Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2551
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
3 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
'หมัก'เผยใบสั่งเมียเว้นวรรคให้สัมภาษณ์

ที่แท้ "เมีย-ญาติผู้ใหญ่"สั่ง"หมัก" หยุดพ่นคำหยาบ ขณะที่"สมัคร"ยอมหักไม่ยอมงอเดินหน้าแก้ รธน.ปี 50 เพื่ออนาคต ลั่นโดนป้ายสีทำตัวเสมอเจ้าแบบเดียวสมัย “แม้ว” ไม่มีผิด เย้ยพวกกุข่าวไม่มีวันทำสำเร็จแน่ แถมปิดปากไม่สวน “ธีรยุทธ” สักแอะ ปล่อยลูกหาบดาหน้าซัดกลับ ประเคนทั้งโรคจิต-ย่องตอด-สมองมีสารตกค้าง “มท.1” ท้าเหยง ๆ พูดให้ชัดใครชั่ว “จักรภพ” อำลึกขอเป็นไส้กรอกดีกว่า เผยเบื้องหลัง “หมัก- มาร์ค” ขึ้นปาฐกถาเวทีเดียวกัน แต่ไม่วายยังหมางเมิน ด้าน “มาร์ค” ปูดมีคนจ้องเล่นงานยุบ “ปชป.” จนได้ ส่วน “กกต.” เผยเรียก “วิฑูรย์” มาแก้ข้อกล่าวหาจริง ขณะที่ “ศาลเลือกตั้ง” สั่งเดินเครื่องคดีใบแดง “ยุทธตู้เย็น” แล้ว “ปลาไหล” ดิ้นหอบหลักฐานแจง “อสส.” ยื้อส่งฟ้อง อึ้ง! สภาสวนกระแสถลุงงบซื้อรถนำขบวน ส่วน “พปช.” ชกใต้เข็มขัดแย่งเก้าอี้ ปธ.สภา เปิดตัว “มูลนิธิ 111 ทรท.” คึกคัก ปัด “แม้ว” หลบกระแสธงชาติ

“สิงห์เหลิม” ร้องท้า “ใครชั่ว”

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่บ้านริมคลอง ย่านบางบอน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ตอบโต้นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ออกมาวิจารณ์รัฐบาลและตั้งฉายา “รัฐบาลลูกกรอก 1” ว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังคำวิจารณ์และนำมาปรับปรุงได้ แต่สิ่งไหนเป็นเรื่องไม่เป็นประโยชน์เราก็ไม่รับฟัง เพราะการจะเป็นรัฐบาลบริหารประเทศได้ มันต้องเป็นตัวของตัวเองพอสมควร ทั้งนี้ไม่ใช่รับฟังเฉพาะอาจารย์ธีรยุทธเท่านั้น แต่เราต้องรับฟังให้รอบด้าน

“อ.ธีรยุทธ ควรภูมิใจว่าพวกผมมาจากการเลือกตั้งของประชาชน มาด้วยความถูกต้องชอบธรรม และเป็นบุคคลที่ถูกตรวจสอบได้ การวิจารณ์ว่าเป็นยุคคนชั่วครองเมือง อาจารย์พูดให้ชัดว่าหมายถึงใคร ถ้าพูดแบบคาบลูกคาบดอก มันก็จะเสียบุคลิกของอาจารย์เอง เพราะไหน บอกว่าเป็นคนวิจารณ์ตรงไปตรงมา ต้องพูดให้ชัด คนชั่วใครครองเมือง ผมไม่ใช่คนชั่ว ผมเป็น คนดี แต่อาจไม่ดีในสายตาคนที่ไม่ชอบ” รมว. มหาดไทย ระบุ

“จักรภพ” ขอเป็น “ไส้กรอก”

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า นายธีรยุทธเป็นส่วนหนึ่งที่แสดงออกว่า สังคมไทยต้องการประชาธิปไตยและสร้างโอกาสวิพากษ์วิจารณ์กันได้ “รัฐบาลจะมีฉายาหรือไม่คงไม่สำคัญแต่สิ่งที่สำคัญเมื่อพ้นไปแล้ว ฉายาถาวรในประวัติศาสตร์เป็นอย่างไร ผมได้ยินคำว่ารัฐบาลลูกกรอกแล้วมันก็ครึกครื้นดี ดูมันขลัง วันนี้เราต้องการทำไส้กรอกมากกว่า คือ ต้องการผลิต อาหารมากขึ้น เพื่อเลี้ยงคนไทยและชาวโลก ตอนนี้ไม่ใช่ลูกกรอก แต่เป็นไส้กรอก”

พล.ต.ต.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ไม่ทราบว่ากุมารทอง 2 ตนที่นายธีรยุทธพูดถึงเป็นอย่างไร ถ้ามีข้อมูลหลักฐานก็ให้ระบุมาเลยว่าเป็นใคร เพราะนายกฯ เคยพูดแล้วว่ายินดีที่จะรับฟังและจะแก้ไขปัญหา ถ้ามีใครในรัฐบาลหรือเกี่ยวข้องกับรัฐบาลไปทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง “ที่มีการระบุว่านักการเมืองชั่วก็ให้เอาชื่อมาเลยว่าไปทำชั่วเรื่องอะไร แล้วคอยดูว่านายกฯ จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดหรือไม่

ดาหน้าถล่ม “ย่องตอด-โรคจิต”

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ตอบโต้นายธีรยุทธที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลนี้อาจกลายเป็นนักการเมืองชั่วครองเมือง (ชคม.) ว่า ประชาชนตัดสินใจ มอบอำนาจให้รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารบ้านเมือง แต่ จากคำพูดของนายธีรยุทธหมายความว่าปฏิเสธวิจารณญาณของประชาชน “ผมมองว่าอาการของนายธีรยุทธเป็นอาการย่องตอดแอบอยู่ตรงไหน ไม่รู้ เผลอก็ออกมาตอดนิดตอดหน่อยแล้วก็กลับไปแอบใหม่”

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า ส่วนตัวคิดว่านายธีรยุทธ คงจะมีอาการโรคจิตอ่อน ๆ ได้ต่อว่าคนอื่นแล้วเห็นคนที่ถูกต่อว่าเจ็บปวดแล้วตัวเองมีความสุข การวิเคราะห์ครั้งนี้เหมือนชี้โพรงให้มีการยึดอำนาจอีกครั้ง สำหรับคำว่านักการเมืองชั่วนั้น นักการเมืองทุกคนไม่รู้สึกอะไร เพราะชินเสียแล้ว และที่นายธีรยุทธเคยพูดว่าเมืองไทยมี 5 เสื่อม ตนขอเพิ่มไปอีก 1 เสื่อม คือ นักวิชาการเสื่อม มีสารปนเปื้อนตกค้างในความคิด แสดงความเห็นแบบอคติ เห็นคนอื่นแย่หมด

หนุน “ลุงชัย” -ป้ายขี้ “ขุนค้อน”

นายสุทิน กล่าวถึงตัวเลือกเป็นประธานสภาคนใหม่ว่า ขณะนี้เหลือเพียง 2 คน คือ นายชัย ชิดชอบ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาคนที่ 1 โดยจะต้องพิจารณาว่าบุคคลใดมีความเหมาะสม ที่จะควบคุมการประชุมในสถานการณ์การเมืองที่เชี่ยวกรากนี้ได้ดีที่สุด เข้าใจว่าการเลือกประธานสภาครั้งนี้คงเป็นการประสานกันภาย ในพรรคไม่ถึงขั้นต้องให้ ส.ส.ลงมติเลือก ยืนยันว่าไม่มีใบสั่งจากเบื้องบนว่าให้เลือกใครอย่างแน่นอน

“เสียงส่วนใหญ่สนับสนุนนายชัย ให้เป็นประธานสภา เพราะเป็นบุคคลที่มีเก๋าทางการเมือง ทำงานได้คนที่ผ่านสภามานานน่าจะเป็นประธานที่มีความสง่างามมากกว่าการเรียนทางลัด” ส.ส.มหาสารคาม กล่าว ต่อข้อถามว่า นายชัย ถูกกล่าวหาว่าบุกรุกที่ดิน จ.บุรีรัมย์ จะทำให้มีปัญหาหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเพียงข้อกล่าวหา หากไปตรวจสอบประวัตินายสมศักดิ์อาจจะพบคดีติดตัวจากการถูกกล่าวหาก็เป็นได้

อ้างกติกาภายในสกัด “พ่อเนวิน”

