Group Blog
 
<<
มีนาคม 2560
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
26 มีนาคม 2560
 
All Blogs
 
รอยเสน่หา (บทที่ 9) โดย มานัส




บทที่ 9

บ้านของเขาในกรุงเทพฯ เป็นเพียงทาวน์เฮาส์สามชั้นแบบโมเดนอยู่เกือบๆกลางเมือง ราคาที่ดินอาจจะแพงแต่เพราะเป็นทาวน์เฮาส์เก่า…ราคาก็เพียงแค่สิ่งที่ reflect ถึงมูลค่าที่ดินที่มีอยู่น้อยนิดเท่านั้น

บ้านที่คงมีเเขาอยู่เพียงลำพัง

บ้าน…ที่คงแค่สำหรับพักอาศัยในวันทำงาน

ด้วยความมืดใต้อาณาเขตแคบของทาวน์เฮาส์หลังนี้ทำให้เธอประจักษ์ชัดว่า ไม่มีใครอื่นอยู่ ไม่มีใครคอยต้อนรับเขากลับมา

ลูกของเขาก็อยู่ต่างจังหวัด

แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ…ไปอยู่ที่ไหนแล้ว ทิ้งให้ภากรกลับมายังความว่างเปล่าของบ้านนอกเสียจากว่าเขาพาใครมาด้วย เช่นเธอในวันนี้

หรือเขาทิ้ง…ให้อยู่ต่างจังหวัด กับลูกกับครอบครัวอันเป็นที่รักของเขา

มาธวีนั่งเงียบครู่ใหญ่หลังจากนำรถยนต์คันงามเข้ามาจอดหน้ารั้วเหล็กสีเข้มในที่สุดเธอก็ตัดสินใจแตะเบาๆบนไหล่ของเขา

“ถึงแล้ว ตื่น…”

หากคนนอนยังคงนิ่ง ไม่รับรู้อะไรทั้งปวงจนกระทั่งแรงสะกิดกลายปรับเป็นแรงเขย่า เมื่อนั้นเขาจึงขยับตัวเล็กน้อย

“ถึงแล้วเหรอปราง”เสียงงัวเงียมาพร้อมกับการขยับตัวเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าเขาจะขยับหัวไปจากไหล่ของเธอแม้เสียงขรึมของหญิงสาวจะตวัดบอก

“ก็ลุกขึ้นมาดูซิว่าถึงแล้วหรือยังใช่บ้านตัวเองไหม”

“ถ้าปรางว่าใช่…ก็ใช่” คนเป็นลูกน้องหลับตานอนนิ่งต่อ

“ใช่!” เสียงลงหนักยืนยัน ก่อนจะฟาดมือลงบนไหล่ของเขา“ลุกขึ้น!”

มาธวียกมืออีกข้างประคองซีกหน้าร้อนผ่าวที่แนบกับไหล่ของเธอใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีดันหน้าเขาขึ้น รู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ได้ขัดขืนอย่างที่เธอคาดคิดไว้

การลุกนั่งของเขาแสนง่ายดายไม่ต่างจากความเงียบภายในรถที่สว่างร่ำไรเพราะแสงจากไฟริมถนน การนิ่งของเขาก็ทำให้บรรยากาศภายในรถยนต์คันงามพลอย…นิ่ง

และก่อนที่หญิงสาวจะรู้ตัว มือเขาก็คว้ามือเล็กของเธอที่กำลังจะละไปใจดวงหน้าที่มีเพียงไรเคราบางๆและนั่นทำให้นัยน์ตาหวานจับนิ่ง…อยู่ที่เขา

ความร้อนของอุ้งมือใหญ่ทำให้มือเย็นเฉียบของเธออุ่นขึ้นเล็กน้อยหากความอุ่นก็แค่ชั่วครู่ เพราะเพียงแค่อึดใจเดียวภากรก็ค่อยๆ วางมือเธอลงแล้วปล่อยมือของเขาออก

“ขอบใจที่มาส่ง เจอกันวันจันทร์”มีอะไรบางอย่างในน้ำเสียงนั้นราบเรียบอาวรณ์ ไม่ต่างจากแววตาที่ซุกซ่อนใต้ในความมืดตอนร่างสูงเปิดประตูรถก้าวลงไปหากเขายังหันกลับ ย่อตัวลงบอก “ขับรถดีๆ ล่ะ และถ้าไม่ลำบากใจเกินไปนักเมื่อถึงบ้านแล้วส่งข้อความมาบอกด้วยจะได้รู้ว่า…ไม่เป็นอะไร”

ประตูรถถูกปิดเบาๆ ทว่ามาธวียังไม่ออกรถทันทีหากยังคงรอให้เขาไขกุญแจรั้วบ้าน

เพียงแต่คนที่ดื่มน้ำเมาไปเสียขนาดนั้นจะประคองตัวเองได้สักเท่าไรเชียว

เมาเหล้า…แต่ใครจะรู้ว่าคนที่เคยใฝ่ฝันว่าจะเป็นทูตเมา…อะไรอย่างอื่นด้วยหรือเปล่าเพราะกุญแจบ้านที่เขาถืออยู่ในมือร่วงตกไปบนพื้นสองสามครั้ง และทุกครั้งที่ร่างสูงทรุดตัวชันเข่าลงเพื่อเก็บมันเขาก็นิ่งไปนานนัก

เพียงแต่ว่าครั้งนี้ ภากรนิ่ง…นานเกินไป

และสายตาของหญิงสาวก็จับอยู่ที่เขานานเกินไปจนกระทั่งเธอรู้สึกตัวก็เพราะเสียงตะโกนก้องในความรู้สึก

ไม่!

