พืชพันธุ์ดอกไม้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย
พืชพันธุ์ดอกไม้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย
นางสาวฑิฆัมพร สำราญจิตต์
ว่าที่ พ.ต.ดร.ณัฏฐพล ตันมิ่ง
ภูหลวงมีความหมายว่าภูเขาที่ยิ่งใหญ่ หรือหมายถึงภูเขาของพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งนับเป็นสิริมงคลนามที่บรรพบุรุษได้ตั้งชื่อไว้ ในภูหลวงนั้นยังมีพืชพันธุ์ดอกไม้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงมากมายหลากหลายสายพันธุ์ ที่มีความสวยงามและจุดเด่นเฉพาะของแต่ละพันธุ์ ที่ยังรอให้นักท่องเที่ยวได้มีโอกาสขึ้นไปบนภูหลวงได้ชื่นชมดอกไม้ที่มีความสวยงาม และกลับไปพร้อมความประทับใจของพืชพันธุ์ดอกไม้แห่งนี้
ภูหลวงเกิดจากการยกตัวของพื้นผิวโลกและดินส่วนที่อ่อนถูกพัดพาลงสู่พื้นที่ส่วนต่ำ คงเหลือหินซึ่งเป็นโครงสร้างที่แข็งไว้เป็นภูเขา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงได้ รับการจัดตั้งเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 91 ตอนที่ 216 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2517 มีเนื้อที่ประมาณ 848 ตารางกิโลเมตรหรือ ประมาณ 530,000 ไร่ ตั้งอยู่ในท้องที่วังสะพุง อำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้าย อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย ต่อมาในปี พ.ศ. 2534 ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นมาใหม่ซึ่งเรียกว่า “พระราชกฤษฎีกา กำหนดบริเวณที่ดินป่าภูหลวง ในท้องที่ตำบลปลาบ่า ตำบลท่าศาลา อำเภอภูเรือ ตำบลโพนสูง ตำบลวังยาว ตำบลอีปุ่ม อำเภอด่านซ้าย ตำบลหนองงิ้ว ตำบลเขาหลวง ตำบลทรายขาว อำเภอวังสะพุงและตำบลภูหอ อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย และได้มีการกำหนดให้บริเวณที่ดินป่าภูหลวง ในท้องที่ตำบลปลาบ่า ตำบลท่าศาลา อำเภอภูเรือ ตำบลโพนสูง ตำบลวังยาว ตำบลอีปุ่ม อำเภอด่านซ้าย ตำบลหนองงิ้ว ตำบลเขาหลวง ตำบลทราบขาว อำเภอวังสะพุง และตำบลภูหอ ตำบลเลยวังไสย์ อำเภอภูหลวงจังหวัดเลย เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ตั้งอยู่ในบริเวณท้องที่อำเภอวังสะพุง อำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้าย อำเภอภูหลวงภูหลวงมีความหมายว่าเขาที่สูงใหญ่ หรือหมายถึงภูเขาของพระเจ้าแผ่นดิน เกิดจากการยกตัวของพื้นผิวโลกและดินส่วนที่อ่อนพัดพาลงสู่พื้นที่ส่วนต่ำ ภูหลวงประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2517 มีพื้นที่ประมาณ 560,593 ไร่สภาพทั่วไปเป็นพื้นที่ราบสูง อากาศเย็นตลอดปี คุณชาญกมล แก้วมณี เจ้าหน้าที่ประจำสถานีช่อง 7 จ.เลย ได้กล่าวว่า “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงมีภูมิทัศน์ที่สวยงาม มีสัตว์ป่าหลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะฝูงช้างที่มีอยู่หลายโขลงและสัตว์สงวนเกือบทุกชนิด เราควรอนุรักษ์สายพันธุ์สัตว์เหล่านี้ เพื่อไม่ให้สูญพันธุ์ไป” ฤดูกาลบนภูหลวงมี 3 ฤดูเหมือนพื้นราบแต่ระดับอุณหภูมิต่างกัน ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 20-24 