Group Blog
 
<<
มีนาคม 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
28 มีนาคม 2550
 
All Blogs
 
เมื่อขุนอายุ 9 เดือน (รักแท้แพ้ใกล้ชิด)


เสาร์ 3 มี.ค. 49

แม่กับคุณพ่อ ขับรถลงไปหาขุนที่สุราษฏร์
ไปถึงบ้านอากุงประมาณบ่าย 3 โมงเย็น
คุณยายอุ้มขุน ลงมาเปิดประตูบ้าน

ขุนมองมาแบบงงๆ ไม่ยิ้มทักเหมือนตอนขุนอยุ่กับแม่แล้วคุณพ่อมาเยี่ยมเมื่อ 2 เดือนก่อน
ขุนผมยาวขึ้น ตัวก็เท่าๆ เดิม แต่หน้าเล็กลง
หล่อขึ้นด้วย แต่จมูกยังแบนอยู่

พอแม่จะเข้าไปอุ้มขุน ขุนก็สะบัดหน้าหนี พรืด..
คุณพ่อขอลองบ้าง ก็ได้ไปอีก 1 พรืด เหมือนกัน
เหอ เหอ เกิดอะไรขึ้นละเนี่ย
สงสัย ขุนจะจำแม่กับคุณพ่อไม่ได้ซะแล้ว
ของคุณพ่อ 1 เดือน ของแม่ 2 เดือน ที่ไม่ได้เจอขุน

ต้องรออยู่สักพักนึง ขุนถึงยอมให้อุ้ม
แต่อุ้มได้แค่แป็ปเดียว ขุนก็ร้องไห้หาคุณยายซะแล้ว
หันหน้า หันหลัง ไปรอบบ้าน
พอเห็นคุณยายเดินมา ก็รีบโผเข้าไปหา
กอดคอคุณยายแน่นเป็นลูกลิงเลย

แม่กับคุณพ่อต้องหลอกล่อ ดึงความสนใจขุนกันสุดฤทธิ์
ก็ได้ผลนิดหน่อย แค่ช่วงเวลาสั้นๆ
พอนึกขึ้นได้ว่า คุณยายไม่ได้อยู่ด้วย ก็แบะปากร้อง
“ยัยๆๆๆ ยัยๆๆๆๆ”

คำนี้หนูพูดได้ชัดจริงๆ คุณยายคงปลื้มสุดๆ
รางวัลของขุน สำหรับคุณยาย...ที่อดหลับอดนอนเลี้ยงขุน


อาทิตย์ 4 มี.ค. 49

ปกติวันอาทิตย์ คุณยายจะต้องพาขุนไปโบสถ์ด้วย
แต่อาทิตย์นี้ แม่ขอตัวขุนไว้ จะได้ทำความคุ้นเคยกัน

แม่พาขุนไปเดินเล่นหน้าบ้าน ขุนยอมให้อุ้ม และไม่ร้อง
แต่ก็ไม่วายหันกลับมามองบ้านอากุงเป็นระยะๆ

รอจนคุณยายออกจากบ้านไปแล้ว แม่ถึงพาขุนกลับเข้ามาในบ้าน
พอเข้าบ้าน ขุนก็ร้องหาคุณยายทันที “ยัยๆๆๆ”
แม่ก็เลยต้องพาขุนออกไปนอกบ้านอีกหลายๆ รอบ
เพื่อไม่ให้ขุนร้องไห้
ขุนเล่นไป ก็ทำปากแบะๆ เหมือนจะร้องไห้
แม่เห็นหน้าขุนแล้ว อยากจะร้องไห้เสียเอง
ไม่ได้อยากร้อง เพราะขุนเอาแต่ร้องหาคุณยายหรอกนะครับ
แต่แม่รู้สึกสงสาร ความรู้สึกของขุน ณ ตอนนั้นจริงๆ
หนูคงรู้สึกว่า หนูโดนทิ้งใช่มั๊ยลูก

สุดท้าย...แม่กับคุณพ่อก็ทนดูขุนโศกาอาดูรต่อไปไม่ไหว
ก็เลยต้องขับรถพาขุนไปหาคุณยายที่โบสถ์

ตอนบ่ายๆ แม่กับคุณพ่อก็ไปรับขุนกับคุณยาย แล้วแวะพาขุนไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาล

หลังจากที่แม่ไตร่ตรองดูแล้ว
แม่ก็เลยตัดสินใจ สละตำแหน่ง นางฟ้าพิทักษ์ขุน ให้กับคุณยายแต่โดยดี
เพราะถ้าแม่เข้าไปกับคุณพ่อ มีแววว่า ห้องฉีดยาคงแตก เพราะพลังเสียงร้องของขุนเป็นแน่แท้

เสียงร้องไห้จ้าดังออกมาจากห้องฉีดยา
สักพักนึงคุณยายก็อุ้มขุนออกมา น้ำตานองหน้าเลย
ครั้งนี้จะร้องนานมั๊ยหนอ
แม่เห็นคุณยายพาขุนเดินไปที่มุมของเล่นหน้าห้องตรวจเด็ก
ขุนเงียบ...หยุดร้องทันที

แม่รู้สึกงง....
ครั้งที่แล้วกว่าขุนจะหยุดร้องตั้งนานแน่ะ ก็ใช้วิธีเดียวกับคุณยายนี่แหล่ะ
…อะไรกันเนี่ย ขุน กับ คุณยาย
หรือจะเป็น....คู่แท้ปาฏิหารย์

ตอนหัวค่ำ พอคุณยายอาบน้ำให้ขุนเสร็จ
แม่ก็รับหน้าที่พาขุนไปแต่งตัว
ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ขุนก็คลานมาที่บันได ร้องหาคุณยายอีกแล้ว
แม่อุ้มขุนกลับมา ขุนก็ไม่ยอม ร้องไห้แงๆ
จนคุณยาย กับ คุณพ่อ ต้องขึ้นมาช่วย
เรื่องถึงสงบ

แม่มาอยู่กับขุน 2 วัน แตะตัวขุนแทบจะนับครั้งได้
เดี๋ยวก็ต้องกลับ กรุงเทพ แล้ว รู้สึกแย่จริงๆ เลย

คุณยายเห็นแม่ หงอยๆ ก็เลยปลอบ

แม่ไม่รู้จะทำยังไงแล้วครับ วันมะรืนแม่กับคุณพ่อก็ต้องกลับกรุงเทพฯแล้ว
แล้วไม่รู้อีกเมื่อไหร่ แม่จะได้ลงมาหาขุนอีก
รู้สึกท้อจังเลย

น้ำตาจะไหลแล้ว ไปอาบน้ำกลบเกลื่อนดีกว่า

พอจะลงบันได ก็เจอแมว “แป้ง” มาเล่นด้วย
“แป้ง ออกไป”
“ได้ยินมั๊ยแป้ง บอกว่าให้ออกไป”

คุณยายคงกลัวว่า แมวแป้งจะโดนแม่เตะตกบันไดเป็นแน่แท้ ก็เลยร้องเตือนแป้งให้ถอยออกมาห่างๆ
นึกขำ แต่หัวเราะไม่ออก ก็มันเศร้าอยู่อ่ะ

พอแม่กลับมา แม่ก็เรียกขุน ขุนเหลือบตามามองแม่
ภาพที่ขุนมองแม่ให้ความรู้สึก เหมือน เข้าหน้ากันไม่ติด ยังไงพิกล

พอแม่หันไป ก็เจอขุนมองแม่อีกแล้ว
ขุนเล่นกับคุณพ่ออยู่ก็จริง แต่บรรยากาศแสนจะเงียบกริบ
ไม่ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด ผิดวิสัยมากๆ

คุณพ่อเห็นความหมางเมินของเราสองคน ก็เลยอยากช่วย
เอาของเล่นที่เป็นไฟแว่บๆ ให้แม่ถือไว้
แล้วเรียกให้ขุนมาหยิบจากมือแม่

ผลคือ......ขุนนั่งเฉย มองหน้าแม่ แล้วนิ่ง ไม่ขยับ ไม่ไหวติง
บรรยากาศในห้องตอนนั้นเงียบสนิท
แทบจะได้ยินลมหายใจของเราทั้งสามคน

