จากคอลัมน์หาคู่ .. สู่ 25 ปีของการแต่งงาน
ครบรอบการแต่งงานปีที่ 25 ในภาษาเยอรมันเรียกว่า Silberhochzeit (ซิลแบ่ะฮ็อคไซ้ท์) นับเป็นปีเงินของชีวิตคู่ ถ้าครบรอบปีที่ 50 จะเรียกว่า Goldene Hochzeit (โกลเดนเน่ะ ฮ็อคไซ้ท์) นับเป็นปีทองของชีวิตคู่ และเมื่อครบปีที่ 75 ก็จะเรียกว่า Diamantene Hochzeit (เดียมันเทนเน่ะ ฮ็อคไซ้ท์) นับเป็นปีเพชรของชีวิตคู่ เป็นเรื่องที่นึกไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงที่ไม่เอาถ่านอย่างเรา พูดจาหาความอ่อนหวานไม่ได้ เอาใจใครไม่เป็น แถมเอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่อีกต่างหาก จะมีผู้ชายคนหนึ่งอดทนอยู่กับเรามาได้นานถึง 25 ปี... ที่อยู่กันมาได้นานขนาดนี้คงเป็นเพราะว่าเราสองคนมีนิสัยเหมือนๆกันหลายอย่าง เป็นคนง่ายๆสบายๆทั้งคู่ รักความสงบ รักสันโดษ ไม่ชอบอะไรที่มันวุ่นวาย ไม่ชอบมีปัญหากับใครและก็ไม่ชอบให้ใครมามีปัญหากับเราด้วย โดยส่วนตัวแล้วเราชอบเขาตรงที่ว่า เขามีเหตุผล มองโลกในแง่ดี มีมารยาท ขี้เกรงใจ ใจเย็น ขี้สงสาร เคารพกฎ (มากกกก..) ไม่โกหก (เอ๊ะ..หรือว่าเรายังจับไม่ได้.. 555) รักสัตว์โลก รักธรรมชาติ ที่สำคัญที่สุดก็คือ..เขาตามใจเราทุกเรื่อง.. (นี่แหละเรื่องใหญ่.. 555) ที่ว่าตามใจในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่าเมื่อเราอยากได้อะไรแล้วเขาจะต้องหามาประเคนให้ทุกอย่างนะ แต่ตามใจที่ว่านี้ก็คือ ไม่ว่าจะไปไหนหรือทำอะไรเขาจะยกให้เราเป็นผู้ตัดสินใจเองเสมอ ก็มีบ้างเหมือนกันที่บางครั้งเราตัดสินใจอะไรไปแล้วเขาแย้ง แต่ด้วยความที่เราเป็นคนที่ไม่(ค่อย)ฟังใคร สุดท้ายแล้วส่วนใหญ่เราก็จะทำตามใจตัวเองอยู่ดีนั่นแหละ.. อิ อิ อิ ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 27 ปีที่แล้ว ( พ.ศ. 2531/ค.ศ. 1988 ) ตอนนั้นเรายังทำงานเป็นพนักงานบัญชีอยู่ที่เมืองไทย มีเจ้านายที่ใจดีสุดๆ มีแม่ มีพี่ มีน้องๆที่สนิทสนมรักใคร่กลมเกลียวกันมาก มีเพื่อนรักที่รู้ใจ เที่ยวแบบไปไหนไปกัน ใช้ชีวิตโสดอย่างมีความสุขสนุกสนาน เรื่องชีวิตคู่จึงไม่เคยมีอยู่ในสมอง แต่เหตุก็มาเกิดให้ต้องหาคู่ในวันหนึ่งจนได้ วันนั้นเป็นวันสิ้นเดือน เราจึงต้องทำงานด้วยความเร่งรีบ ไหนจะงานประจำที่ต้องทำให้เสร็จภายในวันนั้น ไหนจะต้องปิดยอดบิลรายรับรายจ่ายของทั้งเดือนให้เสร็จภายในวันนั้น ไหนจะต้องทำเงินเดือนของพนักงานร่วมร้อยชีวิตให้เสร็จภายในวันนั้นเช่นเดียวกัน แล้วในสมัยเมื่อกว่า 27 ปีที่แล้วนั้น อย่าฝันเลยว่าที่ทำงานจะมีคอมพิวเตอร์ให้นั่งจิ้มอย่างสะดวกสบายเหมือนในสมัยนี้ สมัยนั้นแค่มีเครื่องพิมพ์ดีดกับเครื่องคิดเลขขนาดใหญ่ให้นี่ก็ถือว่าหรูแล้ว งานทุกอย่างของเราจึงต้องใช้สมองกับสองมือเท่านั้น และในวันนั้นด้วยความเร่งรีบเราจึงสะเพร่าทำงานพลาดโดยการจ่ายเงินผิด เจ้านายให้เอาเงินไปทำอย่างหนึ่ง แต่เรากลับเอาเงินนั้นไปทำอีกอย่างหนึ่ง เรารีบรายงานเจ้านายทันทีที่ท่านเข้ามาที่ทำงาน เจ้านายไม่ว่าอะไรซักคำ.. (บอกแล้วไงว่าเรามีเจ้านายที่ใจดีที่ซู๊ดดด..