"You are cursed, Jack. Everything you touch, One way or another, ENDS UP DEAD !...." ประโยคกระแทกใจแจ๊ค บาวเออร์ จาก "24" Day 6
มันติดมาจากในโรง#1.....4 เรื่อง กับ 2 วัน กับหนังที่พูดถึง...หนู + เด็ก + ตุ๊ด และ สเปร์ย

"เพลงปริศนา"มีชื่อว่า Long,Long Time Ago... ลองฟังดูครับ ใครชอบดูหนังน่าจะทราบนะว่ามาจากเรื่องอะไร หึๆ (หนังในดวงใจของใครหลายคนเชียวล่ะ)
เพลงเพราะมากครับ




สำหรับผู้ใช้เน็ตความไวช้า รบกวนให้กด Pause รอจนกว่าแถบสีเทาจะเต็มสักครึ่งหนึ่งก่อนแล้วค่อยกด Play ครับ จะได้ฟังกันเต็มๆ เพลงไปเลย...



หลังจากลืมตาออกมาจาก"โรง"มาตั้งแต่หลายเดือนที่แล้ว
ก็เพิ่งได้มีโอกาสย่างกรายเข้า "โรง" อีกครั้ง
(เนื่องด้วยการทำงานไม่เอื้ออำนวยให้ดูหนังโรง เพราะสามารถรอดูแบบลงแผ่นได้เหมือนดูฟรี )
โดยผมได้ประเดิมไปกับเรื่อง Die Hard 4.0 และ Transformers

เนื่องจากเป็นคนที่ขี้เกียจ+ขี้ลืมอย่างร้ายกาจ
จึงขอละเว้นที่จะพูดถึงหนัง 2 เรื่องข้างต้นไปเสีย
มาพูดถึงหนัง 4 เรื่องที่เพิ่งดูในรอบ 2 สัปดาห์นี้กันดีกว่า...




Ratatouille




" ไม่ว่าใคร ก็ทำอาหารได้ . . . . . เรื่องของหนูตัวน้อยๆ แต่หัวใจใหญ่เบ้อเริ่ม "


"ไม่ว่าใครก็ทำอาหารได้"
คือประโยค ที่เราได้ยินในหนังหนูๆ เรื่องนี้ไม่ต่ำกว่า 4 ครั้ง...
ส่วนจะเป็นจริงหรือเปล่าไม่รู้ เพราะผมเองก็ทำได้อร่อยสุด ก็แค่ข้าวไข่เจียวหมูสับเอง

และดูเหมือนผู้กำกับ แบรด เบิร์ด (Iron Giant , The Incridible)
จะยิ่งตอกย้ำประเด็นที่ว่า "ไม่ว่าใครก็ทำอาหารได้"
ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก กับหนังเรื่องล่าสุดของเขา
เมื่อเขาเจาะจงให้ "หนู" ตัวเล็กๆ สามารถทำอาหารฝรั่งเศสได้ซะอย่างงั้น!

Ratatouille (แรท-ทา-ทู-อี)...เป็นอาหารพื้นเมืองของชาวฝรั่งเศส
คาดว่าน่าจะเหมาะกับชาวบ้านแถบชนบทครับ
เพราะวัตถุดิบการทำอาหารมีแต่ผัก ผัก และผัก

หน้าตาจริงๆ ของแรททาทูอีเป็นอย่างนี้...
เคยอ่านผ่านๆ ในห้อง"ก้นครัว" เค้าบอกว่ารสชาติคล้าย ผัดเปรี้ยวหวาน....จ้า...



ซึ่งจะว่าไป ไอ้อาหารชาวบ้านๆ นี่ล่ะที่จะทำให้อร่อยจริงๆ นั้นทำยากแสนยากที่สุด
ไม่ต้องอะไรเลย แค่"ไข่เจียว" บ้านเรา
จะทำให้อร่อยจริงๆ ก็ต้องมีเทคนิค ลีลากันบ้าง
ใช่ว่าจะตอกไข่ ตีไข่ ลงทอดน้ำมัน แค่นี้เสียเมื่อไหร่(แต่ผมก็ทำกินแค่เนี้ย ไม่ได้มีเทคนิคอะไร กินไม่ได้ก็ อด..)

และดูเหมือนว่าหนัง Ratatouille จะเอาจุดนี้มาเล่นให้เป็นไคลแมกซ์ในช่วงท้ายเสียด้วย...

ตัวหนังได้สร้างตัวละครตัวหนึ่งขึ้นมา เป็นนักวิจารณ์อาหาร(นามว่าอะไร ก็ลืมไปเสียแล้ว)
ที่ดูเหมือนว่าจะตั้งแง่อคติกับ "กุสโต้" พ่อครัวชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงซะเหลือเกิน
อาจเป็นไปได้ว่า เพราะ กุสโต้ มักทำแต่อาหารเลิศหรู หน้าตาสวยงาม
ให้บรรดาชนชั้นสูงมีระดับ รับประทาน...

ในขณะที่ นักวิจารณ์ท่านนั้น อาจมีปมที่ตนเองเกิดมาในชนบท
มีความเป็นอยู่ที่แร้นแค้น จึงเอาความรู้และชื่อเสียงเรื่องการชิมอาหารของตน
มากลั่นแกล้งกุสโต้ จนทำให้เขาต้องตรอมใจตาย...

โดยส่วนตัว ผมมองว่านักวิจารณ์ท่านนี้ ไม่ใช่นักวิจารณ์ที่ดีนัก
แค่การใช้อคติส่วนตัวในการทำงานนี่ก็ถือว่าไม่ถูกต้องแล้ว...
แล้วไหนจะเรื่องที่เขาต้องการที่จะจ้องเล่นงาน ครัวของ"กุสโต้"ให้ย่อยยับจมดิน
ก็ถือได้ว่าคนๆ นี้ไม่ใช่นักวิจารณ์ แต่ควรเรียกว่า "นักทำลาย" ซะมากกว่า...

คำที่ว่า
มนุษย์มักจะ"สร้างสรรค์" เพื่อ "ทำลาย" (หรือถูกทำลายก็ตามแต่)
เป็นคำที่เราได้ยินบ่อยครั้ง
ซึ่งตรงกันข้ามกับคำว่า...
"ทำลาย" เพื่อ "สร้างสรรค์"..... มันจะเป็นไปได้หรือ?
เพราะในเมื่อได้ "ทำลาย" ลงไปแล้ว....จะสร้างขึ้นมาใหม่ให้เป็นเหมือนเดิมหรือดีกว่าเดิมได้อย่างไร?

แต่สิ่งนี้ดูจะไม่เป็นผลกับ "เรมี่" หนูน้อยจากบ้านนอก ที่ไฝ่ฝันเหลือเกินจะเป็นพ่อครัวมือเอก
โดยที่มี "กุสโต้" พ่อครัวที่ตรอมใจตายท่านนั้นเป็นแบบอย่าง...
"เรมี่" ได้พยายามทำลายกฏเกณฑ์ต่างๆ ในระบบชีวิตของเขาเพียงเพื่อที่จะได้เดินตามความฝันของตัวเอง
อย่างเช่น เรื่องการกิน เขาก็กินถูกสุขลักษณะผิดกับหนูทั่วไป(มากกกกกกกกก)
อีกทั้งยังชอบที่จะทดลองที่จะทำและศึกษาเมนูอาหารต่างๆ ในยามว่าง
โดยไม่ฟังคำตักเตือนของใครๆ ที่ว่าเขาก็เป็นแค่"หนู"

เพราะ "เรมี่" เชื่อว่า "ไม่ว่าใคร ก็ทำอาหารได้"
จึงทำให้เขายอมละทิ้งชีวิตแบบหนูๆ ทุกอย่าง เพียงเพื่อสร้างสรรค์ความฝันในการจะเป็นพ่อครัวให้เป็นจริงให้ได้...

