เพราะหนังสือเปิดตา และการเดินทางเปิดใจ

about a boo - 8

เมื่อบูไม่วิ่ง

ถึงแม้ว่าจะโตวันโตคืน
ด้วยอาหารเม็ด นม และอาหารเสริมสารพัด แต่พอ
อายุสักสี่เดือน น้องบูผู้ร่าเริงกลับดูหงอยเหงาเศร้าซึมลงไปอย่างน่าประหลาดใจ
มันจะไปขุดดินข้างๆ ประตูครัว แล้วนอนอยู่ตรงนั้นทั้งวันแทนการวิ่งไล่นกไล่หนู
อย่างเคย ต่อให้เจ้าของหน้าไหนโผล่ไปหา มันก็จะทำเพียงแค่กระดิกหางให้ แต่
ไม่ยอมลุกขึ้นเดิน นอกจากจะเอาของเล่นอันโปรดมาบีบเรียก มันถึงได้ขยับตัว
ลุกมาหาอย่างเสียไม่ได้ เดินมาด้วยท่าทางกะปลกกะเปลี้ย แล้วนั่งแปะลงดื้อๆ
จนเราใจเสีย

เมื่อถามหมอที่คลินิกว่าบูเป็นอะไร หมอจะตอบว่า “ไม่เป็นอะไรหรอก มันคง
ไม่ค่อยได้ออกกำลัง คุณต้องให้มันออกกำลังบ้างนะ” เอ...ทุกวันนี้ บูมีที่ทาง
ให้วิ่งตั้งมากมาย ปัญหาคือบูไม่ยอมวิ่งต่างหาก แล้วเวลาวิ่ง บูไม่ได้วิ่งอย่าง
สุนัขตัวอื่น บูจะควบขาหลังคู่เหมือนกระต่าย แถมพอไปถึงบันได บูจะเบรก
เอาดื้อๆ ทั้งขาขึ้นและขาลง เราไม่ได้คิดอะไรมาก แม้จะรู้สึกผิดสังเกตอยู่บ้าง
และถึงจะไม่ค่อยเชื่อทฤษฎีการไม่ออกกำลังของคุณหมอเท่าไหร่ แต่ก็แอบคิด
กันไปเองว่ามันคงยังเด็ก และท่าวิ่งแบบนี้คงเป็นท่าวิ่งของหมาเด็ก กว่าจะเอะใจ
และตัดสินใจพาบูไปตรวจที่โรงพยาบาลสัตว์ ก็เกือบจะสายเกินไปเสียแล้ว



รพยบ.

พีีีีี่น้องสองคน (เสียสละ)
ยอมตื่นแต่เช้ามืดเพื่อพาบูไปหาหมอ ขนข้าวขนน้ำ
ไปเสียเต็มอัตราศึก เพราะไม่รู้ว่าจะต้องรอคิวนานแค่ไหน ปรากฏว่าไปถึงเร็ว
ทำบัตรเสร็จแล้วก็นั่งรอ ได้เบอร์ 13 ซะด้วย บูมองซ้ายมองขวาอย่างตื่นตาตื่นใจ
ก่อนจะส่งเสียอ้อแอ้ทักทายเพื่อนร่วมชาติพันธุ์อย่างขลาดๆ ไม่เคยคิดมาก่อนว่า
ในโลกนี้จะมีเพื่อนหน้าตาละม้ายแต่ไม่เหมือนกันมากมายขนาดนี้ พาบูออกไป
เดินข้างนอกเพราะคิดว่ามันอาจจะอยากเข้าห้องน้ำบ้าง แต่บูเป็นสุนัขสุดอึด
เดินแล้วดมดมแล้วเดินรอบโรงพยาบาลหลายรอบก็ไม่ฉี่ จนกระทั่งถึงคิวตรวจ
นิสัยแบบนี้ของบูมีอยู่ตลอด ไม่ว่าจะออกจากบ้านไปนานแค่ไหน บูจะสู้อดอั้น
รอจนกลับถึงบ้าน ลงจากรถ แล้วถึงวิ่งไปที่พุ่มไม้ประจำ

พอเข้าห้องตรวจ คุณหมอให้บูเดิน จับคลำขาหลังแล้วทำท่าไม่ค่อยสบายใจ
บอกว่าจะส่งบูไปเอกซเรย์เพื่อตรวจละเอียด ตายละวา...บูจะเป็นอะไรมากไหมนี่
ขออย่าให้เจออะไรเลยนะ เจ้าบูเพิ่งจะสี่เดือนครึ่งเท่านั้นเอง

