Make the day a little better! Make the way a litle better! ดิฉันและเพื่อนๆพี่ๆพยาบาลไทยในอเมริกาทุ่มเทอย่างมากในการลงข้อมูลตรงนี้ ทำด้วยความศรัทธา ขอให้ทุกท่านที่เข้ามานำกลับเอาไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ และขอให้ได้เป็นพยาบาลในอเมริกาตามที่ตั้งใจไว้ในเร็ววัน บล็อกนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจใดๆทั้งสิ้น ทำขึ้นมาด้วยใจไม่ต้องการสิ่งตอบแทน และไม่ต้องเอาอะไรมาให้ ไม่อยากได้
Group Blog
 
 
กันยายน 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
14 กันยายน 2552
 
All Blogs
 

รวมเรื่องเล่า ขอเมาท์ชาวอเมริกัน

หัวข้อนี้ นิดหน่อยขอความเห็นชอบจากคุณนายเขียดตั้งขึ้นมาเองล่ะค่ะ จากการที่ได้มาใช้ชีวิตในอเมริกา ทำให้เราได้มีโอกาสได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในชีวิตประจำวันและจากการทำงาน แต่เนื่องจากเรื่องที่จะเล่าบางเรื่องก็ไม่ค่อยจะมีสาระประโยชน์เท่าไร แค่อยากเมาท์กันมันส์ ๆ มากกว่า ก็เลยขอแยกออกตั้งมาเป็นอีกหัวข้อหนึ่ง ถ้าใครมีเรื่องขำ ๆ เรื่องแปลก ๆ ก็มาเล่าสู่กันฟังได้ตรงนี้ค่ะ




 

Create Date : 14 กันยายน 2552
85 comments
Last Update : 6 สิงหาคม 2557 4:38:05 น.
Counter : 5766 Pageviews.

 

ขอประเดิมเรื่องแรก "อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า"

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนนิดหน่อยเดินทางไปสัมภาษณ์งานโรงพยาบาลแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไกลมาก ก็เลยเดินทางโดยรถไฟค่ะ ตอนขากลับ พอเดินออกมาจากรถไฟ ก็เจอกับหนุ่มผิวขาวคนหนึ่ง มาแบมือขอเงิน บอกว่า อยากได้เงินเป็นค่ารถไฟกลับบ้านที่ไมอามี่ นิดหน่อยก็เอาเหรียญให้ แล้วก็เดินขึ้นสะพานข้ามทางรถไฟเพื่อจะรอให้สามีมารับกลับบ้าน ในระหว่างนั้นก็สังเกตเห็นหนุ่มคนที่ว่านี้เดินตามหลังนิดหน่อยมา ในใจก็คิดว่า เค้าว่าจะกลับไมอามี่ก็ต้องรอขึ้นรถไฟฝั่งโน้นซิ จะเดินตามเรามาทำไม นิดหน่อยก็เลยรีบเดิน พอหนุ่มคนนั้นเห็นนิดหน่อยหันมามอง เค้าก็เลยเดินเลี่ยงออกไปอีกทางหนึ่ง นิดหน่อยรู้สึกแปลก ๆ ก็เลยเดินไปนั่งรวมกับกลุ่มคนที่นั่งรอรถไฟอยู่ ผู้หญิงผิวดำที่นั่งข้างนิดหน่อยพูดขึ้นมาว่า ฉันสังเกตเห็นผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาพูดกับคุณ เขาขอเงินคุณใช่ไหม นิดหน่อยก็เลยบอกว่า ใช่ ผู้หญิงคนนี้ก็เลยเล่าต่อว่า ผู้ชายคนนั้นมาขอเงินเค้าสองครั้ง แล้วก็บอกว่าจะไปไมอามีทุกครั้ง ทั้ง ๆ ที่ไมอามี่ไม่ได้ขึ้นรถไฟที่ฝั่งนี้ซักหน่อย นิดหน่อยฟังแล้วหนาวเยือก เค้าก็เล่าต่อว่า ระวังตัวนะ คนแปลก ๆ แถวสถานีรถไฟน่ะมีเยอะ ถ้ามันเดินตามเรา แค่มีสเปรย์พริกไทยพ่นใส่เรา เราก็แย่แล้ว นิดหน่อยก็เลยนั่งรวมกลุ่มกับผู้หญิงคนนี้จนสามีมารับ ค่อยเดินออกไปจากสถานีรถไฟ พอเล่าให้สามีฟัง เค้าก็เลยว่า ให้ระวังตัว ไม่ต้องFriendlyจนเกินเหตุ ที่นี่ไม่ใช่เมืองไทย จำได้ไหมว่า การไว้ใจคนแปลกหน้าให้ผลยังไง ที่สามีพูดอย่างนี้ เพราะมันมีเหตุค่ะ ติดตามอ่านเรื่องที่สองกันนะคะ

 

โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) 14 กันยายน 2552 1:17:25 น.  

 

เรื่องที่สอง "เกิดเหตุเพราะความไว้ใจ"

จริง ๆ แล้วเรื่องที่สองนี้ เกิดขึ้นก่อนเรื่องแรกอีกค่ะ ตั้งแต่ตอนนิดหน่อยไปเรียนACLS ตอนเรียนก็ปกติดีค่ะ มาเริ่มเกิดเหตุตอนครูให้พักเบรคช่วงเช้า ก็มีหนุ่มในคลาสเดียวกันคนหนึ่งเดินเข้ามาคุยด้วย ถามนิดหน่อยว่า มาจากไหน ทำงานที่ไหน ก็คุยกันไปสัพเพเหระ หนุ่มคนนี้มาจากคิวบาค่ะ มาอยู่นานจนได้เป็นอเมริกันซิติเซ่นล่ะ เค้าทำงานที่ไอซียูที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึก นิดหน่อยเห็นเป็นพยาบาลด้วยกัน ก็คุยกันไปเล่าเรื่องงานให้กันฟัง แถมแลกเบอร์โทรกับอีเมล์กันด้วย คุณเธอมาออกลายตอนเลิกคลาสจะแยกกันกลับบ้านซิคะ บอกว่า ชอบนิดหน่อยจังเลย อยากเจออีก พรุ่งนี้ตอนกลางวันมารับไปกินข้าวได้ไหม อยากพาไปกินอาหารคิวบา นิดหน่อยฟังแล้วก็อึ้ง นี่ขนาดแหวนแต่งงานก็ใส่อยู่ทนโท่ แล้วก็เล่าให้เค้าฟังด้วยว่า สามีกำลังขับรถมารับ ก็ยังออกอาการเจ้าชู้ได้ขนาดนี้ แถมตอนบอกลา ยังจับมือนิดหน่อยไปจูบอีกต่างหาก จ๊าก.... นิดหน่อยก็เลยรีบเดินหนี บอกว่า ไปล่ะ สามีฉันมาแล้ว

แต่เรื่องมันไม่จบแค่นี้ซิคะ ไอ้หนุ่มคิวบา หรือที่นิดหน่อยเรียกว่า ไอ้คิวบ้าคนนี้ มันโทรหานิดหน่อยเกือบทุกวัน เฉพาะช่วงกลางวันที่สามีออกไปทำงาน วันเสาร์อาทิตย์จะไม่โทร ตอนเย็นจะไม่โทร พอไม่รับสาย มันก็ส่งSMSมาจนนิดหน่อยต้องบล็อกSMS แถมยังมีข้อความทางYahoo Messengerมาเป็นระยะ ๆ บอกว่า miss you, babe อะไรประมาณนี้ พอเล่าให้สามีฟัง เค้าก็ว่า ทำไมไม่บล็อกเบอร์โทรนี้ไปเลย นิดหน่อยบอกว่า ไม่บล็อกหรอก อีเมล์ก็ไม่บล็อก ฉันจะเก็บทุกอย่างไว้เป็นหลักฐาน เผื่อมีอะไรเกิดขึ้น FBIจะได้ตามตัวมันเจอ นิดหน่อยเคยตั้งForwarding Call กะจะไม่รับสาย แล้วให้สามีนิดหน่อยรับสายแทนเวลาที่มันโทรมา แต่ปรากฎว่า ไม่สำเร็จค่ะ ดูเหมือนมันจะรู้ว่า จะรอสายได้นานเท่าไรถึงจะไม่ถูกโอน

จนป่านนี้ สองเดือนกว่าเข้าไปแล้ว ที่ไอ้คิวบ้ายังโทรมาเป็นระยะ ๆ รวมทั้งข้อความทางยาฮูด้วย ไม่รู้มันจะอึดไปถึงไหน สงสัยว่านิดหน่อยคงจะบ้าไปก่อนมันแล้วค่ะ ฮือ

 

โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) 14 กันยายน 2552 1:36:24 น.  

 

เรื่องที่สาม "คนไข้ชีกอ"

ที่นิดหน่อยเจอมา มีสองรายค่ะ ซึ่งก็มีประวัติเคยใช้ยาเสพติดอย่างโชกโชนมาเหมือนกันทั้งคู่ คนไข้พวกนี้เมื่อมีอาการปวด จะต้องการยาแก้ปวดที่บ่อยและมากกว่าคนธรรมดา พยาบาลที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลก็เลยต้องเหนื่อยกว่าปกติ เพราะคนไข้จะโทรตามให้มาฉีดยาแก้ปวดให้และจะบ่นอย่างมากถ้าพยาบาลมาช้า

พอได้รับข้อมูลจากพยาบาลเวรเช้า นิดหน่อยก็รู้ล่ะว่า เหนื่อยแน่เวรนี้ ก็เลยพยายามแบ่งเวลาไปฉีดยาแก้ปวดให้คนไข้ให้ตรงตามเวลามากที่สุด ซึ่งเค้าก็พอใจมากค่ะ ชมอย่างโน้นอย่างนี้ You are so nice. Can I see your left hand? นิดหน่อยฟังแล้วงง ๆ ก็ยกมือให้ดู คนไข้ก็พูดว่า Ah! You don't have a ring. พอพูดถึงแหวน นิดหน่อยก็เลยเข้าใจ จริง ๆ แล้ว อีตานี่ต้องการจะดูว่า นิดหน่อยแต่งงานหรือยัง ถ้ายัง จะได้ชีกอต่อไป นิดหน่อยก็เลยบอกว่า I don't wear a wedding ring at work because I need to wash my hands frequently. I keep it in my pocket. เค้าก็เลยบอกว่า เฮ้อ..ไม่ยุ่งแล้วล่ะ คนแต่งงานแล้ว นี่ถ้ายังไม่แต่งงานนะ I'll take you home and have fun! นิดหน่อยก็ได้แต่หัวเราะ ไม่โต้ตอบอะไรอีก ได้แต่คิดในใจว่า โถ..พ่อคุณ ยังใส่เหล็กดามกระดูก แถมมีสายระโยงระยางเต็มตัว ยังจะมีชีกอได้อีกน้อ

 

โดย: นิดหน่อย IP: 65.34.182.57 14 กันยายน 2552 2:05:21 น.  

 

แสงเดือนเล่าบ้างนะคะ

พี่หมอชีกอค่ะ

แสงเดือนจริงๆ เป็นคนเงียบนะคะ จะฟังมากกว่าพูด และก็ยิ้มสยามตลอด และเหมือนดูเป็นคนที่ไม่ทันคนมากๆ ค่ะ แต่ที่จริงๆไม่ใช่นะคะ

พี่หมอคนที่หนึ่ง อันนี้เล่าให้ฟังหลายรอบแล้วค่ะ

พี่หมอคนนี้มาจากปอร์โตริโก้ หล่อเหลาเอาการ ถึงแม้ว่าจะหัวล้านไปหน่อย คุณหมอคนนี้ชอบจังเลยค่ะ ชอบชวนแสงเดือนไปนอนด้วย รวมทั้งเพื่อนแสงเดือนด้วยค่ะ

พี่หมอคนที่สอง
อ่ะ อ้า คุณพี่หมอเดินผ่านมาตอนที่แสงเดือนกำลังคุยกับพี่เลี้ยงผิวสี คุณหมอก็ผิวสีเหมือนกัน คุณพี่เลี้ยงก็แนะนำให้แสงเดือนรู้จักค่ะ คุณหมอก็ยื่นมือมาให้จับค่ะ แสงเดือนก็จับมือคุณหมอไป ตามประสาอเมริกัน คุณหมอก็บีบมือนิดหน่อย สามสิบวินาทีผ่านไป คุณหมอก็ชวนแสงเดือนไปที่ออฟฟิศ แสงเดือนก็งงๆ เขาก็ถามไม่ไปเหรอ เสียงคุณพี่อ้อนสุดฤทธิ์

พี่หมอคนที่สาม

วันนั้นแสงเดือนฝึกงานกับเลขาของฟลอร์ค่ะ พี่หมอเขาก็โกรธที่ประธานาธบดีจะเปลี่ยนอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับ Health Care พี่หมอก็พูดกับพยาบาลผู้ชายอีกคน ทุกครั้งที่พูดถ้าพี่หมอหันมาหาแสงเดือน แสงเดือนก็ยิ้มให้ค่ะ พี่หมอก็ยิ้มตอบ แล้วพี่หมอก็เอา Chart มาวางไว้ที่แสงเดือน ปกติจะเอาวางไว้ที่ชั้นรับออร์เดอร์ ตอนพี่หมอเอามาให้ พี่หมอก็ส่งสายตาปิ๊งๆ ให้ แสงเดือนก็ยิ้มตอบสิคะ แสงเดือนก็ชีกอหลบในเหมือนกันค่ะ อิอิ

