สิงหาคม 2556

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
 
ร้อยไหมและฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับโครงหน้า
 สวัสดีค่ะ วันนี้ขอประเดิมการเขียนบล็อกที่BlogGang เรื่องประสบการณ์ร้อยไหมและฟิลเลอร์ให้อ่านกันนะคะ กระแสความงามในปัจจุบันมาแรงมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการร้อยไหม ซึ่งเป็นทรีทเมนท์อย่างหนึ่งเพื่อรักษาและแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ส่วนการฉีดฟิลเลอร์ได้พัฒนาการใช้ไปได้ไกล เดี๋ยวนี้จะเป็นการฉีดเพื่อแก้ไขความชรา อันประกอบไปด้วย 3ข้อ คือ

1.ฉีดฟิลเลอร์เพื่อช่วยดึงยกหน้า

2.ฉีดฟิลเลอร์เพื่อแก้ไขปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนวัย

3.ฉีดฟิลเลอร์เพื่อการเติมเต็มของผิวที่ยุบตัว

ในที่นี่จะเรียกการร้อยไหม และฉีดฟิลเลอร์ ว่า Face Transformation นะคะ แปลตรงตัวเลยก็คือการเปลี่ยนรูปหน้านั่นเองค่ะ

ทำไมต้องเปลี่ยน

เนื่องจากจ๋อมอายุ จะ 40 ในอีกไม่กี่เดือนนี้แล้วค่ะ สมัยสาวๆก็นอนดึก เที่ยว ตากแดด เรียกว่าใช้ร่างกายคุ้ม พอท้องน้ำหนักก็พุ่งพรวดขึ้น 22 กิโลกรัม และลดลงหมดภายใน3เดือนหลังคลอด การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว และความเสื่อมโทรมของผิวเนื่องมาจากอายุมากขึ้นแน่นอนย่อมส่งผลกระทบมาถึงผิวหน้า ที่ ห้อย ย้อย มีเหนียง ผิวหยาบ ร่วงโรย

ส่องกระจกก็เห็นป้า เกิดอาการอยากลดอายุตัวเอง ด้วยวิธีการตอนนี้ ที่ดีที่สุดก็คือการร้อยไหม และฉีดฟิลเลอร์นั่นเอง

เจ็บมั้ย

ไม่เจ็บค่ะ เพราะแปะยาชาทิ้งไว้45 นาที และมีการบล็อคซ้ำด้วยยาชาแบบฉีดอีกค่ะ ตอนที่ฉีดเข้าไปก็ไม่เจ็บแล้วเพราะฤทธิ์ยาชาที่ทาไว้มันออกฤทธิ์ดีมาก เคลิ้มๆจะหลับด้วยซ้ำ

หลังทำก็มีจี๊ดบ้างแหละ แต่ไม่มากมายอะไร เล็กน้อย ทานยาที่คุณหมอให้ไม่นานก็หายบวมและเขียวค่ะ ซึ่งจะมีบ้าง สามารถแต่งหน้ากลบได้เนียนๆ

มาดูรูปกัน จ๋อมจะถ่ายรูปไว้เป็นระยะๆนะคะ รูปนี้ถ่ายทิ้งไว้ก่อนทำนานเหมือนกัน พอมาดูก็เห็นปัญหา





เห็นความป้า ของอิชั้นรึยังคะ มันน่ากลุ้มใจจริงๆ ตามรูปจะชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่ดูชัดมากๆ

แนวกรามหย่อนคล้อย ผิวร่วงโรย ซึ่งปัญหานี้ใช้ไหมละลายมาเป็นตัวช่วยยกกระชับผิว ส่วนอีกปัญหาของจ๋อมก็คือร่องใต้ตาที่แก้ยากมาก เป็นพังผืดที่ไปยึดกับกระดูกทำให้เกิดร่องเป็นเส้นๆ อยู่ระหว่างใต้ตากับแก้มด้านบน ปัญหานี้ใช้การฉีดฟิลเลอร์ช่วยได้ค่ะ



