Group Blog
 
<<
มกราคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
25 มกราคม 2551
 
All Blogs
 
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ปธ.สภา แล้ว/นัดประชุมเลือกนายกฯ28 ม.ค.



โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ปธ.สภา



เมื่อวันที่ 24 ม.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ความว่า (พระปรมาภิไธย) ภูมิพลอดุลยเดช ปร.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2551 เลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คือ



1. นายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร

2. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

3. พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง



จึงแต่งตั้งให้ผู้มีนามดังกล่าวเป็นประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรตามความในมาตรา 124 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 24 มกราคม พุทธศักราช 2551 เป็นปีที่ 63 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

“ยุทธ”ขอเน้นสภาปรองดอง

เวลา 18.25 น. นายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เลขาธิการ ครม. ได้อัญเชิญพระบรมราชโองการมายังห้องโถงชั้นล่าง อาคารรัฐสภา 1 โดยนายยงยุทธ ติยะไพรัช นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ และ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ได้ทำพิธีรับพระบรมราชโองการต่อหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามลำดับ

จากนั้น นายยงยุทธ แถลงว่า พวกเราทั้ง 3 คน จะไม่มีวันทรยศต่อประเทศชาติและราชบัลลังก์อย่างเด็ดขาด ขอเอาชีวิตเป็นเดิมพัน จะมุ่งเน้นความรักความสามัคคี และความปรองดองในชาติ ไม่มีการเลือกข้างหรือเห็นแก่พรรคพวก รวมถึงจะสร้างความปรองดองเป็นมิตรในสภา เสียงข้างมากหรือข้างน้อยไม่มีความสำคัญมากเท่ากับความตั้งใจจริง อะไรที่เป็นประโยชน์เราจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ สิ่งสำคัญคือวันนี้การเมืองภาคประชาชนถูกละทิ้งมานาน จากวันนี้เป็นต้นไปขบวนการในสภา จะสนับสนุนการเมืองภาคประชาชนให้มาร่วมตรวจสอบเป็นระยะ




นัดประชุมเลือกนายกฯ28 ม.ค.

ประธานสภา กล่าวถึงการกำหนดวันเลือกนายกรัฐมนตรีว่า เพื่อไม่ให้เกิดความบาดหมางใจหรือลุกลี้ลุกลนจึงได้หารือกับวิปรัฐบาลและมีมติให้เลขาธิการสภา ประสานงานไปยังเสียงข้างน้อยเพื่อนัดประชุมในวันที่ 28 ม.ค. เวลา 09.30 น. เพื่อเลือกนายกฯ สำหรับฉายา “ยุทธตู้เย็น” จะเป็นอุปสรรคต่อการทำหน้าที่หรือไม่นั้น เห็นว่านักการเมืองทุกคนต้องมีฉายา ถ้าประชาชนมีความสุขและคนให้ฉายามีความสุขตนก็ยินดี

ก่อนหน้านั้นในช่วงเช้า นายยงยุทธ ได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดอัมรินทร์ที่นายยงยุทธให้ความเคารพนับถือมาทำพิธีให้ศีลให้พรและประพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้คนใกล้ชิดอัญเชิญพระพุทธรูปเชียงแสน ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวเชียงรายมาประดิษฐานไว้ในห้องทำงานประธานสภา เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย




ยัน“หมอเลี้ยบ”ไม่ใช่ลูกแหง่

ที่พรรคพลังประชาชน นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน แถลงตอบโต้นายสมชัย จิตสุชน นักวิชาการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่วิจารณ์ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ไม่เหมาะดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง พร้อมระบุว่า รมว.คลัง ต้องไม่ใช่ลูกแหง่ว่า ถ้าท้ายที่สุดพรรคพลังประชาชนเลือก นพ.สุรพงษ์ เป็น รมว.คลัง จริง นพ.สุรพงษ์ ก็ไม่ใช่ลูกแหง่ แต่เป็นผู้มีความรู้มีประสบการณ์ เพราะเคยทำธุรกิจของตัวเองและเคยเป็น รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจมาแล้ว จึงไม่ใช่รัฐมนตรีมือสมัครเล่น

รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวต่อว่า คนที่เป็นหมอย่อมต้องมีความรู้ความสามารถและทำอะไรได้หลายอย่าง ไม่ใช่คนธรรมดา และการจะติใครควรให้เขาทำงานเสียก่อนค่อยมาตัดสิน หากอยากวิจารณ์ก็ให้ไปดูนายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง ที่ทำงานมาหลายเดือนแล้วผลงานเป็นอย่างไร




“พปช.”แย้มโผรมต.คืบหน้า

นายนพดล กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีภายในพรรคพลังประชาชนว่า มีความคืบหน้าค่อนข้างมาก โดยพรรคจะขอดูแล 9 กระทรวงหลัก คือ คลัง พาณิชย์ ต่างประเทศ ศึกษาธิการ ยุติธรรม คมนาคม สาธารณสุข มหาดไทย และกลาโหม ส่วนพลังงานยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา รวมถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพรรคชาติไทย ซึ่งทั้ง 2 กระทรวงนี้พรรคพลังประชาชนอยากขอดูแลเอง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้

รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ยอมรับว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นโควตาของพรรคชาติไทย ส่วนกระทรวงแรงงานให้เป็นโควตาของคนที่มีชื่อเป็นปลาปักเป้า (นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรคมัชฌิมาธิปไตย มีชื่อเล่นว่าเป้า) ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีของ ส.ส.อีสานนั้นพรรคจะพิจารณาอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้ รมช.มหาดไทย คงมีจำนวนหลายคน แต่ รมช.กลาโหม คงต้องดูอีกทีว่าควรมีหรือไม่ ขณะที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะมีประมาณ 2-3 คน




แบะท่ารับคำขอ“ชท.”5 ต่อ 1

ส่วนกรณีนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เสนอว่าการจัดสรรโควตารัฐมนตรีควรใช้สัดส่วน ส.ส. 5-6 คนต่อรัฐมนตรี 1 คนนั้น นายนพดล กล่าวว่า ในภาวะไม่ปกติเราสามารถอะลุ้มอล่วยกันได้ไม่มีปัญหา โดยจะนำความสนใจแต่ละพรรคมาพิจารณา แต่ไม่ใช่ให้สิทธิพิเศษเฉพาะพรรคชาติไทย หากมีการปรับเปลี่ยนจริงพรรคพลังประชาชนจะใช้เกณฑ์นี้กับทุกพรรค

ที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เปิดเผยด้วยว่า เช้าวันที่ 24 ม.ค. ตนได้โทรฯ พูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่พำนักอยู่ที่เกาะฮ่องกง และได้พูดถึงกระแสข่าวการกลับมาบวช ซึ่งเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง อีกทั้งท่านเคยบวชเรียนมาแล้วจึงคิดว่าจะไม่บวชอีกแน่ ส่วนที่มีข่าวว่าแกนนำและ ส.ส. บางส่วนเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เป็นเรื่องจริง แต่ไปเพราะคิดถึง ไม่เกี่ยวกับการไปขอตำแหน่งรัฐมนตรี และยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ วางมือทางการเมืองและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี




ชี้แจง9ต่อ1เป็นโควตาภายใน

นายนพดล ยังกล่าวถึงเหตุผลที่ พ.ต.ท. ทักษิณ เลื่อนการเดินทางกลับประเทศไทยจากเดิมในเดือน เม.ย. เป็น พ.ค. ว่า ไม่ถือว่าเป็นการเลื่อน เพราะกำหนดการยังคาบเกี่ยวกันและยังเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางศาลตามที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาอดีตนายกฯ ชี้แจงต่อศาลว่าต้องใช้เวลาในการตรวจเอกสารประมาณ 3 เดือน อย่างไรก็ตามต้องพิจารณาในประเด็นความปลอดภัยด้วย

