"You are cursed, Jack. Everything you touch, One way or another, ENDS UP DEAD !...." ประโยคกระแทกใจแจ๊ค บาวเออร์ จาก "24" Day 6
มันติดมาจากในโรง#3...สายลับจับบ้านผีสิง ยิงแมร่งเลย"ป้าโจดี้" ณ ห้อง 1408

ไล่เรียงลำดับหนังตามวันเวลาที่ได้เข้าไปชมในโรงนะครับ
เอ่อ....และบล็อกนี้ก็ยังยาวเหมือนเดิมครับ .....





บ้านผีสิง




เรื่องของผู้หญิงที่สู้กับ"บ้าน" ....และรัก"ร่อแร่"ของเธอ




เรื่องมีอยู่ว่า...นักข่าวสาวคนนึงเบื่อการทำข่าวสังคม เบื่อที่ต้องรับรู้ความเป็นจริงของสังคมที่ว่าผู้หญิงยังถูกกดขี่ข่มเหงจากผู้ชายอยู่วันยังค่ำ
ด้วยความบังเอิญ เธอไปเจอข้อมูลเกี่ยวกับ 3 คดีฆาตกรรมของวงการหมอ ซึ่ง 3 คดีดังกล่าวก็ยังมีส่วนพัวพันกับบ้านหลังหนึ่งโดยบังเอิญ
เธอจึงเปลี่ยนแนว เข้าไปทำสกู๊ปข่าวเกี่ยวกับบ้านหลังนั้น ว่ามันมีที่มาอย่างไร
ก่อนที่จะพบว่า...ไม่ใช่แค่แนวข่าวของเธอที่เปลี่ยนไป
แต่ชีวิตคู่ของเธอก็กำลังจะเปลี่ยนไปโดยไร้มูลเหตุ(เกือบจะ)สิ้นเชิง!



สิ่งที่ติดมาจากในโรง
"บ้านผีสิง" ผลงานการกำกับของคุณมณฑล อารยางกูร
ที่เคยสร้างเซอร์ไพรส์สำหรับผมจากผลงานก่อนหน้าอย่าง "ผีคนเป็น"(ที่ทำออกมาดีเกินคาด)
มาคราวนี้พี่แกก็ยังไม่วายเซอร์ไพรส์ผมอีก....
แต่ทว่ากลับเป็นไปในแนวทางตรงกันข้ามกับผีคนเป็น

"บ้านผีสิง" เป็นหนังที่ดูมีฟอร์ม มีพล็อตที่จับต้องได้กว่าผีคนเป็น
แต่มันกลับคว้าน้ำเหลวในแง่ของความน่าเชื่อถือ
ดูเหมือนว่าผกก. พยายามเหลือเกินในการที่จะล่อหลอกคนดูให้ไขว้เขวกับเรื่องราวในหนัง
แต่การพยายามที่มากเกินไป รวมไปถึงการทิ้งทางให้คนดูมากจนเกินความจำเป็น
ทำให้เมื่อถึงจุดไคลแมกซ์ของหนัง แทนที่จะทำให้คนดูอึ้งหรือเสียวสันหลังวาบ
กลับกลายเป็นความน่าขบขัน(ขื่น) ถึงแรงจูงใจในการกระทำบางอย่างของตัว"นางเอก"
แต่นั่นดูเหมือนจะยังแย่ไม่พอ
เมื่อหนังยังจะลากคนดูต่อจากไคลแมกซ์ของหนังไปอีกจนจบเรื่อง
ในลักษณะคล้ายๆ ที่"เอริก้า เบน"จาก The Brave One กระทำ
แต่มันกลับไม่ช่วยให้หนังสนุกขึ้นแต่อย่างใดเลย
กลับเต็มไปด้วยคำถามมากกว่า....ว่าคนทำหนังเรื่องนี้ ต้องการจะให้อะไรกับคนดูกันแน่....

"บ้านผีสิง"เป็นหนังไทยเรื่องแรกของปีนี้ ที่ผมรู้สึกตัวโดยทันทีว่าน่าผิดหวัง
คงเป็นเพราะหวังไว้กับมันพอดูครับ
ส่วนใครดูแล้วชอบ ก็ดีใจแทนคุณด้วยครับ...





สายลับจับบ้านเล็ก




เรื่องของผู้หญิงที่อยากมีบ้าน ....และรัก "ลวกลวก" ของเธอ




นี่คือหนังไทยที่ผมสบประมาทไว้ก่อน เพราะแม้แต่เพื่อนสนิทผมก็มิได้ปลื้มมากมายนัก
ยิ่งหนูหิ่นฯ แล้วยิ่งไปกันใหญ่ เป็นหนังตลกสาดที่ผมไม่เข้าใจว่า "ทำไมไม่ทำเป็นหนังการ์ตูนตามต้นฉบับซะเลยเล่า?"

เนื่องจากวันนั้น(วันเดียวกันที่ดูบ้านผีสิงนั่นแล)
มีเพื่อนสาวที่ต้องการชมหนังเรื่องนี้(บ้านเล็ก)ซะเหลือเกิน
ประกอบกับที่คุณเธอวีนผมซะมากมายที่ดันพาไปดู"บ้านผีสิง"
จึงต้องทำให้พากันไปดู "บ้านเล็ก" เป็นการตอบแทนที่ทำให้คุณเธอเสียเวล่ำเวลากับหนังเรื่องนั้น...



สิ่งที่ติดมาจากในโรง

ดูเรื่องนี้จบ ไม่รู้ทำไมผมคิดถึงหนัง"สายล่อฟ้า"ของเฮียยุทธเลิศ
นอกจากตัวนางเอกจะมีอาชีพใกล้เคียงกันแล้ว มันยังเป็นหนังตลกที่เจือความโรแมนติกเข้าไปด้วยเหมือนกัน
(คำว่าคิดถึงหนังของผม ไม่ได้แปลว่า"ลอก"อย่างที่คนบางคนในเฉลิมไทยชอบใช้ด่าหนังกันนะจ๊ะ)
แต่สิ่งที่ "สายลับจับบ้านเล็ก" ดูด้อยกว่า "สายล่อฟ้า" ก็คือพล็อตเรื่องที่กลวงกว่า...

จริงอยู่ที่หนังได้ทีมนักแสดงที่น่าสนใจ มีสเน่ห์เฉพาะตัวของแต่ละตัวละคร
มีเพลงและภาพที่เกื้อหนุนหนังให้เดินไปข้างหน้า
มีการตัดต่อเล่าเรื่องที่น่าชื่นชม(เฉพาะคนตัดต่อเท่านั้น)

แต่การเล่าเรื่องโดยรวมของคุณเอส...ผมว่าแกยังไม่แม่น
ผมสังเกตหนังและละครของคุณเอสมาหลายครั้งแล้วครับ
ว่าแกไม่แม่นเรื่องการกำกับอารมณ์ของหนังโดยรวม
ยิ่งเรื่องนี้นั้น ก็มีการโดดไปโดดมาของแนวหนังพอสมควร
พูดง่ายๆ ว่าเป็นหนังดูสนุก แต่ไม่กลมกล่อม...
เป็นหนังที่เหมาะสำหรับดูคลายเครียด(อาการที่คนไทยชอบเป็นกัน)
แต่ไม่เหมาะที่จะดูเพื่อคิดต่อยอด หรือคิดวิเคราะห์อะไรกับมัน

แม้กระทั่งสัญลักษณ์เรื่อง"บ้าน"ที่ตัวหนังใส่เข้ามา
ก็ดูจะเป็นเพียงเครื่องหมายดาดๆ ที่เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามMVของแกรมมี่หรืออาร์เอส

แต่แบบนี้แหล่ะครับ ที่คนดูชาวไทยส่วนใหญ่ชอบกัน
อะไรที่มันง่ายๆ สบาย น่ารัก พี่ไทยก็พร้อมจะเทใจเชียร์เต็มที่

ซึ่ง "สายลับจับบ้านเล็ก" สำหรับผมก็คงรู้สึกเหมือนคนไทยส่วนใหญ่ครับ
ว่าดู สนุก จบประทับใจ
แต่ถ้าจะให้ดูซ้ำ...หรือซื้อเก็บไว้... มันไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลยครับ





1408




เรื่องของผู้ชาย ที่ไล่ล่าความกลัวและศรัทธา



ชวนคิดเล่นๆ กับตัวเลข 14 0 8
1. ในหนังบอกว่านี่คือหมายเลขห้องอาถรรพ์ของโรงแรม The Dolphin
2. ตัวเลขเมื่อนำมารวมกันก็เท่ากับ 13 (อันนี้ทายไม่ยาก)
3. ชั้นของห้องอาถรรพ์อยู่บนชั้นที่ 14 แต่เอาเข้าจริงๆ มันก็คือชั้น 13 เพียงแค่เปลี่ยนตัวเลขเพื่อแก้เคล็ด
4. 1408 ก็หมายความว่าห้องนี้อยู่บนชั้น 14 ห้องลำดับที่ 8 และเลข 8 ถ้านำมาวางในแนวนอน คุณนึกถึงเครื่องหมายอะไร? ใช่แล้วครับมันคือ .... Infinity เครื่องหมายแห่งความ"ไม่รู้จุดจบ"นั่นเอง....

