<( ^0^ )> Easy and Enjoy Life in Every Day <( ^0^ )>

พรหมลิขิต


โดย พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี  ป.ธ.๙)


มีคำกล่าวและเชื่อถือกันมาแต่โบราณกาลแล้วว่าทุกคนเกิดมาตามอำนาจ “พรหมลิขิต” ชีวิตจะดีเลวหรือสมหวังผิดหวังอย่างไรก็แล้วแต่พระพรหมท่านจะลิขิตให้เป็นไป  เราจะไปฝืนพระพรหมท่านไม่ได้  เพราะท่านขีดให้เราเดินมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกเลยทีเดียว  เพราะเชื่อถือหรือกระพือข่าวบอกเล่ากันสืบๆมา  คำนี้ก็เลยติดปากคนทั่วไป  และทำท่าว่าจะยึดถือกันเป็นจริงเป็นจังเสียด้วยซ้ำ 


แม้ในดงผ้าเหลืองเอง  ความคิดความยึดถือเช่นนี้ก็ยังระบาดเข้าไปถึง  เพราะเชื่อและถือกันมาอย่างนี้  ทุกคนจึงฝากชีวิตไว้กับความปรานีของพระพรหม  ผู้เป็นเทพเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ตามที่เชื่อถือกัน  แล้วแต่ท่านจะลิขิตชีวิตให้เป็นไป  จนถึงกับการติดสินบนเทพเจ้าองค์นี้กันให้เกลื่อนไป  ถึงกับยอมลงทุนบวงสรวงอ้อนวอนด้วยเครื่องบัตรพลีนานัปการ  สรรหาแต่ละสิ่งละอย่างมาเสนอให้เพื่อถูกใจท่าน  โดยก็ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านจะชอบหรือไม่   ก็ต้องเดาใจท่านกันไปจนกว่าจะเดาไม่ไหวหรือจนกว่าจะมี “คนกลาง” มาช่วยเดาให้อีกที  ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้ท่านโปรดปรานประทานเมตตาลิขิตชีวิตให้ดีกว่าที่เป็นอยู่แม้จะสักนิดก็ยังดี  ที่มีทุกข์ก็อ้อนวอนให้พ้นทุกข์  ที่มีโรคก็อ้อนวอนให้หมดโรค  ที่มีภัยก็อ้อนวอนให้พ้นภัย 


คำว่า “พรหมลิขิต” ที่คนโบราณท่านว่าไว้น่าจะไม่ใช่หมายถึง “พระพรหม” ดังที่เราทั่วไปเข้าใจกันเสียแล้ว   เพราะหากว่าพระพรหมท่านมีคุณธรรมสูงส่ง  เป็นเทพเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์อาจดลบันดาลให้ใครดีใครชั่วได้แล้วไซร้  ไยท่านจึงไม่ลิขิตชีวิตคนทุกคนให้เป็นคนดี  คนรวย  มีฐานะมั่นคง  มีรูปร่างสมประกอบไม่มีโรค  มีอายุยืน  และให้มีรูปร่างสวยงามโดยไม่ต้องมาเสริมกันในภายหลังเล่า  แต่นี่คนเรากลับแตกต่างกันอย่างมากมายทั้งรูปร่าง  ฐานะ  และความเป็นอยู่  ที่สุขก็สุขเหลือล้น  ที่จนก็จนเหลือแสน  ทำไมจึงเป็นเช่นนี้   หรือ “พระพรหมเกเร” ก็มีเหมือนกันจึงได้เที่ยวแกล้งลิขิตชีวิตคนให้เปรอะไปหมด   


เมื่อไม่ใช่พระพรหมเช่นว่าแล้ว  จะเป็นพระพรหมที่ไหน   ท่านคงมองออกลางๆแล้วว่า  ผู้ลิขิตชีวิตคนให้ดีเลวแตกต่างกันแท้จริงนั้นได้แก่ “พรหมในบ้าน” คือพ่อแม่นี่เอง  เพราะพรหมในบ้านนี้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพรหมเฉยๆโดยไม่ปรากฏหน้าก็มี  เป็นพรหมที่ดีบริสุทธิ์ก็มี  พรหมเกเรก็มี  พรหมเหล่านี้แหละที่มีอิทธิพลต่อชีวิตคน  โดยเฉพาะชีวิตของลูก  เรียกว่าเป็นพระพรหมของใครของมัน  ลิขิตชีวิตลูกใครลูกมัน  ไม่ได้เกี่ยวข้องกันมากนักว่างั้นเถอะ  เพราะพ่อแม่นั้นมีส่วนได้ดีได้เสียของลูกอย่างเหลือคณนา  จะดีก็เพราะพ่อแม่จะเสียก็เพราะพ่อแม่  สุดแล้วแต่พ่อแม่จะลิขิต  อนาคตของลูกฝากไว้กับ “ประกาศิต” ของพ่อแม่เท่านั้น 


