ว่าคุณหรอกค่ะ เค้าเขียนไว้ข้างบนโน้นแล้วว่า "ไม่เกี่ยวกับน้องค่ะ เข้าใจผิดแล้ว" แถมบอกด้วยว่า "โพสตามสบาย ที่นี่อิสระมาก" ที่เค้าว่านั่น น่าจะหมายถึงโฆษณาอันนั้นน่ะค่ะ ที่อ้างว่าช่วยหางานได้ผล 100%นั่นน่ะ เพราะเราที่อยู่อเมริกาตอนนี้ รู้สถานการณ์เศรษฐกิจกันดีว่ามันย่ำแย่ขนาดไหน

เอาล่ะ..มาคุยกันต่อดีกว่า ไม่ต้องหลังไมค์คุยกันผ่านอีเมล์หรอกค่ะ คุยกันตรงหน้าบล็อกนี่แหละ จะได้เข้าใจกัน มีอะไรสงสัยก็ถามกันซะตรงนี้ คนที่เข้ามาหาอ่านบล็อกก็จะได้ข้อมูลแบบตรงไปตรงมาด้วย พี่นิดหน่อยขอเริ่มถามก่อนแล้วกัน ในฐานะที่คุณทำให้งงตั้งแต่ทีแรก ขอเริ่มด้วยคำถามนี้...
- คุณเป็นใคร ทำอาชีพอะไรคะ เป็นพยาบาลเหมือนพวกเรา หรือเป็นนายหน้าหางาน(Recruiter)

สรุปว่า คุณไม่ได้เข้ามาโพสที่บล็อกเพื่อถามความเห็นว่า โปรแกรมนี้จริงหรือหลอก แต่มีข้อมูลของโปรแกรมนี้ ได้เข้าเรียนกับโปรแกรมนี้แล้ว และอยากแบ่งปันให้กับผู้สนใจใช่ไหมคะ ถ้าเป็นอย่างนั้น ขอถามเพิ่มเติมว่า...

- สถาบันที่คุณพูดถึงคืออะไร เป็นโรงเรียน วิทยาลัย โรงพยาบาล หรือเป็น Nursing Agency มีที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อไหม มีเวบไซต์ให้เข้าไปหาข้อมูลเพิ่มได้หรือเปล่า
- หลักสูตรที่เรียนคืออะไร Nursing Program หรือคอร์สเฉพาะทางด้านใด หรือผู้เรียนสามารถเลือกได้?? เรียนจบแล้วได้วุฒิอะไร
- Connection ที่คุณพูดถึงคืออะไร หมายถึงการที่สถาบันนี้มีโควต้าพิเศษในการจ้างงาน หรือมีอะไรเป็นพิเศษที่ช่วยให้ได้กรีนการ์ดเร็วขึ้น ???
- OPTที่คุณพูดถึง หมายถึง Optional Practical Training ใช่หรือไม่ ถ้านิดหน่อยเข้าใจผิด ช่วยอธิบายด้วยค่ะว่า มันคืออะไร และจะช่วยให้พยาบาลไทยเข้าไปทำงานในอเมริกาได้อย่างไร
- ถ้า OPT หมายถึง การได้อยู่ทำงานในอเมริกาหลังจากที่เรียนจนจบหลักสูตรของสถาบันที่ว่านี้ ระยะเวลาของการได้ทำงานนานเท่าไร เพราะทราบกันดีอยู่ว่า ต้องไปเรียนด้วยวีซ่านักเรียน ซึ่งเป็นวีซ่าชั่วคราว(Non-Immigrant) เมื่อเรียนจบก็ต้องกลับ หรือถ้ายืดเวลาได้ จะอยู่ได้นานเท่าไร สถาบันช่วยยื่นเรื่องขอกรีนการ์ดให้ไหม และในระหว่างที่รอกรีนการ์ด ถ้าระยะเวลาของวีซ่านักเรียนสิ้นสุดลง ก็จะต้องกลับมารอที่เมืองไทยใช่ไหม หรือทางสถาบันมีวิธีช่วยให้นักเรียนอยู่ทำงานในอเมริกาต่อไปได้
- ค่าใช้จ่ายเท่าไรคะ บอกคร่าว ๆ ก็ได้ค่ะ อยากรู้ด้วยว่า ถ้ารวมค่าเดินทาง ค่ากินค่าอยู่จะเป็นเท่าไร
- ถ้าเรียนจบแล้ว สถาบันจะช่วยหางานให้ไหม มีข้อผูกมัดต้องทำสัญญาจ้างงานอะไรหรือเปล่า ถ้าผิดสัญญาทำงานไม่ได้ตามที่ว่าไว้ จะมีค่าปรับอะไรไหม