และดูเหมือน "กุสโต้" หรือสวรรค์ก็ตามแต่ จะเป็นใจ...
ให้เรมี่ ได้บังเอิญ เข้ามาสถิตย์อยู่ในครัวใหญ่ของ "กุสโต้" แห่งปารีส...
ที่นั่นเขาได้พบกับ "ลิงกุยนี่" (แก้ชื่อแล้วเน้อ)หนุ่มฝรั่งเศส(ที่พูดอังกฤษได้คล่องปรื๋อ?) ผู้ไม่เอาอ่าว
แค่ปัดกวาดเช็ดถูล้างจานก็ยังไม่ค่อยได้เรื่อง ยังไม่ต้องพูดไปถึงเรื่องการทำอาหาร... เพราะขนาดหนูยังเมิน!

เหตุบังเอิญต่างๆ ได้จับพลัดจับผลูให้ "ลิงกุยนี่" กลายมาเป็นพ่อครัวของครัวกุสโต้
ลิงกวินี่รู้ตัวดีว่าอาหารของเขาที่ได้รับคำชมจากลูกค้าและทีมพ่อครัวแม่ครัวนั้น
ไม่ได้เป็นฝีมือของเขา....หากแต่เป็นฝีมือของ "หนู" ผู้เชื่อเสมอว่า ไม่ว่าใครก็ทำอาหารได้...

ลิงกุยนี่ ยอมทำลายศักดิ์ศรีของตัวเอง ด้วยการให้ "หนู" คอยบงการในการทำอาหารในแต่ละครั้ง
ซึ่งเขาก็ยินดี เพราะเขาเห็นว่า มันเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเขา
(และในช่วงท้ายลิงกุยนี่ก็เกือบจะหลงระเริงกับภาพลักษณ์นี้จนกู่ไม่กลับ)


การทำลายหรือสร้างสรรค์มักเป็นสิ่งควบคู่กัน...

งานวิจารณ์ที่ดี(ทั้งในแง่ชื่นชมและตำหนิ)... นั้นก็คือการสร้างสรรค์อย่างหนึ่ง
(และอาจเป็นการสร้างอนาคตที่ดีให้กับผู้ถูกวิจารณ์)
ส่วนงานวิจารณ์ที่ไม่ดี ที่มีแต่อคติ(ทั้งในแง่ชื่นชมและตำหนิ) . . .
นั้นก็ไม่ได้ช่วยอะไร นอกจากจะทำลายผู้ถูกวิจารณ์
ให้หลงระเริง....หรือไม่ก็ตรอมใจตายไปอย่างกุสโต้

อันที่จริง Ratatouille พูดถึงเรื่อง "การวิจารณ์" นิดเดียวเท่านั้น
แต่ที่ยกเรื่องนี้มาพูดเป็นตุเป็นตะ
เพราะเคยได้ยินมาว่า มีคนบางคนเข้าใจว่าการวิจารณ์คือการด่าอย่างเดียว
ไม่ได้ช่วยสร้างสรรค์วงการให้ดีขึ้น
ในขณะที่การชม(ที่อาจมีอคติเข้าข้างกัน) นั้นเป็นสร้างสรรค์วงการ...

ถ้าจะมีแต่การชมอย่างเดียว หรือเชียร์จนลืมหูลืมตาอย่างเดียว
ผู้ถูกชมท่านนั้น ก็คงไม่ต่าง "ลิงกุยนี่" ในช่วงท้าย
ที่ลืมไปแล้วว่าตัวเองเคยเป็นใคร และมีฝีมือในการทำอาหารจริงๆ แค่ไหน...


สิ่งที่ติดมาจากในโรง
....กับ Ratatouille เป็นหนังที่ดูเพลินกว่าที่คาดครับ ตัวหนังลงตัวไปเสียทุกอย่าง จนเกือบไร้ที่ติ
จะมีข้อเสียก็ตรงช่วงท้ายเล็กๆ ที่ดูเหมือนจงใจยัดเข้ามาให้เป็นไคลแมกซ์ซะอย่างงั้น
แต่ถือเป็นหนังอนิเมชั่น ที่ทำได้สวยงามมีข้อคิด จบอย่างแฮปปี้เอนด์ดิ้ง อิ่มเอมเปรมปรีกันเกือบทุกฝ่าย...




Little Children




"เรื่องของผู้ใหญ่....ที่หัวใจไม่-ผู้ใหญ่-ตามตัว"


เป็นหนังที่ want อยากดูตั้งแต่ปีที่แล้วมากมายก่ายกอง
ไหนจะรางวี่รางวัลที่ได้เข้าชิงมา
ไหนจะหนังตัวอย่างที่ทำออกมาดีเสียชิบ...
ไหนจะดารานำหลักๆ ทั้ง 3 คน
และยิ่งน่าดูไปอีก เมื่อทราบข่าว 2 - 3 เดือนก่อนว่า หนังโดนแบน!

และคงไม่แปลก เมื่อได้ยินมาว่าหนังจะได้เข้าฉายแบบจำกัดโรง (โดยไม่มีเซ็นเซอร์-ตามข่าวอ่ะนะ)
กระผมจึงต้องกระวีกระวาดตามไปดูถึงในโรง .... ทั้งที่ยังไม่เคยไปมาเลย อย่าง เอสพลานาด...
ไม่อยากวิจารณ์โรงอะไรมาก แค่รู้สึกว่าภาพเสียงในโรงมันไม่เวิร์คเท่าพารากอนเอาซะเลย (ดูวันเดียวกันกับ Ratatouille ครับ)
ส่วนเรื่องการตกแต่งอะไรต่างๆ อันนี้พี่เจ้อ....แกกินขาดอยู่แล้ว หึๆ

Little Children เป็นหนังแนวอะไร?
ถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดิน มันเป็นดราม่าครับ!
แล้วมันมีอะไร......?
.....มันมีฉาก เคท วินสเล็ต แก้ผ้าครับ.....(อันนี้ช็อค เพราะถึงแม้จะรู้ล่วงหน้าว่ามี แต่จังหวะที่โผล่ขึ้นมามันยังช็อคสำหรับผม)
.....เอ่อ แพทริค วิลสัน ก็แก้(แต่รายนี้เฉยๆ เพราะเคยเห็นทั้งตัวจากเรื่อง Angel In America มาแล้ว หึๆ)
.....อืม มีการแสดงของเจนนิเฟอร์ คอนเนลลี่ ที่น้อยมากกกกกกกในแง่บทสมทบ
.....แล้วก็......มีอะไรอีกหว่า??????
ไอ้หยา! ตอบแบบกำปั้นทุบดิน+ไร้สาระ อีกแล้วสิเรา


