มิตรภาพเริ่มต้นที่ใจ
Group Blog
 
 
เมษายน 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
24 เมษายน 2552
 
All Blogs
 

ทฤษฎีหน้าไม่เปลี่ยน

เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกเลยที่ซ่าส์ได้ลงมือเขียน หลังจากที่กล้าๆ กลัวๆกับการเขียนนิยาย ทั้งๆที่มีพระเอก นางเอกเป็นสิบๆคู่ ที่คิดไว้ 555

พอลงมือเขียนจริงก็ได้แค่เรื่องสั้นค่ะ ก็พยายามที่จะทำให้ตามลักษณะของเรื่องสั้นนะคะ แต่ก็ไม่รู้ว่าเข้าหรือเปล่า 55

ต้องขอบคุณพี่ฟีที่เป็นผู้จุดประกาย และ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆฟอร์ไรท์เตอร์ที่รวมกลุ่มอย่างอบอุ่น ทำให้ซ่าส์กล้าที่จะเขียนขึ้นมาค่ะ ขอบคุณพี่อ้อม รัชนีกานต์ที่เป็นกำลังใจให้ และคุูณตูน ปณาลี ที่คอยอัพบล็อคให้ซ่าส์มีแรงฮึด 555


ป.ล. คิดชื่อเล่นนางเอกไม่ออก ขอยืมชื่อพี่อ้อมใช้ก่อนนะคะ
--------------------------------------------------------------------------------------------

ทฤษฎีหน้าไม่เปลี่ยน

…1…
“อ้อม เย็นนี้ว่างเปล่า” เสียงที่ดังมาตามสายถามขึ้นอย่างไม่มีพิธีรีตอง
“ก็ยังไม่มีโปรแกรม มีอะไรหรอ”
“ไอ้รุจนัดกินข้าว ได้ข่าวว่ามันไปรวบรวมเพื่อนสมัยประถมได้หลายคนอยู่ ว่าไง ไปไหม”
“ก็เอาสิ ถ้าแกจะมารับที่บ้าน”
“ได้ จะไปรับเมื่อไรจะโทรหา” แล้วก็วางสายไปอย่างไม่มีพิธีรีตองเหมือนเดิม

หลังจากวางสาย อรวราดีดตัวลุกจากเตียงพับที่ให้ความสบายกับการอ่านหนังสือนิยายในวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างนี้ กินข้าวกับเพื่อนประถมเนี่ยนะ จะจำกันได้เหรอ ไอ้ที่คบๆกันและติดต่อกันอยู่ก็มีแค่ไอ้คนโทรมากับไอ้รุจคนชวนนั่นแหละ ไอ้รุจมันนึกยังไง แต่ก็ดีมาเจอเพื่อนประถมยามอายุเลยเบญจเพสมาปีสองปี ก็เข้าท่าดีว่ะ หน้าไม่เปลี่ยนไปกันหมดแล้วหรอเนี่ย

...2...
“เราคงมาเร็วกว่าที่นัดไว้แหละ ดูเหมือนว่ายังไม่มีใครมา แม้กระทั่งคนนัด แล้วรุจนัดไว้กี่โมงละฝัน”
“ก็ประมาณ 5 โมง มาเร็วๆจะได้เม้าท์กันนานๆ โน้นไง ไอ้รุจเดินมาแล้ว” อรวรามองตามมือเหมือนฝันที่ชี้ไปยังไอ้รุจ ซึ่งแต่ก่อนเคยชื่อว่ารณรุจ ปัจจุบันผันตัวเองเป็นสาวเพศทางเลือก เปลี่ยนนามใหม่ให้เข้ากับหน้า และหุ่นนามว่า รุจิรา แทน
“ห้อง 8 เดินเข้าไปเลย ฉันจองไว้แล้ว รู้สึกว่า ก้องจะมาแล้ว” รุจิรามาถึงพร้อมชวน 2 สองสาวแท้

เมื่อถึงห้อง อรวราและเหมือนฝันถึงได้รู้ว่าเข้าใจผิด เมื่อเพื่อนหลายๆคนมากันถึงได้เกือบครึ่งโต๊ะแล้ว จากนั้นก็เป็นเสียงทัก และทาย ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องทายว่าใครเป็นใครซะมากกว่า เพื่อนๆที่รุจิรานัดนั้น ถ้าไม่นับสองสาวก็มีอีก 4 คน อันได้แก่ ก้องภพ น้ำผึ้ง เอกสิทธิ์ และ วสันต์ ซึ่งรายหลังสุดวสันต์เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่เรียนม.ต้นกับอรวรา แต่ไม่ได้เรียนห้องเดียวกันเนื่องจากแยกกันคนละสาขาวิชา จึงไม่ได้สนิทกันเท่าไรนัก