นิดหน่อยก็ถามเผื่อคนที่กำลังหาช่องทางไปทำงานอเมริกาน่ะค่ะ หวังว่าคุณคงไม่รู้สึกว่ากำลังถูกจับผิดหรือซักฟอกเพราะเชื่อว่า คนที่อยากไปทำงานในอเมริกาคงจะอยากรู้ข้อมูลเหล่านี้ เพื่อการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต

ปล. ขอเชิญพยาบาลไทยที่อยากไปทำงานในอเมริกาช่วยกันตั้งคำถามเพิ่มเติมนะคะ ไม่ใช่กับเฉพาะคุณคมสัน แต่อยากให้ถามคำถามเหล่านี้กับทุกอเจนซี่หรือบริษัทที่บอกว่าจะช่วยให้คุณไปทำงานในต่างประเทศได้ ถามตัวเองให้ดีว่าอยากทำงานในต่างประเทศจริง ๆไหม เมื่อแน่ใจแล้วก็ต้องลงมือหาข้อมูล อย่าฟังเพียงข้อมูลโฆษณาเรื่องรายได้เพียงอย่างเดียวนะคะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 2 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:44:24 น.  

 
ขอบคุณพี่นิดหน่อยมากนะครับที่ตั้งคำถามให้ผมตอบ

ไม่ถือเป็นการจับผิดเลยครับ ผมดีใจต่างหากที่มีคนสนใจในโปรแกรม และอยากให้คำแนะนำกับผม

ยอมรับจากใจจริงว่ามีบางข้อผมไม่ทราบ และผมต้องไปทำการบ้านเพิ่มครับ

ตอนนี้ผมทำเป็น Program assistance ของ Private College นี้ แต่เพิ่งเริ่มทำได้ไม่นาน และนี้ก็เป็นโปรแกรมหนึ่งที่ผมต้องรับผิดชอบครับ

คำว่า Connection ที่ผมกล่าวถึงคือ ทางCollegeของผมมีสัญญากับทางโรงพยาบาลในเรื่องการจัดหาพยาบาลไปฝึกงานและทำงานให้ครับ ในส่วน Greencard ผมเชื่อว่าไม่สามารถมีใครไปเร่งรัดได้นะครับ

สำหรับประเด็น OPT นี้ต้องย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของโปรแกรมนี้ครับพี่นิดหน่อย โปรแกรมนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก โรงพยาบาลไม่สามารถที่จะ train พยาบาลใหม่ๆได้ เนื่องจากมีต้นทุน และใช้เวลามากพอสมควร รวมถึงเกิดความเสี่ยงจากการรับเข้าทำงานของโรงพยาบาล ทาง College และโรงพยาบาลจึงเกิดความร่วมมือที่จะออกแบบหลักสูตรที่ตรงความต้องการของโรงพยาบาล และถูกควบคุมมาตรฐานอย่างเข้มงวดจาก College เพื่อให้หลังจากจบโปรแกรม สามารถผ่านสัมภาษณ์จากโรงพยาบาล เริ่มฝึกงานที่โรงพยาบาล และรับการจ้างอย่างถาวรครับ ซึ่งสามารถพูดได้ว่า OPT คือช่วงฝึกงานประมาณหนึ่งปีหลังจบโปรแกรมครับ

"ถ้าเรียนจบแล้ว สถาบันจะช่วยหางานให้ไหม"

ใช่ครับ เราจะจัดหางานให้ แต่.... ทางนักเรียนต้องพร้อมด้วยนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ต้องเข้าเรียนให้ครบ ตั้งใจเรียน และจริงจังกับการพัฒนาภาษาครับ ไม่ใช่ว่าภาษายังมีปัญหา ตรงจุดนี้ถือว่าต้องเป็นความร่วมมือกันทั้งสองฝ่าย ทางนักเรียนก็ต้องพยายามด้วย ทาง College ก็พยายามด้วย เพื่อผลลัพธ์คือการรับเข้าทำงานจากโรงพยาบาลครับ

สำหรับรายละเอียดของ College และค่าใช้จ่ายผมขออนุญาตติดต่อผ่านทางอีเมล์ก่อนนะครับ เพราะว่าทางสถาบันยังไม่อนุญาตให้ผมโพสต์ตามที่สาธารณะ เป็น Policy ที่ผมก็ไม่ค่อยเห็นด้วยครับ แต่ก็ตามเคารพการตัดสินใจของสถาบันครับ

สุดท้ายรายละเอียด ของ Gap ระหว่าง OPT กับ Greencard และประเด็นสัญญาการทำงาน ผมขออนุญาตติดไว้นะครับ ขอไปทำการบ้านเพิ่มมาอีก ไม่อยากให้ข้อมูลที่ผิดไป ยิ่งการแจ้งในที่สาธารณะแบบนี้ ผมถือว่าข้อมูลต้องแม่นก่อนค่อยโพสต์นะครับ