ครั้งล่าสุด แสงเดือนช่วย Charge Nurse ติดแผ่น EKG ที่นี้แสงเดือนก็เห็น Chart มันวางอยู่ แสงเดือนก็จะเอาแผ่น EKG ไปติด พี่หมอมาจากไหนไม่รู็ก็พูดว่า Chart นั่นเป็นของคนไข้ฉันหรือเปล่า แสงเดือนก็ตกใจเอามือออกแบบกลัวๆ พี่หมอก็บอกว่า เอามานี่ เอามาให้ฉันจดอะไรก่อน เดี๋ยวฉันจะลืม เธอไม่ต้องมาขโมย Chart ฉันอีกนะคะ แสงเดือนก็บอกว่า ดิฉันไม่ได้ขโมยนะคะ พี่หมอก็หัวเราะหึ หึ พี่หมอก็บ่น เธอนี่ยังไง ชอบขโมยของของฉัน แล้วก็หัวเราะหึ หึ แสงเดือนก็บอกว่า งั้นเดี๋ยวแสงเดือนจะไปไกลๆนะคะ แสงเดือนก็ไปทำอีกที่หนึ่ง พี่หมอก็ตามมาเอา Chart อีกอันหนึ่ง พี่หมอก็พูดว่า ฉันบอกแล้วไงว่าเธอชอบขโมย นี่ก็ Chart คนไข้ฉันเหมือนกัน หัวเราะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า แล้วพีเลี้ยงพยาบาลแสงเดือนก็บอกว่า เธอเป็นคนเลวนะคะ แสงเดือนเเป็นคนเลวนะคะ แล้วพี่เลี้ยงก็หัวเราะ พี่หมอก็พูดว่า ฉันก็เชื่อจริงๆ นะว่าแสงเดือนเป็นคนเลวมากๆ ฉันเชื่อเชื้อ แล้วพี่หมอก็หัวเราะหึหึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

แสงเดือนก็เลยเดินหนีไปอีกที่หนึ่งค่ะ พี่หมอก็มาอีกแหละ แสงเดือนไม่เห็น ไม่ได้มองอะไรก็ทำงานของแสงเดือนไป จนพยาบาลอีกคนหนึ่งก็บอกว่า ดูสิ พี่หมอเอา Chart มาให้ แสงเดือนหันไป พี่หมอก็อยู่ใกล้ซะจนดมกลิ่นรักแร้พี่หมอได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า พี่หมอก็บอกว่า นี่ไง Chart ของเธอ แล้วก็หัวเราะออกไป ใครๆ ที่อยู่ใกล้แถวนั้นก็หัวเราะกันไปค่ะ

คนไข้บ้างนะคะ

คนไข้ค่อนข้างสับสนค่ะ ชอบถามแสงเดือนจริงๆค่ะ ว่า เรียนเกรดอะไรแล้ว แสงเดือนก็บอกว่า เรียนจบแล้ว เป็นพยาบาลค่ะ

อันนี้แสงเดือนไม่ได้ประสบเองนะคะ เพื่อนพยาบาลค่ะ เพื่อนบอกว่า ไปห้องคนไข้คนนี้ทีไรก็เห็นคนไข้จับของสงวนตัวเองตลอด ที่นี้พยาบาลก็เริ่มรู้แล้วว่าคนไข้คนนี้ไม่ชอบมาพากล ก็บอกให้พยาบาลผู้ชายไปดูแล หลังจากนั้นก็ไม่มีปัญหาอีกเลยค่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

คนไข้อีกคนหนึ่งก็ติด Telemetry อยู่นะคะ Monitor Tech ก็เห็นในจอว่าคนไข้คนนี้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เหมือนหัวใจจะล้มเหลว พยาบาลทั้งหลายก็วิ่งไปห้องนั้น
เปิดประตูออกไป คุณเธอช่วยตัวเอง พยาบาลสาวๆ ก็หน้าแดงออกมา ปิดประตูแล้วก็บอกว่า Take your times.

คนทำความสะอาดชีกอ

บางทีแสงเดือนก็ต้องไปเรียนเพิ่มเติมตามที่โรงพยาบาลจัดให้ ทีนี้มันเป็นเวลาเดียวกับไอ้แก่ เอ่อ สามีค่ะ แต่เลิกก่อนสามี ก็รอให้สามีมารับ ระหว่างที่รอ แสงเดือนก็อ่านหนังสือไป คนทำความสะอาดก็มาถาม มาคุยไม่ยอมให้แสงเดือนได้อ่านหนังสือเลยค่ะ ถามนั่นถามนี่ แล้วก็บอกว่า เขาอยู่บ้านคนเดียว ว่างๆ ไปเที่ยวบ้านเขาบ้างมา

 

โดย: แสงเดือน IP: 74.127.68.136 14 กันยายน 2552 4:51:31 น.  

 

เขียดมาทำงานไม่เท่าไร เพิ่งได้เรื่องเน่าๆ 2 วันที่แล้วนี่เอง จากใครละคะ จากพี่จอน สุดหล่อน่ะสิ เรียกแกมาฉะเลยแหละ
เรื่องมีอยู่ว่า ตั้งแต่วันที่รู้จักพี่เขา ก็มีไปออกกำลังกายด้วยกัน เอาอาหารมาแบ่งกันกิน แฟนเก่าแกเป็นคนไทย แกก้อกินอาหารไทยได้ เขียดชอบคุยกัยแก เพราะอาชีพเดียวกัน แกก้อน่ารักดีด้วย มี CNA คนนึงมันไม่เคยทักเราเลย เราทัก ก็หน้าบูดใส่ เวลาพี่จอนมาที่ตึกแกก้อตรงดิ่งมาคุยด้วย ยัยนี่ก็จ้องตาเขม็ง เราเข้าใจว่ามันจับผิดหาว่าเรากับพี่จอนทำไรกันหรือเปล่า เราระวังตรงนี้เพราะแต่งงานแล้ว ที่ไหนได้มีคนมาบอกว่า นังอ้วนเตี้ยฟิลิปปินนี่ มันแอบชอบพี่เขา คุณรู้สึกอย่างไรใครสักคนทำหน้าเกลียดชังคุณทุกวัน โดยที่คุณไม่รู้สาเหต ฉันก้อไม่พอใจสิคะ บอกกับเพื่อนว่า ผิดตรงไหนที่ฉันเกิดมาสวย และใครๆก็รุมชอบฉัน เพื่อนฮาลั่นเลย เรียกพี่จอนมาจัดการสิคะ ฉันบอกพี่เขาว่า เด็กนั่นอ่อนกว่าฉันจริง น่ารัก ใช่ แต่ฉัน สวย เก่ง ฉลาด เซ็กซี่ หุ่นดี น่ารัก มีเสน่ห ทุกๆวัน มีแค่คนถามไปกินข้าวด้วย ชีเทียบฉันไม่ได้เลย และถ้าฉันเป็นคุณ ฉันจะไม่เดทผู้หญิงความคิดโง่ๆ แคบๆ แบบนี้ มันไม่ยุติธรรม ฉันมาทำงาน ไม่ได้มาเอาเรื่องเน่าๆแบบนี้ และคุณตัวปัญหา ฉันไม่อยากคุยกับคุณอีก คือเด็กนี่จะเดินมาพร้อมแม่เขา เพราะทำงาน เป็น CNA เหมือนกัน บูดใส่เราทั้งแม่ทั้งลูก ไม่ชอบค่ะ พี่จอนเหวอไปเลย แกคงไม่คิดว่าเราหลงตัวเองขั้นกู่ไม่กลับ

 

โดย: เขียด IP: 98.166.60.194 14 กันยายน 2552 5:20:58 น.  

 

ตอน พยาบาลขี้งอน

ที่ฟลอร์ของแสงเดือนก็จะมี Monitor Tech ที่คอยดูการเต้นของหัวใจของคนไข้ทั้งฟลอร์ของแสงเดือน และอีกฟลอร์หนึ่ง แล้ว Nurse Manager ก็มอบหมายให้ดูแลเครื่องวัดออกซิเจน เพจเจอร์ และกุญแจห้องยาตามห้องคนไข้ เมื่อก่อนคนที่ดูแลจะเป็นเลขาของฟลอร์ ที่นี้พยาบาลคนนั้นก็ไปเอาเครื่องวัดออกซิเจนจากมอนิเตอร์ เทค มอนิเตอร์เทคก็ไม่ให้เขาสักที เพราะเป็นช่วงที่เปลี่ยนเวรแล้วก็พยาบาลเวรกลางคืน ยังไม่คืนเครืองวัดออกซิเจนให้ วันนั้นแสงเดือนก็ไปฝึกงานกับมอนิเตอร์ เทค พอดี ก็เห็นเครื่องวัดออกซิเจน แสงเดือนก็บอกว่า เดี๋ยวจะเอาไปให้พยาบาลคนนั้น

แสงเดือนก็บอกว่า อแมนด้า นี่เครื่องวัดออกซิเจนกับกุญแจของเธอ เธอก็บอกว่า ไม่เอา ไม่เอา

แสงเดือนก็งง แสงเดือนหัวเราะ จริงสิ ไม่เอาจริงหรอก

พยาบาลที่อยู่ใกล้ๆ ก็บอกว่า เธอพูดเล่นน่ะ แต่แสงเดือนคิดว่า อแมนด้านี่ตอนพูดจริงจังมาก แล้วอแมนด้ามาบอกทีหลังว่า ไปเอาเครื่องนี้ตั้งหลายที มอนิเตอร์ เทค ไม่ให้ อแมนด้าก็เลยงอน

และแล้ว อแมนด้าก็ทำปากกาหายค่ะ หายไปไหนไม่รู้ แสงเดือนบอกว่า มีอยู่สองเล่ม จะยืมไหม อแมนด้าก็บอกว่าไม่เอา

ไปๆ มาๆ อแมนด้าก็มายืมแสงเดือน แสงเดือนก็บอกจะเอาเล่มไหน และแล้ว แสงเดือนก็เจอปากกาอแมนด้าติดอยู่กับเสื้อนั่นเอง

ที่จริง อแมนด้าเป็นคนน่ารักนะคะ แต่เป็นคนขี้งอน ชอบพูดอะไรแปลกๆ

 

โดย: แสงเดือน IP: 74.127.68.136 14 กันยายน 2552 6:34:30 น.  

 

แสงเดือน เรื่องCode Blueหายไปไหน มาเล่าต่อซะดี ๆ ทำให้พี่อารมณ์ค้าง 55

 

โดย: นิดหน่อย IP: 65.34.171.239 25 กันยายน 2552 19:29:56 น.  

 

ถือวีซ่าj1และสอบไลเซ่นกับtoeflผ่านแล้ว
เหลือเวลาที่อเมริกาอีก4เดือนค่ะ (สอบไลเซ่นของแคลิฟอเนีย)ทำอย่างไรดีคะ เพิ่งทราบว่าวีซ่าJ1ต้องรอ2ปีจึงจะเปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงานได้ แต่ถ้าสมัครงานได้ ทางรพ.จะsupportวีซ่าให้ไหม และถ้าไม่ ควรหาcollege communityเรียนดีไหม เพื่อให้ทางสถานทูตไทยเปลี่ยนวีซ่าให้เป็นF1(กลับไทยไปเปลี่ยนค่ะ)แล้วจากนั้นค่อยเปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงานอีกที ตอนนี้เครียดมากค่ะ เหมือนใกล้จะสำเร็จแต่ก็มีอุปสรรค ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับเพื่อนๆที่ช่วยตอบนะคะ

 

โดย: กบ IP: 65.27.219.157 6 ตุลาคม 2552 7:54:26 น.  

 

อยากให้คุณกบเช็คดูว่า วีซ่าที่ถืออยู่ติดเงื่่อนไขนี้หรือเปล่า เท่าที่ทราบคือ ไม่ใช่ J1ทุกคนติดเงื่อนไขอันนี้ นิดหน่อยเองก็ไม่แน่ใจด้วยว่า เงื่อนไขสองปีของวีซ่า J1 คือ ไม่สามารถยื่นขอวีซ่าประเภทอื่นได้จนกว่าจะกลับไปอยู่ประเทศของตัวเองเป็นเวลาสองปี หรือแค่กลับไปอยู่เมืองไทยสองปี แต่ในระหว่างนั้นสามารถยื่นขอวีซ่าประเภทอื่นได้?? อยากให้หาข้อมูลเรื่องนี้ค่ะ ซึ่งระยะเวลา 4 เดือนของวีซ่าJ1ที่เหลืออยู่ก็ไม่ได้นานนัก ไม่ทราบว่าการเปลี่ยนF1จะช่วยอะไรได้มากไหม เพราะการขอวีซ่าทำงานก็ยังต้องผ่านกระบวนการตามปกติ คือ สมัครงาน หาสปอนเซอร์ให้ได้ เมื่อนายจ้างยื่นเรื่องให้ ก็ต้องรออีกนาน

แนะนำให้เข้าเวบwww.usvisa4thai.com สมัครสมาชิกแล้วโพสต์ถามคุณLawanwadeeดีกว่าค่ะ

 

โดย: นิดหน่อย IP: 76.111.38.122 6 ตุลาคม 2552 21:52:00 น.  

 

นิดหน่อยไปค้นข้อมูลมาเพิ่มค่ะ ที่บอกว่า ผู้ถือวีซ่าJ1 มีอยู่ 3 กลุ่มที่อยู่ในเงื่อนไขต้องกลับไปอยู่ประเทศของตัวเองเป็นเวลา 2 ปีหลังจากวีซ่าหมดอายุ(The two year residency requirement) ดูเวบนี้ค่ะ //www.shusterman.com/j-vsa.html ไม่เห็นมีข้อมูลตรงไหนที่บอกว่า J1ต้องรอ 2 ปีถึงจะเปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงานได้เลยนี่คะ คุณกบลองเช็คเงื่อนไขวีซ่าที่ตัวเองถืออยู่ดูก่อนเถอะค่ะ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะติดเงื่่อนไข 2 ปีหรือไม่ การขอเปลี่ยนเป็นวีซ่าF1 คิดว่าจะไม่ช่วยอะไร นอกจากจะได้อยู่ในอเมริกาต่อไปในฐานะนักเรียน ซึ่งต้องลงทะเบียนเรียนอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาสถานภาพเอาไว้ เท่าที่อ่านเจอ เห็นว่ายื่นขอเปลี่ยนเป็นF1ในอเมริกาก็ได้ แต่การอยู่ในสถานะนักเรียนก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเรียนต่อไปเรื่อย ๆ ในประเด็นนี้ นิดหน่อยว่า ใช้เวลา 4 เดือนที่เหลืออยู่ สมัครงานพยาบาล หาสปอนเซอร์วีซ่าทำงานให้ได้ จากนั้นก็กลับไปรอคิววีซ่าทำงานที่เมืองไทย น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าไหมคะ

 

โดย: นิดหน่อย IP: 76.111.38.122 7 ตุลาคม 2552 19:25:13 น.  

