Group Blog
 
 
มกราคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
4 มกราคม 2551
 
All Blogs
 
เมื่อรักฉันเกิด

พูดถึงเรื่องรักนั้น มันวิ่งเข้าเข้ามาชนโป้งป้างโป๊งเป๋งบ่อยเหลือเกิน (คนมานหน้าตาดีเกินคาด อิอิ ) ใครจะไปเชื่อว่าผู้ชายอีกตั้งมากมายที่นิยมของแปลกก็เยอะน๊า
เรื่องรักเก่าเอามาเล่าใหม่นี่ก็เป็นเรื่องฮอตเหมือนกันนะ เราก็ขอเทรนมั่งละกัน
เอาเป็นว่าขอหยิบยกเอาเป็นที่ดูเหมือนว่าจะเป็นตัวเป็นตนมากที่สุดดีกว่า
รักครั้งนี้มันเกิดขึ้นตอนที่หันหลังกลับมาเรียนอีกครั้ง หลังจากที่ฝ่าฟันกับอัตตราเงินเดือนที่มันดูกันจากวุฒการศึกษาไม่ใช่ความสามรถในการทำงาน หรือประสปการณ์แต่อย่างใด ตอนนั้นยังเคว้งอยู่เลยนะ ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าจะเรียนต่อหลังจากจป ปวช.มานาน พักไปเกือบ3ปี ไปลงเรียนต่อ ปวส.ที่สถาบัน(วิทยาเขต)แห่งหนึ่ง ชื่อเสียงโด่งดังทั้งเรื่องความเก่งและความแรงของนักเรียน ในที่สุดก็ไปไม่รอด เดี๋ยวจะไปกล่าวเรื่องราวตรงนี้อีกหัวข้อนึงแล้วกัน อันนี้เอาเรื่องรักๆก่อน กำลังแรง
เมื่อกำลังนั่งทำงานอย่างเบื่อหน่ายอยุนั้น ก็ได้คว้าโทรศัพท์ขึ้นมา อยากรู้ว่าเธอเป็นยังไงไปถึงไหนแล้วหลังจากที่ร้องห่มร้องไห้วิ่งเตลิดเปิดเปิงออกจากวิทยาเขตแห่งนั้นแล้วก็ไม่กลับเข้าไปเรียนอีกเลย ก็ได้ความว่าเธอจะไปสอบเข้สสถาบันใหญ่แห่งหนึ่งตรงพระราม7
เราถาม : สถาบันไรว่ะ เราถามไปอย่างฟรายๆ
เพื่อน : เฮ๊ย แกไม่รู้จักจริงๆรึ ไปอยู่ไหนมา เขาออกจะดัง
ก็อยู่ที่นี่แหละ นั่งทำงาน งกๆอยู่นี่แหละ
เมื่อไล่เรี่ยถามไถ่ถึงที่อยู่สถานที่ตั้งแล้วก็ไปสมัครเรียนวันรุ่งขึ้นทันที แต่กว่าจะได้ เล่นเอาหลงเหมือนกัน ก็มันมีอีกวิทยาเขตนึงชื่อดันเหมือนกันอีก แต่ไหงไม่เห็นมีใครมาสมัครเรียนว่ะ มองกลับไปฝั่งตรงข้ามผู้คนเยอะแยะมากมาย เฮ๊ย คงไม่ใช่มั้ง ตรูไม่เคยเรียนสถานที่ที่ใหญ่ขนาดนี้ แต่ไหนๆก็มาแระ ไปซะหน่อยจิ

วันเวลาผ่านไปไวเหมือนต้มม่ามา เราก็ได้เข้ามาเรียนที่สถาบันใหญ่แห่งนี้ เป็นที่น่าภาคภูมิใจต่องวงศ์ตระกูลเป็นยิ่งนัก

