บ้านนี้ไม่หล่อ 1 แต่สวย 3
Group Blog
 
 
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
19 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
เมื่อถึงวันผ่าคลอด

เฮ้อ! เมื่อวานนั่งพิมพ์ตั้งนานเสร็จละอัพไม่ได้ วันนี้แม่เลยตั้งใจจะเขียนใหม่จ๊ะเริ่มเลยละกัน วันที่แม่ผ่าคลอดก็วันที่ 16 ต.ค. 50 วันเกิดหนูไงจ๊ะ คืนก่อนผ่าแม่นอนไม่หลับเลย มาเผลอหลับเอาตอนตี 4 ตกใจตื่นตอนเกือบจะ 6 โมงเช้า เพราะมันทั้งตื่นเต้น ทั้งกลัว ทั้งดีใจ ระคนกันไป ก็แม่ไม่เคยเข้าห้องผ่าตัดเลยในชีวิต คิดไปสารพัด ภาวนาให้ทั้งหนูและแม่ปลอดภัย ให้การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี ขอให้ลูกของแม่ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง แต่พ่อของลูกสิ หลับไปซะก่อนแล้ว แต่ก็คงหลับไม่สนิทหรอก เพราะยังรู้สึกได้ว่าแม่นอนไม่หลับ พ่อยังลุกขึ้นมาถามแม่ว่าแม่นอนไม่หลับเหรอ กลัวเหรอ แม่ก็พยักหน้าหงึกๆ พ่อก็เอามือลูบหัวแม่แล้วบอกว่าไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องกลัว แม่ก็รู้สึกดีขึ้นมานิดนึง ก็นะมันห้ามไม่ได้นี่นา ความรู้สึกแบบนี้ผ่าตัดครั้งแรกในชีวิตนะนี่
พอแม่ตื่นขึ้นมาได้สักพัก พยาบาลก็เข้ามาวัดไข้ วัดความดันอีกตามเคย มื้อเช้าก็ห้ามทาน น้ำก็ห้ามดื่ม เพราะต้องเข้าผ่าตัด แล้วหลังจากนั้นแม่ก็ต้องโดนสวนปัสสาวะ และสวน(เห็นพ่อบอกว่าหมอเค้ากลัวมันจะโผล่ออกมาก่อนลูก) ตอนสวนปัสสาวะนี่ เจ็บเหมือนกันนะ ไม่ได้เจ็บมากจนทนไม่ได้ แต่ก็ไม่น้อยเท่าไหร่ แม่ก็บรรยายไม่ถูกเหมือนกัน พยาบาลจัดการเสร็จแม่ก็นอนรอเวลาขึ้นเขียง พอใกล้ถึงเวลาก็มีพนักงานเปลเข็นรถมารับแม่ไปห้องผ่าตัด พ่อกับยายก็เดินตามไปด้วย พอไปถึงก็จัดการให้แม่นอนรอบนเตียงหน้าห้องผ่าตัด คือห้องผ่าตัดที่นี่จะเป็นห้องใหญ่ ข้างในก็จะมีเค้าน์เตอร์อยู่ส่วนหน้า แล้วข้างในก็จะแบ่งเป็นห้องผ่าตัดแต่ละห้องเรียงกันไป แล้วก็จะมีห้องพักฟื้นหลังการผ่าตัด แต่ที่แม่รออยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ จะมีพยาบาลมาถามชื่อ แล้วก็ยืนเช็คอะไรไม่รู้ เค้าไม่ได้บอกแม่ ตอนนี้แม่ยังเห็นพ่อรออยู่ข้างนอก เพราะรพ.