 

ขอบคุณมากจริงๆค่ะ คุณนิดหน่อยสำหรับคำตอบ
ที่ต้องทำตอนนี้คือหางาน แล้วก้อขอให้เค้าsponsor visaให้ แล้วcertificate paper workคืออะไร ทำที่ไหน แล้วรอนานไหมคะ ความหมายของคุณนิดหน่อย คือกลับไทยไปรอคิววีซ่าทำงาน จะนานไหมคะ ทั้งหมดนับจากนี้ต้องรอเป็นปีไหม หลังจากรพ. ตอบรับเข้าทำงานกับเราแล้ว
ขอบคุณนะคะ

 

โดย: กบ IP: 65.27.219.157 11 ตุลาคม 2552 13:00:01 น.  

 

การติดต่อกับagencyที่นี่เพื่อหางาน
บทบาทของเค้าคือช่วยเราหางาน
แล้วอย่างอื่นมีอะไรอีกบ้างคะ ที่agencyจะช่วยเราได้
ค่าใช้จ่ายสำหรับagencyเท่าไหร่คะ
ระยะเวลานานไหม ที่agencyจะหางานได้

 

โดย: กบ IP: 65.27.219.157 11 ตุลาคม 2552 13:03:36 น.  

 

ขั้นตอนแรกของการขอวีซ่าทำงาน คือ หาสปอนเซอร์ วีซ่า ใช้เวลาช่วงที่คุณกบยังอยู่ในอเมริกานี้ ลองติดต่อโรงพยาบาลหรืออเจนซี่ สอบถามเงื่อนไข รายละเอียดต่าง ๆ ซึ่งโดยทั่วไปสปอนเซอร์จะไม่เรียกค่าใช้จ่ายจากเรา แต่ก็มักมีข้อผูกมัดให้ทำสัญญาว่าจะต้องทำงานให้เขาเท่านั้นเท่านี้ปี นิดหน่อยหารายชื่ออเจนซี่ที่รับเป็นสปอนเซอร์มาให้ คุณกบลองดูอันนี้ //www.nursetogether.com/DesktopModules/EngagePublish/printerfriendly.aspx?itemId=96&PortalId=0
ถ้าคุณสมบัติของเราตรงตามที่ต้องการ อเจนซี่ก็จะตอบรับเป็นสปอนเซอร์ให้ ขั้นต่อไปคือ ส่งเอกสารและรายละเอียดต่าง ๆ ไปให้อเจนซี่เพื่อทำเรื่องขอวีซ่า หลังจากจากนั้นก็เป็นระยะของการรอคอย รอหนังสือตอบรับจากUSCIS และรอไปจนกว่าจะได้หนังสือจากสถานทูตแจ้งให้ไปตรวจร่างกายและเตรียมสัมภาษณ์ ด้วยเหตุที่ระยะรอคอยอันยาวนานนี้เอง นิดหน่อยจึงไม่แนะนำให้คุณกบเปลี่ยนเป็นวีซ่านักเรียน เพราะไม่รู้ว่าจะต้องรอไปนานกี่ปี ถ้าถือวีซ่านักเรียนก็จะได้อยู่อเมริกาต่อ แต่ต้องลงทะเบียนเรียนเพื่อรักษาสถานภาพ ค่าใช้จ่ายก็จะบานปลายไปเรื่อย ๆ การกลับไปรอวีซ่าทำงานที่เมืองไทยจึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ในระหว่างที่รอวีซ่าทำงาน อยากให้ลองทางเลือกอื่นด้วย เช่น สมัครLottery Visa ซึ่งสมัครได้ทุกปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือทำงานเก็บสะสมประสบการณ์ในเมืองไทยไปเรื่อย ๆ หรือไปทำงานประเทศอื่นที่ได้วีซ่าทำงานง่ายกว่า
เพราะการขอวีซ่าสำหรับพยาบาลต่างชาติเพื่อเข้ามาทำงานในอเมริกาในช่วงนี้ยากมาก ๆ อย่างที่นิดหน่อยเคยเล่าให้ฟังในหัวข้อ: อยากเป็นพยาบาลอินเตอร์ฯ สถานการณ์Retrogressionตอนนี้ยังไม่ดีขึ้น ร่างกฎหมายที่ยื่นเสนอให้มีการเปิดโควต้าวีซ่าสำหรับพยาบาลต่างชาติก็ยังไม่คืบหน้า จำนวนพยาบาลต่างชาติที่ยื่นเรื่องเข้าไปยังตกค้างอยู่อีกมาก ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่า จะต้องรอนานกี่ปี

ปล. เข้าไปอ่านความคิดเห็นของพยาบาลเกี่ยวกับปัญหาการรอคอยวีซ่าที่เวบ //allnurses.com/ แล้วค้นคำว่า Retrogression

ส่วนอันนีี้ เวบติดตามสถานการณ์โควต้าวีซ่าแต่ละประเภท สำหรับวีซ่าพยาบาล ดูตรงEmployment Based //travel.state.gov/visa/frvi/bulletin/bulletin_1770.html

สองเวบนี้ ติดตามร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการเปิดโควต้าให้พยาบาลต่างชาติเข้ามาทำงานในอเมริกา //www.govtrack.us/congress/bill.xpd?bill=h111-2536

//www.opencongress.org/bill/111-h2536/show


สำหรับคำถามที่ว่า certificate paper work คืออะไร นิดหน่อยก็ไม่แน่ใจค่ะ ต้องสอบถามจากอเจนซี่หรือโรงพยาบาล แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ พยาบาลจะต้องมีVisaScreen Certificate ซึ่งต้องใช้ประกอบการสัมภาษณ์วีซ่า ถ้าคุณกบยังไม่มีเอกสารตัวนี้ ยื่นสมัครได้ที่เวบCGFNSค่ะ

 

โดย: นิดหน่อย IP: 76.111.38.122 12 ตุลาคม 2552 12:42:29 น.  

 

ไม่ว่าโรงพยาบาลหรือnursing agencies เมื่อเขาทำเรื่องขอวีซ่าให้เรา ก็อยากได้เราไปทำงานให้โดยเร็วนั่นแหละค่ะ แต่มันเป็นไปได้ เพราะติดขัดที่การออกวีซ่า ซึ่งช้าเหลือเกิน

 

โดย: นิดหน่อย IP: 76.111.38.122 13 ตุลาคม 2552 4:25:03 น.  

 

ขอบคุณ คุณนิดหน่อยมากนะคะ
สำหรับคำตอบทั้งหมด
ถ้าโชคดี หวังว่าคงได้เจอกันค่ะ

 

โดย: กบ IP: 65.27.219.157 17 ตุลาคม 2552 5:47:19 น.  

 

พี่นิดหน่อยค่ะหนูเข้ามาอ่านทุกวันตอนนี้ฝึกภาษาทุกวัน ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน อยากทำงาน ที่CA จะรอนานหน่อยก็ไม่เป็นไรภาษายังไม่ดี ตั้งใจมากๆแต่ไม่รีบร้อนค่ะกำลังติว nclexเอง และหาทีเรียนเสริมปีหน้า คงได้สอบสมใจเจอพี่นิดหน่อยเขียนทุกครั้งมีกะลังใจทุกครั้ง พี่นิดหน่อยรู้มั้ยว่าเหตุผลหลักที่อยากมาคือโอกาสในการหาประสบการมากกว่า แป้งเป็นคนชอบภาษาแต่ไม่เก่ง อยากให้ครอบครัวมีโอกาสดีๆในโลกกว้างขึ้น ถ้าต้องรอแค่อีก 5-6ปีก็คุ้มมากมายค่ะ

 

โดย: แป้ง IP: 118.173.242.160 24 ตุลาคม 2552 14:28:08 น.  

 

ในเมื่อน้องตั้งใจจะมาทำงานในอเมริกา ก็ขอให้มุ่งมั่น ตั้งใจฝึกภาษา วันนี้ยังไม่เก่ง ฝึกไปเรื่อย ๆ ก็จะดีขึ้นเองล่ะ เมื่อภาษาดีขึ้น การเตรียมสอบNCLEXก็จะง่ายขึ้นเยอะ ส่วนเรื่องวีซ่าทำงานนั้น มันมีประเด็นการเมืองมาเกี่ยวข้อง ก็คอยติดตามการเปลี่ยนแปลงก็แล้วกันจ้ะ

 

โดย: นิดหน่อย IP: 98.251.37.54 25 ตุลาคม 2552 10:04:55 น.  

 

ขอบคุณค่ะพี่นิดหน่อย จะตั้งใจและพยายามเต็มที่ค่ะ

 

โดย: แป้ง IP: 118.173.242.49 25 ตุลาคม 2552 20:51:52 น.  

 

สวัสดีครับ เพิ่งได้ลองค้นหาความรู้เกี่ยวกับพยาบาลไทยในอเมริกาครับ ยินดีจริงๆ ที่ได้เห็นคอมเมนต์ของพี่ๆในบอร์ดนี้ ผมเพิ่งลงเรียน CNA ไปครับ เค้าบอกว่า ถ้าอยากเรียนทางด้านนี้ ลองเรียนตัวนี้ไปก่อน ถ้าsurvive ก้อค่อยเรียนต่อไปได้ ผมเพิ่งไปฉีด TB test เมื่อเช้านี้เอง อีกสองวันรู้ผลครับ ยินดีที่ได้รู้จักกับทุกคนอีกทีนะครับ

 

โดย: Allen (heaven_gender ) 19 พฤศจิกายน 2552 5:02:31 น.  

 

ยินดีที่ได้รู้จักว่าที่นักเรียนCNAค่า ดีใจจังที่น้องหาบล็อกเราเจอ น้องอยู่รัฐไหนคะ ประสบการณ์การเรียนCNAก็น่าสนใจนะ ถ้าน้องอยากแบ่งปันประสบการณ์จะทำบล็อกของตัวเองก็ได้ แล้วพี่ก็จะขอเอาลิงค์มาแปะในนี้ หรือถ้าไม่อยากทำบล็อกเอง ก็มาทำรวมกันกับพวกพี่ อบอุ่นดีออก :-)

 

โดย: นิดหน่อย IP: 98.251.37.54 19 พฤศจิกายน 2552 22:18:36 น.  

 

สวัสดีค่ะคืออยากสอบถามพี่ๆที่มีประสบการณ์ในการทำงานพยาบาลค่ะ คือหนูจบพยาบาล 2 ปี พยาบาลเทคนิคค่ะ ไม่มีโอกาสเรียนต่อ จบจาก วพด ขก ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น จบแล้วเขาบรรจุในตำแหน่งเจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน รับราชการที่สถานีอนามัย 9 ปี แล้วย้ายเข้ามาทำที่ สสอ อีก 5 ปี ทราบว่าที่นี่ หากอยากทำงานเขาจะเรียกว่า LPN ในกรณีนี่หนูอยากทราบตั้งแต่เริ่มต้น ค่ะ ว่าหนูต้องทำอย่างไรบ้าง ต้องส่งทรานสคริปไปเปรียบเทียบหลักสูตรหรือเปล่า แล้วหนูจะทำงานอะไรได้บ้าง ทราบว่า ไลเซ่นเมืองไทยใช้ไม่ได้ คืออยากเตรียมตัวค่ะ ตอนนี้อยู่ที่บ้านเฉยๆ แล้วเซ็งมาก หนูแต่งงานกับคนเมกันค่ะ ตอนนี้อยู่ที่โอเรกอนมาด้วย k3 อยากเตรียมตัวก่อนได้รับกรีนการ์ด นะค่ะ รบกวนหน่อยนะค่ะ ถ้ามีใครอยากสงเคราะห์ช่วยตอบข้อสงสัยที่อีเมลจักเป็นพระคุณอย่างสูง อย่าบอกให้ไปเรียนต่อนะค่ะ ตอนนี้ไม่มีตังค์ค่ะ อยากหาตังค์ก่อน ค่ะ nonnie_chernghorm@hotmail.com

 

โดย: นนทจิต IP: 71.20.175.143 12 กุมภาพันธ์ 2553 23:53:07 น.  