สิ่งที่ติดมาจากในโรง
เอาเป็นว่า Little Children เป็นหนังดี แต่ยังไม่โดนครับ
อาจเป็นเพราะว่าเคยเจอของดีกว่านี้มามั๊ง...
(ผมว่าซีรี่ส์บางเรื่องที่มี Narrator เหมือนกันอย่าง Gray's Anatomy ยังดีกว่าอีกแต่มันก็คนละแนวอีกนั่นล่ะครับ)
ก็เลยค่อนข้างจะเฉยๆ กับวิธีการนำเสนอของหนังและตัวเรื่องราวของตัวหนังด้วย
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องสัญลักษณ์เลยครับ....ผมดูตรงนั้นไม่ค่อยเป็นเลยจริงๆ แค่ตีความก็เคยโดนว่าแล้วว่าคิดอะไรของมัน เหอๆ

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม Little Children ก็ยังเป็นหนังที่ดูง่ายกว่า In the Bedroom ค่อนข้างเยอะ
อารมณ์ของหนังมีผ่อนคลาย สลับกับตึงเครียดเป็นระยะๆ
ซึ่งเท่าที่อ่านทั้งในบล็อกและเวบบอร์ดเฉลิมไทย พบว่าหลายๆ ท่านไม่ค่อยชอบตอนจบกัน
ตรงข้ามกับผมนะ....ผมชอบทีเดียว
อ้าปากหวอ... ลุ้นซะว่ามันจะจบสวยหรือไม่สวย

และหนังก็จบแบบมีความหวัง ต่างคนต่างตาสว่างกันไป
เมื่อความเป็นจริง ได้พบว่า...."ความสุข หรือ ความฝัน" มันอยู่ที่ตัวเราเอง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้อื่น...

คนดูบางคนอาจมองว่าเป็นการจบแบบสว่างเกินไป มองโลกในแง่ดีกันเกินไป
แต่สำหรับคนที่สิ้นไร้ความหวัง
นี่อาจเป็นการจบที่ดีแล้วครับ...
ช่วยให้การดูหนัง 2 เรื่อง ใน 1 วันของผม จบลงอย่างมีความสุขเสียที....

รักนะ แจคกี้ เอิร์ล ฮาเลย์ แกเล่นให้เราทั้งกลัว ทั้งสงสาร และเข้าใจได้ในตัวแกเสียจริงๆ




ตั๊ดสู้ฟุต




"บอย สาวแตก ....... ในหนังเจ้าพ่อย้อนยุค"


ทิ้งช่วงมา 2 วัน อารมณ์ไหนไม่รู้ อยากดูชะมัด Harry Potter 5 เนี่ย
เลยตรงปรี่ไปโรงแถวบ้าน Major Hollywood รามฯ
ขอโฆษณาโรงนี้หน่อยนะ...

เมื่อตอนเปิดแรกๆ เคยมานะครับ ตามประสาคนชอบของใหม่
แต่ไม่ค่อยประทับใจ ในระบบภาพและเสียงในโรง
ฟิล์มที่นำมาฉาย แม้กระทั่งหนังใหม่ใหญ่ยักษ์ฉายสัปดาห์แรก
ก็ยังรู้สึกว่าภาพฟิล์มมีรอยข่วน ดูเก่าๆ ชอบกล
ยิ่งเครื่องฉายหนัง ก็เหมือนเป็นเครื่องมือสองมากกว่า
เพราะแสงจากเครื่องฉาย ดูขมุกขมัวไม่ค่อยสว่างเท่าของพี่เจ้อ
ส่วนเรื่องเสียง ก็ฟังดูอู้อี้ ไม่ค่อยเซอร์ราวน์ยังไงไม่รู้
ซึ่งกระผมก็ลองตระเวนดูมันหลายๆ โรง ละ รู้สึกจะเป็นแทบทุกโรงเลย
(มีข้อดีมาก....เรื่องเดียว คือที่นั่ง มันดีมากเลยครับ นั่งสบายเชียว)

ก็เลยหยุด-ทิ้งช่วง-ไม่ได้ไปดูหนังโรงที่นี่ ประกอบกับเลิกดูหนังโรงอย่างที่เคยบอกกล่าวกันข้างต้น
จนกระทั่งล่าสุด ขอลองหน่อยเต๊อะ แก่แล้วเน้อ ขี้เกียจไปดูไกล
(เอสเอฟบางกะปิ ก็ไม่ค่อยถูกโฉลกกับผมเท่าไหร่ ไปทีไร ผีดุทุกรอบเลย)

พอไปถึงโรง....เขกหัวตัวเอง ทำไมไม่เช็ครอบทางเน็ตก่อนว้า....
Harry ดันเหลือแต่พากย์ไทย ส่วนซาวด์แทร็ครอบก็ฉายไปหมดแล้ว (ขนาดเพิ่ง 1 ทุ่มเองนะ)
เอาว้า อย่าเสี่ยง Harry พากย์ไทยเลย
ไปเสี่ยง ตั๊ด-สู้-ฟุต พากย์โดยพันธมิตร ดีกว่า

ไม่ใช่อะไรหรอกครับ พอดีเห็นมีรอบของ Hairspray ซะด้วย เลยคิดว่าจะดูหนังเรื่องนี้คั่นเวลาก็เท่านั้นเอง
และอยากพิสูจน์ด้วยตัวเอง ว่าหนังมันสมควรโดนด่าหรือไม่

พอเข้าโรงก็อึ้งทึ่งกับภาพเสียงที่เปลี่ยนไป
ภาพชัดขึ้น ไม่มีเกรนหยาบๆ เครื่องฉายก็สว่างชัดดี เรื่องระบบเสียงดังชัดเจนกว่าของพี่เจ้อที่เอสพลานาดอีก
และที่ติดใจที่สุดก็คือ หนังตัวอย่างเยอะ(ชอบดูครับ) และโฆษณาน้อย(อันนี้ก็ชอบมากกกกครับ)

เมื่อดูจบ...
สิ่งที่ติดมาจากในโรง "ตั๊ด-สู้-ฟุต" ก็คือ
ความฮาที่ดูลงตัวกว่า "บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2"
การเล่าเรื่องที่เข้าท่ากว่าเรื่องเดิมของผู้กำกับ
และการแสดงของ "จิ๊บ ปกฉัตร" ที่รับบท เป็น "เพ่ย เพ้ยยยย" ลากเสียงสูงยาวๆ แบบอาเทียนจะได้อารมณ์มาก


"จิ๊บ ปกฉัตร" หรือ "เพ่ย เพ้ยยยยย"


ผมว่าเธอเป็นนักแสดงที่มีสปิริตดีนะครับ
กล้าเล่นอย่างถึงลูกถึงคน ไม่ต้องห่วงสวยกันแล้ว
โดยเฉพาะฉากตอนที่เธอ พยายามทอดสะพาน ยั่วอาเทียนอย่างสุดฤทธิ์
จะมีผู้หญิงสวยๆ คนไหน กล้าเล่นเท่านี้ไหมเนี่ย?
(ฉากนี้ดูตลกนะครับ ไม่อนาจาร อิอิ)

เช่นเดียวกันกับ บอย(โทษทีครับ จำไม่ได้ว่าเอเอฟไหน?)
ก็กล้าเล่น กล้าแสดงแบบไม่ต้องห่วงแมนกันอีกแล้ว

เป็นหนังที่ดูเพลินๆ ครับ และเรื่องคำหยาบก็น้อยกว่าที่คิด
ชอบมุกเปิดตัวของหนัง ที่เล่าความเป็นมาของบรรพบุรุษของแต่ละตระกูล
ที่ดูมาดูไป อ้าว! กำลังแอบด่า ผกก.หนังไทยบางคนนี่หว่า ฮา....

