Group Blog
 
 
มีนาคม 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
1 มีนาคม 2550
 
All Blogs
 

หลีเป๊ะ

25-29 มค. 2550 กทม.-หลีเป๊ะ

เริ่มเดินทางเย็นวันที่ 25 ที่สายใต้ใหม่ ใช้เวลาเดินทางถึงอ.ละงู จ.สตูลประมาณ 13 ชั่วโมง (เมื่อยพอทน) แล้วไกด์ที่ติดต่อไว้คือพี่หน่อยก็มารอรับที่รถ พาไปกินโรตีมะตะบะที่ตลาดก่อนต่อรถสองแถวไปท่าเรือปากบารา คุณหน่อยก็ไปจัดการซื้อตั๋วเรือเฟอร์รี่และข้าวผัดไว้กินบนเรือ เนื่องไปจากเรือธรรมดาต้องใช้เวลาบนประมาณ 3 ชม. เรือเฟอร์รี่ที่ไปนี้เป็นเรือสองชั้น ชั้นล่างเป็นห้องแอร์แต่มีแอร์ตัวเดียวไม่เย็นพอทั้งห้องเย็นเฉพาะจุดที่ลมแอร์ตกเท่านั้น ชั้นบนจะมีที่นั่งอยู่ท้ายเรือมีหลังคาบังแดดให้ หรือจะไปนั่งบริเวณกาบเรือก็ได้ เรือที่ไปจะแวะรับส่งผู้โดยสารที่เกาะตะรุเตาแค่ 10 นาทีเท่านั้น จากนั้นค่อยไปที่เกาะหลีเป๊ะ ซึ่งเรือจอดกลางทะเลที่หน้าหาดพัทยาเพราะไม่มีท่าเทียบเรือ ต้องเปลี่ยนไปลงเรือหางยาวที่มารอรับไปส่งที่หาดต่าง ๆ (การเปลี่ยนเรือกลางทะเลดูแล้วก็น่ากลัวเหมือนกัน) พอไปถึงหาดพัทยาก็ไปติดต่อห้องพักซึ่งจองไว้เป็นห้องพัดลม ซึ่งเดิมแล้วตั้งใจว่าจะพักที่เม้าเท่นรีสอร์ต แต่ก่อนหน้าเดินทางเผอิญรู้ว่าห้องน้ำที่เม้าเท่นรีสอร์ตไม่มีประตู้กั้น มีแค่พลาสติกกันน้ำกระเด็นแบบที่ใช้ในห้องน้ำเท่านั้น จึงรีบเปลี่ยนมาจองที่วารินทร์รีสอร์ตแทน เมื่อจ่ายตังค์ค่าที่พัก 3 คืนแล้วเข้าห้องพักทำให้รู้ว่าที่วารินทร์ก็ไม่มีประตูห้องน้ำเหมือกัน(เหมือนหนีเสือปะจระเข้เลย) หลังจากทำใจยอมรับห้องพักแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าไปเกาะหินงาม โดยเรือหางยาวที่พี่หน่อยจัดให้คนขับเรือเป็นผู้หญิงชื่อพี่แรมเป็นคนพาไป ที่เกาะหินงามหินงามสมชื่อจริง ๆ ยิ่งตอนโดนน้ำจะเป็นประกายวาว เห็นลายหินชัดเจนสวย จากนั้นพี่แรมก็พาไปดำน้ำที่หลังเกาะหินงาม ซึ่งแรกก่อนมาก็กังวลเรื่องดำน้ำเรื่องเดียวเลยว่าจะต้องลงไปดำเองเพราะว่ายน้ำไม่เป็น แต่พี่แรมก็ลงดำน้ำด้วยแล้วก็จับมือพาลากไปด้วยกัน ชี้ให้ดูโน่นดูนี่ซึ่งถ้าดูเองก็คงไม่เห็นแน่ ๆ ขากลับได้เห็นพระอาทิตย์ตกสวยมากกกกก เหมือนลูกบอลสะท้อนแสงสีส้มว่างบนขอบน้ำเลย เสียดายที่ถ่ายรูปไว้ไม่ได้เพราะเรือหางยาวโคลงมากจนไม่สามารถจะถ่ายได้ หรือว่าสิ่งสวยงามหลาย ๆ อย่างเก็บไว้แค่ความทรงจำเท่านั้นนะ