อดีตควรเป็นอดีต เพราะอดีตคือ…อดีต

ปัจจุบัน…ของเธอกับเขาคือความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง

และอนาคตก็จะเป็นเช่นนั้น

เมื่อ…คิดได้มาธวีจึงเตรียมเร่งเครื่องของรถยนต์คันงามหากสายตาของเธอยังไม่วายเหลือบไปมองเขาอีกครั้ง

ครั้งสุดท้าย!

และภาพของร่างสูงที่ชันเข่าลงกลับพลันพลิกทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นหลังของเขาพิงประตูรั้วบ้าน พร้อมๆ กับศีรษะที่เงยขึ้นและดวงตาที่ปิดสนิท

นั่นทำให้รถเบนซ์คันงามที่กำลังออกตัวหยุดกึกพร้อมกับที่หญิงสาวรีบดับเครื่องแล้วเปิดประตูลงมา

อาการละล้าละรังมีเพียงครู่เดียวก่อนร่างระหงจะปรี่เข้าไปหาเขาด้วยความเป็นห่วง

“แรก” มือนุ่มประคองดวงหน้า…ที่เธอเคยหลงรักหนักหนา “ไหวไหม”

มาธวีเห็นแล้วดวงตาคู่นั้นค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างยากเย็นสื่อความรู้สึกเจ็บปวดที่มิอาจปกปิดได้

“โลกมันกลมเกินไป มันโหดร้ายเกินไป”เสียงต่ำของภากรลดลงอย่างขมขื่น มือของเขายกขึ้นกุมมือเล็กไว้ให้คงแนบกับใบหน้า“ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย”

“ชีวิตมันก็อย่างนี้”เธอกลั้นใจกล่าวออกไปในที่สุด “อดีตมันผ่านมาแล้ว เราเหลือแค่ปัจจุบันกับอนาคต”

“เรา?” ริมฝีปากเหยียดเม้ม เสียงแหบพร่า “ยังมีเราอีกเหรอ”

“เรายังต้องทำงานด้วยกัน”

เสียงที่เคยอ่อนหวานเมื่อหลายปีก่อนบัดนี้ลงหนักไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ

ไม่มีความทรงจำ

ไม่มีความผูกพัน

และเพราะเสียงนั่นทำให้ชายหนุ่มปล่อยมือเล็กอุ่นๆแล้วพยายามชันตัวดันตัวเองให้ลุกขึ้น มือข้างหนึ่งคว้ากุญแจบ้านไว้แน่น ไขรั้วเหล็กเพื่อจะปลดล็อคมันได้

ต่อพยายามอยู่หลายครั้งลองอยู่หลายที แต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่ง มือเล็กนั่นคว้ากุญแจดอกนั้นไป จัดแจงไขประตูแล้วเลื่อนรั้วเหล็กโปรงเปิดให้กว้างพอที่เขาจะก้าวเข้าไป

เพียงแต่ว่าภากรยังไม่ก้าวเสียทันทีเขาหยุด ปล่อยให้ความเงียบครอบคลุมชั่วครู่ ก่อนตัดสินใจ…ก้าวไปข้างหน้าหากเสียงเรียกจากด้านหลังทำให้ร่างสูงชะงัก

“แรก…เราสองคนเป็นอดีตไปนานมาแล้ว ตอนนี้ปรางมีเจตน์”

“แต่แรกมีปรางคนเดียว” เสียงระทมทุกข์แทรกขึ้นขมขื่นด้วยความรู้สึก ก่อนที่เจ้าตัวจะกลืนก้อนแข็งๆ ลงคอ “เอาเถอะสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรให้ปรางลำบากใจอีก จะทำตัวเป็นพนักงานที่ดี เป็นลูกน้องที่ดี”

ภากรตัดสินใจหันไปมองอีกฝ่ายให้เต็มตาเก็บรายละเอียดทุกอย่างที่จะทำได้ภายใต้แสงรำไรในกลางดึก ผมยาวสลวยย้อมสีน้ำตาลเข้มอย่างลงตัวของมาธวีพลิ้วไหวนิดๆกับแรงลมอ่อนๆ ดวงหน้านวลรองรับริมฝีปากสีแดงระรื่อแล้วยังนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน…อ่อนหวาน

หวานใดเล่าจะเทียมเท่าแม่ตาหวาน หวานสะท้านใจพี่ให้ต้องห่วง

หวานดวงพักตร์งามสลักปักในทรวง หวานเนื้อนวลยามแนบแอบอุรา

ร่างสูงก้าวเข้าไปเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้นหากเขาก็สามารถรวบร่างน้อยไว้แนบอก วงแขนแข็งแรงกระชับแน่น

หวานแม้คำเอื้อนเอ่ยเฉลยถ้อย หวานน้องน้อยหวานรักเสียหนักหนา

หวานไออุ่นกรุ่นยิ้มที่พริ้มพา หวานยิ่งกว่าจะหาไหนใครมาแทนฯ

มาธวี…หวานอย่างที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนเท่าเทียมได้

ในยามที่โชคชะตาพลิกผัน ให้มีใครเข้ามาในชีวิตผ่านมากแล้วก็ผ่านไป จำได้แล้วก็ลืมไป หากเขาไม่เคยลืมเธอได้เลย