และแล้ว และแล้ว ความสวยเราดันไปเข้าตาไอ้เพรชฆาติหน้าเหลี่ยมเข้าให้ มันเกิดขึ้นตอนรับน้องแหละนะ ไอ้เราก็ไม่ได้สนใจอะไรไอ้นี่เลย ก็มานไม่เข้าตานิ(ไม่สวยก็มีสิทธิเลือกนะเฟร้ย) มานก็พยาย๊าม พยายามนิ แต่ไม่เคยเข้ามาพูดคุยหรอก มีแต่ส่งเสียงมาตามสายลม เวลาเดินผ่า ประหนึ่งว่าหมาเห็นเครื่องบิน(กำลังจะตก )
จำได้ว่าทุกวันเพื่อนก็จะมีข้อความมาบอกว่า พี่เอ๊ะ งั้น พี่เอ๊ะงี้ จนเราก็นะ ไม่ได้ใจอ่อนหรอก รำคาญว่ะ บวกกะความเหงา เลยคุยกะพี่แกซักหน่อย ชวนไปกินข้าว หลังเลิดเรียน วันนั้นเราก็พาเพื่อนสาวไปด้วย และตรูก็เป็นคนจ่ายค่าข้าววันนั้น
โหย ไม่เคยเจอะเคยเจอเลย แต่ก็แปลกดี หลังจากนั้นไม่นาน ก็เป็นแฟนกัน 1ปีผ่าน 2ปีพ้น ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น ความรักก็งอกงามไปตามขั้น
เอ๊ะเป็นผู้ชายที่หน้าแก่มาก เพิ่งจะมารู้หลังจากคบกันแล้วว่าพี่แกอายุน้อยกว่าเดี๊ยน5ปี ว๊ายๆๆๆๆ เดี๊ยนเทรนอีกแล้ว กินเด็ก
หลายคนชอบพูดว่าหน้าตาพี่แกคล้ายไมเคิล พูพาท ก็นะบางทีก็เหมือน แต่รุ้สึกมันจะออกไปทาง ภูธรมากกว่า
มีสาวมาชอบเหมือนกันนะ ส่วนเราก็มีมาบ้างประปราย ตามประสาคน ซวย ซ่วย ซ้วย ซ๋วย สวย อิอิ
บางครั้งเราก็มีปัญหากันบ่อยมากด้วยที่นิสัยของพี่แก หน้าแก่แต่ใจเด็ก คิดอะไรไม่เคยเป็น บอกไรไปสอนไรไปไม่เคยเชื่อ แต่พอคนอื่นที่พูดเหมือนเราบอกพี่แกจะเชื่อ นั่นอาจจะเพราะศักดิ์ศรีมั้ง
เคยอยากจะเลิกมาหลายต่อหลายครั้ง เคยปันใจให้รุ่นน้องแต่จิตดีสะกิดให้หยุดชะงักลง เหตุผลเดียวที่ไม่เลิกหลังจากคบมาเข้าปีที่5นั่นก็คือเสียดายเวลา
เมื่อเข้าสู่ปีที่7 ความรักมันเปลี่ยนไป เคยถามตัวเองว่ารักเขามั้ย ก็ให้คำตอบตัวเองไม่ได้ แต่ความรู้สึกมันผูก เหมือนเป็นญาติที่สนิทคนนึง เป็นห่วง ไม่อยากจาก
นิสัยคนเรานี่มันเปลี่ยนได้ไปตามสิ่งแวดล้อมนะ ตาเอ๊ะตอนเรียนเป็นคนที่นิสัยดีนะ เพื่อนฝูงรัก เป็นคนไม่เคยคิดในแง่ร้าย ไม่เคยว่าใคร ยอมรับทุกคน แต่หลังจากที่เรียนจบ ไปทำงาน นิสัยก็เปลี่ยนไป เริ่มมีการมาบ่นมานินทาคนที่ทำงานให้ฟัง
เราไม่ค่อยเจอกันบ่อยเท่าไหร่ หลังจากต่างคนต่างทำงาน เพราะพี่ท่านนั้นเปลี่ยนงานบ่อยมาก หลังจากเรียนจบมา12ปีเปลี่ยนไปแล้ว4โรงงานกรุงเทพ ปริมณฑลจนหมด ต้องย้ายไปโรงงานต่างจังหวัด เดือนนึงถึงจะเจอกันที ย้ายไปสิงห์บุรี ทำได้6เดือนออก ย้ายไปนครสวรรณ์ไม่ถึงครึ่งปีออก มาอยุธยาอีก โดยให้เหตุผลว่าอยากกลับมาทำงานใกล้บ้าน และเราก็ได้ที่นี่ด้วย แต่ไปทำที่อ๊อฟฟิคที่กรุงเทพ แล้วก็ออก ทำได้แค่ปีเดียว จนความรักเราเข้าปีที่10 เรื่องมันเกิดเมื่อตอนแกย้ายไปโคราช เราทำงานที่อยุธยา บริษัทส่งมาดูงานที่โรงงาน เราก็อาศัยอยู่กับแม่เขาบ้าง ขับรถกลับบ้านตัวเองบ้าน (เราเป็นเด็กกรุงเก่าเหมือนกัน) เริ่มแรกก็ไม่มีไรทุกอย่างเป็นไปด้วยดี นึกว่าจะไปรอด ที่ไหนได้ ทำไมคนเราถึงเปลี่ยนไปได้เร็วขนาดนี้ จำได้ว่า ก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยน4วัน เราโทรคุยกัน เขายังบอกรักเรา คิดถึงเราอยู่เลย แต่หลังจากวันนั้นเขาก้หายไป เรามีแพลนที่จะเที่ยวสงกราณ์ด้วยกัน แต่เขาก็หายไป 1อาทิตย์เต็มที่ปิดมือถือไม่สามารถติดต่อได้ แม่เขาเองก็พยายามแต่ก็ไม่ได้ ใจมันร้ายมาก
จนสงการณ์ผ่านไป ไม่มีแม้แต่เงาหัวพี่แกเลย แม่และยายก็นั่งรอมารดน้ำดำหัว เขากลับมาเรานั่งคุยกัน ถามเขาว่าทำไมเป็นแบบนี้ มีไรทำไมถึงชอบหนีปัญหา ปัญหาเก่าๆ คือออกจากงาน และอาจมีเรื่องหญิงเข้ามา อันนี้คิดเอง และก็น่าจะถูก
