๐ สารวัตรเถื่อน/วิสิษฐ ๐





ประพันธ์โดย : วสิษฐ เดชกุญชร
สำนักพิมพ์ : สนพ.มติชน
ราคา : 195บาท




ข้าเจ้า

ขอบอกว่าเรื่องนี้พระเอกดูยังไงก็ไม่ทำให้คิดว่าจะเสียเปรียบผู้ร้ายเลยค่ะ แม้บางเหตุการณ์อาจจะเกินคาดของสารวัตรยม(ตัวปลอม)ไปบ้าง แต่..ก็ยังเห็นว่าฉลาดกว่าผู้ร้ายอยู่หลายขุม..อิอิ

งานเขียนของนักเขียนท่านนี้ ส่วนใหญ่เหมือนเอาเรื่องในกรมตำรวจมาตีแผ่ยังไงไม่รู้ค่ะ อ่านแล้วทำให้รู้สึกว่าข้าราชการทุจริตกันถึงขนาดนี้เลยเหรอ เรื่องนี้อาจมองไม่เห็นภาพเท่าไหร่ เพราะในเรื่องไม่ได้กล่าวถึงมานัก แต่..หลายเรื่อง ทำให้คนอ่านอย่างข้าเจ้าอดคิดไม่ได้ และอยากให้มีหน่วยลับ อย่างขบวนการบราโว่ นี้มีอยู่จริง จะได้คอยกำจัดคนที่ทุจริตคิดไม่ซื่อไปให้หมดจากสังคมซะที..หรือว่าจริงๆแล้ว หน่วยลับแบบนี้มีอยู่จริง แต่คนนอกอย่างเราไม่รู้..ก็เพ้อกันไป



จากปก

การปรากฏตัวครั้งแรกของ ธนุส นิสาลัย และขบวนการ บราโว่ กับปฏิบัตการ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

เมื่อเหล่าร้ายยังเกลื่อนเมือง ข้าราชการบางคนยังรับกิน และอำนวยความสะดวกให้กับแผนงานของคนชั่ว โดยที่กฎหมายยื่นมือเข้าไปถึง ภาระกิจทำลายล้างจึงถูกโยนมาสู่มือขบวนการ "บราโว่"ขบวนการลับสุดยอดนำทีมเฉลียบขาดและรัดกุม โดย ธนุ นิราลัย พระเอกตลอดกาลที่ผู่อ่านไม่มีวันลืม

นี่คือการปรากฎตัวครั้งแรกของ ธนุส นิราลัย ในบทบาทของ "ผู้กำกับยม" พร้อมปฏิบัติการลับสุดยอดในการโค่นอำนาจและเครือข่ายเจ้าพ่อยาเสพติดแห่งอำเภอวัฒนานิมิต

แน่นอนว่า..เพราะเจ้าพ่อ"ทรงยศ"งัดแผนชั่วทุกรูปแบบมาต่อสู้ ทั้งเหล่าอาชญากรที่เขาเลี้ยงไว้ ทั้งสายป่านผู้มีอิทธิพลที่เขาผูกไว้

ภาระกิจนี้จะจบลงเช่นไร ขบวนการ"บราโว่"จะขุดรากถอนโคนเจ้าพ่อใหญ่คนนี้ใด้หรือไม่ และธนุส นิราลัย จะฟาดฟันศัตรูได้มันส์สักเพียงใด

โปรดอย่ารอคอย..แต่จงอ่านด้วยความสนุกในดวงหทัยพลัน




ย่อเรื่อง โดยข้าเจ้า

เมื่อผู้กำกับคนเก่าถูกสังหาร จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ "สารวัตรเถื่อน" เมื่อผู้กำกับยมตัวจริงป่วยมาปฎิบัติหน้าที่ไม่ได้ จึงมีการสวมรอยเกิดขึ้น พร้อมกับการมาของชายแปลกหน้าปฏบัติการนอกกฎหมายของจึงเกิดขึ้น โดยผู้กำกับตัวปลอม(ที่ยังไม่เผยตัว) กระทำการทำลายล้างทรชน ไม่ว่าจะเป็นการโจรกรรมรถขนกัญชาจากบ้านผู้ร้าย หรือแม้แต่เข้าไประเบิดรถขนกัญชาที่อู่ซ้อมรถของผู้ร้ายหน้าตาเฉย พร้อมกันนั้นก็ให้ความช่วยเหลือ"จ่าเที่ยง"แบบลับไปด้วย

