ผู้หญิงเฟอะฟะคนนึงที่เดินทางไปกับแว่นเน่าๆ 1 อัน

Valentine's Month


 
ทั่วทีป
Location :
เลย Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




บล๊อกแก้งค์คือส่วนหนึ่งของชีวิต
บันทึกเรื่องราวต่างๆ ที่ได้พบเจอ ได้ทำ หรือได้รู้สึกอยากระบาย เหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งอาจจะลืมเลือนไปได้จากความทรงจำ เขียนไม่เก่ง แต่อยากเขียน
หลายเรื่องไม่น่าสนใจ หากแต่ตอนที่บันทึก มันคือความรู้สึกแท้จริง ณ ตอนนั้น และไม่อยากให้มันเลือนหายไปกับกาลเวลา
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
27 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ทั่วทีป's blog to your web]
Links
 

 
สอยดาว สาวหมอก ภูสอยดาว และ คุณ คุ่น มหันตภัยของมวลมนุษยชาติ

เริ่มต้นด้วยความทุลักทุเลพอสมควร
เมื่อตั๋วไปพิดโลก จองไม่ได้ คนขายแจ้งว่า สายสั้น ไม่ให้จอง
สั้นบ้านเจ๊ดิ ตั้ง 200 ก่าโล
เอาฟร่ะ เอาไงก็เอา
จากขนส่งเมืองเลย รถมาเทียบท่า ราว 21.30 น. ตามคาด
เมื่อต้องยืนจนถึงด่านซ้าย เพื่อนร่วมเดินทางอีกคนแมนสุดๆ ยืนจนถึงพิดโลก 01.20 น. รวม 4 ชั่วโมง ปลอบใจเพื่อนว่า ซ้อมไว้
เจอเพื่อนร่วมเดินทางจาก กทม.อีก 2 ชีวิต เลยไปนอนอพาร์ทเม้นคุณป้า เอาแรง จน 6 โมงเช้า เราจึงเริ่มต้นเดินทางจากพิดโลก ใช้เส้น นครไทย ชาติตระการ ถึง อช.ภูสอยดาว

เส้นทางระหว่าง ชาติตระการ ถึง อช. ประมาณ 62 กม. เส้นทางก็ประมาณนี้ ผล คือ ขาไปไม่เป็นไร ขากลับ เมา........ วะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า อับอายขายขี้หน้า



ชั่งน้ำหนักให้ลูกแบก (ไม่เหมือนลูกหาบที่ภูกระดึง) + ติดต่อเรื่องเต้นท์ ถุงนอน รองนอน กว่าจะเรียบร้อยก็ 10 โมงกว่าๆ จึงได้เวลาลัลล้ากัน
น้ำตกภูสอยดาว อยู่หลังที่ทำการนี่เอง ...




หงิง ไม่มีขาตั้งกล้อง เริ่มเดินเท้า เริ่มประมาณ 10 โมงกว่าๆ เลียบน้ำตกประมาณ 3-4 ชั้น สบายๆ ชิวๆ
ในใจนึก...ไหนว๊า เนินส่งญาติในตำนาน...



ชิวๆ ลัลล้า



เบลอๆ หน่อย หาโขดหินวางกล้องไม่ได้




ทางเลียบน้ำตก อากาศชื้นๆ ปีนป่ายนิดหน่อย เย็นสบาย เราพบเจ้าสิ่งนี้ แอบๆ อยู่โคนต้นไม้ใหญ่ มันคือ ... บัวผุด ในตำนาน (ตำนานที่คิดขึ้นเอง) อยากเห็นตอนมันบานยิ่งนัก ว่าจะยิ่งใหญ่ เหมือนในตำนานหรือเปล่า




และแล้วก็มีถึงช่วงแอดเวนเจ้อของแท้
เนินส่งญาติ หงิงๆๆๆๆ กะว่า ปีหน้า จะหลอกญาติมาส่งที่เนินนี้ อิอิ ไม่มีภาพ แต่มีองศามาให้ดู อาจดูเหมือนหมูๆ
แต่ขอบอกว่า ลมจับ..แผ่นดินตีลังกา ดาวกระพริบๆ วิบๆ ตอน 11 โมง ก็เนินส่งญาตินี่เลย ใครที่ขึ้นภูสอยดาว วันที่ 23 ตค. ประมาณ 11 โมง เจอผู้หญิงเจ๋อๆ หน้าซีด นั่งขวางทางบนกระได กอดเสาแน่นที่เนินส่งญาติ เอ่อ มิได้ตั้งใจค่ะ เพราะตอนนั้นจะหล่นแหล่ มิหล่นแหล่จากกระไดอยู่แล้วจ้า