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีนายบรรหาร เสนอใช้สูตร ส.ส. 5-6 คนต่อโควตารัฐมนตรี 1 ที่นั่งว่า สัดส่วน 9 ต่อ 1 เป็นสัดส่วนภายในของพรรคพลังประชาชน สำหรับสัดส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลอีก 5 พรรคขึ้นอยู่กับการตกลงของผู้ใหญ่พรรคพลังประชาชนกับหัวหน้าพรรคการเมืองต่าง ๆ ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคพลังประชาชน กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า ท่าทีของพรรคชาติไทยคาดเดายากก็ต้องรอดูท่าทีกันต่อไป แต่ตนเชื่อว่าในท้ายที่สุดแล้วจะไม่เกิดปัญหา

รายงานข่าวแจ้งว่า โผล่าสุดที่แกนนำพรรคพลังประชาชนนำไปหารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เกาะฮ่องกง มีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็น รมว.ยุติธรรม และ พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ เป็น รมช.ยุติธรรม ส่วนพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ได้ รมว.พลังงาน และ รมต.ประจำสำนักนายกฯ คุมกรมประชาสัมพันธ์ และ บมจ. อสมท




ลั่นได้เวลาปูนบำเหน็จ“นปก.”

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.แบบสัดส่วน กลุ่ม 6 พรรคพลังประชาชน อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) เปิดเผยว่า เคยมีการพูดในพรรคแล้วว่าหาก ส.ส.แบบสัดส่วนคนใดขึ้นไปเป็นรัฐมนตรีก็ขอให้ลาออกจาก ส.ส. เพื่อจะได้ขยับเอาผู้สมัครในลำดับถัดไปขึ้นมาเป็น ส.ส. ยกเว้นแกนนำพรรคบางคนที่เป็นทั้งสองตำแหน่งควบคู่กันได้ ทั้งนี้ผู้ที่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีจะต้องยอมลาออกจากการเป็น ส.ส. และต้องยอมเสี่ยงกันบ้าง เพราะที่ผ่านมามีหลายคนเคยเสี่ยง และทำงานหนักมาแต่ยังไม่ได้รับตำแหน่งอะไรเลย

อดีตแกนนำ นปก. ยังกล่าวถึงกรณี ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน ระบุว่าภาคอีสานควรมีรัฐมนตรีด้วยเนื่องจากทำงานอยู่กับพรรคมานานว่า เหมาเจ๋อตุงเคยกล่าวไว้ว่าคนที่ลงแรงควรได้อิ่มหนำ ที่ผ่านมาหลายคนทำงานหนัก อย่าง นปก. อาทิ นายจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งมีชื่อเป็น รมช.ต่างประเทศ มีภาษีและภาษาดีกว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์




ปลาไหลเชื่อ“พปช.”ยังระแวง

แหล่งข่าวจากพรรคชาติไทย เปิดเผยว่า รายชื่อ ครม. ยังไม่มีความชัดเจน ส่วนใหญ่เป็นการปล่อยข่าวจากพรรคแกนนำเพื่อหยั่งกระแสว่าพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 5 พรรคจะพอใจหรือไม่ และคงต้องเจรจาต่อรองไปจนกว่าจะถึงวันเลือกนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะพรรคพลังประชาชนกลัวว่าจะมีการเบี้ยวกัน ส่วนการควบคุมเสียงภายในพรรคร่วมรัฐบาลนั้นก็ไม่น่ามีปัญหา เนื่องจากการโหวตนายกฯ กระทำโดยเปิดเผยด้วยการขานชื่อทีละคน อย่างไรก็ตามคาดว่าเมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว คาดว่าจะมีการเรียกประชุมสภา เพื่อเลือกนายกฯ ในวันที่ 28 ม.ค. นี้

แหล่งข่าวรายนี้ กล่าวอีกว่า ในส่วนพรรคชาติไทยจะได้ทั้งหมด 5 ตำแหน่ง คือ รองนายกฯ 2 รัฐมนตรีว่าการ และ 2 รัฐมนตรีช่วย โดยกระทรวงที่ขอไป คือ รมว.และ รมช. เกษตรฯ รมว.การท่องเที่ยวฯ และ รมช. คมนาคม สำหรับผู้ที่จะมาเป็นรัฐมนตรีก็มอบให้เป็นดุลพินิจของหัวหน้าพรรคแล้ว