 

งานที่สามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ไลเซ่นก็คือ Caregiver ให้ลองอ่านประสบการณ์ของหนูแหม่มนะคะ

ส่วนตำแหน่งอื่นจะต้องมีไลเซ่นก่อน ได้แก่

งานผู้ช่วยพยาบาล(CNA) ตามระเบียบของรัฐโอเรกอน เท่าที่ดูในใบสมัคร เห็นว่าต้องส่งสำเนาใบประกาศฯของหลักสูตรCNAด้วย ก็เลยคาดว่า คนที่ทำงานCNA จะต้องผ่านการเรียนหลักสูตรนี้มาก่อน จึงจะมีสิทธิเข้าสอบขอไลเซ่น ต่างจากบางรัฐที่ให้พยาบาลต่างชาติสามารถสอบCNAได้เลย โดยที่ไม่ต้องไปเรียน แต่บอร์ดโอเรกอนไม่ได้เขียนรายละเอียดตรงนี้เอาไว้แน่ชัด หากต้องการรายละเอียดคงต้องติดต่อสอบถามทางบอร์ดโดยตรง

ส่วนตำแหน่งงานLPN ก็จะต้องส่งทรานสคริปต์ไปทำการเทียบวุฒิกับบริษัทที่ทางบอร์ดรับรอง หากคุณสมบัติครบถ้วนจึงจะได้รับอนุญาตให้ทำการสอบ แต่ก็ไม่ทราบแน่ว่าวุฒิพยาบาลเทคนิคของไทยจะเทียบเท่ากับวุฒิLPNของอเมริกาไหม ยังไม่เคยมีใครมีประสบการณ์ตรงมาเล่าให้ฟังเลยค่ะ ซึ่งถ้าวุฒิไม่ตรง ก็อาจต้องเรียนเพิ่มเติมแต่คงไม่ใช่เริ่มเรียนใหม่ทั้งหมด

รายละเอียดเกี่ยวกับการขอไลเซ๋นCNAและLPN ดูได้จากเวบไซต์ของบอร์ดโอเรกอน

//www.oregon.gov/OSBN/RN-LPNlicensure.shtml#Nurses_Educated_Outside_the_US

 

โดย: นิดหน่อย IP: 98.251.37.54 13 กุมภาพันธ์ 2553 22:19:56 น.  

 

ขอคำแนะนำด้วยค่ะดิฉันเรียนผช.พยาบาลที่นิวซีแลนด์เพิ่งจบและรอสอบ state examวันที่16 มีนานี้ แต่ดูแล้วไม่มีตำแหน่งให้ทำงานที่นีถ้าจะทำก็คงป็นได้แค่ caregiverพูดง่ายๆคือไม่อยากทำ ดิฉันเสียดายเวลาที่เรียนมา 1 ปีและเงินที่เสียไปก็มากอยู่ แต่ทาง provider บอกว่าจะเปิด enroll nurse ปีหน้า 2011 ก็คิดหนักว่าจะเรียนดีมั๊ยอายุเริ่มมากขึ้นด้วย รบกวนผู้รู้แนะนำด้วยค่ะ ขอบคุณมาก

 

โดย: เหมียว IP: 219.89.14.173 10 มีนาคม 2553 12:44:44 น.  

 

นิดหน่อยไม่ทราบนะคะว่าทางนิวซีแลนด์มีปัญหาเศรษฐกิจหนัก ๆ เหมือนอย่างอเมริกาไหม ถ้าปัญหาเศรษฐกิจไม่มีผลกระทบกับคุณเหมียว จะรอไปเรียนพยาบาลปีหน้าก็ได้ค่ะ อยู่ที่ว่าอยากเรียนไหม อยากเป็นพยาบาลจริง ๆ หรือเปล่า อายุคงไม่ใช่ข้อจำกัด เคยเห็นคนอายุสี่สิบห้าสิบเรียนพยาบาลก็มี

การทำงานcaregiver ถึงจะไม่ตรงตามวุฒิ รายได้ไม่มีเท่ากับงานผู้ช่วยพยาบาล แต่ก็เป็นโอกาสดีในการ"ก้าว"เข้าไปในงานที่เราอยากทำ ได้รู้ใจตัวเองด้วยว่าชอบงานสายนี้จริง ๆ ไหม นอกจากรายได้แล้ว ก็ยังจะได้ประสบการณ์การทำงาน ที่จะช่วยให้คุณมีโอกาสได้งานที่ดีขึ้นในอนาคตค่ะ

ในอเมริกาเป็นเรื่องปกติมาก ๆ ของการเรียนต่อเนื่อง พยาบาลวิชาชีพหลายคน เริ่มต้นจากการเป็น cargiverหรือ nurse aideมาก่อน แล้วก็ทำงานเก็บประสบการณ์และเรียนต่อไปเรื่อย ๆ

ก็แล้วแต่คุณเหมียวจะตัดสินใจนะคะ เพราะสถานการณ์ของแต่ละประเทศก็คงแตกต่างกัน ที่เล่าให้ฟังก็เท่าที่ได้พบเห็นมาในอเมริกาเท่านั้น

 

โดย: นิดหน่อย IP: 98.251.37.54 10 มีนาคม 2553 20:46:39 น.  

 

ขอบคุณคุณนิดหน่อยมากค่ะที่มาช่วยให้กำลังใจดิฉันเข้ามาอ่านอยู่บ่อยๆ
มีเอเจ้นโทรมาให้ไปดูแลคนป่วย ยังไม่ติดกลับว่าจะทำดีหรือไม่ยังสับสนและโมโหทาง รร.ที่โกหกไม่มีตำแหน่งให้แต่ก็เปิดสอน
ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆพยาบาลที่อเมริกาทุกๆท่านด้วยนะค่ะ

 

โดย: เหมียว IP: 222.152.77.142 12 มีนาคม 2553 3:29:29 น.  

 

เข้าใจความรู้สึกคุณเหมียวนะคะ โรงเรียนคงไม่ได้ตั้งใจโกหกหรอกมั้งคะ เพียงแต่ยังไม่มีตำแหน่งงานว่าง ในช่วงที่คุณเหมียวเรียนจบพอดี ขอเป็นกำลังใจให้ได้งานเร็ว ๆ นะคะ

ตอนนี้นิดหน่อยก็ประสบปัญหาคล้ายกัน คือ เรียนจบหลักสูตรDialysis ภาคทฤษฎีแล้ว แต่โรงเรียนยังติดต่อหาที่ฝึกปฏิบัติให้ไม่ได้ เข้าใจว่าทางโรงเรียนก็พยายามช่วยอยู่ แต่ก็อดหงุดหงิดไม่ได้

 

โดย: นิดหน่อย IP: 98.251.37.54 12 มีนาคม 2553 6:44:15 น.  

 

สวัสดีครับ เสริจ มาเจอบลอกนี้ ดีมากๆ ขอเป็นสมาชิกด้วยคนครับ
... ผมเป็นพยาบาลวิชาชีพ เคยทำงานที่ ER และลำเลียงผู้ป่วยทางอากาศ ( Flight Nurse or Air Evacuation Nurse) ปัจจุบัน ทำงานที่ไม่เกี่ยวกับพยาบาลเลย อยู่ อเมริกา สัญญา 3 ปี (แต่ใบประกอบยังถืออยู่ ) .. อยากหาช่องทางทำงานพยาบาลอีกครั้ง ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี ขอคำแนะนำจากผู้รู้ด้วยครับ จักขอบพระคุณอย่างสูง
ครับ...

 

โดย: อินคา IP: 63.76.233.2 17 มีนาคม 2553 3:27:20 น.  

 

คุณอินคา อยู่รัฐไหนคะ ไลเซ่นยังแอคทีฟอยู่ไหม CPR cardยังใช้ได้อยู่หรือเปล่า ถ้าทั้งสองอย่างยังไม่หมดอายุ ก็เตรียมเรซูเม่ เริ่มหางานเลยค่ะ คุณสมบัติอย่างคุณไม่น่าหางานยาก พยาบาลชาย เคยทำงานอีอาร์ แถมมีประสบการณ์Flight nurseด้วย เท่ห์มาก ๆ

 

โดย: นิดหน่อย IP: 98.251.37.54 17 มีนาคม 2553 21:20:04 น.  

 

เรียน คุณนิดหน่อยครับ
ขอบึคุณมากครับที่แนะนำ
ผมอยู่ วอชิงตัน ดีซี ครับ ตอนนี้ LC ยัง Active ครับ CPR card ที่นี่หมายถึงอะไรครับ ...ตอนนี้ผมทำงานที่ไม่ใช่งานพยาบาลที่สถานทูตครับ ผมเป็นหทาร...ระหว่างนี้อยากหาช่องทางที่จะสามารถอยู่ต่อและทำงานได้ครับ
ตอนนี้ถือวีซ่าการทูต ทำอะไรยังไม่ได้ครับ...

 

โดย: อินคา IP: 63.76.233.2 18 มีนาคม 2553 1:22:37 น.  

 

CPR certificateน่ะค่ะ ที่เราต้องไปเข้าคอร์สCPR แล้วก็จะได้certificate เป็นการ์ดเล็ก ๆ มีอายุ 2 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในMinimal requirements ของพยาบาล

จากรายละเอียดที่คุณอินคาเล่าให้ฟัง คุณมีคุณสมบัติเป็นที่ต้องการของโรงพยาบาลต่าง ๆ ไลเซ่นก็มีพร้อม คอร์สCPRไปเรียนแค่วันสองวันก็ได้แล้ว จะเหลือปัญหาใหญ่ก็คือเรื่องวีซ่านี่ล่ะค่ะ ถ้าหากคุณสามารถเปลี่ยนวีซ่าให้เป็นวีซ่าประเภทอื่นที่สามารถทำงานได้ แผนการทำงานพยาบาลที่คุณวางไว้ก็มีความเป็นไปได้ค่ะ

 

โดย: นิดหน่อย IP: 98.251.37.54 18 มีนาคม 2553 2:25:26 น.  

 

กำลังติดต่อคะ

 

โดย: ปูเป้ IP: 61.7.235.233 3 เมษายน 2553 3:36:15 น.  

 

สวัสดีคะพี่นิดหน่อย
ปูเป็นพยาบาล ICU med ทำงานมา ปี แล้วคะ เรียบจบพยาบาล2 ปี ตอนนี้จบพยาบาลศาสตร์แล้ว มีน้องอยู่ที่ ฮาวาย จึงอยากไปทำงานที่อเมริกามากๆๆๆๆๆๆเลยคะ พี่ช่วยแนะนำให้หน่อยไดมั้ยคะว่าปูควรจะทำอะไรบ้างตั้งแต่เริ่มต้น และสามารถไปได้เร็วที่สุด ภาษาอังกฤษก็ไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ กำลังเรียนอยู่คะ และจะพยายามให้มากที่สุด พี่ช่วยแนะนำให้หน่อยนะคะ โชคดีจริง ๆที่เจอพี่จึงทำให้ปูมีความหวังมากขึ้นเลยคะ ถึงจะใช้เวลาพอสมควรแต่ก็จะพยายามคะ และช่วยแนะนำ agency เมืองไทยให้หน่อยนะคะ ขอบพระคุณมากๆๆเลยคะ poope.lp@hotmail.com

 

โดย: ปูเป้ IP: 61.7.235.233 3 เมษายน 2553 3:45:09 น.  

 

การมาทำงานในอเมริกา นอกจากสอบขอไลเซ่น(หรืออาจต้องสอบอย่างอื่นด้วยถ้าบอร์ดกำหนด) แล้วก็ยังต้องมีวีซ่าที่อนุญาตให้เข้ามาอยู่มาทำงานในอเมริกาค่ะ น้องเข้าไปอ่านในหัวข้ออยากเป็นพยาบาลอินเตอร์ทำอย่างไรฯ ในนั้นจะมีแนวทางและข้อมูลเรื่่องวีซ่าอเมริกา ซึ่งถ้าน้องมีโอกาสได้วีซ่า เช่น จากการแต่งงานกับอเมริกันซิติเซ่น หรือ จากการสุ่มคัดเลือก การจะได้มาอเมริกาก็เร็วขึ้น แต่ถ้าจะรอวีซ่าจากการทำงาน ก็ต้องรอหลายปี

ส่วนวิธีการขอไลเซ่น ก็ต้องเข้าไปดูที่เวบไซต์ของบอร์ดฮาวายค่ะ

 

โดย: นิดหน่อย IP: 68.18.31.21 3 เมษายน 2553 23:59:20 น.  

 

ก็คอลัมเปิดห้องสนทนาน่ะค่ะสนุกดี ได้ประโยชน์เพราะเราไม่รู้วัฒนธรรมทางความคิดของคนที่นี่ และไม่มีใครสอนเราได้ จึงได้แต่ศึกษาจากพี่ๆกัน เพราะหนูเป็นคนไว้ใจคนง่าย แต่ไม่ใจง่ายนะ 55 แต่พี่นี่สุดยอดเลยเน๊อะสามารถผ่านcgfns-cpได้ นู๋งี้ถอยเลยโชคดีที่ nevada board ไม่ require ไม่งั้นแย่แน่ โชคดีค่ะ

 

โดย: เม IP: 68.96.225.173 14 พฤษภาคม 2553 11:54:58 น.  

 

สอบถามหน่อยครับว่าจบพยาบาลไตเทียมแล้วจะไปทำงานที่ต่างประเทศได้ยังไงบ้างครับ มีศูนย์ไตเหมือนบ้านเราหรือปล่าว หรือเป็นพยาบาลธรรมดาจะดีกว่าครับ

 

โดย: nephro nurse IP: 110.49.15.78 24 มิถุนายน 2553 21:57:06 น.  

 

เราใช้เครื่อง fresenius เหมือนกันค่ะ ทำงานเหมือนกันค่ะ และเขานับประสบกานที่ไทยด้วย เข้า //www.fmc4me.com
จะเห็นว่ามีภาษาไทยด้วย พี่ได้สูงกว่าพยาบาลฝรั่งที่ทำงานที่นี่มา 8 ปี งาน full time รายได้ดีมาก สวัสดิการสวยมาก แล้วพี่ทำงานที่ 2 part time อยู่ที่ 41 ต่อ ชม
งานมันไม่เครียด ชอบค่ะ

 

โดย: เขียด (macdreamnurse ) 25 มิถุนายน 2553 6:58:32 น.  

 

งานไตเทียมเงินดี สวัสดิการดีจริง แต่กว่าจะได้มาทำเงินที่อเมริกาก็ต้องผ่านขั้นตอนอุปสรรคปัญหาหลายอย่าง ถ้าสนใจก็เข้าไปอ่านที่หัวข้อ: อยากเป็นพยาบาลอินเตอร์ทำอย่างไรฯ

 

โดย: นิดหน่อย IP: 98.251.37.54 25 มิถุนายน 2553 9:27:43 น.  