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล ส.ส.แพร่ พรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า ตามที่ตกลงกันในพรรคให้ประธานและรองประธานสภามาจาก 3 ภาค คือ นายยงยุทธ จากภาคเหนือ นายสมศักดิ์ มาจากภาคอีสาน และ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานคนที่ 2 มาจากภาคกลาง ดังนั้นที่มีข่าวว่าวางตัวจะให้นายชัย ชิดชอบ ส.ส.สัดส่วน กลุ่มที่ 4 พรรคพลัง ประชาชน ซึ่งมาจากภาคอีสานมาดำรงตำแหน่งประธานสภาแทนนายยงยุทธนั้น ถ้าเป็นไปตามหลักการที่ตกลงกันไว้คงเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตามในกลุ่ม ส.ส.ภาคเหนือ จะเสนอชื่อนาย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.ศึกษาธิ การ หรือนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ยุติธรรม แต่หากมีปัญหาก็อาจเสนอชื่อนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย เป็นรองประธานสภาแทน

“ปชป.” โต้เสื้อกั๊กอย่าเหมาเข่ง

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยอมรับว่านักการเมืองมีทั้งที่ดีและไม่ดี แต่ไม่ควรเหมารวมว่าการเมืองหรือนักการเมืองทุกคนทุกพรรคจะต้องเลวร้ายเสมอไป ดังนั้นนักการเมืองต้องพิสูจน์ตัวเอง เพราะขณะนี้มีคนจำนวนมากมองว่านักการเมืองคำนึงถึงประโยชน์ของตนเองเป็นใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ยิ่งเป็นการตอกย้ำความเข้าใจนี้ ดังนั้นทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต้องช่วยกันกอบกู้ภาพลักษณ์ของการเมือง โดยเฉพาะรัฐบาลต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการทำงาน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีนายกฯ จะทำหนังสือทักท้วงไปยังสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตีเรื่องที่มีแฟนบอลเขียนชื่อ “THAKSIN” ลงบนธงชาติไทยว่า เป็นสิ่งที่ถูกต้อง และจะรอดูคำชี้แจงของผู้ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง “นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ต้องหนักแน่นกว่านี้ เพราะมีหน้าที่ปกป้องประเทศ ไม่ได้มีหน้าที่ปกป้องอดีตหัวหน้าพรรค คำให้สัมภาษณ์ของนายนพดลไม่ได้ปกป้องคนไทยเลย แต่เป็นการปกป้อง พ.ต.ท.ทักษิณ”

“หมัก” ยังหมางเมิน “มาร์ค”

ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) จัดสัมมนาเรื่อง “สถานการณ์รัฐธรรมนูญไทย” นายพนัส ทัศนียานนท์ อดีต ส.ส.ร.ปี 2540 และอดีต ส.ว.ตาก กล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 2550 มีปัญหา อาทิ มาตรา 309 ที่ให้ประชาชนยอมรับการทำรัฐประหารและการนิรโทษกรรม ส่วนเรื่องการ แต่งตั้งองค์กรอิสระจะหนักไปทางตุลาการ มองได้ว่าเป็นการปกครองโดยตุลาการเป็นใหญ่ที่เราเรียกว่า “ตุลาการภิวัตน์” ซึ่งอยากฝากให้คิดไว้ว่าสหรัฐ ได้เรียนรู้เรื่องนี้และเริ่มจำกัดอำนาจตุลาการแล้ว

ในช่วงบ่าย นายสมัคร สุนทรเวช นายกฯ และ รมว.กลาโหม และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีคิวขึ้นปาฐกถาพิเศษในเวทีเดียวกันนี้ โดยนายอภิสิทธิ์ได้ยกมือไหว้ทักทายนายสมัคร และพยายามพูดคุยด้วย ซึ่งในครั้งนี้นายสมัครได้รับไหว้ แต่ก็กล่าวตอบแบบเสียไม่ได้ พร้อมทั้ง ยังได้บอกนายโคทม อารียา ประธาน สป.ให้เร่งพิธีกรเชิญตนเองขึ้นไปพูด เพราะต้องไปงานอื่นต่อ

นายกฯ ลั่นแก้รธน.เพื่ออนาคต

นายสมัคร ปาฐกถาตอนหนึ่งว่า ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ตนไม่ต้องการผลประโยชน์อะไรเลยจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เรื่องคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องขึ้นศาลไม่เกี่ยวข้องอะไรกับรัฐธรรมนูญเลย เพียงแต่ที่เราต้องแก้ไขเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันแย่ หลายข้อมันบกพร่อง ใครบอกไม่แย่ตนก็ต้องบอกว่าดัดจริต เมื่อเราพิจารณาดูแล้วก็เห็นพ้องว่าจะต้องแก้ไข แต่พอจะแก้กลับมีกรณีที่เขาปฏิวัติทิ้งไว้ ที่เขาจะล่อคน ๆ หนึ่งซึ่ง มีคดีความอยู่ และก็หาว่าจะแก้เพื่อมาช่วยเรื่องนี้ ซึ่งมันไม่เป็นความจริง เพราะเมื่อแก้ไขรัฐธรรม นูญแล้วก็ต้องมาตีความอีกว่าจะใช้ย้อนหลังได้หรือไม่ได้ เราต้องการแก้เพื่อไว้ใช้เลือกตั้งครั้งหน้า ไม่มีอะไรเสียหาย ไม่มีใครเดือดร้อน เพราะถ้าไม่มีใครแก้ เลือกตั้งครั้งหน้าก็ต้องใช้รัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ไม่เข้าท่าอีก

โวยโดนสาดโคลนแบบ “แม้ว”

“ถึงวันนี้มีการปลุกระดมเอิกเกริกไปกันใหญ่ เอาถึงขนาดที่ว่าคนอย่างผมจะโดนอย่างนายกฯ ทักษิณ วันที่ 21 เม.ย. วันก่อตั้งกรุงเทพฯ ครบ 226 ปี ผมไปทำพิธีในนามของ รมว.กลาโหม ของทหารผ่านศึก และได้มาผูกผ้าสีที่เสาหลักเมืองจำลองด้านนอก ก็มีการไปทำข่าวกันเอิกเกริกว่าไอ้สมัครบังอาจไปถอดผ้าที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงผูกไว้ แล้วเอาของตัวเองไปผูกทับ อย่างนี้มันมีแผนการเลวทรามต่ำช้าที่จะฟาดฟันนายกฯ ก็ไม่รู้ว่าต้องการอะไรในการเสนอข่าวเช่นนี้ หรือต้องการจะบอกว่าไอ้สมัครกับทักษิณมันก็อีหรอบเดียวกัน แต่ไม่มีทาง ถึงอย่างไรก็ไม่เหมือนกัน ความคิดอ่านยังไม่เหมือนกันเลย ผมก็เป็นผม” นายสมัคร ระบุ

นายกฯ กล่าวต่อว่า บริหารงานมา 3 เดือนก็มีคนพยายามลากเอาไปผูกโยงว่าจะมีการปลุกปั่นให้ทหารปฏิวัติจับรัฐมนตรีขึ้น ฮ. ไปควบคุมทั้งหมด ตนไม่ได้ตีปลาหน้าไซ แต่ถามว่าทหารไม่เข็ดจะเอาอีกแล้วหรือ ตนไม่ต้องการปิดบังเรื่องแบบนี้ไว้ เพราะยังบ้ากันไม่จบ ที่ผ่านมาถือเป็นบทเรียนของทุกคนแล้ว รัฐธรรมนูญไทยเปลี่ยนมาแล้ว 18 ฉบับ แก้มาแล้ว 30 หนไม่มีปัญหา อยากจะรู้นักคราวนี้ทำไมมันถึงจะต้องนองเลือด

“มาร์ค” ปูดมีแผนลึกยุบ “ปชป.”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่นายสมัคร กล่าวปาฐกถาพิเศษจบก็ได้เดินทางกลับทันที โดยไม่ยอมตอบคำถามสื่อมวลชนที่พยายามสอบ ถามถึงการวิพากษ์วิจารณ์ของนายธีรยุทธ ที่มีต่อรัฐบาล โดยเฉพาะฉายารัฐบาลลูกกรอก 1 รวมทั้งคำถามเรื่องการสรรหาประธานรัฐสภาคนใหม่แทนนายยงยุทธด้วย