เป็นหนังที่ฮาดีครับ แต่จบแล้วก็จบกัน...
มองในแง่หนังตลกขายมุก+เรื่องราว
ผมว่า "แสบสนิทฯ" ยังทำได้ลงตัวกว่าครับ





Hairspray




"จอห์น ทราโวลตร้า แตกสาว ........ ในหนังเพลงย้อนยุค"


3 ทุ่มกว่าๆ จบจาก ตั๊ด-สู้-ฟุต ก็ได้เวลาเตรียมตัวจะไปดู Hairspray ต่อ
นึกๆ อยู่ในใจ ว่าจะหลับกลางโรงไหมเนี่ย เพราะเริ่มง่วงแล้ว
เลยอัดน้ำอัดลมเข้าไปซะเต็มที่ ช่วยตาสว่างได้บ้าง
อ้อ... น้ำอัดลมที่นี่ราคาถูกและได้เยอะดีครับ( โฆษณาให้อีกแล้ว....)

พอเข้าไปดู ก็อึ้งอีกละ....ไม่ใช่เรื่องระบบภาพกับเสียงหรอกครับ
คนดูน้อยมาก....ต่างหาก
อืม แต่ก็ดีเหมือนกัน แบบคงไม่เจอผีแน่ๆ

สิ่งที่ติดมาจากในโรง
Hairspray ผมรู้จักหนังเรื่องนี้ ในฐานะหนังเพลงของ จอห์น วอเตอร์ส ผู้กำกับจอมกักขฬะ(ใช้คำแรงไปไหม?)
ที่ผมเคยได้ดูผลงานของเขาจากเรื่อง Pink Flamingos ซึ่งมันเป็นหนังอุบาทว์อย่างที่ร่ำลือกันจริงๆ
แต่ให้ตายเหอะ Pink Flamingos มันกลับเป็นหนังที่สนุกและตลกมากมายครับ

สำหรับ Hairspray เวอร์ชั่นของ จอห์น วอเตอร์ส ยังไม่มีโอกาสได้ดูครับ
เพราะอย่างที่เคยบอกไป ว่าผมค่อนข้างเฉยๆ กับหนังเพลง
(แต่เพิ่งจะโดนไปเต็มๆ จากเรื่องMemories of Matsuko ลองเข้าไปอ่านที่นี่ครับ)

ส่วนแรงจูงใจในการดู Hairspray ก็คือ จอห์น ทราโวลต้า ล้วนๆ
และเมื่อดูแล้ว ก็รู้สึกว่าคุณเจ๊จอห์นของเรา มีบทค่อนข้างน้อยไปนิด
แต่การแสดงของเจ๊จอห์นนั้น ทำให้เชื่อแล้วว่า เขาเป็นแมว 9 ชีวิตของวงการHollywood จริงๆ

หลายท่านน่าจะจำกันได้ว่าก่อนที่จอห์น ทราโวลต้าจะกลับมาดังใน Wild Hogs และ Hairsprayหนังหลายเรื่องก่อนหน้าไม่ว่าจะเป็น Ladder 49,Be Cool,Lonely Hearts ก็ได้รับรายได้และคำวิจารณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

แต่กับหนังเรื่องนี้ ถือว่าสอบผ่านเลยครับ อาจมีช่วงที่ดูเคอะเขินไปบ้าง(ทั้งตัวจอห์นและตัวผมเอง)
แต่พอเขาแตกสาว เป็นหญิงจริงๆแล้วนี่.... การแสดงการเต้นและร้องของเขาดูพลิ้วมากๆ ครับ

แต่คนที่ผมชอบด้านการแสดงมากที่สุด กลับเป็น มิเชล ไฟเฟอร์ไปเสี่ยนี่
ผมไม่เคยเห็นเธอเล่นบทโอเวอร์ๆ แบบนี้มาก่อน และยังไม่เคยเห็นเธอร้องเพลงด้วยครับ เสียงดีเชียว และแสดงบทร้ายได้อย่างน่าตบมากๆ

ส่วนดาราท่านอื่นๆ ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไม่มีที่ติครับ
ไม่ว่าจะหน้าเก่าอย่างควีน ลาติฟาห์(ร้องเพราะจนน่ากลับไปร้องเพลงบ้างนะ),เจมส์ มาร์สเดน(เต้นได้เท่ระเบิด)
คริสโตเฟอร์ วอลเค่น(คนนี้ฮามาก)
หรือหน้าใหม่อย่างนิคกี้ บลอนสกี้ (เธอมาแรงจริงๆ ยิ้มใสซื่อแบบนี้ ผมชอบ) ,แซค แอฟรอน(ฝรั่งตาตี่ มาโปรยสเน่ห์สาวๆ อีกแล้ว)

มีที่ดูขัดตาอยู่คนเดียวคือ อแมนด้า ไบน์ส ผมว่าเธอเล่นแข็งๆ ดูลนๆ ไงชอบกล

มองโดยรวมนี่คือหนังเพลงที่ดูได้เรื่อยๆ ไม่มีสะดุด ไคลแมกซ์ช่วงท้ายอาจจะซ้ำซาก แต่ก็น่าประทับใจดีครับ
ส่วนประเด็นเรื่องสีผิว ก็จริงอย่างที่หลายท่านว่าไว้ ว่ามันดูผิวเผินจนดูเหมือนส่วนเกินไปนิด(ทั้งที่ต้นฉบับจริงๆ ออกจะเน้นเรื่องนี้ซะชัดเจน)

เป็นหนังเพลงที่ชอบครับ แต่ยังไม่ถึงที่สุด เพราะผมยังประทับใจกับสุดยอดหนังเพลง ที่มีชื่อว่า Memories of Matsuko อยู่เลย....


จบแล้วครับ... ใครมีอะไรจะคอมเม้นท์ก็เอาเลยครับ เพิ่งปรับปรุงบล็อกและเปิดเป็นทางการไม่นานมานี้คร้าบบบบ




Create Date : 08 สิงหาคม 2550
Last Update : 8 สิงหาคม 2550 20:07:09 น. 20 comments
Counter : 1362 Pageviews.

 
หน้าตาจริงๆของ Ratatouille ดูแปลกๆไม่น่ากินเลยหงะ แต่อาจจะอร่อย อันนี้ไม่รู้

ผมว่า John Travoltra สาวแตกได้เนียนจริงๆครับ หวังว่าจะกลับมาได้สมใจ


โดย: *omega* วันที่: 8 สิงหาคม 2550 เวลา:8:54:59 น.  

 
พูดถึงเรื่องหนัง ก็อยากไปดูหนังเหมือนกัน ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเลย เรื่องสุดท้ายที่ไปดูมาก็ ตั๊ดสู้ฟุดกะ Ratatouille นั้นแหละ แต่หนังเค้า น่ารักดีจริงๆ


โดย: MicKyPooH (peaceworld ) วันที่: 8 สิงหาคม 2550 เวลา:11:36:41 น.  

