กรกฏาคม 2552

 
 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
27
28
30
31
 
 
เกาหลีวันที่ 2
เช้านี้ไม่รู้ว่าตื่นเต้นหรืออย่างไรไม่ทราบ Morning Call ตอน 7 โมง ยังไม่ทันดังฉันก็ตื่นเอาตั้งแต่ 6 โมงครึ่งเลยทีเดียว อาหารเช้าวันนี้เราทานกันที่ห้องอาหารของโรงแรมเลยคะ เป็นแบบ อเมริกัน บุฟเฟ่ต์ แต่เนื่องจากหัวหน้าทัวร์พี่ย้งของเราเกรงว่าอาหารจะไม่ถูกปากก็เลยเอา หมูหยอง กาแฟ ไมโล ที่ขนมาจากเมืองไทยเอามาไว้บริการพวกเราด้วยคะน่ารักที่สุดอ่ะ

จากนั้นเราก็ไปยังดินแดนแห่งความสนุกชวนให้ย้อนกลับไปเป็นเด็กๆ อีกครั้งหนึ่งก็คือ เอเวอร์แลนด์ เมื่อก่อนจะเรียกว่า Samsung Land คะ ที่นี้จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน 1. แคริบเบียนเบย์ จะเป็นสวนน้ำเหมือนสวนสยามบ้านเราคะ 2. ส่วนของสวนสนุกคะ ที่นี้อยู่ในความดูแลของ บริษัทซัมซุง ตั้งอยู่กลางหุบเขาติดกับเมืองซูวอนเลยคะ ยืนหยัดความสุขมาแล้ว 34 ปี