และจาก 4 ข้อที่ผมชวนคิดเล่นๆ ก็ดูจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับหนังเรื่องนี้ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อที่ 4

หลังจากที่ Mike Enslin (รับบทโดย John Cusack ที่โอบอุ้มหนังทั้งเรื่องได้อย่างน่าชื่นชม) ได้อ้อนวอนแกมบังคับผู้จัดการโรงแรมที่จะพาตัวเองเข้าไปพิสูจน์ความอาถรรพ์ของห้อง 1408 แล้ว
สิ่งที่เขาได้ค่อยๆ พบและเผชิญในห้อง 1408 ก็นำมาซึ่งความรู้สึกที่เขาเคยคิดว่ามันได้หมดไปนานแล้ว.... นั่นคือ "ความกลัว" และ "ความศรัทธา"
ตัวหนังได้แสดงให้เราได้เห็นตั้งแต่เริ่มเรื่องเลยว่า Mike Enslin ไม่ใช่ผู้ชายที่น่าคบหาเท่าไหร่นัก เขาดูแข็งกระด้างและเย็นชาอย่างเหลือเกิน
จนเมื่อหนังพาเขาเข้าไปในห้องห้องนั้น ก็ทำให้เราได้พบอีกด้านนึงของเขาที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้ลึกๆ ในใจ


(ต่อไปนี้ สปอยล์แน่....หากดูแล้วก็ลากอ่านหรือคลิก 3 ครั้งติดกันในแถบดำนะพี่น้อง)


1. Mike Enslin เคยมีลูกสาวมาก่อน แต่ลูกของเขาเพียงคนเดียวก็มีอันเป็นไปไปเสียก่อน และเมื่อตอนที่ลูกของเขาใกล้จะสิ้นใจเขาเคยคัดค้านภรรยาที่พยายามให้ลูกเชื่อในเรื่องสวรรค์และพระผู้เป็นเจ้า...เพราะเขาคิดว่านั่นคือแนวคิดของคนอ่อนแอที่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา - - - และนั่นก็นำมาซึ่งความสิ้นศรัทธาเมื่อลูกของเขาจากไปอย่างไม่มีวันกลับ(?)จริงๆ
2. Mike Enslin กลายเป็นคนไม่เอาอ่าว เขาและภรรยาแยกกันอยู่หลังเหตุการณ์ครั้งนั้น เขากลายเป็นนักเขียนที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องอาถรรพ์ของโรงแรมหรือสถานที่ต่างๆ ว่าที่ใดที่น่ากลัวมีวิญญาณอาศัยอยู่บ้าง เขาก็จะตามไปพิสูจน์ก่อนที่จะพบว่ามันไม่มี"วิญญาณ"หรืออะไรที่"น่ากลัว"อย่างที่ร่ำลือเอาซะเลย
3. นัยหนึ่งการพิสูจน์ลองดีของเขาว่าที่ใดมีวิญญาณ คล้ายเป็นการบอกเราว่า เขากำลังหมกมุ่นอยู่กับการตายของลูกสาว และการตะลอนทัวร์สถานที่สยองต่างๆ ของเขา ก็บอกกับเราว่า เขาอาจกำลังตามหา "วิญญาณของลูกสาว" ก็เป็นไปได้...ซึ่งเขาก็ไม่เคยได้พบ...

จนกระทั่งสิ่งที่เขาเจอในห้อง 1 4 0 8 ก็ดูเหมือนจะเรียกสิ่งต่างๆ กลับมา ไม่ว่าจะเป็นความศรัทธา หรือแม้กระทั่ง ความกลัว...




สิ่งที่ติดมาจากในโรงอันนี้ผู้เขียนคิดเป็นตุเป็นตะมากๆ ขอเตือน...

1408 เป็นหนังที่ดูมีอะไรๆ มากกว่าที่คิดครับ
วิธีเล่าเรื่องของผู้กำกับมิคาเอล ฮาฟสตรอม ก็ดูมีลูกเล่นชั้นเชิงแต่ก็ยังไม่แพรวพราวจนถึงขนาดชวนให้ติดตามตลอดเรื่องเท่าไรนัก
แต่นั่นก็คงไม่ใช่ข้อเสียอะไร.... ผมออกจะชอบในหลายช่วงของหนังที่ไม่เป็นฮอลลีวู้ดมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์หลุดโลกที่เกิดขึ้นในห้อง 1408 เสียงเพลง We've only just begunของคาร์เพนเตอร์ที่ฟังดูโหยหวนและน่าขบขันไปพร้อมๆ กัน
รวมไปถึงวิธีเปรียบเทียบสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องที่แบ่งออกไป 3 ฤดูกาลอย่างชัดเจน ไล่ไปตั้งแต่ตอนที่พระเอกของเราเข้าไปห้องใหม่ๆ แล้วรู้สึกร้อนเพราะแอร์เสีย- - ->"ฤดูร้อน"
...ไปจนถึงช่วงที่มีสายน้ำไหลลงมาจากเพดานเพื่อใช้ดับไฟ(แต่ไม่มีไฟ?)- - ->"ฤดูฝน"
หรือแม้กระทั่งที่เห็นชัดเจนก็คือมีหิมะหล่นโปรยปรายกลางห้องในช่วงท้ายๆ ของเรื่อง- - ->"ฤดูหนาว"
...ก่อนที่จะปิดฉากไปที่ความแห้งแล้งของห้อง...ที่กำลังจะย่อยยับอับปางตามMike Enslin(?)- - ->"จุดจบของชีวิตหรืออวสานโลก(?)"

มองเผินๆ 1408 คือห้องที่สุดเฮี้ยนและน่ากลัว
แต่บางที 1408 อาจเป็นสัญลักษณ์ของวัฏจักรมนุษย์ ที่ก่อกรรมทำเข็ญและเวียนว่ายตายเกิดอย่างไม่รู้จักจุดจบก็เป็นได้...





The Brave One




เจ๊เอา "ลูกซอง" มาฝาก....


***คำเตือน : มีสปอยล์ตอนจบ...และผู้เขียนขี้เกียจทำแถบดำจ้า***

เรื่องย่อ...หนังตัวอย่างเล่าไปหมดแล้ว
เพราะฉะนั้น กระผมขอละไว้ในฐานที่น่าเห็นใจคนเขียนและคนอ่านบล็อกละกัน(เขียนยาวเกินไปแล้ว ช่วยลูกด้วย....)