 
+ ดมกลิ่นตามมาจากบล็อกคุณหมอ "ผมอยู่ฯ" อิๆ ... เอ่อ ว่าแต่พื้นหลังกล่องเม้นต์ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอยู่หน้าห้องน้ำเลยอ่ะคับ 555 ... อะจ๊ากกก แล้วมีการแอบซ่อนคำเด็ดไว้ข่างล่างด้วยนะครับ เอิ๊กๆ

+ Ratatouille ... จริงๆ แล้วประเด็นสอนใจข้อใหญ่ใจความคงไม่ใช่แค่เรื่องการทำอาหาร แต่น่าจะเป็นว่า " ไม่ว่าใครก็สามารถทำทุกอย่างได้ ถ้าหมั่นฝึกฝนและตั้งใจจริง"
... ผมเอง ทำได้มากกว่าคุณนิดนึง คือเพิ่มไข่ดาว, ไข่ต้ม, ไข่ตุ๋น, มาม่าผัดใส่ไข่ เข้าไปอีกหน่อย เหอะๆ ... ส่วนเจ้ารูปอาหารนั่น มันเห็นน่าหม่ำซักเท่าไหร่เลยอ่ะกั๊บ
... นักวิจารณ์คนนั้นชื่อ อังตวน อีโก้ ครับ ซึ่งถ้าสังเกตดีๆ ผมว่าอาจเป็นทริคก็ได้ เพราะว่านามสกุล Ego ซึ่งไม่รู้ว่าภาษาฝรั่งเศสจะแปลเหมือนอังกฤษหรือไม่ ... แต่ที่เค้าตั้งใจให้นามสกุลนี้คงเป็นเพราะต้องการจะบอกว่านักวิจารณ์คนนี้ มี 'ego' สูงเกินกว่าเหตุนั่นเอง (สังเกตได้จากมาดตอนที่เค้าเข้ามาพูดตอนแรกในร้านลิงกุยนี่) ... และสิ่งที่เค้าทำในตอนท้ายนั่นก็แปลว่าจริงๆ ตลอดมาเค้าก็สำนึกผิดที่ทำให้เชฟกุสโต้ต้องตรอมใจตาย ... ท้ายที่สุดเค้าจึงยอมเสียชื่อเสียง และถอดหัวโขนเพื่อจะได้ใช้ชีวิตแบบปกติ โดยไม่มีอะไรตกค้างในใจ (ไถ่บาป) ที่ร้านใหม่ของลิงกุยนี่ได้ซะที
... จริงๆ แล้วผมชอบใช้คำว่า 'วิพากษ์' มากกว่า 'วิจารณ์' นะครับ เพราะอย่างที่ว่าแหละว่า วิจารณ์มันเหมือนตั้งใจจะตำหนิอย่างเดียว แต่วิพากษ์มันเหมือนการพูดไปตามเหตุผล ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี (ให้ความรู้สึกดีกว่าวิจารณ์) ... ไม่รู้ผมเข้าใจถูกรึเปล่าแฮะ

+ Little children - 3 ประเด็นหลักที่ทำให้ผมอยากดูเรื่องนี้มากก็คือ
1. ผมชอบหนังตัวอย่าง
2. ดาราขวัญใจผม เคต วินสเลต (ซึ่งมีฉาก X เกินกว่าที่ผมคิดซะอีก ) กับมีของแถมเป็นเจนนิเฟอร์ คอนเนลลี่ด้วย
3. ผกก.ท็อด ฟีลด์
... หุ เอสพลานาด ใกล้บ้านผมก็จริง แต่ไม่จำเป็นผมก็ไม่ไปเหยียบเช่นกันครับ แพงและเว่อร์!
... การแสดง นอกจากเคตแล้ว แจ๊คกี้ก็แสดงได้เข้าถึงอารมณ์จนอยากกระโดดแย่งออสการ์จากลุงอลัน อาร์กิ้นเอามาให้พี่แกเลยทีเดียว
... และผมชอบตอนจบเช่นกันครับ (ผมเป็นคนส่วนน้อยในบล็อกคุณ "ผมอยู่ฯ" ที่มักจะชอบตอนจบแบบ feel good, แฮ้ปปี้ เอนดิ้ง หรือน้ำเน่า) ... ที่เหตุการณ์เล็กๆ แต่ก็เกี่ยวพันกับความเป็น "Little children" ในตัวของพระเอก ทำให้ทุกคนมี 'เวลา' ฉุกคิด เพื่อกลับมาทำในสิ่งที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมอีกครั้ง (ส่วน 'ความสุขในชีวิตคู่' ที่นางเอกแสวงหา หรือ 'ความตื่นเต้นแปลกใหม่' ที่พระเอกต้องการ ก็คงต้องหาโซลูชั่นกันต่อไป ... แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีการทำลายครอบครัวทั้งสองให้ย่อยยับลงไปกับมือแบบนั้น)

+ ตั๊ดสู้ฟุด - แหะๆ ผมกลัวหนังไทยที่เป็นหนังผี, หนังกระเทย, หนังผีกระเทย, หนังตลกหยาบช้าครับ ... เรื่องนี้ก็มีส่วนผสมของสิ่งที่ผมกล่าวมาอยู่ด้วย (แค่เจอหนังตัวอย่างก็บายแล้วล่ะ) ก็เลยไม่ได้ดูอ่ะครับ

+ Hairspray - ผมชอบมากมายครับ เป็นหนังเพลงยุคหลัง (นับตั้งแต่เมอแรง รูค เพิ่งบูมหนังเพลงขึ้นมาใหม่) ที่ฮาที่สุด, ดูสนุกที่สุด ... ชอบทั้ง จอห์น ทราโวลต้า (ที่เลือกเค้ามาเพราะจะล้อกับ Grease นั่นเอง), ลูกสาวเค้า(หน้าใหม่นะเนี่ย), คริสโตเฟอร์ วอลเคน (ฮาโคตะระ), เจ๊มิเชล ไฟเฟอร์ (หายไปนาน คิดถึงจัง), เจ๊ควีน ลาติฟาห์ (เสียงดีไม่มีตก)

+ ปล. เรื่องเกี่ยวกับหนังทั้งหมด ผมจะเขียนไว้ที่บล็อกคุณ "ผมอยู่ฯ" ทั้งหมดแล้วนะครับ (ยึดเป็นบ้านหลังที่ 2 แหะๆ) ... ดังนั้น บล็อกผมเอง จะเขียนเรื่องอื่นๆ แทนอ่ะครับ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 8 สิงหาคม 2550 เวลา:14:27:17 น.  