ต้องขอโทษจริงๆครับที่ผมอาจจะตอบได้ไม่ครบถ้วนเท่าไหร่ ผมสัญญาว่าทันทีที่ได้คำตอบจะแจ้งให้พี่ๆเพื่อนๆทราบครับ

ถ้ามีคำถามเพิ่มเติม ผมยินดีนะครับ และขอบคุณพี่เขียดที่อนุญาตให้ผมใช้พื้นที่แนะนำตัวและอธิบายข้อมูลนะครับ

sritanak@gmail.com




โดย: คมสัน IP: 71.95.11.183 วันที่: 3 พฤษภาคม 2552 เวลา:4:09:16 น.  

 
ดิฉันเพิ่งมาอ่านเนื่องจากลูกสาวของดิฉันและเพื่อนๆของแกก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกับคุณค่ะ พวกแกจบnurseเอแบคค่ะ คุณจข.บล็อคและเพื่อนๆ ช่างมีน้ำใจประเสริฐจริงๆ ดิฉันขอให้พวกคุณ เจริญๆ นะคะ


โดย: แม่นกขมิ้น IP: 58.8.192.6 วันที่: 4 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:22:51 น.  

 
ฝันอยากไปอเมริกาค่ะแต่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบีจะมีปัญหาในการไปไหมค่ะพี่ๆช่วยให้ข้อมูลทีนะค่ะ


โดย: ying IP: 125.24.193.82 วันที่: 5 พฤษภาคม 2552 เวลา:3:41:50 น.  

 
แม่นกขมิ้น: ขอบคุณค่ะที่เห็นคุณค่าในสิ่งที่พวกเราช่วยกันทำ ข้อมูลในบล็อกนี้ก็มีที่มาจากประสบการณ์ตรงของแต่ละคน อาจไม่สมบูรณ์หรือขาดตกบกพร่อง ขอให้ผู้อ่านค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยนะคะ

น้องying: พี่นิดหน่อยเคยหาข้อมูลไว้
อันนี้โรคต้องห้ามสำหรับการเดินทางเข้าประเทศอเมริกา //travel.state.gov/visa/laws/telegrams/telegrams_4388.html

ส่วนอันนี้เป็นคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจโรคเพื่อขอวีซ่าอเมริกา //travel.state.gov/visa/immigrants/info/info_3745.html
เพื่อความแน่ใจ ติดต่อสอบถามสถานทูตเลยก็ดีนะจ๊ะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 5 พฤษภาคม 2552 เวลา:9:54:28 น.  

 
สวัสดีครับพี่ๆเพื่อนๆ โดยเฉพาะพี่นิดหน่อยและพี่เขียดครับ

ผมมา Update ข้อมูลตามที่สัญญาไว้ครับ

เรื่องสัญญาการทำงาน
นักเรียนมีสัญญา 1 ปีสำหรับทำงาน OPT และ อีก 1 ปีในช่วงได้รับ Greencard แล้ว

ถ้านักเรียนไม่สามารถทำงานตามที่ตกลงไว้ เนื่องจาก โรงพยาบาลได้เสียค่า Sponsor ไปเพื่อรับรองนักเรียนมาเป็นพนักงาน และขอ Greencard นักเรียนต้องคืนค่า Sponsor ดังกล่าวให้กับทางโรงพยาบาลครับ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นนะครับ

เรื่อง OPT และ Greencard
สรุปแล้วทางสถาบันของผมจะ Commit ในสองเรื่องด้วยกันครับ

เรื่องแรกคือ เราจะจัดหา OPT ให้ทำงานเป็นเวลา 1 ปี พร้อมรับค่าชั่วโมงเรตเดียวกับพยาบาลที่อเมริกาครับ

เรื่องที่สอง ทางโรงเรียนจะ Apply Green card ให้โดยมีทางโรงพยาบาลเป็น Sponsorครับ

ตรงจุดนี้เรียนตามตรงว่ามีความเสี่ยงไหม ผมขอตอบด้วยความบริสุทธิ์ใจครับว่ามีความเสี่ยงครับ

การ Apply Green card เป็นเรื่องที่นอกเหนือการควบคุมของโรงเรียนจริงๆครับ บางกรณีได้รับในเวลา 1 ปี คือจบ OPT ก็เริ่มต่อด้วย Green card แต่ในบางกรณีระยะเวลา Process ยาวกว่า OPT ครับ ฉะนั้น ทางโรงเรียนไม่มีเจตนาปกปิดข้อมูลในตรงนี้นะครับ

แล้วทำไมถึงยังสนับสนุนให้มาเรียน Program นี้?