พผ. ยันโหวตหมักไม่แตกแถว

ที่พรรคเพื่อแผ่นดิน มีการประชุม ส.ส. และกรรมการบริหารพรรค โดยนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์ว่า คะแนนเลือกประธานและรองประธานสภา ที่หายไปจากฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่เสียงของพรรคเพื่อแผ่นดินแน่ เพราะทุกคนในพรรคมีมารยาท มีความรับผิดชอบ และยึดถือมติพรรค ส่วนวันโหวตเลือกนายกฯ นั้น ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้วิปของ พรรคไปหารือกันภายหลังจากที่พรรคแกนนำ ได้เสนอรายชื่อผู้ที่จะเป็นนายกฯ จากนั้นนำมาหารือกับ ส.ส.ของพรรคเพื่อให้มีมติไปในแนวทางเดียวกัน เพราะหากมีการประชุมในเช้าวันที่ 28 หรือ 29 ม.ค. คงจะเรียกประชุม ส.ส.ของพรรคไม่ทัน ส่วนโควตารัฐมนตรีที่พรรคเพื่อแผ่นดินจะได้รับนั้น เมื่อได้ข้อยุติจะแถลงให้ทราบอย่างเป็นทางการ

นายวัชระ พรรณเชษฐ์ เลขาธิการพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่าตนไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีเพราะติดปัญหาบางอย่างนั้น ก็ไม่เป็นความจริง ตอนนี้ทุกอย่างเป็นเพียงข่าว ยังต้องมีการคุยกันต่อไป




ว่าที่ รมต.แย่งกันโชว์วิสัยทัศน์

รายงานข่าวจากพรรคเพื่อแผ่นดินแจ้งว่า ในที่ประชุมได้สอบถามถึงข่าววิปพรรคเพื่อแผ่นดิน 3 คนโหวตเลือกประธานสภา ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ แต่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ยืนยันว่าได้เดินดูการลงคะแนนของ ส.ส.ทุกคนของพรรคให้การสนับสนุนคนของพรรคพลังประชาชน แม้กระทั่ง ม.ร.ว.กิตติวัฒนา ไชยันต์ ส.ส.แบบสัดส่วน กลุ่ม 6 ก็ยังเลือกนายยงยุทธ โดยที่ประชุมยังเห็นด้วยที่จะสนับสนุนนายสมัคร เป็นนายกฯ

นอกจากนี้บรรดา ส.ส. และแกนนำพรรคต่างแสดงวิสัยทัศน์และความพร้อมในการเป็นรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็น นายวัชระ นายจิรายุ วสุรัตน์ นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ ส.ส.แบบสัดส่วน กลุ่ม 1 ขณะที่นายรณฤทธิชัย คานเขต ส.ส.ยโสธร กลุ่มบ้านริมน้ำ ระบุว่า กลุ่มบ้านริมน้ำต้องการตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ ส่วน นพ.แวมาฮาดี แวดาโอ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เสนอว่าอยากได้ รมช.มหาดไทย ไปบริหารจัดการปัญหาภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม




เด็ก“รช.”เข้าชื่อไล่“ประดิษฐ์”

พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรค รวมใจไทยชาติพัฒนา ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันลงมติเลือกนายกฯ ส.ส.ทั้ง 9 คนของพรรคจะสนับสนุนนายสมัครเป็นนายกฯ อย่างแน่นอน และมีความเป็นไปได้ที่พรรคจะได้รับโควตา รมว.พลังงาน และ รมต.ประจำสำนักนายกฯ แต่ก็ยังไม่ 100%

