ตอนนี้อีป้ามีชีวิตสุขสันต์ มันส์ ฮา ที่เมืองด่วนสายฟ้า Rapid City แล้วนะ อิๆ
NO.1にならなくてもいい、もっともっと特別なONLY ONE
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2553
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
8 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 

(◕‿◕✿) Epaล่าม คืนสังเวียน

ก่อนอื่นต้องขอแจ้งให้แฟนนานุแฟนทราบว่าอีป้ากลับเมืองไทยมาแหละ และอีป้าต้องขออภัยแฟนนานุแฟนบางทั่นที่อีป้าไม่สามารถไปตระเวณพบปะแฟนนานุแฟนได้ครบ เนื่องจากอีป้าติดภาระกิจ กิน เที่ยว เยี่ยว ขรี้...และที่สำคัญ "ทำงาน"

หลายๆ คนคงจะรู้สันดานของอีป้าดีว่าอีป้านั้นมันโคตรจะงกเรย พออีป้ารู้ว่าได้ตั๋วกลับไทยช่วงพย. ซึ่งตรงกับงาน Metalex ทุกๆ ปี อีป้าก็เริ่มจากการฝันก่อน จินตนาการว่าอีป้าไปเป็นล่ามที่งานนั้น ฝันอยู่ไม่กี่วันก็ส่งเมล์ไปหาเอเจนต์ซี่เจ้าแรก ชีก็เงียบไป จู่ๆวันหนึ่ง อีป้าได้คุยกับคุณล่ามญี่ปุ่น (คุณเสรี) ทาง FB โดยบังเอิญ (แปลว่าไม่ได้นัดแนะกันมาก่อน) อีป้าก็เลยเปรยกับคุณเสรีออกไปว่า "อยากทำงาน Metalex จังเรยอ้ะ คุณเสรีรับไว้บ้างไหม?" คุณเสรีก็บอกว่า รับไว้ แต่ว่าตอนนี้ได้ล่ามครบแล้ว มีแต่ล่ามผู้ชาย อยากได้ล่ามหน้าตัวเมียบ้างเหมือนกัน อิๆ อีป้าก็เรยบอกฮีไปว่า "ถ้ามีอีกบอกบ้างนะ"

จู่ๆ วันหนึ่ง ป้าอ้วนก็ส่งเมสเสจมาทาง FB บอกอีป้าว่าคุณเสรีโทรมาถามว่าอีป้าจะรับงานล่าม Metalex ได้ไหม? อีป้าซึ่งก็ลืมและตัดใจไปแร้วว่าไม่ได้งานหรอก ก็ตกใจ แร้วก็ดีใจอ้ะ คือ เหมือนกับการ "ขอ, เชื่อ" ที่อีป้าได้ทำไปแล้วนั้น มันได้ผลไง ตอนนี้อีป้าก็เรย "รับ" ผลของมันแร้ว โฮะๆ

แต่หลังจากวันนั้นอีกวัน ป้าอ้วนก็ส่งเมสเสจมาอีกรอบ ที่ทำให้อีป้าอารมณ์เสียเล็กๆ คือ ป้าอ้วนบอกว่ามีน้องล่ามอีกคนคอนเฟิร์มงานมาสองวันแร้ว และเอเจนต์ขอดูเรซูเม่อีป้า ตอนแรกอีป้าก็คิดในใจว่าถ้าอีป้าอยากได้งานนี้ แค่ยื่นคำขาดไปคำเดียวว่าจะทำ 4 วัน ให้ทำ 2 วันไม่ทำ ถ้าอีป้าทำแบบนี้เอเจนต์ซี่ก็ต้องเลือกอีป้าอยู่แระ เค้าจะไปเลือกคนที่รับได้สองวันทำไม แต่ด้วยความที่อีป้ามีความเมตตาอะนะ (ไม่ค่อยจะมีใครมองเห็นเลยชิมิ) อีป้าก็เลยคิดไปว่าช่างเค้าเถอะ แบ่งงานกันคนละสองวันก็ได้ ถ้างานนั้นมันจะทำให้ชีวิตน้องเค้าดีขึ้นแร้วละก็ และถ้าเราจะได้งาน ขอให้ได้เพราะเราเป็นคนดี มีความสามารถ ไม่ใช่ใช้เล่ห์กลอะไร ไปบีบบังคับเอางานมา