…แรกรักมะปรางคนเดียว…

หากรักในตอนนี้…เวลานี้ จะรักได้สักเท่าไรเชียวเพราะร่างน้อยในอ้อมกอดของเขานิ่งนัก แม้ไม่ผลักไสแต่ก็มาได้โอนอ่อนหรือหยอกเย้าด้วยความสิเน่หาเช่นเคย

ปัจจุบัน…ไม่ใช่อดีต

และไม่ใช่อนาคต

เพราะอนาคตไม่มีเมื่อ…

“อดีตจบไปแล้ว”เสียงเบาลดลงหากเน้นชัดเตือน ก่อนที่แขนเรียวทั้งสองข้างจะดันตัวเขาออก หญิงสาวถอยหลังมานิดเดียวเงยหน้าขึ้นบอก “พักผ่อนเถอะแรก เจอกันวันจันทร์”

การนิ่งไปของคนทั้งคู่นานนักไม่มีใครขยับตัวไปไหน

มาธวีมองเขา รู้สึกว่าสายตาคมกำลังเล่าความรู้สึกที่มาพร้อมกับความระทมทุกข์สะทกสะท้านใจแสนสาหัสนั่นช่างบาดใจเธอยิ่งนักดวงตาคู่นั้น…ราวพยายามบรรยายความรู้สึกทั้งหมดของเขาที่เธอเคยประจักษ์ชัดในอดีตฉายความในใจที่มีอยู่ในปัจจุบันชัดเจน และนั่นทำให้หญิงสาวกัดฟันบอกน้ำเสียงเยือกเย็นไร้ความรู้สึกเช่นสีหน้า

“และนับจากวันจันทร์เป็นต้นไปเราจะทำทุกอย่างเป็นปรกติ ไม่ควรมีใครรู้เรื่องอดีตของเรา ระหว่างเราจะมีเพียงเรื่องงานเท่านั้น และถ้าแรกไม่สบายใจแรกก็ลองหาทางเลือก ทางเดินอื่นที่เห็นว่าสมควร”

การหันหลังของร่างระหงนั้นทันทีและการก้าวขึ้นรถก็ฉับไว

เสียงประตูที่กระแทกปิดด้วยน้ำมือตัวเองทำให้เธอสะดุ้งจากที่คิดว่าจะรีบกระชากรถออกไปให้เร็วที่สุด แต่หญิงสาวก็ทำไม่ได้

สิ่งที่ทำได้คือ…หันไปมองเขาเพียงแวบ แล้วจึงค่อยๆบังคับรถยนต์คันงามให้แล่นออกไปไม่ต่างจากเขาที่คงหันกลับเข้าไปในความมืดของบ้านอันเงียบเหงา

บรรยากาศในรถยนต์เงียบไม่ต่างกันไม่มีแล้วเสียงเบาๆ ที่ร้องคลอเคยคุ้นหู จนเธอรับรู้ได้ด้วยความรู้สึกในเวลานี้แม้ไม่มีมีเขาอยู่ตรงนี้ด้วยกัน

I love you truly, truly dear.


“คุณพ่อต้องให้แรกกลับมาทำงานทีมทิช” หญิงสาวสั่งเสียงดังย้ำชัดให้ผู้เป็นบิดารับรู้ “แรกอยู่กับนังมะปรางนั่นก็ไม่ได้แสดงความสามารถเต็มที่หนำซ้ำโดนกดขี่สารพัด นี่เห็นคนฝั่งโน้นก็ซุบซิบว่าทำงานด้วยกันไม่ได้ เพราะนังมะปรางหาเรื่องแรกตลอด”

“เขาทำงานด้วยกันดีๆไม่มีปัญหาอะไร” ศรุตกล่าวในสิ่งที่ได้รับรู้“แรกเองก็ไม่ได้บ่นอะไรหรือมีทีท่าต้องการจะย้าย และพ่อก็ไม่อยากให้ย้ายเพราะที่จ้างเขามาก็ตั้งใจให้มาช่วยด้านนั้น”

“ย้ายทิชไปคุมแผนกนั้นแทนก็ได้ค่ะยัยปรางทำงานไม่ได้เรื่องไม่มีผลงานอะไร”

“ไม่ได้พ่อให้ปรางเขาดูแลฝ่ายต่างประเทศ เราก็ต้องให้โอกาสเขานี่ปรางทำงานยังไม่ถึงสองเดือนเลย และอีกอย่างก็เข้ามาช่วงสิ้นปี มันไม่ง่ายนะ”

“พ่อเข้าข้าง”

“ไม่ได้เข้าข้าง” ศรุตอยากจะบอกว่าหลายทีที่เขารู้สึกว่า…เข้าข้างทิชาจนเกินไปเสียมากกว่า

เพราะถ้าเป็นบริษัทอื่น…คนอย่างทิชา ที่มีลูกค้าบ่นลูกค้าตำหนิ หนำซ้ำลูกค้าหนี ก็คงไม่สามารถที่จะให้อยู่ต่อได้

แต่นี่บริษัทของเขา ลูกจะเก่ง ไม่เก่งก็ไม่เป็นผลแต่อย่างใด

ขอเพียงลูกน้องคนอื่นเก่งช่วยงานได้ ช่วยรับได้ ก็พอแล้ว และถ้าไม่ไหวก็ค่อยใช้เงิน หรือย้ายฝ่ายหาที่ลง

ทว่าศรุตเคยคิด แล้วถ้าสักวันมันไม่มีที่ให้ลูกๆ ที่ไร้ความสามารถของเขาไปแล้ว เขาควรทำอย่างไร

