ความวิปโยคสุดพรรณนาและความยิ่งใหญ่คือชาตากรรมแห่งความรักของฉันที่มีต่อเธอ Unsagbares Leid und Größe ist das Schicksal meiner Liebe für dich. Untoldly sorrowful and great is the destiny of my love for you.
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2548
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
6 พฤศจิกายน 2548
 
All Blogs
 
เปียโนคอนแชร์โต หมายเลขห้า (จักรพรรดิ์)

สมญานามของ เปียโนคอนแชร์โต หมายเลขห้า (จักรพรรดิ์) ที่ว่า “จักรพรรดิ์” นี้ เบโธเฟนไม่ใช่ผู้ตั้ง สำหรับชาวเวียนนาแล้วคำๆนี้มีความหมายลึกซึ้งสำหรับคอนแชร์โตบทนี้ที่สูงส่งขัตติยะและยิ่งใหญ่ จริงๆแล้วงานชิ้นนี้เป็นจักรพรรดิ์แห่งคอนแชร์โตทั้งหลาย และไม่มีความจำเป็นอันใดสำหรับการอนุรักษ์ชื่อเรียกดังกล่าวนี้ไว้ เพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่ เพราะมันยิ่งใหญ่อยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว เบโธเฟนประพันธ์ซิมโฟนีเสร็จแล้วหกบทก่อนคอนแชร์โตบทนี้ เป็นช่วงเวลาที่บรรลุแล้วซึ่งการหล่อหลอมผสมผสานอย่างชัดเจนในรูปแบบคอนแชร์โตและโครงสร้างซิมโฟนี จึงถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกระหว่างเปียโนและวงดุริยางค์ออกมาภายในสถาปัตยกรรมแห่งคีตศิลป์ที่แท้จริง

ท่อนที่หนึ่ง

ตามที่เข้าใจกันมา คอนแชร์โตในยุคแคลสสิกนั้น เริ่มต้นอย่างยืดยาวด้วยดนตรีสำหรับวงดุริยางค์ การบรรเลงเดี่ยวเครื่องดนตรีเอกสำหรับคอนแชร์โตยังไม่เข้ามา เบโธเฟนรื้อทิ้งกระบวนการดังกล่าวนี้เสีย โดยใส่เปียโนเข้ามาทันทีตั้งแต่ตอนเปิดท่อนแรก ด้วยวิธีนี้จึงเป็นการสร้างสรรค์การประชันกันอย่างรวดเร็วน่าทึ่งกระทันหันระหว่างเปียโนและวงดุริยางค์ เปิดวงด้วยดนตรีแถลงโองการอย่างทรงอำนาจศักดิ์สิทธิ์แห่งจักรพรรดิ์ ด้วยคอร์ดสามคอร์ด ซึ่งใช้เป็นแกนยึดอย่างตระหง่านมั่นคงดุจเสาหินแห่งโครงสร้างเสียงประสานในดนตรียุคแคลสสิก –นั่นคือ โทนิค(I) ซับโดมินันท์(IV) และโดมินันท์(V) หรือในทางกลับกันวงดุริยางค์ประกาศเสียงแต่ละคอร์ด และยืดขยายออกบนเปียโนในช่วงที่มีลักษณะคล้ายคาเดนซ์ ประกอบด้วย อาร์เพจโจ ทริล การแตกคู่แปด และบันไดเสียงที่รวดเร็ว (arpeggios, trills, broken actaves and rapid scales) หลังจากดนตรีท่อนนำที่น่าตื่นเต้นนี้แล้ว วงดุริยางค์ก็บรรเลงธีมหลักของท่อนที่หนึ่งต่อไปเป็น “การพรรณา” (exposition) ในวงกว้างครั้งแรกสุด ซึ่งเป็นแนวความคิดที่ผยองและอหังการมากสำหรับการสถาปนาคีย์หลักอีแฟล็ต และคอยเสียดไชอยู่ด้วยโมทีฟย่อยสองโมทีฟ ซึ่งยกดนตรีท่อนนี้ให้เด่นตระหง่านอลังการ ส่วนความคิดที่สองนั้นเป็นจังหวะประจุดง่ายๆ