สิ่งที่ติดมาจากในโรง

พล็อตหนังว่าด้วยการแก้แค้น จากเหตุการณ์ที่พลิกชีวิตคนนึงไปทั้งชีวิต
เป็นพล็อต Cliche' ที่ไม่รู้สร้างมากี่ร้อยกี่พันเรื่องแล้ว
ซึ่ง The Brave One ก็เข้าข่ายหนังพวกนั้นเช่นกัน

แต่อย่าเพิ่งประเมินค่า The Brave One หนังเรื่องล่าสุดของผู้กำกับนีล จอร์แดนต่ำเกินไปล่ะ
เพราะถึงแม้ตัวหนังจะมีพล็อตเรื่องที่เชยๆ ซ้ำซาก
แต่เมื่อมาอยู่ในมือของผู้กำกับที่มีฝีมือในการเล่าเรื่องที่ดี
มันก็สามารถพลิกแพลงให้กลายเป็นหนังที่น่าจดจำ และน่าสนใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ

แรกเริ่มเดิมทีตอนที่เห็นการเลือกนักแสดงมาสวมบทบาทของแต่ละตัวละคร
ตัวละครที่มีเชื้อสายอาหรับอย่าง David Kirmani(รับบทโดย Naveen Andrews หรือ "ซายิด" อดีตทหารอิรักจากซีรี่ส์ Lost)ที่เป็นคู่หมั้นหนุ่มของ Erica Bain(รับบทโดย Jodie Foster) ...
ทำให้ผมคิดลึกไปว่า นี่อาจเป็นหนังที่เปรียบเปรยถึงภาวะหลังเหตุการณ์ 11 กันยาฯ
แต่เมื่อได้ดูจริงๆ จนจบเรื่องแล้ว
The Brave One กลับเป็นหนังที่เน้นไปที่เรื่อง ความกดดันของคนที่ผ่านการถูกย่ำยีชีวิตมามากกว่า
เมื่อระบบกฏหมายไม่เอื้ออำนวยให้พวกเขาได้เอาคืน
ระบบศาลเตี้ย ตัดสินกันที่ลูกซอง จึงจำเป็นที่จะนำมาใช้ให้สาสมกับสิ่งที่พวกสารเลวได้กระทำ

เป็นที่รู้กันดีว่า ระบบศาลเตี้ย ไม่ใช่สิ่งที่สังคมยอมรับเท่าไหร่นัก
และThe Brave One ก็ดูเหมือนจะไม่เข้าข้างฝ่ายไหนทั้งนั้น
แต่เมื่อมาถึงตอนจบ ผมก็อดแอบคิดไปไม่ได้ว่า...
...กับคนบางประเภท แค่ระบบกฏหมายคงไม่ยุติธรรมเพียงพอหรอก
ต้องโดนซักดอกสองดอกเสียบ้างจะได้รู้ซึ้ง
...หรือไม่ก็โดนเอาคืนจนแทบไม่ต้องรู้สึกอะไรกับโลกใบนี้อีกเลยไปตลอดชีวิต

นอกจากประเด็นเรื่องการแก้แค้นโดยใช้ศาลเตี้ยที่หนังนำเสนอไปแล้ว
ในส่วนของ Erica Bain คาแรกเตอร์หลักของหนังเรื่องนี้
ยังได้แสดงถึงภาวะ"คนแปลกหน้า"ที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวของเธอ
คนแปลกหน้าที่ว่า นอกจากหนังจะสื่อมาตรงๆ ว่า มันเกิดขึ้นหลังจากที่เธอและแฟนหนุ่มถูกทำร้ายในอุโมงค์ ใกล้ๆ กับ Stranger's Gate แล้ว
ยังแสดงให้เห็นในชัดเจนทันทีหลังเหตุการณ์ร้ายนั้น
ด้วยการเปลี่ยนให้ Erica Bain ดีเจสาวที่เคยอัธยาศัยดีและมองโลกในแง่บวก(บวกขนาดไหนก็คิดดู ขนาดคนอเมริกันที่มีเชื้อสายตะวันออกกลางเธอก็ยังคบเป็นแฟน...)
กลับกลายเป็นคนที่หวาดระแวงและเกลียดกลัวโลกภายนอก
กว่าที่เธอจะออกมาเผชิญโลกแห่งความจริงข้างนอกได้ ก็ใช้เวลานาน
แต่เมื่อออกมาจริงๆ เธอก็กลับกลายเป็นหญิงห้าวและเหี้ยมที่ตัดสินคนเลวด้วยปืนเล็กๆ กระบอกหนึ่ง
เรื่องการแสดงของ โจดี้ ฟอสเตอร์ กับบทบาทนี้....แน่นอนครับหายห่วงได้
จะว่าไปมันก็ออกจะเป็นคาแรคเตอร์ประจำตัวของโจดี้ ฟอสเตอร์ด้วยซ้ำไป...
หากแต่เรื่องนี้นอกจากความแข็งแกร่งแล้ว เธอยังต้องใส่ความอ่อนแอทั้งทางร่างกายและจิตใจลงไป เพื่อให้เข้ากับบุคลิกของหญิงแกร่งและห้าว แต่อ่อนแอเหลือเกินที่จะบังคับให้ตัวเองอยู่ในกรอบศีลธรรมของสังคม เพราะทันทีที่เธอเจอใครหน้าไหนที่เลวชาติ...เธอก็พร้อมจะฆ่าให้ตาย ณ บัดnow

กว่า "คนแปลกหน้า" จะกลับมาเป็นคนเดิมได้
เธอก็ต้องผ่านบททดสอบครั้งสุดท้าย
เมื่อกระสุนนัดนั้น(ที่น่าจะเป็นนัดสุดท้ายด้วย)
ต้องทะลุทะลวงเข้าไปในร่างกายของคนที่ไม่ใช่"คนเลว"และ"คนแปลกหน้า"
แต่กลับเป็นคนที่เธอรู้สึกดีและเข้าใจในตัวเธอ...

กระสุนนัดนั้น...เหมือนได้ทำให้เธอตระหนักว่า
แต่ละชีวิต ไม่ว่าจะดีชั่วเพียงไร ก็ไม่ควรที่จะตัดสินคนทั้งชีวิตด้วยลูกซอง
สิ้นเสียงกระสุน เธอวิ่งไปอย่างเคว้งคว้างเหมือนคนหลงทาง...
ก่อนจะกลับมาในอุโมงค์เดิมที่ทำให้เธอกลายเป็น"คนแปลกหน้า"
เธอยืนร้องไห้อย่างเดียวดาย มีเพียงเจ้าหมาน้อยที่เคยหายไปและจำเธอไม่ได้ในครั้งแรกที่พบกัน วิ่งตามมา

เธอ(และผม)ได้แต่หวังว่า เจ้าหมาตัวนั้นคงจะจำเธอได้ในฐานะ Erica Bain ไม่ใช่ "คนแปลกหน้า" อีกต่อไป........





Shoot'Em Up




ผมเอา "แครอท" มาฝาก....



แรงจูงใจที่ทำให้ไปดูหนังเรื่องนี้ คิดว่าคงเหมือนหลายๆ คนครับ
เนื่องจากไม่รู้จักตัวผู้กำกับเลยให้ตายเหอะ! แต่การที่มีดารานำสุดเท่ห์ทั้ง 3 ท่านนั้นก็เพียงพอแล้ว ที่จะทำให้ใครบางคนเยื้องยาตรเข้าไปดูในโรง......


สิ่งที่ติดมาจากในโรง
1. กร๊ากกกก อารายกานว๊า........
2. เอาจริงเหรอเพ่........
3. ซี๊ดดดดดดดดด.......
4. มั่ยจิงอ้ะ(จงใจเขียนวิบัติ!)......
5. โหว สุดยอดดดด เอาเลยเพ่ เอาเล้ย....ไม่ต้องสนใจอะไรกันอีกแล้ว เอาเล๊ยยยย!

จบจ้า......



อ่ะ ล้อเล่น....

Shoot'Em Up เป็นหนังที่สร้างขึ้นมาเพื่อเอามันส์โดยเฉพาะ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะคำนึงถึงตรรกะความมีเหตุมีผล(ซึ่งในหนังก็มีบ้าง)
ก็โปรดโยนมันทิ้งไปเหอะ ... เพราะแค่ขึ้นเรื่องมา หนังก็ประกาศตัวเองถึงลูกบ้าของผู้กำกับ+คนเขียนบทและนักแสดงกันเต็มที่......
เป็นหนังบู๊ที่ดูแล้วฮาครับ และคาแรคเตอร์ Smith ของไคลฟ์ โอเว่น ก็ติดตาชิบหาย กับมาด "เพชฌฆาตญาติกระต่าย" ที่กินและใช้แครอทสังหารผู้คนเป็นว่าเล่น เอิ๊ก ๆ คิดไปได้....

ในเมื่อหนังมันกล้าบ้า ผมก็กล้าที่จะสนุกกับมันครับ...
แต่ Shoot'Em Up ก็เป็นอีกเรื่องที่ดูจบแล้วก็จบกัน แต่บันเทิงเหลือเกินในขณะดู!