จากนั้นก็เดิน เดิน และเดิน

ฝนก็ไม่ปราณีปราศรัย ตกๆ หยุดๆ จนไม่รู้จะร้อนหรือหนาวดี

ผ่านเนินปรานเซียน ก็หมูเขี้ยวตัน เนินป่าก่อ ธ่อชิวๆ เนินเสือโคร่งละ ลัลล้าจะตายไป และสิ้นสุดที่เนินมรณะ(กรรม) สุดท้าย บร่ะเจ้าโจ๊ก มันโชกเลือดมาก
นั่งพักที่เสือโคร่งเห็นพิกัดเนินมรณะกรรมแล้ว เอ่อ บ้าป่าวววว ใครจะขึ้นไหว ไอ้ขาวๆ ที่เห็นนะ ไม่ใช่เสื้อคนหรอก หินสะท้อนแดดม้างงงง
แล้วหินบ้าอะไรมันเคลื่อนไหวได้ฟร่ะ
สักพัก....สีฟ้าๆ นั่น คงไม่ใช่ก้อนหินแล้วละ ม่ายยยย มันไม่จริง .....
มันสูงมาก แม่เจ้า .......



ตะเกียตะกาย ตะเกียกตะกาย เดิน 5 ก้าว หยุด 5 นาที
มันก็ถึง หันหน้าไปตะโกนเยาะเย้ย คนที่ต้นเนินมรณะกรรม อยากเป็นเราใช่ไหมล่า ลัลล้า สะใจ




สวย กล้องถ่ายรูปรุนเทพรุ่นไหน ก็ไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้
เดี๋ยวแดด เดี๋ยวฝน เดี๋ยวหมอก บอกอารมณ์กันไม่ถูกเลยทีเดียว




ถึงแล้ว ลานสน ..... และไหน ทุ่งหงอนนาคในตำนาน (อีกแล้ว)
ปลายฝนต้นหนาว...ทุ่งหงอนนาคไม่เหมือนในตำนาน แต่ไม่ไดทำให้รู้สึกผิดหวังเลยแม้แต่น้อย ทุ่งหญ้าสีเหลือง มีหงอนนาคแซม



ถึงลานกางเต้นท์ 4 โมงเย็น
ตะกี้มีแดด..อีก 5 นาทีหมอกลง งง กับอากาศบนนี้




สัมภาระจากลูกแบก มายังไม่ครบ บางคนต้องนั่งหนาว รอจน 2 ทุ่ม ถือเป็นความไม่ประทับใจเดียว บนภูสอยดาว กว่าจะได้อาบน้ำ
วันนี้กินอาหารตามมีตามเกิด เพราะเสบียงมาถึงตอน 2 ทุ่ม
การอาบน้ำและเข้าห้องน้ำ ต้องไปหิ้วน้ำจากริมธาร ข้างๆ ห้องน้ำ เอ่อ บอบบางอย่างเรา ได้ทีละครึ่งถัง

คืนนี้อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิจากคนแพ้อากาศหนาวอย่างเรา บอกได้ว่า ไหว และไม่มีลม เหมือนยอดภูกระดึง หรือภูเรือ

6 โมงเช้า ไม่มีการปลุกกันมาดูพระอาทิตย์ขึ้น น้ำไม่มีอาบ ล้างหน้า แปรงฟันเสร็จ จึงแอบไปลัลล้า ชมหมอกตอนเช้ากัน



อิ่มหนำ เสร็จ เราก็เดินน้ำตกสายทิพย์ อยู่ไม่ไกลจากที่พักมากนัก มีการปีนป่ายกันเล็กน้อย ก่อนลง ฟ้าสดใส แต่ก็หมอกมาเป็นระยะ เหมือนเดิม เริ่มทายากันคุ่น หลังจากโดนกัดไปคนละ 2-3 แผล
กย ยาเหลือง ยาหม่อง ทุกขนาน