แม่ตัดสินใจคืนของเล่นให้คุณพ่อ

คิดในใจ...นี่เด็ก 9 เดือนเหรอเนี้ย
ทำเหมือนกับรู้....ว่าแม่น้อยใจ


จันทร์ 5 มี.ค. 49

แม่อาบน้ำให้ขุนตอนเช้าเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์
แม่เล็งเห็นแล้วว่า เวลานี้น่าจะเหมาะสุดที่จะเล่นกับขุน
เพราะเวลาขุนได้อาบน้ำ หรือได้เล่นน้ำ
ขุนจะมีความสุข

ขุนชอบเล่นน้ำมาตั้งแต่เกิดเลย
รู้ป่าวครับ

ถ้าคุณยายอาบให้ คุณยายมักจะให้ขุนแช่น้ำเล่นนานๆ
คุณยายบอกว่า จะได้เย็นเข้าไปถึงข้างใน
ซึ่งคุณพ่อไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะกลัวขุนไม่สบาย
คุณพ่อจะอาบน้ำให้ขุนเร็วมาก
เหมือนวิ่งผ่านน้ำยังไงยังงั้น

วันนี้ขุนก็ยังเป็นเหมือนเดิม
ติดคุณยายหนึบ แต่ก็พอแซะออกมาได้บ้าง

ตอนบ่ายคุณพ่อชวนไปนั่งเล่นที่ร้านกาแฟ
คุณยายติดงานบ้าน ก็เลยไม่ไป
ก็มีคุณพ่อ แม่ และขุน 3 คน

แอบลุ้นว่าขุนจะร้องไห้เวลาไม่เห็นคุณยายหรือป่าว
แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี
ขุนคงตื่นเต้นที่ได้ไปเที่ยว และก็พอคุ้นๆ กับคุณพ่อและแม่บ้างแล้ว
ที่ร้านกาแฟ ขุนส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดเสียงดัง
กับกินขนมปังไส้ทูน่า อร่อยไปเลย

พอกลับไปบ้าน ทุกอย่างก็กลับสู่เหตุการณ์ปกติ
ขุนกลายเป็นลูกลิง เกาะคอคุณยายอย่างเหนียวแน่นเหมือนเดิม
ตกกลางคืนยิ่งแล้วใหญ่ ขุนไม่เอาใครเลย นอกจากคุณยาย
โธ่...คิดว่าสนิทกันแล้วซะอีก

แม่บอกคุณพ่อว่า สงสัยขุนจะคบคุณพ่อกับแม่ไว้แค่เป็นเพื่อนกิน กับเพื่อนเที่ยว ละมั๊ง
คุณพ่อพยักหน้าเห็นด้วย
คุณพ่อบอกว่า ขุนคงแค่หลอกพ่อกับแม่กินอิ่มไปวันๆ เท่านั้นเอง



Create Date : 28 มีนาคม 2550
Last Update : 30 มีนาคม 2550 19:12:10 น. 8 comments
Counter : 275 Pageviews.

 
โอ๋ๆๆ น้องแอน ไม่ต้องน้อยใจไป

เดี๋ยวอีกหน่อยรับน้องขุนมาอยู่ด้วยกันแล้ว ขี้คร้านจะติดคุณแม่นะคะ



โดย: พจมารร้าย วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:21:22:13 น.  

 
มาให้กำลังใจด้วยคนนะคะ เจ้านุ่มก็ติดคุณยายมากกว่าแม่ค่ะ ขนาดอยู่ด้วยกันแท้ เพราะแม่องเลี้ยงน้องแน่นด้วยค่ะ เดี๋ยวนี้โตขึ้นเริ่มติดแม่แล้วค่ะ เพราะเราขยันเล่น เล่านิทานให้ฟังทุกวัน

สู้ๆค่ะ อย่าคิดมากเลยนะคะ ยังไงคุณยายท่านก็เป็นแม่ของเราเอง ท่านอุตส่าห์เสียสละยอมเหนื่อยเลี้ยงหลานให้ แสดงว่าท่านเลี้ยงได้ดีค่ะ หลานเลยติด


โดย: หมูเหมียว (หมูเหมียว ) วันที่: 28 มีนาคม 2550 เวลา:22:46:02 น.  

 
อย่าคิดมากนะค่ะ เด็กอยู่กะครายมากๆๆก้อติดคนนั้นแหละค่ะเดี๋ยวเค้าโตเค้าก้อรู้เรื่องเองเชื่อเอ๋จิ


โดย: แม่เอ๋กับพี่อะตอม (aehtom ) วันที่: 29 มีนาคม 2550 เวลา:9:03:29 น.  