เช้าวันต่อมา พี่แรมพาไปดำน้ำที่ร่องน้ำจาบังก่อน ซึ่งเป็นจุดดำน้ำที่สวยที่สุดแต่เป็นจุดที่อยู่กลางทะเล มีเชื่อกผูกไว้สำหรับเกาะแล้วดำดูไปตามเชือก ดูแล้วก็ไม่ยากเท่าไหร่ แต่คลื่นแรงลงไปแล้วน้ำขุ่นดำอยู่ได้แป็บเดียวขอขึ้นเรือดีกว่า เพราะดำไปก็ไม่เห็นอะไรและน้ำแรงจนบางทีพี่แรมก็ลากไม่ไหว พี่แรมเลยพาไปที่เกาะอาดัง ตอนแรกว่าจะขึ้นไปจุดชมวิวผาชะโดแต่สายมากแล้วไม่ขึ้นดีกว่าเพราะแดดแรงมาก ที่เกาะอาดังเงียบมาก ไม่รู้เป็นเพราะคนน้อยหรือว่าออกไปดำน้ำกันแน่ เลยกินข้าวเที่ยง เล่นเดินนอนพักสบาย ๆ สักพักพี่แรมก็พาไปสมทบกับเรือใหญ่ที่พี่หน่อยพามาอีกกรุ๊ป ซึ่งเป็นเรือประมงดัดแปลง กรุ๊ปเรือใหญ่ที่พี่หน่อยพามาเป็นแบบกรุ๊ปเหมา เราเลยเป็นการแจมกรุ๊ปเขา จุดแรกที่เรือใหญ่พาไปคือเกาะหินงาม และไปต่อที่เกาะราวี จุดนี้น้ำนิ่งดีแต่น้ำก็ขุ่นไม่ใส จุดนี้ก็จะมีเชือกให้เกาะแล้วดำน้ำไปแต่เราก็ให้พี่แรมลากไปสบายใจกว่า จากนั้นก็ไปต่อที่ร่องน้ำจาบังซึ่งดูแล้วคลื่นก็ยังแรง น้ำขุ่นเหมือนตอนเช้าจึงไม่ได้ดำน้ำ ตอนขากลับก็ได้เห็นพระอาทิตย์ตกอีก คราวนี้เป็นเรือใหญ่ไม่โคลงมากสามารถถ่ายรูปได้สบายๆ แต่ปรากฎว่าวันนี้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่เลย


วันนี้ตามโปรแกรมคือเช้าไปกับเรือใหญ่ บ่าย ๆ ค่อยแยกกลับเรือหางยาว แต่กรุ๊ปใหญ่ขอยกเลิกไม่ไปดำน้ำขอนอนแล้วกลับฝั่งเลยเพราะเมาหนักไปไม่ไหว เราเลยต้องไปเรือหางยาวเองแล้ววันนี้เป็นวันอาทิตย์ด้วย และพี่แรมก็นับถือคริสต์วันนี้จึงพาไปไม่ได้ พี่หน่อยต้องจ้างเรือลำอื่นมาแทน จุดแรกที่พาไปคือเกาะดงคลื่นน้ำแรงเหมือนเมื่อวานไม่กล้าลงเลย พี่คนเรือพาไปเกาะหินซ้อนซึ่งเป็นจุดที่ไกลที่สุด จุดนี้น้ำนิ่งพอสมควรเลยลงไปดำน้ำซึ่งพี่คนเรือก็พาดำน้ำเหมือนพี่แรม ลงไปแล้วน้ำก็ขุ่น ปะการังไม่ค่อยสวย ดำน้ำได้พักนึงจึงไปต่อที่เกาะลอกอย เกาะนี้สวยมากเหมาะกับการเล่นน้ำมาก น้ำใส คลื่นไม่แรง มีหาดทราย เลยเดินเล่นอยู่ที่เกาะนี้นานหน่อยจนเบื่อ พี่คนเรือก็พาไปต่อที่เกาะผึ้ง ซึ่งดูแล้วก็คลื่นแรงน้ำขุ่นเลยให้พี่คนเรือพากลับไปที่เล่นน้ำที่หน้าหาดที่พักดีกว่า หน้าหาดที่วารินทร์รีสอร์ตเอาเชือกผูกทุ่นกันเรือหางยาวเข้า ทำให้เล่นน้ำได้สบาย น้ำก็ใส ทรายก็ละเอียดเป็นแป้งเลย เล่นน้ำแบบนี้สบายกว่าออกไปดำน้ำอีก ช่วงเย็น ๆ ออกไปเดินเล่นตั้งใจไปฝั่งเม่าเท้นรีสอร์ต แล้วไปต่ออ่าวประมงถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกอีก(เผื่อสวย) เดินไปถามทางไปเรื่อยจนถึงอ่าวประมงทันเวลาก่อนพระอาทิตย์ตก แต่วันนี้ก็ยังสวยสู้เมื่อวานไม่ได้อีก ทำให้นึกถึงคำที่ว่า”อย่าหวังน้ำบ่อหน้า” ขากลับจากอ่าวประมงเดินลัดออกทางด้านหลังพรรีสอร์ตเป็นทางเดินเล็ก ๆ ในป่า แต่เดินแค่ห้านาทีก็ทะลุข้าง ๆ ดาหย๋ารีสอร์ตแล้ว แต่ขาไปเดินเกือบชั่วโมง