จนกระทั่งแผนการณ์ทุกอย่างเป็นไปตามคาด "สารวัตรเถื่อน" จึงปรากฏตัวเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ(รึเปล่า) นายทรงยศผู้ทรงอิทธิพลในวัฒนานิมิตมีเหรอจะเชื่อ จนต้องหาทางพิสูจน์ว่าใช่ตัวจริงหรือไม่

เมื่อนายทรงยศหาทางติดต่อกับผู้อยู่เบื้องหลังไม่ได้ จึงจำเป็นต้องเดินทางเข้ากรุงเทพด้วยตัวเอง แต่ว่า..รถที่นั่งไปมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อยอยู่ท้ายรถ เมื่อเจอด่านตรวจจึงจำใจต้องย้อนกลับไปตั้งหลัก ถึงแม้จะใช้วิธีอื่นก็ถูกขัดขวาง นายทรงยศจึงต้องช่วยเหลือตัวเองไปก่อน สุดท้ายจึงหาทางออกจนได้ล่ะค่ะ เมื่อโชค(ร้าย)เข้าข้าง ตัวเองป่วยกระทันหันเนื่องมาจากอาการซ็อคที่ไม่สามารถฆ่าสารวัตรยมได้ โดยการนำรถที่มีระเบิดไปจอดหน้าโรงพัก ควบคุมด้วยรีโมท แต่ถูกสารวัตรจับได้ซะก่อน แล้วยังถูกแผนนั้นย้อนกลับ โดยนำรถไปส่งให้ที่อู่ และส่งพัสดุไปให้ที่สำนักงาน ไม่ต้องเดานะคะ ว่าในรถและพัสดุที่ส่งไปนั้นมีอะไร ก็ระเบิดของตัวเองนั้นหล่ะค่ะ..เมื่อนายทรงยศเห็นระเบิดถึงกับลมจับเลยทีเดียว หมอวินิฉัยว่าต้องไปตรวจร่างกายโดยละเอียดในตัวจังหวัด จึงเป็นเหตุให้ผู้ร้ายได้ความคิดขึ้น จึงให้หมอส่งตัวเองไปรักษาที่กรุงเทพฯ จนในที่สุดผู้ร้ายก็ออกนอกพื้นที่ได้โดยสะดวก


เมื่อนายทรงยศเข้ามาถึงกรุงเทพ วิธีการต่างๆที่นำมาต่อกรกับสารวัตรยม(ตัวปลอม) จึงถูกงัดขึ้นมาใช้ เมื่อสถานการณ์ที่วางแผนไว้ผลิกไปเป็นอีกแบบ จะมีวิธีไหนที่จะทำให้ นายทรงยศศิโรราบต่อกฏหมายได้ รวมทั้งผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด เชิญติดตามต่อได้ในหนังสือนะคะ




ขอบคุณรูปจากเว็บ มติชน ค่ะ









Create Date : 25 กันยายน 2552
Last Update : 25 กันยายน 2552 21:50:57 น. 9 comments
Counter : 2398 Pageviews.

 
ชอบธนุสอ่ะ ฉลาดและก็โหดดี


โดย: รัตตะ (ratta ) วันที่: 26 กันยายน 2552 เวลา:19:21:39 น.  

 
เพิ่งไปเอาเครื่องกลับมาค่ะคุณฝน

บล็อก set นี้หวานได้ใจจริง
นึกถึงผู้หญิงใส่ชุด dress ลายดอกไม้นี้
สมกับเป็นสตรีผู้อ่อนหวาน
ที่เหมาะสมกับสารวัตเถื่อนในนิยายเรื่องนี้

นางก็ช่างคิดไปได้เนอะ...อิอิ


โดย: เพรง.พเยีย วันที่: 27 กันยายน 2552 เวลา:11:21:53 น.  

 
ยังไม่เคยเรื่องของธนุส และขบวนการบราโว่เลยค่ะ เคยแต่ดูตอนเป็นละคร


โดย: กล้ายางสีขาว วันที่: 1 ตุลาคม 2552 เวลา:20:25:59 น.  

