กันยายน 2556

1
3
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
27
28
29
30
 
 
Review Sunscreen รีวิว ครีมกันแดด
ความสำคัญของครีมกันแดดกับผิว  มีมากน้อยแค่ไหน  ขอตอบว่าสำคัญมากนอกจากป้องกันปัญหามะเร็งผิวหนังแล้ว  ยังช่วยป้องกันริ้วรอยก่อนวัยอันควรด้วย  ยกตัวอย่างให้นึกภาพ    นาง A  เป็นผู้หญิงวัย 45 ที่อยู่ในกรุงเทพฯ   กับนาง B ผู้หญิงวัย 45  ที่อยู่ต่างจังหวัด  คุ ณคิดว่าใครจะดูแก่กว่ากัน  ใช่ค่ะ  นาง B จะดูแก่กว่า  เพราะสิ่งแวดล้อมในเมืองทำให้คนให้ความสำคัญของครีมกันแดดมากกว่าคนต่างจังหวัด     แต่ก็ไม่ใช่จะทุกคนนะคะ      บางคนใส่ใจดูแลตัวเองดีมากกว่าคนในเมืองด้วยซ้ำไป

เมื่อเราเห็นความสำคัญของครีมกันแดดที่มีต่อผิวแล้ว      การเลือกครีมกันแดดที่เหมาะกับผิวจะเลือกอย่างไร  นั่นคือคำถามถัดมาค่ะ  เพราะครีมกันแดดที่เหมาะกับผิวจะทำให้กันแดดอย่างมีประสิทธิภาพโดยที่ทาแล้วรู้สึกสบายผิวไม่เหนอะ ไม่เยิ้ม

อันดับแรก    ดูที่ผิวเราก่อนค่ะ     สังเกตการทนต่อแดดของผิวเรา      ว่าผิวที่ไม่ได้ทาครีมกันแดด  จะทนแดดได้โดยไม่ร้อนแดง  นานแค่ไหน   ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสีผิวด้วย  -- ผิวสีเ้ข้ม = มีเมลานินมาก = ทนได้นาน

อันดับต่อมา    ดูความต้องการใช้ในวันนั้นๆค่ะ    เช่น  วันปกติธรรมดา   โดนแดดเล็กน้อยเฉพาะตอนออกไปทานมื้อเที่ยงนอกนั้นทำงานอยู่ในออฟฟิศหน้าคอมพิวเตอร์   (ซึ่งมีรังสีอัลตร้าไวโอเลตด้วยเหมือนกัน) ให้เลือก   SPF 30 PA +++

แต่ถ้าเป็นวันหยุด  ไปทะเล  ไปตีกอล์ฟ  ไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง  ที่จะต้องมีเหงื่อไหลไคลย้อยให้เลือก SPF 50 PA+++  

ค่า SPF  มากกว่านี้คือไม่จำเป็นค่ะ  เพราะอะไร  มาดูกัน

SPF 50    จะเท่ากับ    50เท่า ของผิวที่ไม่ทากันแดด

สมมติถ้าเมื่อโดนแดด    ผิวจะร้อนแดงใน15นาที  
จะเท่ากับ  15 * 50 = 750 นาที หรือ 12.5 ชั่วโมง

แปลว่า  ถ้าเราครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 ผิวจะทนแดดได้ 750 นาที = 12.5 ชั่วโมง  
วันหนึ่งๆเราจะออกแดดนานขนาดนั้นหรือเปล่าคะ  ตอบว่าไม่   แต่ทำไมต้องเลือกที่มีค่า SPF สูงๆเพราะมันจะทนน้ำ(เหงื่อ)ได้ดีกว่าเล็กน้อย   เพราะจะมีส่วนผสมของน้ำมันมากกว่า แต่ก็จะทำให้เกิดสิวอุดตันได้ง่ายกว่าครีมกันแดดที่มีค่า SPF ต่ำกว่านั้น

ส่วนค่า SPF 30 ก็จะเท่ากับ 15*30 =450 นาที หรือ7.5 ชั่วโมง นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับแต่ละวันเมื่อเทียบกับระยะเวลาที่เราออกไปโดนแดด

แล้วค่า PA ที่ต่อท้ายคืออะำำำำไร  PA ย่อมาจากคำว่า Protection Grade of UVA หรือระดับการป้องกันแสง UVA   เอาง่ายๆเลือก PA+++ เพราะกันได้สูงสุด  ตรงนี้ต่างหากที่สำคัญ    ไม่ใช่ตัวเลข SPF    เพราะรังสี ยูวีเอ   นั่นแหละที่ทำร้ายผิว    ทำให้แก่ก่อนวัย    สาเหตุที่สำคัญของ ฝ้า กระ และมะเร็งผิวหนัง