องศาเซลเซียสจะมีดอกไม้ที่มีสีสันเจิดจ้าสวยงามเช่นเอื้องตาเหิน กล้วยไม้ป่าดอกขาวกุหลาบ ขาวและกุหลาบแดง ฤดูฝนอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม อุณหภูมิใกล้เคียงหรือสูงกว่าหน้าร้อนเล็กน้อยจะมีดอกไม้ป่าดอกเล็กๆ สีชมพูอมม่วงขึ้นแซมตามทุ่งหญ้าและเทียนน้อย ฤดูหนาวอุณหภูมิลดลงมาก เฉลี่ย 0-16 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม บางวันอุณหภูมิลดลงถึง –4 องศาเซลเซียสจะมีก่วมแดงหรือที่รู้จักกันว่าเมเปิ้ล จะเปลี่ยนสีแดง แล้วผลัดใบ ตามพื้นดินจะเห็นต้นกระดุมเงินและรองเท้านารีปีกแมลงปอขึ้นอยู่บนก้อนหินและ ตามพื้นป่าดิบเขา คุณสมศักดิ์ สำราญจิตต์ เจ้าหน้าที่ประจำสถานีช่อง 7 จ.เลย ได้กล่าวว่า “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงมีความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งทางพืชและสัตว์ อุดมไปด้วยดอกไม้ป่า กล้วยไม้ป่า และพืชเฉพาะถิ่น เช่น มอส ไลเคนและพืชพันธุ์ต่างๆที่น่าสนใจ” ด้านตะวันออกของเทือกภูหลวงมีการค้นพบซากหินรอยเท้าไดโนเสาร์อายุกว่า 120 ล้านปี นอก จากนี้ยังมีป่าหลากชนิด เช่น ป่าผลัดใบหรือป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา แต่ป่าที่โดดเด่นที่สุดบนภูหลวง คือป่าสนสองใบ สนสามใบ และทุ่งหญ้าตามพื้นที่ราบ เนินเขาและลานหิน เส้นทางศึกษาธรรมชาติภูหลวง เป็นเส้นทางเดินต่อเนื่องกัน โดยเริ่มจากโหล่นมน ซึ่งเป็นบริเวณที่พักนักท่องเที่ยวผ่านป่าดงดิบ ลำห้วยป่าสนสามใบ และดอกไม้สลับทุ่งหญ้าระยะทางประมาณ 2.3 กิโลเมตร ถึงโหล่นสาวแยงคิง จากนั้นไปเป็นเส้นทางเดินไปยังโหล่นหินแอ่วขัน ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ผ่านดงดอกไม้หลายชนิด ต่อไปเป็นทางเดินสู่ลานหินโหล่นแต้ ระยะ ทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร จะพบกุหลาบขาวและกล้วยไม้ป่าต่าง ๆ บริเวณผาโหล่นแต้ สามารถชมวิวทิวทัศน์ของภูหอ ภูกระดึง ภูยองภู และภูขวางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง มีสภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาใหญ่ แนวเขตเริ่มจากระดับความสูงประมาณ 400 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางยอดเขาที่สูงที่สุดของภูหลวงมีความสูงประมาณ1,571 เมตร เทือกเขาซีกตะวันออกมีลักษณะเป็นภูเขาลูกใหญ่ที่มีที่ราบบนหลังเขาที่ระดับ ความสูง 1,200-1,500 เมตร เนื้อที่ประมาณ 100 ตารางกิโลเมตร เทือกเขาซีกตะวันตกเป็นภูเขาลูกเล็กๆ ตั้งชันสลับสับซ้อน เป็นลูกคลื่นระดับความสูง 600-800 เมตร คุณพีระสิทธิ์ สุวรรณเลิศ ได้กล่าวว่า “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง มีสิ่งน่าสนใจหลายๆอย่างทั้งพืชพันธุ์ดอกไม้ พันธุ์สัตว์ป่า ที่รอให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมความสวยงามของที่แห่งนี้ เพื่อไม่ให้พืชพันธุ์ดอกไม้ พันธุ์สัตว์ป่าสูญพันธุ์ไป เราจึงควรอนุรักษ์พื้นป่าแห่งนี้ให้อยู่คู่เมืองเลยตลอดไป” ภูเขาทางทิศตะวันออกเป็นหน้าผาเขาสูงชันลาดลงสู่ทิศตะวันตกเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำ เลยและแม่น้ำป่าสักซึ่งแม่น้ำเลยจะไหลผ่านกลางพื้นที่จากทิศเหนือลงสู่ทิศ ใต้ แล้วไหลย้อนผ่านอำเภอวังสะพุงไปลงสู่แม่น้ำโขงในเขตอำเภอเชียงคาน ส่วนแม่น้ำป่าสักเกิดขึ้นจากลำธารหลาย ๆ สายทางด้าน ทิศตะวันตกของเขตรักษาพันธุ์ป่าภูหลวง ก่อให้เกิดแม่น้ำไหลผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ลงสู่ที่ราบภาคกลางไปบรรจบกับแม่ น้ำลพบุรีที่อำเภอนครหลวงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนที่จะไหลสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและไหลลงสู่อ่าวไทยในที่สุด ลักษณะทางธรณีวิทยาของบริเวณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง มีโครงสร้างทางธรณีวิทยาเช่นเดียวกับพื้นที่ราบสูงโดยทั่วไป มีลักษณะของชั้นที่วางตัวแบบกระทะหงาย (Syncline) ในแนวเหนือ-ใต้ มีรอยเลื่อน (Fault) เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกอีกหลายแห่ง ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของโครงสร้างทางธรณีวิทยาในบริเวณภาคตะวันออกเฉียง เหนือที่ได้มีการยกตัวมาแต่อดีต และหลายพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ประกอบด้วยเขาหินโผล่โดยทั่วไปประกอบด้วยหินอัคนีและหินตะกอนของชุดหินโคราช (Korat Group) และชุดหินราชบุรี(Ratburi Group) โดยทั้งหมดเกิดในช่วงอายุ (Age) Lower Middle Cretaceous จนถึง Perimain อันประกอบด้วยหน่วยหิน (Formation) ต่าง ๆ คือหน่วยหินภูพาน เสาขรัว พระวิหาร ภูกระดึง น้ำพอง ห้วยหินลาด และหน่วยหินผาเดื่อ ซึ่งลักษณะโดยรวมเป็นหินทรายที่มีสีและส่วนส่วนประกอบที่แตกต่างกันไปนอกจากนั้นยังมีหินดินดานสีน้ำตาล ถึงเทาแกมน้ำตาลรวมถึงหินปูนสีเทาแก่ หินกรวดมนทัฟฟ์ และหินที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นหินที่เกิดจากการเย็นตัวในอากาศของลาวากระจาย อยู่ปะปนกัน ลักษณะภูมิอากาศของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง อยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมแต่เนื่องจากพื้นที่อยู่ห่างไกลชายฝั่งทะเลค่อนข้าง มากจึงทำให้อากาศมีแบบกึ่งร้อน และเนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นภูเขาที่ราบสูงจึงมีความหนาวเย็นยาวนานกว่า พื้นที่ราบของภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยทั่วไป จากข้อมูลอุณหภูมิของสถานีตรวจวัดอากาศจังหวัดเลย จะเห็นได้ว่าอุณหภูมิของพื้นที่ในแต่ละช่วงปีจะมีค่าเฉลี่ยรายเดือนไม่แตก ต่างกันมากนัก คุณยงยุทธ แก้วศิริ เจ้าหน้าที่ประจำสถานีช่อง 7 จ.เลย ได้กล่าวว่า “ภูหลวงส่วนใหญ่จะมีอุณหภูมิที่ต่ำ อากาศหนาว นักท่องเที่ยวที่จะขึ้นมาชมภูหลวงควรพกเสื้อกันหนาวไปด้วย เพื่อความอบอุ่นแก่ร่างกาย” โดยค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิรายเดือนมีค่าเปลี่ยนแปลงจาก 26.2 องศาเซลเซียส ในเดือนธันวาคม จนถึง 28.0 องศาเซลเซียส ในเดือนเมษายน ค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิตลอดทังปีเท่ากับ 27.1 องศาเซลเซียส สำหรับค่าอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยรายเดือนเท่ากับ 38.2 องศาเซลเซียส ซึ่งอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 16.0 องศาเซลเซียส