ยอดสนตอนไม่มีหมอก หายากนะเนี้ย




ทางลง ชัน ลื่น หนุกหนาน แถมต้องตบคุ่นตลอดเวลา



น้ำตกสายทิพย์ มีหลายชั้น




ต้องปีนป่ายกันนิดนึง ฝนปรอยมาเป็นระยะ บวกกับหมอกทำให้ทางลื่น ต้องระวังกันพอควร




ก้อนหินใหญ่ก้อนนี้ เพื่อนเกือบเอาชีวิตมาทิ้ง เพราะลื่นหัวเกือบฟาด
ขวัญเอ้ย ขวัญมา




2 รูปนี้ก่าจะได้มา อ่า ชัดเตอร์ หลอนกดติดวิญญาณ





หลังปีนขึ้นจากน้ำตก ก็เที่ยงพอดี
รู้สึกยังไม่หิว ก็เดินเล่นๆ แถวๆ ริมผาอาทิตย์อัสดง เจอป้ายว่างพอดี
เป็นป้ายที่....เอ่อ..ไม่ค่อยลงทุนสักเท่าไหร่ เลย



หมอกที่หงอย เริ่มลอยมาเป็นสาย
งดงามเหมือนเมืองสวรรค์ (เดาเอา)



มาเป็นระยะ ไม่บอก ไม่รู้ว่านี่ คือตอนเที่ยงตรง



เดินเลียบริมผา ชมจุดอาทิตย์อัสดง ถ่ายรูปก็ไก่กามากๆ เพราะมีแต่หมอกกับหมอก
หงอนนาคตอนเที่ยงวัน



หลังกินมาม่าเห็ดหอมแสนอร่อย ก็เริ่มเที่ยวทุ่งดอกไม้สองประเทศในตำนาน หลักเขตประเทศ ถ่ายยากถ่ายเย็น เพราะเจอกลุ่มทริปหลายกลุ่มใหญ่ ชื่อทริปก็บอกว่า รักการเดินป่า แต่แอบเห็นเด็ดดอกหงอนนาคติดไม้ติดมือ เห็นแล้วคันไม้คันมือ ว่าไปเด็ดที่สวนตัวเองจะดีกว่าไหม (ขี้บ่นจริงวุ้ย) จะพบว่าที่ขาเริ่มเต็มไปด้วยจุดแดงๆ ที่คุ่นฝากไว้ ...ฉันเกลียดคุ่น



ที่ฝั่งลาว มีสัญญาณดีแทคด้วย ลัลล้า แดม! เปิดโทรศัพท์แบตเหลือขีดเดียว เลยรีบโทรรีบวาง



วิวสนสวย แถวฝั่งลาว ถ้าอามือปิดนางแบบไว้ จะพบว่าสวยมาก หมวกใบนี้ ท่าไม้ตายนี้ มันแสนจะคุ้นเคย




ทุ่งดอกหญ้าในตำนาน มีหลงเหลือให้ดูบ้าง




ทุ่งกระดุมเงินมีประปราย



หมอกลอยมาอีกระลอก อากาศเย็นสบายๆ เจอทุ่งดอกไม้ สีเหลือง
ปีหน้าถ้าได้มาอีก สาบานว่าจะใส่เสื้อสีแดง




ท่าเทพในตำนาน ไม่ทำเดี๋ยวจะเชย กระโดด



เดินไปที่จุดชมวิว เป็นจุดสูงสุดของลานสน งดงามมากกกกก จนไม่รู้จะอธิบายยังไง เสียดายว่าถ่ายรูปได้ไม่สวยเลย



อย่างนี้เรียกทะเลหมอกได้ไหมนะ



ดื่มด่ำกำซาบพักใหญ่ สลับกับการต่อสู้กับไอ้น้องคุ่น เริ่มเดินกลับที่พัก เลียบหน้าผา ตอนนี้เองที่เห็นสาวคนหนึ่ง เดินถือดอกหงอนนาค อารมณ์เริ่มขุ่นมัว ....ถ้าใครจำได้ อยู่ทริปเสื้อสีแดงๆ นี้ มาแก้ข่าวด้วย ว่าเก็บมาจากที่เขาเด็ดมาอีกที จะยอมให้อภัย