และคืนนั้นอีป้าก็ได้เมล์ตอบรับ...คอนเฟิร์มงานมาโดยง่าย แต่ก็ยังไม่หมด...เอเจนต์ซี่ต้องการคุยกับอีป้าอีกแน่ะ... ตอนแรกอีป้าโทรหาคนติดต่อที่ไทย แต่เขาไม่มาทำงาน อีป้าเลยเดือดร้อนต้องโทรไปหาคนญี่ปุ่นที่ญี่ปุ่นอีก ตอนโทรศัพท์อีป้ายังใจตุ๊มๆ ต่อมๆ เพราะอีป้าก็ไม่ได้เป็นล่ามมาปีกว่าแร้วนะ กรูจะพูดญี่ปุ่นได้เหมือนเดิมป่าวเนี่ย? แต่เอาก็เอาวะ คุยๆ แมร่งไปเหอะ จะเอาหรือไม่เอาก็ตามใจ เป็นไงก็เป็นกันฟระ

ว่าแร้วอีป้าก็โทรไป ปรากฎว่าอีป้าคุยได้ง่ะ 555 ถึงแม้อีป้าจะไม่ได้พูดภาษาญี่ปุ่นมากมายช่วงที่อยู่อเมริกากับหมาตัวไหนเรยก็ตาม (ก็ที่เมกาแถวที่อีป้าอยู่เนี่ย อย่าว่าแต่จะหาหมาญี่ปุ่นมาคุยเรย แม้แต่คนญี่ปุ่นอีป้าก็ไม่เคยเห็นเลย 555) แต่อีป้าก็พูดคนเดียวบ่อยๆ น่ะ (คนมันบร้าก็เงี้ย) มีบางวันที่อีป้านั่งขรี้อยู่ในส้วมแล้วก็นึกถึงวันเก่าๆ ตอนไปเป็นล่าม ก็นั่งพูด นั่งแปล นั่งโต้ตอบอยู่คนเดียวในส้วม แถมอีป้ายังทำงานแปลเอกสารภาษาญี่ปุ่นอยู่บ่อยๆ ด้วยเหตุนี้เองอีป้าถึงยังไม่ลืมภาษาญี่ปุ่นโฮะๆ