 

ตำรวจชาวออสเตรเลียได้เขียนสิ่งนี้ขึ้นเพื่อผู้หญิงทุกคน
นั่นเป็นเพราะว่าการลักพาตัวครั้งล่าสุดเกิดขึ้นกลางวันแสกๆ
ตั้งสติให้ดีก่อนจะทำการอะไรหากคุณกำลังอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ข้อความนี้สำหรับตัวของคุณเองและเพื่อให้คุณได้แบ่งปันให้กับภรรยา ลูก หรือทุกๆ คนที่คุณรู้จัก
หลังจากที่คุณได้อ่านคำแนะนำที่สำคัญเหล่านี้ .. คุณอาจต้องการที่จะเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รับรู้ โปรดส่งต่อให้กับคนที่คุณรักและเป็นห่วง
การระมัดระวังล่วงหน้าไม่ต้องแลกกับความสูญเสีย เพราะฉะนั้นปลอดภัยไว้ดีที่สุด
1. เคล็ดลับจากวิชาเทควันโด้
ข้อศอกเป็นส่วนที่แข็งแกร่งที่สุดในร่างกายของมนุษย์
หากคุณอยู่ใกล้คนร้ายในระยะที่จะใช้มันได้....จงใช้มันซะ
2. เคล็ดลับจากสมุดแนะนำนักท่องเที่ยว
ถ้าคนร้ายต้องการกระเป๋าเงินหรือของมีค่าของคุณ
อย่ายื่นให้กับเขา
จงโยนกระเป๋าเงินของคุณไปให้ไกลจากตัวเอง..
โอกาสที่คนร้ายจะสนใจกระเป๋าเงินของคุณนั้นมีมากกว่าที่จะสนใจคุณ
และนั่นจะทำให้เขาต้องไปหยิบกระเป๋าเงินที่อยู่ห่างจากตัวคุณ
ตอนนี้แหละ จงวิ่งไปอีกทิศทางหนึ่งให้เร็วที่สุด
3. ถ้าคุณเกิดถูกลากหรือโยนเข้าไปในท้ายรถของคนร้าย
สิ่งที่คุณควรทำคือให้ถีบไฟท้ายจนหลุดออกมา
ยื่นแขนของคุณออกมาจากช่อง แล้วเริ่มโบกมืออย่างบ้าคลั่ง
คนขับไม่เห็นสิ่งที่คุณทำ แต่คนอื่นจะเห็น
วิธีนี้ได้ช่วยหลายต่อหลายชีวิตมาแล้ว..
4. คุณผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะนั่งอยู่บนรถเฉยๆ หลังจากช้อปปิ้ง เที่ยว กิน หรือ ทำงานเพื่อจะแต่งหน้า เปิดผ่านหนังสือ เช็คโทรศัพท์ ฯลฯ
ห้ามทำเป็นอันขาด
คนร้ายจะคอยเฝ้าดูพฤติกรรมของคุณ และสิ่งที่คุณทำเป็น
การเปิดโอกาสอันเหมาะสมเพื่อให้เขาเข้ามาทางที่นั่งข้างคนขับ
และเอาปืนจ่อหัวคุณเพื่อจะให้คุณขับไปตามทางที่เขาต้องการ
เพราะฉะนั้น....ทันทีที่คุณขึ้นรถ
จงล็อคประตู และรีบออกรถซะ........
แต่ถ้าเกิด....
คนร้ายอยู่บนรถกับคุณ
และเอาปืนจ่อขมับคุณไว้
อย่าขับรถออกไปตามที่เขาบอก
ย้ำ:
อย่าขับรถออกไปตามที่เขาบอก
สิ่งที่คุณควรทำคือ
เหยียบคันเร่งให้เร็วที่สุด
ขับพุ่งใส่กำแพงหรือสิ่งกีดขวางในละแวกนั้น
ถุงลมนิรภัยฝั่งคุณจะช่วยชีวิตคุณไว้
(เช่นเดียวกับฝั่งคนร้ายหากคนร้ายนั่งเบาะหน้า)
(หากคนร้ายนั่งอยู่เบาะหลัง เขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัส)
แต่ทันใดที่รถของคุณชน ให้รีบถอนตัวออกมา(จากถุงลมนิรภัย)
แล้ววิ่งออกจากรถสุดแรงเกิด
วิธีนี้จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นตรงที่คุณสามารถวิ่ง
เข้าหากลุ่มคนเพื่อขอความช่วยเหลือได้
หากคุณออกรถไปที่ไกลๆ ตามเส้นทาง/สถานที่ที่คนร้ายบอก
จะทำให้คนร้ายตามตัวคุณได้ง่าย เพราะคุณไม่รู้จักสถานที่นั้นดีเท่าเขา
5. ข้อแนะนำสำหรับการเดินไปที่รถของคุณ
ในลาน/โรงจอดรถ
ก.) จงระวัง:
มองไปรอบๆ ตัวของคุณ
มองเข้าไปในรถของคุณ
มองลอดไปบนพื้นฝั่งที่นั่งข้างคนขับ
และเบาะหลัง
ข.) ถ้ารถของคุณมีรถตู้จอดอยู่ข้างๆ
ให้ขึ้นรถทางฝั่งผู้โดยสารข้างคนขับ
คนร้ายจะจู่โจมเหยื่อของมันโดยการฉุด
ขึ้นรถตู้ในขณะที่เหยื่อกำลังจะเปิดประตูขึ้นรถ
เพราะฉะนั้นรถตู้น่าสงสัยเหล่านี้จึงมักที่จะจอดอยู่ฝั่งคนขับ
ค.) ให้มองไปที่รถที่จอดอยู่ข้างๆ คุณทั้งสองข้างของรถ
ถ้าเจอผู้ชายนั่งอยู่คนเดียวในฝั่งที่อยู่ใกล้รถของคุณมากที่สุด
สิ่งที่คุณควรทำคือเดินกลับเข้าไปในห้าง
หรือออฟฟิตเพื่อขอให้ยาม รปภ. หรือตำรวจเดินมากับคุณ
เพื่อส่งคุณขึ้นรถ
ไม่ต้องไปคิดมากกว่าคนอื่นหรือตำรวจจะมองคุณโรคจิตหรือเปล่า
เพราะการระมัดระวังเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในสถานการณ์อันน่าสงสัยนั้น
จงตระหนักอยู่เสมอว่า ปลอดภัยไว้ก่อน...
6. จง ใช้ลิฟต์ตลอดแทนที่จะใช้บันใด
เพราะบันใดเป็นสถานที่ที่แย่ที่สุดที่ผู้หญิงจะอยู่คนเดียว
มันเป็นที่ๆ เพอร์เฟคสำหรับคนร้าย
และน่ากลัวเป็นอย่างยิ่งในยามวิกาล

7. ถ้าคนร้ายมีปืน...
แต่คุณไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา
จงวิ่ง
เพราะโอกาสที่คนร้ายจะยิงถูกคุณมีเพียง
4 ครั้งใน 100 ครั้งเท่านั้น (เป้าวิ่ง)
และเป็นไปได้สูง ว่าจะไม่โดนอวัยวะสำคัญ
วิ่งงงงงงง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...การวิ่งซิกแซก

8. จุดอ่อนของผู้หญิงส่วนใหญ่คือ
ขี้สงสาร ขี้เห็นใจ
จงหยุดซะ
เท็ด บันดี้ เป็นฆาตรกรหน้าตาดี และการศึกษาสูง
เขาใช้จุดอ่อนข้อนี้ของผู้หญิงเพื่อลวงมาฆ่าเสมอ
เพราะฉะนั้นจงมีเหตุมีผล ดูสถานการณ์ด้วยความระมัดระวัง
จงช่างสังเกต หากพบข้อสงสัยแม้เพียงข้อเดียว
ก็ควรจะลีกเลี่ยงบุคคลนั้นๆ ให้เร็วที่สุด
9. เรื่องที่ควรตระหนักอีกข้อ:
เพิ่งจะมีคนมาเล่าให้ฉันฟังว่า เพื่อนสาวของได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กตอนกลางคืน และเธอก็คาดว่าเสียงนั่นดังมาจากระเบียงบ้านของเธอ เธอเลือกที่จะโทรแจ้งตำรวจแทนที่จะออกไปดูด้วยตัวเอง นั่นเป็นเพราะว่าเธอมีลางสังหรณ์ว่านั่นอาจจะเป็นกลลวง และตำรวจก็สั่งกับเธอว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามเปิดประตูเด็ดขาด”
เธอจึงเล่าให้ตำรวจฟังอีกว่าเสียงนั่นฟังดูเหมือนว่าเด็กนี่ได้คลานมาใกล้หน้าต่างของและเธอก็เป็นกังวลว่าถ้าหากเด็กคนนี้คลานออกไปถึงถนนก็จะถูกรถชน
ตำรวจจึงสั่งเธอว่า “ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างทางไปบ้านเธอแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ห้ามเปิดประตูเด็ดขาดไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรหรือเกิดอะไรขึ้น ตำรวจย้ำถึงสามรอบ”
ตำรวจเล่าให้เธอฟังต่อว่าพวกเขาคิดว่าน่าจะเป็นฆาตรกรที่ใช้วิธีเปิดเทปเสียงเด็กร้องไห้เพื่อจะหลอกหล่อให้ผู้หญิงออกจากบ้านมาดู โดยที่ฆาตรกรหวังใช้จุดอ่อนของผู้หญิงคือ ความขี้เห็นใจ ขี้สงสาร นั่นเอง แต่ทางตำรวจก็ยังจับตัวฆาตรกรกลุ่มนี้ไม่ได้ ก่อนหน้านี้ก็มีการโทรมาแจ้งและได้เล่าเรื่องเดียวกัน คือได้ยินเสียงเด็กมาจากนอกบ้าน หน้าต่าง หน้าประตู เวลากลางคืน และทุกสายที่โทรมาแจ้งล้วนแต่เป็นผู้หญิงที่อยู่บ้านคนเดียวทั้งสิ้น
10. ถ้าคุณตื่นขึ้นมากลางดึกและได้ยินเสียงเหมือนว่าก๊อกน้ำถูกเปิดอยู่หรือท่อน้ำของคุณแตกนอกบ้าน ห้ามออกไปเดินสำรวจเด็ดขาด เพราะมีคนกลุ่มนึงจะเข้าไปเปิดก๊อกน้ำบ้านคุณให้สุดเพื่อให้คุณได้ยินและออกมานอกบ้าน นั่นคือเวลาที่พวกเขาจะโจมตีคุณ
จงมีสติอยู่ตลอดเวลา, อยู่อย่างระมัดระวัง, ตรวจสอบความปลอดภัย, และอย่าลืมดูแลกันเองระหว่างคุณกับเพื่อนบ้านด้วย
กรุณาส่งอีเมลฉบับนี้..เพื่อเผยแพร่มัน

เพราะ ในอีเมลนี้ …
เรื่องเทปเสียงเด็กร้องไห้ ได้ถูกกล่าวว่ากลุ่มฆาตรกรหกลุ่มนี้เป็นที่ต้องการอันดับหนึ่งของตำรวจในสหรัฐอเมริกา

ฉันอยากให้คุณส่งมันให้กับคนอื่นๆ ด้วย
เพราะมันอาจช่วยชีวิตคนได้อย่างแน่นอน. แสงไฟจากเทียนไขเล่มหนึ่งจะไม่มีวันมืดลงหากมีเทียนเล่มอื่นๆ มาสานแสงไฟจากเทียนเล่มนั้นต่อ
ฉันคิดว่าจะส่งอีเมลนี้ให้กับผู้หญิงเพียงอย่างเดียว,
แต่จริงๆ แล้ว.. ผู้ชายทั้งหลาย... ถ้าคุณรักแม่ของคุณ ภรรยา พี่สาวน้องสาว ลูกสาว ฯลฯ
คุณอาจจะอยากส่งมันเหมือนกัน

 

โดย: meow IP: 72.193.123.166 20 กรกฎาคม 2553 23:12:41 น.  

 

รบกวนถามพี่ๆค่ะว่าใช้เวลาการเรียนไตเทียมทฤทฏีและภาคปฎิบัติกี่เดือนคะ เรียนที่ไหนและค่าเทอมเท่าไรคะ
หนูสนใจมากๆค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ

 

โดย: meow IP: 72.193.123.166 21 กรกฎาคม 2553 0:20:20 น.  

 

น้องต้องหาข้อมูลในพื้นที่ที่น้องอยู่จ้ะ ค้นในเนตหรือในEducational Guideที่มีแจกฟรี หลักสูตรและค่าเรียนของแต่ละโรงเรียนก็คงไม่เหมือนกัน ที่พี่เคยเรียนเป็นหลักสูตรDialysis Technician ทั้งเรียนทั้งฝึกงานรวม ๆ แล้ว 3 เดือน

 

โดย: นิดหน่อย IP: 98.251.37.54 21 กรกฎาคม 2553 21:18:57 น.  

 

ขอบคุณค่ะ หนูลองหาดูแล้วค่ะ ประมาณ $ 4000 แต่เป็นของ community college

 

โดย: meow IP: 72.193.123.166 21 กรกฎาคม 2553 22:31:54 น.  

 

เข้าแวะเวียนมาอ่านอยู่บ่อยๆเพราะอยากไปทำงานที่USแต่ตอนนี้กำลังเรียนพยาบาลอินเตอร์ชั้นปีที่1อยู่เลย ไม่รู้ถ้าจบแล้วจะมีโอกาสได้ทำงานใน USอย่างพี่ๆไหมเน้อ

^^"

 

โดย: ถิงถิง IP: 203.107.154.2 15 กันยายน 2553 21:18:33 น.  

