กุมภาพันธ์ 2559

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
 
 
All Blog
เตรียมตัวไปญี่ปุ่นกันเถอะ
 ญี่ปุ่น...ประเทศที่ใครหลาย ๆ คนฝันถึงว่าครั้งนึงในชีวิตอยากจะไปเยือน

เราก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน

วันนี้จะมาบอกวิธีการเตรียมตัว - วางแผน - วิธีจำกัดงบประมาณ ตามประสาคนเบี้ยน้อยหอยน้อยอย่างเราSmiley


แค่คนละ 20,000 บาท ก็ไปญี่ปุ่นได้แล้วจ้า



SmileySmileySmiley

เลือกกันก่อนว่าจะไปญี่ปุ่นช่วงไหน

เอาจริง ๆ แล้ว ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่สามารถไปได้ตลอดทั้งปี

ซึ่งในแต่ละเดือน ก็จะมีความสวยงามที่แตกต่างกัน

SmileySmileySmiley


ฤดูใบไม้ผลิ อยากเห็นซากุระบาน ทั้งเมืองเป็นสีชมพู ก็ไปเดือน เมษายน

ฤดูร้อน อยากเห็นทุ่งลาเวนเดอร์ ก็เลือกไปช่วงเดือน พฤษภาคม - มิถุนายน

ฤดูใบไม้ร่วง อยากเห็นใบไม้เปลี่ยนสี เดินชิว ๆ อากาศเย็น ๆ ก็ไปช่วงปลายตุลาคม - พฤศจิกายน

ฤดูหนาว อยากไปเล่นสกี หรือเห็นหิมะ ก็เลือกไปช่วง ธันวาคม - กุมภาพันธ์

ช่วงที่อยากให้เลี่ยงคือช่วงหน้าฝน (ก.ค.-ก.ย.) เพราะฝนเค้าตกทั้งวันจริง ๆ แต่ช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงที่ตั๋วเครื่องบินราคาถู๊กถูก

SmileySmileySmiley

เราไม่เคยเห็นหิมะ ก็จะเลือกไปในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเค้าว่าเป็นช่วงที่หนาวมากที่สุด




ภูมิภาคที่จะไป

ญี่ปุ่น มีหลายภูมิภาค หากมีเวลาน้อย ๆ แนะนำว่า ให้เลือกเที่ยวกันเป็นโซน ๆ จะดีกว่า

เพราะถึงแม้การคมนาคมในญี่ปุ่นจะสะดวกสบาย แต่การที่คุณนั่งชินคันเซ็นจากโตเกียว ไปโอซาก้า

คุณก็จะเสียเวลาในการเดินทางอย่างน้อย ๆ 4-5 ชั่วโมง เลยทีเดียว

เอาเวลา 4-5 ชั่วโมงนั้นมาชอปปิ้งกันดีกว่าSmiley





แต่ถ้าคุณวางแผนการท่องเที่ยวญี่ปุ่นไว้ซัก 10-15 วัน

การเก็บสถานที่ท่องเที่ยวหลาย ๆ ภูมิภาคใน 1 ครั้งที่ไปก็น่าสนใจนะ

ประหยัดเงินในกระเป๋าได้ดี เพราะตัวแปรสำคัญในการเที่ยวญี่ปุ่น คือ ค่าตั๋วเครื่องบินนี่แหละ

ในการเที่ยวข้ามภูมิภาคมีอีกทางเลือกคือ Night Bus ซึ่งก็มีความสะดวกสบาย

นอนบนรถบัส ตื่นเช้ามาเที่ยวต่อได้เลย ประหยัดค่าที่พักไปอีก 1 คืนด้วย




การจองตั๋วเครื่องบิน

งบเยอะหน่อย นั่งสบายกว่าหน่อย มีของกินบริการ ก็เลือกสายการบินแบบ Full service 

ซึ่งราคาก็จะแรงตามการบริการ แต่ให้ลองจับตาดูดี ๆ 

มีสายการบินแบบ Full service แบบบินตรงไปญี่ปุ่น 

ออกโปรมาเรื่อย ๆ ไป-กลับก็แค่หมื่นปลาย ๆ เท่านั้น

เคยเจอของป้าม่วง (การบินไทย) ไป-กลับแค่คนละ 17,500 บาท

SmileySmileySmiley


สำหรับเรา เป็นลูกค้าของป้าแดง (Air Asia) มานาน

และมั่นใจว่าจะไม่ติดกับดักต่าง ๆ นานา ของป้าแน่ ๆ 

เลยรอช่วงที่มีโปรดี ๆ ราคาอาจจะไม่ได้ถูกมาก แต่พอรับได้ วัน-เวลาถูกใจ ก็กดจองเลย

ได้ราคามาตามนี้




ซึ่งในราคานี้ เรารวมรายละเอียดความสะดวกสบายอื่น ๆ เข้าไปด้วย 

เช่น เลือกที่นั่ง เพิ่มน้ำหนักกระเป๋า ทำประกันเดินทาง อาหารบนเครื่อง



ซึ่งก็จะเห็นว่า ราคาไม่ได้ถูกจนเว่อร์ แต่ก็ไม่ได้แพงจนรับไม่ไหว

ทริกเล็กน้อย

เนื่องจากเครื่องลำนี้เป็นรุ่น A330 การจัดที่นั่งจะเป็นแบบ 3-3-3

แต่บริเวณท้ายลำจะจัดที่นั่งเป็นแบบ 2-3-2 (เริ่มตั้งแต่แถวที่ 44 -51)