ต่อมา หลังจากอีป้าเดินทางมาถึงเมืองไทย ก็ใช้เวลากับพ่อแม่ เจอเพื่อนฝูงแถวชลบุรีไม่กี่วัน พอถึงวันที่ 23 พย. อีป้าก็นั่งรถเมล์แบกกระเป๋าเสื้อผ้ามาพักที่ศุภาลัย คอนโดของพี่ติ๊กผู้จัดการร้านสปาที่อีป้าชอบไปนั่ง (เล่น) (ทำสวยอะไรไม่ค่อยทำหรอก สวยอยู่แร้ว (-_-") ครือชอบไปนั่งคุย ไปรอพี่เค้าไปกินข้าวด้วยกันง่ะ) พี่ติ๊กเป็นพี่สาวที่ใจดีมาก ให้อีป้าอยู่คอนโดฟรีๆ หลายคืน อันที่จริงจะว่าไปอีป้าก็มีเพื่อนดีๆ หลายคนอยู่ ที่กทม.เนี่ย อีป้าจะไปนอนกะน้องโอตรงอ่อนนุช หรือจะไปนอนกะหญิงที่คอนโดตรงข้ามเซ็นทรัลบางนา หรือจะไปนอนอพาร์ตเม้นต์เก่าก็ยังได้ (แต่ีคราวนี้ไปค้างหลายคืน อีป้าก็เกรงใจอะนะ) ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ฟรีๆๆๆ แต่อีป้าขี้เกรงใจคนง่ะ สุดท้ายอีป้าก็เลือกนอนศุภาลัย (ก็หรูสุดแร้วอ้ะ 555) แต่เหตุผลไม่ใช่ความหรูจ้า เพราะอีป้าไม่อยากจะขนเสื้อผ้า อาภรณ์ ไดร์เป่าผม ผ้าเช็ดตัว สบู่ แชมพูฯลฯ อะไรไปมากมาย พี่ติ๊กมีให้หมดทุกสรรพสิ่งแร้ว อีป้าก็เลยเลือกนอนที่นี่ และอีกเหตุผลนึงครือ อีป้าไม่อยากนอนร่วมห้องกับใคร เพราะอีป้าเป็นคนมีมารยาท (ทราม) !!! 555 บางทีก็ตดปรู๊ด ปร๊าดออกมาตอนหลับๆ ง่ะ สงสารคนอื่น บางทีเวลาใส่ชุดนอนกระโปรงเงี้ย ตื่นเช้ามาชุดนอนถลกขึ้นมาถึงหัว นอนกับคนอื่นเดี๋ยว hoy ออก จะเป็นอันตรายแก่สายตาของผู้อื่นเอาได้ ยิ่งเพื่อนๆ ก็เป็นผู้หญิงทั้งนั้น (นอนกับผู้ชายก็ว่าไปอย่าง hoyแพลมออกมาก็คงไม่มีใครว่า 555)

วันแรกที่อีป้าไปทำงาน คืนก่อนจะไปทำงานนอนไม่หลับเรย เครียด กลัวว่าจะแปลไม่ได้ดี นอนไม่หลับ ตื่นมาหกโมงครึ่ง แต่พอไปทำแร้วง่ายโคตรๆ อาไรวะเนี่ย กรูจะเครียดทำไมวะเนี่ย (-_-") อีป้านึกโมโหตัวเอง แล้วหลังจากนั้น อีป้าก็มีความสุขมากกกกกกกกกกกกก ได้เจอป้าอ้วน เจอคุณเสรี เจอพี่เอ้ เจอคนที่มิตซูฯ เจอฉะโจคอสโมเทคกับพี่ๆ ที่นั่น เจอคนที่ไม่ได้เจอมานาน บางคนไม่คิดเลยว่าจะเจอ สนุกมากเรยอ้ะ งานการก็ไม่ได้ยากไร ตอนเบรคก็วิ่งไปวิ่งมาตามบูท ไปทักทายคนนั้นคนนี้ รู้สึกว่าชีวิตเดิมๆ ได้กลับคืนมาอีกแร้ว คนอาไรมันจะโชคดีเยี่ยงนี้ฟระ ได้กลับไทยมาด้วยตั๋วเกือบฟรี (จ่ายค่าตั๋วไป 3,500บาท) ได้เงินจากผัวผู้มีอุปการะคุณอีกเกือบแสน แร้วยังได้กลับมาทำงานที่รักที่ชอบ ได้เจอคนที่รักที่ชอบ มากมาย แถมยังได้ตังค์ค่าล่ามมาอีก 18,000 บาท (T-T) ช่างเป็นชีวิตที่ดีอย่างที่จะหาที่ไหนไม่ได้อีกแร้น



"รู้สึกภาคภูมิใจง่ะ คือ งานล่ามไม่ใช่ หมู หมา กา ไก่ ก็จะเป็นกันได้นะ (ก็หมูหมากาไก่มันพูดญี่ปุ่นไม่ได้นิ) กร๊ากๆ "