เขาว่าเขาไม่มีผู้หญิง และเขาได้ไปสมัครงานใหม่แล้ว พอเราถามว่าเราจะเลิกกันมั้ย เขาก็ว่าไม่ เขาไม่รู้หรอกว่า ระหว่างที่เขาทำแบบนั้น หายไปแบบนั้นนะ เราเสียใจมาก ร้องไห้ทุกวันเลย มองที่กระจกแล้วร้องไห้ แล้วก็บอกตัวเองว่า ร้องเข้าไป และจำไว้ว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก
หลังจากนั้นเหมือนเราพยายามจะกลับมาให้เหมือนเดิม แต่มันไม่ใช่ ทุกอย่างไม่ธรรมชาติ แถมมีผู้หญิงโทรมาบ่อย ส่งข้อความมาบ้าง คิดถึงงั้นงี้ พอเราถามก็ว่าเพื่อนแกล้ง พอเราให้โทรไปบอกว่าอย่าส่งแบบนี้มาอีก แฟนไม่ชอบ พี่แกก็อ้างไม่เอา เดี๋ยวเขาหาว่ากลัวแฟน โกหกหน้าด้านๆ เวลาคุยโทรศัพย์ก็คุยกันนานมาก เราก็ท้อนะ ทำใจหลายครั้ง
จนผ่านมาร่วม3เดือน มันถึงจุดที่เราต้องจัดการกับปัญหา ซึ่งเราก็คิดมาดีแล้วว่าวิธีเดียวที่เราควรทำคือ เลิกเถอะ
คืนวันนึง เรานั่งกันอยู่ดีๆ แบบไม่มีปี๋มีขุ่ย เราก็บอกเขาไปว่า เราเลิกกันเถอะ ทีแรกเขาไม่เชื่อ เพราะพูดบ่อยมาก แต่ครั้งนี้อาจเพราะพลังแสงรัศมีมันเปล่งออกมา แค่ทีเดียวก็อึ้งและรับรู้ได้ เราถามเขาบ่อยครั้งมากจะแต่งกันได้ไงเนี่ย ถ้าเธอยังเปลี่ยนงาน ไม่มีเงินเก็บแบบนี้ (เรามีแผนที่จะแต่งกันเดือนกุมภา ปีหน้า ณ.เวลานั้น) เขาก็ว่านั่นดิ ชั๊นว่าชั๊นยังไม่พร้อม อ้าว ไอ้เหลี่ยมนี่ พูดจาหน้าเอาไม้หน้าสามประทับ ไหง เมื่อก่อนแกว่าอยากแต่ง อยากแต่ง จะแต่ง เราก็บอกเขาไปว่า แกนะไม่พร้อมไม่เป็นไร แกเพิ่งจะ28 แต่ชั๊นนี่ 33แล้ว ชั๊นรอแกไม่ได้หรอกนะ เงินเก็บก็ไม่มี เพราะแกออกจากงานบ่อยเหลือเกิน เก็บเงินได้ก็ต้องเอาไปเลี้ยงดูแกตอนแกไม่มีงานทำ เซ็รงจิต
หลังจากบอกเลิก เขาอึ้งไปพัก และถามว่าทำไม เราไม่สามารถบอกเหตุผลได้ มันอัดแน่นไปหมด ทุกอย่างมันรวมตัวกันมาตั้งแต่ปีแรกที่คบ จนตอนนี้มันผนึกกันจนเหนี่ยวแน่นไม่สามารถแยกออกมาแจกแจงได้ เราพุดได้แต่เพียงประโยคเดียวเท่านั้นคือ ชั้นไม่รักแกแล้ว มันแทงจี๊ดเลย ไม่อยากพูด มันโกหกชัดๆ แต่มันเป็นสิ่งเดียวที่สามารถฆ่าเราทั้ง2ได้ เขาพยายามพูดหลายครั้งให้เราลองเลิกคบกัน1ปีหากไม่มีใครแล้วให้กลับกันมาใหม่ เราก้ว่าแกคิดว่าชั๊นจะหาใหม่ไม่ได้รึ (ดูถูกกันชัดๆ)
เราก็บอกเขาไป ชั้นเมื่อเดินหน้าไม่เคยคิดที่จะถอยหลัง อย่าได้มาหวังกับการที่เราจะหันกลับมาคบกันอีก เพราะเหตุผลที่ชั้นเลิกนั้นมันมีมากกว่านั้น
อันนี้เราไม่เคยบอกเขา เหตุผลที่เลิกเพราะชั้นต้องการผู้ชายที่เข้มแข็งที่สามารถดูแลชั้นได้ ผู้ชายที่คอยนำทางชั้นได้ ชั้นเหนื่อยมากเลยนะ กับการที่ต้องมานั่งดูแลผู้ชายคนนึงที่ไม่รู้จักโต ไม่เคยมองไปข้างหน้า ไม่มั่นคง ทุกเรื่อง ไม่เคยคิดอะไรให้หนัก ตอนนั้นคิดไว้แล้วละว่า หากเลิกกับคนนี้คงไม่มีแฟนแล้ว ใครจะเอ๊า ผู้หญิง33ปี และใช่ว่าอยากเอาใครทำปั๋วก็เอาได้นะ (ตามConcept ไม่สวยก็มีสิทธิเลือกนะย่ะ)
หลังจากบอกเลิกไปวันนั้น เรายังได้เจอกันอีก3-4ครั้ง นัดให้มาเอาของ เขาพยายามที่จะคุยกับเราต่อ แต่เราก็พยายามที่จะปิดโอกาศ อยากให้มันจบ อย่าได้เจอกันอีกเลย ชั้นสบายดี แปลกที่หลังจากบอกเลิกวันนั้น ชั้นไม่มีน้ำตาซักหยด ไม่เหมือนตอนที่คบกับเธอ ชั้นร้องไห้บ่อยเหลือเกิน ขอเป็นโสดดีกว่าจะมีสามีไม่เอาไหน ทุกวันนี้เวลากลับมานั่งคิดเรื่องนี้แล้วแสนจะดีใจที่เราเลือกที่จะทำแบบนั้น ไม่งั้นเราคงไม่มีวันนี้ เรามีความสุขดี มีลูกที่น่ารัก สามีเราไม่ใช่คนรวยล้น แต่เขาก็เป็นผู้ชายที่เราหวังและอยากได้มานาน ขอบคุณสวรร