วิธีการทาครีมกันแดดก็สำคัญ     ควรทาก่อนออกแดดประมาณ20-30 นาที     ไม่ใช่ทาปุ๊บออกไปทะเลเลยจ้า     อัันนั้นครีมกันแดดยังไม่ทำงานเลย      แล้วทารอไม่ไหวทำยังไง    คำตอบคือให้เลือกครีมกันแดดที่เป็น  Physical Sunscreen   ที่มีแค่สารกันแดด   Titanium Dioxide & Zinc oxide      อันนี้จะเหมาะกับคนท้องที่กังวลเรื่องสารเคมีด้วยค่ะ    แต่ข้อเสียของครีมกันแดดประเภทนี้คือ    ทาแล้วหน้าวอก    และไม่กันน้ำและเหงื่อ    เพราะฉะนั้นออกกลางแจ้งต้องเติมบ่อยมากๆ      เท่าที่เห็นในท้องตลาด    ครีมกันแดดแบบ  Physical Sunscreen  คือ สมูทอีนะคะ  ไม่เคยลองใช้เหมือนกัน
สรุป 
  ผิวมัน   ผิวผสม              ไม่ได้มีกิจกรรมกลางแจ้ง  จงเลือก SPF 30 PA +++
 ผิวมัน    ผิวผสม   มีสิว     ไม่ได้มีกิจกรรมกลางแจ้ง  ยังเป็น SPF 30 PA +++            
ผิวแห้ง  ไม่ได้มีกิจกรรมกลางแจ้ง        เลือกได้ทั้ง SPF 30 PA +++ และ SPF 50 PA +++ 
 ผิวแห้ง   มีกิจกรรมกลางแจ้ง        เลือกได้ทั้ง SPF 30 PA +++ และ SPF 50 PA +++ 

จำไว้ว่า  ไม่ว่าจะผิวประเภทไหน    เมื่อเหงื่อออกต้องเติม    และต้องทำความสะอาดด้วยคลีนเซอร์ประเภท    น้ำนมหรือน้ำมัน   เพราะน้ำมันต้องล้างออกด้วยน้ำมัน

ค่าSPF  มากๆไม่ได้จำเป็น  คือเลขเยอะไม่ได้แปลว่ากันแดดได้เยอะกว่าแค่กันแดดได้นานกว่า  และไม่เหมาะกับคนที่เสี่ยงเป็นสิว

ค่าPA +++   ต่างหากที่เราต้องเลือก   ให้เลือกที่มีเครื่องหมาย  +  สามอัน

มาดูครีมกันแดดที่ใช้อยู่ช่วงนี้บ้าง    ปกติครีมกันแดดจะมีทั้งทาที่หน้าและทาที่ตัวค่ะ    ที่ทาตัวจะมันกว่าอยู่แล้ว    ที่เราจะเลือกกันเยอะๆคือ   ครีมกันแดดทาหน้ามากกว่า  ปัญหาอันดับแรกคือ  ความมัน   ทาแล้วเยิ้มหรืิอไม่   จ๋อมทดสอบให้ดูด้วยการเทสต์ลงบนแผ่นฟิล์มซับมัน   ผลการทดสอบได้ตามภาพค่ะ








การทดสอบคือหยดครีมกันแดดลงไปบนแผ่นฟิล์มซับมัน  แล้วทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงเท่าักันค่ะ

ชิ้นแรก   Biore UV Aquarich SPF 50 PA +++  อันนี้ทาตอนไปทะเล  เหมือนจะมันแต่ไม่มัน  เนื่องจากเป็นสูตรน้ำ   คนผิวผสมและผิวมัน  แนะนำอันนี้

ชิ้นที่สอง  ZA  SPF 40 PA +++   เยิ้มพอควร  ไม่เหมาะกับคนผิวมัน  แนะนำสำหรับสาวผิวแห้ง

ชิ้นที่สาม ลูกรัก  Biore UV Aquarich  Water Jelly Water base  สูตรน้ำเนื้อเจล  ทาแล้วเย็นสบายผิวเหมาะกับหน้าร้อน  ในชีวิตปกติประจำวัน  ได้ทุกผิวค่ะ  ทาตัวก็ได้นะ ข้อเสียคือไม่กันน้ำแต่ด้วยความที่เนื้อเป็นเจลทำให้เติมในระหว่างวันได้ง่าย  ทาทับเครื่องสำอางได้เลย

ชิ้นที่สี่ ใช้ล่าสุด  ตอนลองตกใจที่มันเยิ้มลงบนฟิล์มอย่างรวดเร็ว  ต้องมันแน่ๆ  แต่ไม่ใช่เลยเมื่อได้ทาจริง ไม่ทิ้งความเหนอะหนะไว้บนผิวเลย  หน้าไม่มันระหว่างวัน



ส่วนผสมลำดับต้นๆเป็นน้ำนี่เอง  นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของอโลเวรา และสมุนไพรต่างๆด้วย  มิน่าทาแล้วรู้สึกดีมากๆ  ขึ้นมาเป็นลูกรักอีกตัวนึงเลย  ราคา 420 บาท ขนาด 60 ml ซื้อที่วัตสันค่ะ  ลืมบอกชื่อ มันคือHawaiian Tropic Facial Sunscreen Lotion SPF 50 UVA/UVB PA+++






ใช้นิดเดียวก็ทาได้ทั่วทั้งหน้าแล้วค่ะ  ลองเทสต์ให้ดูที่แขนบีบเยอะไปหน่อยทาได้ทั้งแขนเลย  ไม่เหนอะ  ไม่เยิ้มระหว่างวัน  แนะนำอีกตัวเลยสำหรับคนที่มองหาครีมกันแดด

ที่รีวิวมาทั้งหมด  คือครีมกันแดดที่ใช้จริง  คนที่กำลังเลือกครีมกันแดดอยู่เอาข้อมูลที่ให้ไปประกอบการตัดสินใจดูนะคะ    เลือกที่เหมาะและจำเป็นกับผิวเราจริงๆ และ ทำความสะอาดให้หมดจดด้วยค่ะ  จะได้ไม่เป็นสิวอุดตั
                                                                                                                                                                              พบกันใหม่รีวิวหน้า  สวัสดีค่ะ









Create Date : 26 กันยายน 2556
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2556 23:40:17 น.
Counter : 2823 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ผู้หญิงลายเสือ
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]






Instagram : nonpapus