 
^
^พิมพ์ตกไปค่ะ "ยังไม่เคย 'อ่าน'เรื่องของธนุส" แหะ แหะ พิมพ์ตกไปคำเดียวความหมายกำกวมเลย


โดย: กล้ายางสีขาว วันที่: 1 ตุลาคม 2552 เวลา:20:30:12 น.  

 
ฝน...

เค้างานยุ่งมากมาย พอมีเวลานิดหน่อย
ก็ตระเวนทั่วบล็อก 555+

เอากลอนที่ไปแจมบนถนนฯ มาฝาก...
(เขียนได้แค่นี้ ก็หมดมุขแล้ว เอิ๊ก ๆ ๆ)


คืนนี้จันทร์ควรอะคร้าวบนราวสรวง
แต่ไยดวงเร้นบังซ่อนรังสี
เจ้าแอบหลังเมฆาข้ามราตรี
ฤๅหลบลี้หลีกหน้าผู้มาเยือน

จึงรอจันทร์ดวงนี้ตรงที่เก่า
เพื่อแสงเงาซ้อนภาพระนาบเหมือน
อดีตครั้งสง่าช่วงแห่งดวงเดือน
ก่อนลบเลือนเหลือเสี้ยวอันเปลี่ยวดาย


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 4 ตุลาคม 2552 เวลา:0:26:15 น.  

 
ฝน...

ร่างกายเป็นของฝน ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี ๆ ล่ะ
เค้าไม่ค่อยได้เข้ามาเล่นเหมือนแต่ก่อน ก็เลยไม่
รู้ว่าฝนเอาเวลาไปทำอะไรบนเน็ตจนเกิดอาการ
ขึ้นมาได้...

ยังไงก็ช่าง ดูแลตัวเองให้มากกว่านี้นะ ไม่อยากให้
ตัวอาการแย่ลงจนต้องถึงมือหมอ...

และอีกอย่าง ถึงแม้ช่วงนี้เค้ามีโอกาสเข้าเน็ตมากขึ้น
แต่เค้าก็แทบไม่มีเวลาเล่นเลย เพราะต้องต้องโฟกัส
เรื่องงานที่อยู่ตรงหน้า... บล็อกหน้าใหม่ก็ใช้เวลา
ทำนานมาก จากแต่ก่อนไม่ถึง 30 นาทีก็เสร็จ...
เดี๋ยวนี้สองวันแน่ะ (วันละนิดไง)


เอาล่ะ หลับแบบสุข สงบ สะอาด สว่างนะ
คิดถึงฝนเสมอจ้ะ ..ยิ้มสงบ..


โดย: ปลิวตามลม วันที่: 5 ตุลาคม 2552 เวลา:23:32:28 น.  

 
มันมากสะใจดีคับ
อยากให้เมืองไทย
มัตำรวจแบบนี้จังเลย


โดย: ดอกรัก IP: 117.47.228.237 วันที่: 13 กรกฎาคม 2553 เวลา:10:03:42 น.  

 
มีครับ แต่ท่านเสียชีวิตไปแล้ว

คนนี่ไง พ.ต.อ สมเพียร เอกสมญา


โดย: Hero IP: 58.8.12.88 วันที่: 8 ตุลาคม 2553 เวลา:18:15:08 น.  

 
สุดยอดจริง น่าจะเป็นหนังหรือละครก็ดี


โดย: กัน IP: 125.24.233.252 วันที่: 22 ตุลาคม 2553 เวลา:16:18:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ไลเดเลีย
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ร้อยรส...กลอนกานท์




O ฤดูลม...O

O ฉับพลันฝนก็เร้นเก็บเส้นสาย
ดวงวันฉายแสงช่วงโลมห้วงหน
ขับความชื้นลบเลือนรอยเปื้อนปน
ลบหมองหม่นแผ่นฟ้าจนพร่าเลือน

O คล้ายเมฆสีเทาทึมเมื่อครึ้มฝน
ถูกแสงสรวงเบื้องบนเข้าปนเปื้อน
ย้อมสีเทาเป็นขาว..เมื่อหนาวเยือน
มาตามเตือนเลื่อนยามให้งามตา

O ลมต้นหนาวเกรียวกรูเสียงวู่ไหว
โลมกิ่งใบไม้ตื่นทั้งผืนป่า
เขยื้อนขยับยวบไหวอยู่ไปมา
เหมือนบอกลาล่วงพ้น..คาบฝนปลาย

