My Life; My Destiny.
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
13 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
ประสบการณ์ขอสัญชาติอเมริกัน ตอนที่ 1




ก่อนอื่นขอบอกก่อนเลยว่า ตอนแรกตั้งใจจะแปลวิธีการกรอก เจ้าใบ N-400 เพื่อให้เพื่อน ๆ รุ่นหลัง ๆ ใช้อ้างอิงได้ แต่จากประสบการณ์การแปลใบ I-94 กับ ใบศุลกากร แล้วเจอมือดี (มากกว่า 1 มือ) ก็อปข้อมูลเราไปทั้งหมด แล้วเอาไปทำเนียนว่า ตัวเองแปลเอง เขียนเอง แล้วมันเสียความรู้สึกค่ะ บอกแล้วว่า เราไม่หวง แต่จะเอาไปให้บอกเราก่อน …

บ่นพอล่ะ วันนี้เลยขอมาเล่าประสบการณ์เฉย ๆ ล่ะกันค่ะ ใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ค่อยถามล่ะกันค่ะ



แบบฟอร์ม N-400 (Application for Naturalization) มีทั้งหมด 10 หน้าค่ะ มีคำถามทั้งหมด 14 ส่วน ฟอร์มนี้ใช้สำหรับการยื่นขอสัญชาติอเมริกันนั่นเองค่ะ

วิธีกรอกแบบฟอร์ม ง่ายมากค่ะ เข้าไปที่เว็ปไซต์ www.uscis.gov แล้วโหลดฟอร์ม N-400 ออกมา จะกรอกข้อมูลก่อนที่จะพรินท์ออกมา หรือจะพรินท์ออกมาแล้วค่อยเขียนด้วยปากกา ก็ตามอารมณ์ค่ะ .

ดาวน์โหลด N-400 ที่นี่ //www.uscis.gov/files/form/N-400.pdf



คุณควรทำเรื่องของสัญชาติเมื่อใด ?


1. กรณีได้กรีนการ์ดจากการแต่งงานกับพลเมืองอเมริกัน ต้องพำนักอยู่ในประเทศสหรัฐ เป็นเวลาต่อเนื่องกัน 3 ปี

2. กรณีได้กรีนการ์ดจากกรณีอื่น ๆ เช่น ได้ใบเขียวจากนายจ้าง ต้องพำนักอยู่ในประเทศสหรัฐ เป็นเวลาต่อเนื่องกัน 5 ปี

วันนี้เลยขอเขียนถึง เฉพาะกรณีแรกค่ะ คือ การได้กรีนการ์ดจากการแต่งงาน กับชาวอเมริกัน หลาย ๆ ท่าน คงทราบดีแล้วว่า เมื่อแต่งงานกับชาวอเมริกัน เราจะต้องยื่นของกรีนการ์ด (Permanent Resident Card) หรือ รู้จักกันในชื่อ “ใบเขียว“ ซึ่งทำให้เราสามารถพำนักและทำงาน ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในดินแดนลุงแซมนี้



กรีนการ์ดใบแรก เป็นกรีนการ์ดแบบมีเงื่อนไข มีอายุ 2 ปี ดังนั้น ภายใน 90 วัน ก่อนที่จะครบ 2 ปี คุณต้องทำเรื่องยื่นขอ กรีนการ์ดแบบถาวร ซึ่งมีอายุ 10 ปี ในขั้นตอนนี้ เรียกว่าการ Remove Condition

ภายใน 90 วันก่อนที่จะครบรอบปีที่ 3 ของการถือกรีนการ์ด คุณสามารถยื่นขอสัญชาติอเมริกันได้ค่ะ แต่ภายใน 3 ปีนี้ คุณจะต้องอยู่ในสหรัฐเป็นเวลาต่อเนื่องกัน และก็ต้องแต่งงาน อยู่กินกับสามีหรือภรรยาคนเดิม เป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน (ถ้ามีเหตุต้องหย่าโดยเหตุสุดวิสัย ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งค่ะ) ส่วนตัวเราถือกรีนการ์ดมาแล้วเกือบ ๆ 6 ปี เลยไม่มีปัญหาเรื่องการนับวัน



ระยะเวลาในการทำเรื่อง ?


