กรกฏาคม 2549

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
มกุฏราชกุมารแห่งภูฏาน



ที่มา : คอลัมน์ รื่นร่มรมเยศ ( นสพ.มติชน )
โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก


ชื่อประเทศนี้เราเคยเรียก "ภูฐาน" จนเคยปาก ต่อมาให้เขียนว่า "ภูฏาน" ผมก็ยังสะดวกที่จะออกเสียง "พูถาน" เหมือนเดิม ทำไงได้ มันเป็น "วาสนา" (หรือสันดานความเคยชินที่ฝังลึกจนแก้ไม่ได้) เราจึงไม่ควรบ่นใครบางคนที่ชื่อนี้ ที่ตะแบงกระทำอะไรแย้งกับสำนึกของคนส่วนมาก ก็มันเป็นวาสนานี่ครับ

หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีฉลองการครองสิริราชสมบัติ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชวงศ์ พระประมุข และผู้แทนประมุขจาก 25 ประเทศ ที่เสด็จมาร่วมพระราชพิธี บางส่วนก็เสด็จกลับประเทศของตน ขณะที่บางพระองค์เสด็จไปตามสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทยตามพระราชอัธยาศัย

เช่นประมุขสวาซิแลนด์เสด็จไปชมโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา สมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิญี่ปุ่น เสด็จเยือนอยุธยา เป็นต้น ผมสนใจเป็นพิเศษคือ เจ้าชายจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก มกุฏราชกุมารแห่งภูฏาน

พระองค์ทรงมีพระจริยวัตรงดงาม เสด็จไปท่ามกลางประชนชาวไทยที่เฝ้ารับเสด็จบรรดาพระราชอันตุกะ ยังพระราชพิธีต่างๆ เจ้าชายพระองค์นี้จะทรง "ยกมือไหว้" อย่างสวยงาม ช่างภาพที่โรงพิมพ์กล่าวชื่นชมว่า เวลาเสด็จผ่านกลุ่มสื่อมวลชน พระองค์ก็ทรงหยุดให้ถ่ายภาพนานๆ ตามคำขอของสื่อมวลชน แถมยังทรงยกพระหัตถ์ไหว้อีกด้วย น่ารักจริงๆ ครับ

ถ้ามีโอกาสไปเยือนประเทศเล็กๆ แห่งนี้ ท่านจะประทับใจกับชาวภูฐาน (แน่ะ เผลอเขียนผิด ด้วยวาสนาของผมจริงๆ) ชาวภูฏานมีอุปนิสัยโอบอ้อมอารี ใบหน้า ยิ้มแย้ม แจ่มใส มีความสุขจริงๆ ครับ เดินไปไหนเจอชาวต่างชาติผ่านมา ก็จะร้องทักด้วยอัธยาศัยไมตรีว่า "กุสุซัมโปๆ" อย่างนี้ตลอด

ผมไปอยู่ที่นั่นสิบกว่าวัน ยังติดปาก "กุสุซัมโป" ลงเครื่องบินแล้วยังนึกว่าอยู่ที่ภูฏาน ร้องทักลูกเมียว่า "กุสุซัมโป" เลย ปานนั้น

ประชาชนเขามีความสุขจริงๆ ผู้รู้กล่าวว่า ประเทศเขาวัด GDP ด้วย CDH ไม่เหมือนประเทศทั่วไป G ที่ว่านั้นคือ Happiness

อยู่ๆ ผมก็ได้รับเชิญไปเยี่ยมภูฏาน โดยการจัดการของรินโปเชชั้นสูง นาม ซิการ์ ซอกตุล รินโปเช ให้ไปเยือนภูฏาน เมื่อปี พ.ศ.2539 ประเทศนี้เขาจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวปีละไม่มาก ผมจึงถือว่ามีโชคดี ที่ได้ไปเยือนถิ่นที่ท่านผู้รู้บางท่าน ให้สมญานามว่า "สวรรค์บนดิน" ได้เขียนเล่าเรื่องราวของชาวภูฏานไว้แล้วในหนังสือชื่อ "ความ (ไม่) รู้เรื่องพระพุทธศาสนาในภูฏาน"