อย่างแรกเลย คือเรื่องประสบการณ์ครับ การได้ฝึกงานที่โรงพยาบาลจริงๆ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี การหางานโดยไม่มีประสบการณ์ที่โรงพยาบาลในอเมริกานับว่าเป็นเรื่องยากมากครับ และนี่นับเป็นก้าวแรกของการมาเริ่มต้นเป็นพยาบาลวิชาชีพที่อเมริกาที่ดี โดยประสบการณ์จุดนี้ถือเป็นใบผ่านทางที่น่าเชื่อถือของการขอ Green card ครับ

อย่างที่สอง ค่าแรงที่ได้รับช่วงฝึกงาน ถือว่าเป็นจำนวนไม่น้อย ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถ Cover ค่าเรียน และค่ากินอยู่ รวมถึงถ้าใช้อย่างประหยัด สามารถมีเงินเก็บได้ในช่วงเวลานี้

สุดท้าย โปรแกรมนี้ถูกออกมาแบบรวมกับโรงพยาบาล จึงสามารถช่วยให้ภาษาที่ใช้ในการทำงาน ระบบในโรงพยาบาลตะวันตก และวัฒนธรรมที่เราควรรู้ รวมอยู่ครับ จึงถือว่าเป็นโปรแกรมสั้นๆที่มีประสิทธิภาพมากทีเดียว

ตรงจุดนี้ ผมได้รับอนุญาตแล้วครับที่จะเผยแพร่เวปไซต์สถาบัน อย่างไรก็ตาม บางข้อมูลอาจจะค่อนข้างซับซ้อน ถ้าติดตรงจุดไหนที่ผมสามารถช่วยอธิบายได้ ยินดีครับ

www.calprepcollege.com

Program: WHPC

ถ้าพี่ๆเพื่อนๆ ยังคงมีคำถาม หรือว่าเห็นว่าโปรแกรมนี้ยังมีความน่าสงสัย หรือข้อบกพร่อง ร่วม Share idea ได้เลยนะครับ ผมน้อมรับความเห็นของทุกคนครับ


โดย: คมสัน IP: 71.95.11.183 วันที่: 6 พฤษภาคม 2552 เวลา:16:12:07 น.  

 
คนที่สนใจโปรแกรมดังกล่าว เชิญหาข้อมูลและติดต่อสอบถามจากเวบไซต์ของโปรแกรมโดยตรงเลยนะคะ พวกเราชาวmacdreamnurseไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถาบันใด ๆค่ะ แค่อยากขอเสนอมุมมอง(ส่วนตัว)เกี่ยวกับโปรแกรมOpt ดังนี้

- เนื่องจากโปรแกรมแบบนี้เป็นหลักสูตรการเรียนการสอน ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเป็นธรรมดา เหมือนกับการไปศึกษาต่างประเทศหลักสูตรอื่น ๆ เพราะฉะนั้นผู้สนใจควรจะมีความพร้อมเรื่องทุนทรัพย์นะคะ
- คิดว่า โปรแกรมแบบนี้เหมาะกับผู้ที่มีความสามารถด้านภาษาอังกฤษในระดับดี เพราะต้องสามารถใช้สื่อสาร ใช้ในการเรียน การสัมภาษณ์งานได้ ผู้สมัครจึงควรมีความพรัอมในเรื่องนี้ เพราะหาเรียนไม่จบ หรือสัมภาษณ์งานไม่ผ่าน หรือทำงานไม่ได้ตามที่ตกลงไว้ ก็จะเป็นการเสียเงินโดยสูญเปล่า และยังต้องชดใช้เงินที่ทางโรงพยาบาลออกให้เป็นค่าขอกรีนการ์ด
- การไปศึกษาต่อต่างประเทศ ต้องใช้วีซ่านักเรียนซึ่งเป็นวีซ่าชั่วคราว แม้ว่าโปรแกรมแบบนี้จะให้ต่ออายุอยู่ทำงานต่อในอเมริกาได้ 1 ปีหลังเรียนจบ ก็คือ เมื่อเวลาสิ้นสุดก็ต้องกลับ ถึงแม้โรงเรียนจะยื่นกรีนการ์ดก็ใช่ว่าจะได้ภายในเวลาหนึ่งปี(อ้างอิงตามสถานการณ์Visa Retrogressionในตอนนี้นะคะ) ซึ่งก็ต้องกลับมารอกรีนการ์ดในเมืองไทย เมื่อได้กรีนการ์ดค่อยกลับไปใหม่ แต่ก็จะได้รับประสบการณ์ทำงาน มีรายได้และประสบการณ์การใช้ชีวิตในอเมริกาที่จะได้จากการเข้าร่วมโปรแกรม

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของนิดหน่อยเท่านั้น ผู้สนใจไปทำงานต่างประเทศควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ อย่าฟังเพียงคำโฆษณาชวนเชื่อ อย่าฟังข้อมูลจากบล็อกนี้เพียงอย่างเดียว พยายามตั้งคำถามและหาข้อมูลเพิ่มเติม อนาคตของคุณอยู่ที่การตัดสินใจของคุณเองค่ะ


โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:17:50:41 น.  