ส่วนตัวเราแล้ว นับจากวันที่ INS ได้รับเรื่อง ถึงวันที่สาบานตน ใช้เวลา 4 เดือน พอดิบพอดีค่ะ บางที่อาจจะช้า-เร็ว กว่านี้ แล้วแต่ว่าส่งเรื่องเข้าศูนย์ไหนค่ะ ส่วนว่าใครจะต้องส่งเรื่องเข้าศูนย์ไหน ก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณอาศัยอยู่ในรัฐไหนค่ะ

อ่ะค่ะ…แพร่มมานาน เข้าเรื่องก่อน

หลังจากกรอกแบบฟอร์ม และรวบรวมเอกสารแล้ว เราก็ส่งเอกสารทั้งหมด พร้อมเช็คเงินสด 675 เหรียญ ไปให้ทาง INS ประมาณ 1สัปดาห์ถัดมา เค้าก็ส่งจดหมายมาบอกว่า ได้รับเรื่องแล้ว วันที่ 22 พฤษภาคม ให้เรารอจดหมายนัด สำหรับไปพิมพ์ลายนิ้วมือ

3 สัปดาห์ถัดมา ระหว่างที่เรานั่งเปิดจมหมายต่าง ๆ อยู่ ก็เผอิญเหลือบไปเห็น ซองจดหมายจาก Department of Homeland Security ก็เริ่มเปิดเลย นึกในใจว่า จดหมายมันมาตั้งแต่เมื่อไรว่ะ ทำไมเราไม่เห็น คือ มันหมก ๆ อยู่ใต้กองจดหมายเลยแหละ



วันที่เปิดจดหมายนั้น จำได้ว่าเป็นวันที่ 19 มิถุนา (วันศุกร์) ในจดหมายบอกว่า ให้ไปพิมพ์ลายนิ้วมือ วันที่ 17 มิถุนา (วันพุธ)…ตายโหงแล้ว มันเลยมาตั้ง 2 วันแล้วอ่ะ มือสั่นทันทีค่ะ แต่ว่ารวบรวมสติอ่านจดหมายให้จบก่อน เค้าก็ลงรายละเอียดว่า ถ้าไปพิมพ์นิ้วมือไม่ได้ ตามที่เค้านัดมา ให้ไปในวันพุธถัด ๆ ไป (พุธไหนก็ได้) ที่เราว่างในเวลาเดียวกับที่เค้านัดมา (แต่มีกำหนดว่า ต้องไปก่อนเดือนกันยาหรือไงนี่แหละ ไม่งั้นเค้าจะโยนคำร้องทิ้ง)

ก็สรุปว่า เราก็ไปพิมพ์ลายนิ้วมือ วันพุธถัดไป คือ 24 มิถุนา โชคดีไปค่ะ วันไปพิมพ์ลายนิ้วมือ เจ้าหน้าที่จะให้หนังสือคู่มือข้อสอบ (Quick Civics Lessons for Naturalization Test) มาอ่านด้วย หรือใครอยากอ่านก่อน ก็ไปโหลดในเน็ทได้ค่ะ ข้อสอบมีทั้งหมด 100 ข้อ แต่เค้าจะเลือกถามเราแค่ 6 ข้อค่ะ สรุปว่า เราต้องจำไปทั้งหมด 100 ข้อนั่นแหละ เพราะเราไม่รู้ว่า เค้าจะสุ่มถามข้อไหนกันแน่

Civic Test เป็นคำถามเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์และระบบรัฐบาลของประเทศสหรัฐค่ะ



