A free online Thai community magazine for trendy Thais living and visiting to the United Kingdom.
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2555
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
20 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 

ชีวิตในประเทศอังกฤษของธนัชพร จารุนากุล (กี๊ฟ โมโนโทน)



“ศิษย์เก่าเล่าซิ!” ฉบับนี้เราได้ คุณธนัชพร จารุนากุล พูดชื่อนี้เพื่อนๆอาจจะไม่คุ้น แต่ถ้าเรียกว่ากี๊ฟ โมโนโทน ทุกคนต้องร้องอ๋อแน่นอน วันนี้กี๊ฟก็จะมาเล่าเรื่องราวสนุกๆ สมัยที่เรียนอยู่ที่อังกฤษและประสบการณ์การทำงานที่ประเทศอังกฤษให้เราฟังกันค่ะ

gift7

เริ่มแรกอยากให้กี๊ฟบอกชื่อที่อยากให้ขึ้นหัวคอลัมน์ที่บ่งบอกความเป็นตัวเองมากที่สุด

"ชีวิตในประเทศอังกฤษของธนัชพร จารุนากุล (กี๊ฟ โมโนโทน)"

แนะนำตัวเองให้เพื่อนๆรู้จักนึดนึงค่ะเอาตั้งแต่มัธยมเลยก็ได้ค่ะ


ชื่อ ธนัชพร จารุนากุล (กี๊ฟ) ขณะนี้เป็นนักการตลาด บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด (เบียร์สิงห์) ประจำประเทศอังกฤษและเป็นนักร้อง นักแต่งเพลงวงโมโนโทนค่ะ นิสัยส่วนตัวเป็นคนลุยๆ เฮาฮา และรักการผจญภัย ถ้าให้เล่าสมัยมัธยม จบการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์โยเซฟทิพวัล วีรกรรมเยอะมาก เพราะซนมาก กิจกรรมเด่นคือเป็นสภานักเรียน นักบาสเก็ตบอล นักฟุตซอล (ตำแหน่งผู้รักษาประตู) และนักร้อง ไฮเปอร์ตั้งแต่เด็กๆ แต่จบมาเกรดเฉลี่ย 3.67 ทำให้ได้ทุนเรียนต่อที่เอแบค

gift12

มาเรียนอะไรที่ประเทศอังกฤษคะ เล่าถึงความโดดเด่นของสถาบันที่เรียนนิดนึง

"จบการศึกษาปริญญาโท Master of Arts in International Business Management, Kingston University London เป็นมหาวิทยาลัยที่ให้การต้อนรับเด็ก International ดีมาก ประทับใจวันแรกที่มาลงทะเบียน คือเป็น Opening Day ให้กับเด็กต่างชาติตั้งแต่มีรถไปรับที่สนามบิน พอลงทะเบียนเสร็จ ก็มีซุ้มมาให้เปิดบัญชีธนาคาร เครือข่ายมาแจกซิมโทรศัพท์ ลงทะเบียน GP สำหรับพบแพทย์ มีแจกตารางรถไฟ รถไฟใต้ดิน ลงชื่อ Day Trip Sightseeing, ดูละครเวที เที่ยวเมือง Oxford ในราคาพิเศษ และมี Taxi ไปส่งที่พักในกรณีที่ไม่ได้อยู่หอ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตอนที่เรียนก็รู้สึกว่าระบบการเรียน อุปกรณ์การสอน และคณาจารย์ค่อนข้างมีคุณภาพ แต่ติดตรงที่ก็ค่อนข้างเรียนยาก ไม่ค่อยปล่อยเกรด"

gift11

เหตุผลที่ตัดสินใจเลือกมาเรียนที่นี่ แล้วคิดว่าคุ้มค่ารึเปล่าที่ได้มาเรียนที่อังกฤษ