พอเราเข้าไปแล้วก็ยื่นมือให้สาวสวยผูกข้อมือให้เราเพื่อไว้โชว์เวลาจะเล่นเครื่องเล่นคะ จากนั่นเราก็จะต้องไปลงกระเช้าเพื่อที่จะไปยังสวนสนุกข้างล่าง และไปชมซาฟารีของที่นี้คะ ที่แรกที่เราเข้าไปคือ โรงหนัง 4 มิติ เป็นหนังการ์ตูนและให้เรานั่งเก้าอี้ที่สามารถขยับได้ แล้วก็สวมแว่น 3 มิติ เวลาดูไปก็จะมีลมพ่นออกมาคะเพื่อให้ดูเหมือนว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของหนัง
และพอถึงตอนนี้ก้อยก็แยกกับอาคะเพื่อที่จะไปเล่นเครี่องเล่นที่เสียวที่สุดในส่วนสนุกแห่งนี้นั่นคือ T Express รถไฟรางไม้คะ เจ้าของเล่นชิ้นนี้มีความยาวกว่า 1,640 เมตรยาวเป็นอันดับ 3 ของโลก เวลาเล่นเค้าก็จะเซฟเราอย่างดี ความรู้สึกตอนดิ่งลงมา 70 องศา นี่เอาก้อยแทบช็อคเหมือนกันเพราะเกรงว่าไอ้ตัวล็อกมันจะหลุด 555 พอดิ่งมาแล้วมันเลี้ยวคะคุณแถมเอียงอีกต่างหากคอนี่แบบว่าสบัดไปกับแรงเหวี่ยงเลยละ ดิ่งกันประมาณ 3-4 รอบได้แถมรางและโครงสร้างก็เป็นไม้อีกปลวกมันมาแทะบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ พอจะถึงจุดหมายเค้าก็จะมีกล้องไว้ถ่ายรูปเราด้วยคะภาพคงออกมางามหรอกนะหน้าแบบว่าทั้งเสียว ทั้งกรี๊ด ทั้งกลัว แต่เราก็เอารูปที่เค้าถ่ายมาประดับฝาตู้เย็นที่บ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้วละ 2 รูป 9,000 วอน พอออกมาแล้วก็มาเจออาคะอาของก้อยไปดูซาฟารี การเข้าไปชมนั่นจะต้องนั่งรถเข้าไปนะคะเมื่อเข้าไปในบริเวณสวยสัตว์แล้วเราก็จะเจอกับเจ้าไลเกอร์ และหมีแสนรู้
ไลเกอร์เป็นการผสมพันธุ์ระหว่าง เสือ กับ สิงโต มีทั้งหมดด้วยกัน 2 ตัวคะแต่ตายไปแล้ว 1 ตัว เหลืออีก 1 ตัว ก็เป็นหมันซะงั้นขยายพันธุ์ต่อก็ไม่ได้อีก แถมยังมีความสามารถขี้เกียจหลับได้ตลอดเวลาอีกด้วยนะคะ จากนั่นรถก็พาเราไปดูเจ้าหมีแสนรู้ กางแขน หมุนตัว ทำความเคารพได้อีกด้วยแหนะ แต่ก็เช่นกันคะออกแนวขี้เกียจเหมือนเดิม
พออกมาได้ซักพักก็หาขนมทานกันคะมาอยู่ในโลกของเด็กน้อยทั้งทีมันก็ต้องคิกจุกันหน่อยโดยการกินเจ้าสายไหม รู้ทั้งรู้ว่ามีแต่น้ำตาลแต่มันก็อร่อยดีนี่นา ตรงลานการแสดงก็มีเจ้าหน้าที่มาเต้นโชว์ด้วยละน่ารักดี และเราก็ขึ้นกระเช้ากลับขึ้นมา สายตาก็พลันเห็น เครื่องเล่นเฮอริเคน อยากเสียวอีกแล้วคราวนี้เรามีผู้ร่วมอุดมการณ์ด้วยคะ อาของก้อยก็ขึ้นนะจะบอกให้ และก็มีคณะลูกทัวร์ที่ไปด้วยกันร่วมเล่นด้วย ขึ้นไปแล้วมันก็เหวี่ยงเราตีลังกาไปมาประดุจดั่งเราเป็นตุ๊กตานึกจะเหวี่ยงขึ้นเหวี่ยงลง เหวี่ยงกันมากกว่า 5 ตลบคะไม่อยากนับแค่นึกถึงก็ปวดคอ และมึนแล้วคะ
เราวิ่งถ่ายรูปกันได้ซักพักก็ต้องไปขึ้นรถเพื่อที่จำไปทานอาหารกลางวันกันคะ เสียดายที่เวลาเรามีน้อยไม่เช่นนั่นนะจะตลุยเล่นให้คุ้มเลยละ



มื้อเที่ยงวันนี้เราไปทาน “หมูย่างคาลบิ” เป็นการนำเนื้อหมูไปหมักกับเครื่องปรุงต่างๆ จนได้ที่ชิ้นนึงก็ใหญ่ประมาณฝ่ามือ 2 ฝ่ามือรวมกันคะ วิธีการทานก็คือ เอาเนื้อหมูวางลงบนเตาถ่านคะย่างไปจนกระทั่งสุกแล้วเอากรรไกรมาตัดเป็นชิ้นให้ขนาดพอดีคำ วางลงบนพักผัก วางทับด้วยกิมจิ และเครื่องเคียงต่างๆ ราดน้ำจิ้ม จับทุกอย่างห่อรวมกัน เอาเข้าปากไปเลยคะ หรือใครจะทานคู่กับข้าวทางร้านก็มีเตรียมไว้บริการด้วยนะคะ และแน่นอนคะพี่ย้งของเราก็ไม่พลาดที่จะเอาน้ำจิ้มแจ่วสูตรพิเศษมาเสิร์ฟพวกเราเพื่อให้รสชาติออกไทยๆ ขึ้นแต่เนื่องจากร้านที่นี้ไม่ได้โล่งเหมือนร้านหมูกระทะเมืองไทยควันและกลิ่นหมูจึงจับเกาะติดเสื้อเราน้ำหอมที่ฉีดมาตอนนี้กลายเป็นกลิ่นหมูย่างไปหมดแล้วคะ มื้อนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอิ่มเอมกันอีกแล้ว (ก้อยรวมรูปอาหารไว้ดูกันในหัวข้อของวันที่ 3 นะคะ)
อิ่มแล้วยังไม่อยากขึ้นรถเลยเราก็เดินมาที่หน้าร้านคะมาช้อปปิ้งอุดหนุน อาจูม่า ร้านนี้จะขายของที่ละรึกพวก ตะเกียบเกาหลี ถ้วยข้าว ชุดน้ำชา กลอง ฯลฯ อาจูม่าท่านนี้ขายมานานแล้วคะแต่ก็ยังไม่รวยซะทีเพราะว่า อาจูม่า ต้องส่งลูกเรียน อ๊อกฟอร์ด ที่อังกฤษ อยู่ค่ะงั้นก็ขายกันต่อไปนะคะ อาจูม่า หนูเอาใจช่วย