ขณะเดียวกัน ที่ท่าน้ำบางโพ กลุ่มอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมใจไทยฯ ประมาณ 20 คน นำโดยนายชัยชาญ จรรย์โกมล อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชัยภูมิ ได้นำตุ๊กตาจำลองรูปนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยฯ มาทำพิธีมัดตราสังก่อนโยนลงแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากไม่พอใจที่ไม่ให้ความช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งที่ผ่านมา อีกทั้งการเจรจาเข้าร่วมรัฐบาลและตั้งตัวเองเป็นรัฐมนตรีก็เป็นการกระทำในนามส่วนตัว โดยสมาชิกพรรคจำนวน 36 คนนำโดยนายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล นายวิรัช รัตนเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค และนางทัศนียา รัตนเศรษฐ์ ส.ส.นครราชสีมา ร่วมลงชื่อถอดนายประดิษฐ์ออกจากตำแหน่งแล้ว ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่มีใบสั่งมาจากใครทั้งสิ้น




ค้านตั้งกมธ.สอบทุจริตเลือกตั้ง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส. แบบสัดส่วน กลุ่ม 7 พรรคพลังประชาชน เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญสอบสวนการทุจริตการเลือกตั้งว่า ไม่ควรทำ เพราะการตรวจสอบสอบสวนการทุจริตการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของ กกต. อยู่แล้ว

นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเช่นกันว่า เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ต้องการความสมานฉันท์ และเหมือนเป็นการข่มขู่ คุกคามข้าราชการ เพื่อหวังผลให้ข้าราชการยอมสวามิภักดิ์รับใช้เมื่อพรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาลแล้ว ถ้าพรรคพลังประชาชนเห็นว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมามีข้าราชการวางตัวไม่เหมาะสม ควรร้องเรียนต่อ กกต. แต่ถ้าพรรคพลังประชาชนยังมีพฤติกรรมเช่นนี้ต่อไป อาจลุกลามไปถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) หรือฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์กับพรรคพลังประชาชนหรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ตนจึงอยากให้พรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินได้พิจารณาตรงนี้ก่อนการประชุมสภา เพื่อเลือกนายกฯ เพราะข้อเสนอของทั้ง 2 พรรคต้องการความสมานฉันท์




ดักคอ“ยุทธ”อย่าลุแก่อำนาจ

นายเทพไท กล่าวอีกว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภา ข้อที่ 13 การนัดประชุมจะต้องมีการทำเป็นหนังสือ เว้นแต่ได้บอกนัดในที่ประชุมแล้ว และต้องนัดประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน แต่มีข้อยกเว้นว่าถ้าประธานสภา เห็นสมควร สามารถนัดประชุมสภา ให้เร็วกว่าข้อบังคับสภา กำหนดไว้ได้ ส่วนตัวเห็นว่าการนัดประชุมสภา ในวันที่ 25 ม.ค. ประธานสภา อาจใช้ช่องว่างตรงนี้เป็นข้ออ้างในการนัดประชุม แต่ยังมีปัญหา เพราะการนัดประชุมจะต้องทำเป็นหนังสือเท่านั้น นอกจากนี้ตามระเบียบข้อที่ 14 ระบุว่าการส่งวาระการประชุมและเอกสารที่เกี่ยวข้องต้องส่งพร้อมกับหนังสือนัดประชุม วาระการเลือกนายกฯ จึงต้องส่งพร้อมหนังสือนัดประชุมด้วย ดังนั้นการประชุมในวันที่ 25 ม.ค. คงจะเป็นไปได้ยาก ถ้าทำตามข้อบังคับการประชุมสภานี้ เว้นแต่ประธานสภา จะดึงดันหรือลุแก่อำนาจ




ฟันธง รมว.กห.มาจาก ตท.1-6

พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า การที่ รมว.กลาโหม จะเป็นใครถือเป็นเรื่องของการเมือง การที่กองทัพและคมช. ส่งสัญญาณออกไปไม่ใช่เป็นการกำหนดสเปก แต่หากเราต้องการความสมานฉันท์ก็ควรนำคนที่พูดกับทหารรู้เรื่องมาเป็น แต่ถ้าพรรคพลังประชาชนจะเลือกใครเราก็ยอมรับผลอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเชื่อว่าอดีตนักเรียนเตรียมทหาร (ตท.) รุ่น 1-6 เท่านั้นที่จะมาเป็น รมว.กลาโหม