Create Date : 01 ตุลาคม 2550
Last Update : 1 ตุลาคม 2550 7:59:59 น. 30 comments
Counter : 1134 Pageviews.

 
อ๊ะ เจิมๆไว้ก่อนละกัน
เดี๋ยวย้อนกลับไปอ่าน


โดย: Unravel วันที่: 1 ตุลาคม 2550 เวลา:8:06:27 น.  

 
โอ้ววว อ่านจบแล้น
ยังไม่ได้ดูสักเรื่องเลยที่เขียนมา
เรื่องแรก บ้านผีสิง นี่ไม่ดูแน่ๆ
เพราะกลัวผีระดับขึ้นเซียน ฮ่าๆๆ
แค่ดูไตเติลมันในโรงผมก็ปิดหู ปิดตาแทบแย่แล้ว
(ทุกเรื่องแหละ ไตเติลหนังผีมาทีไรก็ปิดตาก่อนเลย)

สายลับฯ ก็ไม่ได้ดู เพราะไม่มีเวลาไปดู จริงๆก็อยากดูนะ แต่ไม่ได้ want มากมาย ประกอบกับเป็นช่วงสอบเลยไม่ได้ไปซะที

1408 ฮ่าๆๆ ยิ่งไม่ไปดู เพราะไม่เคยได้ยินชื่อนี้เลย

The Brave One นี่เห็นตัวอย่างแระ เจ๊ Jodie Foster นี่แกแสดงแต่บทแบบนี้เหรอ ทำให้อดนึกไม่ได้ว่าเจ๊แกแสดงเป็นตัวละครตัวเดียวแต่จับใส่ลงในหนังหลายๆเรื่อง

Shoot'Em Up นี่หันไปมองเพื่อนข้างๆว่า หนังไรว่ะ ตั้งแต่เห็นโฆษณามันแล้ว


โดย: Unravel วันที่: 1 ตุลาคม 2550 เวลา:8:17:57 น.  

 
อ่านแล้วอยากดูเรื่อง Shoot'Em Up เลยค่ะ อยากรู้จัก "เพชฌฆาตญาติกระต่าย" ^ ^ (คิดได้ไงเนี่ย คำนี้...แค่อ่าน ไม่ได้ไปดูหนังยังขำเลยค่ะ)


โดย: แค่ก้อนหินที่อยากบินได้ วันที่: 1 ตุลาคม 2550 เวลา:8:25:03 น.  

 
หวัดดีคะพี่เติ้ง
ได้ดูแค่2 เรื่องแรก ที่ตรังชอบเอาหนังไทยเข้าโรงก่อนหนังอื่น (ที่นี่มีอยู่โรงเดียว หุหุ)

+บ้านผีสิงหนูผิดหวังนิดๆ ตอนแรกนึกว่ามันจะหลอนกว่านี้ ดูๆไปต้นเรื่องเริ่มเดาเรื่องออกแล้ว มันเลยน่าเบื่อไปนิด
ปล. แต่หนูชอบพี่เอก ชมนันท์มาก(เขียนชื่อเค้าไม่ถูกนะ^^) อิอิ

+สายลับจับบ้านเล็ก
เรื่องนี้ดูเพราะคนกำกับ , คนเขียนบท และพี่ซันนี่ อิอิ มันคล้ายๆกับสายล่อฟ้าเหรอคะ หนูไม่เคยดูสายล่อฟ้าเสียด้วย
แต่หนูชอบสไตน์ของผู้กำกับคนนี้ ชอบมาตั้งแต่แฟนฉัน และ เพื่อนสนิท แถมเรื่องนี้พี่ซันนี่เล่นดีมาก ไม่เหมือนตอนเพื่อนสนิทยังดูแข็งๆ
ปล. เรื่องนี้ทำเอาหนูหัวเราะทั้งน้ำตา

ส่วนเรื่องล่างๆ หนูยังไม่มีโอกาสดูเลยคะ คงจะไม่ได้ดูแล้วด้วย เหอะๆ
แต่เมื่อวานเพิ่งไปดู ผีชีวะ มา ^^

ปล.รัก๋ษาสุขภาพด้วยนะคะ



โดย: pangz วันที่: 1 ตุลาคม 2550 เวลา:10:15:37 น.  

 
แวะมาอีกครั้งเพื่อบอกว่า
ฝากบล๊อกด้วยนะคร้าบ....
ผมจะหนีไปสูดอากาศเมืองปายสัก 4-5 วันล่ะ
เลยอัพหิมาลัยอีกตอนทิ้งเอาไว้
ขอบอกว่ายาวมากกกกกกกกกกกกกก...
ถ้าว่างๆ นึกอยากปั้นหิมะเล่นเมื่อไหร่ก็เข้าไปอ่านได้ละกันครับ


โดย: Unravel วันที่: 1 ตุลาคม 2550 เวลา:11:15:53 น.  

 
กรี๊ดดดดดดดด เจ้าต้น อย่ามาปรามาสป้าโจดี้ของพี่นะ เรื่องนี้ลึกล้ำกว่า Flightplan อะไรเทือกนั้นเยอะ


จากลิสต์นี้ยังไม่ได้ดูบ้านผีสิง กับ 1408 ซึ่งอยากดูเรื่องหลังมากกว่า (แต่เรื่องแรกก็อยากดู ทราย เจริญปุระ นะ) เมื่อเทียบดูเสียงจากคนที่ไปดูกันมาเรียบร้อยแล้ว (และมันก็ใกล้จะออกแล้วด้วย ฮือๆ เงินไม่มาซะที)

สายลับจับบ้านเล็ก ก็อย่างที่ผมบ่นไปมหาศาลในกระทู้แล้ว คือมันเป็นหนังที่ทำให้ออกมาดีกว่านี้ได้แต่เสือกไม่ทำ มัวแต่จะคาเฟ่หลอกแดกอยู่นั่นแหละ ยิ่งตอนท้ายๆที่มันมาอีนุงตุงนังกันนะ คนอื่นอาจจะฮา (ก็ยินดีด้วยที่คุณเป็นคนไม่คิดมากเวลาดูหนังจำพวกนี้) แต่ผมดูแล้วขมขื่นมาก เพราะมันไม่มีเหตุผล ไร้ที่มาที่ไป บ้าบอคอแตกมากๆ

The Brave One ผมไม่ทันเห็น Stranger's Gate นะ แต่ผมชอบเรื่องนี้มากมาย ไม่ต้องพูดอะไรกันอีกแล้ว กรี๊ดๆๆ

ปิดท้ายที่ Shoot'Em Up อันนี้คือตัวอย่างของการทำหนังให้บ้าสุดขั้วชั่วหลุดโลก คือมันบ้านะ แต่ว่าเส้นเรื่องมันยังดำเนินไปตามครรลองของมัน (แม้ว่าบางอย่างจะดูมักง่าย แต่ก็เป็นไปเพื่อ serve คว่ามบ้าของเรื่อง - ต่างกับกรณีของสายลับจับบ้านเล็กอย่างสิ่นเชิง อย่ามาหาว่า double standard ล่ะ) ตัวบทก็ถือว่าแข็งแรงในระดับหนึ่ง คือมันไม่ใช่สักแต่เขียนขึ้นมาหลวมๆ เพื่อเอื้อให้มีฉากยิงกัน (เหมือนที่หนังไทยชอบทำ) แต่มันยังเสียดสีสังคมอเมริกันไปในตัวอีกด้วย สรุปคือหนังเรื่องนี้ดูแล้วบันเทิงในอารมณ์มาก และเหมาะเหลือเกินที่มาเข้าฉายในช่วงที่ชาวบ้านเพิ่งจะสอบเสร็จ เพราะแก้เครียดได้ชะงัดนักพี่น้อง


โดย: nanoguy วันที่: 1 ตุลาคม 2550 เวลา:12:34:49 น.  