อ่ะค่ะ…พิมพ์นิ้วมือเสร็จ คราวนี้ก็มานั่งรอวันสัมภาษณ์ ตานี้ดิฉันนั่งจ้องไปรษณีย์เองเลยค่ะ บอกนายจอมยุ่งว่า “ห้ามแตะจดหมายโดยเด็ดขาด“ นายคนนี้เปิดจดหมายแล้ววางทิ้งไปทั่วค่ะ เฮียก็บอกว่า “ชั้นไม่เคยไปแตะจดหมายหล่อนเลย หล่อนรับอยู่คนเดียว เปิดอยู่คนเดียว“ แถมวันไหนเฮียประสาทไม่ค่อยดี มีการ “ขู่“ เราอีกว่า วันหนึ่งจะแจ้งตำรวจมาจับเรา เพราะว่าเราเปิดจดหมายเฮีย ! (แล้วถ้าเราไม่เปิดจดหมาย แล้วใครจะจ่ายเงินค่าน้ำค่าไฟฟ่ะ ?) ประสาทอีกล่ะ !

สำหรับเพื่อน ๆ ที่สงสัยว่า จะแจ้งตำรวจมาจับทำไม ? คำตอบ คือ การเปิดจดหมายที่เป็นชื่อของคนอื่น แม้จะเป็นพ่อ แม่ ลูก หรือคู่สมรสกันก็ตาม ถ้าไม่ใช่ชื่อเรา แล้วเราไปเปิด ที่อเมริกาถือเป็น Federal Offense ค่ะ



รออยู่ 1 เดือนได้ ก็ได้รับจดหมาย ให้ไปสัมภาษณ์และสอบ ตอนแรกจดหมายระบุมาวันที่ 19 ตุลาคม แต่ 2 อาทิตย์ถัดมา ได้รับจดหมายเพิ่มบอกว่า ขอยกเลิกนัดวันที่ 19 ตุลาคม เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย

ตอนนั้นหัวเสียมากเลยค่ะ ก็ต่อสายไปที่ USCIS ทันทีว่า แล้วจะให้ชั้นไปสัมภาษณ์เมื่อไรล่ะ ตอนนั้นมัวแต่โมโห เลยไม่ทันเห็นว่า มันส่งจดหมายมาพร้อม ๆ กัน 2 ฉบับ ระหว่างรอโทรศัพท์ ก็เลยเปิดจดหมายอื่น ๆ ไปเรื่อย ๆ พอมาถึงฉบับที่ 2 เลยเห็นว่า เอ่อ…เค้าเลื่อนวันนัดให้มันเร็วขึ้นนี่หว่า

แหม…เสียน้ำลายด่ามันไปตั้งนาน สรุปว่าได้วันนัดใหม่ คือ 22 กันยายนค่ะ (เร็วกว่าเดิม 1 เดือน)



ช่วงอ่านหนังสือเตรียมสอบ เราก็ใช้บริการนายจอมยุ่งนี่แหละ ให้ช่วยเป็นคนถามคำถาม แรก ๆ ขยันค่ะ ถามกันทุกคืน ๆ ละ 100 ข้อ ไป ๆ มา คนถามเริ่มเบื่อ ถามข้อเว้นข้อ ไอ้คนตอบรู้อีกค่ะ เลยด่าว่า อย่าถามเว้นข้อดิ !
พอวันก่อนวันสอบ เราก็บอกจอมยุ่งว่า ไหนถามคำถามชั้นดิ วัดความจำครั้งสุดท้าย เฮียเกี่ยงไปเกี่ยงมาอีก บอกว่า “ไม่ต้องถามแล้ว หล่อนจำได้หมดแล้ว“

เอ่อ…ตอนนั้นนึกด่าในใจว่า เดี๋ยวกูสอบตกขึ้นมา เดือดร้อนต้องจ่ายเงินค่าสมัครใหม่ แล้วจะหนาว !