"เลือกมาเรียนที่นี่เพราะชอบระบบการเรียนการสอน และบ้านเมืองที่เหมาะกับการเป็นนักเรียน ส่วนตัวคิดว่าคุ้มค่ามาก แม้ค่าครองชีพจะสูง แต่ก็ทำให้เรารู้จักมีระเบียบวินัยในเรื่องการใช้จ่ายเงินมากขึ้น ตอนมาเรียนใหม่ๆจะทำบัญชีรายรับรายจ่ายกลับไปให้ที่บ้านตลอด เพื่อฝึกให้ตัวเองรู้จักใช้จ่ายให้อยู่ในงบประมาณ นอกจากนี้วัฒนธรรมที่อังกฤษก็สอนให้มีระเบียบวินัยในเรื่องของเวลา เราจะต้องรู้เวลาขึ้นรถบัส รถออกกี่โมง ถึงประมาณกี่โมง ทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องมีระบบการนัด อย่างเช่น การทำธุรกรรมธนาคาร การพบแพทย์ อีกทั้ง การมาเรียนกับชาวต่างชาติหลายๆชาติในชั้นเรียน นอกจากได้เป็นการฝึกภาษาที่ดี ยังได้เรียนรู้วัฒนธรรม และมีเพื่อนหลายหลายชาติที่จะสามารถติดต่อและไปมาหาสู่กันได้ในอนาคต"

อยากให้เล่าเรื่องประทับใจตอนที่มาเรียนที่อังกฤษ

"ประทับใจหลายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม การคมนาคมที่สะดวกสบาย สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ รวมถึงแหล่งช๊อปปิ้ง เรื่องที่ประทับใจใหญ่ๆคงไม่มี คงจะเป็นเรื่องทั่วไปมากกว่า

วัฒนธรรม ประเพณี หรือการใช้ชีวิตในประเทศอังกฤษที่กี๊ฟชื่นชอบหรือตรงกับชีวิตของตัวเองบ้าง

"คิดว่าตัวเองเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษที่ดีมากในการปรับเข้าได้กับทุกวัฒนธรรม ส่วนตัวเคยไปเรียนอยู่อเมริกามาก่อน ก็เข้ากับวัฒนธรรมที่นั่นได้ ไม่เคยมีอาการ Home Sick เลย สิ่งที่ชอบสำหรับชีวิตตัวเองในประเทศอังกฤษคือความเต็มที่กับชีวิต มาอยู่เกือบสองปี ได้ทำอะไรหลายอย่าง มีเพื่อน และประสบการณ์หลายรูปแบบมาก ตอนเป็นนักเรียน ก็เรียนด้วย ไปเที่ยว Road Trip เที่ยวยุโรปกับเพื่อนที่มหาลัย เที่ยวกับแก๊งค์เพื่อนต่าชาติทำงานร้านอาหาร ร้องเพลง เคยได้รับเกียรติถึงร้องเพลงกับท่านเอกอัคราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน ฯลฯ ยิ่งพอได้มาทำงานที่บริษัทของเบียร์สิงห์ ยิ่งเป็นประสบการณ์ที่หาค่าไม่ได้ ทำตั้งแต่แบกของ ติดต่อลูกค้า คิด Marketing Campaign จนถึงร่วมงาน Events สำคัญๆมากมาย ทั้งใน Thai Community จนถึง ในสโมสรฟุตบอล Chelsea และ Manchester United"

gift10

แล้วกี๊ฟคิดว่าประเทศอังกฤษมันเริดจริงเหมือนอย่างที่คิดไว้ก่อนที่จะเดินทางมาเรียนรึเปล่าค่ะ หรือว่าเยินมาก

"ตอนที่ได้มาไม่คิดว่าจะมาแบบหรูหรา หรือย่ำแย่อะไรยังไง คิดไว้อย่างเดียวจริงๆคือ อยากมาเรียนปริญญาโท ตอนที่คิดไว้คือ อยากเรียนระหว่างสามประเทศ คือ อเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย สุดท้ายก็เลือกอังกฤษ แล้วก็ไม่ผิดหวัง ได้ปริญญาที่นอกเหนือจากการเรียน นั้นคือการใช้ชีวิต ทำให้ตัวเองรู้สึกดีมากๆ และขอบคุณพ่อแม่เสมอที่ให้โอกาสเราได้มาใช้ชีวิตที่นี่

แน่นอนว่ามาเรียนไกลทุกคนต้องคิดถึงบ้านเป็นธรรมดา กี๊ฟจัดการกับความเหงายังไงคะ เพราะการที่ต้องจากบ้านมาไกล หรืออาจจะต้องห่างจากแฟนหรือครอบครัวนี่ทรมานมาก