ถึงวันกลับแล้วก็นั่งเรือหางยาวไปขึ้นเรือเฟอร์รี่เหมือนขามา เรือเฟอร์รี่ออก 9.30 น.เราไปถึงก่อนเวลาเลยนั่งรอไปเรื่อย ๆ จนเลยเวลาเรือก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะออกเลยไปถามคนเรือถึงจะรู้ว่าลำนี้ออกเวลา 10.30 น. เลยรีบติดต่อพี่หน่อยเพราะกลัวไปไม่ทันเครื่องบินเวลา 16.50 น. ทำให้รู้ว่าเรือหางยาวมาส่งเราที่เฟอร์รี่ผิดลำ ลำนั้นออกไปแล้วแต่พี่หน่อยก็รับประกันว่าทันเครื่องบินแน่ ๆ เลยเบาใจได้หน่อย ขากลับเรือก็แวะที่ตะรุเตาเหมือนเดิม เมื่อมาถึงท่าเรือปากบาราจึงเห็นว่าเรือที่เราต้องมานั้นก็เพิ่งจะเทียบท่าเอง เข้าทำนองว่ามาทีหลังเร็วกว่า จากนั้นก็นั่งสองแถวไปท่ารถตู้ไปหาดใหญ่ ซึ่งพี่หน่อยได้ซื้อตั๋วรถตู้ไว้ให้แล้ว นั่งรถตู้ประมาณ 1.30 ชม.ก็ถึงหาดใหญ่ แต่เราลงที่สามแยกสนามบินแล้วข้ามถนนไปโบกรถสองแถวเข้าไปสนามบินอีกที ถึงสนามบินก็ 16.00 น. ก็รีบเข้าไปเช๊คอินเลยซึ่งก็มาทันนาทีสุดท้ายที่เคาน์เตอร์สายการบินรับโหลดกระเป๋า โชคดีที่เครื่องบินไม่ดีเลย์ ถึงกรุงเทพประมาณ 18.30 น. ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ใช้สนามบินใหม่ ขากลับจากสนามบินจึงเรียกแท๊กซี่จากสนามบินซึ่งกว่าจะถึงบ้าน รวมค่าทางด่วนแล้วเสียค่าแท๊กซี่ไป 360 บาทแน่ะ แพงมากไม่เคยนั่งแท๊กซี่แพงขนาดนี้เลย

ถึงแม้ว่าทริปนี้จะเจอแต่คลื่นลม น้ำขุ่น น้ำแรง และไม่เห็นปะการัง 7 สีอย่างที่คาดก็ตาม แต่ก็ดีใจที่ได้มาหลีเป๊ะตามที่หวังเอาไว้ และถ้ามีโอกาสต้องไปอีกแน่ ๆ




 

Create Date : 01 มีนาคม 2550
0 comments
Last Update : 1 มีนาคม 2550 18:34:21 น.
Counter : 333 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ลงชื่อ....ขิ่ม
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ลงชื่อ....ขิ่ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.