บ่ายนี้เราจะไปลัลลากันต่อที่ ศูนย์โสมรัฐบาลเกาหลี ที่นี้จะรวบรวมเรื่องราวของโสมและผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากโสมไม่ว่าจะเป็น โสมอบน้ำผึ้ง ผงโสม โสมแคปซูล ฯลฯ โสมที่ดีที่สุดจะมีอายุ 6 ปีคะ ในปีแรกก็จะมี 1 ใบ ปีสอง 2 ใบ ปีสาม 3 ใบ ปีสี่ 4 ใบมีดอกสีแดงๆ ออกมาเพื่อขยายพันธุ์ด้วยคะ ปีห้า 5 ใบ ปีหก 6 ใบ และเป็นต้นที่สมบูรณ์ที่สุดเพื่อนำมาทำผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆ คะ เวลาซื้อโสมที่นี้จะต้องเตรียมพาสปอร์ตไปด้วยนะคะ พาสปอร์ต 1 เล่ม จะซื้อได้ไม่เกิน 2 ชุดคะ

จากนั่นเราก็ไปช้อปปิ้งเครื่องสำอางค์ Lotree Lanaieg ฯลฯ กันอีกนิดหน่อยแต่รอบนี้ใจแข็งไม่ซื้อคะเพราะว่าไม่รู้จักเครื่องสำอางค์ร้านนี้เลย แต่เห็นคนซื้อบอกว่ายี่ห้อที่มาขายร้านนี้ใช้ดีมากๆ และเราก็เดินทางต่อมายังกรุงโซลคะเพื่อมาชมโชว์ Jump

โชว์ Jump เป็นโชว์ที่ดังเป็นอันดับ 2 รองมาจากโชว์ เอเลี่ยน และอันดับ 3 คือ Nanta โรงละครที่เราไปไม่ใหญ่โตอะไรคะจุคนได้ประมาณ 200 กว่าคนเองคะ แล้วเวทีก็ไม่ใหญ่มาก Jump เป็นการแสดงที่นำเอาเรื่องราวของครอบครัวเล็กๆ มาผสมผสานกับท่วงท่าการต่อสู้แบบเทควันโด นักแสดงก็มีประมาณ 10 คนเองคะแสง สี เสียง ดูสมจริงสมจัง ด้วยความที่โรงละครมันเล็กทำให้เวลามีการใช้อุปกรณ์ระหว่างโชว์เหวี่ยงไปมากลัวว่ามันจะหลุดมือมาหาพวกเราเนี้ยละคะ