...3...
โต๊ะทั้งโต๊ะมีแต่เสียงพูดคุย แข่งกันตั้งแต่เรื่องสมัยเรียน วีรกรรมต่างๆ ที่ขุดมาคุยกันแล้วแต่ว่าใครจะนึกอะไรออก จนกระทั่งเรื่องราวที่ต้องอัพเดทหลังจากกันไปหลายปี จนถึงชีวิตปัจจุบัน แต่อย่างว่าแหละ พอคุยๆกันไปก็วกกลับมาเรื่องสมัยเด็กอีกจนได้

“จริงๆน้า ถ้าไอ้อ้อมไม่ห้าวป่านนี้มันคงมีแฟนแล้วละ อยากรู้เรื่องสมัยม.ต้นของไอ้อ้อมมั๊ย เราจะเล่าให้ฟัง” วสันต์เอ่ยปากอย่างคึกคะนองก็เคงจะเป็นน้ำสีอำพันในมือนั่นแหละที่ทำให้คนไม่ค่อยพูดเป็นพวกจ้อไม่หยุด
อรวราส่ายหน้าเซ็งๆ เชื่อสิ ลองให้พูดเรื่องราวก็คงไม่เหมือนเดิมสักเท่าไรหรอก “มีเรื่องอะไรล่ะ ทำยังกับแกรู้เรื่องฉันเยอะนักนี่ ไอ้วอย”
“ก็ไม่ค่อยรู้อะไร” อ้าว! ไอ้นี่วอนซะแล้ว “รู้แต่ว่าไอ้อ้อมมันดุฉิบเป๋ง เลยไม่มีใครกล้ามาจีบว่ะ จบข่าว” แต่ก็ไม่จบซะทีเดียวเมื่อมันถามว่า
“เออ ไอ้อ้อมแกจำรุ่นพี่ที่เพื่อนๆห้องแกชอบจับคู่แกกับเขาได้มั๊ยว่ะ”
“คนไหน มันก็จับไปเรื่อยแหละ แม้แต่กับแก ซวยจริงๆ”
“คนที่โตกว่าพวกเราปีหนึ่ง ห้อง 1 เป็นนักบาสโรงเรียนไง วันก่อนเราเจอเขายังถามถึงแกเลยนะ ว่าแล้วขอตัวแป๊ป เดี๋ยวมานะเพื่อนๆ ปวดฉี่ว่ะ”

...4...
ถึงวสันต์จะเดินออกจากวงไปแล้ว คำพูดที่ทิ้งทายไว้มันก็มีอิทธิพลพอที่จะสร้างความรู้สึกแปลกๆได้ แม้ว่าจะไม่เคยคุยกับรุ่นพี่ที่ว่านั่นตรงๆสักครั้ง แต่ทุกครั้งเรื่องราวของเขาจะถูกถ่ายทอดจากเพื่อนในกลุ่มทั้งที่ตั้งใจ และไม่ตั้งใจ ก็เพื่อนมันปลื้มรุ่นพี่ขนาดนั้น และถึงรุ่นพี่บ้านั่นจะไม่เคยแสดงอะไรออกมาว่าสนใจเธอเกินว่ารุ่นน้อง ซึ่งก็เหมือนทุกรายที่เพื่อนชอบจับคู่ล้อ พอเบื่อหรือหมดความสนใจเมื่อเห็นอรวราเฉยๆ ไม่ได้เต้นตามก็เลิกล้อกันไปเอง แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอรู้สึกอยู่คนเดียว นั่นก็คือเธอไม่ชอบสายตาของเขา เพราะทุกครั้งที่เจอหน้า หรือสบตาโดยบังเอิญ สายตาคู่นั้นจะมีแววขำเสมอ และมันก็สร้างความรู้สึกที่แปลกๆให้เธอเสมอ แต่อย่างว่าจะมาคิดถึงทำไมในเมื่อเธอเองก็ลืมเรื่องนี้ไปแล้วด้วยซ้ำถ้าไอ้วอยไม่พูดขึ้นมา