 
Ratatouille
ผมชอบเรื่องนี้เพราะเป็นอนิเมชั่นที่เนื้อหา "โต" ขึ้นเรื่องแรกๆของพิกซาร์และดิสนีย์เลยครับ
ผมไม่ค่อยปลื้ม Cars เท่าไหร่แม้ว่ามันจะลงตัวในแบบของมัน เพราะว่าเนื้อหาที่เด็ก และธีมที่ "เดิม" เกินไปหน่อย

แต่สำหรับ "หนังหนู" ผมชอบที่หนังเอาเรื่องของ "การแหวกกรอบชนชั้น" มาเปรียบเปรยผ่านตัวละครที่ต่างสปีชี่ส์กันได้อย่างคมคาย

มันก็เหมือนสังคมจริงน่ะครับ ที่คน "วรรณะต่ำ" หรือ "ฐานะสังคมต่ำ" พยายามจะอัพเกรดตัวเองโดยไม่จมปลักอยู่กับของเดิมๆ (เช่น "ขยะ" ของเหล่าหนู) แต่การจะขึ้นชั้นได้ก็ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากคนที่อยู่ในชนชั้นนั้น หรือไม่ก็ต้องยอมเป็นเบื้องหลังให้คนชนชั้นสูงได้หน้าไป (เหมือนเรมี่ กับ ลิงกุยนี่) ดังที่เราอาจจะเห็นในการ์ตูนญี่ปุ่นหลายเรื่อง ประเภทที่ว่านักเขียนชื่อดังฆ่าลูกศิษย์ตัวเอง เพราะกลัวจะโดนเอาความลับไปแฉว่างานเขียนตัวเองมาจากลูกศิษย์หมด อะไรเทือกนี้ (เพราะแบบนี้ พ่อของเรมี่ถึงบอกว่า "มนุษย์มันอันตราย" ปะไรเล่า!!)

และถึงแม้จะมีความสามารถ แต่ก็ใช่ว่าจะมีใครยอมรับได้ครับ.. ผมชอบฉากที่ลิงกุยนี่เฉลยความจริงกับคนในครัว แล้วทุกคนก็เดินออกไปทีละคนๆ มันคมคายมากๆ!! มันก็เหมือนกับสมมติใครซักคนได้แบ็คอัพขึ้นมา แต่พอมีใครไปขุดคุ้ยประวัติชีวิตแล้วรู้ว่ามาจากที่ต่ำๆ(ในสายตาพวกเขา) ก็พร้อมที่จะปฏิเสธความดีทั้งหมดที่ผ่านมา

เรื่องนี้เป็นอนิเมชั่นเนื้อหา "ผู้ใหญ่" ที่โดนใจผมที่สุด ถัดจาก Happy Feet เลย



Little Children
ทุกคนในเรื่องนี้คือเด็กน้อยทางความคิด ทุกคนจ้องจะตัดสินคนอื่นจากสิ่งที่เห็นภายนอก ทุกคนไม่ห้ามความปรารถนาในใจตนเอง

ผมดูพาร์ตของ Ronnie แล้วนึกถึง "คำพิพากษา" มากๆ เลยครับ



Hairspray
เรื่องนี้เป็นหนัง genre - Entertainer สำหรับผมครับ คือเอาไว้ดูเอามันส์ เอาฮา เอาน่ารัก เอาหลั่นล้า เหมือนกับ 300 น่ะครับ คือดูจบแล้วมันไม่ค่อยเหลืออะไรนอกจากความแปลกใหม่ และความสนุกสนานของมัน

ผมลองแวะไปแง้มๆดูคลิปบางส่วนของเวอร์ชั่น John Waters จากยูตูบ (จริงๆมันมีให้ดูทั้งเรื่องครับ แต่ยังไม่มีเวลาเลย) เวอร์ชั่นนั้นจะไม่ค่อยป๊อปคอร์นน่ะครับ ออกจะเน้นเสียดสีสังคมมากกว่าเวอร์ชั่นใหม่ที่เน้นบันเทิงอลังการหลั่นล้า (เวอร์ชั่นนั้นเทรซี่ติดคุกด้วย 5+)

ปล. จอห์น ทราโวลต้า แรดได้ใจจริงๆ


โดย: nanoguy วันที่: 8 สิงหาคม 2550 เวลา:18:06:17 น.  

 
*omega*
- มีคนที่เคยทาน แรท-ทา-ทู-อี ฝากบอกมาว่า กินผัดเปรี้ยวหวานบ้านเรา อร่อยกว่าเย้อออค้าบ


peaceworld
- ใช่ครับ Ratatouille ของเค้าดีจริง ส่วนตั๊ดสู้ฟุต... ดูเพลินๆ ก็พอครับ


(พี่)บลูยอชท์
- แหม มาว่ากล่องคอมเม้นต์ผมเป็นห้องน้ำ อิอิ แต่พี่เดาถูกแล้วครับ ประมาณว่าเป็นที่ถ่ายทุกข์สำหรับคนที่อยากระบายอะไร ก็พิมพ์ลงกล่องนี้ได้เลย ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดความรู้สึก(ก็มันห้ามความคิดใครไม่ได้นี่ครับ)
- จะเรียก "วิจารณ์" หรือ "วิพากษ์" คงไม่ต่างกันครับ ภาษาไทยมันดิ้นได้...ยกเว้นพวกภาษา"แอ๊บแบ๊ว" ที่ผู้ใหญ่บ้านเราชอบดิ้นแข่งกับภาษานี้กันจัง ปล่อยๆ เด็กมันพูดไปเถ๊อะ โตไปแก่ๆ เหมือนเรา เดี๋ยวก็เลิดพูดเองแหละเน้อออ
- ดีใจที่ชอบตอนจบเหมือนกัน ผมอ้าปากหวอ.....จริงๆเลยนะตอนจบเนี่ย ลุ้นจริงๆ เพราะ In the Bedroom ก็จบซะกระแทกใจขนาดนั้น!
- พี่คิดถูกแล้วครับ ไม่ชอบก็ไม่ต้องไปดู ดีสำหรับเราครับ
- HairSpray เป็นหนังที่ทีมดาราเวิร์กมอร์มากๆ ครับ น้องนิคกี้ดาราหน้าใหม่ ตอนจบเธอดูสวยซะงั้น
- เมื่อก่อนก็เคยไปห้องพี่ผมฯบ้างครับ เวลาอยากบ่นเกี่ยวกับหนังหรือซีรี่ส์ที่เพิ่งได้ดู แต่หลังๆไม่ค่อยดูหนังโรง(ดูหนังแผ่นกับซีรี่ส์ซะเยอะ)
เขียนเรื่องอื่นๆ ก็ดีครับ เรื่องหนังนี่ มีคนเขียนเยอะจัง... อันที่จริงบล็อกนี้ ผมคงไม่ได้มาเขียนหรอก ถ้าไม่ได้รับคำแนะนำจากป๋ายัติภังค์ว่าให้ลองอพยพมาเขียนที่นี่มั่ง ก็เลยลองดูซะเลย ก็หนุกดีครับ เขียนบล็อก ทำอะไรได้เยอะดีกว่าเวบบอร์ดเย้ออออ


น้องNanoguy
- เรื่องมัน "โต" จริงๆ ครับ หนังหนูๆ เรื่องนี้ แต่ก็ยังไม่เท่าจิบลิเนอะ แฮปปี้ฟีตพี่ชอบเพลง และที่สำคัญดูเรื่องนี้หลังจากดู Emperor's Journey แล้วทำให้ยิ่งอินมากขึ้นไปอีก
- เคยอ่านในกระทู้เฉลิมไทย น้องนาโน เขียนซะละเอียดยิบ ขอชมครับ แต่พี่ไม่สามารถคิดลึกซึ้งได้ขนาดนั้น อายุมากขึ้นสมองเริ่มตันแล้วจ้า...
- พี่ว่าจอห์น ทราโวลต้า ดูเป็นผู้ญิ๋ง ผู้หญิงนะครับ ไม่ค่อยแรดดดด แต่"แรง"มากกว่า
มั่นใจไว้เลยว่าอีตาจอห์น ทราโวลต้า ตายยาก พอๆ กับจอห์น แมคเคลนแน่นอน



ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของทุกๆ ท่าน ที่ช่วยเปิดมุมมองในการดูหนัง ของผู้ชายสมองน้อยๆ คนนี้ครับ
ว่างๆ ก็มาคอมเม้นต์อีกเน้อ ชอบๆ


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 8 สิงหาคม 2550 เวลา:21:41:52 น.  