 
อ่านแล้วเศร้าจังเลยคะ เข้าใจความรู้สึกเลย

ใจเย็นๆนะคะ รอแกโตกว่านี้อีกหน่อย แล้วคงดีขึ้น


โดย: นู๋มิวจัง วันที่: 29 มีนาคม 2550 เวลา:9:20:10 น.  

 
ไม่รู้นะ แอบน้ำตาซึมอ่ะค่ะ

สักวันนึงน้องขุนคงเข้าใจค่ะ ว่าแม่กับพ่อต้องทำงาน การติดคุณยายแสดงให้เห็นว่าคุณยายรักและดูแลน้องขุนได้อย่างไม่คาดตกบกพร่อง

มีเวลาว่างจากงานเมื่อไหร่ ก็กลับมาหาน้องขุนบ่อยๆ นะคะ

เป็นกำลังใจให้ค่ะ


โดย: ประมุขขวัญ วันที่: 29 มีนาคม 2550 เวลา:11:29:10 น.  

 
มาให้กำลังใจค่ะ แต่ละคนก็ต้องมีอะไรที่ทำ มีหน้าที่ของตนเอง การที่ให้ลูกอยู่กับคนที่ดีที่สุดที่เราเลือก ก็เป็น choice ที่ดีที่สุดแล้วค่ะ ดีกว่าปล่อยไว้กับพี่เลี้ยง แม่จินเองยังไม่กล้าปล่อยเลยค่ะ กลัว ถ้าน้องโตหน่อยคงไม่เป็นไร แต่ช่วงเล็ก ๆ ถ้าเรามีความจำเป็น ก็ต้องให้คนที่รักลูกเราช่วยค่ะ

พอน้องขุนโตขึ้นหน่อย เข้าโรงเรียน คราวนี้ก็จะมาอยู่ใกล้พ่อแม่แล้วค่ะ อีกไม่นานหรอกค่ะ เวลาผ่านไปเร็วมาก ๆ


โดย: แม่น้องสองพี วันที่: 29 มีนาคม 2550 เวลา:12:06:41 น.  

 
เห็นด้วยกะแม่ฟอมค่ะ อ่านแล้วน้ำตาจะไหล เข้าใจมากๆ ถึงความรู้สึกของคนที่เป็นแม่นะคะ ไม่เป็นไรค่ะ มันจะเป็นช่วงวัยนี้ของเค้าที่จะติดคนเลี้ยงมากๆ อีกหน่อยก็ดีขึ้นเองนะคะ

ส่วนของจูลนี่ตรงกันข้ามค่ะ เลี้ยงลูกสาวเอง เค้าติดเราอย่างกับตังเม ใครอุ้มก็ไม่เอา นอกจากอากง บางทีเครียด เหนื่อย โอ๊ย ขอช้านพักมั่งได้มั้ย (ฟะ) ไปอยู่กะคนอื่นมั่ง ไป๊ .... กลุ้มนะคะ จะเข้าห้องน้ำยังต้องแบกไปด้วยเลย


โดย: แม่หนมจีนน้อย (แม่หนมจีนน้อย ) วันที่: 29 มีนาคม 2550 เวลา:16:34:47 น.  

 
อืม อย่างที่เล่าไปในอีกบลอคนึงนะ เดี๋ยวเค้าจะเข้าใจเองค่ะ ตอนนี้เค้ายังเล็กมากๆ ความจำระยะยาวยังไม่ดี ต้องเป็นอะไรที่เจอทุกวัน เค้าถึงจะจำได้ คือถ้าคุณแอนผลุบโผล่ๆ เค้าก็จะลืม แต่พอขวบสองขวบขึ้นไป คราวนี้แหละ จะเริ่มจำได้แม่นยำและยาวขึ้น แล้วทุกอย่างก็จะดีขึ้นนะคะ อย่าน้อยใจเลย คุณแอนต้องทำในสิ่งที่จำเป็นน่ะค่ะ ทนทำใจไปก่อนนะคะ


โดย: kanu_memphis วันที่: 30 มีนาคม 2550 เวลา:11:11:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

lovekun
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Though we're far away, remember everyday "Mae Rak Kun"
Friends' blogs
[Add lovekun's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.