ธีมนี้เป็นการกระทำในแบบซิมโฟนี ท่อนบริดจ์สั้นนำเข้าสู่ธีมที่สองที่ลึกลับมหัศจรรย์ บรรเลงแผ่วเบาที่สุด (pianissimo) ในคีย์อีแฟล็ตไมเนอร์

และในทันทีทันไดนั้นก็เกิดการซ้ำเข้ามาอีกในคีย์อีแฟล็ตเมเจอร์โดยฮอร์น ซึ่งในช่วงนี้เองที่เกิดอารมณ์สงบเยือกเย็นอย่างน่าพิศวง ในช่วง “พรรณนา” เบโธเฟนเริ่ม “พัฒนา” โมทีฟ A แล้วเรียบร้อย ดังปรากฏหลักฐานอย่างชัดเจนดังต่อไปนี้

ในแบบแผนดนตรียุคแคลสสิกนั้น เราพบว่าท่อนโคเดดทา(codetta: โคดาน้อย) ใช้ม้วนเก็บดนตรีส่วนหนึ่ง(section) โดยบรรเลงในน้ำเสียงให้เกิดอารมณ์หวนหลังรำพึงรำพัน ให้สังเกตจังหวะของโมทีฟ B ในตอนจบของธีมนี้

เปียโนเข้ามาอย่างองอาจสง่างาม และไม่เกรงขามระย่อต่อสิ่งใดทั้งสิ้นด้วยบันไดเสียงโครมาติกขาขึ้นแล้วตามมาด้วยทริล ธีมต่างๆเหล่านี้รับเอาเนื้อหาหนึ่งที่แตกต่างกัน เมื่อบรรเลงต่อไปด้วยเปียโนใน “การพรรณนา”ครั้งที่สอง ตรงนี้จักพบกับแก่นสารแห่งความเลอเลิศและยอดเยี่ยมของเปียโน แพรวพราวไปด้วยชั้นเชิงเสียงวิ่งไล่กันอย่างรวดเร็ว บันไดเสียงและทริล ขั้นคู่แปดที่สุกสกาวสดใส และอาร์เพจโจ กระนั้นก็ตามชั้นเชิงกลเม็ดหรือเทคนิคตรงนี้ก็ยังไม่เคยจบลงเลยในตัวมันเอง แต่เป็นวิธีถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกทางดนตรีออกมา

สิ่งที่พึงเอาใจใส่คือการแยกดนตรีออกเป็นหน่วย หรือโมดูลแล้วนำมาประกอบกันอย่างกล้าหาญอย่างยิ่ง ย้ายเสียงไปยังคีย์ที่อยู่ห่างไกลลิบโลก ตัวอย่างเช่น ธีมที่สองอันลึกลับมหัศจรรย์นั้น ตอนนี้ปรากฏขึ้นในคีย์บีไมเนอร์อันไกลโพ้น

แล้วก็ตามมาด้วยปัจฉิมบทที่สุดสวย นั่นคือการเข้าฌานรำพึง บรรเลงแผ่วเบาที่สุด(pianissimo)ในเสียงแนวบนที่ซ้อนทับกันของเปียโน ในคีย์ซีแฟล็ตเมเจอร์ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเสียงของมันก็คือคีย์บีนั่นเอง


