เรื่องราวของชีวิตที่ผ่านมา และผ่านไป เพียงแค่อยากบันทึกไว้ ให้ลูกอ่านตอนโต
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
1 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
Upside down

ช่วงที่ยังอยู่โรงพยาบาล.. เวลาอาบน้ำ ก็อาบเองได้นะ แต่เวลาที่อยากสระผม ทำไมใด้ เพราะว่า ตาข้างซ้ายมันปิดเองไม่ได้ ต้องเอามือจับไว้ ให้มันปิด จะสระผมมือเดียวก็ไม่ถนัด.. เลยต้องให้ป่ะป๊ามาช่วยสระผมให้.. พอสระผมเสร็จ หม่าม๊าก็ขอบคุณ (เห็นมั้ยลูก เวลาใครทำอะไรให้เรา ต้องขอบคุณนะครับ) ป่ะป๊าก็บอกว่า ไม่ลำบากหรอก มันก็เหมือนเวลาอาบน้ำหมาแหละ จะไปลำบากอะไรกัน..

ช่วงนั้น หม่าม๊าต้องหัดใหม่หลายอย่าง.. หัดดื่มน้ำ ทานอาหาร ต้องค่อยๆหัดกลืน ทีละนิด.. บ่อยๆที่หม่าม๊ากินผิดจังหวะ หลุดเข้าหลอดลม.. หม่าม๊าไอดังมาก.. ดังนั้น เวลากิน ต้องมีคนอยู่ด้วย เพื่อจะได้คอยตบหลัง.. แรงๆ .. และอีกหลายครั้งก็มีวุ้นเส้นหลุดออกมาทางจมูก.. ตอนนั้น รู้สึกทุเรศตัวเองเหลือเกิน แต่ก็พยายามอดทน และแต่ละวันก็ผ่านไปเพราะกำลังจากจากคนในครอบครัว..

หลังออกจากโรงพยาบาล หม่าม๊าหยุดพักอีกเกือบ 2 เดือน แล้วก็กลับไปทำงานด้วยสภาพที่ดีขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่มีเสียงพูดดังๆ แบบเดิมอีกแล้ว.. หม่าม๊ากลับไปทำงานได้เพียง 3 เดือน เจ้านายก็เรียกเข้าไปคุย..บอกหม่าม๊าว่าเนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี ทางสำนักงานใหญ่ให้ลดจำนวนพนักงานลง และนายใหญ่ก็ให้เจ้านายหม่าม๊าเป็นคนมาพูดกับหม่าม๊าว่า ให้หม่าม๊าออก..แต่บริษัทจะบอกคนอื่นๆว่า หม่าม๊าลาออกเอง.. ความจริงก่อนหน้านี้ หม่าม๊าก็เคยคุยกับอาม่าว่า อยากลาออก เพราะว่าเราทำงานให้เขาไม่ได้เต็มที่เหมือนเดิมแล้ว.. แต่อาม่าก็บอกให้ทำไปก่อน.. เวลาที่เรายังมีสภาพดีๆ เราก็ทำงานหนักให้บริษัทนี่นา.. หม่าม๊าก็เลยอยู่ต่อ ไม่ลาออก แต่พอเจอเค้ามาพูดแบบนี้ หม่าม๊าก็อดเสียใจไม่ได้เหมือนกันนะ.. เวลาเกือบ 7 ปี ที่เราทำงาน ทุ่มเทให้บริษัทมากมายแค่ไหน.. เมื่อถึงวันที่เรากลายเป็นหมาล่าเนื้อพิการ เค้าก็เขี่ยเราทิ้งแบบนี้หรือ.. หม่าม๊าน้ำตาซึมเลยนะ.. เจ้านายเองก็เสียใจเหมือนกัน.. เพราะเราสนิทกันเหมือนพี่น้อง.. ตอนที่เค้ามาประจำที่เมืองไทยใหม่ๆ ก็ได้หม่าม๊านี่แหละ คอยช่วยเหลือทุกๆอย่าง ทั้งหาที่พัก พาไปรู้จักที่ต่างๆ แต่ในเมื่อ head office สั่งมา ก็ต้องทำตาม