“พ่อเข้าข้างยัยปรางและแรกก็คงกลัวแม่นั่น เลยไม่กล้าพูด ทิชต้องมาพูดแทนค่ะ”

“เราไม่ต้องไปพูดอะไรหรือทำอะไรแทนใครหรอกทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก่อน นี่คราวนี้ได้ยินว่ามีลูกค้าคอมเพลน์อีกแล้วหรือ”

“ไม่มีหรอกค่ะคุณพ่อไปได้ยินมาจากไหน คงมีใครใส่ร้ายทิช โอย…แล้วฝ่ายเภสัชและฝ่ายจัดซื้อที่นั่นเรื่องมากจะตายหมอก็เรื่องเยอะอีก” หญิงสาวโบ้ยไป เพราะไม่เห็นว่าตัวเองจะผิด “คงคิดว่าตัวเองเป็นเพราะเจ้า”

“เขาเป็นลูกค้า” คนเป็นพ่อเน้นเสียงหนักขยับแว่นกรอบเทาเล็กน้อย “เราเองก็ต้องอดทน ไม่มีอะไรที่จะได้มาง่ายๆโดยเฉพาะใจของคน หรือความไว้เนื้อเชื่อใจของคน”

“ไม่เห็นอยากได้เลยโรงพยาบาลมีอีกเป็นร้อยๆ แห่ง ขายคนอื่นก็ได้”

หญิงสาวยักไหล่และนั่นทำให้ศรุตส่ายหน้า

ในความเป็นพ่อลูก…เขาปล่อยให้ทิชาทำงานได้แต่จะปล่อยบริษัทให้ทิชาบริหารคงลำบาก

และการุญเองก็ไม่เอาไหนเหมือนกันจะดีกว่าหน่อยก็ต้องที รู้จักนิ่ง สงบ เงียบ พอใช้คนเป็น

ลูกที่เป็นผู้ใหญ่แล้วทั้งสองคนได้รับการศึกษาสูง แต่กลับไม่มีความเฉลียวหรือมีความฉลาดพอที่จะนำเอาความรู้มาพลิกแพลงใช้หนำซ้ำทั้งคู่ไม่มีความอดทน…หนักไม่เอาเบาไม่สู้

เมื่อเป็นเช่นนี้ศรุตย่อมต้องหาทางออกให้บริษัทที่เขาสร้างมากลับมือที่มีพนักงานเป็นเหยียบพันคนฝากชีวิตและอนาคตไว้

ลูกทั้งสองที่อยู่ใกล้ตัวนั้น…ไว้ใจไม่ได้ และเขาก็ต้องการเปิดโอกาสให้คนนอกเข้ามาบริหารเต็มตัวดังนั้น ความหวังทั้งหมดจึงฝากอยู่มาธวี

แต่เพราะมาธวีเป็นลูกที่…ไม่สนิทนัก เพราะเขาเองไม่เคยมีส่วนเลี้ยงดูศรุตจึงยังไม่วางใจ เขาเพียงแต่รอให้มาธวีแสดงความสามารถ แสดงผลงานแสดงสติปัญญาสมกับที่เล่าเรียนมาจนได้ปริญญาเอกทางชีวเคมี

ระยะเวลาสองเดือนกว่าที่ผ่านมายังบ่งบอกอะไรไม่ได้แต่ก็ให้ความหวังแก่เขาในระดับหนึ่ง

มาธวีทำงานเก่ง ทำงานเป็น มองงานออกแม้ว่าจะเสียเพียงอารมณ์และนิสัยที่ไม่ยอมใคร แต่นั่น…ไม่ใช่ปัญหาหนักมันขึ้นอยู่กับว่าลูกคนนี้ของเขาจะใช้ข้อดีอื่นกลบข้อด้อยเหล่านี้ได้อย่างไรเท่านั้นเอง

ในระยะเวลาสั้นๆมาธวีก็แสดงให้เห็นว่า เธอเก่งและเก๋าเพราะการบริหารจัดการทีมที่บัดนี้มีการแบ่งสายงานในแผนกชัดเจน ลดการพึ่งพาในตัวของ…ภากร

การลดบทบาทของบุคลากรคนสำคัญเช่นนั้นค่อยเป็นค่อยไป หากแผน...และผล...ถูกรายงานให้ศรุตรับรู้อยู่เสมอ

เขาซื้อตัวภากรมาเพียงเพราะความสามารถทางการขายและภาษาของอีกฝ่าย

เพราะจะมีคนขายยาสักกี่คนที่มีความถนัดถึงสี่ภาษาซ้ำเรียนจบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

จะมีใครที่เรียนจบด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแล้วมา…ขายยา!