"ที่กล่าวไปแล้วคือ มีความสามารถพิเศษเรื่องการปรับตัวทำให้ไม่เคยเหงา คือจริงๆเราก็เป็นคนขี้เหงานะ แต่ที่ไม่เคยเหงา เพราะยุ่งไง เป็นคนหาอะไรทำตลอด ตอนเรียนก็ยุ่งอยู่กับการเรียน การบ้าน รายงาน พอว่างก็ไปเที่ยวกับเพื่อน มีเพื่อนหลายกลุ่ม ไม่ใช่เป็นคนมีเพื่อนเยอะนะ แต่ประมาณใจง่าย ใครชวนไปไหนก็ไป ทำอะไรก็ทำ เวลาอยู่คนเดียวชอบไปเดินช๊อปปิ้ง ทำความสะอาดบ้าน ยิ่งตอนนี้ทำงานด้วย ร้องเพลงด้วย มันเลยไม่มีเวลาให้เหงา"

gift9

กี๊ฟคิดว่าเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ที่อังกฤษกับที่เมืองไทยแตกต่างกันยังไงคะ

"ที่อังกฤษก็อย่างที่ทราบกันดี ในเรื่อง ค่าครองชีพสูงมาก เมื่อเทียบกับเมืองไทยแล้ว ปอนด์เดียวนี่ได้ข้าวตั้งหนึ่งมื้อ เพราะฉะนั้นก็ทำให้เราทำอะไร ใช้อะไรก็ต้องคิดเยอะนิดนึง แล้วบ้านเมืองก็มีทั้งสถานที่ที่ปลอดภัยและไม่ปลอดภัย ไปไหนมาไหนใช้รถสาธารณะเยอะก็ต้องระวังตัวเองจะลืมของบนรถบ้าง ระวังมิจฉาชีพบ้าง ส่วนตัวจะป้องกันตัวเอง คือพยายามไม่คุยโทรศัพท์ตามถนน หรือป้ายรถเมล์ พยายามหลีกเลี่ยงคนมายืนข้างหลังเรา รู้สึกว่ามีคนเดิมตามก็จะแกล้งหยุดเดินและเข้ามินิมาร์ทไรงี้"

มีเรื่องอะไรที่ไม่ชอบและรู้สึกไม่ดีตอนที่มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่บ้างมั๊ยคะ

"เป็นเรื่องแย่ทีี่สุดและเรื่องเดียวเลยมั๊งตั้งแต่มาอยู่ประเทศอังกฤษ คือเคยแชร์ห้องกับคนอื่น แล้วของหาย คือเราเองก็ผิดเองที่ไว้ใจ คิดว่าเป็นเพื่อนของเพื่อนเรา ก็สนิทกับเพื่อนเราอยู่นะ ไม่คิดว่าจะมีนิสัยแบบนี้ ตอนนั้นก็แชร์ห้องอยู่ด้วยกันหลายเดือน ประกอบกับเราก็ไม่ได้มานั่นเช็คของทุกชิ้นทุกอันว่าอันไหนมันครบไม่ครบ พอตอนจะย้ายออก เอาสิ ของทำไมมันหายไปเยอะเลยหว่า ตั้งแต่กระเป๋า นาฬิกา สมุดโน๊ต จนถึงชุดชั้นใน ชุดชั้นในนี่ฮามาเค้าเอาไปใส่สบายใจ ซักตากเรียบร้อย บางตัวยังอยู่ในถังซักผ้าที่ยังไม่ได้ซัก เขาก็ไม่ยอมรับ ตอนนั้นก็คิดอยู่ว่าจะแจ้งตำรวจดีไหม แต่ก็คิิดว่าของที่หายไปมันก็เก่าแล้ว ทำบุญทำทานแล้วกัน ตอนนั้นจะถามอยู่ว่าถ้าอยากได้ ขอดีๆก็ได้ ให้เลย ทำอย่างนี้เราเสียความรู้สึก คนเราไม่น่าทำกันแบบนี้"


gift11

วีรกรรมอะไรที่เด็ดๆตอนอยู่อังกฤษ

"ไม่เชิงเป็นวีรกรรม แต่เป็นความซุ่มซ่ามมากกว่า ตอนยังเรียนอยู่ ลืมของบนรถเมล์ รถไฟเป็นประจำ บัตรรถสำหรับนักเรียน Student Oyster Card หล่นหายมา 4 ใบแล้ว แฟ้มชีทเป็นกระเป๋าสำหรับเก็บชีทที่อาจารย์แจกในชั้นไปวางไหนไม่รู้หายไปทั้งใบ นอกจากนี้ยังมีพวกหูฟังไอพอดถึงขนาดลืมถุงช๊อปปิ้งที่ข้างในมีเดรส รองเท้าบูท เสื้อคอเต่า จนเพื่อนวิ่งตามรถเมล์ให้ (แต่ไม่ทัน) ตอนนี้ไม่มีอะไรหายแล้ว ระวังมากขึ้น"