ชักจะยาวค่ะ ขอตัดไปเขียนตอนหน้านะคะ จะเป็นประสบการณ์วันไปสัมภาษณ์ และเข้าพิธีสาบานตนค่ะ ใครอยากรู้ว่า นายจอมยุ่งของเราร้องไห้ทำไม ติดตามตอนต่อไปค่ะ

ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่แวะมาทักทายกันนะคะ







Create Date : 13 ตุลาคม 2552
Last Update : 13 ตุลาคม 2552 5:18:26 น. 30 comments
Counter : 14233 Pageviews.

 
เขียนประสบการณ์ไว้แบบนี้มีประโยชน์กับคนที่ได้มาอ่านหรือเอาไว้อ้างอิงให้อ่านดีนะคะ ระยะเวลาของวิสกี้ก็ 4 เดือนเหมือนกันเลยค่ะ รวดเร็วดีจริงๆ เลย

อ่านตรงที่ว่า federal offense แล้วิสกี้ละนึกถึงพวกจดหมายและบิลซึ่งบางทีเราก็ไม่ได้รับเพราะ mail carrier เค้าหย่อนผิดไปที่อพาร์ทเมนท์เบอร์อื่นในตึกเดียวกันนะคะ เงียบหายจ้อยไม่เอามาคืนเราเลย ถ้ารู้เนี่ยน่าแจ้งจับจริงๆ


โดย: วิสกี้โซดา วันที่: 13 ตุลาคม 2552 เวลา:6:16:49 น.  

 
เคยนึกอยากจะเขียนเก็บไว้ แต่ได้แค่จะๆ เท่านั้น แบบว่าขี้เกียจ

ไว้ใครมาถามจะชี้โพรงให้มาอ่านที่นี่ค่ะ


โดย: ตกตะกอน วันที่: 13 ตุลาคม 2552 เวลา:8:34:23 น.  

 
กำลังคิดจะสอบอยู่แต่ค่าธรรมเนียแพงเหลือเกิน
555 เสียดายเงินอะ


โดย: namfonJC วันที่: 13 ตุลาคม 2552 เวลา:8:46:31 น.  

 
เพิ่งยื่นเรื่องไปเหมือนกันค่ะ แต่เรื่องช้ามาก ส่งไปเกือบเดือนกว่าจะได้ จม.นัด Fingerprint จะไปวันจันทร์หน้าแล้ว จากนั้นก็ต้องรอวัยสัมภาษณ์ต่อไป.......

คราวก่อนขอใบเขียว สองเดือนเองได้รับใบเขียวมานอนกอดแล้ว ใครๆ เค้าว่าสอบซิติเซ่นไว ของเราช้าซะงั้น


โดย: Minnie IP: 74.136.7.82 วันที่: 13 ตุลาคม 2552 เวลา:9:59:32 น.  

 
พูดถึงไอ้พวกที่ชอบก๊อปงานชาวบ้านเค้าไป แล้วอ้างว่าเป็นผลงานของตัวเองแล้วนึกถึงคำไหนไม่ออกที่จะใช้จำกัดความคนพวกนี้ นอกจาก "ห น้ า ด้ า น" .. เนอะแพทเนอะ

สรุปแพทจะเป็นอเมริกันแล้วในที่สุดหรือเนี่ย... เห็นอยู่เมกามาเป็นสิบปี โตสก็นึกว่าแพทคงจะไม่แคร์ที่จะมานั่งทำอะไรตรงนี้แล้วล่ะมั๊ง
จริงๆ นี่โตสก็คิดๆ อยู่เหมือนกันตั้งกะกลับมาจากเจอร์ซี่ว่าตรูได้มีเวลาอยู่เมกาถึงสามปีหรือเปล่าเนาะ .. แบบว่า.... จากคำนวนดูคร่าวๆ รวกๆ แล้ว โตสว่าตัวเองใช้เวลาอยู่ต่างประเทศซะส่วนใหญ่ .. ก็เลย... เดาไปเลยว่าคงจะยังไม่ qualified แน่ๆ เลย.. นี่ดีหน่อยที่ครั้งนี้ได้อยู่บ้านนานหน่อย .. ไม่งั้นไม่รู้เมื่อไหร่จะทำซิติเซ่นชิบได้