วงดุริยางค์ซ้ำธีมที่สองในคีย์บีแฟล็ตเมเจอร์ และ“การพรรณนา”ครั้งที่สองปิดด้วยการสำแดงลวดลายชั้นเชิงแห่งความยอดเยี่ยมของเปียโน “การพัฒนา” นำเข้ามาซึ่งความยุ่งยากโดยบันไดเสียงโครมาติกบนเปียโน ตามมาด้วยทริล โมทีฟ A โต้ตอบกันโดยกลุ่มเครื่องดนตรีต่างๆกันหลายชนิดกับทางบรรเลงบนเปียโน ในขณะเดียวกันกลุ่มเครื่องสายที่บรรเลงอยู่พื้นหลังหรือแบคกราวน์ด์ ทำให้หวนระลึกกลับไปถึงโมทีฟ B (จังหวะโน้ตประจุด) โมทีฟต่างๆจากตอน“การพรรณา”ผสมผสานเข้ากันใหม่ในโครงสร้างกระสวนต่างๆ(patterns)ใหม่สด ซึ่งแตกรากเหง้าอำนาจมาจากการแยกดนตรีออกเป็นโมดูล อันน่าแตกตื่นตะลึงของเบโธเฟนในคีย์ต่างๆนั่นเอง

ในตอนจบของ“การพัฒนา” (development) เบโธเฟนเตรียมสำหรับ“การย้ำสรุป” (recapitualtion) โดยการซ้ำกระบวนความ(procedure)ทางดนตรีที่ใช้ในตอนเริ่มต้นของงานชิ้นนี้ วงดุริยางค์บรรเลงเสียงคอร์ดพื้นฐานสามคอร์ด แต่ละคอร์ดนำมาขยายบนเปียโนในทางบรรเลงที่คล้ายกับคาเดนซ์แนวใหม่ ตอนนี้จักได้ยินเสียงโครมาติกขาขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และการย้ำสรุปก็จักเริ่มขึ้นด้วยความคิดหลักในคีย์หลัก ความคิดต่างๆที่รองลงมาก็ได้ยินแบบเดียวกับที่ผ่านมา แต่ยกเสียงไปบรรเลงในคีย์ใหม่ต่างๆ ในคอนแชร์โตยุคแคลสสิกนั้น วงดุริยางค์คาดได้ว่าจักหยุดบรรเลง ณ จุดใดจุดหนึ่งโดยเฉพาะ เพื่อให้นักบรรเลงเดี่ยวเป็นอิสระในการด้นดนตรีช่วงคาเดนซา ในงานชิ้นนี้ เบโธเฟนได้เปิดศักราชใหม่ในประวัติศาสตร์ของเปียโนคอนแชร์โตด้วยการเขียนคาเดนซาออกมาไว้ก่อน ถึงแม้เกรงว่าธรรมเนียมปฏิบัติก่อนหน้านั้นอาจจักเป็นที่นิยมแพร่หลายในขณะนั้นก็ตาม เบโธเฟนถึงกับเขียนไว้ที่สกอร์ของงานชิ้นนี้เลยว่า “ไม่ต้องไปสร้างคาเดนซา เล่นต่อไปเลยทันที” หรือหากจักกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า เวลาเปลี่ยนไปแล้ว ถึงยุคที่คีตกวีไว้วางใจในความสามารถของนักบรรเลงเดี่ยว ในการด้นช่วงคาเดนซา นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา(ยกเว้นอยู่บ้างเพียงเล็กน้อย)คีตกวีท่านอื่นๆต่างก็เดินตามแนวทางของเบโธเฟนกันทั้งนั้น กล่าวคือเขียนคาเดนซาออกมาไว้ก่อนล่วงหน้า โดยกำหนดให้คาเดนซาเริ่มด้วยโมทีฟตอนเปิด

ในทันทีนั้นดุริยางค์ก็กลับมา และคาเดนซ์เปลี่ยนไปวาดลวดลายมหัศจรรย์จนฟังแล้วขนลุก โดยบรรเลงธีมพื้นฐานของดนตรีท่อนที่หนึ่งนี้ โน้ตจังหวะประจุของโมทีฟ B เข้ามาเพื่อหลีกทางและนำเข้าสู่จังหวะสุดท้ายที่ทรงพลังและเสียงดังที่สุด (fff)