ฟิลเลอร์ที่ใช้คือยี่ห้อ Juvederm เป็นยี่ห้อที่ดีที่สุดในตอนนี้ เนื้อฟิลเลอร์เป็นธรรมชาติ ในหลอดมียาชาผสม ทำให้เวลาฉีดเข้าผิวไม่เจ็บเลย



อุปกรณ์ที่คุณหมอจะใช้ในการทำ Face Transformation 

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ หลังจากที่เช็ดยาชาออก ฆ่าเชื้อด้วยเบตาดีนและเช็ดแอลกอฮอลล์ คุณหมอก็จะบล็อคยาชาด้วยการฉีดค่ะ รู้สึกจี๊ดนิดเดียวค่ะหลังจากนี้ไม่รู้สึกเจ็บอะไรแล้ว



คุณหมอจะใช้เข็มทู่ หรือ Blunt Needle ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยมากเพราะเข็มจะไม่แทงทะลุเส้นเลือดใต้ผิว (ก็มันทู่) ทำให้ลดเกิดโอกาสที่จะมีเลือดออกใต้ผิวหนัง
ก่อนที่จะใส่เข็มทู่เข้าไปก็จะเจาะรูเพื่อเป็นทางเข้าเข็มก่อน เมื่อเข็มเข้าไปในบริเวณที่ต้องการก็จะค่อยๆปล่อยยา การทำขั้นตอนนี้ต้องเป็นแพทย์ผู้ชำนาญเท่านั้นค่ะ คือมีประสบการณ์มาระดับหนึ่งแล้ว เพราะถ้าหมอไม่เก่งโอกาสที่ฟิลเลอร์เป็นก้อนๆก็จะมีสูงค่ะ

เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์แบบนี้เข็มจะเข้าไปชิดกระดูกเลยค่ะ เป็นวิธีที่ทำให้ผลออกมาเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นาน และปลอดภัย

จุดที่จ๋อมฉีดก็จะมี ใต้ตาทั้ง 2 ข้าง ร่องแก้ม ทั้ง2 ข้าง เพื่อเพิ่มมิติให้กับใบหน้า ใช้ฟิลเลอร์ไปทั้งหมด 5 หลอด



ขั้นตอนต่อไป เป็นการร้อยไหมค่ะ ไหมที่ใช้เป็นไหมละลาย ที่จะไปช่วยกกระชับผิว แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย เพิ่มคอลลาเจนให้กับผิว กระตุ้นการสร้างเส้นเลือดฝอยใหม่ๆที่จะนำพาสารอาหารไปหล่อเลี้ยงผิวด้านบนให้มากขึ้น ทำให้ผิวด้านบนดูฟู เนียน ผิวมีความยืดหยุ่นและเด้ง ยกกระชับ



ไหมละลาย จะมีหลายขนาดความยาว ขึ้นอยู่กับพื้นที่ๆต้องการสอดเข้าไป เส้นไหมจะอยู่ในปลอกมีความหนาเปรียบเทียบได้กับเส้นผมคนเรานี่แหละ เพราะฉะนั้นคนที่ผิวหย่อนคล้อยมากก็ต้องใช้ไหมจำนวนมาก เปรียบเทียบเหมือนเส้นผมที่จะมารับน้ำหนักหน้าเรานั่นแหละค่ะ หย่อนมากใช้มาก การใช้เส้นไหมน้อยไปไม่สามารถแก้ปัญหาได้ดีพอ ฉะนั้นจำนวนเส้นไหมจะมีความสำคัญเป็นอันดับสอง รองจากฝีมือแพทย์