 

ถ้าตั้งใจจริงและมุ่งมั่น ก็เป็นไปได้จ้ะ ระหว่างเรียนก็เตรียมตัวฝึกภาษาอังกฤษไปด้วย เมื่อเรียนจบแล้ว ทำงานเก็บประสบการณ์ในเมืองไทยซักพัก แล้วค่อยมาเริ่มต้นกระบวนการโกอินเตอร์

 

โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) 15 กันยายน 2553 23:38:58 น.  

 

ทราบข่าวที่อเมริกา ตอนนี้เขางดรับพยาบาลต่างชาติแล้วจริงเปล่าครับ

 

โดย: pop IP: 110.164.187.237 3 พฤศจิกายน 2553 13:42:07 น.  

 

พยาบาลต่างชาติเข้ามาทำงานในอเมริกาได้ยากมากแล้วค่ะ ไม่มีคิววีซ่าพิเศษสำหรับพยาบาล โรงพยาบาลหรืออเจนซี่ที่จะเป็นวีซ่าสปอนเซอร์ให้พยาบาลก็หายากขึ้น เพราะพยาบาลที่ผลิตในประเทศก็เยอะ เขาก็หันมาจ้างคนในประเทศดีกว่าที่จะเสียเวลาเสียงบไปทำเรื่องเอาพยาบาลต่างชาติเข้ามาในประเทศ ซึ่งต้องรอนานห้าปีแปดปีถึงจะได้คนมาทำงานให้ สถานการณ์อย่างนี้ ถึงไม่ได้ออกข่าวว่างดรับพยาบาลต่างชาติ แต่มันก็เหมือนการงดไปอย่างกลาย ๆ พยาบาลที่ยังมาได้ในช่วงนี้ คือ คนที่ได้กรีนการ์ดจากการแต่งงานหรือจากวีซ่าลอตเตอรี่

 

โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) 3 พฤศจิกายน 2553 18:51:41 น.  

 

จบพยาบาลวิชาชีพมา 20 ปี ตอนนี้เป็นวิสัญญีพยาบาลมาได้ 12 ปี แล้ว อยากถามคุณนิดหน่อยว่าโอกาสในการทำงานเป็นวิสัญญีพยาบาลในอเมริกา ใน รพ.รัฐบาล มีมากน้อยแค่ไหน ถ้าจะเริ่มตอนอายุ 43 ปี จะสายไปมั๊ยคะขอบคุณคะ

 

โดย: ommimm IP: 58.9.21.25 13 ธันวาคม 2553 22:14:19 น.  

 

คุณommimm: อายุไม่เป็นปัญหาหรอกค่ะ แต่ถ้าได้มาอเมริกา ก็คงได้เริ่มงานในโรงพยาบาลเอกชนก่อน เพราะต้องรอให้ได้เป็นอเมริกันซิติเซ่น ถึงจะสมัครงานกับหน่วยงานของรัฐได้ค่ะ

 

โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) 14 ธันวาคม 2553 0:04:08 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่เขียดและพี่นิดหน่อย (ขออนุญาตเรียกพี่) และทุกท่านที่อยู่ที่นี้

ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวเองในฐานะสมาชิกใหม่ แต่แอบเข้ามาอ่านเรื่องสนุกสนุกอยู่บ่อยๆ และต้องขอยกย่องในความสามารถและความเด็ดเดี่ยวที่สัมผัสได้ของพี่จริงๆ

สำหรับตัวเจี๊ยบเองนั้นสอบผ่าน NCLEX ตั้งแต่ปี 2009 (State Board of CA) กำลังเตรียมจะสอบ IELTS ที่เมืองไทยนี้เดือนพ.ค.ยังไม่ได้ apply for Visa Screen เพราะดังที่ทราบว่าตอนนี้ไม่มี Agency ไหน Sponsor พยาบาลต่างชาติ

ตอนนี้ได้ยินว่าหนทางที่พอจะได้ Green Card เร็วที่สุดคือการแต่งงานกับ American Citizen ที่อเมริกา บางรายใช้เวลาเพียง 3 เดือนก็ได้แล้วหลังจดทะเบียนสมรส ก็เลยสงสัยและอยากรบกวนถามว่า...หากเราได้ Green Card ในกรณีนี้แล้วเราก็ไม่จำเป็นต้อง apply "Visa Screen" แล้วใช่ไม๊ค่ะ? และหลังจากที่เรามี Marriage License แล้วทำอย่างไรจึงจะได้ SSN เพื่อให้ State Board issues permanent license ให้และช่วงขณะที่รอนั้นเป็นไปได้หรือไม่ที่จะหางานเป็น RN หรือต้องรอ Green Card ก่อน?

ไม่ทราบว่าถามมากไปหรือเปล่า แต่อยากทราบจริงๆค่ะ รบกวนด้วยนะคะ ตั้งใจจะไปอยู่แถว SF. หรือ East Bay (มี Tourist Visa 10 ปีอยู่ไปเที่ยวดูมาแล้วชอบที่นั่นมาก)

ขอบคุณค่ะ
เจี๊ยบ

 

โดย: เจี๊ยบ IP: 115.87.232.80 27 กุมภาพันธ์ 2554 14:13:15 น.  

 

ข้อมูลของพี่ๆ มีประโยชน์มากเลยค่ะ ตอนนี้หนูเพ่ิงย้ายมาอยู่โคโลราโดได้สัก สามเดือนแล้ว สนใจอยากเรียน CNA มาก กังวลเรื่องข้อสอบภาษาอังกฤษที่ต้องทดสอบก่อนเรียน ไม่ทราบว่าเป้นแนวไหนค่ะ ยากประมาณ Toefl รึเปล่า เพื่อนไปสอบบอกว่ามีแต่ Reading Comprehension ตอนนี้เลยกำลังจะหาหนังสืออ่านอยู่เลยรบกวนอยากถามว่า ควรหาหนังสือประมาณไหนอ่านดีค่ะ หนูเคยเป้นออแพร์อยู่สองปี เลยคิดว่าประสบการณ์เลี้ยงเด็กน่าจะเป้นประโยชน์สำหรับการทำงานสาขานิี้ค่ะ ขอบคุุณมากนะค่ะ

 

โดย: Jeep IP: 97.122.169.122 23 เมษายน 2554 8:18:57 น.  

 

Jeep: พี่ไม่มีข้อมูลเรื่องการสอบภาษาอังกฤษก่อนเรียนCNA ลองเข้าเวบwww.usvisa4thai.com ในforumจะมีห้องพยาบาลไทยหัวใจอินเตอร์ ในนั้นมีพี่น้องคนไทยที่เรียนCNAอยู่หลายคน น่าจะช่วยตอบคำถามของน้องได้จ้ะ

 

โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) 25 เมษายน 2554 9:10:19 น.  

 

ขอบคุณมากนะค่ะ หนูจะลองเข้าไปดู แต่ตอนนี้ก็ลองเอาหนังสือเตรียมสอบ Ged มาอ่านไว้พลางๆแล้วค่ะ วันนี้เข้าไปดู //www.engvid.com เขาสอบภาษาอังกฤษ โอเคเลยนะค่ะ เข้าใจง่ายดี

 

โดย: jeep IP: 97.122.169.122 26 เมษายน 2554 17:01:03 น.  

 

ตอนนี้เราอยู่เมืองไทย กำลังเรียนป.โท เราทำวิจัยเรื่องพยาบาลไทยในอเมริกา
อยากถามเพื่อนๆชาวพยาบาลไทยทุกคนที่ทำงานในอเมริกา เรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อพยาบาลที่จะไปทำงานในอเมริกาในอนาคต เพราะสภาการพยาบาลไทยอยากปรับปรุงเพื่อพัฒนาพยาบาลต่อไปโดยตอบแบบสอบทางe-mail จ้า
จึงขอความกรุณาพยาบาลไทยทุกคนให้ความร่วมมือกับเราด้วยนะ ขอบคุณมากค่ะ รบกวนส่ง e-mail มาได้ที่ oo.omi@hotmail.com

 

โดย: omi IP: 14.207.180.145 17 มิถุนายน 2554 22:38:53 น.  

 

omi: ช่วยให้รายละเอียดของโครงการวิจัยมากกว่านี้หน่อยค่ะ พยาบาลที่เป็นกลุ่มเป้าหมายคือใครบ้าง เอาเฉพาะพยาบาลที่จบการศึกษาพยาบาลศาสตร์ในไทย หรือว่ารวมพยาบาลไทยที่จบการศึกษาในอเมริกาด้วย อยากให้ทำลิงค์สำหรับคลิกอ่านรายละเอียด วัตถุประสงค์ของการวิจัย และกรอกแบบสอบถามออนไลน์ได้เลย คิดว่าการตอบแบบสอบถามทางอีเมล์ไม่สะดวกเลย และน่าจะไปโพสต์ที่ห้องไกลบ้าน //www.pantip.com น่าจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่านี้

ปล.เมื่อประมาณสามปีที่แล้ว ก็เคยตอบแบบสอบถามงานวิจัยของสภาการพยาบาลเกี่ยวกับพยาบาลไทยในต่างประเทศ จัดทำโดยรศ.ดร.จุฬาลักษณ์ บารมี แล้วในครั้งนี้ ทำไมจึงเจาะจงกลุ่มเป้าหมายเป็นพยาบาลไทยในอเมริกาล่ะคะ ทั้งที่ก็มีพยาบาลไทยกระจายกันอยู่ในอีกหลายประเทศ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา อีกหลายประเทศทางโซนยุโรป และตะวันออกกลาง พยาบาลที่อยู่ในประเทศเหล่านั้นจะได้รับประโยชน์จากการวิจัยครั้งนี้ด้วยหรือไม่

 

โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) 19 มิถุนายน 2554 19:10:36 น.  

 

ขอบคุณมากนะคะนิดหน่อย
พอดีว่าตอนนี้เรากำลังเรียนอยู่หากกลุ่มตัวอย่างกระจัดกระจายมากเรากลัวว่างานวิจัยจะเสร็จไม่ทันเวลา
เราจึงเลือกเก็บแค่ในประเทศอเมริกาเท่านั้น และอีกอย่าง
อเมริกาเป็นประเทศใหญ่กลุ่มตัวอย่างจึงสามารถเป็นตัวแทนประเทศอื่นๆได้ และพยาบาลในความหมายของเรานั้นคือ พยาบาลที่มีเชื้อชาติไทย จบพยาบาลปริญญาตรีในประเทศไทย วัตถุประสงค์การวิจัยของเราหลักๆ คือคุณภาพชีวิตในการทำงาน เพื่อมาพัฒนาองค์กรพยาบาลไทยในอนาคตค่ะ เดียวเราจะทำลิงค์ให้คลิกดูรายละเอียด ตอนนี้งานวิจัยกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาจากคณะกรรมการอยู่ค่ะ แต่อย่างไรก็ขอบคุณมากที่แนะนำแนวทางให้เราเก็บข้อมูลค่ะ

 

โดย: omi IP: 183.89.233.59 25 มิถุนายน 2554 18:41:30 น.  

 

omi: พยาบาลไทยในอเมริกาน่าจะมีอยู่เยอะ แต่กระจัดกระจายไม่ได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มเท่าไรนัก สำหรับในบล็อกนี้ พยาบาลที่เข้ามา ส่วนมากจะเป็นคนที่กำลังหาข้อมูลเพื่อมาทำงานในอเมริกา คนที่ทำงานเป็นพยาบาลที่นี่อยู่แล้วไม่ค่อยเข้ามาหรอกค่ะเท่าที่สังเกตจากข้อความที่โพสต์ ดังนั้นถ้าจะให้ได้ข้อมูลตามเป้า แนะนำให้โพสต์ที่ห้องไกลบ้านของพันทิป และลองติดต่อสมาคมพยาบาลไทยในอเมริกา เท่าที่ค้นในกูเกิลก็มีสมาคมพยาบาลไทยในอิลลินอยส์ Thai Nurses Association of Illinois 2611 W. 171st Street, Hazel Crest, IL 60429, Tel/Fax: (708) 335-3783 E-mail: KP01@aol.com และสมาคมพยาบาลไทยแคลิฟอร์เนียใต้ //thainursessocal.blogspot.com/

ส่วนแบบสอบถาม เมื่อทำลิงค์เสร็จแล้วก็โพสต์ไว้ตรงกล่องข้อความด้านหน้าบล็อกได้เลยนะคะ จะได้เห็นกันชัด ๆ

 

โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) 25 มิถุนายน 2554 21:41:56 น.  

 

ขอบคุณมากนะคะสำหรับคำแนะนำดีๆ โอมิจะทำตามคำแนะนำค่ะ ขอให้คุณนิดหน่อยมีความสุขมากๆนะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

 

โดย: omi IP: 161.200.57.54 27 มิถุนายน 2554 12:45:07 น.  

 

หวัดดีค่ะคุณนิดหน่อย เพิ่งได้เข้ามาอ่านเวปนี้พอดีเพื่อนแนะนำมา อยากไปทำงานต่างประเทศมากค่ะ แต่ไม่รู่ว่าจะเริ่มยังไงดี ภาษาอังกฤษก็ไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ พอมีวิธีแนะนำบ้างไหมค๊ะ จบมาเจ็ดปีแล้ว

 

โดย: แตง IP: 49.237.126.243 17 สิงหาคม 2554 0:49:43 น.  

 

ถ้าภาษายังไม่ดี แนะนำให้ฝึกภาษาก่อนค่ะ เพราะมันสำคัญมากในการทำงาน ส่วนแนวทางการไปทำงานพยาบาลในต่างประเทศอ่านได้ในหัวข้อ: อยากเป็นพยาบาลอินเตอร์ทำอย่างไร จากเมนูด้านซ้ายมือค่ะ

 

โดย: นิดหน่อย IP: 24.30.92.21 17 สิงหาคม 2554 13:00:37 น.  