อ้อ... สาเหตุเดียวเลยที่โตสอยากได้อเมริกันซิติเซ่นก็คือความสะดวกในการเดินทางน่ะแหละแพท .. ซึ่งโตสว่าแพทก็คงจะคิดเหมือนกันใช่มะล่ะ

ปล. งานนี้เล่นเอาเฮียดีนน้ำตาไหลเลยหรือเนี่ย... แต่... เอ่อ.... น้ำตาไหลเพราะว่าเมียได้เป็นซิติเซ่นชิบหรือว่าน้ำตาไหลเพราะต้องจ่ายค่าสมัครอีกรอบน๊อ.....


โดย: Chini วันที่: 13 ตุลาคม 2552 เวลา:22:27:57 น.  

 
ส้มเคยเขียนประสบการณ์การขอวีซ่าคู่หมั้น และแปลเอกสารต่างๆ
ก็โดนก้อปข้อมูลเราไปทั้งหมด

อ่านไปอ่านนี่มันข้อมูลของเรานี่
เข็ดเลย
จากนั้นส้มก็ไม่แปลอีกเลย


โดย: somphoenix วันที่: 14 ตุลาคม 2552 เวลา:8:12:28 น.  

 
ให้ความรู้ละเอียดดี ถามหน่อยนะเจ้ แล้วถ้าเรากลับเมืองไทยไปเป็นเดือนล่ะ เวลาเข้าไทยเราจะเอาวีซ่าไทย หรือ อเมริกันเข้าดี เข้าไปเสริซ แต่ละที่ตอบไม่เหมือนกันน่ะ เลยไม่รู้จะใช้อันไหน


โดย: เวฟ IP: 71.192.182.37 วันที่: 14 ตุลาคม 2552 เวลา:9:46:32 น.  

 
พี่ขาาาาา

หนูปิดเทอมแล้ว ว่างมาอ่านบล้อกแล้วค่า

จะเรียกปิดเทอมก็ไม่ถูก เพราะตอนนี้เหมือนจะไม่มีปิดเทอมแล้วอ่ะ
วันนี้ก็เพิ่งไปหา อ. มาเอง กลับบ้านก็ต้องอ่านหนังสือ เอาตัวให้รอดอีก

แต่ก็แอบว่างกว่าตอนเปิดเทอมนะคะ
แล้วจะแวะมาเยี่ยมใหม่น้าาาาาา


โดย: by my hand วันที่: 14 ตุลาคม 2552 เวลา:20:05:13 น.  

 
ตอบน้องเวฟนะคะ



ถ้าจะไปเมืองไทยมากกว่า 30 วัน ทำได้ 2 กรณ๊



1. ถ้าจะใช้พาสปอร์ตอเมริกันเข้าประเทศไทย ต้องขอวีซ่าจากสถานทูตไทยไป หรือว่า ไปถึงเมืองไทยแล้ว จะไปขอวีซ่าที่ซอยสวนพลูก็ได้



2. ใช้พาสปอร์ตไทย ตอนเข้าประเทศไทย ก็จะอยู่ได้ยาวไม่มีปัญหา ตอนขากลับมาอเมริกา ให้โชว์พาสอเมริกันตอนเช็คอิน แต่ตอนไปที่ ต.ม. ต้องโชว์พาสไทย พอถึง ต.ม.ที่อเมริกา ก็ค่อยโชว์พาสอเมริกัน (ถือหลักว่า เข้าประเทศไหน ให้โชว์พาสของประเทศนั้น ๆ)



โดย: Lilac Girl วันที่: 14 ตุลาคม 2552 เวลา:21:39:54 น.  

