Group Blog
 
 
มกราคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
6 มกราคม 2555
 
All Blogs
 
Knight At Night ... สงครามรัตติกาล นำเรื่อง

สงครามรัตติกาล

นำเรื่อง


เธอยืนอยู่ที่นั่น ท่ามกลางความเสื่อมสลาย

ทุกสิ่งล้วนสูญสิ้นไปหมด หลงเหลือเพียงเถ้าธุลี

ส่วนเธอ....เพราะเธอไม่ถูกจัดเป็น ‘อะไร’ เลย ดังนั้น แม้ว่าเธอจะยืนนิ่งงัน แหงนหน้าขึ้นมองเบื้องบน สองเท้าจมหายไปในฝุ่นทรายที่ทับถมแทบมิดข้อ แต่ก็ไม่อาจพูดได้ว่ามีสิ่งใดหลงเหลือ

ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้าไป ย่ำเหยียบลงบนเถ้าธุลีและฝุ่นทราย

การเคลื่อนไหวของเขาทำให้หล่อนหันมา ร่างบอบบางที่อยู่ในชุดสีขาวผุดผาดอยู่กลางราตรี ปราศจากแม้แต่เศษเสี้ยวร่องรอยความแปดเปื้อนใด ไม่อนาทรต่อลมเย็นเยียบที่โลมไล้สองลาดไหล่ซึ่งเกือบเปลือยเปล่า มีเพียงสายเล็กๆของชุดกระโปรงสีขาวตัวยาวเกาะเกี่ยว

เรือนผมสีดำสนิทสะบัดวูบตามลมรำเพย สีเดียวกับนัยน์ตาที่ปราศจากแววคล้ายเป็นเพียงลูกแก้วว่างเปล่า

ลูกแก้วสีรัตติกาลซึ่งจับจ้องและสะท้อนภาพเขาผู้เดียว

ชายหนุ่มเอื้อมมือไป สัมผัสผ่านถุงมือเนื้อหยาบที่สวม หากชั่วแล่นของความรู้สึกก็ยังตระหนักถึงความนุ่มนวลของพวงแก้มเนียน

และความเยียบเย็นราวก้อนน้ำแข็งของผิวกาย

เขาขยับจะลดมือลง เมื่อกวาดตามองไป...แลเห็นแต่เพียงผืนทรายรกร้าง กว้างไกลสุดสายตาจรดปลายขอบฟ้าหลอมรวมทุกผืนดินเข้าหากันด้วยเม็ดทรายเล็กๆที่ทอดกองเรียงราย

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เม็ดทรายนั้นคือ ‘ชีวิต’

เศษเถ้าธุลีพวกนี้...ล้วนเคยเป็น ‘ตัวตน’ มาก่อน

ชายหนุ่มหันกลับ เบือนสบนัยน์ตาสีดำอันมิผิดแผกไปจากเขาซึ่งทอดมองมานิ่งงันอยู่ก่อน

เขารู้อยู่แล้ว....

รู้อยู่แล้ว ว่าต้องเป็นแบบนี้

แต่ถึงอย่างนั้น....

มือที่กำลังจะตกลงชะงักนิ่ง ปลายนิ้วขยับคล้ายลังเล ก่อนเลื่อนขึ้นอีกครั้ง พร้อมมืออีกข้างที่ช่วยกอบประคองวงหน้างามให้แหงนเงยขึ้น

ลูกแก้วสีดำคู่นั้นยังจับจ้องเขานิ่งงัน ไม่มีแม้แต่การกระพริบตา

เป็นชายหนุ่มเสียเอง ซึ่งปิดเปลือกตาลงชั่วครู่ กรามขบเป็นสันนูนอย่างพยายามระงับอารมณ์ ก่อนจะลืมขึ้นอีกครั้ง

สบกับแววว่างเปล่าที่ตอบกลับมา

“ผมรู้...” เขากระซิบแผ่วเบา เมื่อก้มหน้าทาบริมฝีปากกับกลีบปากนุ่มราวกลีบกุหลาบแผ่วเบา “รู้อยู่แล้ว...”