ท่อนที่สอง

ดนตรีช้าท่อนนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของ “การบรรเลงดนตรีช้าแบบเพลงสรรเสริญ” (hymnic adagios) ในโลกดนตรีของเบโธเฟน นั่นคือเป็นท่อนที่สงบเยือกเย็นแจ่มใสลึกซึ้ง ซ่อนความเข้มแข็งไว้ภายในและความล้ำลึกของความรู้สึก เบโธเฟนได้รับอิทธิพลจากลัทธิไดซึม (Deism: ระบบความคิดที่สนับสนุนศาสนาหรือความเชื่อตามธรรมชาติ ที่อยู่บนพื้นฐานมนุษย์มากกว่าการเปิดเผยในพระเจ้า) ซึ่งแพร่ขจายออกไปในวงกว้างภายหลังการปฏิวัติฝรั่งเศส ความเชื่อของเบโธเฟนในเรื่องดังกล่าวนี้ คือความเชื่อที่ยึดถือพระเจ้าแห่งธรรมชาติเป็นสรณะ มากกว่ายึดหลักเกณฑ์ที่ไม่มีข้อพิสูจน์ทางศาสนาเป็นการเฉพาะ ถ้าหากว่าความชัดเจนของการบรรเลงดนตรีช้า (adagios) ของเบโธเฟนมีลักษณะคล้ายกับบทเพลงสรรเสริญแล้ว ก็น่าจักเป็นการสะท้อนวิสัยทัศน์ของเบโธเฟนออกมาให้เห็น กล่าวคือความรู้สึกแห่งความน่าเกรงขาม และความมหัศจรรย์ใจซึ่งฉายออกมาจากการบรรเลงดนตรีช้าดังกล่าว ดนตรีท่อนนี้อยู่ในโครงสร้าง ABA เสียงบอดของกลุ่มเครื่องสายเป็นท่อนนำความคิดหลัก (A) ในคีย์บีเมเจอร์

การสำรวจความคิดนี้ เป็นองค์ประกอบของดนตรีส่วน(section)ที่หนึ่ง เปียโนเข้ามาด้วยธีมที่สอง (B) บรรเลงเบาที่สุดและสื่อความรู้สึกนึกคิด (pianissimo และ expressivo) กล่าวคือ เป็นท่วงทำนองดนตรี (melody) ในมือขวา และคลอประกอบอย่างง่ายด้วยการกระจายคอร์ดในมือซ้าย ประชันกับเสียงประสานที่ครางยาวในวงดุริยางค์ และย้อนกลับมาในคีย์อื่น และดนตรีส่วน(section)กลางจบลงด้วยอนุกรมของการทริลเสียงขึ้นสูง ท่วงทำนองดนตรีหลัก (chief melody) (A) ย้อนกลับมาแบบพิซซิคาโท (pizzicato –การเล่นโน้ตของเครื่องสายโดยไม่ใช้คันชักสี แต่ใช้นิ้วดึงแทน) ในวงดุริยางค์ ในขณะที่เปียโนเล่นจังหวะสามพยางค์ที่วิจิตรหรูหรายิ่งกว่า ท่วงทำนองดนตรีซ้ำมาอีกเป็นเสียงสูงขึ้นอีกหนึ่งคู่แปด และบนเสียงนั้น เปียโนบรรเลงอย่างรวดเร็วขึ้นลงเหมือนระลอกคลื่นในจังหวะส่วนโน้ตเขบ็จสองชั้น ทางบรรเลงนี้แสดงถึงคุณภาพทางวิสัยทัศน์ต่อสิ่งที่กล่าวนั่นเอง ดนตรีท่อน(movement)นี้จบลงในแบบแผ่วเบาที่สุด (pianissimo)เป็นเงาเกาะติดตามตัวเหมือนเชื้อโรคเกาะกุมกินกระดูก ซึ่งครอบคลุมโมดูลหนึ่งไว้ (modulation –การแยกดนตรีออกเป็นหน่วยย่อยแล้วนำกลับมารวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ มักเป็นการย้ายไปบรรเลงในบันใดเสียงอื่น) –ในสมัยนั้นถือว่ากล้าหาญมาก- จากบีเมเจอร์(ห้าชาร์ฟ) ไปยังคีย์หลักอีแฟล็ตเมเจอร์ (สามแฟล็ต) นอกจากนี้ เฉกเช่นเดียวกันกับประกายแสงที่ฉายสาดพุ่งขึ้นมา โผล่มาในตอนจบท่อน เป็นโรนโดที่กระปรี้กระเปร่าแข็งขันอย่างยิ่ง
ท่อนที่สาม