 
ไม่หรอกครับพี่คำห้วน
ผมก็คิดได้เป็นเรื่องๆไปแหละครับ

ส่วนเรื่องการ์ตูน อันนี้ผมยอมรับเลยว่าในด้านเนื้อเรื่อง การ์ตูนญี่ปุ่นหลากหลายและไปไกลกว่าฝั่งอเมริกันมากมายมหาศาลเลยครับ
(อีกกี่ชาติอเมริกาจะมีการ์ตูนอย่าง Ghost in the Shell กับเขาซักเรื่อง?)

Happy Feet ผมชอบที่เนื้อเรื่องมันตีแสกหน้า "พวกอนุรักษ์นิยม" ครับ อิอิ


โดย: nanoguy วันที่: 9 สิงหาคม 2550 เวลา:0:16:32 น.  

 
พูดถึงอนิเมะ เพิ่งได้ Paprika มา(แต่ก็หลายสัปดาห์แระ)

เดี๋ยวดูจบจะมาเขียนลงบล็อกละกัน

ชอบการ์ตูนของอีตาซาโตชิ คง เหลือเกิน แต่กับ Paprika เห็นตัวอย่างแล้วชักหวั่นๆ ว่าจะหลับแฮะ


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 9 สิงหาคม 2550 เวลา:8:17:06 น.  

 
Paprika น่าดูมากกก คำวิจารณ์เลิศสุดๆ...
ตอนนี้ดู Tokyo Godfathers ไปก่อนละกัน 55+

ปล. ไปสิงคโปร์มาเรื่องนี้เข้าโรงด้วยอะ!!


โดย: nanoguy วันที่: 9 สิงหาคม 2550 เวลา:15:35:42 น.  

 
แวะมาอ่านครับผม


โดย: joblovenuk วันที่: 10 สิงหาคม 2550 เวลา:3:00:20 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่จ๊อบ

วันอาทิตย์นี้ว่าจะไปดู Bourne ซะหน่อย
ดูจบเดี๋ยวมารายงานให้ฟังจ้า

สำหรับคนที่ชอบฟัง Ost.
เข้าไปฟังที่เวบอัพโหลดเพลงเวบนี้ได้ครับ อัพโหลดโดยผมเอง

//ternk.imeem.com

จำง่ายๆ ครับ ว่า
"เติ้ง".imeem.com อิอิ

ถ้าอยากจะฟังเต็มๆ เพลงก็รบกวนสมัครสมาชิกก่อนนะครับ
ขั้นตอนสมัครไม่ยุ่งยากครับ แล้วถ้าใช้เครื่องส่วนตัวก็ไม่ต้อง Log out ออกนะครับ จะได้ฟังทางบล็อกนี้ได้เต็มๆ เพลงด้วยเหมือนกัน...ดึงมาให้ฟังจากเวบโน้นอ่ะครับ
(ถ้าไม่ใช่สมาชิกมันจะตัดให้มาฟังแค่ 30 วินาทีครับ ผมเองก็เพิ่งทราบ

ตอนนี้เพลงยังมะค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่จะทยอยเอามาลงให้ครับ

หรือจะฟังทางบล็อกนี้ก็ได้เช่นกัน มีมาให้ฟังเรื่อยๆ ครับ ผมไม่ชอบอะไรเงียบๆ อ่ะ


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 10 สิงหาคม 2550 เวลา:6:26:16 น.  

 
+ ตกลงน้องคำห้วนฯ ชื่อเติ้งเหรอคับ? จะได้เรียกถูก เพราะเรียกเป็นชื่อล็อกอินที ยาวเหลือเกิน (อยากรู้ที่มานะเนี่ย อุๆ) ... ของพี่ชื่อ วิน นะครับ

+ ซีรีส์ ไม่ค่อยได้ไขว่คว้าหามาดูอ่ะครับ ไม่มีเวลาพอ ... อยากมีวันละ 55 ชั่วโมงอ่า เหอะๆ

+ ใช่ครับ บล็อกมันทำอะไรได้มากกว่ากระทู้ เพราะอย่างน้อยมันก็เป็นพื้นที่ส่วนตัวของเรา ... กับ(ถ้าเซิฟเวอร์ไม่เจ๊ง) มันก็จะอยู่ของมันเป็นเมมโมรีไปอย่างนั้น ตราบนานเท่านาน ไม่หล่นหายไปตามกาลเวลาเหมือนกระทู้อ่า

+ Paprika น่าดูอ่ะครับ ... แต่ถ้าจะลุ้นให้เข้าเมืองไทย คงต้องรอหวังใบบุญจาก ลิโด & เฮาส์เช่นเคย

+ เรื่องเพลงก็อยากเข้าไปฟังอยู่นะครับ ... แต่พี่มีเน็ตใช้แค่ที่ออฟฟิศ วันๆ มีเวลาจำกัด ต้องทำงานไป อ่านบล็อกไป (เหมือนจะน่าสงสารเลยนะเนี่ย หุๆ) ... คงต้องรอให้มีเน็ตใช้แบบเต็มเวลาในอนาคตอ่ะครับ ถึงจะเข้าไปฟังได้อ่า

+ โห ... อยู่ถึงเกือบเช้า หรือว่าตื่นแล้วอ่ะคับนั่น ตอนไปตอบที่บล็อกพี่อ่าครับ? นอนดึกจังเนาะ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 10 สิงหาคม 2550 เวลา:10:20:00 น.  

 
ตอบพี่บลูยอชท์หรือพี่วินครับ
- จะเรียกเติ้งก็ได้ครับ ส่วน"คำห้วน เฉือนคำรัก" เคยเป็นนามปากกา(หรือนามแฝง) สมัยเขียนนิยายลงเวบ DekD กับเวบพันทิปนี่ล่ะครับ (หลายปีมากแล้ว นานแค่ไหน...ให้สังเกตจากชื่อเวบ DekDee อิอิ)

ส่วน lopzang เป็นชื่อดารานำเรื่อง Xiu-Xiu:The Sent Down Girl ครับ(รูป icon profile ผมก็มาจากเรื่องนี้ครับ)และเป็นชื่อล็อกอินเวลาเข้าเวบเกี่ยวกับหนังครับเลยเอามารวมกันซะเลย...

- ถ้างานยุ่งอยู่ห้ามลองดูซีรี่ส์เป็นอันขาด เพราะถ้าดันเจอของดี รับรองว่าเสียงานเสียการแน่ หึๆ

- Paprika เหมือนมีลาง ว่าจะเข้าประเทศไทยครับ อิอิ ลางผมแม่นนะครับ...