สัมผัสค่อยหนักหน่วงขึ้น เช่นเดียวกับห้วงอารมณ์ที่เก็บกักภายในและพยายามทลายออกมา ริมฝีปากบางนุ่มหวานล้ำเบื้องหน้าถูกรานรุก ปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัดควานหาความโอชะที่แสนปรีดิ์เปรมและเขี้ยวคมขบเม้มแผ่วๆ

เขาส่งเสียงคำรามในลำคอ เสียงกึกก้องคล้ายเสียงสัตว์บาดเจ็บ ...ร้าวราน หากก็มากพอที่จะทำให้หักใจผละจากริมฝีปากหวานล้ำมาเคล้าเคลียพวงแก้มเนียนที่เย็นเฉียบนั่นพร้อมพร่ำกระซิบคำข้างหู

“แต่ถึงอย่างนั้น... ผมก็ยัง...”

เขาอ้าปาก งับลงบนติ่งหูก่อนเลื่อนมือข้างหนึ่งไปด้านหลัง ดึงผมที่ท้ายทอยให้วงหน้างามดวงตาสีนิลจับจ้องฟากฟ้าแทน

“ต้องการเธอ”

พร้อมคำที่สั่นพร่า ริมฝีปากร้อนระอุไล่ไต่ลงมาเคล้าเคลียไหล่บาง ก่อนรุกกลับขึ้นซุกไซร้ซอกคอ กดประทับรอยหนักหน่วง

ร่างที่แน่นิ่งมาเนิ่นนานเริ่มมีปฏิกิริยาเป็นครั้งแรก ยามเมื่อถูกทาบทับความร้อนผ่าวลงบนซอกคอ หญิงสาวกระตุกเฮือก หากมือแกร่งที่สัมผัสเรือนผมแผ่วเบากลับเปลี่ยนเป็นยึดแน่น

นัยน์ตาสีดำเบิกกว้างขึ้น เมื่อจุมพิตที่ประทับแปรเปลี่ยน กลายเป็นบางอย่างที่แหลมคมกว่า กำลังครูดลงบนผิวเนื้อเนียน....และมันไม่ใช่การขบเม้มอย่างเย้าแหย่

เขาครูดสัมผัส...รานรุกและทำความคุ้นชินกับผิวเนื้อบาง และคมเขี้ยวของตนเอง ที่บัดนี้แหลมยาวและพร้อมจะฝังลงบนเส้นเลือดใหญ่ที่กำลังเต้นตุบๆเย้ายวนเบื้องหน้า

“ต้องการ...” เขาขยับปาก บอกถ้อยคำสุดท้ายที่ชัดเจนและจะติดตรึงไปอีกนานเท่านาน “พลัง...ของเธอ”

แววบางอย่างคล้ายจะปรากฏวูบในดวงตาสีเดียวกับท้องฟ้าที่เหม่อมองขึ้นไป หากเพียงชั่วแล่นก็เลื่อนหายกลายเป็นม่านน้ำใสที่คลอคลองปรากฏแทนที่

ชายหนุ่มก้มหน้าฝังคมเขี้ยว สัมผัสและดื่มด่ำคาวโลหิต

หญิงสาวสั่นสะท้าน หยาดน้ำตาหลั่งรินก่อนดวงตาจะปิดลง

เนิ่นนาน...




Create Date : 06 มกราคม 2555
Last Update : 6 มกราคม 2555 1:48:26 น. 3 comments
Counter : 431 Pageviews.

 
แวะมาให้กำลังใจครับ แค่บทนำเรื่องก็น่าสนใจแล้วครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 6 มกราคม 2555 เวลา:12:52:59 น.  

 
พี่อม ขาแล้วเรื่องที่ฟามกระต่ายนั่นล่ะค่าๆๆๆๆ


โดย: p IP: 101.109.3.21 วันที่: 28 มกราคม 2555 เวลา:13:19:55 น.  

 
อุ๊ย คุณ p ....เอ่อ ใจเย็นๆค่ะ เรื่องไหนคะ ใจร่มๆนะคะ ค่อยๆคุยค่ะ (มองซ้ายขวาหาโจทย์)


โดย: อมราวตี วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:19:26:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อมราวตี
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]





ครั้งหนึ่ง.....เคยนั่งอยู่
วันหนึ่ง.......เคยลุกมาก้าวเดิน
และอีกวัน...อาจหยุดนิ่งไม่ขยับไปไหน
-- -- -- -- -- -- -- -- -- --
"คนเรามักจดจำความเจ็บปวดของตนเอง แต่หลงลืมความเจ็บปวดของผู้อื่น"




New Comments
Friends' blogs
[Add อมราวตี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.