 
ขอบคุณพี่นิดหน่อยที่ช่วยสรุปให้ครับ


โดย: คมสัน IP: 71.95.11.183 วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:50:05 น.  

 
โปรแกรมนี้ ฉันทราบตั้งนานแล้วค่ะ มีน้องคนนึงมาคุยด้วย คงคุยไม่ถูกใจเธอ ก็มีคำ...ออกมา ใครที่อยากได้ข้อมูลจริง คุยกับพี่ได้ ถ้ามาคุยอยากได้ถูกใจ พอไม่ได้ว่าเรา หาว่าข้อมูลในนี้มั่ว แล้วมาถามทำไม ฉันไม่คุยค่ะ มีอะไรถามในนี้เลยค่ะ ไม่ต้องเมลหา หรือแอด msn มา จากเหตกานนั้น ทำให้ทราบว่า ถ้ารู้อะไรไม่เจ้าท่า ไม่พูดดีกว่า ไม่สนับสนุน อยู่เฉยๆดีกว่า เดี๋ยวโดนด่าฟรี อย่ามาว่าอะไรฉันเลยนะ 555 ฉันสร้างบล็อกนี้ขึ้นมาเพื่อให้เป็นประโยชน์จริงๆ ไม่ได้มีไว้ทำอย่างอื่น



โดย: เขียด IP: 98.166.58.209 วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:18:17 น.  

 
งั้นก็...ขอถามคุณนายเขียดพันล้านเลยนะค่ะว่า...คิดอย่างไรกับโครงการนี้....ถามเพราะอยากรู้จริงๆ...เพราะกำลังตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร...ในเมื่อสอบผ่าน NCLEX ได้ปีกว่าแล้วค่ะ...กำลังเตรียมภาษาอยู๋....และรู้ดีว่าคุณนายเขียดมีความจริงใจกับผู้ร่วมวิชาชีพแค่ใหน...(แฟนพันธ์แท้)


โดย: kiddy IP: 125.26.247.5 วันที่: 12 พฤษภาคม 2552 เวลา:19:17:41 น.  

 
N และ O ค่ะ ไม่ถูกใจใครก็ช่วยไม่ได้จริงๆค่ะ


โดย: macdreamnurse วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:1:17:56 น.  

 
ประกาศชุดชั้นใน wacoal 70/B ดำ แดง เขียว เหลือง แดง สีเนื้อ แบบมีโครงข้างใต้ พร้อมกางเกงใน เข้าชุดจำนวน 7 ชุด
เขียดต้องการด่วนค่ะ 4 ด ที่แล้วเพื่อนรักซื้อมาจากเมืองไทยให้ อยู่ดีๆก็ใส่ไม่ได้ รู้สึกว่ามันหลวมขึ้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้วค่ะ ทำงานมากผอมลง แต่ไม่อยากจะเชื่อว่านมหดได้ งงมากๆค่ะ และใครมีวิธีออกกำลังกายให้ขนาดมันกลับตืนมาบ้างคะ พอดีเขียดเข้า Gym ด้วย
ต้องการด่วนจริงๆค่ะ ใครที่พอจะเป็นธุระฝากซื้อได้บ้างคะ
ช่วยโพสเบอไว้หน่อยค่ะ
หรืออีกวิธีนึง พี่น้องในนี้ออกตังซื้อมาให้ดิฉันค่ะ ถ้าไม่มีชุดชั้นในใส่ ดิฉันจะไม่อัพบล็อกค่ะ เนื่องจากเครียดมาก และไม่แน่อาจปิดบล็อกถาวร ขอบคุณค่ะ


โดย: เขียดเพลทินั่ม หมื่นล้าน IP: 98.166.60.194 วันที่: 17 พฤษภาคม 2552 เวลา:2:20:51 น.  

 
ตอนพี่อยู่เมืองไทย เจ้าก็ไม่ส่งข่าวไปบอกนี่นา ไม่งั้นจะได้ซื้อมาให้ ตอนนี้กลับมาอเมริกาแล้ว ไม่รู้จะช่วยยังไงล่ะ ถ้ารู้วิธีออกกำลังกายให้ใหญ่ขึ้นได้ พี่คงทำไปก่อนแล้วล่ะ จะได้ใส่ไซส์ของคนแถวนี้ได้ ไม่ต้องลำบากไปหอบชุดชั้นในมาจากเมืองไทย 555

ปล. มีใครช่วยน้องเขียดได้ไหมคะ นิดหน่อยยังไม่อยากให้บล็อกปิดด้วยสาเหตุนี้ 555


โดย: นิดหน่อย IP: 98.203.37.95 วันที่: 18 พฤษภาคม 2552 เวลา:9:15:14 น.  