จากนั้นนายอภิสิทธิ์ ขึ้นปาฐกถาพิเศษว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเปิดให้ทุกฝ่ายเข้าร่วม แต่รัฐบาลจะประชุมแค่ 6 พรรคโดยไม่เชิญฝ่ายค้านเข้าร่วมจึงไม่ได้เป็นเรื่องของสภาตามที่นายกฯ บอก เพราะถ้าจะให้เป็นระบบของสภาต้องให้ ส.ส. ส.ว. และคนนอก เข้ามามีส่วนร่วม โดยให้มีคณะกรรมาธิการมาศึกษาประเด็นก่อนและถามความเห็นร่วมของสังคม จากนั้นทำกระบวนการเหมือน ส.ส.ร. ขึ้นมา ถ้าทำได้อย่างนี้ตนไม่เชื่อว่าจะมีใครออกมาเดินขบวนคัดค้าน ตอนนี้มีความพยายามหาทางให้ใบแดงแก่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อให้พรรคถูกยุบ เช่น กรณีคดีที่ภาคอีสาน สำนวนคดีก็ ถูกรื้อมาสอบใหม่ ทั้งนี้ตนอยากให้ศาลรัฐธรรม นูญตัดสินไปตามเนื้อผ้า และถ้าพรรคผิดก็ไม่มีความคิดที่จะแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อตัวเอง

“กกต.” เรียก “วิฑูรย์” แก้ข้อหา

นายทรงศักดิ์ จันทรุขา ผอ.กต.อุบลราช ธานี เปิดเผยถึงกระแสข่าว กกต. มีมติให้ใบแดงกับนายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ว่า ก่อนหน้านี้มีการร้องคัดค้านนายวิฑูรย์ ข้อหาทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 53 (3) ในการจัดมหรสพโดยมีการกล่าวหาว่าเรียกหัวคะแนนไปพูดคุยในโรงหนังและแจกตั๋วหนัง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการแจ้งข้อกล่าวหา และเชิญนายวิฑูรย์มาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในวันที่ 12 พ.ค.

นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. กล่าวถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะออกหมายเรียกให้ กกต. ไปชี้แจง รวมทั้งขอให้สำนักงาน กกต. ส่งเอกสารชี้แจงเรื่องที่ถูกร้องเรียนว่าฮั้วพิมพ์บัตรเลือกตั้งภายใน 30 วันว่า ต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุม กกต. ว่า สมควรไปชี้แจงหรือไม่ เพราะขณะนี้กำลังสงสัยอำนาจว่าดีเอสไอมีอำนาจในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งอาจจะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจระหว่างองค์กรก่อน

เปิดตัว “มูลนิธิ 111 ทรท.” คึกคัก

อีกด้านหนึ่ง ที่โรงแรมเซ็นทารา ลาด พร้าว มีการแถลงข่าวเปิดตัว “มูลนิธิ 111 ไทยรักไทย” อย่างเป็นทางการ โดยมีอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยมาร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พล.อ.ชิดชัย วรรณสถิต นายภูมิธรรม เวชยชัย นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายสุธรรม แสงประทุม นายประจวบ ไชยสาสน์ นพ.สุชัย เจริญรัตนกุล ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่ได้มาร่วมงานแต่อย่างใด

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ประธานมูลนิธิ กล่าวเปิดงานว่า ทุกคนคงจำเหตุการณ์เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 50 ได้ แต่วงการกฎหมายไทยคงไม่ภูมิใจที่มีการจำกัดบทบาทให้กฎหมายมีผลย้อนหลัง ส่วนที่วิจารณ์ว่าเป็นการรวมตัวเพื่อที่จะเคลื่อนไหวทางการเมืองก็ขอยืนยันว่าหากพวกเราจะเคลื่อนไหวทางการเมืองคงไม่มาทำมูลนิธิ แต่คงไปทำรูปแบบอื่น เช่น ชมรมหรือกลุ่ม เพราะการทำมูลนิธิต้องไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่เป็นการทำเพื่อตอบแทนบุญคุณของประชาชนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ซึ่งตนขอให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงใจของพวกเรา

ยัน “ทักษิณ” ไม่ได้หลบธงชาติ

นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล เลขาธิการมูลนิธิฯ เปิดเผยว่า อดีต กก.บห.พรรคไทยรักไทย หลายคนตอบรับแต่ไม่สามารถมาร่วมงานได้ เพราะติดภารกิจในต่างประเทศ เช่น นายอดิศัย โพธารามิก นายสมชาย สุนทรวัฒน์ นายพินิจ จารุสมบัติ นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี นายจาตุรนต์ ฉายแสง ส่วนนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ไม่ได้ตอบรับแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ ช่วงปลายเดือน พ.ค. มูลนิธิจะ จัดงานระดมทุนโดย พ.ต.ท.ทักษิณ จะแสดงวิสัยทัศน์ด้วย

นายพงศ์เทพ ให้สัมภาษณ์ในฐานะโฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เดินทางมาร่วมงานเปิดตัวมูลนิธิด้วยเนื่องจากติดภารกิจต่างประเทศ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัญหาเรื่องธงชาติ คาดว่าสัปดาห์หน้า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อให้การต้อนรับมาริโอ เกอริโน นักธุรกิจพลังงานชาวบราซิล ส่วนการลาออกจากตำแหน่งประธานสภาของนายยงยุทธคงไม่มีเบื้องหลังเรื่องการคุมเกมแก้รัฐธรรมนูญ เพราะการมีประธานสภาหรือไม่มีก็ไม่คิดว่าจะทำให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญง่ายหรือยากขึ้นกว่าเดิม เพราะหากคัดเลือกไม่ทันก่อนปิดสมัยประชุมก็ยังมีประธานวุฒิสภา ซึ่งต้องทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง

เด็ก“พปช.”แจ้งจับย้อนเกล็ด

ค่ำวันเดียวกัน ที่กองปราบปราม นายภิรมย์ พลวิเศษ ส.ส.นครราชสีมา เขต 5 พรรคพลังประชาชน เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สมยศ พรหมนิ่ม รอง ผบก.ป. เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่ปรากฏในภาพหลักฐานที่นำมาจากเว็บไซต์ชื่อดังแห่งหนึ่ง โดยภาพแรกเป็นฉากหลังเวทีของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีการเขียนชื่อบุคคลทับบนธงชาติ ส่วนอีกภาพเป็นหญิงสาวใช้ผ้าพันคอสีเหลืองกู้ชาติ มาทาสีเป็นรูปธงชาติเขียนข้อความว่า “ออกไป” มาใช้รัดหน้าอกในระหว่างการชุมนุม เบื้องต้น พ.ต.อ.สมยศ ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนรับเรื่องไว้ตรวจสอบ หากพบว่าเข้าข่ายกระทำความผิดก็จะมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ศาลเดินเครื่องใบแดง “ทั่นยุทธ”

วันเดียวกัน ที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง นายกำธร โพธิ์สุวัฒนากุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา พร้อมองค์คณะรวม 3 คน ออกนั่งบัลลังก์ตรวจสอบพยานหลักฐาน คดีหมายเลขดำที่ ลต. 38/2551 ระหว่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ร้อง และนายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.สัดส่วน กลุ่มที่ 1 และรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ผู้คัดค้านที่ 1 ซึ่ง กกต. มีมติเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เนื่องจากแจกเงินให้กลุ่มกำนัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย และ น.ส. ละออง ติยะไพรัช ส.ส.เชียงราย เขต 3 พรรคพลังประชาชน ซึ่ง กกต. สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่

โดยฝ่าย กกต. ได้นำแผ่นวีซีดี 8 แผ่น และคำวินิจฉัยส่วนตนของ กกต. 5 คน มามอบให้ศาลตามที่ฝ่ายผู้คัดค้านขอไว้ ขณะที่นายยงยุทธ และ น.ส.ละออง ไม่ได้เดินทางมาที่ศาลด้วยตนเอง แต่มอบอำนาจให้นายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความ นำบัญชีรายชื่อพยานบุคคล 50 ปากที่มีทั้งกำนัน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงพยานเอกสารมายื่นให้ต่อศาลแทน ภายหลังศาลสอบข้อเท็จจริงคู่ความทั้งสองฝ่ายเสร็จสิ้น จึงนัดไต่สวนพยานฝ่าย กกต. ผู้ร้องในวันที่ 8 พ.ค. เวลา 09.00 น. และนัดไต่สวนพยานผู้คัดค้านวันที่ 12-14 และ 20 พ.ค. เวลา 09.00 น.