 
หวัดดีค่ะคุณแพท

คนประเภทที่ก็อปของชาวบ้านไปเป็นงานของตัวเองนี่น่ารังเกียจมากๆเลยนะคะ ดูเหมือนไม่มีใครทำอะไรได้ แล้วตกลงคุณแพทได้คุยกับเค้ามัี๊๊ยเอ่ย

ขอบคุณนะคะที่แวะไปแสดงความเสียใจกับน้องหมาที่จากไปค่ะ ตอนนี้ก็ยังทำใจไม่ได้เลยค่ะ ถ้าได้ไปอยู่ตอนเค้าจะจากไปคงทำใจได้มากกว่านี้

คุณแพทสบายดีนะคะ



โดย: amskye วันที่: 16 ตุลาคม 2552 เวลา:5:42:13 น.  

 
ในกรณีของพี่ ตกงานประมาณ more 1 year สามารถทำการสอบสัญชาติอเมริกันได้หรือไม่ค่ะ from niky feb.21.11


โดย: หนึ่ง IP: 66.133.210.155 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:0:14:16 น.  

 
ตกงานก็ไม่น่าจะมีผลต่อการสอบสัญชาติค่ะ


โดย: Lilac Girl วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:7:09:26 น.  

 
มีลูกด้วยกันแต่ยังไม่จดทะเบียน สามีเป็นชาวเมกัน ขอสัญชาติอะไรได้ค่ะ? ลูกยังอยู่ไทยกับตัวดิฉัน เรากำลังเตีรยมเรื่องจะจดทะเบียน และก็ขอวีซ่าไปอเมริกาแต่งงกะลูกขอสัญชาติเมกาเลยได้ใหม?.. ช่วยตอบให้หายข้องใจหน่อยค่ะ


โดย: แฺฮนนา IP: 125.26.218.246 วันที่: 19 สิงหาคม 2554 เวลา:11:56:55 น.  

 
การขอวีซ่าเข้าเมกาเราจดทะเบียนสมรสแล้วนี้ และมีลูกติด2คน ขอวีซ่าแบบใหนดี?..แต่ตัวดิฉันตอนนี้อยู่ที่ไทย สามีเป็นทหารเมกัน เราไม่มีความรู้เรื่องการขอวีซ่าเลย อยากขอคำแนะนำ ยากง่ายแค่ไหน ต้องทำยังไง?..ช่วยชี้แนะด้วยค่ะ ดิฉันสงสารลูกคิดถึงพ่อเขาได้แต่มองดูกันในแคม...


โดย: แฺฮนนา IP: 125.26.218.246 วันที่: 19 สิงหาคม 2554 เวลา:12:05:37 น.  

 
เรื่องลูก พ่อเด็กต้องทำเรื่องรับรอง แล้วสามารถขอสัญชาติอเมริกันให้ลูกได้ ส่วนตัวคุณ ต้องขอวีซ่าแต่งงานค่ะ


โดย: Lilac Girl วันที่: 20 สิงหาคม 2554 เวลา:8:01:49 น.  

 
จะรบกวน ขอแบบฟอร์ม n-400แปลไทยแล้วได้ไหมคะ พอดีพี่สาวเค้าจายื่นเรื่องแต่ว่าไม่เก่งภาษาอังกฤษค่ะ


โดย: จุ๋มจิ๋ม IP: 64.149.62.177 วันที่: 19 กันยายน 2554 เวลา:1:42:47 น.  

 
ไม่มีที่แปลเป็นไทยค่ะ ไม่ได้ทำไว้ ถ้าสงสัยถามเป็นข้อ ๆ ไปล่ะกันค่ะ


โดย: Lilac Girl วันที่: 21 กันยายน 2554 เวลา:2:35:08 น.  