ถ้าคุณไปเป็นคู่และอยากสวีทกันเป็นการส่วนตัว ให้เลือกนั่งบริเวณท้าย ๆ ลำ

ซึ่งขาไปเราเลือกนั่ง 44A และ 44C ถ้าอากาศดี ๆ จะเห็นฟูจิซังจากบนเครื่องเลยทีเดียว





การเลือกที่พัก

สำหรับในโตเกียวย่านยอดฮิตของคนไทย และมีโอกาสเจอคนไทยสูงมากคือ Ueno

อีกทั้งยังเป็นคล้าย ๆ จุดเชื่อมต่อของรถไฟหลายสาย หลายยี่ห้อ

ทั้ง Keisei / Metro และ JR

ที่ Ueno เราเลือกพักที่ Touganeya hotel

เป็นที่พักระดับกลาง ๆ ราคาไม่แรงมาก และใกล้สถานีรถไฟทั้ง 3 ยี่ห้อ

คือ Keisei / JR และใกล้สาย Metro แบบเว่อร์ ๆ (เดินไม่ถึง 1 นาทีอ่ะคิดดู)

แนะนำ : ถ้าเราหอบกระเป๋าเดินทางมา ให้มองหาลิฟท์นะ เค้าจะมีไว้สำหรับคนแก่ คนพิการ 

แต่เราก็ใช้ได้ จะได้ไม่ต้องแบกของหนัก ๆ ขึ้นบันไดมา




การจองโรงแรมที่นี่ เราจองล่วงหน้าค่อนข้างนาน (ล่วงหน้า 6 เดือน)

เพราะได้ยินกิตติศัพท์ของการเต็มอย่างรวดเร็ว

เนื่องจากเป็นโรงแรมยอดฮิตติดอันดับ

เราจึงใช้วิธีการ E-mail หาโรงแรมโดยตรง แจ้งความต้องการไปว่า

เราจะเข้าพักกี่คืน วันไหน ห้องแบบไหน

Website ของโรงแรม ใครสนใจก็อัญเชิญจ้า :  //www.tougane-h.com/e/


ซึ่งทางโรงแรมก็ตอบกลับมาค่อนข้างไวเหมือนกัน

และมีการเมลล์มา Confirm กับเราก่อนเดินทางเพื่อเก็บห้องไว้ให้

ที่ชอบอีกอย่างคือ โรงแรมนี้เราสามารถฝากกระเป๋าไว้ได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

ซึ่งตรงกับความต้องการของเรา คือ เราต้องการมาพักที่โรงแรมนี้ก่อน 

แล้ววันรุ่งขึ้นเราจะไปพักที่คาวากุชิโกะ(ฟูจิ) แล้วจึงกลับมาพักต่ออีกคืน



พนักงานทีนี่พูดภาษาอังกฤษได้ดีพอสมควร (แต่สำเนียงอาจฟังยากนิดหน่อย)

เอาใจใส่และดูแลเราดีมาก ๆ



การเดินทางกับรถไฟหลายยี่ห้อ

เค้าว่ากันว่าการเดินทางด้วยรถไฟของญี่ปุ่นนี่ถึงขั้นปราบเซียน

ด้วยความที่มีหลายสาย หลายยี่ห้อ มีทั้งลอยฟ้า บนดิน และใต้ดิน

แต่เอาจริง ๆ นะ แค่ทำความเข้าใจกับเส้นทาง และจุดหมายที่เราจะไป มันไม่ได้ยากเลย

ป้ายบอกทางมีตลอด ๆ ไม่เข้าใจยังไง ถามนายสถานีได้

แทบจะอุ้มไปส่ง

สถานีต่าง ๆ เชื่อมต่อถึงกัน บางทีเรามาจากใต้ดิน (Metro) 




อยากจะขึ้นมาบนดิน (JR) ก็ทำได้สบายมาก ๆ



รู้จักกับสองสัญลักษณ์นี้ไว้ เดินทางไปไหน ไม่หลงแน่นอนจ้า



การใช้อินเตอร์เนต

เป็นอีกเรื่องที่สำคัญสำหรับการท่องเที่ยวไม่ว่าจะไปที่ไหน

เพราะเดี๋ยวนี้การเข้าถึงข้อมูลและหาข้อมูลทางอินเตอร์เนตสำคัญมาก

อย่างการไปญี่ปุ่นครั้งนี้ เราเช่า Pocket Wi-Fi ไปจากไทย

เพื่อใช้สำหรับกรณีต้องการหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว ข้อมูลการบุคกิ้งโรงแรม การเดินทางต่าง ๆ