 

สวัสดีค่ะ พยาบาลไทยในอเมริกาทุกคน
คือตอนนี้เรากำลังทำงานวิจัยเรื่อง คุณภาพชีวิตพยาบาลไทยในอเมริกา เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานให้สภาการพยาบาลไทย ในการจัดกการเรียนการสอนพยาบาลต่อไป งานวิจัยนี้จะเป็นการสัมภาษณ์พยาบาลที่ทำงานในอเมริกาค่ะ ใครที่สนใจให้ข้อมูล (สัมภาษณ์ผ่านโทรศัพท์ หรือ Skype ไม่เสียค่าใช้จ่ายค่ะ) ติดต่อมาได้ที่ oo.omi@hotmail.com ขอบอกว่าข้อมูลของท่านจะเป็นประโยชน์มาก ขอบคุณค่ะ

 

โดย: omi IP: 183.89.197.172 17 พฤศจิกายน 2554 19:09:38 น.  

 

คุณomi: ลองพิจารณาดูคำแนะนำที่นิดหน่อยเคยให้ไว้ข้างบนนะคะ คิดว่าน่าจะช่วยให้ได้ข้อมูลและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น มาโพสต์ไว้ข้างในนี้คงยากที่จะมีคนเปิดเข้ามาเจอ และคิดว่าคุณน่าจะมีลิงค์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงงานวิจัย อ้างอิงถึงสภาฯ และบอกเล่าเกี่ยวกับตัวผู้วิจัยมากกว่านี้ เพราะทั้งผู้ให้ข้อมูลและผู้วิจัยต่างฝ่ายก็ไม่รู้จักกัน คงยากที่ใครจะโทรหรืออีเมล์กลับไปหาคุณเพื่อเปิดเผยหรือบอกเล่าความคิดเห็นส่วนตัว

 

โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) 19 พฤศจิกายน 2554 20:08:30 น.  

 

ต้องขอโทษพี่นิดหน่อยด้วยนะคะ ที่มาโพสข้อความที่ไม่เหมาะสม ขอโทษจริงๆค่ะ

 

โดย: omi IP: 183.89.187.26 29 พฤศจิกายน 2554 9:44:36 น.  

 

คุณomi: ขอโทษเรื่องอะไรคะ ไม่เห็นมีข้อความไม่เหมาะสมตรงไหนเลย ที่พี่แนะนำไปอย่างนั้น เพราะเห็นว่า บอร์ดนี้คนที่ทำงานพยาบาลอเมริกาไม่ค่อยได้เข้ามา ส่วนมากมีแต่คนที่กำลังหาข้อมูลเพื่อจะมาทำงานที่นี่ ซึ่งคิดว่า ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของงานวิจัยที่คุณกำลังทำอยู่ หากโพสต์ไว้ตรงนี้ เกรงว่าจะเก็บข้อมูลไม่ได้ งานวิจัยก็จะไม่เสร็จ จึงแนะนำให้ใช้ช่องทางอื่น เท่านั้นเองค่ะ

 

โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) 30 พฤศจิกายน 2554 21:11:39 น.  

 

คุณนิดหน่อยค่ะลูกสาวเรียนgrade11สนใจอยากเรียนพยาบาลต่อที่NYC ปัจจุบันนี้อยู่ที่NYC แล้วเป็นcitizenเพราะเกิดที่โน้นมีคำแนะนำไหม๊ค่ะ ว่าcity college ในnew York city ที่ไหนดีสาเหตุที่มุ่งไปที่city college เพราะtuition fee สมเหตุผลหน่อยเพราะเราทำงานเมืองไทยแต่ส่งลูกไปเรียนที่นั่น2คนเลยอยากsave ค่าใช้จ่ายและต้องเรียนcollege กี่ปีค่ะถึงเป็นRN หากจบแล้วควรทำงานที่ไหนก่อนดีค่ะอเมริกาหรือไทยก่อนเรียนโท. ต้องสอบSATด้วยใช่ไหมค่ะเพื่อจะสามารถเข้าเรียนต่อ nursได้ และต้องสอบได้คะเเนนประมาณเท่าไหร่ค่ะ
ขอบคุณค่ะ

 

โดย: Memee IP: 110.49.235.210 12 กุมภาพันธ์ 2555 0:22:52 น.  

 

คุณMemee: นิดหน่อยจบพยาบาลจากไทย ก็เลยไม่ทราบรายละเอียดของการเรียนพยาบาลในอเมริกาเท่าไรนะคะ เท่าที่ทราบ หลักสูตรRNของอเมริกามีทั้งแบบAssociate degree ที่เรียนสองปี และแบบBSN ที่เรียนสี่ปี ซึ่งหลักสูตรแบบสี่ปีนี้ จะสามารถเรียนต่อโทได้ แต่ถ้าเรียนจบแบบสองปี จะต้องเรียนเก็บหน่วยกิตเพิ่มเติมก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายและเกณฑ์การรับเข้าเรียนของแต่ละที่ก็จะแตกต่างกันไป คงต้องติดต่อสถาบันนั้น ๆ โดยตรงนะคะ

 

โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) 15 กุมภาพันธ์ 2555 19:48:43 น.  

 

คุณMemee: มีกระทู้เกี่ยวกับการเรียนพยาบาลในอเมริกาที่น้องแสงเดือนเขียนไว้ที่เวบ //www.usvisa4thai.com ลองเข้าไปอ่านดูนะคะ //www.usvisa4thai.com/board/viewtopic.php?f=89&t=26893

 

โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) 15 กุมภาพันธ์ 2555 19:50:35 น.  

 

ผมทำงานที่โรงพยาบาลแม่สาย จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย ทำอยู่แผนกเวชระเบียนครับ บางทีก็คิดที่จะไปทำงานต่างประเทศเหมือนกันแต่ว่าไม่รู้จะไปทำงานอะไรดี
ได้อ่านข้อความที่พี่ๆพยาบาลเล่ามา ผมว่าพวกฝรั่งนี่คงจะคิดได้แค่นี้มั้ง พวกบ้ากาม เป็นกำลังใจให้พี่ๆ สู้ๆสู้ๆ ครับ

 

โดย: พิสิษฐ์ IP: 118.175.29.210 18 พฤษภาคม 2555 21:44:59 น.  

 

พี่พอจะแนะนำให้ได้ไหมครับ ว่าผมควรจะทำงานเกี่ยวกับอะไรดีที่ต่างประเทศ ขอบพระคุณคับ หรือว่าส่งE-mail มาแนะนำก็ได้นะครับที่ pisitnew1@hotmail.com

 

โดย: พิสิษฐ์ IP: 118.175.29.210 18 พฤษภาคม 2555 21:48:35 น.  

 

Aumaim : สวัสดีค่ะ พี่นิดหน่อย ได้อ่านบทความหลายๆบทความแล้วได้รับความรู้มาก เกี่ยวกับการที่จะต้องไปเป็นพยาลในต่างประเทศ ก็เลยมีข้อสงสัยและปัญหาต่างๆมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองต้องทำจึงจะขอเรียนปรึกษาพี่นิดหน่อยดังนี้นะคะ
1.น้องเป็นพยาบาลทำงานได้ประมาณ 2 ปีกว่า ๆ จบสถาบันเอกชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สอบใบประกอบวิชาชีพผ่านแล้ว plan ที่จะแต่งงานประมาณปลายปี -ต้นปีหน้าไม่เกินเดือนกุมภา มีนา หลังจากแต่งเราจะจดทะเบียนกันเลย ซึ่งแฟนของน้องเป็นคนไทยไปทำงานที่อเมริกาซึ่งได้ กรีนคาร์ดเมื่อปีที่แล้วไปทำธุรกิจร้านอาหารที่ เวอร์จีเนียกับครอบครัว ได้ประมาณปีกว่าๆแล้ว เราทั้งคู่คิดว่าจะไปใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกา (เวอร์จีเนีย) กัน แต่น้องก็ยังจะไม่อยากทิ้งวิชาชีพของการเป็นพยาบาลน้องplan ว่าจะทำวีซ่าหลังจากที่เราจดทะเบียนกันจะทำได้ยุ่งยากมากกว่ายังไม่จดทะเบียนหรือเปล่าคะแล้วต้องรอวีซ่านานแค่ไหน
2.ถ้าในกรณีแบบนี้ถ้าน้องจำเป็นต้องไปอเมริกาก่อนที่จะหางานพยาบาลที่อเมริกาได้น้องต้องขอวีซ่าประเภทไหนค่ะถึงจะสามารถทำงานพยาบาลในอเมริกาได้ด้วยโดยไม่ต้องไปเปลี่ยนสถานะทีหลังให้ยุ่งยาก
3.ถ้าวีซ่าน้องผ่านแล้วน้องสามารถสมัครเป็นพยาบาลที่อเมริกา (เวอร์จีเนีย)เลยได้ไหมคะ หรือจะต้องทำอย่างไรบ้าง
4.น้องค้นหาในเว็ปไซต่างๆในการติวสอบพยาบาลไปต่างแดน พบว่าสถาบัน Pronurse (ขออนุญาตระบุชื่อสถาบันนะคะ)รับติวข้อสอบ NCLEX โดยรับรองผล โดยมีสาขาอยู่ที่ไทยและอเมริกา พี่นิดหน่อยหรือผู้ที่เคยเรียนที่นี้พอจะทราบไหมคะว่าที่สาขาอเมริกา ของPronurse จะติวและดำเนินการต่างๆให้เราเหมือนที่อยู่ประเทศไทยหรือเปล่าและค่าใช้จ่ายเหมือนกันหรือไม่
5.จำเป็นหรือไม่ที่เราต้องสอบ NCLEX ในไทย ก่อนถึงจะไปเป็นพยาบาลในอเมริกาได้ ถ้าเราไปสอบที่อเมริกาเลยได้ไหมค่ะ และจำเป็นต้องสอบอย่างอื่นที่ไทยก่อนหรือเปล่า คือน้องเห็นในกระทู้บางเว็ปไซก็บอกว่าสอบ NCLEX ผ่าน ในบางรัฐในอเมริกาก็ได้ทำงานเป็นพยาบาลได้
6.เนื่องจากสถาบันที่น้องค้นมามีหลักสูตรที่เกี่ยวกับพยาบาลที่สนใจไปทำงานในอเมริกา ถ้าน้องสมัครเรียนหลักสูตร Healthcare Practice and Communication 1 ปี ได้ work Permit ทำงานได้ 2 ปี ได้ SSN เพื่อขอ RN - License ถาวรของรัฐแคลิฟอร์เนีย ถ้าเป็นอย่างนี้เราจะต้องสอบNCLEX อีกไหมคะและจะสามารถย้ายมาทำที่เวอร์จีเนียได้หรือไม่อย่างไรค่ะ
==สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณพี่นิดหน่อยและผู้รู้และมีประสบการณ์ทุกท่านไว้ล่วงหน้านะคะที่ช่วยให้ความกระจ่างแก่ชีวิตของน้อง ถ้าน้องมีปัญหาหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมจะเรียนปรึกษาใหม่และคงจะมีมาเรื่อยที่จำเป็นต้องรบกวนนะคะ==

 

โดย: อุ้มอิ้ม IP: 182.52.180.100 20 พฤษภาคม 2555 19:24:16 น.  

 

คุณพิสิษฐ์: เนื่องจากคุณไม่ได้อยู่ในสาขาอาชีพขาดแคลน จึงไม่สามารถขอกรีนการ์ดผ่านการทำงานได้ ลองสมัครวีซ่าลอตโต้ ซึ่งจะเปิดรับสมัครช่วงปลายปี ถ้าโชคดีได้รับการคัดเลือกก็จะได้รับกรีนการ์ดมาอยู่อเมริกา แล้วค่อยหาลู่ทางเรื่องงานอีกที คุณอาจเลือกทำงานเดิมหรือเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นก็ได้

 

โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) 24 พฤษภาคม 2555 11:59:57 น.  