“ปลาไหล” ดิ้นชงข้อมูลสู้คดียุบ

นายพิชิฏ เปิดเผยก่อนการพิจารณาคดีว่า ประเด็นที่จะใช้ต่อสู้ในชั้นศาลจะชี้ให้เห็นถึงความไม่น่าเชื่อถือของพยานฝ่ายผู้ร้อง เนื่องจากมีข้อบกพร่องของพยานหลักฐานในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐกับผู้ร้องมันเกินความเป็นจริง ขณะที่นายยงยุทธและ น.ส.ละออง ได้ยืนยันความบริสุทธิ์พร้อมมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม

ขณะเดียวกัน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายนิกร จำนง รองหัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นตัวแทนนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคเข้ายื่นหนังสือต่อนายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อขอความเป็นธรรมและขอเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงในคดียุบพรรคชาติไทย ก่อนที่นายบรรหารจะเดินทางไปชี้แจงในสัปดาห์หน้า นายนิกร เปิดเผยว่า สาระสำคัญต้องการให้ อสส. เห็นว่า คดีใบแดงที่ จ.ชัยนาท ผู้กระทำความผิดเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวคะแนนของนายมณเฑียร สงฆ์ประชา ผู้สมัครพรรคชาติไทย ซึ่งโดยข้อเท็จจริงนายมณเฑียรไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง และยังเป็นคดีฟ้องร้องระหว่างผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหากันอยู่จนถึงขณะนี้

“วัฒนา” ซัด “ป.ป.ช.” ฟ้องเท็จ

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายวัฒนา อัศวเหม ประธานพรรคเพื่อแผ่นดิน อดีต รมช.มหาดไทย ได้ขึ้นเบิกความในฐานะจำเลยคดีปากสุดท้ายในคดีที่ อสส. ยื่นฟ้องกรณีออกโฉนดที่ดิน ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ โดยมิชอบ ทั้งนี้นายวัฒนา ยืนยันว่าไม่ได้บังคับให้เจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนด เพราะไม่มีอำนาจในกำกับดูแล กรมที่ดิน คำฟ้องของคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ อสส. จึงเป็นความเท็จ ซึ่งภายหลังเบิกความได้ 40 นาที นายวัฒนาได้ขออนุญาตศาลให้หยุด ไต่สวน เนื่องจากเกิดวิงเวียนศีรษะ ศาลจึงอนุญาตให้หยุด ไต่สวนและนัดอีกครั้งวันที่ 6 พ.ค. เวลา 09.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนนายวัฒนาจะขึ้นเบิกความ นายวิษณุ เครืองาม อดีตเลขาธิการ ครม. นายผัน จันทรปาน อดีตอธิบดีกรมที่ดิน นายไพศาล กาญจนประพันธ์ อดีตเจ้าพนักงานที่ดินสาขาบางพลี และ พล.ต.ต.วิเชียร สิงห์ปรีชา รอง ผบช.ก. พยาน 4 ใน 10 คนที่ศาลฎีกาออกหมายเรียกได้เดินทางมาให้การต่อศาลด้วย

31 ส.ว.เข้าชื่อยื่นศาลเขี่ย “วิรุฬ”

ที่รัฐสภา วุฒิสภาได้ประชุมลับเพื่อพิจารณาวาระด่วนให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลปกครอง สูงสุด จำนวน 4 คน ประกอบด้วยนายวิษณุ วรัญญู รองอธิบดีศาลปกครองกลาง นายนพดล เฮงเจริญ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม อธิบดีศาลปกครองพิษณุโลก และนายวราวุธ ศิริยุทธ์วัฒนา รองอธิบดีศาลปกครองกลาง และภายหลังการลงคะแนนด้วยวิธีลับผลปรากฏว่าทั้ง 4 คน ได้รับความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 122, 110, 129 และ 134 ตามลำดับ

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้รับทราบมติของ ป.ป.ช. ที่รายงานว่านายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช. พาณิชย์ ถือหุ้นเกินร้อยละ 5 จากนั้นนายสมชาย แสวงการ นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว. สรรหา และ น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กรุงเทพฯ ร่วมกันแถลงว่า มี ส.ว.สรรหา และ ส.ว.เลือกตั้ง จำนวน 31 คน ได้ลงชื่อเพื่อให้ประธานวุฒิสภาส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายวิรุฬพ้นจากตำแหน่งแล้ว

สภาผลาญ 10 ล. ซื้อรถนำขบวน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างยานพาหนะเพื่อใช้เป็นรถนำขบวนพร้อมเครื่องมือสื่อสารสำหรับอารักขาประธานและรองประธานสภา มูลค่ากว่า 10.5 ล้านบาท ประ กอบด้วย รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี พร้อมวิทยุตรวจการณ์ 3 คัน มูลค่า 4 ล้านบาท รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ บีเอ็มดับเบิลยู รุ่น R1200 RT 4 คัน มูลค่า 6.5 ล้านบาท และยังจัด ซื้อเครื่องหาพิกัดด้วยดาวเทียม GARMIN StreetPilot 2610 อีกด้วย นอกจากนี้ยังได้ว่าจ้างตำรวจนอกเครื่องแบบโดยสวมเสื้อชุดทหารมีข้อความ “หน่วยปฏิบัติพิเศษ” โดยรับเงินเดือนจากสำนักงานเลขาธิการสภา

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภา เปิดเผยว่า การจัดซื้อเกิดขึ้นในสมัยที่นายโภคิน พลกุล เป็นประธานสภา ทางสำนักงานจึงได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุและล่วงเลยมากว่า 2 ปีจึงดำเนินการแล้วเสร็จและได้รับส่งมอบในวันที่ 2 พ.ค. ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นตามขั้นตอน

“เมีย-ญาติ” ห้าม “หมัก” จ้อ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ เลขาธิการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้มอบเสื้อสีขาวมีข้อความสีดำว่า “คุกคามสื่อ คุกคามประชาชน” ให้นายจักรภพ เพ็ญแข รมต.สำนักนายกฯ เนื่องจากองค์การยูเนสโกประกาศให้วันที่ 3 พ.ค. ของทุกปีเป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก เพื่อย้ำเจตนา รมณ์และหลักการที่เป็นพื้นฐานของเสรีภาพ ของสื่อมวลชนทั่วโลก

พล.ต.ต.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงกรณีนายกฯ อ้างว่าถูกผู้ใหญ่สั่งห้ามไม่ให้สัมภาษณ์ เนื่องจากใช้คำพูดไม่เหมาะสมว่า ตนได้สอบถามนายกฯ ว่าผู้ใหญ่คนนั้นเป็นใคร เพราะเกรงว่าสื่อจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนนั้นคนนี้ ซึ่งนายกฯ ตอบว่าญาติผู้ใหญ่กับภรรยาเป็นคนขอร้องให้หยุดการให้สัมภาษณ์ก่อน นอกจากนี้สำนักข่าวไอเอ็นเอ็นได้ส่งหนังสือถึงนายกฯ เพื่อขอโทษที่เสนอข่าวเรื่องการนัดหารือของหัวหน้า 6 พรรคร่วมรัฐบาลไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชมเชยที่สื่อได้แสดงความรับผิดชอบ

ทบ.สั่งจัดรายการเทิดทูนสถาบัน

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงผลการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. มอบนโยบายสำคัญเร่งด่วนให้ทุกหน่วยของ ทบ. จัดกิจกรรมเพื่อแสดงความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ในทุกโอกาส เช่น สถานีวิทยุกระจายเสียงในเครือกองทัพบกให้เผยแพร่บทเพลงพระราชนิพนธ์และเพลงเฉลิมพระเกียรติ รวมถึงจัดรายการที่แสดงถึงความจงรักภักดี เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนสังคมไทยให้มีความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

ต่อข้อถามว่า สาเหตุที่มีการสั่งการเรื่องนี้เป็นเพราะช่วงนี้มีการดึงสถาบันมาเกี่ยวข้องกับการเมืองใช่หรือไม่ รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่า ผบ.ทบ. ให้นโยบายมาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งว่าทหารและกองทัพ คือทหารของในหลวง เรื่องนี้จึงเป็นนโยบายที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ไม่เกี่ยวกับการเมืองแต่อย่างใด