 
555
ขู่เล่นค่ะ นมมันเพิ่งหด งงมากๆ
ตอนนี้ใครช่วยได้บ้างคะ เอาจิงค่ะ


โดย: macdreamnurse วันที่: 19 พฤษภาคม 2552 เวลา:19:46:35 น.  

 
หนูทั้งกลัวพี่เขียดแกปิดบล็อก และอีกอย่าง สงสารนมเต้าน้อยของพี่แกด้วย จะได้บ้านหลังใหม่ เล็กแต่หรู ใหม่กว่าเดิม หุๆๆๆ ช่วยด้วยเจ้าค้าเอ้ย สงสารเต้าน้อยกรอยใจ555


โดย: นลิืตา IP: 68.218.161.127 วันที่: 19 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:07:49 น.  

 
ตกลงได้ bra ยัง ถ้ายังเมลมาด่วน kiddy.2009@yahoo.com


โดย: kiddy IP: 125.26.244.99 วันที่: 20 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:07:20 น.  

 
ทำงานหนัก เต้าหาย สงสัยเราต้องระวังตัวแล้วนะเนี่ย ยิ่งไม่ค่อยจะมีอยู่ไอ้เต้าเนี่ย


โดย: หนูแหม่ม (macdreamnurse ) วันที่: 28 พฤษภาคม 2552 เวลา:10:27:40 น.  

 
ทำงานกลางคืน กินนอนไม่เป็นเวลา ก็อย่างนี้แหละจ้ะน้องแหม่ม ตอนพี่ทำงานอยู่ สามีบอกว่า พี่ผอมกว่าตอนอยู่เมืองไทยอีก แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำงาน เอวหายไปอีกแย้ว 555


โดย: นิดหน่อย IP: 98.203.37.95 วันที่: 29 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:18:44 น.  

 
ถึง พี่นิดหน่อย
น้องทำเรื่องไปทำงานที่อเมริกา ตอนนี้สอบ NCLEX และสอบภาษาอังกฤษผ่านแล้ว และได้ Visa Screen Certificate มาตั้งแต่ปี 2007 แล้ว รอจนป่านนี้ก็ยังไม่ได้เรียกสัมภาษณ์ซักกะที ลืมบอกไป Priority Date ของน้องคือ เดือน กรกฎาคม 2005 , อ่านใน Visa Bulletin เดือน มกราคม 2010 เห็นว่ามีการคาดคะเนว่าก่อนสิ้นตุลา 2010 อาจจะได้หมายเลขวีซ่า พี่นิดหน่อยมีความเห็นว่าอย่างไรคะ


โดย: ทิพย์ IP: 124.120.220.227 วันที่: 27 ธันวาคม 2552 เวลา:17:40:22 น.  

 
ในvisa bulletin ก็มีการคาดการณ์ไว้อย่างที่น้องทิพย์ทราบนั่นล่ะจ้ะ แต่สถานการณ์จริงจะเป็นอย่างไร ก็คงต้องติดตามกันต่อไป เพราะคิววีซ่าสำหรับพยาบาล มันไม่ใช่แค่การเรียงตามลำดับเรื่องที่ยื่นเข้าไปเหมือนกับวีซ่าอย่างอื่น แต่ยังมีปัจจัยทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ตอนนี้เศรษฐกิจในอเมริกาก็ยังไม่ดี คนภายในตกงานเยอะ รัฐบาลก็แก้ปัญหาด้วยการส่งเสริมการศึกษาและการจ้างงานในประเทศ มากกว่าการนำเข้าแรงงานพยาบาลจากต่างประเทศ

ถ้าเศรษฐกิจปีหน้าดีขึ้น และคิววีซ่ามีการเคลื่อนไหวตามที่คาดการณ์ คนที่ยื่นเรื่องเอาไว้ก่อนก็ย่อมได้visa numberก่อน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะมาถึงคิวของน้องหรือเปล่า ในช่วงตุลาคมของปีหน้าก็ต้องรอฟังข่าว และในขณะเดียวกันก็อยากให้น้องสมัครDiversity visaเอาไว้ด้วย เผื่อว่าvisa numberยังมาไม่ถึง ก็ยังมีโอกาสได้กรีนการ์ดจากการสุ่มคัดเลือก


โดย: นิดหน่อย IP: 98.251.37.54 วันที่: 29 ธันวาคม 2552 เวลา:0:28:19 น.  