ธีมตอนเปิดท่อนนี้ทำให้โรนโดโดดเด่นอย่างยิ่ง เป็นเสียงบรรเลงที่แข็งแกร่งซึ่งกระโจนขึ้นไปตามโน้ตของคอร์ดโทนิค พลังอันกระปรี้กระเปร่าแข็งขันตามจังหวะดนตรีของมันเกิดขึ้นจากการใช้โน้ตในจังหวะขัด (synchropation) กล่าวคือ เป็นกลุ่มของโน้ตเขบ็จหนึ่งชั้นสองตัวแทนที่จักเป็นสามตัวในดนตรีห้องแรก และเป็นคอร์ดสำเนียงเสียงหนักในจังหวะยกครั้งที่สอง

อัตราส่วนจังหวะผสม 6/8 ด้วยฮอร์นและทรัมเป็ตทำให้เกิดบรรยากาศกลางแจ้งที่สนุกสนาน ซึ่งเป็นธรรมเนียมนิยมที่สิงสถิตอยู่ในดนตรีของคริสตศตวรรษที่สิบแปดด้วยฉากการล่าสัตว์ (ดนตรีสรรเสริญธรรมชาติของเบโธเฟน ซิมโฟนีหมายเลขหก พาสโตราล ประพันธ์ขึ้นหนึ่งปีก่อนหน้าคอนแชร์โตบทนี้) แนวบรรเลงตอนเปิดบนเปียโนใช้วงดุริยางค์บรรเลงตอบรับ ที่น่าสังเกตก็คือธีมซึ่งเป็นดนตรีตอนเปิด เป็นความคิดที่เหนี่ยวรั้งไว้ในกลุ่มไวโอลิน ซึ่งแปรรูปแบบไปด้วยจังหวะประจุดในกลุ่มฮอร์น

ควรสังเกตธีมอื่นๆด้วย เปียโนนำท่วงทำนองดนตรีที่ชื่นบานทั้งคู่เข้ามา

แนวความคิดหลักย้อนซ้ำกลับมาอีก ไปยังคีย์ซีเมเจอร์(ไม่มีชาร์พหรือแฟล็ต) เอแฟล็ตเมเจอร์(สี่แฟล็ต) และอีเมเจอร์(สี่ชาร์พ)ด้วยโมดูลที่น่าสนใจมาก การหักเหเหล่านี้เป็นการสร้างอารมณ์ขึ้นมา แน่นอนอยู่แล้วโดยธรรมชาติ ประชันกับการย้อนกลับคืนไปยังอีแฟล็ตเป็นครั้งสุดท้าย เนื้อหาดนตรีตอนนี้มีการย้ำสรุปในคีย์หลัก ที่น่าสังเกตก็คือวิธีการที่เบโธเฟนดำรงความกระปรี้กระเปร่าแข็งขัน และอารมณ์ความรู้สึกของโรนโดไว้อย่างยาวนานจนกระทั่งใช้ตอนจบสุดท้ายมายืนยันรองรับ