"ธีรยุทธ"ให้ฉายารัฐบาลลูกกรอก
"ขุนค้อน"แอ่นอกพร้อมนั่งปธ.สภา"พปช."รอดนอมินี
มอบฉายา “รัฐบาลลูกกรอก” ให้นายกฯสมัคร “ธีรยุทธ” จัดให้ ยก “รักเลี้ยบ-ยมมิ่ง” 2 คู่หูผู้นำโชว์อิทธิฤทธิ์ ชี้อีก 2 กุมารทองคะนองปากกับคะนองอำนาจมีฤทธิ์เดชไม่เบา เปรียบการเมืองกำลังเข้ายุค “ชคม.” โทษนักการเมืองตัวฉุดประเทศ ชำแหละ 5 จุดอ่อนรัฐบาล ย้ำห่วง 10 ประเด็นสังคมแตกแยก ปชป.เย้ยรัฐบาลโดนวิจารณ์แทงใจดำเต้นผาง พปช.ตะเพิดทันควัน ออกโรงป้อง “ทักษิณ” ไม่เกี่ยววางตัวปธ.สภาคนใหม่ “สมชาย” ปัดเป็นตัวเต็ง ส่วน “ขุนค้อน” แอ่นอกพร้อมรับเก้าอี้ “กานต์” เผยเหลือ 2 ดาวเด่นเข้ารอบตัดเชือก พปช.คาดต้องนับกำลังชี้ขาด เด็กพปช.โล่งกกต.ยกคดีร้อง “สมัคร” พร้อยกสำนวนพปช.นอมินี ชี้ไม่เข้าข้อกฎหมาย “วีระ” ฉุนกกต.พลิ้ว หาช่องลุยต่อ ขณะที่ “ทักษิณ” เลื่อนร่วมเปิดมูลนิธิ 111 ไทยรักไทย ด้านกห.ยันคืนยศ “ดวง” ถูกต้อง หมออนุญาตให้ “สุธา” กลับบ้านได้แล้ว แต่ห่วงวูบง่าย นัด 2 สัปดาห์เช็กร่างกาย

ป้อง“ทักษิณ”ไม่ยุ่งเฟ้นปธ.
เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่กระทรวงมหาด ไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นเพราะกระแสกดดันภายในพรรคหรือไม่ ว่า ไม่ได้มีกระแสกดดันภายในพรรค นายยงยุทธคงจะคิดแต่เพียงว่าการไปขึ้นศาลถ้ายังมีตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ทำหน้าที่ เป็นประธานรัฐสภา จึงไม่อยากให้ฝ่ายนิติบัญญัติไปเกี่ยวข้องกับฝ่ายตุลาการ ซึ่งตนมองว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีผลต่อการแก้รัฐธรรมนูญตามที่มีผู้วิจารณ์ และในพรรคก็ยังไม่ได้มีการปรึกษาหารือถึงผู้ที่จะมาทำหน้าที่ในตำแหน่งดังกล่าวแทนนายยงยุทธ และขอยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกฯ ไม่ได้มีบทบาทในพรรค แต่บทบาทด้านความรู้สึก และอิทธิพลทางใจคงห้ามกันไม่ได้

“สมชาย”ปัดไม่ใช่ตัวเต็ง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมชาย วงศ์ สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าจะไปรับตำแหน่งประธานสภา โดยนายสมชายหัวเราะและกล่าวว่า มีข่าวตั้งแต่เมื่อไร ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หากทางพรรคพลังประชาชนมีมติยืนยันที่จะให้ไปทำหน้าที่จะพร้อมหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องเหล่านี้เลย ทั้งนี้ตนเพิ่งเป็นรองนายกฯ และ รมว.ศึกษาธิการได้เพียง 2 เดือนกว่า ๆ เท่านั้นงานหลายอย่างกำลังเดินหน้าไปได้ดีและคิดว่า รมต.ไม่ควรย้ายบ่อย

นายสมชาย กล่าวว่า ทางพรรคคงไม่สนใจที่ให้ตนไปทำหน้าที่นี้เพราะในพรรคมีคนที่มีความเหมาะสมมาก อีกทั้งตนเพิ่งเข้าเป็น ส.ส. สมัยแรกจึงไม่ใช่คนที่มีความเหมาะสม และคงต้องรอประชุมพรรคในวันที่ 6 พ.ค.นี้ พร้อมกันนี้นายสมชาย ยังปฏิเสธข่าวที่จะสลับเก้าอี้ไปเป็น รมว.ยุติธรรม เพื่อเปิดทางให้นายยงยุทธมานั่งในเก้าอี้ รมว.ศึกษาธิการแทน และยังระบุว่าเวลานี้ยังไม่เห็นแนวโน้มว่าจะมีการปรับ ครม. รวมถึงได้ปฏิเสธว่าไม่มีใบสั่งจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ในการพิจารณาเลือกตัวประธานสภาคนใหม่ พร้อมขอร้องให้ทุกฝ่ายเลิกคิดในเรื่องนี้ที่มีอะไรก็จะพุ่งเป้าไปที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เท่านั้น เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ต้องการเข้ามายุ่งเรื่องการเมืองในพรรค

ขุนค้อนพร้อมรับตำแหน่ง
ที่รัฐสภา นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนการเลือกประธานสภาฯคนใหม่ว่า ยังไม่มีระเบียบวาระ แต่ถ้าพรรคพลังประชาชนประชุมวันที่ 6 พ.ค.นี้ แล้วส่งมาให้สภาก็ไม่สามารถบรรจุได้ทันการประชุมในวันที่ 7 พ.ค.นี้ เพราะการบรรจุระเบียบวาระอย่างน้อยต้องใช้เวลา 3 วันขึ้นไป คงจะพิจารณาได้ในสัปดาห์ถัดไป และถ้าไปพิจารณาตรงกับการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่เป็นไร เพราะเป็นคนละเรื่อง ทั้งนี้เชื่อว่าการเลือกประธานสภาคนใหม่จะพิจารณาได้ทันในการประชุมนี้ โดยขึ้นอยู่กับพรรคพลังประชาชนจะพิจารณาบุคคล และเชื่อว่าคงไม่มีปัญหาเรื่องความแตกแยกในพรรค

นายสมศักดิ์ ยังกล่าวถึงความพร้อมในการรับตำแหน่งว่า ถ้าถามตนก็อยากเป็นอยู่แล้ว แต่กำหนดตัวเองไม่ได้ ก็แล้วแต่ทางพรรคจะพิจารณาคนที่เหมาะสมและต้องสง่างาม

คาด “ชัย” ชิงดำ “สมศักดิ์”
พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน คนสนิทนายยงยุทธ กล่าวว่า ขณะนี้แคนดิเดตประธานรัฐสภา เหลือแค่ 2 คน คือนายชัย ชิดชอบ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ซึ่งจะมีการเสนอชื่อบุคคลทั้งสองเข้าสู่การประชุม ส.ส.พรรคพลังประชาชน วันที่ 6 พ.ค.นี้ ขอมติ เรื่องนี้ไม่ถือเป็นโควตาภาคหรือกลุ่มแต่เป็นเรื่องของภาพรวม จากนั้นจะนำข้อสรุปที่ได้เข้าสู่ที่ประชุมวิปรัฐบาลและคาด ว่าจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ภายในวันที่ 7 หรือ 8 พ.ค.นี้

เชื่อสะเทือนพปช.แก้รธน.
ที่รัฐสภา นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธาน ส.ส.ร. และประธานชมรม ส.ส.ร. 50 กล่าวถึงกรณีนายยงยุทธลาออกจากตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร อย่างกะทันหัน ว่า ตนเชื่อว่าต้องมีผลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะมีการยื่นญัตติในสภาผู้แทนราษฎร เพราะเดิมทีตัวบุคคลที่จะคุมเกม การประชุมสภาและการแปรญัตติ หากนายยงยุทธไม่ลาออก ก็คือ นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ซึ่งมีตำแหน่งเป็นรองประธานรัฐสภาด้วย แต่การควบคุมการประชุมสภา และการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้พรรคพลังประชาชนก็ทราบจุดมุ่งหมายดีว่าต้องการแก้รัฐธรรมนูญให้รวดเร็วที่สุด

นายเสรี กล่าวว่า การให้ประมุขรัฐสภามาจากคนของพรรคพลังประชาชนเข้ามาทำหน้าที่ ก็จะทำให้การแก้รัฐธรรมนูญราบรื่นขึ้น ตนเชื่อว่าไม่เกินภายใน 2 เดือนนี้ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะออกมาสร้างความวุ่นวายให้เห็นแน่นอน