พนักงานสมัยนี้แค่เขียนภาษาอังกฤษสนทนาได้จนพอปิดดีลได้โดยที่บริษัทไม่เสียเปรียบก็ดีแล้วไม่ต้องคิดเรื่องไวยกรณ์ แกรมม่า

แต่ภากรประวัติดีมากจนกลายเป็นเพชรเม็ดงามเพราะเพียงแค่ลูกค้าไทย เขาก็เอาอยู่หมัด แล้วลูกค้าต่างประเทศที่บริษัทกำลังสร้างตลาดภากรก็ดูแลได้ดีเกินคาดทีเดียว ก็ควรแล้วที่ศรุตเลือกเขามาเป็น…รอง หัวหน้าฝ่ายเพื่อดูแลและช่วยเหลือมาธวีงานแทบทุกอย่าง หลายๆ คนในฝ่ายเข้าหาเขา

‘ทำไมเราถึงจะต้องพึ่งคนๆ เดียวมันไม่ถูกต้อง’ การที่มาธวีชี้แจงเช่นนั้นหลายคนก็เห็นด้วยและทำให้คิดไปอีกว่า เธอไม่…ถูกกับผู้เป็นอันดับสอง

และการที่เธอกำลังยกธนวัตให้ขึ้นมามีส่วนรู้เห็นถึงดีลต่างๆของแผนกก็หมายความว่า…ภากรอาจะจะมิใช่เบอร์สองอีกต่อไป

ข้อนี้เริ่มเป็นที่กระจ่างชัดในบริษัทและชัดเจนในแผนกที่แยกตัวออกมาอยู่ในตึกสูงกลางเมือง ดังนั้นการแบ่งพรรคแบ่งพวกจึงเริ่มปรากฏขึ้นในแผนกที่เมื่อก่อนทุกคนคิดว่า…ไม่น่าจะมี

“สามหนุ่ม...คนละมุม พี่แรก พี่วัตและอีกคนที่น่าจะเป็นไปได้สูงคือ คุณเจตน์แฟนคุณปรางที่จะเข้ามาช่วยดูในส่วนของเรื่องกฎหมาย”

แผนกที่มีพนักงานไม่ถึงสิบคนบัดนี้แต่ละคนมี…หนุ่มที่ตัวเองยึดไว้เรียบร้อนจนแม้แต่วันดียังต้องถาม เมื่อ…คน ที่ภากรเคยช่วยเหลือเคยว่าจ้าง และเคยทำอะไรให้อีกสารพัดบัดนี้กลับ…แปรพักตร์

เพียงเพราะว่า เขาเฉยและมาธวีก็ยังดูเหมือนว่าจะไม่ชอบเขาเอาเสียเลย

“พี่แรกไม่คิดจะหาเสียงทำคะแนนกับเขาบ้างเหรอ” วันดีมักถาม

“ไม่” ชายหนุ่มส่ายหัวประกาศชัดเจน“ฉันมีหน้าที่หาลูกค้า และทำงาน ไม่ใช่หาเสียงในที่ทำงาน”

“ควรจะหาซะบ้าง เพราะตอนนี้พี่วัตทำคะแนนใหญ่และนี่ถ้าไม่ติดว่าลูกค้าต่างประเทศติดพี่ หนำซ้ำลูกค้าในประเทศอีกป่านนี้บอสคงหาเรื่องจัดการพี่ไปแล้ว” เลขาฯ สาวดูออก

มาธวีกับภากรไม่ค่อยสุงสิงกันไม่คุยกันเรื่องอื่นนอกจากเรื่องงาน และแม้แต่เรื่องงานทั้งสองก็คุยกันเท่าที่จำเป็น ด้วยท่าทางห่างเหิน ไม่เป็นมิตร

“ชีวิตก็เท่านี้ ไม่มีอะไรยั่งยืนเราทำของเราให้ดีที่สุด จะให้เขามารักมาชอบเราทุกคนคงไม่ได้ กรรมใครกรรมมัน”คนที่เป็นเป้าของการโจมตีอย่างหนักจากคนอื่นๆ ที่ไม่ถือข้างเขา เอาธรรมะเข้าข่ม

ข่ม…แม้เมื่อมีคำสั่งจาก…บอส

“บัญชีโรงพยาบาลที่ระยองให้แรกเข้ามาช่วยวัตดู”

ฮือฮา เพราะปรกติ ‘พี่วัต’ ต้องช่วย‘พี่แรก’

ช่วยแบ่งเบา ช่วยงานแล้วแต่จำเป็น แต่คราวนี้ไม่ใช่เช่นนั้น

และเมื่อนั้นการลือ…ว่าธนวัตจะขึ้นแทนภากรก็น่าจะจริงโดยเฉพาะเมื่อมีเหตุให้บริษัท ไบโอดิซิส ต้องเข้าไปพบกับหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อของโรงพยาบาลแต่ธนวัตกลับมีเหตุให้ไปไม่ได้ เมื่อนั้นภากรจึงต้องไปแทนพร้อมกับมาธวีที่ไปเพียงเพื่อแนะนำตัว

การประชุมสิบโมงก็เพื่อให้คนของไบโอซิสมีเวลาเดินทาง

“เจอกันที่ออฟฟิศ เจ็ดโมง”นั่นคือคำสั่งของผู้เป็นนาย

“ไปเจอกันที่โน่นก็แล้วกันผมจะขับไปจากแปดริ้ว ” ไม่ว่าตอนนี้หรือตอนไหน ถ้าอีกฝ่ายไม่มีเหตุผลภากรก็มักจะแย้ง ด้วยเหตุผล

และการแย้งของเขาก็มักจะอ่อนโยนเสมอ

“ไม่!” และมาธวีก็มักจะยืนยันหากเธอต้องการไม่ว่าจะด้วยอารมณ์หรือด้วยเหตุผลก็ตามที

ต่อให้เธอมีเหตุผลแต่หญิงสาวก็ไม่ค่อยมีความจำเป็นนักที่ต้องบอกออกมาเพราะมาถึงก่อน…เขาย่อมรู้

เพียงแต่ว่าเดี๋ยวนี้

“ไปเจอกันที่โน่นก็ได้”คนที่เป็นลูกน้องแย้ง “เสียเวลาขับรถไปมา ”