O ความเปลี่ยนแปลงผ่านสู่..ให้รู้เห็น
จากเมื่อสีเลื่อนเส้น..แล่นเป็นสาย
เสียงครืนครั่นก้องอยู่ไม่รู้วาย
แปลบปลาบว่ายเวียนย้ำโลมค่ำคืน

O จนฟ้าเปลี่ยนไม้ใบสั่นไหวระริก
น้ำก็พลิกแผ่นผิว..เป็นริ้วตื่น
จึงบัดนั้น..ภูมิทัศน์ก็หยัดยืน
ด้วยสายลมเย็นชื่น..เพื่อฟื้นตัว

O ถึงคราลมเย็นรื่น..วกคืนย้อน-
พรมสายอ่อนโอนระลอกเข้าหยอกยั่ว
ยอดหญ้าเรียวโค้งนั้น..ย่อมสั่นรัว
รอเกลือกกลั้วรับรู้..ฤดูลม

O จากยึดโยงรากแทงลงแหล่งดิน
ตราบฝนรินหยาดหลั่งลงสั่งสม
คลายความชุ่มความชื้นเหนือพื้น, พรม-
ภาวะอันอุดม..ห้อมห่มไพร

O เหยียดยอดเสียดขึ้นแทงรับแรงฝน
ที่คอยหล่นร่วงหยาด..ก่อนลาดไหล
ยืนต้นตั้งเป็นแถว..เป็นแนวไป
รอลมไหววาดวี..จักมีมา

O ไม่นานเลย..จากฝนฟ้าหม่นหลัว
จนยอดไม้ส่ายรัวอยู่ทั่วหน้า
โลกต่ำ-ใบขาบเขียวทุกเรียวคา-
จะออดอ้อนลมถา..อยู่คาพื้น

O ระบำแถวยอดหญ้าตรงหน้านั้น
จะค่อยสั่นใบพลิ้วเป็นริ้วตื่น
เขียวจากฝนฝากตอนจะย้อนคืน-
เป็นแพรผืนโยนระลอกยั่วหยอกลม

O ร้อนจะรุมสุมมาจากฟ้าไหน
เรียวจะไหววาดรับช่วยขับข่ม
รอค่ำคืนน้ำค้างมาพร่างพรม
เพื่อรับฉมชื่นมาลย์..กลิ่นซ่านซ้อน

O กาลย่อมผ่านโดยช่วงของดวงวัน
จากเม็ดพันธุ์แตกหน่อเป็นช่ออ่อน
จนกลีบใบเรียวแรกเริ่มแตก..ชอน-
ไชขึ้นอ้อนออดรู้ฤดูกาล

O ฝน..หนาว..ร้อนรุ่มถึงขุมขน
แล้วเวียนรอบให้ฝน..อีกฝนผ่าน
เพื่อหยัดกลีบเรียวช่อ..ขึ้นรอบาน
พร้อมเรณูหอมซ่านขึ้นหว่านรส

O ช้าเร็ว..มวลผึ้งภู่ย่อมรู้กลิ่น
เมื่อลมรินรวยเท..หันเหบท
คอยดูเถิดอีกประเดี๋ยว..การเลี้ยวลด-
เข้าจ่อจดหวานหอม..จะพร้อมแล้ว

O ฤดูลมพรมพรำ..อยู่ค่ำเช้า
อาจรุมเร้า, อ่อนโรย..จนโชยแผ่ว
รอกวัดใบหญ้าเต้นจนเป็นแนว
ซ้ำบทแล้วบทเล่า..แต่เช้าวัน

O เมื่อสายลมผ่านสู่..ฤดูล่อง
และฟ้าผ่องแผ้วงามสีครามนั่น
ก็เมื่อผิวต้องหนาวจนหนาวครัน
จึงบัดนั้นโลกกว้างย่อมวางรอ

O ให้ฟังเสียงลมเท..มาเห่กล่อม
สูดกลิ่นหอมเรณูที่ชูช่อ
ทั้งเสียงไม้เสียดยอด..แสงทอดทอ-
ลอดพุ่มกอก้านใบ..ที่ไหวรับ