อิ อิ) แต่แฟนของเจ้านายซึ่งเราก็รู้นิสัยของท่านมาแต่ไหนแต่ไรแล้วละว่าปากร้ายแต่ใจดี ท่านได้ดุเราออกมาคำหนึ่งว่า รู้ดี คำเดียวสั้นๆ..แต่ความหมายมันยาวมากนะจ๊ะขอบอก ความเหนื่อยล้าจากการเร่งรีบทำงานทำให้เราเกิดความน้อยใจที่ถูกดุ ถึงขั้นประกาศลาออกซะดื้อๆ และเราก็คงจะออกจากงานในวันนั้นแล้วจริงๆ ถ้าหากไม่บังเอิญว่าในอีกสองวันต่อมาเป็นวันแต่งงานของน้องสาวเรา (น้องสาวแต่งงานแล้วกับคนเยอรมันและกลับไปจัดพิธีแต่งงานตามประเพณีไทย) ซึ่งเจ้านายของเรากับแฟนของเจ้านายก็ได้มาร่วมในงานนี้ด้วย เมื่อแฟนของเจ้านายเห็นหน้าเราท่านก็ถามเราว่าเป็นอะไรถึงไม่ไปทำงาน (ก็ลาออกแล้วจะให้ไปทำไมล่ะเน๊าะ.. อิ อิ) เราขี้เกียจอธิบายก็เลยตอบไปสั้นๆว่าไม่ได้เป็นอะไร แฟนเจ้านายบอกว่า ถ้าไม่ได้เป็นอะไรพรุ่งนี้ก็ให้ไปทำงานเหมือนเดิม แต่เรายังงอนไม่หาย ก็เลยหยุดงานประชดซะหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ (โทษฐานที่ได้จากการประชดก็คือพอไปทำงานแล้วต้องทำหามรุ่งหามค่ำอยู่หลายวัน งานเพียบ.. 555) ในหนึ่งอาทิตย์ที่นอนเล่นเฉยๆอยู่ที่บ้านนั้น เรามีเวลาได้อยู่กับน้องสาวอย่างเต็มที่ ได้ปรับสารทุกข์สุขดิบกันในหลายๆเรื่อง รวมทั้งระบายความในใจเกี่ยวกับเรื่องงานของเราด้วย เราทำงานกับเจ้านายผู้ใจดีนี้มานานนับ 10 ปี ในแต่ละวันนั้นเรามีงานที่ต้องทำเรียกได้ว่าล้นมือเลยทีเดียว แต่เราก็ยังไม่เคยทำอะไรผิดพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว ความผิดพลาดครั้งนี้เป็นครั้งแรก แม้เจ้านายจะไม่ได้ว่ากล่าวอะไรเราเลยแม้แต่คำเดียว (มารู้ในภายหลังว่าพอเจ้านายรู้ว่าเราลาออกท่านยังดุแฟนของท่านอีกด้วย) แต่คำว่า รู้ดี จากปากของแฟนท่านก็ทำเอาเราหมดใจที่จะทำงานไปเลย น้องสาวจึงชวนให้เราไปลองเริ่มต้นหาอะไรใหม่ๆที่เยอรมันทำดู แต่การที่จะไปเริ่มต้นด้วยการหางานทำในเยอรมันในสมัยนั้นโอกาสแทบจะเป็นศูนย์ จะไปอาศัยอยู่กับน้องเฉยๆก็คงจะได้แค่วีซ่าเยี่ยมเยียนระยะสั้นๆ 3 เดือน จะไปเรียนภาษาค่าใช้จ่ายก็ไม่ใช่น้อยเลยสำหรับครอบครัวมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา เหลือเพียงหนทางเดียวเท่านั้นที่จะได้มาซึ่งวีซ่าเพื่อปูทางไปสู่การหางานทำได้คือ ต้องหา คู่ ในตอนนั้นเรายังน้อยใจแฟนของเจ้านายอยู่ จึงไม่ได้คิดอะไรมาก ตัดสินใจเดี๋ยวนั้นเลยว่าไปก็ไป เมื่อน้องสาวเดินทางกลับเยอรมันก็ได้เริ่มหาคู่ให้เรา ในสมัยนั้นการหาคู่ชาวต่างชาติมีอยู่สองทางคือ ..หนึ่ง.. ใช้บริการของบริษัทจัดหาคู่ (น้องสาวได้คู่ด้วยวิธีนี้และก็ใช้ชีวิตอยู่กับสามีนานถึง 24 ปีเธอก็มาตายจากไป) ..