เคยเจอเหตุการณ์แบบว่าฝรั่งที่นี่หรือพวกต่างชาติดูถูกหรือเอาเปรียบรึเปล่าแล้วกี๊ฟมีวิธีที่จะรับมืออย่างไร

"ไม่เคยเจอแต่ก็เจอเหตุการ์ณแบบไม่ชอบใจมากกว่า อย่างเช่นเดินอยู่ดีๆ ก็มีเด็กวัยรุ่นผิวสีมาทำเสียงดังใส่หน้าให้เราตกใจ แล้วก็ไปหัวเราะคิกคักกัน แล้วก็มีตอนรถเข็นเด็กขวางทางตรงบันไดเลื่อน ตอนนั้นเรากำลังจะรีบไปไหนซักแห่ง เลยขอทางเขาดีๆ เขายังมาด่าเรา (แต่ตอนนั้นจับใจความไม่ได้) รับมือง่ายๆเลย อย่าไปสนใจ ไม่เคยโดนแบบเหยียดเชื้อชาติ แต่เพื่อนบอกถ้าโดนให้แจ้งตำรวจจับเลย ที่นี่กฎหมายเรื่องเหยียดผิวและเชื้อชาตินี่แรงมาก"

มาคุยถึงเรื่องปัจจุบันดีว่าค่ะ เหตุผลที่กี๊ฟตัดสินใจอยู่ที่อังกฤษต่อหลังเรียนจบเพราะอะไรคะ

"หลักๆก็เป็นเพราะงานที่เบียร์สิงห์ค่ะ ก็รู้สึกตัวเองโชคดีที่มีโอกาสได้มาทำงานตรงนี้ เพราะเพื่อนหลายๆคนก็อยากอยู่ทำงานกัน แต่ไม่มีโอกาส เพื่อนสนิทและเพื่อนที่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่กลับไปทำงานที่ไทยกันหมดแล้วค่ะ"

gift8_0

ตอนนี้กี๊ฟทำอะไรอยู่ที่อังกฤษบ้างคะ

"ตอนนี้หลักๆก็ทำงานด้านการตลาด กึ่งๆลูกค้าสัมพันธ์ให้กับเบียร์สิงห์ค่ะ หน้าที่หลักๆคือเยี่ยมร้านค้าร้านอาหารไทย นอกจากนี้ก็ยังต้องติดต่อประสานงานกับ Thai Community ต่างๆ รวมถึงงานอีเวนต์ที่เกี่ยวเนื่องกับบริษัท ส่วนเรื่องร้องเพลงก็ยังไม่ได้ทิ้ง ยังมีซิงเกิ้ล และผลงานเพลงประกอบละครอยู่ที่เมืองไทย ส่วนที่อังกฤษก็ร้องเพลงที่ Thai Sqaure Putney ทุกคืนวันศุกร์ ประมาณ 5 ทุ่มครึ่งค่ะ"

หลาย ๆ คนก็รู้จักดีว่ากี๊ฟเคยเป็นนักร้องที่เมืองไทยมาก่อน เล่าให้เพื่อน ๆ ฟังหน่อยค่ะว่าทำไมถึงยอมทิ้งวงการบันเทิงมาเรียนต่อที่นี่

"จริงๆก็ไม่ได้ทิ้งนะคะ เพียงแต่อาจจะไม่ได้ทำผลงานในช่วงระยะเวลานี้ ก็ยังมีผลงานที่ทำไว้ก่อนหน้า แล้วเพิ่งมาออกก็มี ส่วนตัวคืองานในวงการสำหรับกี๊ฟคือก็คล้ายๆกับมือปืนรับจ้างซะมากกว่า เพราะเราทำงานทั้งเบื้องหน้าคือร้องเพลง เบื้องหลังก็มีแต่งเพลง พอพี่ๆน้องๆในวงการมาชวนไปทำ Project ก็ทำ อย่างที่มีไปทำ มนต์เพลง 25 ปี คาราบาว Limousine ของ Coolvoice.com ฯลฯ เพิ่งจะออกซิงเกิ้ลมาปีนี้ก็มี Cover เพลง ไกลเท่าเดิม ที่ร้องกับพี่ฝน โมโนโทน และพี่นุ้ย Peach Band"

gift3

แล้วกี๊ฟยังคงได้ทำงานได้ทำงานร้องเพลงที่นี่บ้างรึเปล่าคะ เผื่อเพื่อนๆ จะได้ติดตามกัน