เจ้าหน้าที่ห้องเอกซเรย์จับบูเหยียดขาหน้าและขาหลัง เท่านั้นแหละ บูร้องเสีย
กระจกแทบร้าว เจ้าหน้าที่เรียกเจ้าของมาช่วยจับแทบไม่ทัน พอเห็นหน้าคุณหมอ
ที่เรียกไปดูฟิล์มเอกซเรย์ สองคนพี่น้องก็มองหน้ากันว่า เอาแล้ว.ต้องไม่ดีแน่ๆ
หมอตรวจแล้ววินิจฉัยว่า บูเป็นโรคข้อต่อสะโพกเสื่อมทั้ั้ั้งสองข้าง ซึ่งเป็นผล
มาจากกรรมพันธุ์ และแม้ว่าบูจะอายุแค่นี้ อาการที่เป็นก็จัดว่ารุนแรง โดยเฉพาะ
ข้างขวา เราพาบูกลับบ้านพร้อมยาสองถุง ใบนัดติดตามผล และหัวใจที่หนักอึ้ง

เจ้าของหมากับยาวิเศษ

ตามประสาคนเลีีี้ยงหมามือใหม่
ที่ไม่รู้จะรับมือกับข่าวร้าย
แบบนี้ยังไง จะถามก็ไม่รู้จักใครที่รู้เรื่องพอจะถามได้ ส่วนคนที่รู้จัก
ก็ไม่รู้เรื่อง ที่พึ่งสุดท้ายคืออินเทอร์เน็ต-ขุมความรู้ยุคใหม่ที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง
นอกจากจะได้รู้จักโรคที่บูเป็น รู้อาการและการรักษาพยาบาลอย่างละเอียดโดย
ไม่ต้องซักถามให้ (หมอ) รำคาญแล้ว เรายังสามารถจะค้นหาเทคนิควิธีการดูแล
จากเจ้าของที่มีหมาร่วมชะตากรรมกับบูได้ด้วย ซึ่งการเลือกใช้เลือกเชื่อข้อมูล
พวกนี้คงต้องอาศัยวิจารณญาณของแต่ละบุคคล

ในกรณีของบู คุณหมอบอกว่าอาการของบูหนักมากจนไม่สามารถผ่าตัดเปลี่ยน
มุมกระดูกได้แล้ว ส่วนการผ่าตัดเปลี่ยนเบ้ากระดูกนั้นราคาค่อนข้างสูง (สูงมาก
ต่างหาก) เราจึงมีทางเลือกเดียวที่จะช่วยบูได้ คือ การผ่าตัดเพื่อตัดเส้นเอ็นตรง
ขาหนีบเพื่อลดอาการเจ็บปวด และทำให้เขาเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ที่เรา
ทำได้คือการบำบัดระยะยาว ซึ่งได้แก่ การให้บูออกกำลังโดยการว่ายน้ำ ควบคุม
อาหาร และควบคุมน้ำหนักเพื่อไม่ให้ขาหลังรับน้ำหนักมากเกินไปจนส่งผลต่อ
ข้อต่อกระดูกสะโพก ยาที่มีส่วนผสมของกลูโคซามินและคอนดอยตรินช่วยได้
มากเหมือนกัน แล้วจะบอกอะไรให้นะบูนะ ไอ้ยาที่ว่านี่เม็ดละแปดบาทเชียวนะแก

จากข้อมูลในอินเทอร์เน็ต มีวิตามินซี (Ester-C) ที่เจ้าของหมาในประเทศนอก
หลายคนบอกว่าใช้ได้ผลดีกับสุนัขของเขา (ซึ่งเป็นพันธุ์เดียวกับบู) มีรายหนึ่งตรวจ
พบว่าเป็นโรคนี้ตอนอายุหนึ่งขวบและเขาไม่มีเงินรักษา ในที่สุดเพื่อนสัตว์แพทย์
ได้แนะนำวิตามินซีที่ว่านี่ให้ เขาเห็นว่าราคาพอซื้อได้ และวิตามินซีไม่น่าจะทำให้เกิด
ผลข้างเคียง จึงได้ลองซื้อไปให้หมากิน แล้วก็ได้ผล หมาเขาวิ่งเล่นอย่างมีความสุข
ตามอัตภาพจนตายจากไปเมื่ออายุ 13 ปี เราพยายามเช็คข้อมูลนี้จากคุณหมอ
หลายคนที่บูมีโอกาสไปพบ แต่ไม่มีใครรู้สรรพคุณของวิตามินซีที่ว่า และไม่รับรอง
ว่าอาหารเสริม (supplement) อย่างวิตามินซี จะมีคุณสมบัติเลิศเลอขนาดนั้นได้
แต่ก็เอาเถอะ เราตัดสินใจแล้วว่าจะหามาให้บูกินสักขวด ดูซิว่าจะดีขึ้นบ้างไหม
อย่างน้อยราคาก็ถูกกว่าแปดบาทละน่า





 

Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2553
0 comments
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2553 23:34:33 น.
Counter : 463 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


lunaloca
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ง า น แ ป ล


ช่างเป็นนักแปลที่ทำงานได้หลากแบบหลายแนว
นามปากกาคละเคล้า เดาทางไม่ถูกจริงๆนิเรา

Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
17 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add lunaloca's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.