คอนแชร์โต “จักรพรรดิ์” เป็นจุดสำคัญในประวัติศาสตร์ของเปียโนคอนแชร์โต เบโธเฟนมองล้ำลึกไปถึงอนาคต นับตั้งแต่การตระหนักถึงคอนแชร์โตบทนี้อย่างสมบูรณ์แล้ว ว่าต้องการความสามารถเชิงศิลป์อันยอดเยี่ยมสูงสุดในการบรรเลงนั้น มันจึงยังคงเป็น ปริศนาความท้าทายต่อนักบรรเลงเปียโนคอนเสิร์ตอย่างยิ่งถึงอีกหนึ่งศตวรรษครึ่งต่อมา จนแทบจักไม่มี-หรือไม่มีเลยด้วยซ้ำไป-เปียโนคอนแชร์โตบทใดมาเทียบเคียง หรือเสมอเหมือนได้



Create Date : 06 พฤศจิกายน 2548
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2548 9:47:32 น. 6 comments
Counter : 764 Pageviews.

 
เคยดูวงดุริยางค์ของสถานีโทรทัศน์ช่อง ABC ของออสเตรเลีย บรรเลงงานชุดนี้ของบีโธเฟนค่ะ ชอบมากกกกกกกกกกก โดยเฉพาะท่อนที่ 2 เสียงเปียโนเพราะเหลือเกิน

ป.ล. บทความน่าสนใจดีนะคะ แต่ศัพท์เฉพาะเยอะเหลือหลาย คนด้อยความรู้ทางดนตรีคลาสสิคอย่างดิฉัน (ฟังอย่างเดียว) เลยอ่านไม่ค่อยรู้เรื่องอ่ะค่ะ


โดย: snodgrass วันที่: 5 เมษายน 2550 เวลา:15:31:18 น.  

 
บทความภาษาไทยดีๆอย่างงี้ต้อง ขอบคุณคร้าบ ^^


โดย: Gixkung IP: 125.27.23.93 วันที่: 16 เมษายน 2550 เวลา:23:59:46 น.  

 
ดี


โดย: ดี IP: 203.150.103.113 วันที่: 17 กันยายน 2550 เวลา:12:54:06 น.  

 
บทดีนะคร๊าบ
ขอบคุนคร๊าบ


โดย: ... IP: 203.150.103.113 วันที่: 17 กันยายน 2550 เวลา:12:55:18 น.  

 
เพิ่งหัดฟังเพลง Classic ค่ะ
อยากทราบว่า Opus คืออะไรหรอคะ
แล้วทำไมเพลง Hungarian Dance ถึงไม่มี Opus เลย..?

--------------
แล้วก็ พวกศัพท์ วาเรซิออง Variation
โซนาต้า sonata
Minuet >>>> พวกนี้มันแตกต่างกันยังไงคะ

ช่วยแนะนำด้วยนะคะ
classical-girl_society@hotmail.com

ขอบคุณมากๆๆค่ะ


โดย: Wolfgang - - - Girl IP: 203.113.36.6 วันที่: 24 ตุลาคม 2550 เวลา:11:39:34 น.  

 
อ่านบทความของพี่แล้วเข้าถึงอารมณ์ดนตรีตะวันตกมากขึ้นเลยครับ
ตอนนี้ต้องทำรายงานบทเพลง ซิมโฟนี่ หมายเลข5 ของท่านเบโธเฟน เลยอยากให้พี่ช่วยวิจารณ์หรือให้ควมคิดเห็น ความรู้ข้อมูลจากการฟังซิมโฟนีหมายเลข5 นี้ด้วยได้มั๊ยครับ
ช่วยแนะนำด้วยนะครับ จะเป้นพระคุณอย่างสูงครับ
zivniti12@hotmail.com


โดย: เด็กน้อยในเพลงคลาสสิค IP: 202.28.27.3 วันที่: 26 สิงหาคม 2551 เวลา:15:32:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ลุดวิก
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Ich bin nur ein Mensch! Alles Leben ist leiden. Alles ist nichtig!
ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

Bangkok

Friends' blogs
[Add ลุดวิก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.