“คนที่ไอ้วอยพูดเมื่อกี้ ใช่คนที่แกไม่ชอบขี้หน้าใช่มั๊ย ที่ว่าต้นเหตุมาจากที่แกชมเขาว่าเล่นบาสดี แถมชมเสร็จแกก็ลืมหน้าตาเขา แต่เพื่อนแกคิดเป็นตุเป็นตะว่าแกปลื้มเขา เลยจับคู่ตลอด ม.ต้น เป็นคนที่จับคู่กับแกยาวนานที่สุด” รุจิราจีบปากจีบคอถาม
“อือ คนนั่นแหละ จริงๆก็ลืมไปแล้วนะ หน้าตาก็จำไม่ได้ด้วยซ้ำ” จริงหรอที่เธอจำเขาไม่ได้ ในเมื่อเธอเองก็รู้จักเขาดีจนเธอแปลกใจ

“ไหนลองขยายความให้ละเอียดหน่อยสิ อยากรู้บ้าง อย่าปล่อยให้น้ำผึ้งงงคนเดียวสิ” น้ำผึ้งเอ่ยด้วยเสียงหวานเหมือนชื่อนั่นแหละ แต่ไม่ทันที่อรวราจะเอ่ยปากห้ามอะไร รุจิรา และเหมือนฝันก็เล่าเรื่องให้ทั้งโต๊ะฟังอย่างละเอียด แม้บางชอตเธอยังจำไม่ได้ว่ามันเกิดขึ้นจริง หรือเป็นการเสริมจากอารมณ์เมามันของคนเล่าเอง นี่เธอจะต้องฟังเรื่องตานี่อีกหรือไง


...5...
อาหารเริ่มทยอยมาตามลำดับ แต่กระนั้นเสียงคุยก็ไม่ได้เงียบหายไป ไอ้รุจคิดถูกแล้วแหละที่เลือกจองเป็นห้องส่วนตัวดีกว่านั่งโต๊ะข้างนอกโน้น อรวรานึกพลางมองออกไปด้านนอก แต่อะไรก็ไม่เท่ากับได้เห็นใบหน้าไกลๆที่ทำให้เธอลมหายใจสะดุด คงไม่ใช่มั้ง หลังจากบอกตัวเองอย่างนั้นเธอก็ก้มหน้าจัดการอาหารตรงหน้าต่อทั้งที่ใจไม่ปกตินัก

เสียงประตูห้องที่เปิดออก พร้อมกับชายหนุ่มรูปร่างสูง หน้าตาคมเข้ม ผิวสีแทนที่ส่งให้เจ้าตัวดูแมนขึ้นไปอีกกับการแต่งตัวสบายๆ ที่ดูยังไงก็คือ ดูดีจนน่าโมโหชะมัด

“สวัสดีครับ ผมมาหาวอย” ชายหนุ่มผู้นั้นกล่าวทักทุกคน พร้อมกับมองผ่านอรวราชนิดที่ทำให้เธอหงุดหงิดได้อีกแล้ว
“สวัสดีครับพี่ยุ นี่เพื่อนๆ นี่พี่ยุรุ่นพี่ที่เราพูดถึงเมื่อกี้นี้แหละ” เสียงฮือฮาดังขึ้นอย่างน่าขัดใจอรวรา ถ้าไอ้รุจ และยัยฝันไม่เล่าเรื่องก่อนหน้า รับรองได้ว่าทุกสายตาคงไม่จับจ้องมาที่เธออย่างนี้ แถมวสันต์เพื่อนตัวดียังจัดแจงที่นั่งให้ข้างเธอเสียนี่
“หน้าไม่เปลี่ยนเลยเนอะ” ชดายุพูดขึ้นพร้อมจ้องหน้าอรวรา ด้วยหน้าตาที่พออกพอใจเป็นอย่างยิ่ง ยังไม่ทันที่อรวราจะตอบอะไร ชดายุก็ต่อประโยคโดยไม่ได้สนใจอาการปากค้างของเธอเลย “แต่ดูอ้วนขึ้นเล็กน้อย นี่เธอไม่ได้ไปทำศัลยกรรมมาใช่มั๊ย”