ข้อดีคือ ราคาถูก และสามารถแชร์ Wi-Fi กันได้หลายเครื่อง

แต่มีข้อเสียคือ หากเราไม่ได้อยู่ใกล้กับคนที่ถือเจ้าเครื่องนี้ สัญญาณก็จะขาดหายไปเลย

ไปครั้งนี้เราเช่า Pocket Wi-Fi ของ Wifi rental

ขนาดเล็กประมาณโทรศัพท์ 1 เครื่อง น่ำหนักเบา เอาใส่เป้สะพายไปด้วยกันได้

การใช้งานก็สะดวก เหมือนเราเข้า Wi-Fi ธรรมดา เพียงแค่ใส่รหัสเท่านั้น




บางคนอาจจะเลือกใช้ซิมโทรศัพท์

ข้อดีคือ ต่างคนต่างเดินได้ ไม่ต้องห่วงกัน


แต่สำหรับเรา เราว่ามันแพงไปหน่อยและไม่ค่อยคุ้ม




การแต่งตัว

เนื่องจากเราไปช่วงหน้าหนาวของญี่ปุ่นที่เค้าว่าหนาวนักหนา

การแต่งตัวเพื่อป้องกันความหนาวจะเน้นเสื้อผ้าบาง ๆ หลายชั้น มากกว่าใส่เสื้อตัวหนาเพียงชั้นเดียว

วันที่เราไป Kawaguchiko อุณหภูมิตอนนั้นคือ 4 องศาเซลเซียส ลมแรงและมีหิมะตกเล็กน้อย

การแต่งตัวของเราคือ

Heat tech 1 ชั้น (ทั้งเสื้อและกางเกง)

ท่อนบนใส่เสื้อกล้าม และเสื้อไหมพรมตาข่าย

ท่อนล่างใส่เลคกิ้ง Heat tech ซ้ำอีก 1 ชั้น และกระโปรงสั้น 1 ตัว

เสื้อกันหนาวตัวนอกเป็นเสื้อขนเป็ดตัวยาวยี่ห้อ Bossini  (ซื้อมาตอนลดราคา จาก 7 พันเหลือ 3 พันนิด ๆ)

ถุงเท้าเป็นถุงเท้า Heat tech เช่นกัน ส่วนรองเท้าเป็นรองเท้าบุขนนุ่ม ๆ ธรรมดา



จะบอกว่า แค่นี้ก็เอาอยู่นะเธอว์



SUICA บัตรสารพัดประโยชน์

แนะนำว่าซื้อเถอะ ประหยัดเวลาได้เยอะ ไม่ต้องคอยไปซื้อตั๋วรถไฟทุก ๆ สถานีที่เราจะไป

เพียงแค่เอาบัตรนี้ทาบลงไปบน Gate ที่เขียนว่า IC ก่อนผ่านเข้าสถานี

เราก็จะสามารถผ่านเข้าไปได้เลย

ใช้ได้ทั้งรถไฟ JR / รถไฟใต้ดิน Metro บ้างก็ว่าใช้กับรถบัสได้ด้วย เรายังไม่เคยลอง



บัตร Suica สามารถหาซื้อได้ตามสถานีรถไฟ JR

โดยออกบัตรครั้งแรก จะมีเงินมัดจำ 500 Yen

เราเติมไปทั้งหมด 3,000 Yen ใช้เดินทางในทริปนี้ได้พอดีเลย



อ้อ เจ้าบัตรนี้สามารถใช้จ่ายเงินในร้านสะดวกซื้อได้ด้วยนะ ทั้ง Lawson และ 7-11



การวางแผนท่องเที่ยว

เปิดดูรีวิว ดูรูปภาพจากหลาย ๆ ที่

แล้วลองจิ้มดูว่าเราอยากจะไปเห็นที่ไหนบ้าง

จากนั้นค่อยดูว่าแต่ละสถานที่ อะไรอยู่ตรงไหน

เวลาเดินทางจะได้ไม่วนไปวนมา

อย่างเช่น เรามีเวลา 6 วัน 4 คืนเลยได้แผนท่องเที่ยวมาตามนี้

คลิ๊ก Link แล้วตามไปเที่ยวกัน











Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2559 10:00:46 น.
Counter : 564 Pageviews.

2 comments
  
เริ่ดอ่ะ เรียนจบจะไปบ้าง 5555
โดย: ปลา IP: 119.76.22.139 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:22:33:29 น.
  
อ่านเพลินจัง อยากจิไปบ้างอ่ะ ^_^
โดย: ซิน IP: 110.78.164.153 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:8:29:10 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



ลิตเติ้ลวิงส์
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]