 
สอบเสร็จแล้วคึกคักกันน่าดูนะเด็กๆ
เจ้าต้น
- อ่านไวมั๊กมาก
- หนังเรื่องนี้ของโจดี้ ฟอสเตอร์ จริงอยู่ครับว่าเป็นแคแรกเตอร์ที่เราเห็นจนเฝือ แต่หนังเรื่องนี้ก็มีวิธีการเล่าเรื่องการนำเสนอที่น่าสนใจ จนทำให้หนังที่มีพล็อตธรรมดา กลายเป็นหนังไม่ธรรมดาไปซะงั้น ดูดีกว่า Flight Plan เย้อออ....
- ยิงแมร่งเลย เป็นหนัง"บ้า" ที่พี่ชอบครับ
- เดี๋ยวจะแวะไปปาหิมะหลังเที่ยงคืนงับ...อิจฉาคนใกล้ปายจริงๆ วุ้ย...ว่าแต่ปายกับใครอ่ะ

คุณ ก้อนหินที่อยากบินได้
- 555 แต่บางคนไม่ชอบก็มีนะ ถ้าไม่ชอบอะไรเว่อร์ๆ Shoot'Em Up ก็ไม่ใช่แนวคุณแน่นอนครับ แต่ผมว่ามันเว่อร์และบ้าได้ใจมาก

น้อง แปง
- อยู่ต่างจังหวัดก็ต้องทำใจอ่ะ คงเป็นเหมือนๆ กันอ่ะครับ จะเน้นแต่หนังไทยกับหนังจีน หนังฝรั่งก็มาแต่โปรแกรมยักษ์ๆ โชคดีที่จังหวัดพี่โรงหนังเค้าค่อนข้างเลือกหนังหลายแนวมาให้ดู เลยทำให้บ้าหนังตั้งแต่เด็ก....(ขนาดหนังอย่างฝันบ้าคาราโอเกะ My Best Friend's Wedding พี่ก็ได้ดูที่โรงบ้านเกิดนี่ล่ะ)
- พี่ชอบทรายกับหญิงฌัชชา ครับ...ทรายเล่นดีเหมือนเิดิมแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้หนังรอดจากการ"ร่อแร่"ได้
- เอ้อ...ลืิมเขียนชมซันนี่ว่าเรื่องนี้เค้าขโมยซีนเยอะมาก เล่นได้น่าดูชม คาดไม่ถึงกับหนุ่มคนนี้ครับ
- รักษาตลอดครับ ขอบคุณครับ ขอให้น้องโชคดีเช่นกัน(พูดอย่างกับจะลากัน หึๆ)

เจ้าตี้
- ก็เจ้าต้นยังไม่ได้ดูนี่....อย่าเพิ่งตีกัน หุๆ
- เ่อ่อ...ลืมบอกไป พี่เฉยๆ กับ 1408 นะ แต่ชอบสไตล์การเล่าเรื่องหนังที่ไม่ฮอลลีวู้ดเกินไปอ่ะครับ เห็นเขาบอกว่ามีตอนจบอีกแบบที่มัน Dark กว่านี้ก็อยากดูนะ น่าจะดีกว่าตอนจบแบบบ้านเรา...
- แต่พี่ยังพอสนุกอยู่ค้าบ สนุกอย่างมักง่ายอ่ะ หุๆ
- ตรอกที่นางเอกกับแฟนเขาเดินเข้าไปอ่ะครับ...ซึ่งมันมีจริงๆ ที่เซ็นทรัลปาร์ค(ที่จริงที่นี่ค่ำๆ มันก็น่ากลัวอยู่แล้วนะ ไม่รู้จะเข้าไปทำไม???)มีรูปมาฝากจ้า Stranger's Gate ตรอกมรณะจาก The Brave One...


- เป็นหนังบ้าๆ ที่ดูแล้วเบิกบานเหลือเกินครับ 555 ชอบแครอทจริงๆ ให้ตายเหอะ หึๆ


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 1 ตุลาคม 2550 เวลา:18:27:37 น.  

 
เหอๆๆ ไม่มีทุยวิชั่น เลยไม่ได้ดูรายการนั้นน่ะสิครับ ฮือๆ


โดย: nanoguy วันที่: 1 ตุลาคม 2550 เวลา:19:02:19 น.  

 
+ ตอบไม่ทันง่ะเติ้ง เฮียขอแปะไว้ก่องน้า เด๋วพรุ่งนี้บ่ายๆ มาอ่าน & ตอบคร้าบ (ตอนเช้ามีประชุม)


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 1 ตุลาคม 2550 เวลา:21:20:26 น.  

 
บ้านผีสิง ไม่ดู...กัว

บ้านเล็กบ้านน้อย ไม่ดูด้วยเหตุผลเดิมๆ ..ไม่ชอบนางเอก 55

1408 หลอนใช้ได้แต่มันแบบ ผีอเมริกั๊นอเมริกันเนอะ ชอบตอนที่เค๊าลิงค์เรื่องจมน้ำอ่ะ..สุดยอด

เดอะ เบรฟ วัน หัวใจเธอหาญกล้า ก็โอเคและกรี๊ดหญิงแกร่งโจดี้ ฟอสเตอร์

ยิงแ_'งเลย..สนุก ฮา บ้า..ขำ มันส์ มุขแครอทกระซวกวิญญาณเนี่ย สุดยอดจริงๆคนคิด...พี่ไคลฟ์ โอเวนก็เท่+เหี้ยมสุดๆ



โดย: renton_renton วันที่: 2 ตุลาคม 2550 เวลา:2:21:41 น.  

 
เพิ่งไปดู Body # 19 มา...(เมื่อรอบห้าทุ่มกว่าๆ)
คาดว่าคงทำให้"มันติดมาจากในโรง" โปรเจ็คท์ต่อไปน่าจะเขียนภายในสัปดาห์นี้อย่างรวดเร็วฮับ หุๆ ฝากพี่ๆ น้องๆ ไปดูแล้วค่อยมาเสวนา(หรือเถียง)กันเน้อ....

ตอบจ้า...ยังไม่นอน
เจ้าที่
- อ๊าววว...แล้วตกลงได้ดูยังครับ "อจินไตย" ที่ผู้กำกับหนังสั้นเขาได้แรงบันดาลใจจากจดหมายลาตายของเพื่อนที่ฆ่าตัวตายอ่ะครับ พี่ชอบเรื่องนี้มากเลย ว่าจะคุยกับตี้ซักหน่อย เห็นดูหนังสั้นเยอะเหมือนกันนี่

เพ่วิน
- วันจันทร์งานยุ่งนิครับ ของผมวงจรอุบาทว์กำลังจะหมดรอบโคจรแล้วครับ คงกลับมาใช้ชีวิตปกติเหมือนชาวบ้านเค้าได้เหมือนเดิมอีกสักระยะ ...

คุณ renton
- อ๊าวว...กัวผีเหรอครับ แต่ผมว่าบ้านผีสิงมันไม่น่ากลัวเลยนะครับ แต่อย่าดูเลยครับ หุๆ
- กร๊ากกกก...เป็นคนแรกที่นะครับที่บอกไม่ชอบ เอ่อ... น้องเค้าเคยเป็นลูกค้าที่ร้านผมอ่ะครับ ตอนนั้นกับตอนนี้เกือบจำไม่ได้...
- เรื่องจมน้ำก็โอครับ...แต่ผมอยากดูอีกเวอร์ชั่นที่จบไม่แฮปปี้อ่ะครับ
- 555 คุณ renton เป็นเฟมินิสต์นี่เอง....
- มันช่างกล้าแต่ทำได้ถึงครับ... Hot Fuzz ก็บ้ามากเหมือนกัน คิดว่าคุณ renton คงได้ดูแล้วมั๊ง...



โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 2 ตุลาคม 2550 เวลา:4:33:15 น.  