ทนไม่ไหวแล้วนะ “ขอบคุณถ้าคุณจะหมายถึง ฉันสวยขึ้น ดูดีขึ้นโดยไม่พึ่งมีดหมอ” ชดายุเพียงแค่เลิกคิ้วหัวเราะหึๆ หน้ายิ้มๆ กับคำตอบนั้น พร้อมกับพึมพำแบบที่จับความได้ว่า “ทฤษฎีหน้าไม่เปลี่ยน ไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ”
“ผมคงต้องกลับก่อนนะครับ รบกวนเวลาสังสรรค์พวกคุณแค่นี้ดีกว่า แล้วเจอกันนะวอย ขอบใจมาก” ว่าแล้วก็เดินออกไป

...6...
ชดายุเดินยิ้มออกมา อารมณ์ครึ้มอกครึ้มใจยังอยู่ สุดท้ายที่เขาคิดไว้ก็ไม่ผิดจริงๆด้วย เธอหน้าไม่เปลี่ยน นั่นคือการย้ำทฤษฎีหน้าไม่เปลี่ยนของเขา เรื่องของเรื่องมันเกิดขึ้นในวงเหล้าของกลุ่มเพื่อน เพียงแค่พูดกันเล่นๆถึงเรื่องหน้าคน ไอ้เพื่อนตัวดียืนยันว่าเวลาผ่านไปยังไงคนก็หน้าเปลี่ยน ลองไม่เจอกันนานๆ เปลี่ยนทุกราย ถึงจะมีเค้าเดิมก็เหอะ ตอนนั้นเขานึกถึงรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่ง ก็ไม่รู้ทำไมแต่มันวาบขึ้นมาในความทรงจำ ทำไมเขามั่นใจจังนะว่าเธอหน้าไม่เปลี่ยน ก็แปลกดี แต่นั่นแหละเรื่องนี้ทำให้เขาติดอยู่กับมันมาหลายปี จนมาพบเธอเช้าจริงๆ จึงรู้ว่ามันก็คุ้มนะสำหรับการปลดอะไรสักอย่างที่ติดอยู่มาเป็นเวลานาน แล้วเขาก็ได้คำตอบที่เป็นบทสรุปกับตัวเอง

“ทฤษฎีหน้าไม่เปลี่ยนเนี่ยนะ ไม่อยากจะเชื่อ” ก้องภพอุทานขึ้นมาก่อน ตามด้วยเสียงเอกสิทธิ์ที่บ่นทำนองว่าคิดได้ไง แต่เมื่อหันมามองสองสาวแท้ และหนึ่งสาวเทียม ซึ่งสุมหัวซุบซิบกันทำนองว่าโรแมนติก ทำให้อรวราหันไปทางตัวต้นเหตุทันที

“อะไรกันยัยอ้อม มองหน้าเราทำไม เราไม่นึกว่าพี่เขาจะมานี่หน่า ตอนโทรหาเขาบอกว่าวันนี้เจอแกด้วย เขาก็แค่ถามที่ไหนแล้วบอกว่าแค่นี้นะ ขอทำธุระก่อน” วสันต์พูดพลางเห็นเป็นเรื่องไม่สำคัญ แต่ขอโทษทั้งวงตอนนี้ยังไม่หยุดวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานา
“สรุปเพียงแค่ว่า เขาคิดว่าต้องมีอย่างน้อย 1 คน ที่หน้าไม่เปลี่ยน และคนๆนั้นที่เขาคิดว่าเป็น ก็คือ ฉัน”
“ก็คงใช่ แต่พี่เขาบอกว่าบทสรุปมันอยู่ที่ตอนเขาได้เจอแกแล้วต่างหาก”
“เดี๋ยวฉันมา”

...7...
อรวราเดินตามไปเจอชดายุที่กำลังเปิดประตูรถสปอตสีแดงเพลิง ซึ่งเป็นสีที่ขัดตาเธอจริงๆ เมื่อเธอเรียกเขา เขาหันมา ไม่ว่าบุคลิก ใบหน้า รอยยิ้ม อะไรๆก็ดูเหมือนเดิม รวมทั้งสายตาขำๆนั่นด้วย