 
พี่ๆ ค่ะ พออ่านมาจนจบ หนูก็ท้อใจ เกิดสอบ NCLEX ผ่านจริงก็ไม่รู้จะมีงานทำที่อเมริการึเปล่า ในเศรษฐกิจแบบนี้แย่จริงๆ
ถามหน่อยนะค่ะ NCLEX เนี่ย นอกจากใช่ทำงานที่อเมริกาแล้ว เอาไปใช้ทำประโยชน์อย่างอื่นได้รึเปล่าค่ะ เช่น พยาบาลที่ช่วยส่งต่อคนไข้ระหว่างประเทศค่ะ
ปูอยากมองหาทางเลือกอื่นดู ก่อนตัดสินใจสมัครสอบค่ะ
ขอบคุณค่ะ


โดย: ปู IP: 71.110.77.3 วันที่: 10 มกราคม 2553 เวลา:10:45:41 น.  

 
พี่นิดหน่อยค่ะ ปูเคยทำงาน research nurse or study coordinator คือ พยาบาลวิจัย นะค่ะ ไม่ทราบพอมีงานที่น่าสนใจทำบ้างไหมค่ะ


โดย: ปู IP: 71.110.77.3 วันที่: 10 มกราคม 2553 เวลา:11:17:39 น.  

 
น้องปู งานสำหรับพยาบาลก็มีอยู่ตลอดนั่นล่ะจ้ะ ตราบใดที่ยังมีคนเจ็บป่วย พยาบาลก็ย่อมเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ ตำแหน่งงานว่างก็จะยังมีอยู่ แม้ในสภาพเศรษฐกิจไม่ดี

แต่..การจะมาเริ่มต้นทำงานในอเมริกาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะงานแรก ซึ่งเรายังไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานในอเมริกามาก่อน ลองคิดในมุมกลับว่า ถ้าเราเป็นนายจ้าง เราก็คงอยากเลือกคนที่คุ้นเคยรู้ระบบงานมาแล้ว มากกว่าจะเลือกคนที่ต้องมาฝึกสอนใหม่เหมือนกัน

ดังนั้น พี่อยากให้ปูลองคิดทบทวน อยากทำงานพยาบาลในอเมริกาจริง ๆ ไหม หรือมีอาชีพอื่นเป็นทางเลือก ถ้าอยากทำงานพยาบาลที่นี่ ก็ต้องหาวิธีทำให้ความรู้ความสมารถโดดเด่นเป็นที่สนใจของนายจ้าง พี่ว่า งานพยาบาลยังเป็นที่ต้องการอีกมากโดยเฉพาะถ้าเรามีความสามารถเฉพาะทาง ขอให้น้องคิดดูให้ดีก่อนตัดสินใจสมัครสอบ เพราะNCLEXเป็นการสอบการขอไลเซ่นของอเมริกาเท่านั้น คงไม่สามารถเอาไปใช้อย่างอื่นได้


โดย: นิดหน่อย IP: 98.251.37.54 วันที่: 10 มกราคม 2553 เวลา:11:29:54 น.  

 
ขอบคุณที่ตอบค่ะพี่นิดหน่อย ที่ปูต้องถามตรงๆ แบบนี้ก็เพราะปูเพิ่งจะลาออกจากงานพยาบาลที่ทำมาร่วม 10 ปี เพราะรู้ดีว่าฝืนอีกต่อไปไม่ไหว ทำไปก็ไม่ใช่ตัวเรา เป็นที่ระบบนะค่ะ ปูเลยเกรงว่าถ้ามั่วรอเรื่องกว่าจะสอบ NCLEX กว่าจะขอVISA กว่าจะขอ apply GreenCard คงไม่ได้แน่สำหรับสาวโสดอย่างเรา ปูคงต้องหาอะไรทำไปก่อน จะได้ไม่ฟุ้งซ่านด้วย ปูชอบงานพยาบาลตรงที่ได้ช่วยเหลือคนไข้ แต่ก็มีอีกหลายๆ อย่างที่ไม่ชอบค่ะ ก็เลยกะจะมองหางานที่เราสามารถนำความรู้พยาบาลไปประยุกต์ใช้ได้แทนนะค่ะ

ยังไงก็ขอบคุณพี่นิดหน่อย พี่นาง ด้วยนะค่ะ ที่ช่วยเมตตาคุยกับน้อง อย่างน้อยที่สุดปูก็ได้รู้แล้วว่า ถ้าเรื่องสอบ NCLEX แล้วล่ะก็ ที่เวปนี้น่ารักมากเลย

พรุ่งนี้ปูจะไปทำบุญวันเกิดน้องสาวที่วัดสุทธาวาท อยู่แถวRiverside แล้วจะเอาบุญมาฝากนะค่ะ

ขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองพี่ๆ macdreamnurse ใจดีทุกคนนะค่ะ
น้องปู


โดย: ปู IP: 71.110.77.3 วันที่: 10 มกราคม 2553 เวลา:13:29:48 น.  