ซึ่งอยู่ในช่วงเดือนมกราคม ส่วนปริมาณน้ำฝนจากข้อมูลของสถานีตรวจวัดอากาศเลย จะเห็นได้ว่าช่วงที่มีสภาพฝนตกชุกจะยาวนานกว่าช่วงอื่น ๆ ซึ่งมีช่วงยาวนานถึง 6 เดือน โดยครอบคลุมตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนตุลาคมซึ่งค่าน้ำฝนที่ตกในช่วงนี้จะมีปริมาณสูงในแต่ ละเดือนจะมีค่าไม่ต่ำกว่า 100 มิลิเมตร โดยเฉพาะในเดือนกันยายนจะมีปริมาณฝนเฉลี่ยสูงสุดถึง 226.8 มิลลิเมตร และปริมาณฝนรายเดือนเฉลี่ยต่ำสุด 3.9 มิลิเมตรในเดือนธันวาคมปริมาณน้ำฝนรายปีมีค่าเท่ากับ 1,238.1 มิลลิเมตร จากวันที่มีฝนตก 130 วัน/ปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นจำนวนวันที่ตกในช่วงฤดูฝน โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เท่ากับ 35.62 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนวันที่ฝนตกทั้งปี และเดือนที่มีจำนวนวันที่ฝนตกมากที่สุด ได้แก่ เดือนกันยายนประมาณ 20วัน ข้อมูลการคายระเหยจากถาดวัดการระเหยของสถานีตรวจวัดอากาศเลยแสดงถึงข้อมูล ปริมาณการระเหย เฉลี่ยรายเดือนในรอบ 30 ปี ซึ่งจะเห็นได้ว่าพื้นที่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงมีการระเหยสูงโดยค่า การระเหยรายปีเฉลี่ยมีค่าสูงถึง 1,576.4 มิลิเมตร โดยสูงสุดในเดือนเมษายนมีค่าถึง 173.0 มิลิเมตร และต่ำสุดในเดือนพฤศจิกายนซึ่งเท่ากับ 108.6 มิลลิเมตรข้อมูลความชื้นสัมพันธ์จากสถานีตรวจวัดอากาศเลย จากการศึกษาพบว่าการผันแปรของค่าเฉลี่ยรายเดือนมีค่าสูง ในช่วงฤดูฝนและลดต่ำลงในช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อนตามลำดับตามค่าความเปลี่ยน แปลงไม่สูงนัก คือ มีค่าความผันแปรเฉลี่ยรายเดือนจาก 60 เปอร์เซ็นต์ในเดือนมีนาคมถึง 83 เปอร์เซ็นต์ในเดือนกันยายนข้อมูลกระแสลมจากสถานีตรวจวัดอากาศจังหวัดเลย จะเห็นได้ว่าที่พัดอยู่ในพื้นที่จะพัดมาจากสองทิศทางหลัก คือทิศทางเหนือสำหรับช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคม และ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือและในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม ลมประจำถิ่นจะ มีทิศทางด้านตะวันตก โดยความเร็วลมเฉลี่ยทั้งปีมีค่าเท่ากับ 5 น๊อต หรือ 92.65 กิโลเมตร/ชั่วโมง สภาพป่าของเขตรักษาพันธุ์ป่าภูหลวง นับได้ว่ามีความอุดมสมบูรณ์มากเนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่ในระดับความสูงที่แตกต่างกันระหว่างประมาณ 400 เมตร ถึง 1,500 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง และพื้นที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม ดังนั้นสภาพของสังคมพืชจึงแตกต่างกันไปตามระดับความสูง ป่าไม้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ครอบคลุมเนื้อที่ร้อยละ 75 ของพื้นที่ประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าไผ่ ป่าเบญจพรรณผสมป่าไผ่ ป่าไผ่ผสมพื้นที่การเกษตรทุ้งหญ้า และทุ่งหญ้าผสมพื้นที่เกษตรในสัดส่วนร้อยละ 27.71,17.60,2.20,7.59,4.06,18.05,1.90และ 12.05 ตามลำดับ ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 0.91 เป็นพื้นที่ที่ถูกบุกรุกแผ้วถางเพื่อทำการเกษตร