“เห็นมั๊ยทฤษฎีหน้าไม่เปลี่ยน ยังไงก็ไม่เปลี่ยน อะไรๆก็ไม่เปลี่ยน” ชดายุพูดขึ้นหลังจากที่เธอมาประจันหน้ากับเขา
“ฉันแค่ต้องการบทสรุป” อรวราไม่สนใจคำพูดเขา ตอนนี้เธอต้องการรู้แค่บทสรุปเท่านั้น
“ผมว่าคุณมีมันในใจแล้ว”
“คุณนี่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ ไอ้นิสัยอย่างเนี่ย ทำหน้าอย่างเนี่ย” เมื่อหลุดประโยคนี้มา อรวราก็ชักจะรู้สึกว่าตัวเองพลาดอะไรไป ชดายุเพียงแค่หัวเราะ เลิกคิ้วทำนองว่า เห็นมั๊ยละ
“คุณยอมรับเถอะว่า มันจริง ทฤษฎีหน้าไม่เปลี่ยนของผมนะ เอาเป็นว่าไปนั่งโต๊ะตรงโน้นมั๊ย แล้วเรามาคุยกันสักที” ชดายุชวน แล้วจะใ้ห้อรวราทำยังไงได้ นอกจากเดินตามเขาไปโต๊ะตัวที่ใกล้ที่สุด

...8...
“ผมจำคุณได้ทั้งหมดจากความรู้สึก ความทรงจำ ถึงแม้ว่าคุณจะเปลี่ยนไปยังไง คุณก็ยังเป็นคนที่หน้าไม่เปลี่ยนสำหรับผมอยู่เหมือนเดิม ผมก็แค่เชื่อมั่นอย่างนั้น นั่นแหละบทสรุป”

ใช่นั่นแหละบทสรุปของเขา เพราะช่วงเวลาตลอด 2 ปี มันเหมือนกับเขา และเธอรับรู้เรื่องราวกันตลอด รู้จักเธอในส่วนลึกที่เป็นเธอจริงๆ แม้ว่าจะไม่ได้คุยกันตรงๆ แต่มันเป็นความเคยชิน ผูกพัน หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เขาเห็นเธอ สังเกตเธอ รู้สึกตัวอีกทีก็มีเรื่องราวของเธอเต็มไปหมด เมี่อเขาจบม.ต้น ออกไปต่อม.ปลายที่อื่น ซึ่งเธอยังอยู่ที่โรงเรียนเดิม เขากลับมาเยี่ยมโรงเรียนเมื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ และได้เห็นเธออีกครั้ง เธอก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน จนวันนี้ได้เจอเธออีกครั้งหลังจากวันนั้น ก็เป็นสิ่งที่ ยืนยันทฤษฎีได้เป็นอย่างดี

จากความรู้สึก จากความทรงจำ เชื่อมั่นอย่างนั้นเหรอ จริงๆเลยน้า ผู้ชายคนนี้ ไม่เปลี่ยนเลยจริง ๆ เอ๊ะ! นี่เธอคิดว่าเขาไม่เปลี่ยนจริงๆหรอเนี่ย นั่นสินะ ถ้าเธอลองเปิดใจดู เธอก็ปฏิเสธมันไม่ได้เช่นกันว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา สำหรับบางคนแล้ว ทฤษฎีหน้าไม่เปลี่ยนนี่มันมีจริงๆ เธอเองก็ไม่ต่างอะไรกับเขา ไม่อยากสนใจเรื่องราวของเขา แต่กลับเป็นคนที่รู้จักเขามากที่สุด เฮ้อ! ทฤษฎีนี้ก็ดีอย่างนี้นี่เอง เพราะมันก็ให้บทสรุปกับเธอเช่นกัน

“แล้วคุณคิดว่าบทสรุปของฉันจะเป็นยังไงล่ะ”
ชดายุเลิกคิ้วอันเป็นท่าประจำ มองมาด้วยสายตาขำๆ กับรอยยิ้มที่แต้มปากอย่างมั่นใจ
“ก็มันคือบทสรุปเดียวกันกับผมนั่นแหละ”

---------------------------------------------------------------------------------------
ป.ล.ต้องขอบคุณอาคินและระรินดาวค่ะ ที่ทำให้เกิดเรื่องนี้จากที่ว่า ความเชื่อมั่น การดึงดูดกันและกัน ...แหม!ก็คู่แล้วย่อมไม่แคล้วกันเนอะ







 

Create Date : 24 เมษายน 2552
15 comments
Last Update : 24 เมษายน 2552 11:35:09 น.
Counter : 329 Pageviews.