รัฐ ที่นี่เค้าไม่ให้คุณพ่อเข้าไปดูด้วย พ่อกับแม่ต่างคนต่างมองหน้ากัน แล้วก็เหมือนจะเข้าใจกันว่าต่างคนรู้สึกยังไง สีหน้าพ่อเหมือนมีความกังวลอยู่ แต่ก็ยังให้กำลังใจ แม่รู้สึกอย่างนั้นนะ แม่เห็นพ่อมองแม่ไม่ละสายตาเลย จนพนักงานเปลเข็นแม่เข้าไปข้างใน เรามองกันจนลับตาเลย ระหว่างทางที่จะไปห้องผ่าตัดนั้น ด้วยความที่แม่ต้องไปห้องผ่าตัดที่อยู่ด้านในสุด แม่จำได้ว่าด้านซ้ายมือแม่จะเป็นห้องผ่าตัดเรียงกันไปประมาณ 2-3 ห้อง ส่วนด้านขวาเป็นห้องพักฟื้น พอไปถึงด้านในสุด เค้าก็จอดให้แม่รออยู่หน้าห้องผ่าตัดคนเดียวแม่เริ่มตื่นเต้นและกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ ในใจก็ภาวนาอีกตามเคยว่าขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี เชื่อไหมจ๊ะแม่ตื่นเต้นจนตัวสั่นเลยตอนนั้นแม่คิดว่ารู้งี้ไปคลอด รพ.เอกชนตามที่พ่อบอกซะก็ดี เพราะคงไม่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวแบบนี้แน่ แม่นอนรออยู่ประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง ก็มีพยาบาลเข็นเตียงออกมาเตียงหนึ่งบนเตียงมีผู้หญิงนอนสลบไสลอยู่ แม่จำได้ว่าเค้ามารอผ่าคลอดพร้อมแม่เมื่อวาน ยิ่งเห็นสภาพเค้าสลบใจก็ยิ่งตุ๊มๆต่อมๆ อีกสักแปบ พยาบาลก็มาเข็นเตียงแม่เข้าห้องผ่าตัด แม่คงเป็นคิวต่อจากคนเมื่อตะกี้ พอเข้าไปในห้องแม่ก็รู้สึกว่า โห! อารมณ์เหมือนในหนังที่เคยดูเลยแฮะ มีเตียง รอบเตียงก็มีเครื่องมือเต็มไปหมด มีไปดวงใหญ่อยู่ข้างบน แต่เอ! มีวิทยุด้วยนะ พยาบาลเข็นเตียงแม่ไปเทียบอยู่กับเตียงผ่าตัด เพื่อเตรียมทำการบล็อคหลัง วิธีการบล็อคหลัง วิสัญญีแพทย์เค้าจะฉีดยาเข้ากระดูกสันหลังจ๊ะ เค้าจะให้แม่งอตัวแบบสุดๆ เลย ประมาณถ้าเอาหัวมาชนเข่าได้ก็ยิ่งดี แม่ได้แต่คิดในใจ ว่าท้องฉันใหญ่ขนาดนี้จะให้งอขนาดไหนฟะ แต่การบล็อคหลังนี่เค้าถามส่วนสูงด้วยนะ คงต้องเอาไปคำนวณว่าจะฉีดเข้ากระดูกสันหลังตรงข้อไหนดี ตอนฉีดก็เจ็บนิดนึง พอหลังจากฉีดแล้วพยาบาลก็ให้แม่รีบย้ายตัวเองขึ้นเตียงผ่าตัด แม่ก็ได้แต่บ่นในใจอีกนั่นแหละ ก็ท้องใหญ่ซะขนาดนี้จะให้รีบได้ไง แค่พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นก็แย่แล้วมาเร่งฉันอยู่ได้ แต่พอสักพักแม่ก็ได้เข้าใจว่าพยาบาลทำไมเค้าถึงได้เร่งให้แม่รีบย้ายเตรียงเร็วๆ เพราะพอยาที่ฉีดเข้าไปมันเริ่มออกฤทธิ์ แม่ก็เริ่มรู้สึกว่าขาแม่ทำไมมันหนักยังกะก้อนหินยังงี้นะ ยกไม่ขึ้นเลย ขยับไม่ได้เลย พอแม่ย้ายขึ้นเตียงผ่าตัดพยาบาลเค้าก็ให้แม่ขยับตัวให้ได้ท่าที่หมอถนัดที่จะทำการผ่าตัด ช่างลำบากเหลือเกิน ระหว่างนั้นเค้าก็ช่วยกันจัดการนู้ดส่วนล่างของแม่เพื่อรอการผ่าตัด เอาสายออกซิเจนเสียบจมูกแม่ พร้อมด้วยเอาสายที่แม่คิดว่าสำหรับวัดการเต้นของหัวใจมาแปะหน้าอกแม่ และเอาผ้ามากั้นเป็นฉากบังไม่ให้แม่เห็นการผ่าตัด คงกลัวว่าแม่จะเป็นลมกระมัง พร้อมกับที่พยาบาลอีกคนก็ทดสอบว่าส่วนล่างของแม่ชารึยัง ด้วยการเอาสำลีก้อนชุบแอลกอฮอล์มาเช็ดที่ขาแม่ แล้วก็ถามว่ารู้สึกไหมค่ะ แม่ก็จะรู้สึกเย็นๆ ทำแบบนี้จนได้คำตอบจากแม่ว่า ไม่รู้สึกค่ะ นั่นแหละคุณหมอถึงได้ลงมือลงมีดที่ท้องแม่ ระหว่างที่คุณหมอทำการผ่าตัดแม่ แม่ไม่รู้สึกเจ็บเลยนะ แต่ว่ารู้สึกตัวตลอด เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องผ่าตัดตลอดเลย ได้ยินคุณหมอกับพยาบาลคุยกันเรื่องไปเที่ยวสนุกสนานเชียว พยาบาลที่คอยดูอาการที่ยืนอยู่บนหัวแม่ ก็คุยโทรศัพท์ ทำให้แม่รู้สึกว่าช่างเป็นการทำงานที่ไม่เครียดเลย มีแต่ฉันนี่แหละที่ทั้งตื่นเต้นทั้งลุ้นอยู่คนเดียว นับตั้งแต่คุณหมอเริ่มลงมีดเป็นเวลาประมาณไม่ถึงชั่วโมง พยาบาลคนนึงก็ตะโกนบอกแม่ว่าออกมาแล้วนะค่ะ ผู้หญิงค่ะ พอแม่ได้ยินนะแม่ก็รอฟังว่าเมื่อไหร่ลูกของแม่จะร้องจ๊ากซะที สักแปบแม่ก็ได้ยินเสียงลูกร้องไห้จ้าเลย พร้อมกับเสียงที่แม่คิดว่าคงเป็นเสียงเครื่องมือที่ยพยาบาลใช้ดูดน้ำคร่ำออกจากปากและจมูกของหนู แต่แม่ก็ได้ยินเสียงหนูร้องไห้แค่แปบเดียว แม่คิดในใจว่าเก่งจังลูกแม่ หนูช่างเป็นเด็กที่เข้มแข็งจริงนะ ระหว่างนั้นคุณหมอก็ถามแม่ว่าจะให้หมอเอาไส้ติ่งออกด้วยไหม เพราะหมอเห็นมันแล้ว แม่คิดแปบนึงก็ตัดสินใจบอกคุณหมอว่าเอาออกเลยค่ะ ก็นะ อนาคตมันเป็นสิ่งไม่แน่นอน วันข้างหน้ามันอาจจะนึกสนุกอักเสบขึ้นมาแกล้งแม่เล่นก็ได้ แม่ก็เลยตัดไฟแต่ต้นลม ไหนๆ ก็ผ่าแล้วนี่ ก็เอามันออกซะเลย หลังจากนั้นแม่ก็รู้สึกว่าคุณหมอและพยาบาลกำลังทำอะไรท้องแม่ไม่รู้ ความรู้สึกมันเหมือนท้องเราโดนฉุดรั้งอย่งแรง แต่ไม่เจ็บแฮะ แม่ก็เดาเอาว่าคุณหมอคงกำลังเย็บแผลอยู่ และแล้วเวลาที่แม่รอคอยมา 9 เดือนก็มาถึง คุณพยาบาลอุ้มลูกมาให้แม่ดู วินาทีแรกที่แม่เห็นหนู หนูตัวขาวซีดเลย นั้นคงเป็นเพราะหนูอยู่ในน้ำคร่ำมานาน ตาของหนูกลมโต มองแม่ตาแป๋วเชียว มันทำให้แม่รู้สึกว่าลูกของแม่น่ารักที่สุดในโลกเลย สิ่งแรกที่แม่ถามพยาบาลก็คือ อวัยวะครบทุกส่วนใช่ไหมค่ะ พยาบาลตอบว่า ค่ะ แล้วก็บอกว่าคุณแม่ดูนะค่ะ ให้แม่ดูน้องหนูของลูก แล้วก็บอกว่าผู้หญิงนะค่ะ แล้วก็เอานิ้วเท้าของลูกให้แม่ดูด้วย บอกแม่ว่าครบนะค่ะ แล้วก็ให้แม่หอมแก้มยุ้ยๆ ของลูก 1 ฟอด แต่สงสัยพยาบาลคงรู้ว่าแม่ยังไม่พอ ก็เลยให้แม่หอมอีก 1 ฟอด หนูรู้ไหมจ๊ะว่าคำแรกที่แม่พูดกับหนูเมื่อเราพบกันครั้งแรกคืออะไร แม่บอกกับหนูว่า