O พอลมล่องลาดเทมาเห่กล่อม
โลกที่ล้อมรอบล้วนคล้ายครวญขับ-
ผ่านบทเพลงร่ายรำ..เพื่อสำทับ-
การเขยื้อนการขยับลำดับนั้น

O ก็ใช่- เป็นเพียงฤดูลม
หมุนรอบมาห้อมห่มให้ซมสั่น
เปลี่ยนผ่านสภาพธรรมเข้าค้ำยัน
ให้จิตใจทั้งนั้นรู้ผันแปร

O เมื่อเม็ดน้ำขาดช่วงจากห้วงหน
เมฆขาวบนฟ้าพลอย..เลื่อนลอยแผ่
เมื่อขาวครามกลมเกลียวให้เหลียวแล
ก็เห็นแต่ภาพงามของยามนี้

O โอบโลกให้งดงามอยู่ท่ามกลาง-
ดวงวันพร่างแสงพร้อยเรียงสร้อยสี
ลมหนาวร่ำสายผ่านลงคว้านตี
เมื่อปีกผีเสื้อลายบินบ่ายย้อน

O ช่องโสตก็จะแว่วเสียงแจ้วเจื้อย-
ของนก, ลมโชยเฉื่อยคล้ายเหนื่อยอ่อน
ผืนแผ่นน้ำครวญครางในต่างตอน
จักซ้ำซ้อนภาพลวงอีกดวงวัน

O ให้มองเห็นลอยดวงบนสรวงฟ้า
ทั้งแจ่มจ้ายิ่งล้ำกลางน้ำนั่น
เท็จ-จริง..ที่มองผ่านก็ปานกัน
ย่อมแปรผันโดยจิต..การคิดตรอง

O ก็ใช่ – ที่เป็นเพียงธรรมชาติ
ทั้งดวงวันโอภาสคอยสาดส่อง
หรือคลื่นน้ำไหลลาดลงฟาดฟอง
และปีกผีเสื้อล่องบนท้องฟ้า

O เห็นไหมเล่ากลีบผการะย้าย้อย
ทุกช่อที่เคยช้อยอยู่คอยท่า
รอฝน..ต้องฝน..หมดฝนพา-
กันอ่อนโรยอ่อนล้า..ซบคาพื้น

O ฤๅ - อาจรู้ลูบโลมด้วยลมหนาว
หรือแสงงามวับวาวจากดาวดื่น
ครั้นสิ้นรอบลมร่ำกลางค่ำคืน
ฤๅ – อาจรู้ฉ่ำชื้นของพื้นดิน

O เพียงกาลผ่านเวียนแล้วเปลี่ยนช่วง
งามทั้งปวงถ้วนบทก็หมดสิ้น
ปีกลวดลายลมโชยเคยโบยบิน
อาจลาถิ่นไพรเถื่อนลับเลือนแล้ว

O ที่ไหนเล่าโลกกว้างและทางแคบ
เพียงหนีบแนบกลีบใบที่ไหวแผ่ว
ที่ไหนเล่าดีร้ายที่ปลายแนว-
ของเทือกแถวดอกมาลย์หอมหวานนั้น

O ก็นั่นแหละรูปธรรมในธรรมชาติ
ลมไหววาดแสงฉายน้ำพรายสั่น
ปีกลวดลายบินหยุด..ดอมบุษบัน
เกสรกลั่นหวานรส..อาจหมดฤๅ

O หากอีกสภาพธรรมในธรรมชาติ
เมื่อลมลาดล่องอยู่อาจรู้หรือ-
ว่าร้อน..ฝน..จนหนาว..อีกหนาวคือ-
การยึดถือตีความเอาตามใจ

O ฤดูลม-ยอดไม้ส่ายไหวอยู่
ปีกลวดลายหรุบชูก่อนลู่ไหล-
ลอดกลีบดอกนุ่มบางแทรกร่างไป
หวานเยี่ยงไรเล่าหนอ..จึ่งพอเพียง ?

O ฤดูลม..หวนระลอก, ดวงดอกไม้-
ก็หอมให้แถวถิ่นรู้กลิ่น, เสียง-
นกไพรเถื่อนก้องกรู..คล้ายอยู่เคียง-
ศัพท์สำเนียงก้องรัว..บางหัวใจ !



จากบล็อกพี่ สดายุ ค่ะ

: รอยจารึก


Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
25 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไลเดเลีย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.