 




เมื่อความไร้เดียงสา ถูกนำพาโดยสิ่งที่ผิด
เรื่องสั้น มาแรง....อนาคตของชาติ

//writer.dek-d.com/nirutnathee/writer/view.php?id=511751

 

โดย: nirut IP: 118.172.92.193 24 เมษายน 2552 11:44:54 น.  

 

สวัสดีค่ะ

ถ้าเราจำใครสักคนด้วยเนื้อแท้ของตัวเขาเอง ด้วยความรู้สึกจริงๆ ของเรา

เขาไม่เปลี่ยนแปลงจริงๆ ด้วยค่ะ


เรื่องสั้นน่ารักดีค่ะคุณซ่าส์ แรลลี่รอบหน้าคุณซ๋าส์สนใจเขียนนิยายแทนเขียนข่าวไหมเอ่ย

ปล. สงสัยเรื่องใดถามได้เลยนะคะ ต้องแจ้งคุณซ๋าส์ไปตามตรงว่าบางอย่างตูนอาจจะไม่รู้คำตอบ ยังไม่เคยทำ แต่จะพยายามหาคำตอบมาให้ค่ะ

 

โดย: ปณาลี 25 เมษายน 2552 0:08:03 น.  

 

ขอบคุณคุณตูนค่ะ น่ารักที่สุดเลย (ขอปากหวานหน่อยนะคะ คุณตูนจะได้ยังไม่ทิ้งซ่าส์ไปไง 555)

 

โดย: lord_arsenal 25 เมษายน 2552 6:33:59 น.  

 

สวัสดีค่ะ คุณซ่าส์
พี่ฟีแวะมาเยี่ยม
เหมือนมาขึ้นบ้านใหม่เลยค่ะ ฮ่าๆๆ

ทฤษฎีหน้าไม่เปลี่ยน
น้ำเสียงการเขียน เรื่องราวน่ารักดีค่ะ

เห็นเหมือนคุณตูนว่า แรลลีรอบหน้า
คุณซ่าส์น่าจะลงนวนิยายเสียเลย
แต่จะจอง RM ไหนละคะ ฮา
(พี่ฟีแซวเล่น)

ความจริง bloggang ของพี่ฟีก็มี
แต่ทำไม่รอด
(ต้องปรึกษาคุณตูนอีกคนแล้วมังเนี่ย ^--^)

ไว้พี่ฟีจะเมลไปหาอีกรอบ
คิดถึงค่ะ
^--^

 

โดย: ฟีลิปดา IP: 58.9.100.38 25 เมษายน 2552 9:20:21 น.  

 

สวัสดีค่ะ มาอ่านแล้วค่ะ หวังว่าในอนาคต จะเห็นมันขยายเป็นเรื่องยาวได้อย่างน่ารักนะคะ
เป็นกำลังใจค่ะ
รัชนีกานต์

 

โดย: รัชนีกานต์ 25 เมษายน 2552 10:20:50 น.  

 

มาอ่านค่ะ

เม้นท์หลังไมค์...ตัวใครตัวมัน

 

โดย: ploy666 (ploy666 ) 25 เมษายน 2552 17:51:13 น.  

 

วันนี้มีแขกมาเยี่ยมคุณซ่าส์เยอะเลยแฮะ

 

โดย: ปณาลี 25 เมษายน 2552 22:26:45 น.  

 

ขอบคุณพี่ฟี พี่อ้อม พี่พลอย และคุณตูนมาให้กำลังใจนะคะ

พี่ฟี---คุณตูนช่วยได้ค่ะ เรื่องบล็อค เพราะเห็นบล็อคคุณตูนแล้วมีแรงฮึด 55

พี่้อ้อม---ซ่าส์จะพยายามเขียนเป็นเรื่องยาวๆนะคะ (ถ้าทำได้)

พี่พลอย---มาเม้นท์ให้หลังไมค์ ว่าแต่ดูตรงไหนเหรอคะ แบบว่ามือใหม่ค่ะ 55

คุณตูน---มีแขกมาเยี่ยมดีค่ะ กำลังเกรงว่าบล็อคจะร้าง 55

 

โดย: ซ่าส์ (lord_arsenal ) 27 เมษายน 2552 17:20:35 น.  