“เสียค่าน้ำมันรถ”คนที่เป็นลูกเจ้าของบริษัทบอกเชนนั้น และนั่นทำให้เขาเงียบไป

ก็ในเมื่อเจ้านายต้องการเช่นนั้นเขาจะทำอะไรได้ นอกจากทำตามคำสั่ง


ภากรเป็นคนที่ตรงต่อเวลาเสมอ และข้อดีนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มาธวีซึมซับมาจากผู้เป็นอดีตคนรักของเธอ กลายเป็นนิสัยที่จำติดมาและใช้เป็นประจำ

‘มาถึงก่อนเราก็ควบคุมเวลาของเราได้ เตรียมตัวเราได้ ว่าจะจัดการเขา หรือคุยกับเขายังไง’ คนที่เคยวาดฝันจะเป็นทูตสอนเมื่อนานมาแล้ว

และต่อให้รู้ว่าต้องมาให้ถึงก่อนเขาในเช้านี้แต่หญิงสาวก็ยังมาช้ากว่าอยู่ดี เพราะเมื่อรถเบนซ์สีขาวข้ามาจอดในเวลาเกือบเจ็ดโมงเช้าแล้วเธอก็เห็นว่ารถของเขาจอดอยู่ไม่ไกลออกไป

เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้อยู่ในรถ หรือปรากฏตัวในบริเวณใกล้ๆมาธวีจึงรออีกสิบนาทีแล้วจึงโทรฯ เข้ามือถือเขา

“ผมอยู่ข้างบน ขอเวลาห้านาที จะลงไป”

ห้านาทีของเขาก็คือ…ห้านาที ไม่ว่าในตอนนี้หรือตอนไหนและไม่ทันไรร่างสูงในเชิ้ตสีอ่อนไทด์เข้มก็มาถึงพร้อมแฟ้มดำในอ้อมแขนมีสูทสีเดียวกันกับกางเกงพาดอยู่บนแขนอีกข้าง

“โทษที มัวแต่เตรียมข้อมูล”

“ธนวัตมีไม่ใช่หรือ”

“วัตมีแต่ผมไม่มี” การบอกเรียบง่ายไม่แสดงความสนิทสนมอะไรไปมากกว่าในเรื่อง…งานและไม่ต่างกับการเข้ามายืนตระหง่านตรงหน้าอีกฝ่าย แล้วหันหลังไปกดเปิดรถตัวเองวางแฟ้มที่อยู่ในมือลงบนเบาะคนนั่ง ถามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ขยับตัว“ไปรถผมใช่ไหม”

เพราะในเวลานี้ ถ้าไม่รถของเขาก็จะต้องเป็นรถของ…นาย

หากไม่ว่าไปคันของเขาหรือของผู้เป็นเจ้านายแต่ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะสวัสดิการของไบโอซิสรวมถึงค่าน้ำมันรถสำหรับพนักงานขายและฝ่ายดูแลลูกค้าด้วยเบิกตามจริง จะมีข้อห้ามก็แค่…ห้ามเติมน้ำมันวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดทั่วไปเท่านั้นเพื่อป้องกันการฉ้อโกง

แล้วแม้จะเป็นเช่นนั้นแต่การพยายามจะโกง...ก็มีมาแล้ว จากพนักงานบางคนที่ถือว่าเป็นคนโปรดของทิชาเพราะการุญดูการเงินและบัญชี เรื่องแบบนี้เคยโดนปล่อยผ่าน ทว่าอย่าให้มาธวีรู้เพราะเธอจัดการมานักต่อนักแล้ว

‘รู้งาน ไม่รู้งานสอนได้แต่ความซื่อสัตย์สอนไม่ได้ ต้องมีมาตั้งแต่ต้น’

“ไปรถฉัน” ในตอนนี้หญิงสาวลงเสียงหนักสะบัดตัวไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะทำยังไงกับแฟ้มกองใหญ่นั่น

หากอีกไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็มายืนอยู่ตรงหน้า บอกเธอด้วยเสียงเข้ม

“ผมขับให้ คุณเข้าไปเถอะจะได้มีเวลาอ่านเอกสารข้อมูล”

ข้อมูลของโรงพยาบาลแห่งใหญ่ในจังหวัดระยองนั่นมาธวีย่อมรู้และได้ผ่านตา ดังนั้น เธอจึงมั่นใจเมื่อเหยียดริมฝีปากบอก

“ขับเอง…”

รถเบนซ์รุ่นใหม่ล่าสุดในราคาแพงลิบลิ่วย่อมเป็นที่หมายปองของคนที่ได้พบเห็นมาธวีย่อมรู้เพราะเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นแม้แต่ในสังคมในสหรัฐฯ เพื่อนที่ไม่เคยสนใจฐานะแต่กลับสนใจยี่ห้อรถสปอร์ตจากอิตาลี่ของเธอ บางคนถึงขั้นขอลองขับ

ถ้าจะมีคนที่ไม่สนใจก็คงเพียง….