 
+ เจงๆ เฮียเขียนผิดอ่ะครับ อ่านจบตั้งกะเมื่อวานแล้วตะหาก แต่เนื่องจากดึกเกินลิมิตไปนิด และคิดว่าคงจะเขียนยาว ก็เลยตอบไม่ทันอ่ะครับ แหะๆ
+ อ้าว! ไม 'วงจรอุบาทว์' หมดรอบอ่ะคับ? (เด๋วค่อยถามหลังไมค์ละกัน)
+ เชื่อในความพยายามแล้วครับ ... ก็เล่นจองพื้นที่ไว้ตั้งแต่เที่ยงคืนฝ่าๆ แต่กว่าจะอัพบล็อกหน้านี้เสร็จก็ปาเข้าไป 8 โมงเช้าเนี่ย! เขียนทั้งคืนเจงๆ หุๆ

+ บ้านผีสิง - โชคดีที่ไม่คิดจะดู (อยู่แล้ว) หุๆ
+ สายลับจับกิ๊ก - เสมอตัวครับสำหรับพี่ ดูได้แบบผ่านแล้วผ่านเลย คงเป็นเพราะอ่านข้อมูลลบๆ ไปเยอะเหมือนกัน เลยทำใจไว้ล่วงหน้าแล้ว
... หนังมันเป็นอารมณ์การ์ตูนเว่อร์ๆ ไปหน่อย แทบทุกตัวละคร (ยกเว้นซันนี่) ก็เลยโอเวอร์แอ๊คติ้งกันซะหมด ส่วนอารมณ์ดราม่าก็เลย 'ไม่ได้' ... ส่วนโรแมนติคน่ะ โออยุ่ แต่ตรรกะก็ไม่ได้อยู่ดี ... แต่กับในส่วนตลกที่น่าจะเป็นส่วนที่ดีของหนังเรื่องนี้ เฮียดันแค่ขำบ้าง แป้กบ้างกับหลายๆ มุกอ่ะครับ (มุกที่ไม่ปลื้มคือมุกแนวคาเฟ่ โป๊งชึ่งกับมุกคำหยาบของแจ๊ค)

+ 1408 - หุๆ นับว่าเติ้งช่างตีความหนังเรื่องนี้ออกมาได้ลึกมากมาย ... พอดีพี่ดันคาดหวังมากไปนิด ... จริงๆ แล้วก็ชอบในหลายๆ ส่วน หลายๆ อารมณ์หลอนที่หนังใส่เข้ามานะครับ และชอบตรงที่หนังพูดถึงผู้ชายคนนึงซึ่งแทบไม่เหลือแล้วซึ่งความศรัทธา และความเชื่อในงานที่เค้าทำอยู่ ... แต่กับอีกหลายๆ มุกในหนัง มันดูหลุดโลก หรือเหวอมากเกินไปหน่อยอ่ะครับ ... ก็เลยทำให้เฮียอินไม่สุด แต่พี่จอห์น คูแซ็ค ก็ยังเอาหนังทั้งเรื่องได้อยู่เช่นเดิม

+ The brave one - แล้วไมเกิดขี้เกียจทำแถบดำขึ้นมาซะงั้นล่ะครับ เหอๆๆ ... พล็อตแนว ผู้ถูกล่า พลิกบทบาทกลับมากลายเป็น ผู้ล่า เนี่ย เด๋วนี้ก็ดูดาดๆ เนอะ (พอดีเฮียเคยอ่านเรื่อง 'ล่า' ฉบับนวนิยายตั้งกะเดะๆ แว้ว) ... แต่ที่ชอบคือธีม 'คนแปลกหน้า' อีกคนในตัวนางเอก และการมองเห็นเมืองๆ เดิมด้วยสายตาที่แปลกไปอ่ะครับ ... โจดี กลายสภาพ (ทางอารมณ์) ได้ดี (เหมือนเคย) ส่วนเทอเรนซ์ ฮาเวิร์ด ก็เล่นได้อบอุ่นดี ไม่โดนนางเอกข่มหรือขโมยซีนอ่ะครับ

+ Shoot'Em Up - หุๆ ใน 5 เรื่องที่เติ้งยกมาคุย เฮียชอบเรื่องนี้ที่สุดแหละ อ้ายเจ้า "มือปืนบั๊กบันนี่" ช่างเสียสติระห่ำได้ใจซะเจงๆ, แม่หญิงงามเมือง D.Q. ก็เอ็กซ์แตกซะ , ส่วนลุงพอล จิอาแมตติ นานๆ จะเห็นแกบ้าหลุดโลกซะที แต่บทจะเหี้ยม ก็เอาเรื่องเลยทีเดียว ... ชอบมากมายหลายมุกในหนังเรื่องนี้ครับ (คือออกแนวการ์ตูนก็จริง แต่ทำได้มันส์, ฮา, เท่ห์ ถึงอารมณ์อ่ะครับ)

+ เด๋วจะถามเรื่อง Body#19 นะคับ ... คือเฮียไม่ถึงกับชอบหนังตัวอย่างน่ะครับ แต่ที่อยากดูเรื่องนี้เพราะคนเขียนบทคือคุณมะเดี่ยว กับคุณเอกสิทธิ์ (12 เกมสยาม) อ่ะแหละ (ซึ่งก็เลยหนีไม่พ้นความโหดงัย ... แต่มันก็น่าจะมีอะไรซ่อนอยู่ในนั้นง่ะ)


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 2 ตุลาคม 2550 เวลา:18:21:44 น.  

 
ได้ดูแค่ห้องผีแตก(รึเป่าหว่า) กับยิ่งแมร่งเลย ผมชอบเรื่องหลังโคตๆครับ ให้ฟามรู้สึกเหมือนกับดูเรื่องCrankเลยฮ่ะ คือหยุดแล้วตสบ...


โดย: BloodyMonday วันที่: 2 ตุลาคม 2550 เวลา:19:48:50 น.  

 
มาตอบ
เพ่วินตอบทั้งหน้าไมค์และหลังไมค์เลยทีเดียว
-
- ทราบแล้่วเปลี่ยน....
- อันนี้ก็ทราบแล้วเปลี่ยน อ้อ มีเพิ่มเติมครับ ช่วงเกือบ 8 โมงรู้สึกผมจะมาแก้ไขอะไรสักอย่างครับ มันเลยขึ้นเวลานั้นแทน....

- บ้านผีสิง ดูแผ่นจิครับ หุๆ
- อ่ะจ้า
- เฮียจอห์น แกเก่งครับ
- เคยดู Hustle & Flow ของ เทอร์เรนซ์ ฮาวเวิร์ดยังครับ แนะนำให้หามาดูครับ เป็นอีกเรื่องที่ผมชอบมาก(แผ่นเช่าของค่ายแปฯ และมีแต่วีซีดีเท่านั้นครับ)
- Clive Owen ทำซะอึ้งเหมือนกันครับ ส่วนเจ๊โมนิก้า เรื่องนี้เธอบวมๆ แปลกๆ อ่ะครับ
- ดูจบแล้ว ผมกลับรู้สึกว่ามันไม่โหดอย่างที่คิดครับ เป็นหนังแนวทริลเลอร์+จิตวิทยา(เกือบชั้นดี)มากกว่าครับ
ดูจบแล้วนึกถึงพี่ผมฯทันที น่าจะเป็นเคสที่น่าสนใจครับ
ปล. แนะนำให้ไปดูครับ บอดี้ ทำดีใช้ได้ทีเดียวเชียว


คุณ BloodyMonday
- เรื่อง Crank ก็โคตรบ้า แต่ผมไม่ค่อยชอบครับ มันอุตลุดชุลมุนเกินไปอ่า

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์จ้า


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 3 ตุลาคม 2550 เวลา:2:57:55 น.  

 
อีกกระแสบอกว่า บอดี้ ไม่ดีนะ
แต่วันนี้ผมจะไปดูฟรีละ ของ starpics



โดย: nanoguy วันที่: 3 ตุลาคม 2550 เวลา:4:18:42 น.  

 
ดูฟรี(หรือถูกกว่าชาวบ้าน)ประจำเลยนะน้อง

พี่เดาทางตี้ไม่ออกอ่ะ ไม่รู้ว่าจะชอบ(หรือเกลียดไปเลย)รึเปล่า

แล้วค่อยมาว่ากันครับ...


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 3 ตุลาคม 2550 เวลา:4:32:00 น.  

 
หนังไทยคงอีกนานกว่าจะได้ดูในโรง คงต้องรอแผ่นออกอีกตามเคยอ่ะ

1408 เห็นดีวีดในร้านแถวบ้านแล้ว ที่เค้าว่าเป็นเวอร์ชั่นพิเศษ มีเฉลย มีตอนจบสองแบบ โฆษณากันน่าดู เดี๋ยวจะไปยืมมาลองชมนะคะ

ส่วนเรื่องอื่นๆ ออกโรงที่นี่ไปหมดแล้ว ก็รอแผ่นออก จะทยอยๆดู จะว่าไปก็อยากดูพี่ไคลฟ นะ ท่าจะออกแนวฮาอ่ะ

ขอบคุณที่มาเล่าให้ฟังเน้อ


โดย: other places IP: 72.84.235.34 วันที่: 3 ตุลาคม 2550 เวลา:7:47:09 น.  