สอง.. ลงประกาศในคอลัมน์หาคู่ทางหนังสือพิมพ์ (น้องสาวหาคู่ให้เราด้วยวิธีนี้) หลังจากที่ลงประกาศในหนังสือพิมพ์ ก็มีชายหนุ่มมั่งไม่หนุ่มมั่งติดต่อกลับมาถึง 36 คน ในสมัยนั้นการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ตยังถือว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัวมาก แม้แต่โทรศัพท์บ้านก็ยังเป็นสิ่งที่มีค่าใช้จ่ายสูงมากทั้งค่าติดตั้งและค่าบริการ การติดต่อสื่อสารกันจึงต้องใช้ จดหมาย ส่งผ่านไปรษณีย์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น การใช้จดหมายเป็นสื่อกลางมันดีตรงที่ว่า ได้เห็นลายมือของผู้เขียน (ลายมือมันบ่งบอกถึงนิสัยใจคอและความรู้ได้พอสมควรนะเราว่า) ได้เห็นความตั้งใจจริงผ่านความขยันในการเขียนจดหมาย (คนที่ไม่คิดจริงจังก็จะเขียนติดต่อกันแค่สองสามฉบับก็ขี้เกียจเขียนแล้ว) รูปภาพที่ส่งให้กันและกันดูก็เป็นรูปที่ถ่ายจากกล้องฟิล์ม ยังไม่มีกระบวนการเสริมแต่งหรือแก้ไขให้หน้าตาผิวพรรณดูดีขึ้นได้ รูปถ่ายในสมัยนั้นจึงเป็นรูปที่ถ่ายจากหน้าตาของจริงล้วนๆแต่รูปนี้และรูปข้างล่างทางสตูดิโอมีการแต่งภาพให้นะ นี่ขนาดแต่งแล้วนะนี่.. 555 หนวดเคราเขาก็มีเยอะอยู่นะ แต่ผมกลับไม่ค่อยมี.. อิ อิ อิ หลังจากแต่งงานกันไม่กี่ปีเราบอกให้เขาโกนหนวดเคราทิ้ง กว่าเขาจะตัดสินใจโกนได้ก็ใช้เวลาคิดซะเป็นปี .. น้องสาวได้ทำการคัดเลือก คู่ ให้เราโดยการคัดจาก สถานภาพ / หน้าที่การงาน / อายุ จาก 36 คนเหลือผ่านเข้ารอบมาได้ไม่ถึง 20 คน และในจำนวนเกือบ 20 คนนี้ มีอีกหลายคนที่พอรู้ว่าเรายังอยู่ที่เมืองไทย ก็หยุดการติดต่อไปเลยตั้งแต่จดหมายฉบับแรกก็มี (สงสัยจะคิดบวก-ลบ-คูณ-หารค่าใช้จ่ายแล้วไม่คุ้ม..ฮิๆๆ) ส่วนที่เหลือนั้นเมื่อได้ส่งรูปมาให้เห็นรูปร่างหน้าตาแล้ว น้องเรายังคัดออกไปอีกกว่าครึ่ง (อ้วนก็ไม่เอาซะด้วยนะ.. 555) สุดท้ายแล้วเหลือผู้ที่เขียนจดหมายติดต่อกับเราไม่ถึง 10 คน และเมื่อวันเวลาผ่านไปนานเข้าก็ค่อยๆลดลงๆไปเรื่อยๆ ท้ายที่สุดก็เหลือผู้ที่ยังขยันเขียนจดหมายติดต่อกับเราอยู่นานเป็นปีเพียง 3 คน ในสามคนที่ว่านี้มีโปรไฟล์ดีเหมือนๆกันทุกคน แต่ที่เราเลือกแต่งงานกับสามีก็เพราะว่า เขาเป็นคนแรกที่ยื่นข้อเสนอให้เราเดินทางมาเที่ยวเยอรมัน และเมื่อได้มารู้จักตัวตนจริงๆของเขาแล้วเราเห็นว่าเขาดีพอที่จะฝากชีวิตไว้ได้ นั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการมาใช้ชีวิตคู่กับคนเยอรมันของเรา เรายังจำภาพแรกที่เห็นตัวจริงของเขาได้เป็นอย่างดี เขาไปยืนรอรับเราในวันแรกที่เราเดินทางมาถึงสนามบินแฟรงค์เฟิร์ต หน้าตาท่าทางใจดีเหมือนในรูปไม่มีผิดเพี้ยน ในมือของเขาถือช่อดอกไม้สองช่อ ช่อหนึ่งเป็นช่อดอกกุหลาบสีเหลือง ดอกไม้สุดโปรดของเรา