‘แรกเอารถไปใช้ก็ได้นะวันนี้ปรางไม่มีเรียน’

‘ไม่ต้อง’ การปฏิเสธของเขามีทุกครั้งที่อีกฝ่ายเสนอแกมอ้อนวอน

‘อากาศเย็นจัด กว่าแรกจะเดินไปถึงมหาลัยตัวก็คงแข็งตายก่อนพอดี’ เสียงอ่อนหวานลงหนัก แววตาวาววับอ้อนวอนเสมอ

เพราะเธอเคยเดินจากอพารท์เมนท์ในย่านRosslyn ข้ามสะพานคีย์บริดจ์ แต่ก็เพียงไม่กี่ครั้ง และมักจะทำในวันที่อากาศปลอดโปร่งสบายไม่หนาวเหน็บหรือร้อนละลาย

ทางเลือกของมาธวีมักจะเป็นรถยนต์คันงามที่แม้ว่ามหาวิทยาลัยจะไม่มีที่จอดรถสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีและยังห้ามนักศึกษาจอดริมถนนแถวมหาวิทยาลัย

หากเพราะ…เงินทำให้หญิงสาวหาที่จอดประจำได้ไม่ยาก ไม่จำเป็นต้องเดิน ยี่สิบนาทีถึงครึ่งชั่วโมงและไม่จำเป็นที่จะต้องไปรอรถเมล์รับส่งของมหาวิทยาลัยที่วนมาแถวๆ ตึกที่พักคนที่รอรถรับส่งของมหาวิทยาลัย หรือทนเดินได้ก็คือภากร

‘เดินไปเดี๋ยวก็อุ่นเอง’ หรือในเวลาที่อากาศร้อนระอุ เขาบอกเสมอ ‘เดินไปเดี๋ยวก็เย็นเอง’

ถ้าเขาจะขับรถสปอร์ตของเธอก็เพียงขับให้เธอนั่งพาไปในที่ๆ เราต้องไปด้วยกัน เพราะถ้าไม่จำเป็นภากรก็มักเดินไปเองแม้แต่การไปซื้อกับข้าวสัปดาห์ละครั้งในร้าน grocery ที่อยู่ห่างออกไปสิบห้านาทีเขาก็มักใช้เวลาเดินไป และเดินกลับ

‘อากาศดีปรางเดินไปเป็นเพื่อนแรกนะ’ หลายครั้งที่เขาชักชวนและน้อยครั้งที่มาธวีจะปฏิเสธ

เดินจูงมือหรือควงแขนกันไปในวันที่อากาศสดชื่นท้องฟ้าแจ่มใส มีความสุขจะตาย โรแมนติกมากมายนัก

เพียงแต่ว่าวันนี้…ตอนนี้ มาธวีไม่มีความสุขมือของเธอกำบังคับรถคันงามไปบนท้องถนน หางตาแอบชำเรืองมองคนที่นั่งข้างๆสังเกตว่าเขาพลิกเอกสารที่อยู่บนตักไปมา จะมีหยุดอ่านจริงจังเป็นระยะแล้วขีดเขียนอะไรสักอย่างลงในสมุดจดเล่มหนา

สีหน้าของดูเคร่งจริงจังเป็นอะไรที่หญิงสาวเคยเห็นเมื่อนานมาแล้วคนที่มุ่งมั่นจะจบตรีโทด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศภายในห้าปีมักจริงจังเสมอในเรื่องเรียนเรื่องเตรียมตัวสอบทั้งๆ ที่เขาก็มีงานพิเศษที่ทำเพื่อหาเงินใช้จะได้ไม่ต้องพึ่งที่บ้านแล้วยังต้องไปฝึกงานตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัยอีก

เมื่อก่อน…หลานคนมักว่า เขาจับเธอแต่จะมีใครสักคนที่รู้ ค่าใช้จ่ายในบ้านส่วนใหญ่ภากรเป็นผู้รับผิดชอบ

‘ผมต้องดูแลปรางถ้าตอนนี้ยังดูแลไม่ได้ แล้วในอนาคตผมจะทำได้ดีสักแค่ไหนเชียว’

และเหมือนเมื่อนานมาแล้วในเวลาที่เธอนึกจะแกล้ง มาธวีก็จะเปิดเพลงเสียงดัง เมื่อก่อนเธอมักหัวเราะสนุกชอบใจเมื่อเห็นสีหน้าของเขาที่มองมา

ดุ...รำคาญ

แต่ก็เพียงครู่เดียว เขาก็มักยิ้มหรือหัวเราะก่อนที่จะกลับไปเครียดกับการอ่านตำราเรียนอีกครั้ง

ต่อให้พยายามนึก แต่หญิงสาวก็นึกไม่ออกว่าภากรเคยโกรธเธอจริงจังด้วยหรือ

แม้แต่ในเวลานี้ใบหน้าเคร่งของเขายังคงจดจ่อกับบรรดาเอกสารเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าไม่ใส่ใจกับเสียงเพลงดังกระหึ่มจากเครื่องเสียงชั้นดีของรถยนต์ราคาแพงริบ

เขาไม่สนแม้ว่าเสียงเพลงจะดังขึ้นอีกเป็นเท่าตัวอากัปกิริยาไม่มีแปลกเปลี่ยนเพี้ยนไป จะยังคงมีเพียงมาธวีที่ลอบถอนหายใจเบาๆมือกำพวงมาลัยรถไว้แน่น จนถึงตัวเมืองระยองในอีกสองชั่วโมงกว่าๆ ต่อมา

“หิว”

ผู้เป็นหัวหน้าระบายเสียงออกช้าๆ เมื่อนำรถเข้ามาจอดณ ลานกว้างหน้าโรงพยาบาล พร้อมหันไปมองเขาที่ปลดเข็มขัดนิรภัยออกพลางเปรยเมื่อเปิดประตูรถก้าวลงไป

