Group Blog
 
<<
มีนาคม 2556
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
6 มีนาคม 2556
 
All Blogs
 

ทริปหลีเป๊ะกับความหวังที่ตั้งไว้สูงเกิน...(ตอน 2 )




(ต่อจากตอนที่ 1)



ประมาณเกือบบ่ายสองโมงเรือของบริษัทนำนักท่องเที่ยวจากลังกาวีและหลีเป๊ะมาถึง มีนักท่องเที่ยวขึ้นมาหมดทั้งลำ เพื่อรอเดินทางต่อ  ทำให้ยืนกันแน่นในห้องโถงอาคาร






ทั้งเราทั้งฝรั่งก็เฝ้ารอกันอย่างเบื่อหน่าย ออกไปไหนก็ไม่ได้ ที่เที่ยว ที่กิน อินเตอร์เนตก็ไม่มี  ก็นั่งๆนอนๆกันแถวๆนี้แหละ




ประมาณบ่ายสองโมงสิบห้านาที จนท.ก็มาเรียกเราและนักท่องเที่ยวที่จะไปหลีเป๊ะและลังกาวีลงเรือ มีนักท่องเที่ยวลงไปพร้อมเราประมาณสิบกว่าคน  แต่เรือยังไม่ออก เพราะต้องรอผู้โดยสารจากเกาะลันตามาสมทบก่อน




ความปลอดภัยเป็นอันดับแรกที่เราเลือกใช้บริการที่นี่  แต่สิ่งที่พบนอกจากสภาพเรือที่ผ่านการใช้งานมายาวนานแล้ว  หน้าต่างเรือยังเปิดได้เพียงสองบานเท่านั้น ทางออกนอกนั้นคือประตูหน้าซ้ายขวาและประตูหลังขวา(ซึ่งปิดอยู่)เท่านั้น




ชูชีพถูกเก็บรวมอยู่บริเวณท้ายเรือที่เดียว  ไม่มีประจำไว้แต่ละที่นั่ง  ไม่มีป้ายประกาศและคำแนะนำเมื่อเกิดเหตุร้ายใดๆ  สภาพแบบนี้ถ้าเรือล่มคงจะรอดยาก




ห้องส้วมอยู่กลางลำเรือ มีห้องเดียวแคบๆ ปิดกลอนได้แบบลำบาก ไม่มีกระดาษชำระ ไม่มีน้ำจืด  แต่จะมีน้ำทะเลไหลลงคอห่านตลอดเวลาช่วงที่เรือวิ่ง




เรือลำนี้ชื่อ นทีทอง บรรทุกผู้โดยสารได้ 134 คน วันนี้บรรทุกเกือบเต็มพิกัดหลังจากนักท่องเที่ยวจากเกาะลันตามาถึง เรือเริ่มออกจากท่าเรือหาดยาวประมาณ 14.45 น. จากกำหนดเดิม 13.30 น. ถึงหลีเป๊ะเวลาประมาณ 17.30 น.จากกำหนดเดิม 15.30 น.




เรือมาเทียบที่โป๊ะกลางน้ำหน้าหาดพัทยา  ขึ้นจากเรือก็มีจนท.ตั้งโต๊ะเก็บค่าธรรมเนียมเกาะคนละ 20 บาท ผ่านไปก็จะเจอโต๊ะเก็บค่าเรือหางยาวเข้าฝั่งคนละ 50 บาท เนื่องจากคลื่นลมแรงและเป็นช่วงน้ำลง เรือจึงเข้าฝั่งได้ที่จุดเดียว คือหน้าบันดาหยารีสอร์ทเท่านั้น




เมื่อเราเข้าเช็คอินที่ซานมรีสอร์ท  เราก็ต้องพบความขุ่นเคืองใจ เมื่อได้รับแจ้งว่าเราได้ห้องพักเป็นแบบห้องพัดลมเก่าหลังสุดท้ายจากหน้าหาด เมื่อเราบอกว่าจองห้องพัดลมใหม่ไว้ จนท.ก็บอกว่าราคานี้ให้ห้องพัดลมใหม่ไม่ได้หรอกครับ