เย็นวันแรกหลังเลิกงานอีป้าก็ไปกินข้าวร้านส้มตำยกครกกับหญิง เพื่อนที่โตโยต้า วันต่อมาไปกินกะน้องโอ และวันต่อมาไปกินกะป้าอ้วนและคุณลิง วันสุดท้ายกินข้าวกับขิม พี่ติ๊ก แล้วก็มานอนคุยกันจนถึงตี 4 พี่ติ๊กกับขิมขับรถมาส่งบ้านที่ชลฯ ไม่อยากจะเชื่อเรยอ้ะ เพื่อนหลายๆ คนของอีป้าเนี่ยดียิ่งกว่าคนร่วมสายเลือด

แต่หลังจากอีป้าทำงานไปสองวัน อีป้าก็เริ่มเหนื่อย ปวดตรีน (ยืนมาก) ง่วง (ตอนนั่งมากๆก็ง่วง) เบื่อ (เบื่อคนมาจีบกรูโว้ย) วันแรกอีป้ากลัวแปลไม่ได้แล้วไม่ได้รับการให้อภัย ก็เลยไม่ใส่แหวนหมั้นกับแหวนแต่งงานไป ก็มีคนมาจีบ น่ารำคาญมากกกกก อีป้าไม่ใส่เพื่อให้คนญี่ปุ่นเอ็นดู รักใคร่เมตตาโว้ย ไม่ได้ให้คนไทยมาจีบกรูเล่นๆ เบื่อที่จะต้องมาคอยจิกด่าคน ตอนหลังคนที่มาจีบรู้ว่าอีป้ามีผัวแร้ว (แต่มันก็ยังจีบต่อปายไม่เลิกรา แถมมาแช่งให้กรูเลิกกับผัวอีกแน่ะ) มีอยู่วันหนึ่งพนง. มาเทขยะที่บูท อีป้าเลยกระแนะกระแหน จิกกัดฮีโดยบอกคนมารับขยะไปว่า "น้องๆ ไอ้คนเนี้ยมันปากเสีย ช่วยเอามันไปทิ้งทีนะ" (น่าน ปากหมาาาาซะมิมี)



"บูทที่ไปทำงาน กับน้องหนึ่ง น้องที่มาช่วยงาน"

วันต่อมาอีป้าก็เลยเอาแหวนหมั้น 1.5 กะรัต กับแหวนแต่งงานอีก 0.6 กะรัตมาใส่ป้องกันตัวไว้ (ลุงบอกว่าที่ซื้อแหวนใหญ่ให้ใส่นี่ไม่ใช่อะไร ถ้าใครไม่มีปัญญาซื้อให้อีป้าแบบนี้จะได้ไม่มาจีบอีป้า) ไอ้คนที่มาจีบก็บอกอีป้าว่า "แหม ไม่เห็นจะต้องประกาศตัวว่ามีผัวแร้วเลย" ก็อีป้าเบื่อง่ะ อีป้าไม่ได้ว่าหรอกถ้าใครจะจีบอีป้า มีคนมาจีบก็ให้ความรู้สึกว่า "กรูยังสวย" เติมเต็ม ego ของตัวเองดี แต่ขอคนรวยๆ กว่าลุงง่ะ มีมะ? (ถ้ามีกรูจะได้ชิ่งไป) ถ้ามีปัญญาซื้อแหวนหมั้นแหวนแต่งใหญ่ฝ่านี้ แล้วก็แม่ยายมีปัญญาแจกเพชรแจกทองให้อีป้าแบบคุณหญิงแม่ของลุงได้มาเชิญจีบเลยคร้า Welcome ! ๆๆๆ ถ้าไม่มีก็ถอยไปไม่ต้องมาพูดอาไรให้อีป้ารำคาญ



กับคนญี่ปุ่นและพี่กร พี่ที่บ. เก่า ไม่เคยรู้มาก่อนเรยอ้ะ ว่าบ. นี้จะเห็นคุณค่าเราเยี่ยงนี้ (เพราะล่ามใหม่เค้าแปลทางเทคนิคไม่รู้เรื่องเรย) 555