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผบ.ทอ. และรักษาการประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากมีรัฐบาลชุดใหม่ภารกิจของ คมช. ก็ยุติ ส่วนที่ คมช. เสนอแนะว่า รมว.กลาโหม ควรเป็นทหารนั้นก็เพราะคนที่เข้าใจงานของทหารก็คือทหาร ไม่ใช่เป็นการตีกันนายสมัครแต่อย่างใด เมื่อถามว่า ระหว่าง พล.อ.สำเภา ชูศรี พล.อ.สมทัต อัตตะนันทน์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อยากให้ใครมาเป็น รมว.กลาโหม พล.อ.อ.ชลิต ตอบว่า อยากให้ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ เป็น รมว.กลาโหม




“บิ๊กบัง”หัวร่อข่าวลือหนีหน้า

ส่วนความเคลื่อนไหวของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางไปราชการที่ตะวันออกกลางตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. โดยในวันที่ 23 ม.ค. ได้เดินทางถึงประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และได้ตรวจเยี่ยมสถานทูต พบผู้นำทางศาสนา คนงานและนักศึกษาไทย พร้อมกับให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกหลังจากการเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค. 50 ด้วยการฝากข้อคิดในการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการต่อ

แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.อ.สนธิ เปิดเผยถึงกระแสข่าวลือที่ว่า พล.อ.สนธิ ไม่มีกำหนดกลับว่า ไม่เข้าใจว่าทำไม พล.อ.สนธิ ต้องหนีและหนีทำไม พล.อ.สนธิ รับรู้ข่าวลือต่าง ๆ แต่ไม่ได้ว่าอะไร ท่านได้แต่หัวเราะกับข่าวที่ออกมา ส่วนข่าวที่ว่าได้มีการเก็บของออกจากห้องทำงานที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาลแล้วนั้น ยืนยันว่าไม่มีการเก็บของแต่อย่างใด โดย พล.อ.สนธิ มีกำหนดเดินทางกลับประมาณปลายเดือน ม.ค. นี้




ต้น ก.พ.ส่งศาลแจกเหลือง-แดง

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มีสำนวนร้องคัดค้านและทุจริตเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อรอการวินิจฉัยประมาณ 20 เรื่อง และยังมีสำนวนที่ค้างอยู่ที่ กกต.จังหวัดอีกกว่า 100 เรื่อง โดยต้นเดือน ก.พ. จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาได้ และต้นเดือน มี.ค. จะเรียบร้อยทั้งหมด ส่วนสำนวนของนายยงยุทธ ก็ต้องว่าไปตามหลักฐาน และ กกต. ก็ไม่ได้ขยายเวลาให้อนุกรรมการชุดนี้ไปอีก 1 เดือนตามที่เป็นข่าว

นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีนายชิงชัย มงคลธรรม หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ วิจารณ์ว่า กกต. ไม่มีความเด็ดขาดพอที่จะตัดสินลงโทษนายยงยุทธว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับความเด็ดขาดหรือไม่เด็ดขาด แต่ขึ้นอยู่กับสำนวนว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอหรือไม่ แม้ว่านายยงยุทธจะดำรงตำแหน่งประธานสภา ก็ต้องพิจารณาสำนวนไปตามปกติ