ออกมาจากโรงละครประมาณ 2 ทุ่มยังสว่างเหมือน 6 โมงเย็นบ้านเราอยู่เลยคะเรารีบวิ่งขึ้นรถเพราะว่าตรงหน้าโรงละครจอดรถไม่ได้เดี๋ยวโดนตำรวจจับ มื้อค่ำวันนี้เราต้องหาทานกันเองคะแต่ไม่ต้องห่วงตรงที่เราพักคืนนี้เป็นย่าน มหาวิทยาลัยฮงอิก ที่นี้เหมือนมหาวิทยาลัยศิลปากรที่สอนพวกศิลปะเป็นหลักคะ รั้วกำแพงย่านนี้จะเต็มไปด้วยภาพวาดที่นักศึกษามาช่วยกันวาดไว้อย่างสวยงามคะ เก็บกระเป๋าที่ห้องพักเรียบร้อยแล้วเราก็ออกมาตลุย แสง สี เสียง ยามค่ำคืนกันเลยคะ บริเวณนี้ก้อยว่าเหมือนสยามสแควร์ที่ไทยนะเพราะมีร้านอาหาร คาราโอเก ร้านขายเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับมากมาย เป็นที่นิยมกันในหมู่วัยรุ่น คาราโอเกะบางร้านเป็นห้องกระจกใสวัยรุ่นที่เข้าไปร้องบางกลุ่มก็จะเต้นโชว์คนที่เดินผ่านไปมาด้วยคะน่ารักดีอยากจะไปเซิ้งแข่งด้วยจัง

เราเดินกันวนไปวนมากินไรดีหว่าคืนนี้ และก็มาสะดุดตากับรถกระบะที่ท้ายรถเต็มไปด้วยของกิน และวัยรุ่นที่ยืนทานอาหารหน้าตาแปลกกันเต็มเลย เราก็พุ่งเข้าไปเลยคะอ่อ เจ้า “ต๊อก ป๊อก กี” นี่เองส่วนผสมของอาหารชนิดนี้ก็คือ ก้อนแป้งเส้นอวบอ้วนขนาดพอดีค่ำผัดคลุกเคล้ากับน้ำซุป และซอสพริกและมีเนื้อไก่อีกนิดหน่อย ผัดจนได้ที่ก็จะเสิร์ฟลูกค้าในถ้วยที่มีพลาสติกห่อหุ้มเพื่อง่ายต่อการทำความสะอาด คำแรกที่กัดเข้าไปคือ ร้อน เหนียว แต่อร่อยมาก พอคำ 2 คำ 3 ตามไปเริ่มเผ็ดคะ เราก็ต้องซดน้ำซุปโอเด้งในถ้วยกระดาษแก้วเข้าไป โอ้ย!!เผ็ด ร้อนกว่าเก่าอีกแต่น้ำซุปอร่อยมากๆ เลยนะคะ ราคาถ้าไม่ใส่เทมปุระจะอยู่ที่จานละ 2,500 วอนคะ เราจากร้านนั่นมาเพื่อไปหาเมนูต่อไปคะมาลงเอยด้วยเจ้าไก่เสียบไม้ มีผักและเห็ดสลับชั้นกันไปแบบบาร์บีคิว ทาด้วยซอสก้อยสั่งเป็นแบบ Hot Spicy นึกว่าไม่เผ็ดไงเพราะพริกเกาหลีไม่เผ็ดแต่ที่ไหนได้เผ็ดมากต้องรีบหาน้ำกินเลยละแต่ว่าอร่อยดีนะคะ ยังไม่อิ่มคะสายตาก็เหลือบไปเห็นร้าน ฮอทด๊อก Mr.WOW ข้างๆ คนยืนต่อคิวเต็มเลยท่าทางจะอร่อยมีดารามาทานกันเยอะเลย (เห็นเคาถ่ายรูปแปะไว้ตรงครัว) น้องชายกับเพื่อนร่วมทริปเลยอาสาไปยืนรอ รอนานประมาณ 10 กว่านาทีได้เราก็ได้มาคะไส้กรอกชิ้นใหญ่มากรสชาติก็ไม่ค่อยเหมือนบ้านเราอธิบายไม่ถูก เนื้อไส้กรอกนุ่มดีคะเหมือนใส่แป้งไม่มาก ขนมปังก็นุ่มอร่อย ซอสและผักก็ทำเข้ากันได้เป็นอย่างดี เห็นอีกสาขาก็ที่ตลาดเมียงดง มาถึงเมนูนี้เราก็เริ่มชักจะอิ่มๆ กันแล้วคะ หาของหวานล้างปากตามธรรมเนียมแบบไทยๆ บ้างดีกว่าแน่นอน วาฟเฟิล คือสิ่งที่เราหมายตาไว้ตั้งแต่มาว่าจะเหมือนในเรื่อง คอฟฟี่...ปริ้นซ์ มั้ย เราก็ไปมั่วๆ สั่งได้มาเป็นวาฟเฟิลขนาดครึ่งวงกลมสอดไส้ไอศครีมชอกโกแลต อร่อยมากอีกเช่นกันคะ วาฟเฟิลกรอบอุ่นๆ และไอศครีมชอกโกแลตที่มีรสชาติหวาน ขม กำลังพอดีทำให้มื้อค่ำของเราวันนี้ช่างมีความสุขและสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง

เราเดินเล่นกันต่อดูความคึกคักของวัยรุ่นแล้วเราก็มุดลงไปใน SubWay ว่าข้างใต้มีอะไรบ้าง กำแพงทั้งสองฝั่งถูกเพ้นท์ภาพทั้งสวยงาม และก็ดูเหมือนว่าที่นั่นก็จะมีคนมือบอนเอาปากกามาขีดๆ เขียนๆ ด้วยเช่นกัน เราเดินเล่นไปเรื่อยๆ หยุดถ่ายรูปกันบ้างตามโลเคชั่นที่เราอยากจะบันทึก ใกล้ๆ โรงแรมมี เซเว่นอีเลฟเว่นด้วยแวะหน่อยแล้วกัน เราก็ได้มาม่าเกาหลีมา 1 ถ้วย 1,000 วอน ใส่น้ำร้อนเลยคะเอาขึ้นมาทานที่ห้องเพราะเค้าบอกว่ายี่ห้อนี้อร่อยมากๆ เชื่อคะเชื่อยอมอ้วนกันอีกแล้ว



คืนนี้เราพักกันที่ Seokyo Hotel ห้องพักขนาดไม่ใหญ่เท่าคืนแรกแต่ห้องน้ำไฮเทคมากเพราะเป็นแบบปุ่มฉีดน้ำ เป่าลมเย็น ก้อยก็นั่งกดทุกปุ่มเลยคะสนุกดีอยากรู้ด้วยว่ามันทำอะไรได้บ้างเพราะว่าที่ไทยไม่มีให้เล่น คืนนี้ก็หลับสบายอีกเช่นเคยคะเพราะวันนี้เราเล่นและเดินกันมาทั้งวันเลย





Create Date : 29 กรกฎาคม 2552
Last Update : 29 กรกฎาคม 2552 16:36:51 น.
Counter : 547 Pageviews.

1 comments
  
อยากไปบ้างจัง

เครื่องเล่นน่าสนุกกว่าของบ้านเรานะคะ
โดย: paul_sut วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:11:42 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

lovelykoy
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดีค่ะ หนูชื่อก้อยค่ะเป็นเด็กตัวกลมๆ ที่มีชีวิตหักมุมตลอดตอนอนุบาลเรียนโรงเรียนฝรั่ง เข้าป.1 - ป.6 อยู่โรงเรียนวัด เข้า ม.1 - ม.3 ในโรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียง เรียนม.ปลายสายอาชีวชื่อดังย่านปากคลองตลาดเรียนเกี่ยวกับคหกรรม จบแล้วสอบเข้าวิทยาศาสตร์การอาหาร จนสอบติด พอติดแล้วไม่เอามาเรียนตามที่ตัวเองฝันไว้คือ นิเทศศาสตร์ เรียนตามรอยพ่อชอบมากฝันมานานแล้ว ส่วนเรื่องการทำอาหารก็ไม่ได้เก่งอะไรมากมายแค่ทำได้กินได้ก็โอเคแล้วละ นิสัยดี เลี้ยงง่าย ไม่ตื่นคน 555

Google