หลังจากวันแรก ก็มีคนบูทข้างๆ มาถามอีป้ากันอยู่นั่นแหละว่า "มีผัวแล้วเหรอ?" คนญี่ปุ่นที่บูทตอนแรกก็ไม่ได้รู้เรื่องอาไรเลย คิดว่าอีป้าเป็นแฟนไอ้คนที่มาจีบอีป้า แล้วมาช่วยงานที่บูท พออีป้าบอกป่าว กรูเพิ่งรู้จักมันวันนี้แหละ คนญี่ปุ่นก็มาถามว่า "เธออยู่อเมริกาไม่ใช่เหรอ? แล้วเธอมารู้จัก xxx (ชื่อเซลล์อีกคน) ได้ไง?" กำ (-_-") bad communication จริงๆ ว้อยบ.นี้ อีป้าต้องพูดอยู่นานว่ากรูแต่งงานแร้ว มีผัวแร้ว กลับมาเยี่ยมบ้านก็เรยมารับจ๊อบ นี่เอเจนต์ซี่ส่งกรูมา ไม่ได้รู้จักกะใครในบ. นี้เรยแม้แต่คนเดียว กรูไม่ใช่เด็กเส้น และไม่ใช่เมียของใคร แค่นั้นแหละ เลิกวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของกรูกันซักที กรูไม่อยากเป็น talk of the exhibition ว้อย



ตอนเย็นวันที่ 2 ที่ไปกินข้าวกับน้องโอที่พาราไดซ์

ตกเย็นวันหนึ่ง อีป้าเดินไปขึ้นแท๊กซี่ก็เจอฉะโจบ. เก่า ฮีเชิญอีป้าไปทำงานอีก ฮีบอกอีป้าว่า "เลิกกับผัวเถอะ กลับมาทำงานกับชั้นเถอะนะ" จริงๆ อีป้าก็ดีใจอะนะ ที่มีคนเห็นคุณค่า และอยากให้อีป้ากลับไปทำงาน แต่จะมาบอกให้เลิกกับผัวนี่ก็ออกจะมารยาททรามกันไปนิดนุงนะ และมีอยู่วันนึงอีป้าเดินไปเบรค ไปเล่นที่บูทที่ฉะโจจัดงาน ก็ยังต้องไปแปลให้เค้าอีกสิบนาที เพราะมีลูกค้ามาพอดี ฉะโจบอกอีป้าว่า "พรุ่งนี้มาแปลที่บูทชั้นเถอะ เลิกทำงานบูทนั้นเถอะนะ" อาไรของเมิงงงง จ่ายมาวันละ 10,000 สิ (สดด้วยนะ) อีป้าจะรีบชิ่งมาบูทนี้เรย นี่อาไร ใช้แรงงานกันฟรีๆ



กินข้าวกับป้าอ้วน & ลิง หลังเลิกงานวันที่ 3 กินเยอะมาก จนขรี้แตก ท้องเสีย ถ่ายท้อง 10 รอบง่ะ (-_-")

