กรกฏาคม 2556

 
2
4
5
6
9
11
16
17
18
20
24
26
27
29
30
 
 
All Blog
โบสถ์สยอง โคมไฟกระดูก Sedlec Ossuary, เซ็ก
 Sedlec Ossuary เป็นชื่อโบสถ์เล็กๆ ศิลปแบบโรมันคาทอลิก หลายๆ คนคิดว่า แค่โบสถ์หลังหนึ่งมีอะไรให้น่ากลัว? คำตอบอยู่ที่ สถานที่ธรรมดากลายเป็นไม่ธรรมดา (น่ากลัว) ขึ้นมา เพราะการออกแบบภายในโบสถ์ เขาใช้โครงกระดูกของมนุษย์มาช่วยตกแต่ง! กว่า 70,000 ร่าง

สำหรับประวัติของโบสถ์แห่งนี้ ต้องย้อนหลังกลับไปในปี ค.ศ. 1278 กษัตริย์ Otakar ที่ 2 แห่ง Bohemia ได้ส่งพระผู้ใหญ่รูปหนึ่งของหมู่บ้าน Sedlec ชื่อ Heinrich ไปแสวงบุญยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์คือ กรุงเยรูซาเล็ม การเดินทางไปแสวงบุญในลักษณะนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมากในสมัยนั้น

เมื่อกลับมายังหมู่บ้าน Sedlec พระ Heinrich ได้นำเอาดินที่ถือกันว่าเป็นดินศักดิ์สิทธิ์จาก Golgotha อันเป็นสถานที่ที่พระเยซูถูกตรึงกางเขนกลับมาด้วยและก็ได้นำดินเหล่านั้นมา โปรยไว้ในสุสานของหมู่บ้าน Sedlec สถานะของสุสานจึงเปลี่ยนไป ผู้คนพากันเชื่อว่าสุสานนี้กลายเป็นสุสานศักดิ์สิทธิ์และต้องการให้ตัวเอง หรือญาติพี่น้องมาอยู่ที่สุสานแห่งนี้ เพราะจะทำให้ใกล้ชิดกับพระเจ้า และเป็นหนทางที่จะทำให้ได้ขึ้นสวรรค์

ในช่วงเวลานั้นเมือง Kutna Hora เป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแร่เงิน แร่เงินที่ได้จากเมืองนี้เป็นแร่เงินที่มีคุณภาพดีมาก หลายประเทศในยุโรปนำไปใช้ทำเงินตรา จึงทำให้มีผู้คนจำนวนมากเข้ามาอยู่ เข้ามาทำงาน และเสียชีวิตที่นี่ มีข้อมูลว่าในปี ค.ศ. 1318 มีศพที่ฝังไว้ในสุสานแห่งนี้กว่า 30,000 ศพ ศพเหล่านี้มาจากทั่วทุกสารทิศในประเทศ และมีบางศพที่มาจากประเทศข้างเคียง เช่น Poland, Belgium จึงมีการขยายสุสานออกไปอีก เพราะพื้นที่เดิมมีขนาดเล็ก นอกจากการขยายสุสาน ก็มีการล้างสุสานเพื่อให้พื้นที่กับผู้มาใหม่ด้วย

ใน ปี ค.ศ. 1400 มีการสร้างโบสถ์ขึ้นที่กลางสุสาน มีการสร้างห้องใต้ดินไว้ใต้โบสถ์เพื่อใช้สำหรับเป็นที่เก็บกระดูก (ossuary) ที่มาจากการขุดสุสานตอนก่อสร้างโบสถ์และจากการล้างสุสาน ต่อมาเมื่อมีการล้างสุสาน กระดูกทั้งหมดที่ขุดขึ้นมาก็ถูกนำไปเก็บเอาไว้ในห้องใต้ดินของโบสถ์ กองทับถมกันอยู่หลายร้อยปี

จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1870 ช่างแกะสลักไม้ชื่อ Frantisk Rint ได้รับมอบหมายจากขุนนางแห่งตระกูล Schwarzenberg ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่เป็นสุสาน ให้ตกแต่งห้องเก็บกระดูกใต้ดิน และโบสถ์ Frantisk Rint ก็เลยถือโอกาสแสดงฝีมือและแสดงความเป็นศิลปิน ด้วยการนำเอากระดูกมนุษย์ที่มีอยู่ในห้องเก็บกระดูก มาใช้ตกแต่งภายในโบสถ์ และห้องเก็บกระดูกใต้ดินอย่างวิจิตรพิสดาร โดยผลงานออกแบบมาสเตอร์พีช คือ โคมไฟระย้าจากกระดูกมนุษย์ ซึ่งตั้งอยู่ศูนย์กลางของห้อง คิดได้ไงเนี่ย?!















Create Date : 15 กรกฎาคม 2556
Last Update : 15 กรกฎาคม 2556 23:16:12 น.
Counter : 705 Pageviews.

0 comments

iforyouz
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]