 
^
^
^
คุณother places อยู่ต่างประเทศเหรอครับ
อย่าว่าสอดรู้เลยนะครับหุๆ

แต่ถ้าอยู่ในไทย สงสัยอ่ะครับว่าร้านดีวีดีร้านนั้นอยู่แถวไหนเอ่ย(ใช่แถวรัชดาป่ะครับ)
เพราะอยากดูอีกเวอร์ชั่นเหมือนกันครับ...


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 3 ตุลาคม 2550 เวลา:7:55:20 น.  

 
รูปน้อง "สายลับ" นักน่ะ น่ารักเเฝกเซ็กซี่นิดๆ นะ
ที่ได้ลงมาในบล็อกนี้ ทั้งหมด ยังไม่ได้ดูเลย
อยากดูเรื่อง 1408 Shoot'em up และ The brave one 3 เรื่องนี่ผมว่า
น่าดูนะ
แต่ได้ไปดูเรื่อง Resident EVIL มาแล้ว
มันส์ นะ แต่ก็มีหลายอย่างที่ทำให้เสียอารมณ์ ง่ะ (ทำให้หนังดูด้อยลงไปเยอะ)
มันขัดๆ นิดๆ นะอย่าง...นางเอกมีพลังวิเศษ
ไหง มีการสั่งด้วยคอมให้หยุดทำงานได้ซะงั้นน่ะ


ป.ล.
ช่องคอมเม้นส์ มันดูอยากๆ นะ
เวลาพิมพ์มันดูไม่เห็นเลยอะ (ยิ่งพิมพ์ไม่เก่งอยุ่ด้วยง่ะ)
ลองเปลี่ยน สีตัวหนังสือได้ม้ายอ่า


โดย: haro_haro วันที่: 3 ตุลาคม 2550 เวลา:17:07:27 น.  

 
โผล่มาแชท (วันนี้มาย่ำค่ำไปหน่อย โทษทีฮับ ป่านนี้เติ้งคงออกไปปฏบัตหน้าที่เรียบโร้ยแล้น)
+ หุๆ พี่จะเป็นคนแบบว่า ... ถ้าเป็นหนังที่ไม่อยากดู พี่ก็จะไม่ดูเลย แม้จะเป็นแผ่นก็ตามอ่ะครับ ขี้เกียจเสียเวลา + เสียอารมณ์ (คงเหมือนกับคนแหละครับ ... ถ้าใครที่พี่คิดว่า 'ไม่' แล้ว อย่างที่เคยเล่าให้ฟัง พี่ก็จะถือว่าไม่รู้จักกันซะเลยจะดีกว่า )
+ เฮียชอบจอห์น คูแซ็คจากหลายๆ เรื่องเลยครับ แต่ถ้าเป็นหนังแนวเดียวกับ 1408 ก็ต้องนี่เลยครับ ... Identity (เจ้าพ่อเซียนหนังอย่างเติ้ง คงดูไปแว้วมั้ง)
+ หนังแผ่น ... แหม ก็รู้ๆ กันอยู่ หุๆ ... แต่ไว้จะหามาดูละกันนะครับ Hustle & Flow เนี่ย เพราะเห็นหลายคนก็แนะนำไว้เหมือนกันอ่า
+ ไคลฟ์ โอเว่น มาดคล้ายๆ ในเรื่อง Sin City อ่ะครับ แต่ใน 'ยิงแม่งเลยนี่ กวนทีนส์กว่ากันเย้อออ ... ส่วนเจ๊โมนิก้า (เอ๊! หรือ เลวินสกี้ ปลอมตัวมา อิๆ) บวมเจงๆ แหละครับ ในชีวิตจริงเธออาจกำลังจะ 'มีน้อง' รึเปล่าคับ? เอิ๊กๆ
+ หูยย! ถ้า Body เป็นแบบนั้นก็น่าดูอ่ะครับ

+ ก็เจ้าที่เล่นดูหนังซะเป็นบ้าเป็นหลังขนาดนั้น ที่น้องเค้าหาช่องดูฟรีหรือดูลดราคา ก็สมเหตุสมผลแล้วนี่ครับ เหอๆๆ มะงั้นคงเป๋าตังค์แฟบแย่เลยอ่าน่อ

+ เออ! พี่เข้าไปตอบกระทู้ของหมอพีฯ ที่เติ้งบอกพี่ไว้เมื่อวานเย็นแล้วนะคับ (เพิ่งนึกออกตอนกลับบ้านไปแว้ว แหะๆ) ... น่าเสียดายที่กระทู้ดีๆ ตกไปข้างล่างเร็วมาก สงสัยหลังจากพี่ก็คงไม่ค่อยมีใครมาตอบแล้วมั้งคับ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 3 ตุลาคม 2550 เวลา:20:04:30 น.  

 
ดูบอดี้ฯ มาแล้วอะครับพี่เติ้งพี่วินและพี่อื่นๆ
เสียดายแทนหนังมากๆ คือทำมาดีแล้ว แต่มาชิบหายช่วงท้าย เพราะหนังพยายามหักมุม และพยายามเก็บรายละเอียดมากเกินไป

(ยิ่งช่วงท้ายหลังจากขึ้นชื่อผู้กำกับแล้ว นั่นคือ "หายนะ" ต่อหนังทั้งเรื่องเลยนะนั่น)


โดย: nanoguy วันที่: 3 ตุลาคม 2550 เวลา:23:09:14 น.  

 
ตอบรอบมิดไนท์
คุณharo_haro
- เซฟรูปน้องพีคเค้าไปดูเล่นๆ ก็ได้นะครับ อิอิ
- ผีชีวะผมคงไม่ดูแล้วครับ เป็ฯหนังไตรภาคไม่กี่เรื่องที่ผมไม่เคยดูสักภาค
- เปลี่ยนสีอักษรที่กล่องเม้นท์ไม่เป็นอ่ะครับ แต่จะรับพิจารณาอีก 1 เสียงว่าอยากให้เปลี่ยนรูปในกล่องคอมเม้นท์นะครับ...(ตอนนี้มี 3 เสียงแล้ว ขาดอีก 2 หุๆ)


เพ่วิน
- ไหงเอาหนังแผ่นไปรวมกับคนที่จะคบได้ไงอ่ะครับ หุๆ
- ได้ดูแล้วครับ Identity กำลังหาแผ่นมาเก็บอยู่ครับ
- ลองหามาดูละกันครับ
- น่าดูครับ แต่เจ้าตี้ได้ีมาเม้นต์แล้วหุๆ เดี๋ยวตามไปอ่าน(เถียง)กันครับ
- เก็บตังค์ไว้กินข้าวน่ะดีแล้วน้องเอ๊ย...
แต่ทำไมไม่โต?
- เห็นแล้วครับ รู้สึกเพ่วินจะเป็นคห.สุดท้ายเลยนะ หุๆ ว่าแต่พี่ผมฯแกจะเอาไปทำอะไรอ่ะ...???

เจ้าตี้
- พี่ว่าส่วนสำคัญที่เปิดเผยในช่วงท้าย มันจำเป็นต้องเล่าเยอะครับ ซึ่งถ้าถามว่าพี่ชอบไหม พี่ก็ไม่ค่อยชอบหรอกครับ แต่ถ้ามองว่าเขากำลังฉายให้คนไทยหมู่มากดู ซึ่งนิสัยคนไทยเนี่ย ถ้าไม่เคลียร์มากๆ ก็จะออกมาบ่นว่าหนังไม่รู้เรื่องบ้างละ หนังเข้าใจยากบ้างล่ะ
อันนี้พี่เข้าใจอย่างนี้นะครับ ว่าเขาห่วงตลาด...
แต่ขนาดมันเคลียร์มากซะขนาดนี้แล้ว ยังมีคนออกมาบ่นว่าดูไม่รู้เรื่องเลยน้อง เหอๆ
ส่วนซีนหลังชื่อผู้กำกับ....ฉากนี้พี่คิดอีกที แล้วมันจำเป็นต้องมีรึเปล่า...มันก็ไม่จำเป็นมากครับ แต่เพื่อเป็นการตอกย้ำ...กับสิ่งที่ทำให้ตัวเอกต้องเผชิญ พี่ว่าเขาคงใส่มาเพื่อให้เคลียร์มากขึ้น ว่าอะไรเป็นอะไร.....