 
ผมยื่น N400 ได้ห้าเดือนวันนี้ USCIS เพิ่งส่งใบนัดพิมนิ้วมือมาวันนี้ ว่าให้ไปพิมลายนิ้วมืออีกสิบสี่

เบื่อจัง เค้าเขียนไว้ในแวปไซต์ว่า ใช้ระยะเวลา 5เดือนเท่านั้น แต่นี่เลยเดือนที่5 เข้าเดือนที่6 เรียบร้อยแล้วเพิ่งมามีนัดพิมนิ้วมือ

ประมาณเกือบๆสองเดือนที่แล้ว โทรไปแจ้งให้ USCIS ทราบว่าผมยังไม่ได้ไปพิมลายนิ้วมือเลย พนักงาน Customer Service ของ USCIS บอกว่า เค้าไม่ต้องการลายนิ้วมือผม เพราะเค้ามีลายนิ้วผมในไฟลของเค้าแล้ว แล้วยังบอกอีกว่าภายในหกสิบวันผมจะได้วันนัดสอบและสัมภาษย์

ผ่านมาเกือบเดือนส่งจดหมายนัดพิมลายนิ้วมือมาเฉย แทนที่จะได้วันนัดสอบและสัมภาษย์

O my gosh UAS only!!!!

คนไทย
เซ๊งจิต


โดย: ปลอบใจตัวเองมานาน IP: 184.7.144.30 วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:2:33:35 น.  

 
USCIS ไม่ทำเคสคุณหาย ก็บุญคุณสุดยอดแล้วค่ะ เพราะถ้าหาย นอกจากจะเสียเวลา ยังต้องเสียตังค์ใหม่ด้วย (แม้ว่าจะไม่ใช่ความผิดของเรา)

เอาค่ะ ไหน ๆ ก็รอมาหลายปีแล้ว รออีกซักนิดนะคะ และขอแสดงความยินดีล่วงหน้าด้วยค่ะ


โดย: Lilac Girl วันที่: 28 มีนาคม 2555 เวลา:21:29:36 น.  

 
ขอบคุณครับ เพิ่งได้จดหมายนัดให้ไปสัมภาษณ์ May 21 นี้ครับ


โดย: คนไทยเซ้งจิต IP: 184.7.144.30 วันที่: 20 เมษายน 2555 เวลา:6:41:55 น.  

 
ยินดีด้วยนะคะ


โดย: Lilac Girl วันที่: 23 เมษายน 2555 เวลา:7:52:46 น.  

 
คุณแพทครับ

ผมรบกวนถามคุณเกี่ยวกับการใช้สิทธิฟรีในการแอบพลายใบเขียวให้พ่อแม่ ไม่ทราบยังมีไหมครับ ผมได้ยินมาว่า เมื่อเรากลายเป็นคนอเมริกัน เราจะได้สิทธิแอบพลายใบเขียวให้พ่อแม่ของเราฟรีในวันนั้น เรื่องนี้คุณแพทพอทราบบ้างไหมครับ
ขอบคุณครับ
นิว


โดย: คนไทยเซ้งจิต IP: 184.7.144.30 วันที่: 17 พฤษภาคม 2555 เวลา:4:41:02 น.  

 
You may petition for your parents ka but it's not free. You have to pay the processing fees which I believe a little over $1100 right now.


โดย: Lilac Girl วันที่: 19 พฤษภาคม 2555 เวลา:0:17:27 น.  