ด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าและไม่อยากต่อล้อต่อเถียง ก็เลยพากันเอาสัมภาระมาเก็บที่ห้องพัก รุ่งเช้าเราก็มาสำรวจห้องพัก




บังกะโลหลังที่เราพักเป็นบ้านฝาไม้เชอร่า หลังคากระเบื้องลอนคู่ เพดานเป็นไม้อัด กรุผนังด้านในด้วยเสื่อไม้ไผ่สาน มีหน้าต่างสองด้านหน้าและด้านซ้าย ไม่มีมุ้งลวด ไม่มีเหล็กดัด ไม่มีช่องลม หลังห้องต่อเติมเป็นห้องน้ำห้องส้วม




สภาพห้องค่อนข้างเก่า มีกลิ่นอับชื้นเล็กน้อย ขนาดห้องประมาณ3.5*3.5 เมตร มีเตียงหนึ่งเตียง ราวตากผ้าเหล็กหนึ่งอัน โต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆพร้อมเก้าอี้ พัดลมตั้งพื้นหนึ่งตัว ถังขยะหนึ่งใบ ผ้าเช็ดเท้าหนึ่งผืน




มีมุ้งไนลอนหนึ่งหลังผูกห้อยมาจากเพดาน ไฟที่ใช้ได้มีบนเพดานหนึ่งดวงและไฟเล็กๆที่โต๊ะเครื่องแป้งอีกหนึ่งดวงเท่านั้น




สภาพห้องน้ำมีส้วมนั่งราบพร้อมชักโครกและหัวฉีดชำระ มีฝักบัวหนึ่งอัน อ่างล้างหน้าหนึ่งอัน ทิชชูม้วนหนึ่งม้วน ผ้าเช็ดตัวสองผืน ไม่มีอุปกรณ์ห้องน้ำอื่นอีก




ที่นี่ไม่มี ทีวี ตู้เย็น ตู้เซฟ ตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงาน น้ำดื่ม ชากาแฟ ไดร์เป่าผม รองเท้าผ้า ชุดนอน แปรงสีฟัน ยาสีฟัน แชมพู สบู่ ยานวดผม คอตตอนบัด มีดโกนหนวด  อยากใช้อะไรอย่าลืมเตรียมมาด้วยนะครับ(แต่เราก็ไม่เหงานะครับเวลาเข้าห้องน้ำ เพราะมี แมลงสาบ อึ่งอ่างและเขียดตะปาด มาอยู่เป็นเพื่อนด้วย)




บริเวณหน้าหาดมีโต๊ะเก้าอี้ และเก้าอี้หวายแบบนอน วางไว้สำหรับนอนดูวิวริมทะเล เรากินอาหารเช้าชมวิวทะเลยามเช้าที่นี่สองมื้อ มีบริกรพิเศษดูแลอย่างใกล้ชิด




การเที่ยวชมเกาะและดูปะการังน้ำตื้นเราใช้บริการ travel shop ซึ่งมีสำนักงานอยู่ตรงตู้ไปรษณีย์สีแดงปากทางถนนคนเดินนั่นเอง ค่าบริการรอบใน 5 จุด คนละ 550 บาทรอบนอก 7 จุด คนละ 650 บาท พร้อมอาหารเที่ยง น้ำดื่ม ผลไม้ สนอกเกิ้ล ตีนกบ ชูชีพ สามารถซื้อตั๋วก่อนออกเดินทางได้เลย ในเรือมีคนขับและนักท่องเที่ยวไม่เกิน 10 คน เท่านั้น(ไม่มีไกด์หรือพนักงานบริการ และไม่มีน้ำจืดล้างตัวบนเรือ)