"มีร้องเพลงใน Thai Night ที่ Thai Square Putney ทุกคืนวันศุกร์ ประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง ไปเจอ ทักทายกันได้นะคะ"

gift8

การมาเรียนที่อังกฤษให้ประสบการณ์อย่างไรในการทำงานในปัจจุบันบ้างคะ

"วิชาความรู้ที่เรียนมานั้นสำคัญก็จริง แต่การแสวงหาโอกาส และขยันหมั่นเพียรนั้นเป็นประสบการณ์ที่สำคัญกว่า เราจะสังเกตได้ว่า เราอาจจะจบมาพร้อมเพื่อน โรงเรียนเดียวกัน คณะเดียวกัน เกรดเฉลี่ยเท่าๆกัน ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้งานในสายอาชีพเดียวกัน เงินเดือนเท่ากัน หรือความก้าวหน้าเหมือนๆกัน นั่นเป็นสิ่งที่บอกเราว่าประสบการณ์ชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าทำงานในองค์กรไหน เราต้องรู้จักปรับตัว รู้จักแสวงหาความท้าทายในตัวงานที่มากกว่าเงินเดือน และพร้อมเปิดรับทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อใช้มาพัฒนาศักยภาพในการทำงาน เหมือนการใช้ชีวิตไม่ว่าจะเป็นที่อังกฤษหรือประเทศไหนๆก็ล้วนเจอกับปัญหา การทำงานก็เหมือนกัน มีปัญหาก็ต้องมีทางแก้ ท้อได้แต่ห้ามยอมแพ้เด็ดขาด"

อยากให้แนะนำน้องๆ หรือเพื่อนๆที่อยากจะมาเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกที่เรียนหรือการปรับตัว

"อยากจะแนะนำน้องๆที่กำลังจะมาเรียนหรือเรียนอยู่แล้วที่อังกฤษ ขอให้มีจุดมุ่งหมายที่แน่วแน่ เตรียมตัวมาให้พร้อม มาถึงแล้ว ให้รู้จักปรับตัว และพร้อมเผชิญกับความยากลำบาก พร้อมกันนี้ก็จงใช้ชีวิตหาประสบการณ์อย่างเต็มที่ Work Hard Play Hard แต่ต้องอยู่ในขอบเขตของคุณงามความดี เชื่อว่าทุกคนจะเรียนหรือจะใช้ชีวิตที่ไหนก็จะมีความสุขเหมือนกัน"

อยากให้กี๊ฟส่งท้ายสั้นๆถึงผู้อ่านเล่าซิ! นิดนึงค่ะ

"สำหรับประสบการณ์ในบทสัมภาษณ์นี้ ก็ยินดีจะให้เป็นข้อคิดและกำลังใจสำหรับทุกๆคนนะคะ
เล่าซิ! อยากทราบความเห็นของท่านผู้อ่านทุกท่านค่ะ เพื่อนำมาปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาเวปของเรา กรุณาคอมเมนต์ด้านล่างด้วยถ้อยคำที่สุภาพและเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์ เล่าซิ! ขอสงวนสิทธิ์ในการคัดสรรค์และลบข้อความที่ไม่เหมาะสมออกเพื่อคงไว้ซึ่งหลักการของเราที่มุ่งหวังเพื่อจะทำให้เวปเล่าซิ! สะอาดปราศจากมลพิษ เพื่อเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูลของคนไทยในต่างประเทศ"

ติดตามอ่านเรื่องราวของนักเรียนเก่าอังกฤษได้ที่ ::>>>> ศิษย์เก่าเล่าซิ





 

Create Date : 20 ธันวาคม 2555
0 comments
Last Update : 20 ธันวาคม 2555 20:11:24 น.
Counter : 1545 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Games LoudSi
Location :
London United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add Games LoudSi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.