จ๋อมใช้ไหมไป 100 เส้นเองค่า 





ไหมที่ใช้คือ Ultra V Lift มีทั้งขนาด 30mm และ 50 mm บริเวณที่ร้อยไหมจะเป็นแก้มทั้งสองข้าง ใต้ตา เหนียง และเน้นร้อยที่บริเวณกรอบหน้าเพื่อให้โครงหน้าชัดเจนขึ้น ดูไม่หย่อนคล้อย ร้อย3ชั้นเพื่อความสมบูรณ์ของผลงาน เพราะอิชั้นเนื้อหน้าเยอะมาก



หลังทำทันที มีรอยเข็มบ้าง

กลับบ้าน กินข้าว กินยา นอน เช้าตื่นขึ้นมาก็ใช้ชีวิตปกติค่ะ ตอนล้างหน้ามีแปล๊บๆบ้างเป็นแค่วันเดียวค่ะ ไม่ต้องลางานพักฟื้น มีรอยก็แต่งหน้ากลบได้ นอนยกศีรษะให้สูง(เป็นคนหัวสูง) ทานยาที่คุณหมอให้มาให้ครบ ไม่นานก็หายบวมค่ะ



รอยเขียวจางจนเป็นสีเหลืองแล้วค่ะ มีบวมอยู่บ้าง เล็กน้อย รอยเข็มไม่เห็นแล้วค่ะ



เห็นได้ชัดเลยมั้ยว่า หน้ายาวเรียวขึ้น ผิวเต็มขึ้น ดีใจน้ำตาไหล



หน้าสดให้เห็นเลย เป๊ะแล้วรู้สึกได้เลยว่าโครงหน้าดีขึ้น ผิวเด้งเนียน



มีแต่คนทักว่าไปทำอะไรมาสวยขึ้น ดีใจ ปลาบปลื้ม ชอบไปหมดทุกอย่างตั้งแต่โครงหน้าและผิวที่ดีขึ้น

มาดูรูปชัดๆกันอีกทีค่ะ



รายละเอียด ของการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น



ก่อนทำ ป้ามาก รูปนี้ถ่ายเมื่อปีที่แล้ว



หลังทำได้ 2 เดือน



หลังทำ ครบ 3 เดือน ซึ่งเวลานี้จะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุดทั้งโครงหน้าที่ยกกระชับขึ้น เรียวขึ้น และสภาพผิวที่ดีขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของคอลลาเจนที่ไหมไปช่วยสร้าง





สังเกตรูขุมขนนะคะ ร่องแก้ม และแนวกราม



หลังทำ 2 เดือน ก็เห็นแล้วค่ะว่าดีขึ้นเยอะเมื่อหน้ายกขึ้นคางก็ดูยาวขึ้นและจมูกก็เด่นชัดขึ้นดูโด่งขึ้นอัตโนมัต



ร่องแก้มตื้นขึ้น ร่องใต้ตาที่เป็นเส้นๆตื้นลงดูดีขึ้น



อีกข้างหนึ่งค่ะที่ว่ามีปัญหาร่องใต้ตาเป็นเส้น ตื้นลงไปเยอะมาก



                                                                    อีกที ชัดๆ



                                                พอใจมากๆค่ะ

ราคาและสถานที่

ฟิลเลอร์ 5 หลอด บวกไหม 100 เส้น รวมแล้ว 18x,xxx บาทค่ะ ราคาค่ารักษาของแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคน ซึ่งก็มีไม่เหมือนกัน จ๋อมเองจัดเป็นประเภทปัญหามากค่ะ ซึ่งราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงต้องสอบถามที่คลีนิกเผื่อมีโปรโมชั่นนะคะ

ทำที่ วงศ์ษฏาคลีนิก สอบถามเพิ่มเติม 02-808-3090-1 # 106-107 หรือ 085-2577700

//www.facebook.com/pages/Wongsada-Clinic



Create Date : 27 สิงหาคม 2556
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2556 23:43:13 น.
Counter : 1886 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ผู้หญิงลายเสือ
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]






Instagram : nonpapus