เกือบถึงลานกางเต็นท์แล้ว



จุดอาทิตย์อัสดง จากสภาพหมอกอันเหงาหงอย คาดว่า ท่านไม่โผล่มาแน่ เราจึงไม่รอ
รีบกลับไปอาบน้ำ ก่อนจะเกิดการแย่งชิงห้องน้ำ
ที่นี่ห้องน้ำต้องบริการตัวเอง โดยการหิ้วกระแป๋งไปตักที่ลำธารมาใช้เอง
ไม่ว่า จะอึ๊ หรืออาบ ใครที่อึ๊เยอะก็ตักเยอะ
ส่วนอากาศเย็นสบายๆ ... ห้องน้ำก็ไม่แย่งชิงกันมาก ยกเว้นว่า ห้องน้ำหญิงข้างบน ส้วมตัน เซ็งเป็ด ต้องไปแย่งกันที่ห้องข้างล่าง

คืนนั้น เรานอนดูดาวกัน แม้จะผลุบๆ โผล่ๆ ก็ยังได้เห็นดาวตก 1 ดวง

เช้าวันเดินทางกลับ อากาศสดใส แตกต่างกันยังกะเว้และ ฮอยอัน
ชักภาพให้ไว



โบกมืออำลาลานสนภูสอยดาว ถ้ามีโอกาส และสุขภาพอำนวย คงได้เจอกันใหม่ไหม?



เริ่มต้นเดินทางราว 10โมง ถึง ที่ทำการ บ่ายโมง



เดินทางจาก อช. - ชาตตระการด้วยอารมณ์เมา....รถ
บ๊ายบายภูสอยดาว ไว้มาวิ่งไล่จับหมอกกันใหม่

คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ

นักท่องเที่ยว 1 คน เด็ดดอกหงอนนาคคนละดอก จะเหลืออะไรให้รุ่นหลังได้ดู
นักท่องเที่ยว 1 คน ตบตัวคุ่น คนละ 20 ตัว ยังไงมันก็ไม่หมดจากดอย แง๊.... รักนะ ทากน้อย ณ ภูกระดึง จุ๊บๆ



Create Date : 27 ตุลาคม 2552
Last Update : 31 ตุลาคม 2552 18:32:09 น. 6 comments
Counter : 4531 Pageviews.

 
ไปมาเมื่อไหร่เนี้ยเจ๊ เดินเหนื่อยมั้ยนั่น
ยังไหวอ่ะเนาะ


โดย: khumkhim IP: 58.8.16.97 วันที่: 31 ตุลาคม 2552 เวลา:18:37:23 น.  

 
สุดโค่ยย ไม่ได้เที่ยวแบบนี้นานแล้ว
ธรรมชาตินี่มันสวยจริงๆ


โดย: Pikless วันที่: 26 พฤศจิกายน 2552 เวลา:20:24:39 น.  

 
สวยดี น่าไปจังน้องผึ้ง


โดย: อริญชัย IP: 10.3.111.237, 202.29.6.67 วันที่: 17 ธันวาคม 2552 เวลา:16:38:05 น.  

 
คราวหลังชวนมั่งนะ แต่ไม่รู้จะปีนไหวใหมดูๆคล้ายภูกระดึง และภูหลวงนะ


โดย: อริญชัย IP: 10.3.111.237, 202.29.6.67 วันที่: 17 ธันวาคม 2552 เวลา:16:41:06 น.  

 
โห เจ้าของบล็อกช่างลุยจัง
ผมผู้ชายไม่กล้าไป ภูสอยดาวเลย
( กลัวกล้องเจ๊ง ) แน่มาก.....นาย.


โดย: ชายเอ ทุ่งรังสิต วันที่: 28 ธันวาคม 2552 เวลา:21:12:33 น.  

 
จะไปอีกเมื่อไรบอกนะ

คราวนี้จะเตรียมรับมือคุ่นมากกว่านี้

คราวนี้ยอมแพ้


โดย: โญ IP: 202.12.97.116 วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:16:49:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.