และร้อยละ 0.32 เป็นพื้นที่บริเวณที่มีหินโผล่ สภาพป่าไม้ แต่ละชนิดมีลักษณะสำคัญดังต่อไปนี้ ป่าดิบเขา (Hill Evergreen Forest) เป็นป่าที่ขึ้นในที่มีความชุ่มชื้นสูง สังคมพืชชนิดนี้ จะขึ้นเฉพาะพื้นที่ที่มีความสูง จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งแต่ 1,000-3,000 เมตร พันธุ์ไม้สำคัญ ได้แก่ ก่อทั้ง 3 สกุล เช่น ก่อเดือย ก่อใบเลื่อม ก่อขนนก ก่อหมวก ตะเคียนเฒ่า ตะแบกแดง ยมเงิน หว้า พญามะขามป้อม ฯลฯ สำหรับไม้พื้นล่างประกอบด้วยกล้าไม้ต่างๆ เช่น เฟิร์นและไม้เถาว์บางชนิด ป่าเบญจพรรณ (Mixed Deciduous Forest) เป็นสังคมพืชที่ค่อนข้างโปร่ง พบกระจายในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางไม่เกิน 1,000 เมตร พันธุ์ไม้สำคัญได้แก่ ตะแบก กระท้อน มะค่าโมง ส้มกบ แสนคำ ไทร กระโดน แดง และลิ้นฟ้า เป็นต้น ป่าเต็งรัง (Dry Diptarocarp Forest) พบขึ้นกระจายในพื้นที่ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 400-600 เมตร บริเวณพื้นที่แห้งแล้งมีดินตื้นถึงปานกลาง และบริเวณที่มีหินโผล่ทั่วไป พันธุ์ไม้ที่สำคัญ ได้แก่ เต็งรัง ยอป่า เชียด สม ประดู่ กระท่อนหมู ตะแบก รกฟ้า เก็ดดำ ตะคร้อ เป็นต้น ส่วนไม้พื้นล่างประกอบด้วย หญ้าเพ็ง หญ้าดำ เป็นต้น คุณสมพงษ์ ราชแข็ง เจ้าหน้าที่ประจำสถานีช่อง 7 จ.เลย ได้กล่าวว่า “ภูหลวง นอกจากจะมีพืชพันธุ์ดอกไม้ที่สวยงามแล้ว ยังมีพันธุ์ไม้ที่น่าสนใจอีกด้วย และบางชนิดมีอายุถึง 1 ร้อยปี” ป่าไผ่และทุ่งหญ้า พบว่าสังคมพืชป่าไผ่และทุ่งหญ้า กระจายตัวเป็นหย่อมๆโดยทั่วไปความสำคัญของป่าไม้ หรือพืชพรรณต่างๆของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงคือ เป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของสัตว์ป่า สัตว์ป่าอาศัยป่าเป็นที่อยู่อาศัยเป็นแหล่งหลบภัยและเป็นแหล่งอาหาร สภาพป่าที่แตกต่างกันจะเป็นตัวกำหนดบทบาท และชนิดของสัตว์ที่อาศัยอยู่ ตลอดจนความชุกชุมของสัตว์ป่า เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำสายน้ำสำคัญๆ หลายสาย เช่น แม่น้ำเลย แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำทบ และ แม่น้ำสาน เป็นแหล่งอาหาร และเก็บหาของป่าของประชาชนท้องถิ่น ประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบพื้นที่เขตฯ อาศัยเก็บเห็ด ไม้หอม หน่อไม้ กล้วยไม้ และของป่าอื่นๆ เพื่อการยังชีพ ตลอดจนการ นำไปจำหน่าย สภาพสังคมพืชที่ขึ้นอยู่ปะปนกันตามสภาพภูมิประเทศที่สลับซับซ้อน จึงเป็นแหล่งที่รวมของพันธุ์ไม้มีค่า หายาก และพืชสมุนไพรมากมายหลายชนิด การเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของสังคมพืช และเนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่สลับซับซ้อนก่อให้เกิดทิวทัศน์สวยงาม เป็นจุดเด่นต่อการพักผ่อนหย่อนใจ และศึกษาหาความรู้ทรัพยากรสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงมีความหลากหลายของชนิด และความชุกชุมเนื่องจากสภาพป่าดงดิบทึบเป็นที่หลบซ่อนของสัตว์ป่าได้อย่าง ดี และหลังจากได้ประกาศเป็นพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแล้วมีเจ้าหน้าที่ดำเนินการป้องกันและปราบปรามการล่าสัตว์ สัตว์ป่าจึงขยายพันธุ์ได้เร็วขึ้น งานสำรวจสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง พบว่าในภูหลวงมีสัตว์ป่ามากมายหลายชนิด เช่น ช้างป่ามีประชากรอย่างน้อย 95ตัว กวาง เก้ง เลียงผา หมี ค่าง ชะนี กระจง อีเห็น ชะมด ไก่ป่า ไก่ฟ้า และนกที่สวยงามอีกหลายชนิด รวมทั้งเต่าปูลูซึ่งเป็นพันธุ์ประหลาดที่หายากชนิดหนึ่งของไทย ตลอดระยะทางเดินป่าจะมีรอยเท้าและร่องรอยของสัตว์ป่าเหล่านี้ปรากฏให้เห็น อยู่เสมอ ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงพบสัตว์มีกระดูกสันหลัง 4 กลุ่ม คือ นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และปลา จำนวนทั้งสิ้น 318 ชนิดแยกออกได้
เขตรักษาพันธุ์ป่าภูหลวง มีชื่อเสียงว่าเป็นแหล่งรวมพันธุ์พืชโดยเฉพาะไม้ดอก และกล้วยไม้มีมากกว่าที่ใดๆกล้วยไม้ป่า ไม้ดอก เฟิน มอส และไลเคน ที่ขึ้นรวมกันอยู่ทั่วไปบนพื้นดิน หิน และต้นไม้ในป่าละเมาะเขา ป่าละเมาะเขาผสมป่าเต็มรัง ป่าสนเขา และป่าชนิดอื่นๆ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงเป็นธรรมชาติที่ละเอียดอ่อนเปราะบาง บางชนิดต้องอาศัยกันในการดำรงชีวิตเพื่อคงความเป็นธรรมชาติเดิมที่สมบูรณ์ จึงได้กำหนดให้ผู้เข้าไปศึกษา ชมธรรมชาติ หรือพักผ่อน จะต้องเดินอยู่ในแนวทางที่กำหนดไว้โดยตลอด

บรรณานุกรม
ประวัติความเป็นมา, ลักษณะภูมิประเทศ, ลักษณะภูมิอากาศ [ออนไลน์]
สืบค้นจาก : //www.oceansmile.com/E/Leo/AniPhulaung.htm
(วันที่สืบค้นข้อมูล : 20 กรกฎาคม 2555)
ภูหลวง จ.เลย ดินแดนแห่งกล้วยไม้ป่าเมืองไทย, รูปภาพ [ออนไลน์]
สืบค้นจาก : //www.oceansmile.com/forum2/data/2/0090-1.html
(วันที่สืบค้นข้อมูล : 20 กรกฎาคม 2555)
ลักษณะเด่นที่น่าสนใจ, ลักษณะพืชพรรณ [ออนไลน์]
สืบค้นจาก : //www.ontotour.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=283441&Ntype=4
(วันที่สืบค้นข้อมูล : 21 กรกฎาคม 2555)
ประวัติการจัดตั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า, อุณหภูมิ, พืชพรรณและสัตว์ป่า [ออนไลน์]
สืบค้นจาก : //www.phuluang.org/webpage/data.html
(วันที่สืบค้นข้อมูล : 21 กรกฎาคม 2555)
หนังสือ : พรรณไม้งามป่าภูหลวง (นิพนธ์ ศรนคร)
1. นายสมศักดิ์ สำราญจิตต์ สัมภาษณ์ วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2555
2. นายชาญกมล แก้วมณี สัมภาษณ์ วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2555
3. นายพีระสิทธิ์ สุวรรณเลิศ สัมภาษณ์ วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2555
4. นายยงยุทธ แก้วศิริ สัมภาษณ์ วันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ.2555
5. นายสมพงษ์ ราชแข็ง สัมภาษณ์ วันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ.2555




Create Date : 06 กันยายน 2555
Last Update : 6 กันยายน 2555 12:14:39 น.
Counter : 995 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

โฟมน่ารัก
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



Group Blog
กันยายน 2555

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30