 

อุ้มอิ้ม:คำตอบสำหรับข้อ 1 และข้อ 2
สิ่งสำคัญที่ต้องหาข้อมูลเป็นอันดับแรกก็คือ เรื่องวีซ่า เท่าที่พี่ทราบ การแต่งงานกับผู้ถือกรีนการ์ด กว่าเราจะได้รับกรีนการ์ดก็ต้องรอนานหลายปี เพราะต้องรอคิว ต่างจากกรณีแต่งงานกับซิติเซ่น ซึ่งสามีขอวีซ่าคู่สมรส และรอกรีนการ์ดประมาณ 6 เดือน ซึ่งแฟนของน้อง เพิ่งถือกรีนการ์ดได้ปีเศษ ๆ ยังไม่มีสิทธิสอบเป็นซิติเซ่น ดังนั้นวีซ่าที่เขาสามารถขอให้ได้ ก็จะเป็นวีซ่าแบบชั่วคราว สามารถเดินทางมาอยู่อเมริกาด้วยกันได้ แต่พี่ไม่แน่ใจว่า วีซ่าแบบนี้จะอนุญาตให้น้องทำงานได้หรือเปล่า ลองดูลิงค์ที่พี่หามาให้ และเข้าไปโพสต์ถามผู้รู้ในเวบ //www.usvisa4thai.com

//www.uscis.gov/portal/site/uscis/menuitem.eb1d4c2a3e5b9ac89243c6a7543f6d1a/?vgnextoid=16aa3e4d77d73210VgnVCM100000082ca60aRCRD&vgnextchannel=16aa3e4d77d73210VgnVCM100000082ca60aRCRD

//topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2007/05/H5376558/H5376558.html

ข้อ 3 เมื่อน้องได้วีซ่า(เน้นว่าเป็นประเภทที่อนุญาตให้ทำงานได้) ก็สามารถทำเรื่องสมัครขอไลเซ่นเวอร์จีเนียได้ที่นี่เลยจ้ะ ดูวิธีการได้จากเวบไซต์ของ //www.dhp.virginia.gov/nursing/nursing_forms.htm#RN เห็นมีเขียนไว้ว่า พยาบาลจากต่างชาติให้โทรติดต่อบอร์ดก่อนกรอกใบสมัคร เท่าที่ทราบคือ ต้องสมัครCESและสอบภาษาอังกฤษด้วย

ข้อ 4 โรงเรียนติวNCLEXมีมากมายในอเมริกา ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของน้องว่าสะดวกจะติวที่ไหน ส่วนคำถามที่ว่า โรงเรียนจะมีบริการเดินเรื่องทำเอกสารให้ไหม ค่าใช้จ่ายเท่าไร อันนี้พี่ไม่ทราบ ถ้าจะใช้วิธีสมัครบอร์ดแคลิฟอร์เนียก่อน แล้วขอย้ายไลเซ่นมาเวอร์จิเนีย น้องก็ต้องรอให้ได้วีซ่ามาอเมริกาและมีSSNเสียก่อนถึงจะสมัครบอร์ดแคลิฟอร์เนียได้ ค่อยดูกันอีกทีว่าสมัครตรงกับบอร์เวอร์จีเนียหรือสมัครแคลิฟอร์เนียก่อน จะง่ายกว่ากัน ขอให้หาข้อมูลเรื่องวีซ่าก่อน แล้วค่อยโพสต์ถามพี่อีกทีเรื่องไลเซ่น

ข้อ 5 ต้องการทำงานที่รัฐไหน ให้ดูวิธีการสมัครของรัฐนั้น เพราะแต่ละรัฐมีข้อกำหนดรายละเอียดแตกต่างกัน เราจะได้ไม่งง ดูในเวบไซต์ของบอร์ดเวอร์จีเนียจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องที่สุด ถ้ามีข้อสงสัยให้ติดต่อสอบถามโดยตรงที่บอร์ด
การสอบNCLEXสอบที่ไหนก็ได้ผลเหมือนกัน แต่ในกรณีของน้อง เป็นไปได้อย่างมากว่าต้องมาสอบที่อเมริกา

ข้อ 6 หลํกสูตรที่น้องว่ามา น่าจะเป็นหลักสูตรที่เรียนแล้ว ทางโรงเรียนมีสิทธิขอใบอนุญาตทำงานแบบชั่วคราวให้ แล้วก็ใช้สิทธิอันนี้ยื่นขอSSNและสมัครขอไลเซ่นแคลิฟอร์เนีย อย่างไรก็ตาม มีไลเซ่นอย่างเดียวก็ยังทำงานไม่ได้ ต้องมีวีซ่าทำงานด้วย จะได้ทำงานแบบถาวรหรือไม่ ก็จะต้องหานายจ้างยื่นขอวีซ่าทำงาน ซึ่งอย่างที่รู้ วีซ่าทำงานให้เวลารอนานห้าหกปี

 

โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) 24 พฤษภาคม 2555 12:39:34 น.  

 

สวัสดีค่ะ ชื่อ อ้อย ค่ะ ทำงานที่ โรงพยบาลแพทย์ปัญญา กทม. อยากรบกวนสอบถามว่า วิธีการทำ CRRT ในผูป่วยไตวาย เป็นอย่างไรและ แตกต่างจาก hemodialysis ไหม ขอบคุณมากค่ะ

 

โดย: อ้อย IP: 61.19.98.125 31 พฤษภาคม 2555 15:13:35 น.  

 

นิดหน่อยไม่ทราบวิธีทำCRRTค่ะ ลองค้นดูในกูเกิล เห็นมีแหล่งข้อมูลอยู่เยอะเหมือนกัน เช่น //www.baxter.com/healthcare_professionals/therapies/renal/acute_kidney_treatment/continuous_renal_replacement_therapy.html ลองค้นเพิ่มเติมดูนะคะ

 

โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) 1 มิถุนายน 2555 10:55:01 น.  

 

สวัสดีครับคุณนิดหน่อย
ผมชื่อเก่งครับ อยากขอรบกวนคุณนิดหน่อยช่วยสอนการสมัครลอตโตกรีนการ์ดให้ผมหน่อยครับ รบกวนตอบทางอีเมลล์ pkartkaew@hotmail.com ด้วยครับ สงสัยต้องถามอีกเยอะ
ขอบพระคุณมากเลยครับผม

 

โดย: ไพรวรรณ์ กาศแก้ว IP: 118.172.66.157 22 มิถุนายน 2555 9:09:19 น.  

 

คือพอดีสนใจเรื่องการเรียนวิสัญญีพยาบาลที่เมืองนอกค่ะ คือหนูจบพยาบาลที่ไทย เพิ่งจบค่ะ ยังไม่มีประสบการณ์การทำงาน จะพอมีมีวิทยาลัยหรือมหาลัย หลักสูตรการเรียนต่อวิสัญญีพยาบาลที่นู่นบ้างไหมค่ะ พยายามหาข้อมูลแต่ไม่มีเลยค่ะ
ขอบคุณค่ะ

 

โดย: aoii IP: 10.0.1.119, 110.171.12.157 23 มิถุนายน 2555 23:47:44 น.  

 

คุณไพรวรรณ์:อ่านบทความเดิมที่เขียนไว้ ดูเป็นแนวทางไปก่อนนะคะ รายละเอียดวิธีการสมัครจริง ๆ คงต้องรอให้ถึงช่วงเปิดรับสมัครช่วงปลายปี ให้มีประกาศออกมาก่อน นิดหน่อยจะเอามาใส่ในบล็อกให้อ่านกันค่ะ

 

โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) 25 มิถุนายน 2555 8:58:40 น.  

 

คุณaoii: หลักสูตรเรียนต่อวิสัญญีพยาบาลที่ได้รับการรับรอง ค้นหาได้จากลิงค์นี้ค่ะ //www.aana.com/aanaaffiliates/accreditation/Pages/Accredited-Programs.aspx

 

โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) 25 มิถุนายน 2555 9:00:36 น.  

 

สวัสดีค่ะ พยาบาลจากอังกฤษนะค่ะ ทำงานมา 12ปีแล้วค่ะ มีอะไรให้ช่วยแนะนำก็ถามมาได้นะค่ะ. จะพยายามตอบเท่าที่จะตอบได้. ยังจำได้ลางๆตอนเข้ามาทำงานที่นี้ไหม่ๆตอนนั้น demand ของ oversea nurses ยังสูงอยู่ ตอนนี้เปลี่ยนไปมากแล้ว. แนะนำอย่าเชื่อagency มากต้องหาข้อมูลให้มากๆก่อนตัดสินใจนะค่ะ

 

โดย: ปู IP: 78.105.179.178 5 กรกฎาคม 2555 6:02:29 น.  

 

สามีต้องการลาออกจากงานเพื่อเข้าเรียนผู้ช่วยวิสัญญีแพทย์ แปนี้เค้าอายุ43ปีแล้วถ้าเรียนจบก็ใช้เวลา2ปี บวกแล้วอายุก็ปาไป45กว่าจะได้เริ่มทำงาน...อยากทราบว่างานในสาขานี้จะหายากมั้ยคะ หน่องกังวลมากเกี่ยวกับการเริ่มงานใหม่ที่สามีต้องการจะทำ

 

โดย: หน่องค่ะ IP: 171.96.18.79 6 กรกฎาคม 2555 20:18:23 น.  

 

คุณปู: ขอบคุณมากที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ เดี๋ยวนิดหน่อยจะตั้งหัวข้อใหม่ให้เลยนะคะ

 

โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) 8 กรกฎาคม 2555 9:33:44 น.  

 

คุณหน่อง:นิดหน่อยไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับตลาดงานของผู้ช่วยวิสัญญีเลยค่ะ ลองค้นตำแหน่งงานว่างในเวบหางาน คงพอรู้แนวโน้ม แต่ก็เป็นการยากที่จะคาดการอนาคตในอีกสองปีข้างหน้า คิดว่าถ้าคุณสามีตัดสินใจแล้ว ก็คงมีข้อมูลอยู่บ้างแล้วมั้งคะ

 

โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) 8 กรกฎาคม 2555 9:44:47 น.  

 

อยากทราบข้อมูลการสมัครงานพยาบาลที่ อังกฤษค่ะ ช่วยแนะนำด้วยนะว่าทำไงบ้าง

 

โดย: joy IP: 125.213.240.38 27 กันยายน 2555 19:01:34 น.  

 

joy: นิดหน่อยไม่ทราบรายละเอียดค่ะ เท่าที่กูเกิลได้มา ลองดูในลิงค์นี้นะคะ

//www.nmc-uk.org/Registration/Joining-the-register/Trained-outside-the-EU--EEA/

 

โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) 27 กันยายน 2555 22:21:24 น.  

 

สวัสดีครับ คุณนิดหน่อย ช่วยผมที่ครับ
ผมชื่อเอ็ด พอดีผม ปวดหลังมาก แต่พูดอังกฤษไม่ค่อยได้บวกกับงบน้อย
ขอปรึกษาอาการก่อนได้ไหมครับ ว่าควรทนต่อไป,หาคุณหมอคนไทยที่นี้หรือกลับไปหาคุณหมอที่เมืองไทยดี
อาการก่อนมาที่USผมปวดหลังไม่มากจาก100%ผมเจ็บสัก20%ได้ เลยไปหาคุณหมอครับ คุณหมอบอกว่ากระดูกสันหลังบิดงอ ให้ผมเอาลองเอามือแตะเท้าผมก้มได้แค่20%มือผมยังอยู่ที่น่องอยู่ ก้มมากกว่านี้ไม่ได้ คุณหมอให้ยา มาทานสองตัว Myonal , Arcoxia ทานยาที่คุณหมอให้อาการเจ็บหลังก็หายทันทีครับ หลังจากนั้นก็มาUSเดือนตุลา55ที่ผ่านมา เริ่มทำงานร้านอาหารไทยครับ ต้องยกหม้อที่ใหญ่มากสูงเท่าเอวได้พอยกเท่านัั้น หลังผมก็เจ็บขึ้นมาทันที่ก็ทนทำงานต่อนีกว่ากลับมาทานยาที่เคยใช้เดี๋ยวคงดีขึ้น พอเช้าลุกจากเตียงถึงได้รู้ว่าหลังเจ็บไม่หายแถมตัวยังเจ็บจนยืนตัวตรงไม่ได้ ก็ต้องทนทำงานต่อ ตอนนี้อาการเริ่มแย่ลงครับ นั้งเก้าอี้ก็ปวดหลังมาก ช่วงนี้แย่ลงไปอีก ขาขวาส่วนน่องชาตลอดเวลาแต่ไม่มาก ที่เจ็บมากๆคือเวลานั้งลุกที่หลังกับขาขวาชาเจ็บไปไหมครับ จากที่เคยเดินวิ้งได้ตอนนี้ก้าวได้ไม่ถึงครึ่งก้าวจากที่เคย ยกขาตรงๆก็ยกขึ้นได้10%เองครับ T_T ลองทานยา norgesic ที่เพื่อนให้มาเพราะคิดว่าเป็นกล้ามเนืิ้ออักเสพก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยครับ ช่วยแนะนำที่ครับว่าผมควรทำอย่างไรดี

 

โดย: เอ็ด (kalis ) 3 มกราคม 2556 23:26:34 น.  

 

คุณเอ็ด:ควรไปหาหมอค่ะ ถ้าคุณมีประกันสุขภาพ ให้ไปหาหมอดูอาการเบื้องต้นก่อน ฟังจากที่คุณเล่ามา น่าจะเกิดปัญหาการกดทับของประสาทไขสันหลังแล้วค่ะ กระดูกสันหลังตรงที่คดงอ คงไปกดเส้นประสาทเข้าแล้ว คุณจึงมีอาการชาที่ขา ซึ่งอาการแบบนี้ หมอคงได้ส่งตัวคุณไปหาหมอเฉพาะทางด้านกระดูก(Orthopedics) การรักษาโดยทั่วไปก็มีทั้งการใช้ยา ทำกายภาพบำบัด และการผ่าตัด
แต่หากคุณไม่มีประกันสุขภาพที่นี่ อย่างไรก็ควรไปหาหมอรักษาเบื้องต้นก่อนค่ะ หาข้อมูลว่าในที่คุณอยู่มีบริการรักษาฟรีหรือรับรักษาคนที่ไม่มีประกันบ้างไหม ไม่ควรทำงานต่อ เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงไปอีก จากอาการที่เล่ามา คิดว่าคุณยังไม่พร้อมที่จะเดินทางกลับไปรักษาที่ไทยด้วยค่ะ การนั่งเครื่องบินนาน ๆ โดยไม่มีอะไรมาซัพพอร์ทกระดูกสันหลัง อาจจะยิ่งแย่นะคะ

 

โดย: นิดหน่อย (macdreamnurse ) 4 มกราคม 2556 23:56:20 น.  

 

อยากมีเพื่อนพยาบาลที่ดีซี ไม่ทราบว่าใครอยู่แถวนี้บ้างค่ะ ติดต่อได้ที่ pulewching4667@hotmail.com ขอบคุณค่ะ

 

โดย: แจนนี่ IP: 75.93.63.165 6 ตุลาคม 2556 0:47:23 น.  


macdreamnurse
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 258 คน [?]




บล็อกของเรามีข้อมูลอยู่มาก คลิกเมนูหลักที่ด้านซ้ายมือ จะเห็นเมนูย่อย อยู่ต่อจากส่วนล่างของปฏิทิน ใครโพสต์คำถามไว้ตรงไหน เข้าไปดูคำตอบได้ที่เดิมนะคะ counter widget
counter widget
New Comments
Friends' blogs
[Add macdreamnurse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.