แต่ตอนนั้น บริษัทก็จ่ายให้หม่าม๊า 10 เดือน + เงินเดือนปัจจุบัน + ค่าตกใจอีก 1 เดือน เป็นเงิน 2แสนกว่าเกือบ 3 แสนบาท สรุปว่า ความทุ่มเทของหม่าม๊ามีค่าเท่านั้นเอง.. ...

หลังออกจากงาน. หม่าม๊าก็อยู่บ้านตั้งสติก่อน.. แต่อารมณ์ช่วงนั้น แย่มาก.. เวลาคุยกับใคร หม่าม๊าก็คิดไปเองว่า คู่สนทนาคงจะมองหน้าเราว่าทำไมเบี้ยว..แล้วก็คงจะรำคาญเวลาคุยกับเราว่า เสียงก็ไม่มี ขี้เกียจตะแคงหูฟัง.. คิดฟุ้งซ่านแต่เรื่องที่ทำร้ายความรู้สึกตัวเอง.. ช่วงนั้น เริ่มมีอารมณ์ซึมเศร้า เริ่มมองระเบียงหลังห้องบ่อยๆ (ตอนนั้นเราอยู่คอนโดชั้น 14 ไงลูก) เริ่มคิดว่าถ้ากระโดลงไป มันก็คงจบแล้ว.. แต่หม่าม๊าทำไม่ได้.. เพราะหม่าม๊ากลัวว่า อากง อาม่าจะเสียใจ.. ช่วงนั้น อารมณ์หม่าม๊าก็ส่งผลกระทบกับป่ะป๊าด้วย.. ทำให้ป่ะป๊าหงุดหงิด เลยทำให้ทะเลาะกันบ่อยๆ ยิ่งทะเลาะ หม่าม๊าก็ยิ่งเป็นบ้า ยิ่งคิดแต่ในทางแย่ๆ คิดแต่เรื่อง ตายๆๆๆ (นี่ถ้าตายตั้งแต่ตอนนั้น หม่าม๊าก็ไม่มีสมาร์ทสิเนอะ) สุดท้าย กู๋สนธยาก็มาบอกหม่าม๊าเรื่อง Dianetics หม่าม๊าจำได้ว่า ป่ะป๊าเคยซื้อหนังสือเล่มนี้มา หม่าม๊าเลยลองไปอ่านดู เพียงแค่คำนำ หม่าม๊าก็รู้สึกว่า สิ่งนี้แหละ น่าจะช่วยหม่าม๊าให้พ้นทุกข์ได้ ....


Create Date : 01 ตุลาคม 2551
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2551 14:40:21 น. 2 comments
Counter : 234 Pageviews.

 
สู้ๆ ค่ะ


โดย: มารน้อยไร้สังกัด วันที่: 3 ตุลาคม 2551 เวลา:18:23:54 น.  

 
ป้าแก่ได้สามีน่ารักน่ะ

เข้าใจความรู้สึกอีกแล้วอ่ะ


โดย: Oops! a daisy วันที่: 5 ตุลาคม 2551 เวลา:18:54:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

elastigirl
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สาวเหนือ ที่บังเอิญสอบเอ็นสะท้านติด ไปเรียนที่ปักษ์ใต้ แล้วไปเจอหนุ่ม กทม. จับพลัดจับผลู เลยต้องอยู่ที่ กทม. ตอนนี้ เป็นคุณแม่ลูกหนึ่ง และสุดท้าย..หม่าม๊า รักสมาร์ทที่สุดเลย...
ลิงจอมทะเล้น
หัวหอมจอมซ่า
กระต่ายจอมกวน
X
X
X
Friends' blogs
[Add elastigirl's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.