คนดูหนังมาเยอะๆ อาจไม่ชอบอะไรที่เคลียร์ไป
แต่คนไทยส่วนใหญ่ที่ดูหนังเพื่อคลายเครียดอย่างที่เรารู้ๆ กัน เขาอาจไม่ชอบก็ได้ถ้าจบแบบให้คิดเองเกินเหตุ...

แต่พี่ว่า เขาก็ไม่ถึงขนาดจะเฉลยไปซะทุกอย่างนะครับ มีอยู่หลายอย่างเหมือนกันที่เขาปล่อยให้คนดูหนังคิดเอาเอง...


เดี๋ยวเรื่องบอดี้มีคุยยาวแน่....เพราะพี่กำลังจะได้ีไปดูเรื่องนี้(ฟรี)อีกรอบ
แล้วจะมาจัดแจงพูดเป็นฉากๆ สปอยล์ชิบหายเลยแน่นอนครับ...

ตอนนี้ใครดูแล้วก็อย่าเพิ่งพูดอะไรครับ เพราะบางคนยังไม่ดูเดี๋ยวจะเดากันได้ซะก่อน

อ้อ ... แต่พี่เดาว่าอะไรเป็นอะไรได้ตั้งแต่ต้นเรื่องแล้วล่ะครับผม เพราะฉะนั้นพี่จึงไม่สนใจจุดหักมุมของหนัง แต่สนใจวิธีเล่าเรื่องของผู้กำกับหน้าใหม่คนนี้แทน...
ส่วนบทหนังนี่มันโอเคอยู่แล้วครับ

เดี๋ยวสร้างบล็อก Body เมื่อไหร่ ตี้เข้าไปเถียงกับพี่นะครับ คงจะหนุก หุๆ


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 4 ตุลาคม 2550 เวลา:0:23:56 น.  

 
อัพบล๊อก "ชำแหละ เพื่อนกูรักมืงว่ะ" เรียบร้อยแล้วนะครับ เรียนเชิญฮา

ส่วนเรื่องบอดี้ รอไปถกยาวๆ ในบล๊อกจ้า



โดย: nanoguy วันที่: 4 ตุลาคม 2550 เวลา:2:51:29 น.  

 
เข้าไปซด ยำถั่วดำเรียบร้อยแว้วววว


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 4 ตุลาคม 2550 เวลา:12:02:45 น.  

 
แชทต่อรอบเย็น
+ ตอนนี้กำลังตัดสินใจว่าเย็นนี้จะไปดู Stradust ที่สกาล่า (รอบ 2 ทุ่ม) เลยดี หรือว่าจะรอเป็นวันเสาร์ดีง่ะ
+ Body คิดว่าคงรอดู อาจเป็นอาทิตย์หน้าวันจันทร์ถึงพุธอ่ะครับ จะเขียนหน้าสปอยล์ก็ตั้งกันไปก่อนเลยเน้อ เด๋วดูเสร็จแล้วจะตามไปอ่าน เหอๆๆ

+ มันก็คงคล้ายๆ กันแหละครับ พี่เป็นแบบนี้แหละครับ ถ้ารักก็รักจริง แต่ถ้าไม่รัก ก็อย่ารู้จักกันดีฝ่า หุๆ
+ ถ้าคุณหมอพีฯ เค้ามาตั้งคำถามเป็นการเป็นงานซะขนาดนั้น เข้าใจว่าเค้าอาจเอาไปเป็นส่วนนึงผลวิจัยแบบสำรวจเกี่ยวกับความรุนแรงในสื่อ หรืออะไรประมาณนี้ ประกอบวิชาชีพเค้าละมังครับ (เดามั่วๆ เน้อ )

เจ้า(ที่)ตี้
+ โอ๊ยยย อ่านแล้วขำ ยำ'เพื่อนฯ' ที่บล็อกตี้ ฮากริบ ฮากระจาย ฮามากมาย ขำท้องคัดท้องแข็งเจงๆ เอิ๊กๆๆ
... สงสัยว่าถ้าเฮียพจนีเกิดได้มาอ่านเข้า คุณเธอจะเกิดพุทธิปัญญาในการทำ 'หนังที่ดีกว่าหนังที่เคยดีที่สุดของพจน์ อานนท์' ออกมามั้ย หลังจากที่ตี้ชำแหละเปิดเปลือยให้เห็น 'จุดตลก' ในหนังของเค้าซะขนาดนี้อ่า เหอๆๆ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 4 ตุลาคม 2550 เวลา:17:52:59 น.  

 
ตอบหลังไมค์เพ่วินไปหมดแล้วอ่า
- งั้นเดี๋ยวรอบล็อกอลิซาเบธแล้วกันงับ
- บล็อกพี่ผมฯ อัพ บอดี้ ศพ 19 อย่างรวดเร็วแล้วนะครับ เข้าไปอ่านได้ เหอๆ


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:7:01:30 น.  

 
555555555555
ถึงคุณเธออยากทำ เธอก็คงทำได้แค่นั้นแหละพี่วิน กรั่กๆๆๆๆๆๆ
อีกอย่าง คนที่เขาเห็นว่าไม่ตลกมีเต็มพันทิปเลยเหอะ


โดย: nanoguy วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:16:54:58 น.  

 
แวะมาทักทายพี่เติ้ง
สบายดีนะคะ

ปล.ทำไมบล็อกพี่วินเข้าไม่ได้อ่า?



โดย: pangz วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:23:38:10 น.  

 
บล็อกพี่วินเข้าได้เป็นปกติสุขนะครับ
ตอนนี้พี่วินกลายร่างเป็นพ่อหมอแล้ว 555

พี่สบายดีครับ มีไอนิดหน่อย
ขอบคุณมากๆ จ้า


เจ้าตี้บล็อก ศพ 19 อัพเรียบร้อยแล้วตามไปดูได้


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 7 ตุลาคม 2550 เวลา:8:01:17 น.  

 
บ้านผีสิง
nominee of my worst film of the year!
สายลับจับบ้านเล็ก
ผมชักเริ่มเชื่อที่เขาพูดเแล้วสิครับว่า เพื่อนสนิทนั้นเป็นมายา หนูหิ่นกับบ้านเล็กนี่สิของจริง
1408
ผิดคาดไปเยอะครับ ตอนแรกนึกว่าจะได้ดูหนังสยองขวัญโหดๆ แต่พอเอาเข้าจริง กลายเป็นหนังแฝงปรัชญาไปซะนี่
ชอบครับ แต่ไม่ถึงกับชอบมาก เหมือนหนังมันไม่สุดอย่างไรไม่รู้
แต่ที่แน่ๆ คือ ชอบคุณจอห์น คูแซ็ก ทำได้ไง เล่นอยู่คนเดียว แถมเอาคนดูอยู่ทั้งเรื่อง

Shoot Em Up
เพิ่งดู Children of Men จบไป แล้วมาเจอเรื่องนี้
อารมณ์คนละซีกโลกเลยครับ
พี่ Clive แกจะงงตัวเองมั่งไหมเนี่ย

The Brave One
ผมเบื่อหนังสไตล์คุณโจดี้ ฟอสเตอร์ เลยไม่ไปดู


โดย: ฟ้าดิน วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:4:43:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หัวใจของผมทำด้วยเซลลูลอยด์คร้าบบบบบ
รายการ Blog ที่Update ล่าสุด
ชอบBlogไหนคลิกที่รูปได้เลยครับ
รีวิวซีรี่ส์ 1 Litre of Tears
คลิปเปิดตัว 24 DAY 7
เป็นตุเป็นตะกับบอดี้ ศพ 19
มันติดมาจากในโรง#3
เพลงสุดโหยหวนจากหนัง The Brave One
รีวิวซีรี่ส์ HouseMD และเฉลยปม Lost
Retro to Film - Club

เพลง เธอทั้งนั้น
ให้เจ้าหลาน Bay
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2550
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
1 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.