ศาสนาที่ชาวสภูฏานนับถือคือ ศาสนาลัทธิลามะ แบบทิเบต พระของเขามีอิทธิพลเกี่ยวกับการเมืองการปกครองมาก ในคณะรัฐมนตรีนั้น พระสงฆ์จะต้องมีตำแหน่งรัฐมนตรีถึง 10 ตำแหน่ง ไม่ต้องสงสัยกระทรวงศาสนา พระสงฆ์ท่านต้องเป็นรัฐมนตรีแน่นอน นโยบายบริหารประเทศจึงเน้นไปที่ศาสนาและศีลธรรมของประเทศ

มีบางท่านสงสัยว่า พระสงฆ์มามีบทบาททางการเมืองการปกครอง จะมีวุ่นวาย ยึดติดในตำแหน่งเหมือนนักการเมืองทั่วไปหรือ ที่ผมไปเห็นแล้วกลับตรงกันข้าม พระสงฆ์องค์เจ้าท่านกลับมี อวิชชา ตัณหา อุปาทานน้อยอย่างน่าประหลาด

ปีที่ผมไปนั้นสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเขาเรียกว่า เจเคนโป สละตำแหน่ง และมีพิธีสถาปนาเจเคนโปองค์ใหม่พอดี ผมได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมพิธี ได้เข้าไปอยู่ ณ "สถานที่หวงห้ามในพิธีสถาปนาเจเคนโป" ได้เห็นพระราชพิธีสถาปนาเจเคนโปใกล้ชิด (แม้ว่าจะไม่ได้เข้าไปในโบสถ์ที่ทำพระราชพิธี ซึ่งมีเฉพาะพระเจ้าแผ่นดิน พระราชินี บรรดาราชวงศ์ และเจ้านายชั้นสูง ตลอดจนพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่เท่านั้นก็ตาม ขนาดนี้ก็นับเป็นบุญมากแล้ว)

ที่อยากจะพูดก็คือ เจเคนโปองค์ก่อน พระชนมพรรษาก็ยังไม่แก่มากนัก แต่พระองค์ทรงสละตำแหน่งให้พระหนุ่มวัย 50 กว่าๆ ทำหน้าที่แทน พระองค์หลังจากออกจากตำแหน่งแล้ว ก็จะ "ขึ้นเขา" บำเพ็ญสมาธิภาวนาจนกว่าสิ้นพระชนม์

เคยมีบ้างไหมครับ ผู้ได้รับตำแหน่งสูงสุดระดับนี้ รู้จักคำว่า "พอ" ถึงวันหนึ่งก็บอกว่าฉันพอแล้ว ฉันจะเข้าป่าในบำเพ็ญสมาธิภาวนาจนกว่าจะตาย เปล่าเลย ที่เห็นๆ มีแต่เกาะตำแหน่ง ไม่ว่าตำแหน่งเล็กตำแหน่งใหญ่ จนมือไม่มีปัญญาเกาะโลงนั้นแหละ (ก็ตายแล้ว จะมีปัญญาเกาะอะไรเล่าครับ)

มีเรื่องเล่าว่า คาร์ดินัลรูปหนึ่ง เสนอให้สมเด็จพระสันตะปาปาทรงลาออกจากตำแหน่ง เพราะเห็นว่าพระองค์ทรงพระชราภาพมากแล้ว แถมยังทรงพระประชวรอีก พระองค์ตรัสว่า "ลาไม่ได้ เป็นพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า" ระบบอันศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา บางครั้งคนที่รับตำแหน่งจะไม่ยึดติดกับตำแหน่งก็ออกไม่ได้ เชื่อว่าองค์พระสันตะปาปาก็อยู่ในประเภทนี้ แต่ระบบมันทำให้ลาออกไม่ได้

โชคดีที่ระบบแห่งประเทศภูฏาน เอื้อให้ผู้รู้จักพอแล้วออกจากตำแหน่งได้ ซึ่งไม่มีที่ไหนในโลกนอกจากประเทศนี้ อย่างนี้จะไม่เรียกว่า "สวรรค์บนดิน" ได้อย่างไร (ขอชม อาจารย์ ส. ศิวรักษ์ ที่ให้สมญานามนี้)