ขอให้มองด้วยใจเป็นธรรมจะเห็นจริง  อย่าได้ไปโทษเด็กฝ่ายเดียวว่าไม่รักดีเลย  ชีวิตของเราฝากไว้กับการตัดสินใจของพ่อแม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มาทีเดียว  พอเราเกิดมาในท้องท่านแล้ว  หากแม่เกิดความไม่พอใจขึ้นมาโดยคิดว่าเราเป็น “ส่วนเกิน” หรือเป็น “มารหัวขน” แล้วลิขิตว่า “เอามันออกเสีย” เท่านี้ก็หมดหวังที่จะได้ลืมตามองโลก  หรือพอคลอดออกมาแล้วพ่อลิขิตว่า “ไม่ใช่ลูกฉัน” เท่านี้เราก็ขาดพ่อมีปมด้อยไปตลอดชาติ  หรือแม่ลิขิตว่า “แม่เลี้ยงเจ้าไม่ได้แล้วลูกเอ๋ยไปตามยถากรรมเถอะ” ลิขิตแล้วนำไปทิ้งตามถนนหนทาง  หรือตามกองขยะ  หรือตามโรงพยาบาลที่ตนไปคลอดนั่นเอง  เท่านี้ก็เพียงพอที่จะให้เราคิดกันได้ว่า  เมื่อถูกลิขิตเช่นนี้ลูกจะมีชีวิตรอดอยู่ได้สักกี่ราย  หรือรอดแล้วอนาคตจะเป็นเช่นไรไม่รู้  หรือหากเมื่อเราเติบโตแล้วถูกพ่อแม่ลิขิตโดยไม่เอาใจใส่  ไม่ดูแลเลี้ยงดูให้ดีเท่าที่ควรนัก  เพียงเลี้ยงให้โตไปวันๆเท่านั้นก็พอแล้ว  ส่วนความประพฤติปล่อยไปตามเรื่องตามราว  ทำให้กลายเป็นอาชญากร  ก่ออาชญากรรม  เป็นบุคคลที่เป็นพิษเป็นภัยต่อสังคม  หรือไม่ส่งเสียให้มีการศึกษาเหมือนคนอื่นๆเท่านี้เราก็แย่แล้ว 


ใครถูกพ่อแม่ลิขิตมาแล้วอย่างไรโปรดคิดดูเองเถิด  หรือใครลิขิตชีวิตลูกไว้อย่างไรลองทบทวนดูด้วยประการฉะนี้  คนในสังคมซึ่งแตกต่างกันมากมายอย่างที่เห็นๆกันอยู่  ความเป็นคนดี  ความเป็นคนไม่ดี  ส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนเริ่มต้นก็มาจากลิขิตของพ่อแม่ซึ่งเป็นพระพรหมดังกล่าว  หาใช่พระพรหมที่เป็นเทพเจ้าผู้มีอิทธิปาฏิหารย์อย่างเราเคยเชื่อกันไม่ 


และก็น่าแปลกอยู่  พระพรหมในบ้านซึ่งมีลมหายใจทั้งคู่ซึ่งเคยลิขิตชีวิตตนมา   สมควรจะได้รับเครื่องบัตรพลีบูชาอย่างท่วมท้น  แต่เรากลับไม่แยแสกันเสียนี่  ปล่อยให้ท่านอดๆอยากๆก็มีถมไป  และบางครั้งจะนำเครื่องบัตรพลีไปให้ท่านบ้างเรากลับเสียดายของเสียอีก   ทีนำไปบวงสรวงเทพเจ้าที่ท่านก็มิได้ต้องการและไม่รู้ไม่ชี้ด้วยเรากลับยอมเสียกันได้  เรื่องนี้ก็แปลกอยู่และจะแปลกต่อไปอีกเท่าไรก็ไม่มีใครบอกได้ถูก





บุญคุณของพ่อแม่ที่แผ่ปก 


เหมือนโพธิ์ดกต้นใหญ่มีใบหนา 


ให้ร่มเย็นเป็นสุขทุกวันมา 


ควรที่ลูกจะบูชาพระคุณเอย





 

Create Date : 26 สิงหาคม 2552
3 comments
Last Update : 26 สิงหาคม 2552 15:14:42 น.
Counter : 487 Pageviews.

 

 

โดย: CrackyDong 26 สิงหาคม 2552 19:17:10 น.  

 

อ่านแล้วได้แง่คิดมากมาย ขอบคุณมาก ๆ นะคะ สำหรับบทความดี ๆ ที่ให้สติเตือนใจ ทั้งในฐานะที่ตัวเองกำลังเป็นลูกและกำลังเป็นแม่ ขอบคุณด้วยใจจริง ๆ ค่ะ

 

โดย: JC2002 26 สิงหาคม 2552 22:26:34 น.  

 

God is the life
the truth and the ways
Once you accept him in your
life u will find the miracal
as it dose happen to me

 

โดย: da IP: 124.120.5.164 27 สิงหาคม 2552 0:19:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


palin
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




จะรู้ว่าโลกนี้กว้างใหญ่...ก็ต่อเมื่อ “เราได้ออกเดินทาง”
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2552
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
26 สิงหาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add palin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.