 
พี่อยากให้ปูถามตัวเองดูว่า อยากมาทำงานที่อเมริกาจริง ๆ ไหม หรือเป็นเพียงความรู้สึกเบื่อระบบงานเดิม การได้มาอเมริกามันตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตของเราได้หรือเปล่า ถ้าได้มาแล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง จะมีแผนรองรับอย่างไร ละครดราม่าในที่ทำงานมันไม่ได้มีเฉพาะที่เมืองไทยหรอก ที่เมืองฝรั่งก็มีเหมือนกัน ทำงานกับคนหลายฝ่ายก็ย่อมมีปัญหาเป็นธรรมดา

พี่เองก็เคยผ่านความรู้สึกอย่างนั้น ลาออกจากราชการตอนเป็นพยาบาลวิชาชีพ 7 ใคร ๆ ก็ไม่เห็นด้วย แต่ความรู้สึกตอนนั้นก็คือ "ถอดใจ" ไม่เอาแล้ว

เมื่อลาออก ก็ต้องวางแผนเดินไปข้างหน้า การมาทำงานต่างประเทศต้องทุ่มเททั้งกำลังกาย กำลังใจ และทุนทรัพย์ จึงควรคิดให้รอบคอบก่อนลงมือ

โดยเฉพาะถ้าปูยังไม่มีกรีนการ์ด และจะขอวีซ่าจากนายจ้าง พี่ยิ่งอยากให้คิดให้รอบคอบ เพราะกว่าจะได้มา ไม่รู้จะต้องรอนานกี่ปี แต่ถ้าปูตั้งใจจะมาจริง ก็ควรมองระยะการรอคอยนั้นให้กลายเป็นโอกาสของการพัฒนาตัวเอง ทำงานไปเรื่อย ๆ ฝึกฝนเก็บประสบการณ์เฉพาะทางที่ตรงกับความต้องการของอเมริกา อย่ามองระยะการรอคอยให้เป็นปัญหา เพราะถ้าคิดอย่างนั้น เราจะรู้สึกเบื่อหน่อยกับการรอ และท้อไปในที่สุด


โดย: นิดหน่อย IP: 98.251.37.54 วันที่: 11 มกราคม 2553 เวลา:3:25:26 น.  

 
ถ้าน้องปูอยากทำงานวิจัย ในอเมริกาก็มีตำแหน่งงานแบบนั้นจ้ะ รายได้ดีกว่าพยาบาลทั่วไปด้วย ลองเข้าเวบหางาน ค้น Research Nurse ในแคลิฟอร์เนียดูซิจ๊ะ


โดย: นิดหน่อย IP: 98.251.37.54 วันที่: 11 มกราคม 2553 เวลา:3:36:47 น.  

 
ขอบคุณค่ะพี่นิดหน่อย ที่ปูอยากอยู่อเมริกา มีเหตุผลเดียวแหละค่ะ อยากอยู่กับหลานรัก เจมี่ ส่วนเรื่องงานทำที่ไหนก็ได้ Research Nurse ที่เมืองไทยปูพอรู้จักเพื่อนๆ ที่ทำอยู่บ้าง กะว่าจะเปลี่ยนเป็น CRA ( Clinical Research Association ) แทนดีกว่า Research Nurse ค่ะ ถ้าฝึกฝีมือจนมีพัฒนาการแล้วคงจะหาลู่ทางมาเลี้ยงหลานที่นี่ให้จงได้ในภายหลัง เพราะตอนนี้ปูก็คงต้องหางานทำเลี้ยงตัวเองไปก่อนล่ะค่ะพี่

ป.ล. วันนี้ไปวัดมา เอาบุญมาฝากพี่ๆ ด้วยนะค่ะ

ขอบคุณค่ะ


โดย: ปู IP: 71.110.77.3 วันที่: 11 มกราคม 2553 เวลา:14:57:26 น.  

macdreamnurse
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 251 คน [?]




บล็อกของเรามีข้อมูลอยู่มาก คลิกเมนูหลักที่ด้านซ้ายมือ จะเห็นเมนูย่อย อยู่ต่อจากส่วนล่างของปฏิทิน ใครโพสต์คำถามไว้ตรงไหน เข้าไปดูคำตอบได้ที่เดิมนะคะ
counter widget
counter widget
New Comments
Friends' blogs
[Add macdreamnurse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.