ยอดผู้สมัคร ส.ว.4วันไม่คึกคัก

สำหรับยอดผู้สมัคร ส.ว. ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 21-23 ม.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 205 คน โดยมีถึง 13 จังหวัดที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียว ประกอบด้วย กาญจนบุรี นครปฐม นครราชสีมา ปัตตานี พังงา พัทลุง พิจิตร ภูเก็ต มหาสารคาม ลพบุรี ลำปาง สตูล และสระแก้ว ส่วนจังหวัดที่มีผู้มาสมัครมากที่สุด ได้แก่ เพชรบุรี จำนวน 9 คน ขณะเดียวกันบรรยากาศการรับสมัครในวันที่ 24 ม.ค. ก็เป็นไปอย่างเงียบเหงาเช่น 3 วันที่ผ่านมา โดยกรุงเทพฯ มีผู้มาสมัครแล้ว 6 คน คือ 1.นายประทีป พิทยะวรพงศ์ 2.ร.อ.พรชัย รัศมีแพทย์ 3.นายธนช รัตนศาสตร์สุข 4.นายสมควร บรูมินเหนทร์ 5.นางสาวรสนา โตสิตระกูล 6.นายอนุสรณ์ ธรรมใจ

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า วันที่ 1 ก.พ. คาดว่าจะสามารถออกระเบียบการติดป้ายหาเสียงของผู้สมัคร ส.ว. ได้




ฟันธง รบ.ใหม่อายุสั้น

วันเดียวกันที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ คณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดสัมมนาวิชาการเรื่อง “รัฐบาลใหม่ต้องทำ อะไรต่อไป” โดยในช่วงเช้า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวปาฐกถา ว่า สิ่งที่ห่วงและอยากให้รัฐบาลใหม่เตรียมการไว้คือ เตรียมการรองรับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจของสหรัฐ ที่เกิดจากปัญหาซับไพร์ม ซึ่งจะส่งผ่านผลกระทบมาทางตลาดการเงิน จนทำให้คู่ค้าทางการเงินมีปัญหา ไม่สามารถส่งมอบเงินตามข้อตกลงต่าง ๆ ได้ ปัญหาการส่งเงินไม่ได้ จะลามข้ามประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นห่วงว่ารัฐบาลใหม่จะรีบเร่งยกเลิกมาตรการกันสำรองร้อยละ 30 แต่อยากให้มาตรการดังกล่าวมีผลใช้บังคับต่อไปอีกระยะ

ขณะที่ในช่วงบ่ายได้มีการเสวนาเรื่อง “ทิศทางการเมืองภายใต้รัฐบาลใหม่” โดยนายทวี สุรฤทธิกุล สนช.กล่าวว่ารัฐบาลใหม่จะมีอายุสั้นมาก ไร้เสถียรภาพ ตกเป็นเป้าโจมตี จากสาธารณะ มีการปรับ ครม.บ่อยครั้ง และจะบริหารงานแบบถูลู่ถูกังไม่เกิน 2 ปี จะยุบสภา แล้วเวียนเทียนกลับเข้ามาใหม่ ด้านนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ สนช.กล่าวว่า ทำเนียบรัฐบาลจะไม่ใช่ศูนย์กลางของอำนาจรัฐอีกต่อไป แต่ศูนย์บัญชาการรัฐบาลจะอยู่ที่ฮ่องกง มีผู้ใหญ่ที่ตน รู้จักอยู่คนหนึ่งได้รับการติดต่อให้เป็นรัฐมนตรี โดยบอกว่าหากสนใจจะติดต่อกับคนที่อยู่ฮ่องกงให้ ไม่ได้ติดต่อกับนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ดังนั้นรัฐบาลต้องสร้างความเชื่อถือในส่วนของประชาชนให้ได้ ต้องให้ประชาชนยอมรับและไว้วางใจ พร้อมทั้งยืนยันว่าจะให้ความเป็นอิสระกับกระบวนการยุติธรรม กล้าที่จะประกาศแนวทางสมานฉันท์กับทุกฝ่ายแม้แต่ทหารก็ต้องฟังว่ากองทัพต้องการให้ใครเป็น รมว.กลาโหม เชื่อว่าหากรัฐบาลเดินหน้าแนวทางสมานฉันท์อย่างจริงจัง ประชาชนจะหันมาให้การสนับสนุนรัฐบาล



เดลินิวส์


Create Date : 25 มกราคม 2551
Last Update : 25 มกราคม 2551 20:09:36 น. 0 comments
Counter : 260 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

I love Thailand
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add I love Thailand's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.