ส่วนอีกช่อหนึ่งเขาซื้อมาให้แม่เรา (แม่เราเดินทางมาเที่ยวเยอรมันด้วย) จากวันนั้นจนถึงวันนี้ 25 ปีผ่านไปแล้ว เขายังคงเสมอต้นเสมอปลาย เคยดูแลเราตั้งแต่วันแรกดีอย่างไรก็ยังคงดูแลเราดีอยู่อย่างนั้นเหมือนเดิม เคยตามใจเรายังไงก็ยังคงตามใจอยู่อย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง เรื่องทะเลาะกันก็มีบ้าง (น่าจะสิบปีครั้งได้มั้ง) และผู้ที่จุดชนวนทุกครั้งก็ไม่ใช่ใคร เราเองนี่แหละล้วนๆ.. 555 แต่ตลอด 25 ปีที่ผ่านมายังไม่เคยมีแม้สักครั้งเดียวที่เขาจะโกรธเรา มีแต่เรานี่แหละที่เวลาไม่พอใจอะไรก็จะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ยิ่งถ้าเขาพยายามจะอธิบาย มันเหมือนยิ่งเติมเชื้อไฟให้โมโหมากยิ่งขึ้นไปอีกด้วยนะ แต่ถ้าเขาเงียบเฉยไปซะ ไม่นานเราก็จะเย็นลงเอง นิสัยเสียอย่างนี้ยังมีคนทนอยู่ด้วยได้ตั้ง 25 ปีเนาะ .. ฮ่าๆๆ มีจดหมายแสดงความยินดีส่งมาจากเทศบาลด้วยนะ แต่นายกเทศมนตรีเป็นคนละคนกับที่ทำพิธีจดทะเบียนสมรสให้เราเมื่อ 25 ปีก่อน สงสัยนายกฯคนนั้นคงจะเกษียณไปแล้วสามีอ่านแล้วซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ ไม่รู้ว่าดีใจหรือเสียใจกันแน่ .. ฮ่าๆๆ ปิดท้ายกันด้วยรูปของขวัญในวันแห่งปีเงิน ชื่อก็บอกอยู่แล้วเนาะว่าเป็นปีเงิน ของขวัญก็คงจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก..ปกติแล้วในทุกเทศกาลเราก็จะได้ของขวัญจากสามีเป็นเงินนี่แหละ แต่เขาจะโอนเข้าบัญชีให้เลยทุกครั้ง ในวันนี้เขาบอกว่าเป็นโอกาสสำคัญที่ในชีวิตหนึ่งจะมีแค่ครั้งเดียว เขาจึงให้ของขวัญมาเป็นเงินสดเลย
Create Date : 03 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2558 5:32:58 น.
4 comments
Counter : 2383 Pageviews.
โดย: โอพีย์ (Opey ) วันที่: 3 พฤศจิกายน 2558 เวลา:6:05:56 น.
โดย: เจียวต้าย วันที่: 3 พฤศจิกายน 2558 เวลา:8:57:31 น.
Location :
Thailand Germany
[ดู Profile ทั้งหมด]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [? ]
**..นิสัยส่วนตั๊ว..ส่วนตัว..** ตามใจตัวเองที่ซู๊ดดดด... รักแมวเป็นชีวิตจิตใจ อารมณ์ดีเหลือหลาย (แต่ถ้าร้ายขึ้นมาละก็ให้อยู่ห่างๆนะจ๊ะ) ความเครียดไม่เคยย่างกรายมาในชีวิต .. ติดจะบ้าๆ ... (อย่างหลังต้องทำใจกันหน่อยนะ อิอิ)**..คติ "ทำ" ประจำใจ..** Before you speak, listen Before you write, think Before you spend, earn Before you invest, investigate Before you quite, try Before you retire, save Before you die, give
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30
ขอแสดงความยินดีด้วยนะค่ะ 25 ปีและตลอดไป
ขอบคุณสำหรับเกร็ดความรู้เรื่องประกาศหาคู่ลง นสพ,
เพราะเท่าที่ทราบ เห็นๆกันก็จะมีแต่ทางออนไลน์(ปัจจุบัน)
คุณแน่มากที่เลือกคนไม่ผิดเลย......