 
เรียคุณแพท
ดิฉันอยู่อเมริกาได้ประมาณแปดเดือนด้วยวีซ่าท่องเที่ยว เริ่มต้นไม่มีแผนจะแต่งงานมา
เที่ยวอย่างเดียวครั้งแรกกันยายนปี2555 ประมาณสามสัปดาห์และครั้งที่สองมาเดือนกุมภาพัน์ปี2556ถึงปัจจุบันดิฉันออกไปเที่ยว
นอกประเทศและกลับเข้ามาใหม่ตมปั้มอยู่ได้ถึงมกราคม2557 เข้าเรื่องค่ะเราเพิ่งตัดสินใจว่าจะจดทะเบียนสมรสกันเพราะลูกๆเพื่อนๆทางแฟนยอมรับแล้วแต่มีปัญหาว่า
เหลือเวลาประมาณสามเดือนจะทันในเวลาไหมคะเพราะอ่านข้อมูลจากคุณแล้วอย่างน้อยสามเดือนอีกอย่างดิฉันพูดภาษาอังกฤษ
แบบงูๆปลาๆอยู่จะสอบผ่านหรือเปล่าและถ้าจดทะเบียนแล้วไม่ยื่นขอกรีนการ์ดจะมีผลอะไรไหมคะขอความกรุณาตอบทางอีเมล์ได้ไหมคะเพราะค้นหาเจอบ้างไม่เจอบ้าง(พี่อายุ54ปี)ลำบากหน่อยอีเมล์คะ่tanawan_nuchy@hotmail.com
ขอบคุณมากค่ะ
ธนวรรฌ


โดย: ธนวรรณ พร้อมสุข IP: 50.157.242.90 วันที่: 19 กันยายน 2556 เวลา:3:52:53 น.  

 
แม่ผมได้สัญชาติแล้ว ถ้าแม่จะพาผมไปอยู่ด้วยต้องรอนานมั้ยครับ


โดย: ต้น IP: 111.84.18.15 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2556 เวลา:22:42:26 น.  

 
คุณอายุเท่าไรแล้ว และคุณแต่งงานหรือยังค่ะ ?


โดย: Lilac Girl วันที่: 15 พฤศจิกายน 2556 เวลา:0:52:30 น.  

 
30 ครับ ยังไม่ได้แต่งงานครับ


โดย: ต้น IP: 111.84.114.13 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2556 เวลา:23:19:35 น.  

 
ถ้าอายุเกิน 21 ปีแล้ว ต้องรอคิวค่ะ เพราะแต่ละปีสหรัฐจะปล่อยหมายเลขวีซ่าออกมา แล้วแบ่งโควต้าไปตามประเทศต่าง ๆ แต่คิดว่าน่าจะรอประมาณ 5-8 ปีค่ะ ยังไงลองถามในเวปพันทิป ห้องไกลบ้านดูอีกที เรื่องระยะการรอค่ะ


โดย: Lilac Girl วันที่: 15 พฤศจิกายน 2556 เวลา:23:55:52 น.  

 
รอต่อไป ขอบคุณครับ


โดย: ต้น IP: 111.84.114.13 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2556 เวลา:8:47:59 น.  

 
เข้ามาขอบคุณสำหรับข้อมูล กำลังจะยื่น อิอิ ขอบคุณนะคะ


โดย: น้ำผึ้ง IP: 192.95.30.51 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2559 เวลา:20:23:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Lilac Girl
Location :
The Land of 10,000 Lakes United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]




ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชม Blog ของเรานะคะ มีอะไรแนะนำจะให้เขียน รบกวนเขียนฝากไว้ด้วยค่ะ

Disclaimer: ทุกข้อความใน Blog นี้ เราเขียนเรื่องจากประสบการณ์เท่านั้น ไม่มีเจตนาว่าร้ายใคร และหากเรื่องที่เขียนไปกระทบใจใคร ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย ส่วนข้อมูลต่าง ๆ ที่ให้ไว้ ก็เป็นเพียงข้อมูลจากประสบการณ์จริงเท่านั้นค่ะ

***ประกาศ : ท่านที่นำเนื้อหาในบล็อคของเราไปแปะไว้ในเว็ปอื่น ยินดีอย่างยิ่งค่ะ ที่ช่วยกันเปิดเผยข้อมูล แต่ขอความกรุณาซักนิด แจ้งให้เราทราบด้วยนะคะ ให้เครดิตคนเขียนกันบ้างค่ะ ***

New Comments
Friends' blogs
[Add Lilac Girl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.