ให้ฉายา “รัฐบาลลูกกรอก”
ที่ห้องประภาศน์ อวยชัย มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ เวลา 10.30 น. นายธีรยุทธ บุญ มี อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ได้แถลงวิเคราะห์การเมืองไทยว่า พรรคพลังประชาชนมีความชอบธรรมเต็มที่ที่จะจัดตั้งรัฐบาลไปได้ 4 ปี แต่คนจะยอมรับฝีมือในการบริหาร การลุแก่อำนาจ หรือความซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่ ยังเป็นอีกปัญหาหนึ่ง อีกทั้งการถูกกล่าวหาว่าเป็นนอมินีของอดีตพรรคไทยรักไทย นอมินี มีลักษณะเป็นบุคคลที่อ่อนวัยวุฒิกว่า ด้อยคุณวุฒิ ความฉลาดกว่าเจ้าของ แต่มีความซื่อสัตย์จงรักภักดีสูง ในวัฒนธรรมไทยคือการเลี้ยงลูกกรอก ซึ่งผู้มีอาคมปลุกเสกจากทารกที่หมดอายุขัยไปแล้วให้กลับมามีอิทธิฤทธิ์ ควบคุมจิตใจให้ซื่อสัตย์ จงรักภักดี จึงควรแปล นอมินีว่า “ลูกกรอก” และเรียกรัฐบาลสมัคร สุนทรเวชว่า รัฐบาลลูกกรอก 1

นายธีรยุทธ ยังกล่าวอีกว่า ลูกกรอกในคณะนี้มีระดับผู้นำอยู่ 2 ตนคือ “รักเลี้ยบ-ยมมิ่ง” มีฤทธิ์เดชฉกาจฉกรรจ์ ส่วนหัวหน้า คณะลูกกรอกมี 2 ตน ตนที่หนึ่งเป็นกุมารทองคะนองปาก คิดอะไรก็พูดอย่างนั้นทันที จนสร้างศัตรูไปทั่วตนที่ 2 คะนองอำนาจ ชอบอยู่กระทรวงที่มีอำนาจ เชื่อมั่นว่าอำนาจจะสามารถทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องเกรงใจใคร รัฐบาลคณะลูกกรอกแม้จะมีฤทธิ์เดช แต่ด้อยวัยวุฒิ คุณวุฒิ ความสามารถกว่าจอมขมังเวทผู้เป็นเจ้าของ จึงทำให้ความชอบธรรมไม่สูงเท่าที่ควรจะเป็น รัฐบาลตกอยู่ในฐานะมีตำแหน่งอำนาจได้แต่ปกครองไม่ได้ ภายใน 6 เดือนถึง 1 ปีคาดว่าจะถูกผู้คนต่อต้านหนักมากขึ้น

“ธีรยุทธ”ชี้เข้ายุค“ชคม.”
นายธีรยุทธ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันเป็นการเมืองยุคประชานิยม ปัญหาจึงกินลึกลงไปอีกกลายเป็นวัฏจักรวิบัติ กล่าวคือ มี คมช. หรือการปฏิวัติ เกิดการต่อต้านจากฝ่ายประชาธิปไตยและรากหญ้า จนมีเลือกตั้ง ตั้งรัฐบาล ซึ่งเกือบ ทุก ๆ ชุดจะโกงกินมโหฬารและใช้อำนาจบาตรใหญ่ และปิดกั้นไม่ให้มีการตรวจสอบลงโทษ จน กลายเป็นยุค “ชคม.” หรือ ชั่วครองเมือง

อดีตแกนนำนักศึกษา 14 ตุลารายนี้ ยังวิจารณ์ว่า นักการเมือง ชคม. จะถูกต่อต้านจากชนชั้นกลาง ภาคสังคม ประชาชนที่ต้องการรักษาคุณธรรมและความสมดุลให้สังคม จนกลายเป็นความขัดแย้งวุ่นวาย เกิดการปฏิวัติ ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่ฝ่ายประชาธิปไตยเลือกตั้งและกลุ่มรากหญ้าอีก วนเวียนเป็นวัฏจักรไปเช่นนี้

ชำแหละ5จุดอ่อนรัฐบาล
นักวิชาการคนเดิม ยังวิเคราะห์จุดอ่อนของรัฐบาลนี้ว่า มี 5 ประการสำคัญ คือ 1.นำเอานักการเมืองท้องถิ่นมาเป็นรมต.จึงขัดแย้งกับ ความหวังของชนชั้นกลาง 2.การคอร์รัปชั่นในรัฐ บาลนี้จะนำไปสู่การขยายวงกว้าง 3.จะเกิดความขัดแย้งผลประโยชน์ระหว่างจอมขมังเวท กุมารทอง และบรรดาลูกกรอก 4.กลุ่มที่รักทักษิณอย่างสุดขั้วในเชิงอุดมการณ์ต้องการเปลี่ยนประเทศอย่างสุดโต่ง ซึ่งจะเร่งความขัดแย้งให้เกิดขึ้น และ 5.การขาดมืออาชีพในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จะกลายเป็นจุดอ่อนของรัฐบาลได้

นายธีรยุทธ ยังมองว่า ความขัดแย้งที่จะไม่เข้มข้นแล้ว แต่จะยืดยาว ไม่มีฝ่ายใดแพ้ชนะ รัฐบาลปราบประชาชนก็ไม่ได้ พันธมิตรก็ไม่มีข้ออ้าง ทหารก็ต้องไม่รัฐประหารอีกต่อไป สิ่งที่จะทำให้เกิดความรุนแรง คือ 1.การมองปัญหาแบบแยกส่วนตัดตอน เช่น กระบวนการคตส. และ ป.ป.ช. ฝ่ายหนึ่งตรวจสอบเพื่อให้จบที่ศาล แต่อีกฝ่ายมองเป็นเผด็จการต้องการโค่นล้ม 2.วัฒนธรรมไม่เอื้อต่อการแก้วิกฤติ ที่เป็นสังคมอุปถัมภ์ไม่แก้ปัญหาโดยกฎระเบียบกติกา ในอดีตเรามีวัฒนธรรมแบบศรีธนญชัย แต่ปัจจุบันได้เกิดวัฒนธรรมศรีตะแบงไช ทั้งตะแบง ตีความกฎหมาย ยังชอนไชทะลุทะลวงกฎหมายรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ โดยมีหัวโจกใหญ่ ของบรรดาเหล่าวงตะแบงไช คือ ตะแบงชะเวตี้ ที่ ตะแบงตั้งแต่เรื่องซุกหุ้นว่าบกพร่องโดยสุจริต จนถึงการชักใยพรรคการเมือง

เตือนระวังสังคมแตกแยก
3.กลไกแก้ไขปัญหาทางสังคมคือการใช้เหตุผล โดยสื่อมวลชน นักวิชาการ ผู้นำทางความคิดใช้ไม่ได้ในปัจจุบัน เพราะแบ่งขั้วดึงดัน เอาชนะ 4. พรรคการเมืองแตกขั้ว คนไม่ศรัทธาในกระบวนการแก้ปัญหาของรัฐสภา 5. กลไกข้าราชการมีส่วนซ้ำเติมปัญหาให้เป็นวิกฤติรุนแรงขึ้น 6.เกิดภาวะสับสน เช่น ครม. ควรจะมีอำนาจ แต่คนรับรู้ว่ายังมีผู้มีอำนาจจริงอยู่อีกชุดหนึ่ง หรือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษที่เกษียณอายุไปนานแล้ว แต่ยังมีความเชื่อว่ายังคุมอำนาจในกองทัพอยู่ สภาพเช่นนี้จะเกิดคำนินทาว่าร้าย ข่าวลือได้ง่าย นำไปสู่ความเกลียดชังและพัฒนาเป็นความรุนแรงในที่สุด

7.คนไทยอยู่ในความตึงเครียดมานาน เบื่อหน่ายกับการเมือง ขีดความอดทนลดต่ำลง เกิดความรุนแรงได้ง่าย 8. ภาวะดังกล่าวทำให้คนไทยอ่อนไหวต่อสิ่งที่มากระทบต่อความเชื่อร่วม เช่น อุดมการณ์ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จากเรื่องเล็กพัฒนาเป็นเรื่องใหญ่ได้ 9.ระวังกระบวนการ สร้างคนไทยด้วยกันเป็น “พวกอื่น” มีการสร้างจินตนาการภาพขึ้นจากสิ่งชั่วร้ายในจิตใจให้กับ คนที่ต่างไปจากเราในภาวะสับสน และ 10.ความต่างเชิงวัฒนธรรมระหว่างประชากรภาคต่าง ๆ อาจถูกวิกฤติครั้งนี้นำไปสู่ความขัดแย้งร้าวลึกได้