ความไม่ยึดติด มิใช่จะอยู่เฉพาะแวดวงพระสงฆ์องค์เจ้า หากรวมประชาชนทั่วไปด้วย ผมทราบจากผู้อ่านข่าวพระราชพิธีฯ ว่าพระเจ้าหัวหัวจิกมีวังชุก แห่งประเทศภูฏาน จะสละราชสมบัติ ให้มกุฎราชกุมารสืบราชสันตติวงศ์แทนพระองค์ ทั้งๆ ที่พระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้ ยังหนุ่มแน่นมาก ยังไม่ทรงพระชราภาพแต่อย่างใด

ภูฏานจะเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขเหมือนประเทศไทย นี่แสดงว่าการไม่ยึดมั่นถือมั่นไม่ว่าเรื่องใดๆ ได้มี่อิทธิพลแพร่หลายไปยังประชาชนชาวภูฏาน ตั้งแต่พระสงฆ์องค์เจ้า จนตลอดพระราชามหากษัตริย์ และประชาชนทั้งปวง

เจ้าชายจิกมีวังชุก มกุฎราชกุมารแห่งภูฏาน มีพระชนมพรรษาเพียง 26 พรรษา สำเร็จการศึกษาหลักสูตรอบรมด้านการทูต ด้านรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด สหราชอาณาจักร และทรงสำเร็จหลักสูตรการป้องกันประเทศ จาก National Defence College อินเดีย และหลักสูตร Innovations in Governance จากมหาวิทยาลัยสหรัฐอเมริกา

เคยเสด็จมาเยือนประเทศของเราเป็นการส่วนพระองค์หลายครั้ง เมื่อปี 2546 ได้เสด็จมาทอดพระเนตรโครงการหลวงที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เจ้าชายทรงมีความสนพระทัยในเรื่องการพัฒนาชนบทเป็นพิเศษ

การเสด็จมาในฐานะเป็นพระราชอาคันตุกะ มาร่วมพระราชพิธีฉลองการครองสิริราชสมบัติ 60 ปี ของพระเจ้าอยู่หัวของเราครั้งนี้ เจ้าชายได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระเจ้าอยู่หัวของเราได้กราบทูลว่า พระองค์ทรงซาบซึ้งในความจงรักภักดีของคนไทยที่มีต่อพระเจ้าอยู่หัว พระองค์เองมีความยินดีที่ได้เสด็จมาเยือนประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ได้รับทราบแนวพระราชดำริในการพัฒนาประเทศของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมากยิ่งขึ้น

และจะทรงถือเอาเป็นแบบอย่าง ในการพัฒนาประเทศภูฏานของพระองค์ต่อไป







Create Date : 11 กรกฎาคม 2549
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2557 9:16:59 น.
Counter : 326 Pageviews.

3 comments
  
ไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับประเทศนี้อย่างลึกซึ้งนัก แต่เท่าที่ได้ยินมารู้สึกชอบเกี่ยวกับการจัดระบบนักท่องเที่ยวของประเทศนี้ คือไม่เน้นปริมาณแต่เน้นที่คุณภาพ ไม่เห็นแก่เงินที่จะได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจนลืมห่วงบ้านเมือง วัฒนธรรมและคุณภาพชีวิตของประชาชน และรู้สึกดีที่ประเทศนี้ไม่ใช้จำนวนตึกสูงๆ หรือห้างดังๆมาตัดสินความเจริญของประเทศ
โดย: ปลาสวย (pp_b23 ) วันที่: 11 กรกฎาคม 2549 เวลา:15:03:05 น.
  
โดย: Cutetetsu วันที่: 11 กรกฎาคม 2549 เวลา:15:04:24 น.
  
มาแก้ข่าวค่ะ มาแก้ข่าว ที่บล็อกเป็นรูปหลานสาวค่ะ มิใช่ลูก อยากจะมีลูกกะเค้าเหมือนกันค่ะแต่ติดตรงที่ยังอยู่บนคาน ถ้าคุณLoveSonicทำบล็อกเกี่ยวกับลูก ช่วยไปตามมาดูด้วยนะคะ ชอบดูรูปเด็กๆ
โดย: ปลาสวย (pp_b23 ) วันที่: 11 กรกฎาคม 2549 เวลา:15:48:43 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Vichy Girl
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]