งาน Metalex นั้นเป็นงานล่ามง่ายๆ แต่ว่ายืนเมื่อย เมื่อยปากเรียกลูกค้า ไม่ได้ใช้ทักษะทางภาษามากมายนัก อีป้าสนุกเพราะว่าอีป้ามีเพื่อนเยอะมากกก เวลาเบรค หิวก็เดินไปบูท Yamazen บูทใหญ่ สองชั้นเรย ไปหาพี่เอ้ พี่เอ้พาไปกินของว่างน้ำ ขนม เปรมปรีมาก ว่างก็วิ่งไปหาป้าอ้วน วิ่งไปบูทบ. เก่า (ตอนวิ่งละไม่เคยบ่นว่าเหนื่อย) แต่พอทำงานเสร็จขาจะเดี้ยง เหนื่อยง่ะ อีป้าเลยเริ่มคิดแระ กะว่าต่อไปนี้จะไม่รับงานอีกแร้ว ขอเกษียณ และปิดตำนาน "ล่ามหน้าตาดี วจีเป็นเลิศ ประเสริฐคุณธรรรม" (-_-") แต่เพียงเท่านี้แระ อีป้าขอเกาะผัวกินจนตาย ไม่ทำงานไรอีกแระ ไม่ได้ทำงานนานๆ พอทำแล้วก็เหนื่อยอ้ะ รู้สึกแก่ตัวไปมาก อีป้ารักลุงอีกเยอะเรย เพิ่งตระหนักว่ามีผัวดีก็ตอนมาทำงานนี่แหละ นึกด่าตัวเองด้วยว่าผัวให้เงินมาก็เยอะแล้ว กรูจะมางกอะไรเนี่ย แมร่งไม่มีเวลาใช้เงินเรย กลับมาผัวทวงเงินคืนอีกตังหาก รู้งี้ไม่ทำงานแล้วผลาญเงินให้หมดก็ดีหรอก 555



วันสุดท้าย หลังงานเลิก มีสปอนเซอร์พาพวกเราสามสาวไปเลี้ยงที่ร้าน Bell Pepper หลังพาราไดซ์ ร้านนี้ชิลมั่กๆ อาหารอร่อยด้วย ... กินเสร็จก็ไปนอนเม้าท์กันต่อที่ห้อง ได้นอนตี 4 วันนั้น

แต่บอกตรงๆ ว่าอีป้ารับงานนี้เพราะอยากพิสูจน์ตัวเอง อยากพิสูจน์ว่า อีป้ายังเป็นคนโชคดี อยากได้อะไรแค่คิดว่าจะได้ ก็ยังได้เหมือนเดิม อยากบอกให้ลุงรู้ด้วย (แต่จะบอกทีหลังตอนกลับไปเมกาแร้ว) ว่า อย่ามาซ่าส์ กรูยังมีปัญญาหางานทำ ได้เงินดีๆ นะว้อยยย แล้วกรูก็ยังสวย ยังมีคนเอาอีกเยอะแยะด้วย 555 ยิ่งได้เจอฉะโจบ. เก่าชวนไปทำงาน ยิ่งรู้เรยว่ากรูยังมีคุณค่านะเฟร้ย เลิกกะผัวกลับมาไทยนี่กรูก็มีปัญญาหาเงินได้ไม่อดตายว้อย บวกกับอยากเจอเพื่อนในสังคมล่ามด้วย ถ้าไม่ทำงานนี้โอกาสที่จะได้เจอเพื่อนพร้อมๆ กันแบบนี้ก็ยาก จะมากทม. บ่อยๆ พ่อแม่ก็จะบ่นเอา (พ่อแม่ก็สุดแสนหวง จะเก็บไว้โอ๋เอาใจกันอยู่นั่นแระ) นี่มาค้างหลายคืน เลยได้เจอเพื่อนหลายคนเรย ทั้งที่คาดว่าจะเจอ และไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะเจอก็เจอ มันช่างเป็นความสุขง่ะ ที่ได้ทำในสิ่งทีรักที่ชอบ ไปพร้อมๆ กับได้เจอคนที่รักที่ชอบ (แถมยังได้กะตังค์(ที่โคตรรัก &โคตรชอบ) 555 )

งานล่ามเป็นงานที่เติมเต็มจิตวิญญาณของอีป้าจริงๆ เรยง่ะ แค่ได้ทำก็รู้สึก คึก ฮึกเหิม เหมือนเหาะเหินเดินอากาศได้เรยง่ะ (อาไรจะเวอร์ปานนั้น แต่คนมันบร้า ต้องเข้าใจกันหน่อยนะ 555) แต่ต่อไปนี้อีป้าจะตั้งใจเป็นแม่บ้านที่แซนดี้ แสนดีของลุงต่อไป ตั้งแต่กลับไทยมามีอะไรหลายๆ อย่าง ที่ทำให้อีป้าตระหนักและเห็นคุณค่าของลุงกับคุณหญิงแม่ของลุงมากมาย ถ้ากลับไปอเมริกาแล้วอีป้าจะดีกับพวกเขาให้มากๆ รักพวกเขาให้มากๆ รักการเป็นแม่บ้านให้มากกว่างานล่าม และรักลุงกับแม่ลุงให้มากเท่ากับรักพ่อแม่ของตัวเอง (เพราะลุงกับแม่ลุงทำให้อีป้ารู้สึกแล้วง่ะ ว่าเขารักเราเหมือนคนในครอบครัวเค้าจริง)