- เรื่องเพลงไม่เป็นไรครับ เข้าใจคนทำงาน... แต่ถ้าเข้าไปก็ไม่ยากครับ เหมือนล็อกอินฮอทเมล์นั่นล่ะครับ(เพลงเพราะเย้อออ อยากนำเสนอนิดนึง อิอิ)

- ช่วงนี้ผมจะหลับตั้งแต่ประมาณ 4 - 5 ทุ่มครับ แล้วจะตื่นมาอีกทีประมาณตีสี่...(ก่อนจะไปม่อยหลับอีกทีตอนบ่ายๆ เย็นๆ เหอๆ)...ผมต้องตื่นเช้าเพราะมีความจำเป็นบางอย่างครับ มิสามารถบอกได้ตอนนี้ อิอิ


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 10 สิงหาคม 2550 เวลา:11:08:22 น.  

 
ขอให้ลางแม่นจริงเถอะครับคุณเติ้ง อิอิ
อย่าเจอกองเซนเซอร์บ้าบอที่ชอบคิดว่าการ์ตูนเป็นของเด็กก็พอ


โดย: nanoguy วันที่: 11 สิงหาคม 2550 เวลา:2:56:49 น.  

 
ลางแม้น แม่นครับ อิอิ(แต่แว่วๆ ว่าลงแผ่นที่ฮ่องกงซะแล้ว ถ้าเป็นบ้านเราลิขสิทธิ์อาจจะเป็นของแปฯนะ)

มาลากลับบ้านล่วงหน้าครับ ยังไม่ชัวร์ว่าจะเป็นวันนี้(อาทิตย์)หรือพรุ่งนี้

แล้วก็จะทิ้งบล็อกไปเป็นสัปดาห์เลยทีเดียว
ยังไงก็ขอฝากบล็อกไว้ด้วยเน้อ....

อ้อ เวบ imeem ที่เคยแนะนำไป รู้สึกมีปัญหาจุกจิกยุ่งยากเหลือเกิน

ไม่เป็นไร กระผมได้มาอัพลงในบล็อกแทนเสียเลย

ลองเข้าไปฟัง OST ได้ที่นี่นะครับ

ห้อง OST ของนายเติ้ง



อ้อ น้องนาโน เคยเข้าร้านวีดีโอร้านนึง(บอกชื่อดีไหมน้อ)เขาจัดหนังการ์ตูนเรื่อง Vampire Hunter D ,Team America,Tokyo Godfather ไปอยู่หมวดหนังการ์ตูนสำหรับเด็กซะงั้น!(ร้านเก่าพี่ยังจัดอยู่หมวด Comedy กับ Action เลยน้อง เพราะรู้ๆ อยู่ว่าการ์ตูนพวกนี้ มันมิใช่สำหรับเด็กซะทีเดียว....)

เด็กเอาไปดู ไม่รู้จะสนุกไหมน้อ


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 12 สิงหาคม 2550 เวลา:5:05:06 น.  

 
ใครหลงเช่าทีมอเมริกานี่พ่อแม่คงด่าเช็ด 555
ผมดูใน This Film is Not Yet Rated มันเอาฟุตเตจส่วนที่โดนตัดไป (เพราะถ้าอยู่ในหนังจะโดนเรต NC-17) มาให้ดูด้วย แรงมั่กมาก หนังเอวีกลับบ้านไปเลย


โดย: nanoguy วันที่: 12 สิงหาคม 2550 เวลา:15:20:29 น.  

 
This Film is Not Yet Rated
อยากดูนะ ไว้กลับมากทม. จะไปชอป มาดูซักหน่อย...


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:5:50:14 น.  

 
+ ดีนะคับที่บอกว่าต้องตื่นเช้าเพราะมีความจำเป็นบางอย่าง ... ไม่งั้นคงโดนพี่แซวว่า เป็นอาการของคนอายุแถวๆ หลัก 3 ขึ้นอ่ะครับ ... คือนอนเร็ว และสะดุ้งตื่นตอนเช้ามืด และ นอนต่อไม่หลับ ก็เลยต้องตื่น (เป็นเพราะฮอร์โมนในร่างกายลดลง) ... ส่วนของพี่ ถึงจะก้าวเข้าสู่หลัก 3 ชิมลางไปล่วงหน้าแว้ว แต่ยังเป็นจำพวกนอนดึก หลับรวดเดียว ตื่นสายโด่งอยู่อ่ะครับ แหะๆ

+ สำหรับ link ost. ไว้โอกาสดีๆ คงได้เข้าไปฟัง (ซักวัน) อ่ะครับ

+ กลับบ้านหลายวันจังครับ ... เดินทางโดยสวัสดิภาพเน้อ อยู่แถวนี้เด๋วรับจ้างเฝ้าบล็อกให้ครับผม


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 14 สิงหาคม 2550 เวลา:11:51:20 น.  

 
พี่"บลูยอชท์"
- คงเกี่ยวกับฮอร์โมนด้วยล่ะผมว่า....
- ตอนนี้ห้องostกลายเป็นห้องที่ผมลงบล็อกไว้เยอะที่สุดแล้วอ่ะ....
- กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพแล้วค้าบ (กลับหลายวันเพราะไม่ได้กลับมานานแล้วครับ...)

ไว้ว่างๆ ถ้าเพื่อนมันใจดีให้ต่อเน็ต ก็จะแวะเข้ามาอีกครับ ....


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 15 สิงหาคม 2550 เวลา:22:56:27 น.  

 
ขอจิ้มมาอ่านก่อนนะคะ เด๋วมาเม้นท์กันอีกที


โดย: renton_renton วันที่: 23 สิงหาคม 2550 เวลา:17:32:40 น.  

 
คุณrenton_renton
- ยินดีต้อนรับครับ ไม่ได้เจอตั้งนานตั้งแต่สมัย film-club อ่ะ คิดว่าน่าจะใช่คนเดียวกันกับ renton (เฉยๆ)จากเวบฟิล์มคลับ ที่ขยันๆ น่ะครับ อิอิ

- เคยเจอคุณrenton ครั้งนึง(คอร์สอ.แดง ณ อนุสรณ์ 14 ตุลาฯ)แต่มิได้ทักทาย เพราะจำไม่ได้ว่า renton ไหน แถมหูก็เพี้ยน ได้ยินเป็นแลมตั้น...(ยี้ห้อหลอดไฟซะงั้น)

เข้ามาคุยกันได้บ่อยๆ นะครับ เพราะผมเพิ่งเล่นบล็อกจริงๆ จังๆ ได้แค่ 2 เดือนเอง
ล่าสุดเพิ่งไปเบิ่งมา 3 เรื่องคือ เจสัน(บอร์น) ซิมป์สัน และงามด้วยหมอศัลย์(200 Pounds Beauty)
เดี๋ยวจะอัพบล็อกเร็วๆ นี้ ไม่เกินวันอาทิตย์ครับ

ฝากเนื้อฝากตัวด้วยเน้อ...


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 24 สิงหาคม 2550 เวลา:6:32:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




หัวใจของผมทำด้วยเซลลูลอยด์คร้าบบบบบ
รายการ Blog ที่Update ล่าสุด
ชอบBlogไหนคลิกที่รูปได้เลยครับ
รีวิวซีรี่ส์ 1 Litre of Tears
คลิปเปิดตัว 24 DAY 7
เป็นตุเป็นตะกับบอดี้ ศพ 19
มันติดมาจากในโรง#3
เพลงสุดโหยหวนจากหนัง The Brave One
รีวิวซีรี่ส์ HouseMD และเฉลยปม Lost
Retro to Film - Club

เพลง เธอทั้งนั้น
ให้เจ้าหลาน Bay
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2550
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
8 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.