ออกทะเลวันแรกประมาณ 09.45 น.ก็เจอทั้งลม ฝน และคลื่น เราไม่สามารถลงที่ร่องน้ำจาบังได้ทั้งขาไปและกลับเพราะน้ำแรง ส่วนที่อื่นสามารถลงได้ แต่น้ำขุ่นและภาพไม่ค่อยสวยเพราะแสงส่องไม่ถึง




เช้าวันที่สองที่หลีเป๊ะ อากาศดีกว่าวันวานมาก ฟ้าใส เมฆขาวๆเล็กน้อย คลื่นลมสงบ แดดเริ่มจ้า ปะการังวันนี้ดูมีสีสันกว่าเมื่อวาน เพราะน้ำใสและแสงส่องถึงก้นทะเล (ไม่มีกล้องถ่ายใต้น้ำจึงไม่มีรูปให้ดู)




สำหรับสภาพทั่วๆไปในหลีเป๊ะค่อนข้างไร้ระเบียบ ไม่ค่อยเห็นถังขยะหรือห้องสุขาไว้บริการ เห็นสุนัขอยู่ทั่วไปแต่ไม่ค่อยเห็น จนท. ของรัฐเลย อาหารทะเลก็รสชาติธรรมดาๆ ราคาก็แพงพอควรเมื่อเทียบกับร้านทั่วไปในกทม.หรือชายทะเลแถบชลบุรีหรือระยอง ถนนคนเดินยามเช้าเงียบเหงา คึกคักช่วงเย็นๆ




วันสุดท้ายที่หลีเป๊ะ  ออกมาเดินเล่นยามเช้าที่ชายหาด แล้วกลับไปกินอาหารเช้าที่รีสอร์ทและเช็คเอ้าท์  เราขอส่วนลดค่าห้องที่ไม่เป็นไปตามที่จองไว้ น้องเขาเลยลดให้ 600 บาท สรุปว่าค่าใช้จ่ายค่าที่พักที่นี่เป็นห้องพัดลมเก่าในราคาคืนละ 1000 บาท




จากนั้นเราก็นั่งเรือหางยาวจากหน้าซานมรีสอร์ท ไปขึ้นเรือที่หน้าหาดพัทยา ในราคาคนละ 50 บาท ใช้เวลาประมาณ 10 นาที



เรือนทีทองลำเดิมพาเรากลับจากหลีเป๊ะมาถึงท่าเรือหาดยาวด้วยเวลาเกือบสามชั่วโมงและที่นี่เราก็ต้องรอรถตู้และนักท่องเที่ยวจากเรืออื่นอีก กว่าจะเดินทางถึงสนามบินตรังก็เกือบบ่ายสามโมงแล้ว




รอเช็คอินที่สนามบินตรัง มีอาหารการกินมากมาย ของฝากก็หาซื้อที่นี่ได้ (ข้อแนะนำสำหรับท่านที่จะไปเกาะผ่านทางท่าเรือหาดยาว ให้ซื้อของกินของใช้ที่นี่ให้เรียบร้อย เพราะมีให้เลือกมากกว่าและราคาถูกกว่าที่ท่าเรือ)




แอร์เอเชียที่เราไม่ค่อยคาดหวังอะไร กลับไม่ทำอะไรให้เราผิดหวังครับ เครื่องขึ้นลงตามเวลาทั้งขาไปและกลับ และไม่มีใครสอบถามเรื่องสัมภาระสักคำ




สรุปความรู้ที่ได้รับจากทริปนี้และสิ่งที่อยากบอกต่อ

1. หลีเป๊ะเที่ยวหน้าไฮซีซั่น ไม่ได้หมายความว่าจะได้ชมทัศนียภาพที่สวยที่สุดเสมอไป แต่ที่แน่ๆคือเจอค่าใช้จ่ายที่ไฮแน่นอน

2. ไปหลีเป๊ะ ไม่จำเป็นต้องกิน นอนหรือเที่ยวที่เกาะหลีเป๊ะเท่านั้น เพราะจุดดำน้ำดูปะการัง หาดทรายและวิวสวยๆ ส่วนใหญ่อยู่บริเวณอื่น สภาพตัวเกาะหลีเป๊ะเองค่อนข้างเละเทะเสียด้วยซ้ำ