หนุนถกแก้ม.237 รอบคอบ
นายธีรยุทธ ระบุในตอนท้ายอีกว่า รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะหน้าคือต้องแยกม็อบระหว่างฝ่ายพันธมิตรกับฝ่ายรักทักษิณออกจากกันอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันความ รุนแรงที่พร้อมจะขยายตัว พร้อมเร่งการสร้างโครงสร้างคือการอยู่อย่างสมดุล ทั้งประชาธิปไตยเลือกตั้ง และอำนาจตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญที่มีที่มาอิสระทำงานอย่างได้ผล และทางออกในเชิงปฏิบัติ คือ พรรคพลังประชาชนจะต้องทำตามหน้าที่ ของตัวเองที่ได้รับจากการเลือกตั้ง คือการบริหารประเทศให้ได้ดี ไม่ควรรีบร้อนแก้รัฐธรรมนูญ บ้านเมืองก็หมดปัญหา คตส. ป.ป.ช. เร่งทำคดีอย่างเต็มที่ และถ้าศาลได้พิจารณาคดี อย่างยุติธรรมและรวดเร็ว ก็จะคลี่คลายปัญหาลงไปได้

นายธีรยุทธ ยังกล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญ ว่า ควรสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้อง ให้ประชาชน มีส่วนร่วม ทั้งการทำประชามติ อย่าให้พรรคการเมืองเสียงข้างมากแก้รัฐธรรมนูญตามอำเภอใจ และควรยึดหลักการ คือ 1.จำกัดอำนาจบริหารและป้องกันการคอร์รัปชั่น 2.เคารพอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ และอำนาจตรวจสอบ และ 3.รัฐธรรมนูญมาตรา 237 ซึ่งลงโทษยุบพรรค เมื่อกรรมการบริหารทำผิด ควรได้รับการถกเถียงอย่างกว้างขวางในนักวิชาการสายนิติศาสตร์ เพราะกฎหมายนี้ได้มีบทบัญญัติลงโทษกลุ่ม เมื่อบุคคล ทำผิด จะเป็นการย้อนยุคหรือไม่ และจะบรรลุวัตถุประสงค์ป้องกันการซื้อเสียงหรือไม่ แต่ไม่ควรรีบร้อนแก้ไขเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด

พปช.ตะเพิด “ธีรยุทธ”
นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม พรรคพลังประชาชน ในฐานะรองโฆษกพรรค กล่าวตอบโต้กรณีนายธีรยุทธ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลนายสมัคร พร้อมตั้งฉายารัฐบาลว่าเป็นรัฐบาลลูกกรอกว่า เป็นการออกมาโหนกระแสทางการเมือง ความเห็นของนายธีรยุทธครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่ามีความคิดไม่เชื่อมั่นประชาธิปไตย ดูถูกประชาชน แต่มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาล เพราะนายธีรยุทธพูดจนไม่มีราคา คนไม่ค่อยฟังแล้ว ทางที่ดีนายธีรยุทธควรมาช่วยกันคิดว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นซากเดนเผด็จการให้เป็นประชาธิปไตยได้อย่างไรดีกว่า

ปชป.เย้ยวิจารณ์แทงใจดำ
นายถาวร เสนเนียม รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายธีรยุทธ ได้เปรียบให้รัฐบาลของนายสมัครเป็น “รัฐบาลลูกกรอก 1” ที่มีอำนาจแต่ปกครองไม่ได้ว่า รัฐบาลลูกกรอกเกิดจากรัฐบาลที่มาจากพรรคไทยรักไทยซึ่งหมดอายุหมดอิทธิฤทธิ์ ตายไปแล้ว แต่ถูกปลุกเสกขึ้นมาใหม่ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ปลุกเสกลูกกรอกคือนายกฯ ไม่สามารถสั่งการและบริหารงานให้ลูกกรอกทำอะไรได้ตามชอบใจ จึงถือว่าน่าเป็นห่วงส่วนการที่พรรคพลังประชาชนตอบโต้นายธีรยุทธว่ามีคุณค่าทางวิชาการน้อย คงกลัวความจริง และเห็นว่าการที่นายธีรยุทธแสดงความคิดเห็นนั้นถูกใจดำ แทงแผลเดิม ทำให้พรรคพลังประชาชนเจ็บปวด

นายถาวร กล่าวอีกว่า แต่ที่น่าสังเกต คือ ทุกครั้งที่นายธีรยุทธออกมาพูด มักจะมีเหตุการณ์สำคัญออกมาในลักษณะที่เป็นผล กระทบทางร้ายต่อรัฐบาล เพราะนายธีรยุทธไม่ใช่นักวิเคราะห์ธรรมดา แต่ติดตามสถานการณ์บ้านเมืองมาเป็นระยะ จึงน่าจะเป็นการส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง ซึ่งยังบอกไม่ได้ แต่เหตุจะเกิดจากตัวรัฐบาล ไม่ว่าในทางการเมืองหรือการบริหาร เพราะรัฐบาลลูกกรอกของนายสมัครที่มีลูกกรอก หลายสิบตัว และมีรัก-ยมที่ไม่ยอมแก้ไขปัญหาพื้นฐานต่าง ๆ เช่น ปัญหาราคาปุ๋ยแพง ราคาแก๊สหุงต้ม ปัญหาความยากจน ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การขอค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มเป็นต้น

ขอกกต.ร่วมมือสอบทุจริต
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ รองอธิบดีดีเอสไอ แถลงชี้แจงกรณี กกต. โต้แย้งเรื่องอำนาจการสอบสวนในคดีฮั้วประมูลการพิมพ์บัตรเลือกตั้งว่า การให้ข่าวดังกล่าวทำให้สาธารณชนเกิดความสับสน โดย ดีเอสไอมีพยานหลักฐานเพียงพอให้น่าเชื่อว่ามีการจัดซื้อจัดจ้างให้โรงพิมพ์ของเอกชนพิมพ์บัตรเลือกตั้งให้ กกต. เป็นการดำเนินการในคราวเดียว มีการใช้งบประมาณเกินกว่า 100 ล้านบาท แต่ได้มีการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง แยกทำสัญญาให้วงเงินต่ำกว่า 100 ล้านบาท เป็นผลให้อำนาจการสั่งซื้อสั่งจ้างเปลี่ยนแปลงไป ดีเอสไอต้องถือเอาวงเงินรวมที่เจตนาจัดซื้อจัดจ้างในคราวเดียวกันเป็นหลัก จึงขอยืนยันว่ากรณีการกล่าวหาว่ามีการฮั้วประมูลพิมพ์บัตรเลือกตั้งเป็นคดีพิเศษที่ดีเอสไอมีอำนาจสอบสวนตาม พ.ร.บ.สอบสวนคดีพิเศษ

รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้อยากขอความร่วมมือจาก กกต. ให้ยุติการโต้แย้งเรื่องอำนาจหน้าที่ และหันมาร่วมมือกับดีเอสไอ ด้วยการจัดส่งเอกสารหลักฐานและเข้าให้ข้อมูลตามที่ดีเอสไอร้องขอ เพื่อพิสูจน์ความจริงให้สาธารณชนได้รับทราบ

อยากรู้เจตนาสั่งพิมพ์บัตร
ส่วนความคืบหน้าในการสอบสวนคดีทุจริตการพิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนเป็นจำนวนมากนั้น นายธาริต ระบุว่า ดีเอสไอได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องบางส่วนแล้ว เพื่อรวบรวมข้อมูลว่าบัตรเลือกตั้งที่พิมพ์เกินถูก นำออกไปนอกหน่วยเลือกตั้งได้อย่างไร นอกจากนี้ในการประชุมร่วมระหว่างพนักงานสอบสวนกับ นายยุวรัตน์ กมลเวชช และนายโคทม อารียา อดีต กกต. ในฐานะที่ปรึกษาคดีพิเศษ ได้ให้คำแนะนำว่า ก่อนหน้านี้ กกต.เคยพิมพ์บัตรพอดีกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และพิมพ์เกินเล็กน้อย กรณีที่การพิมพ์บัตรเกินจำนวนมากควรรับฟังเหตุผล ของ กกต.ชุดปัจจุบันว่ามีเจตนาหรือเหตุผลอย่างไร โดยพยานแวดล้อมจะมีความสำคัญมาก