“ข้างในน่าจะมีร้านขายขนมของว่าง” ภากรสวมสูทจัดแจงให้เรียบร้อยคว้าแฟ้มเอกสารสองเล่ม และสมุดจดลงมา แล้วถามหญิงสาวที่ยืนอยู่อีกด้านของตัวรถ“ทำไมก่อนออกจากบ้านมาไม่หาอะไรรองท้อง”

เรื่องอาหารเช้า…เมื่อก่อนเขามักจะติงเตือนอีกฝ่ายเสมอและหลายคราที่ต้องจะเป็นผู้จัดเตรียมอาหารเช้าให้อีกฝ่าย

“รีบ”

“ไม่เห็นต้องรีบเป็นเจ้านายมาช้ามาเร็วก็ตามใจ ใครเขาจะไปว่าอะไร”

“ก็…” เกือบแล้ว มาธวีเกือบหลุดเรียกชื่อเขาด้วยความเคยชิน…ก็แรกไงที่ว่า “ไม่ชอบผิดนัด”

หญิงสาวเสอ้างไปเช่นนั้นก่อนกระแทกประตูรถปิดดังปัง หันเดินไปยังทางเข้า รับรู้เพียงว่าเขาก้าวตามมาติดๆ

“ไม่กินอะไรก่อนเหรอ”เสียงถามเช่นนั้นเมื่อเห็นว่าเธอเดินผ่านร้านค้าเล็กๆที่มีตู้โชว์วางบรรดาขนมปังและแซนด์วิซต่างๆ

ทว่าไม่มีคำตอบจากคนที่เดินไปกดเรียกลิฟต์ที่กำลังมาถึงพอดีและนั่นทำให้ภากรจำต้องก้าวตามไป

“เรายังพอมีเวลานะกินอะไรก่อนเข้าไประชุมดีกว่า หิวมากๆ คุยไม่รู้เรื่องหรอก” คนที่…รู้ดี ย่อมจำได้

…มะปรางชอบโมโหหิว…

และสายตาของหญิงสาวที่ตวัดมองมาก่อนที่เธอจะขยับตัวเข้าด้านในแสดงว่าเธอรู้…เขาจำได้

และเมื่อเป็นเช่นนั้นเธอก็จำต้องอดทนและแสดงให้เห็นว่า…ไม่ใช่

มาธวีคนนี้ไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว

ในที่ประชุมหญิงสาวนำการสนทนาและควบคุมอารมณ์ได้เป็นอย่างดีไม่หงุดหงิดอย่างที่ควรเป็นเมื่อเสียงของภากรที่นำเสนองานดังแว่วเข้ามาอยู่เป็นนาน

เสียงทุ้มสูงต่ำทอดอย่างมีชั้นเชิงเป็นจังหวะเรียกความเคยชินหลายอย่างที่เธอเคยคิดว่าเลือนหายไปจากความทรงจำเมื่อนานมาแล้ว

ก็เหมาะอยู่หรอกสำหรับคนที่เรียนด้านการทูต

เหมาะ…จนดีเกินไปเสียด้วยซ้ำในการขายยา

ความคิดที่หยุดอยู่ตรงนี้สะกิดหัวใจเบาๆสายตาของหญิงสาวจับอยู่ยังคนที่นั่งข้างๆ

เขายังทำหน้าที่พรีเซ็นท์ด้วยใบหน้าแซมด้วยรอยยิ้มในความเป็นทางการเป็นงาน แต่ก็เรียกความเป็นกันเองกับผู้เป็นลูกค้าได้

จากว่าที่นักการทูต ทำไมถึงเลือกที่จะหันหลังให้กับความฝันนั่น

ความฝันที่บัดนี้คงไม่มีวันเป็นจริงได้อีกแล้ว

ผู้หญิงคนนั้น…และเด็กคนนั้นสำคัญขนาดนี้เชียวหรือ





========================================================

...เมื่อรอยรักประจักษ์เป็นรอยร้าว
รักแม้มอดไหม้ดับไปตามกาลเวลา แต่ยังคงเหลือร่องรอยอดีตไว้ให้อาลัย...


========================================================


ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นเป็นของผู้เขียนตามกฎหมาย ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อไม่ว่าในกรณีใดๆ ไม่ว่าทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่ง ด้วยวิธีใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของผลงาน 

=====สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537=====




กว่าจะเข้ามาได้...เลยขอลงบทที่ 9 ย้อนหลังนะคะ เผื่อใครยังไม่ได้เข้าไปอ่านในหน้า Note ของ Facebook






Create Date : 26 มีนาคม 2560
Last Update : 26 มีนาคม 2560 22:54:16 น. 2 comments
Counter : 353 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
ขอบคุณที่ลงให้อ่าน


โดย: Itlikacrazy IP: 188.165.240.145 วันที่: 6 เมษายน 2560 เวลา:16:47:07 น.  

 
สวัสดีนะจ้ะ แวะมาเยี่ยมนะจ้าาา sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ


โดย: สมาชิกหมายเลข 4057910 วันที่: 23 สิงหาคม 2560 เวลา:17:40:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
Sentimentally Smooth
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




ชอบคิดชอบเขียนชอบพูด...และชอบเที่ยว

บทประพันธ์ที่ได้รับการตีพิมพ์ "ฤารัก"

หลงรักเพราะรักฤๅรักหลง
หลงลมรัญจวนไม่รู้หาย
หลงรูปหลงจูบเพียงร่างกาย
หลงง่ายหลงผิดฤๅหลงกล
Friends' blogs
[Add Sentimentally Smooth's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.