สวัสดีค่ะลูก แค่นี้จริงๆ จ๊ะ เพราะความรู้สึกของแม่ตอนนั้น มันเป็นความรู้ดีใจที่สุดและมีความสุขที่สุดในชีวิตจริงๆ จนสิ่งที่แม่อยากบอกลูก มันลืมไปหมดเลยไม่รู้จะพูดอะไรเลย พอแม่ได้ชื่นชมลูกสักพัก พยาบาลก็บอกว่าคุณแม่ค่ะ เดี๋ยวลูกจะไปรออยู่ที่ห้องก่อนนะค่ะ รู้ไหมหัวใจแม่มันตามลูกไปด้วยแล้ว แต่ทำไงได้ตัวแม่ไปไม่ได้เพราะต้องรอให้คุณหมดจัดการเย็บแผลให้เสร็จก่อน หลังจากที่คุณหมอเย็บแผลแล้ว พยาบาลก็จัดการย้ายแม่ลงจากเตียงผ่าตัดมาเตียงเข็นเพื่อที่จะพาแม่ไปพักฟื้นรอดูอาการที่ห้องพักฟื้นใกล้ๆ ทางเข้าห้องผ่าตัด พอไปถึงพยาบาลที่อยู่ในห้องก็มาวัดไข้ วัดความดัน แล้วจู่ๆ แม่ก็รู้สึกหนาวมาก จนตัวสั่น แม่บังคับตัวเองไม่ให้สั่น พยายามผ่อนคลาย แต่ก็ทำไม่ได้ แม่บอกพยาบาลว่าแม่หนาวมาก เค้าก็เลยเอาผ้ามาห่มให้แม่ ถามแม่ว่าหายหนาวไม่ แม่ก็บอกว่ายังไม่หาย เค้าก็เลยเอาผ้ามาห่มให้อีกผืน ระหว่างที่แม่นอนอยู่ พยาบาลก็จะมาวัดไข้ วัดความดัน อยู่เรื่อย ๆ แม่นอนอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงได้มั้ง พยาบาลก็มาถามแม่ว่าหายรึยัง แม่ก็บอกว่าหายแล้ว เค้าก็เลยไปเรียกพนักงานเปลมาเข็นแม่ออกไปตรงหน้าเคาน์เตอร์อีกละ เค้าจัดการเรื่องเสร็จ ก็เข็นแม่ออกมา แม่เห็นพอกับยายรออยู่หน้าห้อง แม่ถามพ่อว่าเห็นลูกรึยัง เค้าเอาลูกไปรอที่ห้องแล้ว ทำไมไม่มีใครไปอยู่กับลูก พ่อตอบว่ายังไม่เห็น ไม่รู้ด้วยว่าลูกไปอยู่ที่ห้องแล้ว ไม่มีใครบอก แม่นึกตำหนิอยู่ในใจว่าทำไมไม่บอกญาติเราฟะ แล้วพนักงานเปลก็เข็นแม่ไปด้วยความรวดเร็วแต่นุ่มนวล เพราะกลัวจะกระเทือนแผลผ่าตัดของแม่ เค้าบอกให้แม่หลับตา เพราะตอนนั้นแม่รู้สึกเวียนหัวอยู่พอควร พ่อกับยายก็เดินตามมาข้างๆ จนถึงห้อง เค้าก็จัดการย้ายตัวแม่ลงบนเตียงนอนพัก พ่อ แม่ และยาย ต่างก็รอให้พยาบาลพาหนูมา สักแปบหนูก็มาจริงๆ หนูนอนมาในเปลเข็นอันเล็กๆ หนูเชื่อไหมว่าไม่มีใครกล้าอุ้มลูกเลย ขนาดยายที่เคยเลี้ยงเคยอุ้มแม่มาก็ยังไม่กล้าอุ้มเลย รู้ไหมจ๊ะใครอุ้มหนูก่อน คุณพ่อจ๊ะ พ่อเป็นคนอุ้มหนูออกมาจากเปลคนแรก(นี่ไม่นับหมอกับพยาบาลนะจ๊ะ) แม่ก็ได้แต่นอนมองด้วยความอิจฉา เพราะแม่อุ้มหนูไม่ได้ แม่ได้แต่นอนนิ่งๆ เพราะคุณหมอบอกว่าหลังผ่าตัด ให้นอนราบนิ่งๆ เป็นเวลา....แม่จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ แต่จำได้ว่าเป็น 10 ชม.เลยทีเดียว หนูเกิดมาพร้อมกับน้ำหนัก 3,450 กรัมและเกิดมาพร้อมกับมอบความสุขให้พ่อกับแม่ด้วยจ๊ะ