พปช.รอดตัวคดีนอมินี
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. เปิดเผยผลการประชุม กกต. ว่า ที่ประชุมมีมติกรณีนายประสิทธิ์ ดอนโพธิ์งาม ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และนายวีระ สมความคิด ประธานอำนวยการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น ได้ยื่นคำร้องให้ กกต. เพิกถอนนายสมัคร และพรรคพลังประชาชนจากการกระทำเข้าข่ายเป็นตัวแทนของ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยมีมติ 2 ประเด็น คือ คำร้องของนายประสิทธิ์ มติ 4 ต่อ 1 ให้ยกคำร้อง เนื่องจากไม่มีหลักฐานเอาผิดนายสมัคร ส่วนคำร้องของนายวีระมีมติ 3 ต่อ 1 ต่อ 1 คือ 3 เสียงเห็นว่าพอมีหลักฐานเพียงพอ แต่ไม่เข้าข้อกฎหมายใน พ.ร.บ. พรรค การเมือง 1 เสียงเห็นว่าไม่ปรากฏหลักฐานอีก 1 เสียงเห็นว่าควรแจ้งนายทะเบียนตรวจสอบพรรคพลังประชาชนตาม ม.94 พ.ร.บ. พรรคการเมืองต่อ

นายสุทธิพล กล่าวอีกว่า กกต. ได้พิจารณากรณีดังกล่าวด้วยความรอบคอบ ยึดหลักกฎหมาย ซึ่งกกต.ก็ยืนอยู่ตรงกลาง ไม่ได้พิจารณาเพื่อเป็นการจับผิดหรือจะไปไล่บี้ใครและไม่อยากถูกกล่าวหาว่าเล่นไม่เลิก ต่อข้อถามว่า กรณีดังกล่าวจะเอาผิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณได้หรือไม่ ในฐานะที่เป็นหนึ่งใน 111 กรรมการบริหารพรรคแต่ยังให้การสนับสนุนพรรคพลังประชาชน นายสุทธิพล กล่าวว่า กกต. พิจารณาตามที่มีการร้องเรียนเข้ามาเท่านั้น ซึ่งประเด็นดังกล่าวยังไม่มีใครร้องเรียนเข้ามา เป็นการร้องเรียนพฤติกรรมของพรรคพลังประชาชนและนายสมัคร

“วีระ”ระบุกกต.เล่นลูกพลิ้ว
ส่วนนายวีระ สมความคิด กล่าวว่า ตนได้คิดไว้นานแล้ว ตั้งแต่หลังจากที่คณะอนุกรรมการฯ ให้ข่าวว่าไม่มีกฎหมายที่จะเอาผิดได้ เท่ากับไปยึดเอาประเด็นนอมินีเป็นหลักแทนที่จะใช้พฤติกรรมเป็นหลัก ถ้าดูในคำร้องของตนก็จะเน้นคำว่าตัวแทนตัวการ ทำไม กกต. ไม่ปรับให้เข้าหลักตัวแทนตัวการตามกฎหมาย แพ่ง แต่กลับไปจับคำว่านอมินีซึ่งถือว่าเป็นความพยายามที่จะบิดพลิ้ว และกำลังจะขอดูกฎหมาย อาจจะขอดำเนินคดีกับคณะอนุกรรมการชุดนายไพฑูรย์ เนติโพธิ หากมีช่องทางพิสูจน์ได้ว่าคณะอนุกรรมการฯชุดนี้พยายามบิดเบือนน้ำหนักของคำร้องให้ไปผิดทาง

ให้“สุธา”กลับบ้านได้แล้ว
นพ.สุวิทย์ โฆษิตสุรังคกุล ผอ.โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ บางแค เปิดเผยผลการ ตรวจระบบประสาทสมอง ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หลังจากเมื่อวันที่ 30 พ.ค. แพทย์พบความผิดปกติทางสมองของนายสุธา ชันแสง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และได้ตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาว่า ระบบประสาทสมองมีความผิดปกติเล็กน้อย ทั้งนี้ได้ให้นายสุธารับประทานยาบำรุงสมอง เพื่อป้องกันอาการเวียนศีรษะ

นพ.สุวิทย์ กล่าวต่อว่า สุขภาพโดยรวมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติมีเพียงอาการวิงเวียนศีรษะ ซึ่งเกิดจากการพักผ่อนน้อยและยังไม่หายไข้ประกอบกับอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแพทย์อนุญาตให้นายสุธากลับบ้านได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. และเริ่มทำงานได้ตามปกติในสัปดาห์หน้า ขณะที่ พ.ต.ต. วิษณุ ทองน่วม นายตำรวจติดตามนายสุธา เปิดเผยว่า นายสุธาจะมาตรวจเช็กร่างกายอีกครั้งใน 2 สัปดาห์หน้า

“ทักษิณ”เบี้ยวเปิดมูลนิธิ 111
นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล เลขาธิการมูลนิธิ 111 ไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดงานเปิดตัวมูลนิธิบ้านเลขที่ 111 ในวันที่ 2 พ.ค. ว่า ขณะนี้ได้เปลี่ยนชื่อมูลนิธิบ้านเลขที่ 111 มาเป็น มูลนิธิ 111 ไทยรักไทย เพื่อเพิ่มความหลากหลายและเปิดโอกาสให้บุคคลภาย นอกที่เป็นอดีตสมาชิกพรรคไทยรักไทย แต่ไม่ใช่อดีตกรรมการบริหารพรรค 111 คนเท่านั้น โดยในวันที่ 2 พ.ค. เวลา 14.00 น. จะมีการเปิดตัวมูลนิธิที่ รร.เซ็นทารา ลาดพร้าว ซึ่งการดำเนินงานของมูลนิธิไม่ยุ่งเกี่ยวกับงานการเมืองแต่จะทำงานเพื่อสังคม

ขณะที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เปิดเผยว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ยังไม่เดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 1 พ.ค.นี้ ส่วนงานเปิดตัวมูลนิธิบ้านเลขที่ 111 ในวันที่ 2 พ.ค.นี้ ทั้งนี้ ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณไม่มาร่วมงานดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าจะหนีกระแสที่ถูกวิจารณ์เรื่องธงชาติ แต่ติดภารกิจในต่างประเทศ ทั้งนี้คนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณรายหนึ่ง ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับเมืองไทยในวันที่ 4 พ.ค.นี้

กห.ยันคืนยศ“ดวง”ถูกต้อง
อีกเรื่องหนึ่ง พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ รองโฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.อ.วีรวิทย์ คงศักดิ์ รอง ผบ.ทหารสูงสุด และอดีตประธานกรรมการสอบกรณี ร.ต.ดวง อยู่บำรุง ถูกตั้งกรรมการสอบวินัยราชการ ระบุว่าการคืนยศ ร.ต.ดวง ยังไม่สมบูรณ์ว่า ท่านคงเข้าใจผิด ขอยืนยันว่าทุกอย่างจบแล้ว ร.ต.ดวง เข้ารับราชการในสังกัดสำนักรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแล้ว ซึ่งไม่ได้เข้าสังกัดในกองบัญชาการทหารสูงสุด ทั้งนี้ ก่อนที่จะให้ ร.ต.ดวง กลับเข้ารับราชการได้สอบถามทางกรมพระธรรมนูญแล้ว ยืนยันว่าทุกอย่างถูกต้องไม่มีปัญหา ซึ่งพล.อ.วินัย ภัททิยกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม ก็ระบุว่าถูกต้องตามหลักเกณฑ์

ฉลอง47ปี“คุณหญิงหน่อย”
ที่สโมสรตำรวจ เวลา 17.00 น. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ได้เป็นประธานจัดงาน “ปีละหน คนกันเอง” ในโอกาสครบรอบวันเกิดครบ 47 ปี โดยมีบุคคลสำคัญมาร่วมงานกว่า 3,000 คน อาทิ นายธีรพล นพรัมภา เลขาธิการนายกฯ ตัวแทนคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาพ.ต.ท. ทักษิณ พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก นายภูมิธรรม เวชชยชัย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยร่วมงานเป็นต้น ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก.





จากเดลินิวส์


Create Date : 03 พฤษภาคม 2551
Last Update : 3 พฤษภาคม 2551 21:22:46 น. 1 comments
Counter : 328 Pageviews.

 
อยากได้ผ้าพันคอกู้ชาติ อ่ะครับ หาซื้อได้ที่ไหน อ่ะครับใครทราบบอกหน่อยน่ะครับ โทรมาก็ได้น่ะครับที่ 087-206-1737 ผืนล่ะเท่ารัยช่วยบอกด้วยน่ะครับ


โดย: เด็ปฎิวัติ IP: 118.175.183.30 วันที่: 5 มิถุนายน 2551 เวลา:12:24:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

I love Thailand
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add I love Thailand's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.