3. รีสอร์ทในหลีเป๊ะ ร้านอาหาร หรือธุรกิจบริการด้านนำเที่ยวต่างๆ บางแห่งอาจมีคนแนะนำว่าบริการดี ราคาไม่แพง ภาพลักษณ์น่าเชื่อถือ แต่ถ้าเราโชคไม่ดีก็อาจจะเจอสิ่งตรงกันข้ามได้

4. ไม่แนะนำให้ใช้บริการท่าเรือหาดยาว จังหวัดตรัง เพราะนอกจากสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกจะไม่พร้อมแล้ว ยังมีธุรกิจเรือท่องเที่ยวเพียงรายเดียวให้บริการ ทำให้เราไม่สามารถเลือกได้และที่สำคัญมาตรฐานยังต่ำอีกด้วย

5. เรือหางยาวบริการดำน้ำดูปะการังหรือเที่ยวเกาะ ไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า สามารถซื้อบริการได้ที่เกาะโดยตรง อุปกรณ์มากกว่า และเลือกสั่งอาหารได้

6. นอกเหนือจากบรรยากาศของหลีเป๊ะแล้ว อาหาร ดนตรี เครื่องดื่ม นวด หรือบริการอื่นใด สามารถหาได้ในกรุงเทพหรือชายทะเลอื่นๆในราคาที่ถูกกว่า

7. ท่านที่ชอบว่ายน้ำ หรือดำน้ำดูวิวใต้ทะเล ถ้าไม่อยากผิวเสีย ควรใส่ชุดปกปิดผิวกายให้มิดชิดแบบชุดสกูบ้า ส่วนที่เหลือโปะครีมกันแดดหลายๆชั้นและบ่อยๆ

และอย่าให้ผิวถูกแดดหรือลมแม้เพียงระยะเวลาสั้นๆ หากมีน้ำจืดเพียงพอ ให้ล้างหน้าทุกครั้งหลังขึ้นจากทะเล(ขณะอยู่บนเรือ) หมั่นดื่มน้ำหรือน้ำผลไม้บ่อยๆ เมื่อถึงที่พักให้อาบน้ำและเปลี่ยนชุดทันที ทาผิวด้วยโลชั่นบำรุงผิว(อาฟเตอร์ซัน)ให้ทั่วทั้งตัว




สรุปค่าใช้จ่าย

· ค่าตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชียโปรโมชั่นไปกลับสองคน ๓๒๑ บาท

· ค่าที่พักซานมรีสอร์ท ห้องพัดลมเก่าห้องละ ๑๐๐๐ บาทนอนสองคนสามคืนรวม ๓๐๐๐ บาท

· ค่าเรือข้ามฟากตรังหลีเป๊ะไปกลับไทเกอร์ไลน์ทราเวลคนละ ๑๕๒๐ บาท รวม ๓๐๔๐ บาท

· ค่าเหมาเรือเที่ยวรอบเกาะและดำน้ำรวมสองวันสองคน ๒๔๐๐ บาท

· ค่าอาหารสองคนสี่วันทั้งหมดประมาณ ๔๐๐๐ บาท

· อื่นๆ(ค่าแท็กซี่ ค่าเรือหางยาว ค่าเก็บขยะ ทิป)ประมาณ ๑๐๐๐ บาท

· รวมค่าใช้จ่ายทริปนี้ทั้งหมดสองคนประมาณ 14,000บาท(เฉลี่ยคนละ 7,000 บาท)

........................................................................







 

Create Date : 06 มีนาคม 2556
2 comments
Last Update : 6 มีนาคม 2556 19:57:46 น.
Counter : 21822 Pageviews.

 

 

โดย: Kavanich96 7 มีนาคม 2556 15:29:58 น.  

 

สวัสดีค่ะ

 

โดย: dada_aeiou 6 กุมภาพันธ์ 2559 18:54:53 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


suratanonin
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add suratanonin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.