มิถุนายน 2556

 
 
 
 
 
 
3
4
6
7
15
16
17
18
19
29
 
 
20 มิถุนายน 2556
All Blog
หลับใหลใน Shirakawa
Shirakawa เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ใน เมือง Gifu ประเทศญี่ปุ่น ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกกับองค์การยูเนสโก สำหรับหมู่บ้าน ชิราคาว่า นี้มีจุดเด่นสำคัญๆ ในแง่ของวิถีชีวิตที่ยังดำรงการทำเกษตรกรรมและการอยู่ร่วมกันของชาวบ้าน รวมไปถึง ลักษณะของตัวบ้านที่ยังคงเอกลักษณ์เอาไว้

ผมได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวที่หมู่บ้าน Shirakawa ทราบมาว่าก่อนหน้านี้การเดินทางเข้าไปในพื้นที่จะใช้เวลานานเพราะต้องอ้อมภูเขา แต่เดี๋ยวนี้ก็มีการตัดถนนตรงเข้าหมู่บ้าน ใช้เวลาเร็วขึ้นกว่าเดิม รอบรถในช่วง Low season มีไม่เยอะมาก ทำให้เหมือนถูกบังคับว่ามีเวลาเที่ยวในเมืองเพียงเล็กน้อย เพราะต้องขึ้นรถกลับ แต่ผมตัดสินใจว่าจะต้องค้างแรมที่ ชิราคาว่า ให้ได้ เลยทำการจองที่พักไว้เรียบร้อยแล้ว

ตอนวางแผนเดินทางไปพักค้างคืนที่ Shirakawa ช่วงนั้นค่อนข้างมืดมน เพราะข้อมูลเชิงลึกที่ส่วนใหญ่นั้นเป็นภาษาญี่ปุ่น เล่นทำเอาปวดหัวกันเลยทีเดียว เพราะต้องคลำๆ จาก Google Translate ที่แปลไม่ค่อยจะได้เรื่องซักเท่าไหร่ การหาที่พักก็ไม่รู้ว่าจะจองยังไงดี เพราะตอนนั้นมันไม่มีจองผ่านเน็ต โชคดีมีเพื่อนที่เรียนอยู่ที่ญี่ปุ่น เลยขอร้องให้เพื่อนช่วยโทรไปคุยและจองให้

ตั้งแต่ก้าวขึ้นรถเพื่อเดินทางไป Shirakawa ผมตื่นเต้นมากมองสองข้างทางตลอดเลยครับ ธรรมชาติของเขานี่สุดยอดมากๆ ต้นไม้แน่นปึ้กเลยครับ แต่ท่ามกลางหุบเขาก็ยังมีสะพานที่ซ้อนกันไปซ้อนกันมา สุดยอดจริงๆครับ งี้ต้องเรียกว่า “ความเจริญไม่ให้ขาด ธรรมชาติไม่ให้เสีย” พอถึงหมู่บ้านก็ตกใจเล็กน้อยครับเพราะในความคาดหวังของผมคิดว่าคงจะเป็นหมู่บ้านที่สงบๆ แต่สิ่งที่ผมเห็นกลับเป็นความวุ่นวายของนักท่องเที่ยวที่พลุกพล่านกันไปหมด

หลังจากนั้นผมก็แบกสัมภาระไปตามหาบ้านเป้าหมายทันที ก็เดินไปตามแผนที่ที่มีครับ เดินเข้าบ้านด้วยความมั่นใจ เจ้าของบ้านเหมือนกำลังทำอะไรในครัวอยู่ เราก็ตะโกนเรียกแบบไทยๆ เจ้าของบ้านก็เดินออกมาหาแบบงงๆ ผมก็เอาใบที่จองให้เค้าดู แล้วก็ทำหน้างงๆพร้อมรัวภาษาญี่ปุ่นใส่ เดาจากสายตาแล้ว น่าจะบอกประมาณว่า เธอมาผิดนะเออ เราก็ยืนยันไปว่า ถูกต้องแล้ว ตามใบนี้เลยทางเจ้าของบ้านก็วิ่งหายเข้าไปในบ้าน แล้ววิ่งออกมาพร้อม ปากกา กระดาษและTalking Dict พยายามสื่อสารกับเราประมาณห้านาที เราพูดภาษาอังกฤษ เค้าพิมพ์ใส่ Talking Dict แปลเป็นญี่ปุ่น แล้วก็พิมพ์ญี่ปุ่นแปลเป็นภาษาอังกฤษมาให้เราดู เอ้อ เอางี้เลย และสุดท้ายต้องหน้าแตกเพราะผมมาผิดบ้านนั่นเอง