 

ขอบคุณพี่ฟี พี่อ้อม พี่พลอย และคุณตูนมาให้กำลังใจนะคะ

พี่ฟี---คุณตูนช่วยได้ค่ะ เรื่องบล็อค เพราะเห็นบล็อคคุณตูนแล้วมีแรงฮึด 55

พี่้อ้อม---ซ่าส์จะพยายามเขียนเป็นเรื่องยาวๆนะคะ (ถ้าทำได้)

พี่พลอย---มาเม้นท์ให้หลังไมค์ ว่าแต่ดูตรงไหนเหรอคะ แบบว่ามือใหม่ค่ะ 55

คุณตูน---มีแขกมาเยี่ยมดีค่ะ กำลังเกรงว่าบล็อคจะร้าง 55

 

โดย: ซ่าส์ (lord_arsenal ) 27 เมษายน 2552 17:21:56 น.  

 

ข้อความหลังไมค์ ก็จะเหมือน e-mail ค่ะซ่าส์
ล็อกอิน แล้วเปิดหน้าใหญ่ที่เราจัดการอัพข้อมูลนะ

ดูมุมบนซ้ายมือ (นั่งหันหน้าเข้าหาจอ)
เลื่อนลงมานิดหน่อยจะเห็นที่เขียนไว้
จำไม่แม่น...กล่องข้อความ หรืออะไรนี่แหละค่ะ
ให้คลิกเข้าไปดู เดี๋ยวจะเห็นเมลที่ฝากไว้เอง

ใช้ระบบการแอดชื่อไว้ส่งจดหมายตอบกันไปมา เก็บข้อความส่งออก ฯลฯ ได้เหมือนเมลทั่วไปค่ะ ^ ^

 

โดย: ploy666 IP: 124.157.238.81 27 เมษายน 2552 18:18:24 น.  

 

มาอ่านแล้วค่ะ บล็อกไม่เงียบเหงาเลย เรื่องออกจากน่ารัก ใสๆ ดีค่ะ

เห็นด้วยกับความเห็นท่านอื่น เรื่องนี่พัฒนาขยายเป็นเรื่องยาวซัก 100-120 หน้าได้ไม่ยากเลย

เอากำลังใจมาฝากค่ะ พยายามนะคะ ค่อยๆ ขยับเขียนให้ยาวไปเรื่อยๆ เดี๋ยวได้นิยายสมใจเอง


ความมุ่งมั่น ตั้งใจ เชื่อมั่นในตัวเองกับการเขียนก็เหมือนทฤษฎีหน้าไม่เปลี่ยนละค่ะ

บทสรุปย่อมออกมาสมกับที่ตั้งใจ...

เอาใจช่วย เป็นกำลังใจให้นะคะ

 

โดย: พรายทราย 28 เมษายน 2552 13:21:54 น.  

 

มาส่งเจ้าของบล็อกนี้เข้านอนค่ะ

 

โดย: ปณาลี 28 เมษายน 2552 22:49:54 น.  

 

จะเอาบุญมาฝากนะคะ

คุณซ่าส์แอบซุ่มเขียนอะไรอยู่ขอให้สำเร็จนะคะ ว่าแต่ว่าซ่าส์นี้เป็นชื่อเล่นจริงๆ หรือเปล่าเอ่ย พอดีเห็นซ่าส์เรียกแทนตัวกับหนูเติ้ลว่า "ป้าซ่าส์" ก็เลยสงสัยอ่ะคะ ถ้าเป็นชื่อเล่นจริงๆ สักวันก็จะต้องเป็น "ยายซ่าส์" แน่เลย

 

โดย: ปณาลี 1 พฤษภาคม 2552 22:24:37 น.  

 

ไม่ได้ซุ่มเขียนอะไรเลยค่ะ ตอนนี้หัวมันมึนๆ

รอคุณตูนกลับมาค่ะ

 

โดย: ซ่าส์ (lord_arsenal ) 2 พฤษภาคม 2552 17:28:53 น.  

 

มารอต้อนรับพี่มะล่าร์ อ่านแล้วอย่างงนะคะ

เว้นวรรคก็ไม่ได้เรื่อง สำนวนก็ยังงงๆ แถมไม่ค่อยมีบทบรรยายอีก

ต้องฝึกฝนอีกเยอะค่ะ

 

โดย: ซ่าส์ IP: 58.9.124.169 27 สิงหาคม 2552 10:24:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


lord_arsenal
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ข้าน้อยขอภาวนาอย่าให้blogร้างเหมือนhi5่








Friends' blogs
[Add lord_arsenal's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.