อีป้าขอขอบคุณทุกๆ ชีวิต ที่ทำให้ทริป Thailand 2010 ของอีป้ามีฟามสุข สวัสดี มา ณ โอกาสนี้ การกลับเมืองไทยครั้งนี้ของอีป้าทำให้อีป้าตระหนักว่า ไม่มีประเทศไหนในโลกที่ดีกว่าประเทศไทย ไม่มีที่ใดในโลกที่อีป้าอยู่แล้วมีความสุขเหมือนประเทศไทย บล๊อกหน้าอีป้าจะรวบรวมภาพ กิน เที่ยว meet & greet เพื่อนฝูงมาลงอีกครั้งก็แร้วกันนะ บล๊อกนี้ขอโม้เรื่องงาน กับโชว์รูปเพื่อนที่เจอเพราะงานพามาอย่างเดียวพอ




 

Create Date : 08 ธันวาคม 2553
13 comments
Last Update : 8 ธันวาคม 2553 13:21:31 น.
Counter : 1355 Pageviews.

 

ไม่ยอม ไม่ยอม ไม่มีรูปชั้นเเลยอ่ะ

 

โดย: ying IP: 58.97.37.61 8 ธันวาคม 2553 13:45:08 น.  

 

ก็มัวแต่แดก เพลิน ไม่ได้ถ่ายไรกันเลย

 

โดย: littlebitlittlemore 8 ธันวาคม 2553 13:56:06 น.  

 


มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

แฟนคลับเก่าแก่ของคุณอีป้าตามมาให้กำลังใจครับ

โธ่ .... อยากมาตั้งนาน ที่แท้ก็มาออกบูธงานเมทัลเท็กซ์ที่ไบเทค บางนาเนี่ยเอง น่าจะบอกก่อนเพราะว่าผมนั่งรถผ่านตอนที่จัดงานทุกวันเลยครับ

ขอให้คุณอีป้ามีความสุขมาก ๆ เวลาที่อยู่เมืองไทยนะครับ ว่าแต่ว่า ตาลุงแทนซาเนียไม่ตามมาด้วยเหรอเนี่ย?

อิอิ

 

โดย: อาคุงกล่อง 8 ธันวาคม 2553 15:15:27 น.  

 

555555555 สนุกมากกกกกกก

 

โดย: Nong Oia IP: 118.175.30.142 8 ธันวาคม 2553 19:39:08 น.  

 

ป้ากลับมาแว้ว
ฮาเหมือนเดิมเลย แถมหน้าเด็กเหมือนเดิม อันนี้สำมะคัญ รออ่านบล็อคหน้านะค้า แฟนขับบบบบ

 

โดย: dii diijai IP: 82.159.111.15 9 ธันวาคม 2553 6:03:18 น.  

 

เขียนเรื่องได้หนุกหนานดีค่ะ สมกับที่คุณเกริ่นไว้ในกรอบ เขียนมาอีกเยอะๆนะ อย่าหายไปไหนนาน ปกติเราจะชอบอ่านมากกว่าเม้นท์.

ถ้าหน้าอย่างคุณเรียกป้า หน้าเรานี่ก็คงเป็นอาม่า แล้วหละ.

 

โดย: missusnow IP: 115.31.134.170 9 ธันวาคม 2553 21:01:18 น.  