จบแล้ว เดี๋ยวมาต่อตอน2 รักครั้งสุดท้าย


Create Date : 04 มกราคม 2551
Last Update : 17 มกราคม 2551 4:15:32 น. 3 comments
Counter : 158 Pageviews.

 
เข้มแข็งจัง เคยมีเรื่องที่ต้องคิดคล้ายๆแบบนี้ ตอนนี้ก็ยังคิดอยู่ กลัวว่าวันนึงจะต้องตัดสินใจแบบนี้เหมือนกัน ความจำเนี่ยมันน่ากลัวจังเนอะ เรื่องอื่นทำไมลืมได้ แต่บางเรื่องกลับลืมไม่ลง

เป็นกำลังใจให้ค่ะ


โดย: แม่มินมิน (nardlada ) วันที่: 4 มกราคม 2551 เวลา:11:54:29 น.  

 
ความทรงจำบางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ดีนะค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าสิ่งที่คุณnardladaตัดสินใจทำลงไปแล้วนั้นมันส่งผลอะไรณ.วันนี้หรือเปล่า สำหรับเรา มันช่างเป็นเรื่องที่วิเศษมากเลย ถามว่าเสียดายเวลามั้ยกับ10ปี ไม่เสียดายเลย ดีใจที่เขอกันและดีใจที่เราแยกจากกัน และยังคงเป็นเพื่อนกันได้

จำไว้แค่ว่าชีวิตของเราเราสร้างมันมาครึ่งค่อนชีวิต จะยอมให้ใครมาทำให้เจ็บให้เสียซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ทำไม


โดย: ดอกโสนบานที่ทาสแมเนีย วันที่: 4 มกราคม 2551 เวลา:15:00:17 น.  

 
หนายหละตอน 2

รออ่านอยู่นะเนี่ย


โดย: nong IP: 124.120.218.210 วันที่: 9 เมษายน 2551 เวลา:14:46:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดอกโสนบานที่ทาสแมเนีย
Location :
Tasmania Australia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ขอบคุณที่สละเวลาเข้ามาอ่านกัน มีความสุขมากๆนะค่ะ
Friends' blogs
[Add ดอกโสนบานที่ทาสแมเนีย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.