Create Date : 19 กันยายน 2551
Last Update : 19 กันยายน 2551 13:54:00 น. 9 comments
Counter : 317 Pageviews.

 
หวัดดีคร้าบ เอากำลังใจมาส่ง
ให้ยิ้มได้ทุกเช้าวันใหม่
วันต่อวันคับ
von mai - Da Endorphine

...จะแวะเที่ยวก่องกลับ อิๆๆๆ


โดย: พลังชีวิต วันที่: 19 กันยายน 2551 เวลา:10:44:19 น.  

 
ขอบคุณค่ะที่แวะมาเยี่ยม


โดย: แม่น้องน้ำอิง (lovenaming ) วันที่: 19 กันยายน 2551 เวลา:11:30:23 น.  

 
ยินดีด้วยค่ะ
น่ารักน่าเอ็นดูมากเลยค่ะ
ยังไม่เคยเป็นแม่คนแต่คิดว่าเข้าใจความรู้สึกของคุณค่ะ


โดย: girlroom13 วันที่: 19 กันยายน 2551 เวลา:12:03:27 น.  

 
ยินดีด้วยนะค่ะ


โดย: สาวพิษณุโลก** วันที่: 19 กันยายน 2551 เวลา:12:09:41 น.  

 
น้องจ่ำม่ำดีจังค่ะ มีเคล้าสวยตั้งแต่เกิดเลย


โดย: nutonkla1 วันที่: 19 กันยายน 2551 เวลา:12:24:37 น.  

 
อ่านแล้วน้ำตาซึมออกมาด้วยความซึ้งค่ะ
กะลังท้องอยู่ค่ะ ตอนนี้อินกับเรื่องแม่ๆลูกๆมากๆเลยค่ะ
น้องน้ำอิงน่ารักมากๆเลย ขาวอวบ
กำลังคิดว่าจะโดนผ่าคลอดเหมือนกันนะคะ กลัวๆ แต่อ่านแล้วก็รู้สึกว่าผ่าคลอดก็ไม่ได้เป็นไรมาก

ยินดีสำหรับน้องน้ำอิงด้วยค่ะ


โดย: leona_girl วันที่: 19 กันยายน 2551 เวลา:17:27:17 น.  

 
วันใหม่ ชีวิตให่ม ดีใจด้วย


โดย: ป.กองปราบ IP: 125.24.163.27 วันที่: 19 กันยายน 2551 เวลา:20:05:03 น.  

 
อ่านแล้วน้ำตาเปื้อนยิ้มเลยค่ะ


โดย: คุณแม่น้องว่าน IP: 222.123.218.85 วันที่: 23 กันยายน 2551 เวลา:10:16:02 น.  

 
ชอบคำว่าน้ำตาเปื้อนยิ้มจังค่ะคุณแม่น้องว่าน อ่านแล้วเข้าใจเลย


โดย: แม่น้องน้ำอิง (lovenaming ) วันที่: 23 กันยายน 2551 เวลา:15:56:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ก็ไม่รู้สินะแล้วแต่เลย
Location :
ลำปาง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ก็ไม่รู้สินะแล้วแต่เลย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.