 

คิวแน่น มากๆๆ จริงๆ เลยป้าเติ้ล ป

 

โดย: ปุ๊กโอลีฟ (Pookie-NSE ) 10 ธันวาคม 2553 0:36:25 น.  

 

ครูกลับมาก็เอาแต่ตังค์อ่า ไม่ยอมเสียตังค์มาเจอหนูๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (ฮ่าฮ่า) แต่เอาตังค์ก็ดีกว่านั่นแหละ กร๊ากกกก

คุณครูกลับมาอยู่นานแค่ไหนเนี่ย พูดญี่ปุ่นได้คล่องเหมือนเดิมม๊ะคะ
(แต่ปกติครูรับแปลใช่ม๊ะ ก็คงไม่ลืมหรอกเนอะ) อ่านแล้วโชคดีชะมัดเลย
กลับมาก็เจอแต่เรื่องดีๆแบบนี้ก็ดีนะ

อ๊ะ..คุณครู คนญี่ปุ่นจะไม่เอ็นดูคนที่แต่งงานแล้วเหรอ?? ถึงไม่ใส่แหวนไปอ่ะ
มีคนมาจีบก็ดีนะ แสดงว่าเสน่ห์ยังมีอยู่เพียบ 555+ อีกอย่างคนแบบคุณลุงคงไม่มีอ่ะ รถไฟขบวนสุดท้ายแล้วครูสำหรับคนดีๆแบบนี้ ของพวกหนูไม่ต้องคิดแล้วเรื่องผู้ชายอ่ะ เพราะว่าบางทีผู้ชายของเราเองอาจจะไปเป็นผู้ชายของผู้ชายคนอื่นก็ได้ 555+

ดีจังที่มีคนรักงานแบบนี้ สมัยนี้หายาก 555+ เดี๋ยวจะรออ่านบล๊อครอบต่อไป
ดูแลสุขภาพด้วยค่า

 

โดย: ลูกศิษย์ IP: 115.87.75.181 10 ธันวาคม 2553 11:41:11 น.  

 

กลับมาเหรอ ไม่ส่งข่าวเลย
อดเจอ
แอ็ดเฟสบุ๊คบัวหน่อยดิ
norimakithai@yahoo.com

 

โดย: บัว IP: 58.8.1.56 11 ธันวาคม 2553 0:06:17 น.  

 

ว้ายยยยยย ขอโทษค่ะ ที่ห่างหายไปตั้งนาน กลับมาไทยเพื่อทำงานหาเงิน

สุดยอดค่ะะ ! แต่อย่าทำงานหาเงินหักโหมเกินไปนะคะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา อากาศเมืองไทยยิ่งแปลกๆอยู่

 

โดย: ป.ปลา IP: 182.53.143.71 11 ธันวาคม 2553 13:33:30 น.  

 

ดีแล้วป้าเติ้ลมาแล้ว มีงาน เจือเพื่อน สนุกจะตายชีวิตนี้ คุ้มค่าๆ

 

โดย: ชฎาแหลม 15 ธันวาคม 2553 15:55:44 น.  

 

พึ่งได้เจอ พึ่งได้อ่าน หลงรักคุณน้องแล้วค่ะ(เชยจังเลย) จะติดตามตลอดนะค๊ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

 

โดย: แตงไทย IP: 223.205.206.78 11 มิถุนายน 2554 11:28:56 น.  

 

คิดถึงจังตามหาจนเจอ

 

โดย: ble IP: 183.88.92.209 19 เมษายน 2556 16:54:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


littlebitlittlemore
Location :
Rapid City (เมืองด่วนสายฟ้า) South Dakota United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




Photobucket

หลังไมค์คลิ๊กที่ตุ๊กตาหิมะได้เรยจ้า

คลิ๊กสิเคอะ ..รอไม่ไหวแร้ว

Counter Stats
payday loans
payday loans Counter
Google
Friends' blogs
[Add littlebitlittlemore's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.