หลังจากเดินหาอยู่ซักพักก็เจอบ้านที่จองไว้ พอเข้าไปก็มีผู้หญิงวัยกลางคนมาต้อนรับ พร้อมพูดภาษาญี่ปุ่นแนะนำบ้านให้เราฟัง ห้องน้ำอยู่นี่ นอนห้องนี้ กินข้าวที่นี่ ตอนกี่โมง บลาๆ ไม่ได้แปลญี่ปุ่นออกนะครับ แปลภาษามือออกต่างหาก ที่นอนก็เป็นแบบ Ryokan มีฉากกั้นที่สามารถเปิดปิดกับอีกห้องหนึ่งได้ ในบ้านมีแขกคนอื่นอยู่ประมาณหกถึงเจ็ดคน หลังจากเดินเล่นสำรวจห้องสำรวจในบ้าน พักเหนื่อยในห้องอยู่ซักพัก ก็เลยเดินออกอกบ้าน สิ่งที่ผมเห็นก็คือเหมือนไม่ใช่หมู่บ้านเดียวกันกับตอนที่ผมมาถึง Shirakawa มันช่างเงียบสงบมาก และดูมีเอกลักษณ์ของความเป็นท้องถิ่นมากๆ ผมเดินตรวจตราเดินเล่นด้วย “เกี๊ยะ” ที่ทางที่พักเค้าจัดไว้ให้ เดินยากมวากกกก เดินสูดอากาศดีๆ สงบๆ มันช่างสุขใจจริงๆครับ พอเริ่มมืดก็เดินกลับเข้าบ้าน คราวนี้มีแขกมาเพิ่มครับเป็นลูกๆของเจ้าของบ้าน กำลังช่วยแม่จัดสำรับอาหารให้แขก น่ารักจริงๆครับ ทำกันเองในครอบครัว ผมก็จัดแจงเตรียมกินอาหารเย็น เดินไปที่ห้องอาหาร พอไปถึงก็ชะงักเล็กน้อยครับ เพราะเค้าจัดโต๊ะเรียงกันเป็นรูปตัวยู เหมือนจะไว้ให้พูดคุยกัน โต๊ะอาหารแต่ละคนก็ไม่ใหญ่ครับ พอวางสำรับอาหารได้พอดี นั่งกินกับพื้นเหมือนที่คุ้นตากันน่ะครับ ผมเห็นทุกโต๊ะนั่งแบบญี่ปุ่นเดี๊ยะเลยครับ ผมก็พยายามนั่งบ้าง แต่ไม่ได้ครับ ปวดขา สุดท้ายเลยไม่แคร์ครับ ขัดสมาธิแบบบ้านๆเรานี่แหละ

อาหารมื้อนี้ประทับใจมากครับ เอาใบไม้อะไรไม่รู้มารองแล้วย่างเนื้อครับ สุโค่ย ให้ข้าวหนึ่งโถ มีปลา มีเครื่องเคียงไม่รู้ว่าอะไร ไม่รู้ว่าจะถามเค้ายังไงด้วย คงจะดีกว่านี้ถ้ามีคนช่วยแปลให้ สุดท้ายผมกินข้าวหมดโถ เหลือบางอย่างกินไม่เป็นครับ เพราะรสชาติแปลกๆ สรุปแล้วมื้อนี้ เปรมครับๆ

หลังจากกินอิ่ม ก็ไปอาบน้ำครับ อากาศเย็นๆ แบบนี้ไม่ค่อยอยากอาบเท่าไหร่เลย แต่เพื่อความคุ้มค่า ต้องไปลองใช้ห้องน้ำดูครับ ห้องน้ำที่นี่เป็นห้องน้ำรวมครับ(มีห้องเดียว ผลัดกันใช้) ในห้องน้ำมีอ่างน้ำร้อนให้ลงไปแช่ด้วยครับ ผมเห็นแล้วก็ไม่รอช้า ก้าวขาลงไป ยืนอยู่ซักพัก โอ้วแม่เจ้า ร้อนเกินไป เกินกว่าจะทำใจเอาตัวลงไปแช่ พอก้าวขาออกมา แดงเถือกเลยครับ อาบน้ำปกติแบบเราดีกว่า ต้องนั่งเก้าอี้เตี้ยๆอาบครับ เหมือนในการ์ตูนครับ

พอสองทุ่มเค้าก็ปิดไฟเงียบกันแล้วครับ ด้วยความที่เหนื่อยมาทั้งวัน ก็เลยนอนดีกว่า ปูฟูกนุ่มๆผ้าห่มหนาๆ เป็นสวรรค์ของความหนาวจริงๆครับ

วันต่อมา ตื่นแต่เช้าครับ ประตูห้องนอนเปิดออกไปนอกบ้านได้ มานั่งจิบน้ำชาชมบรรยากาศยามเช้าแบบสงบๆ เวลานี้ นักท่องเที่ยวยังไม่เดินทางมากันครับ หลังจากนั้นก็เดินขึ้นเขาไปเล็กน้อยเพื่อไปชมวิวของหมู่บ้าน ชิราคาว่า ครับ เป็นวิวยอดฮิตที่คนมาต้องมาถ่ายรูปกัน และแล้วผมก็เดินทางกลับ สวนทางกับนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทางเข้ามาเยี่ยมชม












Create Date : 20 มิถุนายน 2556
Last Update : 20 มิถุนายน 2556 10:38:42 น.
Counter : 587 Pageviews.

0 comments

iforyouz
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]